(3186 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่ ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การนำใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้แทนใบขับขี่ตัวจริงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง หลายฝ่ายต่างมีข้อสงสัยและตั้งคำถามว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้หรือไม่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นางสาวนัฐฒินา คำสา หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาตขับรถจากกรมการขนส่งทางบก จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องพกใบขับขี่ตัวจริง แต่ต้องเป็นใบขับขี่แบบสมาร์ทการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ใบขับขี่ที่ไม่มีคิวอาร์โค้ดจะไม่สามารถใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันนี้ได้ ซึ่งระบบนี้ถือว่ามีความปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถสแกนด้วยคิวอาร์โค้ดตรวจสอบได้ ด้าน ร.ต.อ. อภิรัฐ เอกวารีย์ รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ยืนยันว่า การใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้แทนใบขับขี่ฉบับจริง โดยใช้แอปพลิเคชัน DLT QR Licence หรือการแสดงภาพถ่ายใบขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟน ผู้ที่ต้องการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำการเปลี่ยนใบขับขี่เป็นสมาร์ทการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ด หากยังใช้ใบขับขี่รุ่นเก่าที่ไม่มีคิวอาร์โค้ด จะไม่สามารถใช้ฟีเจอร์การแสดงใบขับขี่ผ่านแอปพลิเคชันได้ (ข้อมูลสัมภาษณ์เมื่อ 16/07/67) ถึงแม้ว่าการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสะดวก แต่ผู้ขับขี่ควรระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลบนแอปพลิเคชันถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการตั้งค่าความปลอดภัยของโทรศัพท์ เช่น การล็อคหน้าจอ หรือใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพถ่ายใบขับขี่ให้ผู้อื่นเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (ข้อมูลจากเว็บไซต์ : https://www.dlt.go.th/th) #จริงหรือไม่ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม #จริงหรือไม่ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ #อีสานโคแฟค #โคแฟคประเทศไทย #ชมรมสื่อสร้างสรรค์มมส #สื่อสร้างสรรค์มมสofficial64011215100• 1 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! พฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กป้องกันโรคภูมิแพ้ตอนโตกรณีที่มีข่าวสารถูกส่งต่อในสื่อออนไลน์เรื่องพฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กป้องกันโรคภูมิแพ้ตอนโต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กช่วยให้รอดพ้นจากโรคภูมิแพ้เมื่อโตขึ้นได้ ทางสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า พฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่พบได้ในเด็กปกติโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก และจะค่อย ๆ หายไปหลังอายุ 4 ขวบ และไม่ได้ช่วยให้เด็กรอดพ้นจากโรคภูมิแพ้เมื่อโตขึ้น และควรมีการแก้ไขหากยังมีการดูดนิ้ว กัดเล็บในเด็กอายุเกิน 4 ขวบขึ้นไป เพราะจะส่งผลกระทบกับการผิดรูปของฟัน การเกิดบาดแผลที่นิ้ว และเป็นช่องทางในการทำให้เกิดโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายผ่านน้ำลายและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ทั้งยังส่งผลกับด้านอารมณ์จิตใจ รวมถึงบุคลิกภาพของเด็กด้วย ทั้งนี้เด็กเล็กควรได้รับการแก้ไขโดยการปรับพฤติกรรม ได้แก่ งดการให้ความสนใจการดูดนิ้ว กัดเล็บ และเบี่ยงเบนความสนใจโดยใช้กิจกรรมการเล่นที่ใช้มือ เช่น วาดภาพ ระบายสี พับกระดาษ เป็นต้น หากได้รับการแก้ไขดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบกุมารแพทย์หรือกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมstd46661• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยฟันธง!! สมุนไพรพิลังกาสา “ไม่” รักษาโรคมะเร็งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับสมุนไพรพิลังกาสารักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีข้อสรุปว่าเป็นข้อมูลเท็จ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้แจงว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าพิลังกาสาสามารถใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ มีเพียงการวิจัยเพื่อตรวจหาสารประกอบที่สำคัญในผลหรือใบของพิลังกาสาและทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาระดับเซลล์ในห้องทดลองเท่านั้น ทั้งนี้ “พิลังกาสา” ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารแอนโธไชยานิน สารฟีโนลิค ฟลาโวนอยด์ และในยอดอ่อนของพิลังกาสา พบสาร frieelin มีฤทธิ์ลดการอักเสบ และสาร rapanone สามารถต้านการเจริญของเชื้อโรคเรื้อน ในงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องทดลอง เพราะฉะนั้น ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขสุขภาพมะเร็งยาสมุนไพรYanisa Ponpai• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเบี้ยผู้สูงอายุรับเพิ่ม 3000 บาทชาวเน็ตแชร์ ผู้สูงอายุ รับเบี้ยเพิ่มคนละ 3,000 บาท โอนเข้าเดือน ก.ค. 66 จริงมั้ย ล่าสุด กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องเดือน ก.ค. เตรียมเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากการพบวิดีโอส่งต่อข่าวสารเกี่ยวกับผู้สูงอายุเตรียมตัวรับเงิน เพิ่มเบี้ยยังชีพจำนวน 3,000 บาท ในเดือน ก.ค. นั้น ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดตามหลักเกณฑ์เดิม แบ่งเกณฑ์ได้ตามนี้ อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนstd47875• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลูกชิ้นทำจาก 'ตัวเหี้ย'ที่มีสื่อในโซเชียลได้โพสต์รูปภาพตัวเงินตัวทอง พร้อมข้อความระบุว่า "บุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาเจ้าใหญ่ที่ดัดแปลงใช้เนื้อของตัวเงินตัวทองมาทำเป็นลูกชิ้นปลาเนื้อขาวใสไร้ความคาว ส่วนหนังน่านำไปตากแห้งทำเป็นหนังปลาทอดกรอบ จัดจำหน่ายส่งขายทั่วประเทศมานานแล้ว" ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นผลงานการจับกุมของตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบซื้อขายเพื่อการค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ในพื้นที่อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจากการสอบถามผู้ต้องหา และจากการสืบสวน ยืนยันว่า ซากตัวเงินตัวทองเหล่านี้ เตรียมนำไปขายต่อที่ตลาดชายแดนภาคตะวันออก เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารป่าขายแก่ผู้ชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใดภาคตะวันออก ผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมstd48965• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหก เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้นความสวยความงามstd48007• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอากาศเปรียนแปลงระวังโรคเหล่านี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวัง! โรคที่ตามมาเหล่านี้ . ช่วงนี้มีทั้งฝน ทั้งแดด เจออากาศเย็นจากแอร์และอากาศร้อนจากข้างนอก หลาย ๆ คนคงเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้น เลยชวนมาดูโรคที่เกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พร้อมวิธีรับมือกันดีกว่า . โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอะไรบ้าง - โรคไข้หวัด - โรคไข้หวัดใหญ่ - โรคติดเชื้อไวรัส RSV - โรคโควิด 19 - โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ . ติดต่อจากอะไร - ติดต่อจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย - ติดต่อจากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน - ติดต่อจากการสัมผัสสิ่งของผู้ป่วย . อาการที่พบได้ - เจ็บคอ - ไอ - มีน้ำมูก - มีไข้ - ปวดหัว - ปวดเมื่อยตามตัว . วิธีป้องกัน - ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันการรับเชื้อ และป้องกันการแพร่เชื้อ - ควรแยกห้องนอนกับผู้ป่วย ไม่นอนด้วยกัน - ควรล้างมือด้วยสบู่ และเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ - ควรใช้ทิชชูปิดปากเวลาจาม และทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิดทุกครั้ง - มีไข้ ป่วย ควรพักที่บ้านจนกว่าอาการจะดีขึ้น ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อย ๆ . ที่มา : โรงพยาบาลขอนแก่น . #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #อากาศเปลี่ยน #ระวังโรค #ป้องกันโรคด้วยตัวเองP Ing Nuttaput• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกรมการแพทย์ยืนยัน “กาฝากทับทิม” ไม่รักษามะเร็งจากกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลในสื่อต่าง ๆ ระบุมะเร็งรักษาหายได้ด้วยต้นกาฝากทับทิม ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบแล้วพบว่าประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลวิชาการและยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าต้นกาฝากทับทิมรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งต้นกาฝาก เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มักเกิดจากนกกาฝากกินผลกาฝากเข้าไป เมื่อนกถ่ายออกมาเมล็ดกาฝากจึงอาจติดอยู่ตามลำต้นและกิ่งก้านบนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ที่นกไปเกาะหรือทำรังอยู่ทำให้ต้นกาฝากเจริญเติบโตขึ้น ส่วนใหญ่จึงนิยมเรียกชื่อตามชนิดของต้นไม้ที่ต้นกาฝากเจริญเติบโตอยู่ เช่น ต้นกาฝากแก่นเทา กาฝากมะม่วง กาฝากก่อ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นงานวิจัยพบว่าต้นกากฝากที่นิยมใช้เป็นยาสมุนไพร ได้แก่ ต้นกาฝากแก่นเทา (Scurrula atropurpurea) กาฝากมะม่วง (Dendrophthoe pentandra) และกาฝากก่อ (Helixanthera parasitica) แต่ยังไม่พบรายงานที่กล่าวถึงต้นกาฝากทับทิม ตัวอย่างของต้นกาฝากที่มีผลการวิจัย คือ ต้นกาฝากก่อ (Helixanthera parasitica) พบสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น เอทิลแกลเลท กรดแกลลิก เควอซิทิน เป็นต้น โดยมีการนำสารสกัดจากใบกาฝากมาใช้ทดสอบฤทธ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตามเป็นเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ไม่มีผลการรักษาในมนุษย์std47655• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเครื่องบินนกแอร์กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อเครื่องบินของสายการบิน "นกแอร์" Nok Air เกิดลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ระหว่างนักบินนำเครื่องลงจอดที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แต่เมื่อทางสายการบินได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว กับมีผู้โดยสารออกมาอ้างว่าโดนปล่อยให้รอนาน แผนอพยพแย่มาก โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ขอไล่เรียงเหตุการณ์ ดังนี้ สรุปเหตุการณ์ระทึก เครื่องบิน "นกแอร์" ไถลออกนอกรันเวย์ ผู้โดยสารโวยแผนอพยพ เมื่อเวลา 20.03 น. วันที่ 30 ก.