(15852 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยPOLITICS : หลุด! เอกสารพยานคดีฮั้ว สว. ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ปลายปี 2568 ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่-ล่อลวง-ยัดคดี ให้ซัดทอดพรรคภูมิใจไทย พร้อมขอกลับคำให้การทั้งหมด . . 11 กันยายน 2569 ความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ของ กกต. มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา พยานในคดีฮั้วการเลือกตั้งวุฒิสภา ได้ทำบันทึกคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือ เพื่อกลับคำให้การถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และได้ลงเลขรับไว้เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 . โดยมีรายละเอียดว่า ข้าพเจ้าได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ดังความแจ้งแล้วนั้น . ข้าพเจ้าขอให้ถ้อยคำเป็นหนังสือ โดยข้าพเจ้าทราบดีว่าการให้การอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย ข้าพเจ้าขอสาบานและปฏิญาณตนว่าจะให้ถ้อยคำด้วยความสัตย์จริงทุกประการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ . 1. ข้าพเจ้าเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และมีความขัดแย้งกับพรรคอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมามีชายไม่ทราบชื่อได้ติดต่อข้าพเจ้าเข้ามา เกี่ยวกับเรื่องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ชายคนดังกล่าวจึงเข้ามาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบว่า จะต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยในอนาคต รวมถึงบุตรชายของข้าพเจ้าด้วย ชายคนดังกล่าวอ้างว่ารู้จักคนในรัฐบาล และยังได้อ้างว่าเขาสามารถช่วยเหลือให้ข้าพเจ้า หลุดพ้นจากข้อหาได้โดยเปลี่ยนข้าพเจ้าจากผู้ต้องหามาเป็นพยานในคดี . แต่มีเงื่อนไขว่าข้าพเจ้าจะต้องให้การตามบทที่ได้กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะต้องหมดอนาคตทางการเมือง รวมถึงจะมีคดีความติดตามข้าพเจ้าและบุตรชาย ซึ่งมีตำแหน่งในองค์กรท้องถิ่น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวข้าพเจ้าและบุตรชายได้ถูกร้องเรียนจากหน่วยงานต่างๆ จริง ข้าพเจ้าจึงเกิดความกลัวเป็นอย่างมาก โดยคำให้การดังกล่าวถือว่าข้าพเจ้าได้ให้การในฐานะผู้ต้องหาในคดีนี้ . 2. บุคคลดังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนจะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยขณะนี้มีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐาน เพื่อใส่ร้ายว่าข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยข้าพเจ้าต้องพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรับโทษทางอาญา . แต่หากข้าพเจ้าให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการกันตัวข้าพเจ้าไว้เป็นพยาน โดยข้าพเจ้าไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และไม่ต้องกลัวเรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากรัฐบาลได้ควบคุมหน่วยงานของรัฐต่างๆ ไว้หมดแล้ว . ทั้งยังอ้างว่า มีผู้ให้ความร่วมมือจำนวนมากแล้ว เนื่องจากบางส่วนได้รับผลประโยชน์ตอบแทน และบางส่วนถูกข่มขู่จนเกรงกลัวอิทธิพลของรัฐบาล พร้อมทั้งกำชับให้ข้าพเจ้าเก็บเป็นความลับ จะมีการเล่นงานทางการเมือง เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเกิดความกลัวและยินยอมให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันภยันตรายต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งบุตรของข้าพเจ้า . 3. ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ตามคำให้การที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้นั้น ความจริงแล้วไม่มีบุคคลใดกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้การไว้แต่อย่างใด ข้าพเจ้าได้ให้การไปตามบทที่อ้างว่า มีการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ไว้ ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่า ผู้สมรู้ร่วมคิดอาจนำคลิปการนับคะแนนไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แล้วจัดสร้างโพยฮั้วขึ้นมา เพื่อเป็นพยานหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีการยึดโพยได้จากผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใด เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง . ซึ่งผู้ใดก็จัดทำขึ้นได้ ในส่วนพยานบุคคลข้าพเจ้าเชื่อว่า มีหลายคนได้ถูกว่าจ้างหรือถูกข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง หรือกระทำการโดยมิชอบด้วยประการใดๆ เช่นเดียวกับข้าพเจ้าที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ เพื่อจัดตั้งบุคคลมาให้การเป็นพยานเท็จตามที่มีการสมคบคิดวางแผนไว้อย่างเป็นกระบวนการ . 4. ผลของการแทรกแซงหน่วยงานของรัฐข้างต้น และพยายามใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุให้สมาชิกวุฒิสภารวมชื่อมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรองประธานกรรมการคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 82 วรรคสอง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย . 5. เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข้าพเจ้ารู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ของตนเองและครอบครัว เนื่องจากกลุ่มคณะบุคคลที่สมรู้ร่วมคิดซึ่งมีการข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง ให้ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีอำนาจในรัฐบาลแล้ว จึงเป็นเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการแก้ไขข้อความให้ตรงกับความเป็นจริง จึงขอให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นหนังสือเพื่อแก้ไขข้อความดังกล่าวต่อไป . ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า มิได้มีเจตนาใส่ร้ายบุคคลอื่นให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียง และมิได้เจตนาจะให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอำนาจสืบสวนสอบสวนเพื่อให้บุคคลใดได้รับโทษทางอาญา แต่การให้ถ้อยคำของข้าพเจ้าเกิดจากการถูกข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำพาดพิงใส่ร้ายตามบทที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า . และข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ถ้อยคำของข้าพเจ้าในครั้งนี้ เป็นความสัตย์จริงทุกประการ คำให้การใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับคำให้การครั้งนี้ ให้ถือคำให้การครั้งนี้เป็นคำให้การที่ถูกต้องและเป็นความสัตย์จริงทุกประการ และข้าพเจ้าไม่ประสงค์ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด อนึ่ง ข้าพเจ้าได้แจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นไว้แล้ว . . #ฮั้วสว #กกต #กลับคำให้การ #พรรคภูมิใจไทย #เนชั่นออนไลน์ไม่ระบุชื่อ• 12 ชั่วโมงที่แล้ว
- 1 คนสงสัยhttps://vt.tiktok.com/ZSqyqSYF9/ไม่ระบุชื่อ• 20 ชั่วโมงที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคลิปจากเหตุนำท่วมเนปาล-ทิเบต ปี2569?ไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยม็อบสนธิ” ที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย“ศรราม เทพพิทักษ์” ถูกตำรวจค้นบ้านไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพาวเวอร์แบงก์ระเบิดขณะชาร์จทั้งที่มี มอก.ไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยธนาคารกรุงเทพช่วยแก้หนี้นอกระบบ ยืม 5 หมื่น ชำระเดือนละ 1,400 บาท ไม่ต้องค้ำประกัน รับเงินเข้าบัญชีทันทีไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจุดเปลี่ยน "ภูมิใจไทย" โหมใหญ่ ใน-นอกสภาฯ https://www.nationtv.tv/exclusive/special-report/378983017 เดือนกันยายน กลายเป็นเดือนกันยาเดือด แม้จะมีฝนตก แต่กลายเป็น “ฝนกรด” อาจทำให้รัฐบาลปวดแสบปวดร้อนได้เหมือนกัน จากเดิมที่คิดว่าจะมีงานใหญ่ กระทบรัฐบาลแค่ “คดีฮั้ว สว.” แต่ล่าสุดมีม็อบคุณสนธิมาผสมโรง แถมโยงเรื่อง “ยิวเทา - จีนเทา - อินเดียเทา - ไทยเทา” และนัดชุมนุมลงถนน ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลายไม่คาดคิด หากเราดูไทม์ไลน์ของเดือนกันยายน จะพบว่าถูกจัดวางให้เห็น “หมากเกมทางการเมือง” ที่มีการเซ็ตเอาไว้แบบ “ไม่บังเอิญ” คือ 2 สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน เดิมมีการเผชิญหน้าในสภา ระหว่าง “พรรคประชาชน” กับ “พรรคภูมิใจไทย” ปักหมุด 10 กันยายน ฝ่ายค้านจะได้อภิปรายรายงานของ กกต.