(3262 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยครีมเถื่อเพจดอกจิก v.6 เผยภาพขณะตำรวจ ปคบ. บุกทลายและตรวจสอบแหล่งผลิต ครีมหมีปริญญา เผย เป็นครีมเถื่อน ใส่สารปรอท และไม่ระบุเลขจดแจ้ง เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแฟนเพจเฟซบุ๊ก ดอกจิก v.6 โพสต์ภาพขณะที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) บุกแหล่งครีมกวนเองในพื้นที่ จ.หนองคาย หรือผู้ผลิต “ครีมหมีปริญญา” ที่ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหลงเชื่อซื้อมาใช้แล้วได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ทางเพจระบุด้วยว่า ครีมหมีปริญญา เป็นครีมไม่ระบุเลขจดแจ้ง ครีมเถื่อน และใส่สารปรอท โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์กวนครีมกับถังพลาสติก และตลับบรรจุเตรียมส่งขายจำนวนมาก “ฝากถึงผู้บริโภคทุกท่านงดการซื้อขายครีมหมีปริญญาเด็ดขาดถือว่าเป็นครีมอันตราย ปรอทมีผลต่อไตอาจทำให้ไตพิการได้ นอกจากนั้นผู้ใช้ยังต้องเสี่ยงหน้าแหก”std47663• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.เปิด 3 ยี่ห้อยาสีฟัน ขายผ่านเพจเฟซบุ๊ก "โฆษณาเกินจริง"สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ เพจเฟซบุ๊กโฆษณาหลอกขายยาสีฟัน อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เสี่ยงได้รับอันตรายในช่องปาก โดยรูปแบบของผลิตภัณฑ์คล้าย ๆ กับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง แต่เป็นมีการโฆษณาเกินจริง ทำให้อาจเกิดอันตรายกับผู้บริโภค อย.ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ โฆษณาโอ้อวดเกินจริง ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ทรีดี พรีเมี่ยม พลัส ทูธเพสท์ (3D PREMIUM PLUS TOOTHPASTE) ชื่อการค้า เอทีเค (ATK) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-1-6400019767 อวดอ้างจัดการหินปูน... ฟันเหลือง กลิ่นปาก ร้อนใน และคราบบุหรี่ ชากาแฟ 2. ผลิตภัณฑ์ลิควิด ทูธเพสท์ (LIQUID TOOTHPASTE) ชื่อการค้า โอเค เคลียร์(OK CLEAR) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 40-1-6300038347 อวดอ้างรักษาฟันผุ... ฟันโยก คลอน เห็นผลใน 2 นาที 3. ผลิตภัณฑ์ ฟันทน ยาสีฟันสมุนไพรสูตรเข้มข้น (รสดั้งเดิม) (FUNTON CONCENTRATED HERBAL TOOTHPASTE (ORIGINAL)) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 76-1-6400037025 อวดอ้างรักษาเหงือกอักเสบ...ปวดฟัน ฟันโยก และฟันผุ ดังนั้น การอวดอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาร้อนใน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก จึงเป็นข้อความที่เป็นเท็จโอ้อวดเกินจริงและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอางstd47688• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยโดนยึดใบขับขี่จะไม่ได้คืน ต้องไปสอบทำใหม่เท่านั้นตามที่มีการปรากฏในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องโดนยึดใบขับขี่จะไม่ได้คืน ต้องไปสอบทำใหม่เท่านั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า โดนยึดใบขับขี่จะไม่ได้คืน ต้องไปสอบทำใหม่เท่านั้น ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากกรณีที่ประชาชนผู้ใช้รถ ขับรถฝ่าฝืนกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดใบอนุญาตขับรถ และออกใบสั่งซึ่งใช้เป็นใบแทนใบอนุญาตขับรถได้เพียง 7 วันเท่านั้น ประชาชนจึงต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรับใบอนุญาตขับรถคืนหลังชำระค่าปรับตามความผิดเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ส่วนกรณีที่ได้รับใบสั่งจากกล้องบันทึกการทำความผิดอัตโนมัติ กรณีนี้จะไม่มีการยึดใบขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งใบสั่งไปยังที่อยู่เจ้าของรถเพื่อให้ดำเนินการชำระค่าปรับตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการแอบอ้างว่าใบอนุญาตขับรถสูญหายเพื่อเจตนาขอใบอนุญาตขับรถใบใหม่ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และกรมการขนส่งทางบกจะไม่ดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถฉบับใหม่ให้เด็ดขาด เนื่องจากใบอนุญาตขับรถที่ถูกยึดไว้ยังคงมีผลตามกฎหมายwanphon.31• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! นำเล็บมือทั้งสองข้างมาถูกัน จะช่วยลดผมขาดหลุดร่วงตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเรื่องนำเล็บมือทั้งสองข้างมาถูกัน จะช่วยลดผมขาดหลุดร่วง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้โพสต์ให้ข้อมูลว่า นำเล็บมือทั้งสองข้างมาถูกัน จะช่วยลดผมขาดหลุดร่วง ทางสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การเอาเล็บมือทั้งสองข้างมาถูกันไม่ได้ช่วยลดอาการผมขาดหลุดร่วง เพราะเล็บกับผมเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่อยู่คนละตำแหน่งกัน อีกทั้งการถูหรือการขัดหรือการเสียดสีหรือการเกา ล้วนแต่ไม่ได้มีผลดีต่อผิวหนัง เส้นผมและเล็บทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยเช่นเดียวกันกับเส้นผม ถ้ามีการถูบ่อย ๆ และจะทำให้เส้นผมขาดง่าย ส่วนการถูเล็บก็จะทำให้เล็บเปราะบางเป็นรอย จนหากเป็นแผลที่ผิวหนังข้างเล็บก็อาจเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การเอาเล็บมือทั้งสองข้างมาถูกันไม่ได้ช่วยลดอาการผมขาดหลุดร่วง เพราะเล็บกับผมเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่อยู่คนละตำแหน่งกัน อีกทั้งการถูหรือการขัดหรือการเสียดสีหรือการเกา ล้วนแต่ไม่ได้มีผลดีต่อผิวหนัง เส้นผมและเล็บทั้งสิ้นความสวยความงามsantatchai2551• 3 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! เตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 - 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 – 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้ส่งต่อข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า เตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 – 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอุณหภูมิไม่ได้สูงถึง 40 องศา โดยช่วงวันที่ 16 – 19 พ.