ค. 2565 เครื่องบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD108 เส้นทางดอนเมือง-เชียงราย ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 737-800 บรรทุกผู้โดยสาร 164 ท่าน พร้อมลูกเรือ 6 ท่าน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง โดยถึงท่าอากาศแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อเวลา 21.06 น. แต่ขณะที่นักบินกำลังนำเครื่องบินลงจอด บริเวณท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงนั้น เกิดมีฝนตกหนัก ทำให้เครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ต่อมา เฟซบุ๊ก Nok Air ได้แถลงชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า นักบินสามารถจอดเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย และนำผู้โดยสารพร้อมลูกเรือทั้งหมดลงจากเครื่องเข้าไปยังอาคารผู้โดยสาร โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด รวมทั้งได้ดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการรับกระเป๋าสัมภาระ และบริษัทฯ พร้อมจัดหาอาหารว่าง และเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างพักรอ และจัดหาที่พักสำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบstd48373• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมันกรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับประเด็นเรื่องยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้คำแนะนำว่า ยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า แผ่นแปะลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ตามที่ปรากฏดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรส่วนประกอบของสมุนไพร โดยมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คือ ใช้สำหรับลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย ช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งจากการสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ไม่พบผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวนี้ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆลดความอ้วนผู้บริโภคเฝ้าระวังstd46206• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยรัสเซีย ยูเครน : พิสูจน์ทฤษฎีสมคบคิดที่อ้างว่าสงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องจริงบัญชีโซเชียลมีเดียของฝ่ายนิยมขวาในสหรัฐฯ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากได้โพสต์ข้อความไร้หลักฐานอ้างอิงต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาว่าสงครามในยูเครนอาจเป็นเรื่องหลอกลวงที่สื่อมวลชนและรัฐบาลชาติตะวันตกอยู่เบื้องหลัง ผู้โพสต์ข้อความลักษณะนี้และได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง รวมถึงบรรดาเจ้าของบัญชีที่เคยถูกทวิตเตอร์ระงับการใช้งาน แต่ได้รับอนุญาตให้กลับมาใช้งานอีกครั้งหลังจากอีลอน มัสต์ เข้าซื้อกิจการแสดงความเห็นทางการเมืองฝ่ายขวารายหนึ่งระบุในโพสต์ที่กำลังแพร่หลายทางโซเชียลมีเดียว่า "การไม่มีวิดีโอการสู้รบที่เพียงพอ" คือ "เครื่องบ่งชี้ว่านี่เป็นเรื่องหลอกลวง" ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ทางทวิตเตอร์อีกรายที่มีผู้ติดตาม 1.4 ล้านคนอ้างว่า "ไม่มีคลิปวิดีโอ" และ "ไม่มีข่าวที่ลงรายละเอียด" เกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ ในเวลาต่อมา โพสต์ดังกล่าวได้ถูกแชร์โดยนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ สมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า "ผมขอท้าใครก็ตามที่บอกว่าเขาพูดผิด" พิสูจน์ถ้อยแถลงประจำปีของปูติน เป็นจริงแค่ไหน กลุ่มเฟซบุ๊กลึกลับที่คอยเชียร์ ปธน.ปูติน ชาวรัสเซีย "มืดมนบนโลกออนไลน์" ถูกปิดหูปิดตาเรื่องยูเครน เทียบภาพต่อภาพ หักล้างข้อกล่าวหาการจัดฉากเหตุสังหารหมู่ในยูเครน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงมีการบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับสงครามในยูเครนเอาไว้มากมายstd48075• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ริดสีดวงเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับประเด็นเรื่องริดสีดวงเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีคำเตือนที่ระบุว่า เป็นริดสีดวงจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า โรคริดสีดวงไม่ได้เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งริดสีดวง เป็นโรคที่เกิดจากเส้นเลือดดำทวารหนัก หรือส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่มีการบวมพองยื่นนูนเป็นติ่งออกมาจากทวารหนัก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ริดสีดวงภายใน เกิดบริเวณเนื้อเยื่อทวารหนักที่อยู่สูงกว่าระดับหูรูดทวารหนัก และริดสีดวงภายนอก เกิดบริเวณทวารหนักส่วนล่าง มีอาการนูนเป็นติ่งออกจากทวารหนัก โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเนื้อแดง เนื้อแปรรูป เป็นประจำ อาหารกากใยน้อย อาหารปิ้งย่างรมควัน ตลอดจนขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น และอาการของโรคที่พบบ่อย ได้แก่ การถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือดหรืออาจถ่ายเป็นเลือดสด ๆ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง / ถ่ายไม่สุด ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง และมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด เป็นต้น บทสรุปของเรื่องนี้คือ : โรคริดสีดวงไม่ได้เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเนื้อแดง เนื้อแปรรูป อาหารกากใยน้อย เป็นประจำ เป็นต้นมะเร็งMumimumi• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวลวงโลก! ลูกชิ้นทำจาก 'ตัวเหี้ย' ไม่มีจริง ตำรวจสอบสวนกลางยืนยันเองกรณีที่มีสื่อในโซเชียลได้โพสต์รูปภาพตัวเงินตัวทอง พร้อมข้อความระบุว่า "บุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาเจ้าใหญ่ที่ดัดแปลงใช้เนื้อของตัวเงินตัวทองมาทำเป็นลูกชิ้นปลาเนื้อขาวใสไร้ความคาว ส่วนหนังน่านำไปตากแห้งทำเป็นหนังปลาทอดกรอบ จัดจำหน่ายส่งขายทั่วประเทศมานานแล้ว" ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นผลงานการจับกุมของตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบซื้อขายเพื่อการค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ในพื้นที่อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจากการสอบถามผู้ต้องหา และจากการสืบสวน ยืนยันว่า ซากตัวเงินตัวทองเหล่านี้ เตรียมนำไปขายต่อที่ตลาดชายแดนภาคตะวันออก เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารป่าขายแก่ผู้ชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใดผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47795• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยความดันโลหิตสูงศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบเรื่อง