1 คนสงสัย
จริงหรือ หากเราเที่ยวคาเฟ่หมาแมว เราห้ามป้อนอาหารสัตว์โดยตรง
กทม.พิจารณามาตรการเพิ่มเติมสำหรับคาเฟ่สุนัข แมว และสัตว์ประเภทต่างๆ ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด แยกบริเวณรับประทานอาหารและบริเวณชมสัตว์ให้เป็นสัดส่วนชัดเจน งดการให้ผู้ใช้บริการป้อนอาหารสัตว์ ให้อาหารสัตว์ ใช้ระบบการจองเพื่อใช้บริการและบันทึกข้อมูลเพื่อการติดตามสอบสวนโรค และ หากสัตว์มีอาการป่วย ให้นำส่งสัตวแพทย์เพื่อรักษาและจำแนกไม่ให้ปะปนกับสัตว์ตัวอื่น
naydoitall
 •  2 วันที่แล้ว
meter: true
1 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)
anonymous เลือกให้ข้อความนี้✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด

เหตุผล

คาเฟ่หมาแมวได้รับการผ่อนปรนให้เปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการที่รัดกุมมาก ประกอบด้วย การแยกบริเวณรับประทานอาหารและบริเวณชมสัตว์ให้เป็นสัดส่วนอย่างช

ที่มา

https://mgronline.com/qol/detail/9630000053612

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    หม้อทอดไร้น้ำมัน (air fryer) เสี่ยงมะเร็งหรือเปล่าคะ
    มีกระแสใช้หม้อทอดไร้น้ำมันกันอย่างมากในช่วงเดือนสองเดือนนี้ ซึ่งคนใส่ใจสุขภาพซื้อมาใช้แทนการทอดด้วยน้ำมัน ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการแชร์ข้อความทำนองที่ว่า "ให้ระวังการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันกับอาหารพวกแป้งและเนื้อสัตว์ เพราะจะเสี่ยงก่อมะเร็งได้" สรุปมันจริงหรือคะ
    anonymous
     •  12 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ตรวจหาเชื้อโควิดในน้ำลายได้ผลดีเหมือนหาเชื้อจากในลำคอหรือจมูกหรือไม่
    กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาวิธีการ ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในน้ำลาย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ตรวจหาในกลุ่มคนจำนวนมากเป็นกลุ่มก้อน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ราคาถูก ผลแม่นยำ สำหรับวิธีการเก็บน้ำลาย สามารถนำกระป๋องไปเก็บเองได้ที่บ้าน โดยต้องล้างมือให้สะอาด เทอาหารสำหรับเก็บตัวอย่างไวรัสลงในกระป๋องเก็บน้ำลาย ขากน้ำลายที่อยู่ในลำคอส่วนลึกเหมือนขากเสมหะปิดฝากระป๋องพันด้วยพาราฟิลม์และใส่ถุงซิปล๊อค 3 ชั้น และนำส่งห้องปฏิบัติการภายใน 5 ชั่วโมง ทั้งนี้ จะต้องไม่แปรงฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปาก ดื่มน้ำ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งก่อนเก็บน้ำลาย
    anonymous
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ห้างเปิดวันที่ 4 พค นี้ จริงหรือคะ
    วันที่ 27 เม.ย. รายงานข่าวจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ว่า ที่ประชุม ศบค.มีมติผ่อนปรนให้เปิดร้านอาหารขนาดเล็กที่ไม่ติดแอร์, ร้านเสริมสวย, ร้านตัดผม, ตลาดนัด และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศได้ เริ่มวันที่ 4 พ.ค.นี้
    naydoitall
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อย่าทานผลไม้ที่ซื้อมาภายใน 48 ชั่วโมง หรือต้องลวกด้วยน้ำร้อนก่อน เพราะเสี่ยงทำให้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ จริงหรือไม่
    ข่าวด่วน ! จากแหล่งข่าวท่ีน่าเชื่อถือในห้องแล็ปของแพทย์ในฮ่องกงวันนี้ “ในห้องทดลองของเรา ได้พบร่องรอยจำนวนไวรัสบนผิวของผลไม้และผักหลังจากลูกค้าท่ีติดเชื้อโควิด-19 จับต้องท่ีผลไม้และผักดังกล่าวเมื่อ 12 ชั่วโมงมาแล้ว แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการทานสลัด ***** อย่าทานผลไม้ท่ีซื้อมาภายในเวลา 48 ชั่วโมง หรือต้องลวกผลไม้ด้วยน้ำร้อนก่อนปลอกหรือหั่น เบอรรี่ แอปเปิล แตงกวา และมะเขือเทศแย่ท่ีสุด เพราะคนเราจะทานทั้งเปลือก นี่เป็นสิ่งท่ีอธิบายว่าไวรัสระบาดได้รวดเร็วในประเทศตะวันตกมากกว่าในเอเชีย คนเอเชียส่วนมากไม่ทานสลัด และน้อยคนมากที่จะทานเปลือกผลไม้ พวกเราต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกอย่างท่ีมาจากนอกบ้านของเราภายใน 48 ชั่วโมงติดเชื้อทั้งสิ้น เป็นต้นว่า รองเท้า เสื้อผ้า ผมของเรา และอาหารทั้งหมด
    ได้ข่าวมา
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วงโควิดระบาด อันตรายหรือไม่?