ค. 66 ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมียังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่สภาพอากาศgame• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยความคิดเห็นที่ 33 ผมเคยถูกรางวัลที่2 จำนวน8 ใบ งวดที่ 16 ก.ค.68 เลข 918367 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินที่จะได้รับ 1,600,000 บาท ซี่งผมได้ซื้อตั้งแต่วันที่11 ก.ค.เวลาบ่ายโมง จนมาถึงวันที่16 วันหวยออกเวลาบ่าย2โมงยังเข้าแอปมาดูฉลากที่ซื้อไว้ในห้องฉลากของฉันก็มีอยู่ครบ8ใบจึงได้จดเลขที่ซื้อไว้ทั้ง6ตัว เพื่อเวลาตรวจจะได้กรอกตรวจง้ายๆ พอตอน4โมงเย็นผมก็เอาล๊อตเตอรี้ที่ได้ไปซื้อตามพ่อค้าในตลาดทั่วไปมาตรวจไม่ถูกรางวัล เลยเอาเลขที่จดไว้มาตรวจเพิ่ม ปรากฏว่าถูกรางวัลที่2 โคตรดีใจเลยเงินล้านหก เลยรีบเข้าแอปเปาตัง เพื่อจะมาดูว่าเงินเข้าหรือยัง แต่ระบบก็แจ้งว่ากำลังประมวลผลตรวจรางวัลหนุนอยู่อย่างนั้น เลยรอเว้นระยะ 5โมงก็แล้ว 6โมงก็ยังหมุน เริ่มใจคอไม่ดีละ พอหกโมงครึ่งเข้าแอปมาดูอีกรอบ ปรากฏว่ามีเงินเข้ามา640บาท เป็นการคืนเงินที่เราซื้อจำนวน8ใบนั่น แถมข้อมูลประวัติการซื้อขายฉลากก็หายไม่เลย. นี้ขนาดเป็นเว็บไซร์โดยตรงจากภาครัฐโดยกองฉลากเองมันยังโกงเราได้เลยครับ. โทรไปหากองฉลากก็โยนให้เราโทรไปที่กรุงไทย สุดท้ายบอกว่าเราไม่ได้ซื้อฉลาก ไอ้...สาด มันโกงเอาหน้าตาเฉย อย่าไปซื้อครับมันไว้ใจไม่ได้ หรือถ้าใครซื้ออยู่ให้เอาโทรศัพท์อีกเครื่งถ่ายไว้เป็นหลักฐาน. สมาชิกหมายเลข 2945163 2 ชั่วโมงที่แล้วการเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังJoke Air• 10 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยที่ทำอยู่เป็นการเก็งกำไรกับค่าส่วนต่างของอัตราการแลกเปลี่่ยนของคู่สกุลเงินหลักต่างประเทศโดยผ่านแพลตฟอร์มที่ขึ้นชื่อเรื่องของความมั่นคงด้านการเงินสูงอย่าง FXCM โดยปกติแล้วจะเข้าเก็งกำไรกับคู่สกุลเงินหลัก ดอลล่าร์/ยูโร เพราะค่าเงินแพงมีความมั่นคงในตลาดสูง แพลตพอร์ม FXCM คือโบรกเกอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความมั่นคงด้านการเงินสูง เพราะมีมูลค่าทรัพย์สินต่อปีถึงหลัก 3,000ล้านดอลล่าร์ แพลตพอร์มนี้ก่อตั้งขี้นเมื่อปี 1999 ในประเทศสหรัฐอเมริกา แถมยังติด 100อันดับบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาอีกด้วย แม้จำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยเราจะยังไม่มากเท่าไหร่ แต่ก้กำลังเป็นที่นิยมและเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องด้วยความน่าเชื่อถือของมันนั้นเอง ว่ากันว่าแพลตพอร์มนี้ปลอดภัยซะยิ่งกว่าหลายๆโบรกเกอร์ที่คนไทยนิยมใช้งานกันเพราะว่าแพลตพอร์ม FXCM เค้าได้ลงทะเบียนแล้วกับ FCM,RFED,CFTC แถมแพลตพอร์มนี้ยังเป็นสมาชิกกับ NFA อีกต่างหากนอกจากนี้ยังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 ได้รับรางวัลมากมาย แถมยังมีมูลค่าเป็นพันล้านเลยทีเดียว ในเรื่องความน่าเชื่อถือความปลอดภัยสะบายใจได้เลย ส่วนเลเวอร์เลจของแพลตพอร์มนี้เสนออยู่ที่ 1:50หรือ 2%มาร์จิ้น ชึ่งก้ถือว่าไม่น้อยและมีความปลอดภัยมากเลยสำหลับคนที่ยังบริหารพอร์ตไม่เก่ง แถมยังมีขั้นต่ำในการฝากที่ไม่มากจนเกินไปให้เลือกตามความเหมาะสม สเปรดของแพลตพอร์มหรือว่าทุนขั้่นต่ำจะอยู่ที่ระดับกลางๆไม่ได้สูงหรือต่ำมากจนเกินไป ตกเป็นเงินบาทก้ออยู่ที่ประมาณ 10,000บาท-50,000บาทแอคปลอมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 2 คนสงสัยการดื่มน้ำมะนาวฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้???การดื่มน้ำมะนาวฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ : หลายคนอาจเคยได้ยินวลี “มะนาวโซดาฆ่ามะเร็ง” ที่หมายถึงยุคหนึ่งเคยมีการส่งต่อข้อมูลบนโลกออนไลน์ว่าการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำโซดาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งต่อมาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง กระทั่งเมื่อเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 มะนาวถูกยกมาเป็นยาวิเศษอีกครั้งหนึ่ง โดยช่วงเดือน มี.ค. 2563 มีการแชร์ข้อมูลว่าน้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่ง นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายผ่านสื่อมวลชน เมื่อ 28 มี.