ความดันโลหิตสูงแก้ได้โดยการกำมือ-แบมือ กับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การกำมือและแบมือดังไม่มีผลทางการแพทย์ที่สามารถอธิบายหรือยืนยันได้ว่า สามารถลดความดันโลหิตได้ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) พบได้จากการวัดความดันโลหิต ได้ในระดับที่สูงกว่าปกติเรื้อรังอยู่เป็นเวลานาน ควรควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเกิน 130/80 มิลลิเมตรปรอท ต้องเริ่มปรับพฤติกรรม ถ้าสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าป่วยเป็นความดันโลหิตสูงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้ารับการรักษา ถ้าเกิน 160/100 มิลลิเมตรปรอท คือ สูงมากซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ถ้าเกิน 180/110 มิลลิเมตรปรอท สูงถึงขีดอันตรายต้องรีบไปพบแพทย์ทันที วิธีวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง วัดความดันโลหิตในช่วงเช้าภายใน 1 ชั่วโมง หลังตื่นนอน หรือหลังปัสสาวะ โดยวัดความดันจำนวน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาที วัดช่วงเวลาก่อนเข้านอนโดยวัดความดัน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาที นั่งเก้าอี้ให้หลังพิงพนักเพื่อไม่ให้หลังเกร็ง เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้นให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย วัดความดันโลหิตในแขนข้างที่ไม่ถนัด หรือข้างที่มีความดันโลหิตสูงกว่า โดยวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจ ขณะวัดความดันโลหิตไม่กำมือ ไม่พูดคุยหรือขยับตัว และควรวัดความดันหลังจากนั่งพักอย่างน้อย 30 นาที และ 1 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ หรือออกกำลังกายstd47887• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.พบอาหารเสริม อวดสรรพคุณทางเพศเกินจริง อย่าหลงซื้ออย.พบอาหารเสริม อวดสรรพคุณทางเพศเกินจริง อย่าหลงซื้อ พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Blue M Gold โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณทางเพศเกินจริง อย.ตรวจสอบ พบสถานที่ผลิตอยู่ในสถานะพักใช้ใบอนุญาต เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อซื้อมาบริโภค เพราะอาจได้รับอันตราย วันนื้ (16 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Blue M Gold ผ่านทางเว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดีย มีข้อความโฆษณาชวนเชื่อสามารถเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย ปลุกอารมณ์ทางเพศ อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตโดยใช้ชื่อ สารสกัดจากกระชายดำ, ซอยโปรตีน ไอโซเลต, สารสกัดใบแป๊ะก๊วย,สารสกัดจากถั่งเช่า, สารสกัดจากโสม, สารสกัดจากเห็ดหลินจือ, สารสกัดจากหอยนางรม, ซิงก์อมิโนแอซิดคีเลต, วิตามินอี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลขสารบบอาหาร 12-2-00129-1-0253 และสถานที่ผลิตอยู่ในสถานะพักใช้ใบอนุญาตstd47884• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยข่าวลวงโลก! ลูกชิ้นทำจาก 'ตัวเหี้ย' ไม่มีจริง ตำรวจสอบสวนกลางยืนยันเอง2 มี.ค.2566 - กรณีที่มีสื่อในโซเชียลได้โพสต์รูปภาพตัวเงินตัวทอง พร้อมข้อความระบุว่า "บุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาเจ้าใหญ่ที่ดัดแปลงใช้เนื้อของตัวเงินตัวทองมาทำเป็นลูกชิ้นปลาเนื้อขาวใสไร้ความคาว ส่วนหนังน่านำไปตากแห้งทำเป็นหนังปลาทอดกรอบ จัดจำหน่ายส่งขายทั่วประเทศมานานแล้ว" ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นผลงานการจับกุมของตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบซื้อขายเพื่อการค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ในพื้นที่อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจากการสอบถามผู้ต้องหา และจากการสืบสวน ยืนยันว่า ซากตัวเงินตัวทองเหล่านี้ เตรียมนำไปขายต่อที่ตลาดชายแดนภาคตะวันออก เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารป่าขายแก่ผู้ชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใดผู้บริโภคเฝ้าระวังstd46457• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สามารถติดต่อผ่านการมองตาได้จากที่มีข่าวว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สามารถติดเชื้อผ่านดวงตานั้น ขอให้ข้อมูลว่าการติดเชื้อนั้น ไม่สามารถติดต่อได้จากการที่มองตากัน แต่การจะติดเชื้อนั้นเกิดจากเมื่อผู้ติดเชื้อมีการไอหรือจาม แล้วมีละอองออกมาข้างนอก ตกหล่นตามสถานที่หรือวัตถุต่างๆ และหากเรามีการนำมือไปสัมผัสแล้วนำมาจับหน้าหรือจับอาหารเข้าปาก ก็มีโอกาสได้รับเชื้อ หรือถูกคนอื่นจามใส่ หน้าระยะใกล้ ก็อาจเสี่ยงติดเชื้อ ซึ่งอาการขอที่ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ คือมีไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และเหนื่อยหอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง และหากมีประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น ขอให้เข้ารับการรักษาโดยด่วน ส่วนวิธีการป้องกันเองสธ.