    ถึงแม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดเรื่องการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก เนื่องจากไม่พบเชื้อโควิดในน้ำคร่ำ เลือดจากสายสะดือ และจากน้ำนมแม่ ในรายงานจากประเทศจีนจาก 33 รายมีพบเด็กทารกติดเชื้อโควิดอยู่ 3 รายมีอาการไม่รุนแรง ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าน่าจะติดจากการปนเปื้อนสัมผัสหลังเกิดมากกว่า ส่วนการให้นมนั้นสามารถให้ได้ตามปกติ แต่ต้องป้องกันในเรื่องการแพร่กระจายของละอองฝอย สตรีมีครรภ์หรือแม่เด็กอ่อนต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ อยู่บ้านควรใช้ภาชนะส่วนตัว รับประทานอาหารปรุงสุกและสะอาด ออกนอกบ้านต้องป้องกันตัวเป็นอย่างดีตามที่สื่อได้ประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา เช่น เลี่ยงที่แออัด เว้นระยะห่าง 2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยและ face shield เพื่อป้องกันเอามือจับใบหน้าของตัวเอง และต้องล้างมืออยู่เสมอ
    anonymous
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ทีมหมอจากมหาลัยไต้หวัน เตือนมาว่า ภายในปีนี้อย่าเข้าใกล้ พบปะ หรือ ทานอาหารร่วมกับคนที่เป็นโควิดมาก่อน ///// (๑) จากผลการผ่าร่างกาย 1. covid-19 มันคือการรวมกันของ ซาร์กับเอดส์, หมอหลายคนบอกว่า คนถึงแม้จะรักษาหายจากโควิดแล้ว แต่มันจะมีผลเป็นบวกอยู่อีก นี่ไม่ใช่การกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นเพราะมันไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโควิด 2. ภูมิต้านทานโดนทำลาย ทั้งนี้ซาร์จะทำร้ายแค่ปอด จะไม่กระทบกับภูมิต้านทาน.. ส่วนเอดส์จะทำลายภูมิต้านทาน.. ส่วนโควิด 19 นั้นทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับ ซาร์+เอดส์ 3. การล้มเหลวของปอดอย่างเฉียบพลันเป็นผลทำให้ตายของซาร์ แต่ โควิด 19 ทำให้ตายเพราะการล้มเหลวของอวัยวะหลายๆอย่าง (๒) ศาตราจารย์ Peng Zhi Yong จากมหาลัยอู่ฮัน บอกผลจากการผ่าร่างกายว่า 1. คนที่หายจากโควิด ผลตรวจเลือดพบว่าระดับของดัชนี lymphocyte (ลิมโฟไชด์) จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบบต้านทานของร่างกายจะไม่ค่อยเหมือนเดิม 2. แม้ผลตรวจของคนที่ให้กลับบ้านได้จะเป็นลบ แต่ภูมิต้านทานนั้นเสียหายไปแล้ว มันสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายมาก 3. ลักษณะคล้ายๆกับไวรัสตับอักเสบบี ที่จะมีเชื้อโรคไวรัสอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน 4. ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าคนที่หายจากโควิดแล้วนั้นจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกไหม? (๓) หมอที่ทำและการรักษาเสนอว่า 1. ตอนนี้เราเน้นรักษาคนไข้ ที่ติดเชื้อ แต่คนที่รักษาหายแล้วนั้นอาจยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ต้องดูต่อไปและศึกษา วิจัยว่าจะแพร่เชื้อได้อีกไหม? 2. หากเป็นอย่างนี้สงครามกับโควิดก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เลยแนะนำว่าภายในปีนี้ถึงปีหน้าออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและอย่าไปที่คนรวมกลุ่มกันเยอะๆ รักษาระยะห่าง 2 เมตร ***** ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นะ อย่าไปเสี่ยงมันไม่คุ้มเลย สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการสถาบันทิศทางไทย
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กินยา Ibuprofen หรือ Advil ทำให้เชื้อโควิดออกฤทธิ์เพิ่มเป็น 10 เท่า ไม่จริง
    ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบไปกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วพบว่าข้อมูลที่ว่านี้บิดเบือนความจริง เนื่องจากตอนนี้ได้มีข้อมูลแชร์กันในโลกออนไลน์ว่า ยาแก้ปวดลดไข้ Ibuprofen หรือ Advil จะทำให้ไวรัส COVID-19 ออกฤทธิ์มากเป็น 10 เท่า ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่ามีข้อมูลบิดเบือน เนื่องจากไม่มีการห้ามกินยา ibuprofen ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ยา ibuprofen มีข้อควรระวังหลายประการ ต้องระวังในการใช้ยา และประชาชนยังคงใช้ยา ibuprofen เพื่อลดไข้ แก้ปวดเมื่อมีอาการไข้หรือปวดศีรษะได้อยู่ในขณะนี้ แต่ต้องกินด้วยความระมัดระวัง หากไม่แน่ใจควรหลีกเลี่ยงและใช้พาราเซตามอลแทน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ และที่กล่าวว่ากินยา ibuprofen จะทำให้ไวรัส COVID-19 ออกฤทธิ์มากเป็น 10 เท่านั้นไม่เป็นความจริง
    anonymous
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จริงหรือ ที่ไม่ควรบริโภคทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ดเพราะจะทำให้เสี่ยงโรคอ้วนได้
    กรมอนามัย เตือนว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต หากต้องการกินทุเรียนให้ได้รับประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด
    naydoitall
     •  9 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    หมอได้ผ่าศพคนอายุ 90-103 ปีที่ตายธรรมชาติ พบว่าแต่ละคนล้วนมีเซลล์มะเร็งอยู่ บางคนมีหลายแห่งด้วย แต่ทำไมพวกเขาจึงไม่มีอาการ เขาเชื่อว่ามันสงบอยู่ในระยะฟักตัว หรือจำศีล ถ้ามีสิ่งที่มีปลุกหรือกระตุ้นให้ตื่นจึงจะเจริญเติบโต วงการแพทย์ปัจจุบันกำลังพยายามหาวิธีทำให้เซลล์มะเร็งสงบอยู่ได้ตลอดไป เชื่อว่าอาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งสงบได้แก่ 1. ขมิ้น (สารที่เชื่อว่าต้านมะเร็งคือ curcumin) 2. พริก (capsaicin) 3. ขิง (curcumin) 4. ชาเขียว (catechin) 5. ถั่วเหลือง (isoflavones) 6. มะเขือเทศ (lycopene) 7. องุ่น (resveratrol)y 8. กระเทียม (sulfides) 9. อาหารเกาหลี (indole) 10. กะหล่ำปลี (sulfide) 10 อันดับอาหารที่กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฟื้นคือ 1. แฮมเบอร์เกอร์ ของทอด, โค้ก (Hamburger Fries + Cola) 2. ข้าวซี่โครงหมูตุ๋น + ชาไข่มุก (Pork ribs rice + Zhen milk) 3. เกี๊ยวซ่า + นมถั่วเหลือง (Pot Sticker + Soy Milk) 4. สปาร์เก็ตตี้อิตาเลียน + ซุปเมอแรงค์ ((Grilled Italian noodles) + meringue soup) 5. ไก่ทอดเกาหลีกับเบียร์ (Korean fried chicken + beer) 6. ข้าวผัด + ซุปกงเหมา (Fried rice + Gongmao soup) 7. ราเมง + ครีมแข็ง (Ramen + Frost Cream) 8. ข้าวหน้าหมูตุ๋น + ซุปลูกชิ้นปลา (Braised Pork Rice + Fish Ball Soup) 9. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น + กะหล่ำปลีดอง (Braised beef noodles + sauerkraut) 10. หมูทอด + โอเด้ง (Fried meat round + Oden boiled) ส่วนอาหารที่ต้านพิษ ได้แก่ 1. มันหวาน (Sweet potato) 2. ถั่วเขียว (Mung beans) 3. ข้าวโอ๊ต (Oats) 4. เม็ดบัว (Huanren) 5. เซียวหมี่ (Xiaomi) 6. ข้าวกล้อง (Brown rice) 7. ถั่วแดง (Red Beans) 8. แครอท (Carrots) 9. แยม (Yam) 10. หญ้าเจ้าชู้ (Burdock) 11. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) 12. หัวหอม (Onions) 13. รากบัว (Lotus root) 14. หัวไชเท้า (White radish) 15. โกฐจุฬาลัมพา (Artemisia halodendron) 16. ใบของมันหวาน (Sweet potato leaves) 17. ใบหัวไชเท้า (Radish leaves) 18. ชวานชี (Chuanqi) 19. โยเกิร์ต (Yogurt) 20. น้ำส้มสายชู (Vinegart) "You are what You eat" คุณจะเป็นอะไรก็ตามที่คุณกินเข้าไป Dunno who wrote but I do ไม่รู้ใครเขียนแต่ผมทำตาม...ฮา ด่วน... เส้นเลือด "ตีบ" ในสมองเกิดขึ้นทุก 4 นาที ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ? ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี มันเกิดอะไรขึ้น ความพิการจะหยุดได้หรือไม่ได้... ถ้าสำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า"หยุดได้" เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ปีละเป็นแสนคน ดารานักแสดง.. คนจน.. คนรวย.. ก็ไม่เว้น จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก วันนี้การแพทย์สหรัฐ ยังบอกเลยว่า มันยากมากที่สุด การรักษาคนป่วยเหล่านี้ แทบจะเลือนลาง เสียงบประมาณมากมาย กับคนป่วยเหล่านี้... อาการเส้นเลือดตีบ เป็นอย่างไร ? เส้นเลือดตีบ อาการที่ส่งสัญญาณ คือ.- 1.อาการมึนหัว 2.อาการบ้านหมุน 3.อาจมีอาการอาเจียนร่วม 4.อาการร่วมอ่อนแรงที่แขน 5.อาการร่วมอ่อนแรงที่ขา 6.มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.- 1.พักผ่อนน้อย 2.ดื่มน้ำน้อย 3.นอนดึก 4.ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ 5.ชอบทานอาหารมันๆ 6.ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 7.ขาดการออกกำลังกาย 8.ไม่เคยปรับสมดุล ดูแลระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนให้สมดุล 9.นั่งนาน 10.ยืนนาน 11.ทำงานหนัก 12.ชอบดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรม ที่สะสมมานาน ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี การอุดตันในเส้นเลือดถึงจะเกิดขึ้นได้ การรักษาฟื้นฟู สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลา.. นาน.. ไม่ต่ำกว่า 5 ปี คนที่เป็นมีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน สามารถรักษาได้ ใช้ระยะเวลา ไม่เกิด 3-6 เดือน อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง เกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค... เอาละครับ คิดว่าข้อมูลเล็กๆน้อยๆ คงช่วยให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงได้ ห่างไกลความพิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (อนุญาตให้แชร์ข้อมูลได้ครับ) เพื่อเป็นวิทยาทาน...
    ไม่ระบุชื่อ
     •  10 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เม็ดแมงลัก ช่วยลดความอ้วนได้ จริงหรือ
    ใช้เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แก้วใหญ่ แช่ให้เม็ดพองเต็มที่ ถ้าจะกินเพื่อลดน้ำหนัก ให้กินก่อนอาหาร แนะนำให้กินในมื้อเย็น แต่ถ้าใช้เป็นยาระบายให้กินก่อนนอน จะทำให้การขับถ่ายดีในตอนเช้า
    naydoitall
     •  9 วันที่แล้ว
    meter: false