ค. 2563 ว่า มะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคไม่สามารถฝังเข้าไปในเซลล์ของทางเดินหายใจและปอดได้ง่ายเท่านั้น แต่ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้ ในช่วงไล่เลี่ยกันยังมีการแชร์ข้อมูลน้ำมะนาวผสมโซดา (อีกแล้ว) แต่คราวนี้ผสมน้ำส้มสายชูไปด้วยโดยอ้างว่าสูตรนี้ฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้แน่นอน เพราะจะไปทำลายไวรัสที่พบในลำคอ ซึ่งทาง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกมาเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ เพราะข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มารับรองstd46342• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผอ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันพนันออนไลน์เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เร็ว รู้ผลไว ทำให้เสพติดได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน จนอาจกลายเป็นพฤติกรรมเสพติดและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น พูดปด ลักขโมย จนถึงขั้นใช้ความรุนแรง มาตรการดูแลเด็กและเยาวชนในกลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มที่เพิ่งเริ่มเล่น ต้องใช้วิธีเชิงบวก โดยครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว รวมถึงเพื่อนช่วยสื่อสารให้เห็นถึงผลดีผลเสีย และส่งเสริมให้ทำกิจกรรมด้านบวกเพื่อให้มีความภาคภูมิใจในตัวเอง ส่วนคนที่ติดแล้วต้องอาศัยมืออาชีพเข้าช่วย ซึ่งจะมีระบบบริการในการฟื้นฟูสมองส่วนคิดอย่างไรก็ตามมาตรการป้องกันต้องสอนทักษะชีวิตทั้งเรื่องเพศ ยาเสพติด ความรุนแรง ความเข้าใจในการใช้ดิจิทัลและให้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่วนมาตรการสังคม การพนันไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายต้องไม่ให้มีโฆษณาและฝากรัฐบาลใหม่ถึงการเปิดเสรีสิ่งต่างๆ ขอให้คำนึงถึงโครงสร้างสังคมไทยเข้มแข็งพอหรือยัง เพราะหากดำเนินการอะไรท่ามกลางความอ่อนแอ ปัญหาสังคมจะเกิดขึ้นตามมา รศ.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผอ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลสำรวจเมื่อต้นปี 2566 พบกลุ่มเยาวชนอายุ 15-25 ปี เล่นการพนันเกือบ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้ 3% เป็นหนี้ และส่วนใหญ่ไม่คิดเลิก โดยเฉพาะพนันออนไลน์ที่ชอบเล่นเพราะไม่มีใครรู้ สะดวก มีโปรโมชัน ซึ่งสลอตมีการเล่นมากสุดและเป็นสิ่งที่ดูดเงินได้มากที่สุด ขณะที่นายชนะ สุ่มมาตย์ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ.เปิดศูนย์ความปลอดภัย (MOE Safety Center) เป็นช่องทางรับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย หลังเปิดวันที่ 1 มี.ค.2565 จนถึงปัจจุบันมีการแจ้งการเล่นพนันในโรงเรียนกว่า 1 แสนกรณี ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ศธ.มีนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย เน้นส่งเสริมให้ ร.ร.ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ และเน้น 3 ป. คือ ปลูกฝัง ป้องกัน และปราบปรามสิ่งที่เป็นปัญหาต่างๆstd47989• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยโควิด-19นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์กรณีโรคโควิด-19 ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก และประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 18-24 มิ.ย.2566 ไทยพบมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,653 คน เฉลี่ย 236 คนต่อวัน, ผู้เสียชีวิต 36 คน เฉลี่ย 5 คนต่อวัน, ผู้ป่วยปอดอักเสบ 265 คน และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 164 คน ซึ่งจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตรวมทั้งการพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนลดลง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่ม 608 โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนยังคงมาตรการป้องกันตนเองเมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่หรือมีกิจกรรมเสี่ยงเพราะอาจได้รับเชื้อไม่รู้ตัวและนำไปแพร่ให้คนในบ้านได้ รวมทั้งสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และเด็กเล็ก ทั้งขอให้นำกลุ่ม 608 ไปฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ รวมถึง เด็กเล็กอายุ 6 เดือน-5 ปี ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปฉีดวัคซีนเพื่อลดการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้สายพันธุ์ที่ระบาดยังเป็นสายพันธุ์ โอมิครอนลูกผสม ส่วนยาและเวชภัณฑ์มีเพียงพอกับสถานการณ์ปัจจุบัน.โควิด 2019วัคซีนโควิดstd46456• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเลือกตั้งนายกคนที่ 30 พิธาลิ้มเจริญรัตน์วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินในรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. เปิดประชุมสภาฯ นัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทน ราษฎรและรองประธานสภาฯอีก 2 คน ถ้าการโหวตเลือกประธานสภาฯและรองประธานสภาฯไม่มีการหักหลังพวกเดียวกันเอง?? การจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรค จะผ่านด่านแรกได้อย่างสะดวกโยธิน!! จากนั้นอีก 10 วัน จะมีการประชุมร่วม 2 สภาฯ เพื่อโหวตเลือก “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หน.พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย ถ้าโหวตครั้งแรกไม่ผ่าน เพราะเสียงสนับสนุนไม่ถึง 376 คะแนน จากเสียง ส.ส.บวก ส.ว.ทั้งหมด 750 คน ก็ต้องนัดประชุมครั้งที่ 2 หรือครั้งที่ 3 หรือครั้งที่ 4 หรือครั้งที่ 5... หรือจนกว่านายพิธาจะได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากการโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ต้องล่าช้าออกไป ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต้องยืดเยื้อเกินควร ส.ว.