ได้แนะนำให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล และหลีกเลี่ยง การสัมผัส ใกล้ชิด กับผู้ที่มีอาการคล้ายเป็นไขหวัด มีการไอ มีน้ำมูกดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชนได้รับข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับเชี้อไวรัสโคโรนา สถานการณ์ปัจจุบัน และการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขArin Arinchaya• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยรับวัคซีนเข็ม 4 แบบแปะฉีดตัวเองที่บ้าน จะกลายเป็นคนติดยาจากกรณีที่มีผู้โพสต์ระบุว่าช่วยกันเตือนพี่น้องเรา อย่ารับวัคซีนเข็ม 4 แบบแปะฉีดตัวเองที่บ้าน เพราะพวกเขาจะกลายเป็นคนติดยา ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่ามีการพัฒนาวิจัยวัคซีนที่มีลักษณะเป็นแผ่นแปะโดยประกอบด้วยเข็มขนาดเล็กจิ๋ว (micro-needles) จำนวนมาก ซึ่งสามารถแปะลงบนผิวหนังได้โดยตรง ทำให้ใช้วัคซีนปริมาณน้อย มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดอาการเจ็บปวดได้จริงตามที่มีรายงานข่าวตั้งแต่กลางปี 2564 ว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้รายงานผลการทดลองในหนู โดยใช้แผ่นแปะดังกล่าวสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันมากกว่าวัคซีนที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนถึง 10 เท่า และให้ภูมิคุ้มกันมากกว่าวัคซีนที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังถึง 50 เท่า ซึ่งผลการทดลองดังกล่าวตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) ทีมวิจัยที่ทำการทดลองนี้ นำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) และมหาวิทยาลัยแห่งนอร์ทแคโรไลนา (University of North Carolina – UNC) ที่เมือง Chapel Hill นอกจากนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งควีนส์แลนด์ (University of Queensland) ประเทศออสเตรเลียได้รายงานผลการพัฒนาวัคซีนแบบแผ่นแปะที่ให้ประสิทธิผลในหนูทดลองที่ดีมากเช่นกัน ถึงแม้ว่าข้อดีของวัคซีนแบบแปะคือ สามารถทำที่บ้านเองได้และยังไม่เกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ แต่กฎหมายในประเทศไทยยังไม่สามารถให้ประชาชนซื้อวัคซีนมาฉีดเอง และยังไม่มีผลิตภัณฑ์วัคซีนแผ่นแปะใดได้รับอนุมัติให้ใช้ในประเทศ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www3.dmsc.moph.go.th หรือโทร. 02 9510000supitcha245677• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ สเปรย์พ่นคอพ่นจมูกป้องกันไวรัสที่มีการโฆษณาและจำหน่ายที่จุฬาเภสัช (บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตัวดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์) หรือไม่ ดิฉันขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า 1. จุฬาเภสัช หรือ บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แต่อย่างใด ร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพียงร้านเดียวคือโอสถศาลา ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่หน้าคณะเท่านั้น 2. สารสกัดลำไยไซรัปที่วางจำหน่ายและกล่าวอ้างสรรพคุณว่าใช้พ่นคอและจมูกป้องกันไวรัสนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับงานวิจัยของข้าพเจ้า 3. ประกอบกับการนำชื่อข้าพเจ้าไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ในการโฆษณานั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่ได้รับอนุญาตจากข้าพเจ้าแต่ประการใดเรียน ทุกท่าน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและมีการสอบถามดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ) เข้ามาเป็นจำนวนมากถึงผลิตภัณฑ์ สเปรย์พ่นคอพ่นจมูกป้องกันไวรัสที่มีการโฆษณาและจำหน่ายที่จุฬาเภสัช (บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตัวดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์) หรือไม่ ดิฉันขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า 1. จุฬาเภสัช หรือ บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แต่อย่างใด ร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพียงร้านเดียวคือโอสถศาลา ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่หน้าคณะเท่านั้น 2. สารสกัดลำไยไซรัปที่วางจำหน่ายและกล่าวอ้างสรรพคุณว่าใช้พ่นคอและจมูกป้องกันไวรัสนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับงานวิจัยของข้าพเจ้า 3. ประกอบกับการนำชื่อข้าพเจ้าไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ในการโฆษณานั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่ได้รับอนุญาตจากข้าพเจ้าแต่ประการใด จึงเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบ และโปรดใช้วิจารณญาณ ในการ ใช้หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ ด้วยความเคารพ ศ. ภญ. ดร. พรอนงค์ อร่ามวิทย์ไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยข่าวเศร้าช๊อกโลก .. ผอ.รพ.ในเยอรมัน เขียนจม.อำลาก่อนกระโดดตึกรพ.ฆ่าตัวตาย โดยขอให้เปิดจม.ต่อสาธารณะ เพราะไม่อาจทนที่จะหลอกลวงคนไข้อีกต่อไป ว่าวัคซีนในขั้นทดลอง (เข้าใจว่าเยอรมันใช้ไฟเซอร์เป็นหลัก) นั้นปลอดภัย ไม่มีอันตราย แท้จริงคืออาวุธทางชีวภาพ... The head of the Chemnitz clinic in Germany committed suicide because of "lies about vaccination." Thomas Yenges committed suicide by jumping from the roof of the hospital. In his suicide note, the doctor allegedly justified his move by saying that he could no longer tolerate "constant lies and cheating about supposedly harmless vaccinations" related to Covid. Dr. Thomas Yenges wrote a suicide letter, which he demanded to be published. In it, he is said to have sharply criticized the government's information policy regarding the dangers of vaccinations against Covid-19. The doctor could no longer stand the constant lie that vaccinations were supposedly harmless. And he could no longer deceive patients. In the note, Yenges strongly condemns the vaccination of the population with the experimental and deadly Covid-19 vaccine, which is actually a biological warfare agent. In his opinion, this is genocide and a crime against humanity. Since the mayor threatened him with dismissal if he did not comply and refused to vaccinate the clinic's patients, Yenges presumably had no other options. He did not want to condone any crimes committed by the federal government, the state government and their henchmen. The Doctor saw his suicide as the only way to send a signal against all this. These are separate excerpts from the entire suicide note, which are now in circulation. Although Dr. Jenjes ordered the publication of the