หรือไม่ ซึ่งจะกระทบชิ่งถึงคดีฮั้ว สว. เป็นการโหมโรง ขยายผลก่อนตัดสินแน่นอน แต่ล่าสุดมีกิจกรรมลงถนนมาเติมเชื้อไฟ จาก คุณสนธิ ลิ้มทองกุล 10 กันยายน พาผู้ชุมนุมบุกสถานทูตอิสราเอล จุดประเด็นทวงคืนประเทศไทย ไล่ต่างชาติสีเทา ประเด็นนี้เป็นจุดอ่อนไหว ที่กระแสชาตินิยมอาจตีกลับ "รัฐบาลชาตินิยม" จึงเห็นความพยายามของรัฐบาล ในการเร่ง "เนรเทศ" ต่างชาติอันธพาล ที่มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านเรา และให้ DSI ตั้งแท่นสอบสวนเครือข่ายนอมินีสีเทาเชื่อมโยง "โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์" แกนนำศูนย์กลางเครือข่ายชาบัดไทย และผู้นำทางศาสนายิวระดับสูงของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย (Chief Rabbi of Thailand) ซึ่งได้รับสัญชาติไทยเมื่อปี 2560 ชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหา หวังสยบความไม่พอใจของคนในสังคม ในขณะที่อีกฟาก วันที่ 12-13 กันยายน ยังมีกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนวัน กกต.ลงมติฮั้ว สว. ทั้งไอลอว์ ที่นำโดย “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” และ พรรคประชาชนก็จะมีเวทีเสวนาอีกคำรบหนึ่ง โดย กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระฯ ที่นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ด้วย ยิ่งเร่งอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลุยใช้เวทีนอกสภา ลงถนนกดดัน กกต. ร่วมกับไอลอว์ ประกาศเข้าร่วม จนถูกฝ่ายรัฐบาลติติงว่า เหมาะสมหรือไม่กับบทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” และตั้งแต่ “สัปดาห์กลางเดือน” กันยายน เป็นต้นไป 14 กันยาฯ กกต. ลงมติคดี ฮั้ว สว. ลุ้นส่งคำร้องไปศาลฎีกากี่ราย หลักหน่วย หลักสิบ หรือ หลักร้อย และต้องจับตาต่อทันทีถึงท่าที และกระแสสังคม ยอมรับได้แค่ไหนกับมติ กกต. ที่สำคัญ คือ “ฝ่ายแค้น” ท่าทีม็อบคุณสนธิ จะประกาศลงถนน เพราะ รับไม่ได้กับฟางเส้นสุดท้าย คือ มติ กกต.หรือไม่ หากสถานการณ์ส่อเค้าบานปลาย หรือคลุมเครือ กกต.แจงไม่เคลียร์ สังคมรับไม่ได้ จะนำไปสู่คดีสำคัญปลายเดือน CN KEY POINTS กันยาเดือดเขย่ารัฐบาล: จับตาเดือนกันยายน 2569 รัฐบาลภูมิใจไทยเผชิญมรสุมหนักทั้งใน-นอกสภา ชนวนคดีฮั้ว สว.-ม็อบ: ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. คดีฮั้ว สว. ผสมโรงม็อบ "สนธิ" จี้ปราบต่างชาติสีเทา ชี้ชะตาเลือกตั้งโมฆะ: ศาล รธน. นัดชี้ขาดปมบาร์โค้ดบัตรปาร์ตี้ลิสต์ 28 ก.ย. ส่อสะเทือนขั้วอำนาจ เดือนกันยายน กลายเป็นเดือนกันยาเดือด แม้จะมีฝนตก แต่กลายเป็น “ฝนกรด” อาจทำให้รัฐบาลปวดแสบปวดร้อนได้เหมือนกัน จากเดิมที่คิดว่าจะมีงานใหญ่ กระทบรัฐบาลแค่ “คดีฮั้ว สว.” แต่ล่าสุดมีม็อบคุณสนธิมาผสมโรง แถมโยงเรื่อง “ยิวเทา - จีนเทา - อินเดียเทา - ไทยเทา” และนัดชุมนุมลงถนน ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลายไม่คาดคิด Please rotate your device ADVERTISEMENTSCROLL TO CONTINUE หากเราดูไทม์ไลน์ของเดือนกันยายน จะพบว่าถูกจัดวางให้เห็น “หมากเกมทางการเมือง” ที่มีการเซ็ตเอาไว้แบบ “ไม่บังเอิญ” คือ 2 สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน เดิมมีการเผชิญหน้าในสภา ระหว่าง “พรรคประชาชน” กับ “พรรคภูมิใจไทย” ปักหมุด 10 กันยายน ฝ่ายค้านจะได้อภิปรายรายงานของ กกต.หรือไม่ ซึ่งจะกระทบชิ่งถึงคดีฮั้ว สว. เป็นการโหมโรง ขยายผลก่อนตัดสินแน่นอน เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เปิดค่ายกล กกต. สอยปมฮั้ว สว. “ไม่ง่าย” ชี้โครงสร้าง 4 ขั้นตอน เกราะป้องกันชั้นดี 08 ก.