ลากตั้งต้องรับผิดชอบผลกระทบที่จะตามมา “แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่หักหลังพรรคก้าวไกล นายพิธา ต้องได้เป็นนายกฯคนใหม่แน่นอน!! แม้ว่า “นายพิธา” อาจโดน กกต.ยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้หลุดจาก ส.ส.กรณีถือหุ้นไอทีวี?? ชะตากรรมนายพิธาอาจซ้ำรอยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ต้องหลุดจาก ส.ส.เพราะกรณีถือหุ้นสื่อเช่นเดียวกัน?? แต่ “แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า “เคสพิธา” จะไม่ซ้ำรอย “เคสธนาธร”ข่าวการเมืองeikq.exe• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำจากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า พบสารประกอบของปรอท ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ จากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.ความสวยความงามอย. เพิกถอนผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47722• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย🌿🌿เซฟไว้นะ‼️กัญชาดองน้ำผึ้ง..สรรพคุณช่วยรักษา 40 อาการ ตามสูตรดองน้ำผึ้ง15วัน 1. อัลไซเมอร์ หลงลืม 2. หลับไม่สนิท หลับยากสะดุ้งบ่อย 3. เส้นเลือดสมองตีบ 4. อัมพฤกษ์อัมพาต 5. ความดันสูง 6. ริดสีดวงทวาร 7. เบาหวาน 8. อ้วนผิดปกติ 9. กล้ามเนื้อกระตุก 10. ซึมเศร้า 11. เหน็บชา 12. ไมเกรน 13. ปวดประจำเดือน 14. สมองพิการ 15. ลมชัก 16. ปลอกประสาทเสื่อม 17. ติดมอร์ฟีน 18. เบื่ออาหาร 19. พาร์กินสัน 20. แพ้เคมีบำบัด 21. ภูมิแพ้ตัวเอง 22. มะเร็ง(เจ็บปวดบวมเป็นแผล) 23. ฝี หนอง อักเสบ 24. ต้อหินในตา 25. ตับพิการจากพิษสุรๅ 26. แผลกดทับ รอยช้ำ 27. สะเก็ดเงิน 28. เก๊าท์ 29. เครียด วิตกกังวล 30. ไฮเปอร์ สมาธิสั้น 31. น้ำท่วมแกนสมอง 32. ลำไส้อักเสบ 33. กล้ามเนื้ออักเสบ 34. ปวดตามร่างกาย 35. ขจัดฝันร้าย 36. กลากเกลื้อนตามผิว 37. แผลสดจากเบาหวานแห้งได้ 38. ภูมิแพ้ต่างๆ 39. ขยายหลอดลม ลดการหดตัว 40. แก้อาการบิด ปวดท้องท้องร่วง ส่วนผสม น้ำผึ้ง 1 ขวด กัญชา ทั้งต้น(ต้นกะเทยยิ่งดี) 1 ต้น กิ่ง ก้าน ใบ ราก ดอก หันเป็นท่อน แล้ว ตาก 1 แดด ดองไว้ 15 วัน แล้วกินวันละ1 ช้อนชา ก่อนนอน ทุกวัน ขอบคุณตำรา ดร.ปราชญา บูรพาชลทิศน์ วัดท่าไม้ @เพจ:บูรพาพัฒนะแพทย์ แผนไทย #เพจ:กัญชายาสมุนไพรไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยDr. Fauci พูดถึง double mask wearing ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้มากกว่าการใส่หน้ากากชั้นเดียวDr. Fauci พูดถึง double mask wearing ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้มากกว่าการใส่หน้ากากชั้นเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่การระบาดเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่นเชื้อกลายพันธุ์จากอังกฤษที่ระบาดในประเทศไทย จนจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงในช่วงนี้ แต่หมอเองยังเห็นบางคนใช้ชีวิตกันปกติมากกว่าที่ควรจะเป็น เชื้อกลายพันธุ์จากอังกฤษ บางคนก็บอกว่าการดำเนินโรคไม่ได้รุนแรงมากมาย แต่เท่าที่ได้ยินคุณหมอที่ดูแลคนไข้จริงๆ พบว่ามีปอดอักเสบได้มากทีเดียว ทำให้คิดว่าการศึกษาในคนต่างประเทศกับคนไทยอาจจะต่างกันหรือเปล่า ดังนั้นเราควรป้องกันการติดเชื้อแบบเต็มที่ดีที่สุด อย่าประมาท ตอนนี้ต้องตื่นตระหนกสักหน่อยแล้ว อย่าลืมว่าสัญชาตญาณการตื่นตระหนกทำให้คนเราเอาตัวรอดได้ . กลับมาถึงเรื่องการใส่หน้ากากสองชั้น ว่าเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ คือเน้นให้เกิดความกระชับ สรุปจาก CDC ได้ความว่า 1. ใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐานและมีแกนตรงสันจมูก ตรวจว่าไม่มีช่องว่างตรงจมูก แก้ม คาง 2. ใส่หน้ากาก 2 ชั้น หรือ Double-mask technique แต่เน้นว่าด้านนอกเป็นหน้ากากผ้า ที่ทำให้มีความกระชับขึ้น และหน้ากากผ้าด้านนอกคลุมหน้ากากอนามัยด้านใน ที่เป็นหน้ากากอนามัยแบบ disposable (หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง) 3. ไม่แนะนำให้ใช้ หน้ากากอนามัยแบบ disposable 2 ชั้น (เพราะหน้ากากอนามัยแบบ disposable ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความกระชับ) 4. ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากผ้าทับหน้ากาก N95 5. วิธีอื่นๆ ที่ทำให้หน้ากากอนามัยกระชับ เช่น การผูกปมสายคล้อง (ดูรูปประกอบในคอมเมนท์) หมายเหตุ: อ้างอิงข้อมูลจาก Center of disease control ค่ะ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงก์นี้ค่ะ https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/your-health/effective-masks.html )โควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"ศาลโลก" รับฟ้อง "พญาอินทรีย์" ปล่อยโควิด-19 สงครามชีวภาพ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 คือพญาอินทรีย์เอง... ************** โควิด-19 มาจากฝีมือมนุษย์ สั่งทำโดย โดนัล ทรัมป์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ ของสหรัฐอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทีวีที่ 1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ หรือสงครามเชื้อโรค:- - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือ ทดลองในทหารส่งไปแพร่ระบาดในการแข่งขันกีฬาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ลุกลามไปอิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายเกรก ก็ได้ ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวี (HIV) ได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด-19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจาก ค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก! ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มีมาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ (เกิดก่อนการระบาดที่อู่ฮั่น) - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าว ลี่เจียง ได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกาที่มาแข่งกีฬาทหาร นำเชื้อมาแพร่ที่เมืองอู่ฮั่น ในจีน >>>>สหรัฐอเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่เมืองอู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อ เขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลป ที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด-19 ว่า เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสหรัฐอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด-19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาดเท่านั้น แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ กรืออาวุธเชื้อโรค เหมือนไวรัสโรคไข้หวัดเสปน เมื่อ 100 ปีก่อนที่ทหารอเมริกานำไปแพร่ในเสปน >>>ความไร้ยางอายนี้ ทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าสหรัฐอเมริกา เป็นฆาตกรผู้วางยาพิษคนทั้งโลก เพียงเพื่อจะขายวัคซีนป้องกันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิต กล่าวหาให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไป แล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นาย เกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริค มาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไปอย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียมผลิตยาแก้ยาพิษนั้นๆไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***สหรัฐอเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งมลรัฐนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 !! >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและประชาชนทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่า จะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัว และให้ความสาคัญในระดับสูง แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! https://youtu.be/Y04Qm8QVQXE ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ขวัญชัย เสธนันท์โควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยในที่สุด โลกก็ได้ทราบแถลงการณ์ฉบับแรกจาก โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน แล้วนะครับ แต่เชื่อว่า พอนักลงทุนได้ยินว่าเขาจะแถลงอะไร ก็คงคิดในใจออกมาว่า อย่าแถลงดีกว่า เพราะล่าสุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป โดนเทขายลงมาทันทีครับ แถลงการณ์นี้ถูกเผยแพร่ผ่าน Iranian State TV โดยมีข้อสังเกตคือ ไม่เห็นหน้าตอนกำลังพูด และไม่มีคลิปวิดีโอตัวเขาขยับเขยื้อนเลย และภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอทีวีมีเพียงรูปภาพนิ่งของโมจตาบา ที่ประกบคู่กับภาพธงชาติอิหร่านกำลังสะบัดไปมาเท่านั้น แถมเสียงที่ได้ยินเนี่ย ไม่ใช่เสียงของเขาด้วยนะ โดยแถลงการณ์นี้ถูกส่งมาเป็นข้อความลายลักษณ์อักษร แล้วค่อยให้ผู้ประกาศข่าวของสถานีเป็นคนอ่านออกเสียงให้ฟังแทน เขาพูดว่าไงบ้าง โดยสรุปเลยแล้วกัน มีใจความสำคัญ 5 ประเด็นหลักๆ ตามนี้ 🔒 ยืนยันจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป: เขาย้ำชัดเจนว่าจะต้องปิดกั้นเส้นทางเดินเรือนี้ต่อไป เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบีบคั้นศัตรู ⚔️ ขู่ถล่มฐานทัพอเมริกาต่อเนื่อง: เขาสั่งให้สหรัฐฯปิดฐานทัพทหารทั้งหมดในตะวันออกกลางทันที พร้อมขู่ตรงๆ เลยว่า หากไม่ทำตาม ฐานทัพเหล่านั้นจะถูกโจมตี 🩸 ประกาศล้างแค้น: เขายืนยันว่า อิหร่านจะไม่ละเว้นการล้างแค้นให้กับเลือดของผู้พลีชีพ (ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงคุณพ่อ และครอบครัวของเขา รวมถึงผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล) พร้อมกับปลุกระดมให้ชาวอิหร่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 💥 ทวงค่าชดเชย หรือไม่ก็ทำลายทิ้ง: เขาระบุว่าอิหร่านจะเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากศัตรู หรือไม่อย่างนั้นก็จะทำลายทรัพย์สินของศัตรูให้สิ้นซาก 🔥 เตรียมเปิดแนวรบใหม่: ตรงนี้ละ คือจุดที่ทำให้ตลาดกลัวที่สุดครับ เพราะเขาขู่ว่าหากสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป อิหร่านจะไม่โจมตีแค่ในอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่พร้อมจะ "เปิดแนวรบอื่นๆ" เพิ่มเติมด้วย ------------------------------- 🚨แถลงการณ์ครั้งนี้สำคัญทีเดียว เพราะนี่คือการสาดน้ำมันเข้ากองไฟเพิ่มเข้าไปอีก เพราะ โมจตาบา ได้ชื่อว่าเป็น "สายเหยี่ยว" ที่มีแนวคิดหัวรุนแรงและอนุรักษ์นิยมยิ่งกว่าพ่อของเขาซะอีก การเปิดแถลงการณ์ฉบับแรกด้วยท่าทีแข็งกร้าวแบบนี้ เป็นการดับฝันรัฐบาลทรัมป์และนักลงทุนที่หวังว่าพอเปลี่ยนผู้นำแล้วจะยอมเจรจาสงบศึก มันแปลว่าอิหร่านพร้อมเปิดหน้าแลกเต็มสูบ และใช้เส้นทางเดินเรือโลกเป็นตัวประกันต่อไปครับ ------------------------------- ⚠️ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทันทีที่แกพูดจบ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พุ่งปรี๊ดรับข่าวทันที