(3188 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมที่กลับมาอีกครั้ง โควิด-19 แพร่ระบาดทางอากาศเมื่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มต้นระบาดขึ้นในประเทศไทย มีผู้คนในแวดวงวิชาการจำนวนมากให้ความกังวลว่าเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปในอากาศได้ แม้กระทั่งในต่างประเทศก็ยังมีงานวิจัยความเสี่ยงในการระบาดบนเครื่องบินซึ่งถือว่าอยู่ในสภาพอากาศที่ปิด ขณะนั้นจึงมีคำศัพท์ 2 คำที่พบได้บ่อย คือ Airborne (แพร่กระจายผ่านอากาศ) กับ Droplet (แพร่ผ่านละอองฝอย) มีผู้ส่งข้อความมายัง cofact.org ตรวจสอบ หลังมีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายผ่านอากาศ (Airborne) เป็นความจริงหรือไม่ จากกรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า มีนักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ เปิดเผยหลักฐานการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน สามารถแพร่ผ่านทางอากาศ (AirBorne) จึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยอมรับว่าโควิด-19 มีการติดต่อในรูปแบบแอร์บอร์น และปรับคำแนะนำนั้น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2563 เว็บไซต์ hfocus.org เผยแพร่ข้อมูลจาก นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ข้อมูลจนถึงขณะนี้โรคโควิด -19 ส่วนใหญ่ยังเป็นการแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน (Droplet) จากการไอ จาม และในระยะ 1 เมตร ส่วนการแพร่กระจายทางอากาศหรือ แอร์บอร์นนั้น เกิดขึ้นในโรงพยาบาลstd47707• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคนชรากินปลาท่องโก๋ไม่ได้คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ส่วนการที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อไต และความดันโลหิตสูง ผลที่ตามมาคือเกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางอย่าง ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ในปาท่องโก๋ไม่ได้ใส่เกลือหรือผงฟูมากขนาดนั้น หากไม่กินมากจนเกินไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายstd47887• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นมะเร็งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเผย ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่าเม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ;PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl;PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่ม PCBs จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์ โดยเม็ดชานมไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง การกินเม็ดชานมไข่มุกก็เหมือนการกินแป้ง จึงยังสามารถกินชานมไข่มุกได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่ากลัว คือการกินชานมไข่มุกในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจได้ เพราะนอกจากในเม็ดไข่มุกจะประกอบไปด้วยแป้งมันสำปะหลังแล้วนั้น ในน้ำชานมยังประกอบไปด้วยน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน ซึ่งจัดได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง และมีคุณค่าทางสารอาหารน้อยมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังstd46682• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผัวยิงเมียตายแล้วซุกตัวในบ้าน แม่เกลี้ยกล่อมก็ยังเงียบ สอดกล้องดูพบกลายเป็นศพไปแล้วจากการสอบถาม นางปวีณา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บ ทราบว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังจะอุ้มหลานไปอยู่กับยายทวดบ้านข้างๆ กัน เห็นลูกเขยกำลังทะเลาะกับลูกสาว หาว่าลูกสาวตนมีชู้ ตนก็เลยบอกว่าถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้เลิกกันไป จากนั้นตนก็อุ้มหลานไปไว้กับยายทวด แล้ววิ่งมาที่บ้านก็ได้ยินเสียงปืน และเห็นลูกสาวตนล้มลง ตอนแรกคิดว่าชักเพราะมองไม่เห็นแผลถูกยิง ตนก็กอดลูกสาวไว้จนเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาถึง ทั้ง 2 คนแต่งงานกันมาได้ปีกว่า มีลูกด้วย 1 คน ปกติฝ่ายชายไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนมากจะไปกรีดยางอยู่ที่บ้านแม่ที่ อ.สังขะ แต่ก็ไปๆ มาๆ ต่อมาเวลา 13.30 น. แม่ของ นายวัชระพล ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนเริ่มเจรจาให้ลูกชายออกมามอบตัว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย ทั้งนี้ระหว่างรอหาวิธีการเจรจา แม่ของฝ่ายหญิงและญาติพี่น้อง ได้รับทราบข่าวว่า น.