ย. 2569 "สิริพงศ์" แจงยิบ หลัง ‘สนธิ’ ขู่ลงถนน! ยันเขากระโดง-ฮั้ว สว. เดินหน้าตามกฎหมาย 07 ก.ย. 2569 บทบรรณาธิการ : 7 ข้อหาฮั้ว สว. 7 กกต. 7 วันชี้ชะตา ระบอบสีน้ำเงิน 07 ก.ย. 2569 แต่ล่าสุดมีกิจกรรมลงถนนมาเติมเชื้อไฟ จาก คุณสนธิ ลิ้มทองกุล 10 กันยายน พาผู้ชุมนุมบุกสถานทูตอิสราเอล จุดประเด็นทวงคืนประเทศไทย ไล่ต่างชาติสีเทา ประเด็นนี้เป็นจุดอ่อนไหว ที่กระแสชาตินิยมอาจตีกลับ "รัฐบาลชาตินิยม" จึงเห็นความพยายามของรัฐบาล ในการเร่ง "เนรเทศ" ต่างชาติอันธพาล ที่มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านเรา และให้ DSI ตั้งแท่นสอบสวนเครือข่ายนอมินีสีเทาเชื่อมโยง "โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์" แกนนำศูนย์กลางเครือข่ายชาบัดไทย และผู้นำทางศาสนายิวระดับสูงของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย (Chief Rabbi of Thailand) ซึ่งได้รับสัญชาติไทยเมื่อปี 2560 ชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหา หวังสยบความไม่พอใจของคนในสังคม ในขณะที่อีกฟาก วันที่ 12-13 กันยายน ยังมีกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนวัน กกต.ลงมติฮั้ว สว. ทั้งไอลอว์ ที่นำโดย “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” และ พรรคประชาชนก็จะมีเวทีเสวนาอีกคำรบหนึ่ง โดย กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระฯ ที่นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ด้วย ยิ่งเร่งอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลุยใช้เวทีนอกสภา ลงถนนกดดัน กกต. ร่วมกับไอลอว์ ประกาศเข้าร่วม จนถูกฝ่ายรัฐบาลติติงว่า เหมาะสมหรือไม่กับบทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” และตั้งแต่ “สัปดาห์กลางเดือน” กันยายน เป็นต้นไป 14 กันยาฯ กกต. ลงมติคดี ฮั้ว สว. ลุ้นส่งคำร้องไปศาลฎีกากี่ราย หลักหน่วย หลักสิบ หรือ หลักร้อย และต้องจับตาต่อทันทีถึงท่าที และกระแสสังคม ยอมรับได้แค่ไหนกับมติ กกต. ที่สำคัญ คือ “ฝ่ายแค้น” ท่าทีม็อบคุณสนธิ จะประกาศลงถนน เพราะ รับไม่ได้กับฟางเส้นสุดท้าย คือ มติ กกต.หรือไม่ หากสถานการณ์ส่อเค้าบานปลาย หรือคลุมเครือ กกต.แจงไม่เคลียร์ สังคมรับไม่ได้ จะนำไปสู่คดีสำคัญปลายเดือน 🔵 จับตาเลือกตั้งโมฆะ “บัตรปาร์ตี้ลิสต์” ลิดอำนาจน้ำเงิน 28 กันยาฯ ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี "คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง คดีนี้ยืดเยื้อมานาน เป็นคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดพิมพ์บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง เชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรที่ผู้ใช้สิทธิลงลายมือชื่อตอนรับบัตรไปกากบาทนั้น อาจทำให้สืบทราบตัวตนของผู้ลงคะแนนจนทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลเห็นว่า ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ก็เข้าข่าย “ขัดรัฐธรรมนูญ” ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ข่าวจาก “คนทำม็อบ” แกนนำม็อบหลายราย เชื่อว่า คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ “การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” สอดคล้องกับข่าวจากคนใน “แวดวงโรงพิมพ์” ชั้นนำของประเทศ ซึ่งไปเป็นพยานคดีนี้ในศาลรัฐธรรมนูญ แย้มข้อมูลให้ฟังว่า “มีแนวโน้มศาลจะวินิจฉัยให้ ผิด 1 ใบ คือ บัตรปาร์ตี้ลิสต์” เหตุผลคือ มีการพิมพ์บาร์โค้ดเป็นครั้งแรก และทำให้สามารถไล่เช็คย้อนหลังได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใด ลำดับที่เท่าไร เลือกเบอร์อะไร ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (สีเขียว) เคยมีคิวอาร์โค้ดมาแล้ว ในการเลือกตั้งปี 66 จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้จะมีข้อมูลระบุว่า สามารถตรวจเช็คย้อนหลังได้เหมือนกันก็ตาม หากเรื่องนี้จริง ผลสะเทือนทางการเมืองจะรุนแรงมากทีเดียว กล่าวคือ รัฐบาลชะงัก แม้จะไม่ล้ม เพราะจำนวน สส.