ตอนนี้ Brent เทรดทะลุ $100 อีกครั้ง เพราะนี่คือคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากเบอร์หนึ่งของอิหร่านว่า เส้นทางส่งออกน้ำมัน 20% ของโลกจะถูกปิดตายต่อไปยาวๆ (สอดคล้องกับคำขู่ก่อนหน้าที่ว่าจะลากน้ำมันไป $200 ให้ได้) Bond traders ตอนนี้เทขายทำใจแล้ว ล่าสุด มีการประเมินว่าปี 2026 นี้ Fed อาจจะ ไม่ลดดอกเบี้ยเลยแม้แต่ครั้งเดียว (ความน่าจะเป็นลดลงเหลือไม่ถึง 1 ครั้งแล้ว) เพราะเงินเฟ้อจากค่าน้ำมันกำลังจะกลับมาหลอกหลอนอีกรอบ หุ้นกลุ่มที่ใช้น้ำมันเยอะอย่างสายการบิน โดนเทขายร่วงระนาว ในขณะที่กลุ่มพลังงาน, เคมีภัณฑ์ และปุ๋ย (เช่น Dow, CF Industries, Nutrien) หุ้นหลายตัวพุ่งเกิน 5% เพราะวัตถุดิบและสินค้าขาดตลาด ทำให้ตั้งราคาขายได้แพงขึ้น ------------------------------- 📌 ความเสี่ยงหลังจากนี้ การขู่เปิดแนวรบอื่นเพิ่ม เป็นไปได้ว่าอิหร่านอาจจะสั่งให้เครือข่ายพันธมิตร โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้าน หรืออาจจะมาในรูปแบบ Cyberattack ซึ่งจะยิ่งทำให้วิกฤตลุกลามบานปลายไปทั้งภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร มองว่า อเมริกากำลังเจอ "โจทย์ที่แก้ไม่ตก" ครับ เพราะการใช้แค่เครื่องบินไปทิ้งระเบิดถล่ม (Airstrikes) มันไม่สามารถโค่นล้มระบอบผู้นำของอิหร่านได้หรอก ในขณะที่จุดอ่อนของอเมริกาตอนนี้คือ ทหารเรือยังไม่พร้อมคุ้มกันเรือสินค้าอีกต่างหาก เลยกลายเป็นว่าตอนนี้อิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ "สงครามเศรษฐกิจ" บีบให้อเมริกาและพันธมิตรต้องเจ็บปวดจากภาวะน้ำมันแพงต่อไป ------------------------------- .... ดูเหมือน เราต้องเตรียมใจรับมือกับสงครามที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นได้เลยครับ และอาจจะได้เห็นข่าวการยิงขีปนาวุธหรือส่งโดรนโจมตีฐานทัพอเมริกาหลังจากนี้ต่อเนื่อง ตลาดการเงินจะยิ่งผันผวนหนักขึ้นอีก และหลังจากนั้นไม่นาน ปัญหาเงินเฟ้อจากค่าน้ำมันจะกลับมาหลอกหลอนทั่วโลกอีกครั้ง เตรียมรับมือกับสภาวะ "เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง (Higher for Longer)" ของแท้เลย Mr.Messenger รายงานข่าวการเมืองการเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 2 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยดื่มน้ำตอนเล่นมือถือข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ห้ามดื่มน้ำขณะชาร์จโทรศัพท์โดยใช้สายไปด้วย เพราะกระแสไฟจะวิ่งเข้าหัวใจและเสียชีวิต . ตามที่มีข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับเรื่องห้ามดื่มน้ำขณะชาร์จโทรศัพท์โดยใช้สายไปด้วย เพราะกระแสไฟจะวิ่งเข้าหัวใจและเสียชีวิต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากที่มีผู้ส่งต่อข้อมูลว่า ห้ามดื่มน้ำขณะชาร์จโทรศัพท์โดยใช้สายไปด้วย เพราะกระแสไฟจะวิ่งเข้าหัวใจและเสียชีวิต ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า คลิปที่มีการเผยแพร่ต่อ ๆ กันดังกล่าว เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น เพราะหากถูกไฟดูดจริง จะต้องมีการสะบัดมือที่จับโทรศัพท์ หรือร่างกายต้องกระตุกจากการโดนไฟช็อต รวมทั้งกระแสไฟจะต้องครบวงจรก่อน ซึ่งไม่ต้องรอถึงขั้นดื่มน้ำก็สามารถที่จะโดนไฟดูดได้แล้ว . ทั้งนี้ การเสียชีวิตโดยที่มีกระแสไฟวิ่งเข้าหัวใจหลังจากดื่มน้ำขณะชาร์จโทรศัพท์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ซึ่งการเสียชีวิตดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับวัสดุที่มีแรงดันไฟฟ้ามาอยู่ใกล้กับอวัยวะในร่างกายที่ค่อนข้างบอบบาง เช่น หู แก้ม เป็นต้น . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.nectec.or.th/ หรือ โทร. 02-564-6900 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การเสียชีวิตโดยที่มีกระแสไฟวิ่งเข้าหัวใจหลังจากดื่มน้ำขณะชาร์จโทรศัพท์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ซึ่งการเสียชีวิตดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับวัสดุที่มีแรงดันไฟฟ้ามาอยู่ใกล้กับอวัยวะในร่างกายที่ค่อนข้างบอบบาง เช่น หู แก้ม เป็นต้น . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมstd48339• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม! ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันวันนี้ (24 ธ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหก เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอเตือนผู้บริโภคให้คิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th และหากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เนื่องจากครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้std47626• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันวันนี้ (24 ธ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหก เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอเตือนผู้บริโภคให้คิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th และหากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เนื่องจากครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้std47722• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเจ้าเหมียวฮีโร่ ปกป้องเจ้านาย จนถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ตา คอหวยไม่พลาดถามหาเลขเด็ดวานนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภกร อินทรประสิทธิ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังโป่ง-ชนแดน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบงูเห่าซ่อนตัวอยู่ในบ้านเลขที่ 2 หมู่ 1 บ้านวังไทรทอง ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้พ่นพิษใส่ตาแมวของเจ้าของบ้าน จนตาปิดทั้งสองข้าง จึงรีบนำกำลังพร้อมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เจ้าของบ้านแจ้งว่างูได้หลบซ่อนอยู่แถวตู้เสื้อผ้า จึงได้ช่วยกันค้นหาด้วยความระมัดระวัง กระทั่งพบงูตัวดังกล่าว ส่งเสียงขู่ฟ่อๆ พร้อมทั้งชูคอแผ่แม่เบี้ย เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการคล้องคอจนสามารถจับตัวได้ พบเป็นงูเห่า ความยาวประมาณ 1.30 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป จากการสอบถาม นางบัวเกตุ เชื้อหงษ์ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ช่วงนี้หลังจากเลิกงานแล้ว ตนไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เนื่องจากต้องเดินทางไปดูพ่อ คือ นายคำ เชื้อหงษ์ อายุ 95 ปี ซึ่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ทำให้ต้องเดินทางไปกลับและถึงบ้านค่ำ เป็นเช่นนี้ทุกวัน แต่ในวันนี้เห็นผิดสังเกตหลังจากตนกลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว กำลังเดินไปหยิบผ้าหลังบ้าน ก็ได้เห็นแมวชื่อ "เจ้ากวัก" ที่เลี้ยงไว้ยืนตะคุ่มๆ อยู่ข้างตู้เสื้อผ้า โดยพยายามใช้เท้าแหย่อะไรบางอย่าง พร้อมกับได้ยินแต่เสียงขู่ดังฟู่ๆ แล้วแมวก็กระโดดหนีออกมา ใช้เท้าขยี้ตาทั้ง 2 ข้าง พอตนจะเดินไปดูใกล้ๆ ก็ได้ยินเสียงขู่ ฟู่ๆ อีก เลยตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ มาช่วยดูให้ เพราะคิดว่าเป็นงูพ่นพิษใส่เจ้าเหมียว ส่วน เจ้ากวัก หลังจากถูกพิษของงูจนตาปิดทั้ง 2 ข้าง นายสมส่วน ดวงคำปัน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ได้รีบนำข่ามาเคี้ยว แล้วพ่นใส่ตาให้แมว ตามความเชื่อของชาวบ้าน พร้อมผูกด้ายสายสิญจน์ให้กับเจ้ากวัก จนเริ่มมีอาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อชาวบ้านและเซียนหวย ได้ทราบข่าว ก็ต่างพากันมาดู และสอบถามอาการ เจ้ากวัก แมวผู้ภักดี ที่ช่วยชีวิตเจ้าของบ้านให้ปลอดภัยจากงูพิษ และไม่พลาดที่จะสอบถามเลขที่บ้าน และอายุเจ้าของบ้านคือ 50 ปี และอายุพ่อเจ้าของบ้านคือ 95 ปี เพื่อนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออกstd48920• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลูกชิ้นทำจาก 'ตัวเหี้ย' ไม่มีจริง ตำรวจสอบสวนกลางยืนยันเอง2 มี.ค.2566 - กรณีที่มีสื่อในโซเชียลได้โพสต์รูปภาพตัวเงินตัวทอง พร้อมข้อความระบุว่า "บุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาเจ้าใหญ่ที่ดัดแปลงใช้เนื้อของตัวเงินตัวทองมาทำเป็นลูกชิ้นปลาเนื้อขาวใสไร้ความคาว ส่วนหนังน่านำไปตากแห้งทำเป็นหนังปลาทอดกรอบ จัดจำหน่ายส่งขายทั่วประเทศมานานแล้ว" ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นผลงานการจับกุมของตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบซื้อขายเพื่อการค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ในพื้นที่อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจากการสอบถามผู้ต้องหา และจากการสืบสวน ยืนยันว่า ซากตัวเงินตัวทองเหล่านี้ เตรียมนำไปขายต่อที่ตลาดชายแดนภาคตะวันออก เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารป่าขายแก่ผู้ชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด Sponsored ครีมเกลือชมพู นวัตกรรม ลบฝ้า กระ หน้าตึง เทียบเท่าฉีด แต่ราคาหลักร้อย! NISIT ท้องผูก 5 วัน ทำยังไงก็ไม่ถ่าย ได้วิธีนี้สบายตัวขึ้นเยอะ.. Boozto By Taboola FacebookTwitterCopy LinkLineShare เพิ่มเพื่อน Tagsกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชค้าสัตว์ป่าตัวเงินตัวทองตัวเหี้ยตำรวจสอบสวนกลางบช.ก.ลูกชิ้นสัตว์ป่าสงวนสุพรรณบุรีอาหารป่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง เผยโฉม 'นกหว้า' เจ้าของเสียงปริศนา สัตว์ป่าหายากใกล้สูญในอุทยานฯทะเลบัน นายบุญฤทธิ์ เดโชไชย หัวหน้าฝ่ายศึกษาวิจัยและกิจกรรมพิเศษ นางสาวศิรินันทร์ พูลแก้ว นักวิชาการป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เวลาประมาณ 06.20std49565• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผู้ประกันตนชายมาตรา 33 และ 39 ในกรณีที่มีบุตร สามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนประกันสังคมได้ จริงหรือ?ผู้ประกันตนชายมาตรา 33 และ 39 ในกรณีที่มีบุตร สามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนประกันสังคมได้ จริงหรือ? . ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ประกันตนชายมาตรา 33 และ 39 ในกรณีที่มีบุตร สามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนประกันสังคมได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง✅ . ผู้ประกันตนชายมาตรา 33 และ 39 ในกรณีที่มีบุตรสามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนประกันสังคมได้ โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้ 1. กรณีผู้ประกันตนชายมาตรา 33 มาตรา 39 สามารถยื่นเรื่องขอเบิกสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร จะต้องมีการส่งเงินสมทบมาไม่น้อยว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร จะได้รับเงินเหมาจ่าย ค่าคลอด จ่ายครั้งละ 15,000 บาท เบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 2. กรณีค่าตรวจและค่าฝากครรภ์ สามารถเบิกเท่าที่จ่ายจริงจำนวน 5 ครั้ง ไม่เกิน 1,500 บาท ดังนี้ - อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 500 บาท - อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท - อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท - อายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท - อายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 40 สัปดาห์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท . ทั้งนี้ ผู้ประกันตนชายต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรส กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองกรณีอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผย . 3. กรณีผู้ประกันตนชายที่จดทะเบียนสมรสกับภรรยาหรือจดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำสั่งศาล ว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมีการจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 800 บาท ตั้งแต่แรกเกิดไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ . ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.sso.go.th/eform_news/ หรือโทร 1506 . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . Website : https://www.antifakenewscenter.com/ชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ออมสินปล่อยสินเชื่อแก้หนี้เพิ่มทุนผ่านเพจรายได้สร้างอาชีพตามที่มีการแชร์ข้อมูลเรื่องออมสินปล่อยสินเชื่อแก้หนี้เพิ่มทุนผ่านเพจรายได้สร้างอาชีพ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการพบข้อความว่า ออมสินปล่อยสินเชื่อแก้หนี้เพิ่มทุน วงเงิน 20,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยต่ำแบบคงที่ร้อยละ 2 ต่อเดือน ผ่านเพจรายได้สร้างอาชีพ ทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม และข้อมูลที่โพสต์เป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากธนาคารออมสินได้มีการปิดลงทะเบียนสินเชื่อแก้หนี้เพิ่มทุนไปแล้ว และยังไม่มีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม อีกทั้งธนาคารออมสินไม่มีนโยบายให้บริการเงินกู้ผ่านทางเฟซบุ๊ก แอปพลิเคชันไลน์ และ Messenger แต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจดังกล่าว ที่มีการแอบอ้างชื่อของธนาคารในการชักชวนลักษณะนี้ โดยสามารถติดตามข่าวสารจากสื่อช่องทางหลักของธนาคารได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, Social Media ช่องทาง GSB Society และ GSB Now เท่านั้น บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ธนาคารออมสินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจปลอมดังกล่าวที่ได้มีการแอบอ้างนำชื่อ และตราสัญลักษณ์ธนาคารออมสินไปตั้งเป็นรูปโพรไฟล์ ใช้ใน Cover Page และแอดโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งธนาคารออมสินไม่มีนโยบายให้บริการเงินกู้ผ่านทางเฟซบุ๊ก แอปพลิเคชันไลน์ และ Messenger แต่อย่างใดแอคปลอมstd46361• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโกโก้ ซอยโปรตีน เพิ่มสูง ไม่ต้องพึ่งหมอตามที่มีการเผยแพร่สรรพคุณในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโกโก้ ซอยโปรตีน เพิ่มสูง ไม่ต้องพึ่งหมอ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโกโก้ ซอยโปรตีน เพิ่มสูง ไม่ต้องพึ่งหมอ ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในชื่อ แคลเซียมโกโก้ ซอยโปรตีน (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)/Calcium Cocoa Soy Protein (Dietary Supplement Product) เลข อย. 13-1-14959-5-1456 ซึ่งในการยื่นขออนุญาตไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการเพิ่มความสูงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค และต้องแสดงคำเตือนดังกล่าวบนฉลากดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขstd48176• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ แจ้งเตือนข่าวปลอม “สมุนไพรขันทองพยาบาท ใช้รักษาโรคมะเร็ง”ตามที่มีกระแสข่าวทางสื่อออนไลน์ โดยระบุว่า “ขันทองพยาบาทรักษาโรคมะเร็งได้หายขาด” กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ขันทองพยาบาทไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคมะเร็งและไม่สามารถนำมาใช้รักษามะเร็งได้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขันทองพยาบาท เป็นพืชที่ถูกนำมาใช้ในตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้าน มีกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น อัลคาลอยด์ ซาโปนิน ฟลาโวนอยด์ เป็นต้น จากผลการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการ พบว่า สารนี้อาจมีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้น และยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าขันทองพยาบาทช่วยรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า การรักษาโรคมะเร็งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา การรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณาหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนและอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์tonklachaichanyut• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