suicide note in full, according to reports, the mayor of Chemnitz, Sven Schulze, continues to prevent this publication. Numerous groups have formed on various forums demanding that Schulze abandon his position and finally begin to respect the last wish of Yenges. https://www.freiewelt.net/nachricht/chemnitzer-klinik-chef-geht-mutmasslich-wegen-impfungsluege-in-den-freitod-10086958/วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"ซิโนแวค" ก็เหมือนเมีย หาเรื่องติโน่นติเนี่ย อะไรก็ไม่ดีซักอย่าง "ไฟเซอร์" เหมือนเมียชาวบ้าน ดูดีไปหมด ดูดีกว่าเมียเราอีก "แอสตร้าซินิก้า" เหมือนหญ้าอ่อน อายุน้อยเหมาะกับคนแก่อายุ60 เห็นเด็ก ๆ ก็สดชื่น "จอนสันแอนจอนสัน" เหมือนคนสวยที่เขาลือกันมาว่าสวยก็สวยตามทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นตัวจริงเลย "ซิโนฟาร์ม" เด็กใหม่ ข่าวว่าขาวสวยหมวยเอกซ์ อีกคน แต่ยังไม่เข้างาน ต้องรอ ค่าตัวก็ยังไม่เคาะ "สปุคนิควี" สวยเซ็กซี่สาวรัสเซีย น้อยคนจะได้จีบ เพราะคุยคนละภาษา แม้จะพยายามแย่งจีบกันบ้าง แต่ก็แห้วทุกคน อิ อิ "โมเดอน่า" สวยระดับนางงามที่ใคร ๆ ก็กำลังหมายปองอยากเป็นคู่ครอง แต่ต้องหมั่นเช้าถึงเย็นถึงกันหน่อย ปลายปีค่อยให้แม่มาขอ ถ้ารักจริง แต่...ตอนนี้กลับไปหาของชัวร์-เมียคนแรกที่บ้าน กินน้ำพริกถ้วยเดิมไปก่อนจ้า...ฮ่าๆๆๆ!!!! .......................วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวดี! คน กทม. จากที่ หมอพร้อม ระบุให้ ผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี ต้องรอ วันที่ 19 กรกฎาคม จึงจะลงทะเบียน จองวัคซีนได้ คน กทม. ไม่ต้องรอ อีก 2 เดือนแล้วนะครับ ไปฉีด กัน เถอะ ****** กรุงเทพมหานคร ได้จัดให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวค (sinovac) ให้กับประชาชนอายุ 18-59 ปีที่สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 11 แห่ง ทั้งนี้ท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถาม และขอรับบริการได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 ( ตามรายชื่อโรงพยาบาลที่ทางกรุงเทพมหานคร กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ ท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดกับทางโรงพยาบาล ( ตามรายชื่อด้านล่างที่แจ้งนี้ ) เพื่อรับบัตรคิว เข้ารับบริการวัคซีนต้านโควิด -19 ค่ะ กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง โทร 0-2220-8000 2. โรงพยาบาลตากสิน โทร 02-437-0123 3. โรงพยาบาลเจริญกรุง ประชารักษ์ โทร 02-289-7000 4. โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โทร 0-2326-9995, 02-326-7711 5. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 0-2421-2222, 0-2444-0163 6. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โทร 0-2988-4100-1 7. โรงพยาบาลคลองสามวา โทร 02-150-1300 8. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน โทร 02-405-0901-4 9. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร โทร 021800201-3 10. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ซุตินธโร อุทิศ โทร 0-2429-3577-81 11. โรงพยาบาลสิรินธร โทร 02-328-6901-19 ประธาน อสส กทม.ขอแจ้งข่าว ให้ พี่น้อง อสส.กทม./และ อสม.ต่างจังหวัดทราบค่ะใครมีญาติที่มาพำนักย้ายทะเบียนราษฎร์ภูมิลำเนามาอยู่กรุงเทพฯก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะแนะนำให้มาฉีควัคซีนวัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสธ. ประกาศให้ “ยาแผนจีน” เป็นยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกแล้ว ใช่ไหม?มีข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 กระทรวงสาธารณสุข มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2563 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามความใน (1) ของบทนิยามคำว่า“ผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ในมาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 จึงออกประกาศกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2563” ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ในประกาศนี้ “การแพทย์แผนจีน” หมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์หรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้ความรู้แบบแพทย์แผนจีน “ยาแผนจีน” หมายความว่า ยาที่ได้จากสมุนไพรโดยตรง หรือที่ได้จากการผสม ปรุงหรือแปรสภาพสมุนไพร ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ตามศาสตร์องค์ความรู้การแพทย์แผนจีนหรือยาตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยาแผนจีน ข้อ 4 กำหนดให้ยาแผนจีนเป็นยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกยาสมุนไพรnaruemonjoy• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยขอเชิญร่วมลงชื่อคัดค้าน และเรียกร้องให้รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัลผ่าน “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ๑๐,๐๐๐ บาท และร่วมร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจ ดำเนินการส่งเรื่องนี้ต่อศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตรา พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และบทบัญญัติในส่วนของหน้าที่ของรัฐหรือไม่ ข้าพเจ้า วิรังรอง ทัพพะรังสี ได้ทำการยื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วตามรายละเอียดด้านล่างนี้ หากท่านเห็นด้วยกับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และต้องการเป็นผู้หนึ่งในการร่วมคัดค้านและเรียกร้องให้รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัลผ่าน “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ๑๐,๐๐๐ บาท โปรดสนับสนุนด้วยการร่วมลงชื่อในแบบฟอร์มนี้ค่ะ https://forms.gle/4fuBV1WFaHWn2HUn9 ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ได้ร่วมลงชื่อ ขออนุญาตรวบรวมชื่อของท่าน