หายไป 100 คน คือ บัญชีปาร์ตี้ลิสต์ แม้รัฐบาลจะครองเสียงข้างมากอยู่ได้ แต่ก็บริหารประเทศต่อไม่ได้ เพราะจริงๆ แล้ว สภายังเปิดไม่ได้ เพราะยังมี สส.ไม่ถึง 95% และอย่าลืมว่า “นายกฯยังไม่ได้เป็น สส. จึงเป็นนายกฯไม่ได้” อาจต้องมีกระบวนการจัดการเลือกตั้งใหม่ เฉพาะบัตรปาร์ตี้ลิสต์ให้เรียบร้อยก่อน ผลการเลือกตั้งใหม่ มีโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.น้อยลง เพราะเป็นบัตรปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนนิยมตกต่ำในช่วงนี้ จำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ อาจไปเพิ่มให้พรรคเพื่อไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพลิกขั้วการเมืองง่ายขึ้นตามสมการตัวเลขทางคณิตศาสตร์ สอดรับโจทย์การเมืองใหม่ที่ “เนชั่นทีวี” เคยรายงานเอาไว้ นั่นก็คือ มีโจทย์เปลี่ยนรัฐบาล แต่ไม่เปลี่ยนข้าง คือ สายอนุรักษ์นิยมยังกุมบังเหียน แม้อาจเปลี่ยนตัวผู้เล่น เฉพาะที่สำคัญ และหากจำเป็นจริงๆ อาจยอมให้พรรคส้ม เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ไปไม่ไหวจริง จากกรณี ฮั้ว สว.ไม่ระบุชื่อ• 2 วันที่แล้ว
- 1 คนสงสัยแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับปรุงระบบ เปลี่ยนวิ่งความถี่ทุก 15 นาที ตลอดทั้งวันไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับคุมเข้ม ฝาก-ถอน-แลกเงิน ต้องยืนยันตัวตนทุกครั้ง ตั้งแต่ 15 ต.ค. 2569ไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภาพกราฟิก 7 ธุรกิจบริการคนต่างด้าว ไม่ต้องขออนุญาตไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิป “อนุทิน” ให้สัมภาษณ์คดีฮั้ว สว.ไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 4 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยรัฐคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้ถือบัตรรายเดิมทุกคนไม่ระบุชื่อ• 5 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นอีสุกอีใส อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กไม่ระบุชื่อ• 5 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพอต ที่ผสมเมทแอมเฟตามีน-เอโทมิเดต เสี่ยงหมดสติ-หัวใจวายเฉียบพลันไม่ระบุชื่อ• 5 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไทยประกาศแล้ว! ยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” 93 ประเทศไม่ระบุชื่อ• 5 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยWMO เตือน! เตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้วไม่ระบุชื่อ• 5 วันที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(car)ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป การทำ พ.ร.บ. รถยนต์ มีการกำหนดเรื่องระยะเวลาความคุ้มครองให้สอดคล้องกับ รอบภาษีรถยนต์ คำสั่งนายทะเบียน ที่ ๑๗/๒๕๖๙ เรื่อง การกำหนดระยะเวลาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีผลบังคับใช้ 1 กันยายน 2569 (จะต้องแจ้งทำ พรบ.ให้มีความคุ้มครองสอดคล้องกับรอบภาษีรถ) มิฉะนั้นจะต่อภาษีที่ขนส่งไม่ได้ คะ ก่อนต่อภาษีรถ อย่าลืมตรวจสอบว่า พ.ร.บ. ของรถมีระยะเวลาความคุ้มครองสอดคล้องกับรอบภาษีรถหรือไม่ เพราะหากระยะเวลาความคุ้มครอง ไม่สอดคล้องกับรอบภาษีรถ ไม่สามารถดำเนินการต่อภาษีรถกับกรมการขนส่งทางบกได้ ดังนั้น ก่อนถึงกำหนดต่อภาษี แนะนำให้ตรวจสอบ วันหมดอายุ พ.ร.บ. และรอบภาษีรถ ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันปัญหาในวันที่ต้องไปต่อภาษีค่ะ https://www.facebook.com/reel/2317478055658801ไม่ระบุชื่อ• 7 วันที่แล้ว
- 1 คนสงสัยhttps://www.facebook.com/share/r/1HGquS8j85/สุขภาพโควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 9 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยhttps://www.facebook.com/share/v/1HXuL1w2wU/การเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 9 วันที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา – พัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ไม่ระบุชื่อ• 9 วันที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