ส.อนงค์นาถ ได้เสียลงแล้วที่โรงพยาบาล จากนั้นเวลา 14.40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กล้องดิจิตอลสอดผ่านรูผนังห้อง พบว่า นายวัชระพล ได้ผูกคอตัวเองกับคานผนังห้องเสียชีวิตแล้ว จึงประสานแพทย์ ร.พ.สุรินทร์ ตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนกร พวงจำปา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เพี้ยมราม ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความหึงหวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไปแอคปลอมเกีย มึน'น• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ รัฐฯ เตรียมแจกเงินยังชีพผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องรัฐฯ เตรียมแจกเงินยังชีพผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ . จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องรัฐฯ เตรียมแจกเงินยังชีพผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาท เริ่ม 10 ก.ค. 66 นี้ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ . - อายุ 60 - 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน - อายุ 70 - 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน - อายุ 80 - 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และหากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.dop.go.th หรือโทร. 02 642 4336 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : รัฐฯ ไม่มีนโยบายเพิ่มเงินยังชีพผู้สูงอายุ 3,000 บาท เนื่องจากการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังยึดตามหลักเกณฑ์เดิมของระเบียบกระทรวงมหาดไทยstd46417• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยแจ้งเตือนข่าวปลอม กินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำเสี่ยงมะเร็งตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง “กินอาหารค้างคืนกลับมาอุ่นซ้ำเสี่ยงเป็นมะเร็ง” กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า การรับประทานอาหารค้างคืนกลับมาอุ่นซ้ำไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลกินอาหารค้างคืนกลับมาอุ่นซ้ำเสี่ยงเป็นมะเร็งนั้น การรับประทานอาหารค้างคืนและกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น เก็บในตู้เย็นที่มีความเย็นไม่เพียงพอทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึ้นมา เมื่อทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้ อาหารที่ทำทิ้งไว้นานและมีการอุ่นซ้ำซากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รวมถึงมีรสชาติเปลี่ยนไป นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า การรับประทานอาหารที่ค้างคืนและกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษาและการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรรับประทานอาหารที่สดใหม่ ไม่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆsirikanyaa2549• 3 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยอย. เตือนแล้วเตือนอีก ไม่มีครีม – เซรั่ม ทาแล้วจมูกโด่งภายใน 7 วันได้จริงวันที่ 18 ธ.ค. 2564 ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า กรณีมีผู้แชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่สามารถทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ซึ่งในความเป็นจริงหากดูจากโครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้น ครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใดๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณในทางหลอกลวง เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า อย. เคยออกข่าวเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2561 และกลับมาวนซ้ำอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ขอให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556ความสวยความงามผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48049• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม เพราะระบบน้ำเหลืองมีปัญหาตามที่มีการกล่าวถึงในประเด็นเรื่องเกิดสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม คือสัญญาณว่าการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองมีปัญหา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ระบบน้ำเหลืองมีปัญหา