เพื่อส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไปค่ะ สุดท้ายนี้ ขอบกราบขอบพระคุณคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ ๘๑ ท่านที่ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านโยบายแจกเงินดิจิทัลผ่าน “กระเป๋าเงินดิจิทัล” และขออนุญาตนำแถลงการณ์นำส่งเป็นเอกสารแนบยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมถึงเหตุและผลที่ควรยกเลิกนโยบายดังกล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่หลวงมาก ข้าพเจ้าไม่อาจทราบว่าที่กระทำไปนี้จะได้ผลอย่างไรหรือไม่ เพราะรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีนสิน ดูจะเดินหน้าไม่ฟังเสียงประชาชนเลย คิดว่าคงทำได้ตามกำลังเพียงเท่านี้ แต่ก็รู้สึกดีกว่าการที่จะไม่ได้ทำอะไรเลย....... วิรังรอง ทัพพะรังสี ๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ _________________________ ที่ ๐๔/ ๒๕๖๖ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง ร้องเรียนนโยบายแจกเงินดิจิทัลผ่าน “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตรา พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และบทบัญญัติในส่วนของหน้าที่ของรัฐหรือไม่ สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน ๑ ฉบับ ๒. แถลงการณ์ นักวิชาการและอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ๘๑ ท่าน เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแจกเงิน ดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท กราบเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่ปรากฏในสื่อสารมวลชนว่า รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน มีนโยบายแจกเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้กับประชาชนทุกคนที่มีอายุ ๑๖ ปีขึ้นไปเพื่อกระตุ้นการบริโภค และได้มีผู้ที่มีความรู้ตลอดจนประชาชนจำนวนมาก ออกมาคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วย และขอให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายดังกล่าว แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันที่จะเดินหน้าต่อไป ล่าสุด เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ นักวิชาการและอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ๘๑ ท่าน รวมทั้งอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ๒ ท่าน คือ นางธาริษา วัฒนเกส และนายวิรไท สันติประภพ ได้ร่วมกันลงชื่อในแถลงการณ์ เห็นพ้องต้องกันเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะเป็นนโยายที่ “ได้ไม่คุ้มเสีย” โดยให้เหตุผลประกอบอย่างละเอียด (เอกสารแนบ ๒) ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ข้าพเจ้า นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง มีความเห็นว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่จะสร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมในสังคมให้เกิดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเศรษฐีและมหาเศรษฐี ที่อายุเกิน ๑๖ ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือด้วยทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังห่วงใยว่า นโยบายดังกล่าวไม่เพียงแต่จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง แต่เป็นการสร้างหนี้จำนวนสูงมากโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะส่งผลทำลายเสถียรภาพทางด้านการคลังของประเทศในระยะยาว โดยประชาชนทั้งประเทศจะต้องแบกรับความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับกรณีโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้านกฎหมาย รัฐบาล โดย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงในวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ ว่าการจ่ายเงินดิจิทัล สามารถทำได้ ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.เงินตรา ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แม้รัฐบาลจะประกาศว่า “เงินดิจิทัล” ที่จะออกมาตามโครงการ “กระเป๋าเงินดิจิทัล” นั้น จะไม่ใช่การออก “คริปโตเคอร์เรนซี” ซึ่งจะไม่สามารถทำได้ เพราะจะผิดตาม พ.ร.บ.เงินตรา ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย “หนึ่งประเทศจะมีสองสกุลเงินไม่ได้” แต่จะออกมาในรูปแบบเหรียญ “ดิจิทัลโทเคน” ประเภท “ยูทิลิตี้ โทเคน (Utility Token)” ซึ่งจะเป็น “โทเคน” เพื่อการอุปโภคบริโภค จึงไม่ได้เป็นการสร้างสกุลเงินใหม่ และไม่ใช่กรณีเดียวกับ Bitcoin Luna หรือ USDT แต่เป็นเหรียญ คูปอง หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไป อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐบาลจะใช้ “ดิจิทัลโทเคน” ประเภทยูทิลิตี้ โทเคน จะเป็นเหรียญ หรือจะเป็นคูปอง แต่เมื่อออกโดยรัฐบาล และประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าได้แทนเงินสดกับร้านค้าได้ทั้งหมด เช่น ร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ ห้างแม็คโคร รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นว่าจะแตกต่างกับการใช้เงินตราตรงไหน เหตุใดจึงไม่แจกเป็นเงินสดเข้ากระเป๋าสตางค์ให้แก่ประชาชนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ต้องยุ่งยาก ร้านค้าที่รับก็ไม่ต้องลำบากในการนำไปแลกคืนกับรัฐบาลเพื่อรับกลับมาเป็น “เงินบาท” ข้าพเจ้ามีความสงสัยว่า ลักษณะของเหรียญ หรือคูปอง ที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้นี้ อาจเข้าข่ายเป็นการออกเงินตราอย่างหนึ่ง และเมื่อมีสภาพเป็นเงินตราก็จะเข้าบังคับพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ เนื่องด้วย “.....ตามเกณฑ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย “ยูทิลิตี้ โทเคน จะสามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้า และการบริการต่างๆ แบบเฉพาะเจาะจง ภายในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือโครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ต้องไม่มีลักษณะเป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้าง ในลักษณะของการใช้แทนเงิน (Means of Payment: MOP) เป็นการทั่วไป ดังนั้น จึงอาจจะต้องพิจารณาให้ดีว่า การใช้โทเคนดังกล่าวในการซื้อสินค้า และบริการกับร้านค้าทั่วประเทศ อาจจะเข้าข่ายเป็น “การชำระในลักษณะการเป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้าง” หรือ การใช้แทนเงิน ซึ่งจะผิดกฎเกณฑ์ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย.....” ที่มาของข่าวและข้อมูล: https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_7856583 https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2721853 สุดท้าย แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นนโยบายที่ตรงไปตรงมา ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชน และไม่เกี่ยวกับการฟอกเงินตามที่มีผู้กล่าวอ้าง แต่ประชาชนจำนวนมากมีความเห็นว่า หากรัฐบาลมีเงินสดที่จะแจกให้กับประชาชนได้ การแจกเงินก็ควรจะสามารถทำได้ตรงๆ เหมือนสมัยที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยแจกประชาชนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยและใช้เป็นอยู่แล้ว แต่การที่รัฐบาลไม่แจกเป็นเงิน ทำให้เกิดเป็นเรื่องยุ่งยากที่ถกเถียงกันในสังคมทั้งด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องและด้านกระบวนการปฏิบัติ ยังไม่รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการชำระเงินดิจิทัล สร้างแอปพลิเคชันในการชำระเงิน และสร้างบล็อกเชนใหม่ขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนและระยะเวลาจำนวนมาก สังคมจึงมีความเคลือบแคลงสงสัยว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม แต่อาจเป็นการหลบเลี่ยงหรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศ และขัดต่อวินัยการเงินและการคลังของประเทศอย่างร้ายแรง ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีความห่วงใยประเทศชาติ จึงได้ส่งหนังสือร้องเรียนนี้มากราบเรียนขอให้ท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ส่งเรื่องนี้ต่อศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่ากระทำดังกล่าวของรัฐบาลขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ต่อไป ขอแสดงความนับถือ นางวิรังรอง ทัพพะรังสีข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยว่าด้วยเรื่องยา…ลองอ่านและพิจารณาดูนะ ว่าอะไรยังไง 🚩นาง Gwen Olsen คนวงใน ตัวแทนขายยา ที่ฝังตัวอยู่ในธุรกิจยามานาน 15 ปี ออกมาแฉ :- 📕บริษัทยักษ์ใหญ่ขายยา ไม่ได้สนใจที่จะ เสริมสุขภาพ หรือ เยียวยารักษา หรอกนะ 📕แต่พวกเขา อยู่ในธุรกิจ =เลี้ยงไข้= และ =บริหารอาการป่วย= ต่างหาก 📕พวกเขา ไม่รักษามะเร็ง ไม่รักษาอัลไซม์เมอร์ ไม่รักษาโรคหัวใจ หรือโรคใดๆ ทั้งสั้น 📕เพราะหากพวกเขาทำอย่างนั้น บริษัทก็เจ๊งกันพอดีนะสิ เพราะจะไม่เหลือคนป่วย มาคอยซื้อยาของพวกเขา ซึ่งแบบนั้นจะเป็นอันตรายต่อธุรกิจ 🚩ดิฉันไม่ใช่พวกนักทฤษฎีสมคบคิด เพราะมันมีหลักฐานโทนโท่ 📕ยกตัวอย่างเช่น พวกยาระงับประสาท มันมีไว้เพื่อ =เลี้ยงไข้= ให้ป่วยอย่างนั้นอยู่นานๆ ส่วนใหญ่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต มันเหมือนยาเสพติดที่คุณ =ถอนออก= ไม่ได้ 📕ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้คนจะต้องรู้ว่า ยาตัวไหน คือยาประเภทเลี้ยงไข้ ตัวอย่างเช่น 📕ยาลดคลอเรสเตอรอล ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันลดครอเรสเตอรอล =มากเกินไป= จนผู้ป่วย กลายเป็นโรคอื่นๆ เข้ามาแทน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยานี้ 📕คน 44 ล้านคน ยังกินยากดประสาทอยู่ ซึ่งตอนนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า มันใช้ไม่ได้ผล เพราะถึงกินไป ก็ไม่ต่างจากกินยาหลอก และแค่ไปออกกำลังกาย ก็ยังได้ผลดีกว่ากินยาถึง 2 เท่าด้วยเลย 📕แต่เดี๋ยวนี้ คุณจะไม่ได้ยินข่าวจริง ที่ดีต่อสุขภาพแบบนี้หรอกนะ ตราบใดที่ยักษ์ยา ยังเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ เป็นรายได้หลักให้กับช่องทีวี บริษัทพวกนี้ทำกำไร 5-6 เท่าเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ในอเมริกา พวกเขาจะไม่มีทางยอมสูญเสีย ผลกำไรงามๆ แบบนี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน และจริงๆ แล้ว พวกเราก็เป็นแค่เหยื่อประเภท =โภคภัณฑ์มนุษย์= หรือ =แม่วัวทำเงิน= ตัวอ้วนๆ สำหรับพวกเขา 📕อย่างที่ดิฉันเอง ก็ถูกกระตุ้นให้ออกไปหลอกลวง เพื่อ =เพิ่มส่วนแบ่งตลาด= ให้กับบริษัท โดยไม่คิดไม่สน ว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง โดยไม่รู้ว่าพวกเขา ปล่อยข่าวเท็จอะไรออกไปบ้าง โดยไม่รู้ว่างานวิจัย ถูกโกงอย่างไร ให้ออกมาดูดี ด้วยการปกปิดซุกซ่อน ผลข้างเคียงที่อันตรายอะไรบ้าง 📕ดิฉันอยู่ในวงการนี้มา 15 ปี และเป็นระดับตัวแม่ของตัวแม่นักขาย แต่ดิฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ และกำลังบอกคุณว่า อุตสาหกรรมนี้มัน เน่าเฟะ แค่ไหน และเราต้องเอาอำนาจของเราคืนกลับมา ช่วยกันทำให้บริษัทยาเหล่านี้ ต้องรับผิดชอบกับความผิดที่ได้กระทำ สำหรับยาห่วยแตกที่ขายๆ กันอยู่ของพวกเขา 📕เพราะอีกไม่นานเกินรอ ที่ชาวมะกันทุกคน จะได้เจอผลลัพท์อันเลวร้ายของหายนะนี้ เราต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง • อะไรคือโรค • อะไรคือความผิดปกติ • อะไรคืออาการ 📕นั่นเพราะถ้ามันไม่มีหลักฐานทางการแพทย์อย่าง ผลเลือด ผลสแกนสมอง ฯลฯ คุณก็ไม่มีเอกสารอะไรมาพิสูจน์ได้ ว่าเป็นโรค ซึ่งคุณอาจไม่ได้ติดโรค แต่คุณแค่มีความผิดปกติ ที่อาจถูกวินิจฉัยมาอย่างผิดๆ 📕และคุณต้องขวนขวายหาความรู้ จนเข้าใจว่า มันยังมี =ทางเลือก= อื่นอยู่นะ ซึ่งอาจรักษาได้ผลดีกว่าการใช้ยา เสียด้วยซ้ำ ต้องไปดูในมุมของโภชนาการ ของอาหารที่คุณกิน ไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณได้ออกกำลังกายบ้างไหม ? คุณได้ดูแลตัวเองดีพอแล้วหรือยัง ? 📕นั่นก็เพราะ เมื่อคุณเริ่มกินยาขนานหนึ่งเข้าไป คุณก็จะกลายเป็น =ลูกค้าตลอดชีพ= ของบริษัทขายยา ... 💊สุขภาพผู้บริโภคเฝ้าระวัง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