จริงหรือไม่ กรณีส่งต่อคำแนะนำว่า อาการเกิดสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม คือสัญญาณว่าการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองมีปัญหานั้น ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า จากข้อมูลตามข้อความดังกล่าวไม่มีเหตุผลที่เป็นไปได้ตามทฤษฎีทางการแพทย์ คือ ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองไม่ได้มารวมกับน้ำเลือดบริเวณหน้าอกและไม่ได้สัมพันธ์กับการเกิดสิวหน้าอกตามที่ข้อความกล่าวถึง ปัสสาวะสีเหลืองเข้มมีปัจจัยได้หลายสาเหตุเช่นภาวการณ์ดื่มน้ำน้อย ดังนั้นเลือดหนืดข้นไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ข้อเท้าบวมมักเกิดจากการรั่วของน้ำออกไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ จากการที่มีน้ำเกินหรือขาดสารอัลบูมินไม่ใช่ของเสียที่ตกค้างมารวมกันNattakij Boonmarong• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยจริงหรือไม่! คนแก่กินปาท่องโก๋ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ไตทำงานหนักจากข้อมูลในโลกออนไลน์ เรื่อง คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ส่วนการที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อไต และความดันโลหิตสูง ผลที่ตามมาคือเกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางอย่าง ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ในปาท่องโก๋ไม่ได้ใส่เกลือหรือผงฟูมากขนาดนั้น หากไม่กินมากจนเกินไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายNattakij Boonmarong• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย(หมอ) อาจารย์หมอได้ออกมาเตือนพวกเราว่า …(หมอ) อาจารย์หมอได้ออกมาเตือนพวกเราว่า … (')ความสัมพันธ์ของความดันโลหิตไม่ใช่เป็นเรื่องล้อเล่น มันมีผลต่อสุขภาพของคนเราค่อนข้างมาก เพื่อลดความเสี่ยงและให้เข้าใจเรื่องความดันโลหิตมากยิ่งขึ้น ให้เรามีสุขภาพที่ดี (')วัยหนุ่มสาวที่สุขภาพดี ความดันควรอยู่ที่ 120/80 (')ผู้สูงวัยที่แข็งแรง ความดันควรอยู่ 140/90 (')ตัวล่างเป็นตัวชี้วัดความดันด้านหัวใจ สูงสุดไม่ควรเกิน 95 และไม่ควรต่ำกว่า70 (')ส่วนตัวบนเป็นตัวชี้วัดความดันของสมอง สูงสุดไม่ควรเกิน 160 และไม่ควรต่ำกว่า 110 (')แยกวิเคราะห์ได้ดังนี้ (*)1. ตัวบนสูง ตัวล่างก็สูง แสดงว่าเป็นโรคความดันสูง หากความดันสูงนาน 10 ปี จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจ แต่ถ้าความดันสูงนาน 20 ปี ก่อให้เกิดโรคด้านเส้นเลือดสมอง (.)2. ตัวบนสูง ตัวล่างปกติ สะท้อนโรคสันหลังคออักเสบ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเส้นเลือดสันหลังตีบ (*)3. ตัวบนสูง ตัวล่างต่ำ แสดงว่าเป็นโรคสันหลังคอ และหัวใจขาดเลือด (.)4. ตัวบนต่ำ ตัวล่างต่ำ เป็นสาเหตุหลักของความดันต่ำ (*)5. ตัวบนต่ำ ตัวล่างปกติ แสดงว่าหัวใจขาดเลือด (.)6. ตัวบนปกติ ตัวล่างสูง แสดงว่าหัวใจทำงานหนัก ร่างกายอ่อนแอง่าย (*)7. ตัวบนปกติ ตัวล่างต่ำ ปัญหาของหัวใจขาดเลือด จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่าย (')นอกจากนี้ยังมีข่าวการวิจัยใหม่ของ USA ประกาศอย่างเป็นทางการ คนอายุ 65 ปีขึ้นไป ค่ามาตรฐานคือ 150/90 คนอายุ 80 ปีขึ้นไป ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 160 หรือ 170 ก็ได้ (')ที่ผ่านมาหลายปี เป็นเพราะผลด้านการค้า ทำให้ใช้เกณฑ์มาตรฐานเก่า ๆ ว่า ไม่ควรเกิน 120 ทำให้คนอายุ 60-70 ปี ต้องรับภาระที่ไม่จำเป็น และกังวลเรื่องความดันโลหิต ต่อจากนี้ต้องเปลี่ยนแนวคิดที่แพทย์เคยสอนมาผิด ๆ (')หวังว่าทุกบ้านจะมีคนที่เข้าใจปัญหาด้านสุขภาพอย่างแท้จริง เหล่านี้เป็นเรื่องที่คณะแพทย์สะสมการวิจัยมานับร้อยปี มีคุณค่าการศึกษาอย่างยิ่ง (')เพื่อให้สุขภาพที่ดีต่อตัวเองและครอบครัว หลังดูคลิ๊ปนี้แล้ว ช่วยแชร์ต่อให้คนที่รักดูด้วยครับMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 2 คนสงสัย❗️ขอความกรุณาอ่านจนจบนะครับ❗️ขอร้องจากใจจริง ยาวนิด แต่เกี่ยวข้องกับท่านและครอบครัวของท่านโดยตรง ✅ผมเคยเรียนวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งมา สาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ผมเคยเปิดร้านขายมือถือ ผมเคยเป็นช่างซ่อมมือถือ ผมเคยเป็นอาจารย์สอนซ่อมมือถือ ✅ผมเชื่อว่าทุกท่านเคยชาร์จโทรศัพท์ไปพร้อมกับเล่นไป ผมขอเตือนด้วยความห่วงใยจริงๆครับ เลิกทำแบบนี้นะครับ มันอันตรายถึงชีวิตจริงๆ หลายๆท่านคงเคยเห็นข่าวที่ออกมาบ้าง ว่ามีคนเสียชีวิตจากการชาร์จไปเล่นไป แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกกลัวกันเลยจริงๆ วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าทำไมถึงต้องกลัว ✅ไฟบ้านที่เราใช้กันอยู่คือ 220 โวลท์ (แค่นี้ก็ตายแล้ว) เมื่อเราเสียบที่ชาร์จ วงจรจะปรับระดับเป็น 310 โวลท์แล้วจ่ายเข้าไปที่หัวชาร์จ ตัวนี้จะแปลงไฟจาก 310 โวลท์ให้เหลือแค่ 5 โวลท์แล้วจ่ายไฟผ่านสายเข้ามือถือ (ขอใช้ศัพท์ง่ายๆเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ) ✅ในหัวชาร์จมีฉนวนที่เป็นเทปสีเหลือง กั้นไฟระหว่าง 310 โวลท์กับ 5 โวลท์เอาไว้ ถ้าเราเล่นไปชาร์จไปหัวชาร์จจะร้อน ไอ้ฉนวนเทปสีเหลืองที่กั้นเอาไว้มันจะละลาย พอมันละลายก็คือไฟ 310 โวลท์จะวิ่งเข้าหาท่านทันที โดยที่ท่านไม่มีโอกาสได้ปล่อยมือเลย ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งร้องเรียกให้คนมาช่วย ท่านจะไม่มีโอกาสมีลมหายใจอีกต่อไป (กระบวนการนี้มันใช้เวลาเร็วมากในการที่ทำให้ท่านจบชีวิตลง) 💐ด้วยความห่วงใยจริงๆครับ ขอเถอะครับ ก่อนที่มันจะสายไป ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับท่านและครอบครัวจริงๆครับ ขอแค่นี้ครับ แค่นี้จริงๆ เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจีนผวาลมจากเกาหลีเหนือพัดโควิดมาด้วยเจ้าหน้าที่รัฐในเมืองตานตงของจีน ที่ติดกับชายแดนเกาหลีเหนือ เผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ไม่ทราบว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่มาจากไหน เชื่อว่าลมพัดพาไวรัสดังกล่าวมาจากเกาหลีเหนือ ที่ขณะนี้กำลังระบาดหนัก ศูนย์ควบคุมโรคของเมืองตานตงเผยอีกว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัปดาห์ที่แล้ว และส่วนใหญ่ไม่มีประวัติออกนอกบ้านเลย เพราะมีคำสั่งล็อกดาวน์ทั้งเมืองตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยชื่อ เผยกับบลูมเบิร์กว่า เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยาลู่ หรือแม่น้ำอัมนก ในภาษาเกาหลีปิดหน้าต่างทุกบานในวันที่ลมพัดมาจากเกาหลีเหนือ ทั้งยังขอให้ตรวจเอทีเคบ่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมารองรับ ขณะเดียวกันก็มีวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่าการติดเชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศนั้นเกิดขึ้นได้ยากมากหากอยู่ระยะไกล โดยเฉพาะในพื้นที่โล่งแจ้งโดยไม่สัมผัสกับเชื้อซ้ำๆ ทั้งนี้เมืองตานตงเป็นเมืองชานแดนที่เป็นศูนย์กลางการค้าหลักแห่งหนึ่งระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ โดยสินค้าที่เกาหลีเหนือค้าขายกับต่างประเทศต้องผ่านเมืองนี้ถึง 70% ในช่วงก่อนโควิดโควิด 2019Surawoot Chankit• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยช่อง Mono29 ออกข่าวเมื่อสักครู่ คุณหมอธีระแจ้งให้ประชาชนตุนอาหารเพื่อ 2-3 สัปดาห์ถัดจากนี้โควิดจะรุนแรงมากห้ามกิจกรรมภายนอกบ้านค่ะ ด้วยรักและห่วงใยค่ะ💐❤️ มีเรื่องเตือนนะคะ ตอนนี้ ยอดคนติดโควิด น่าจะเยอะกว่าตัวเลขที่เห็น 3-4 เท่า สิ่งที่ต้องทำคือ 1.ถ้าการเบิกจ่ายเงิน ต้องไปแต่ที่แบงค์ ให้รีบไปโอนเงินเข้าบัญชี จำนวนหนึ่ง ที่พออยู่ได้ 1-2 เดือน พร้อมถือเงินสดไว้ด้วยนิดนึง ** เพราะใกล้มีคำสั่งปิดแบงค์แล้ว** 2.พยายามกินอาหารสด ตอนนี้ ก่อนไล่กินอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง เพราะมีโอกาสได้กินแน่ เร็วๆนี้ 3.สั่งอาหารที่เก็บได้นาน อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม มาตุนไว้ได้แล้ว เดือน ส.ค.- ก.ย. จะวิกฤตที่สุด 4.ตุนยารักษาโรคทุกชนิดที่มีขาย และ สมุนไพรเสริมภูมิ + รักษาโควิด ให้มากที่สุด 5.ทุกสถานที่ ตอนนี้ ใกล้ถูกสั่งปิดอีกรอบ รีบจัดการให้เรียบร้อย ยังพอมีเวลาโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(ขอร้อง) ขออนุญาต แอดมินแจ้งข่าวประเสริฐ (!) “เพียง 5 บาท” ก็ทำให้เด็กชายคนหนึ่งได้เรียนรู้ชีวิตและพาพ่อที่แข็งแรงขึ้นกลับบ้านได้ . ที่นี่คือ #อาคารเย็นศิระ ที่พักของผู้ป่วยและญาติระหว่างรอรับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ที่นี่ให้บริการที่นอน อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และการดูแลจากพยาบาล ทั้งหมดนี้เพียงวันละ 5 บาทค่ะ . ทำให้ตอนนี้มีผู้ป่วยมาพักเป็นจำนวนมาก อาคารเย็นศิระทั้ง 2 อาคาร รองรับได้ 250 คน/วัน แต่มีผู้มาพักเฉลี่ยถึง 500 คน/วัน มากกว่า 150,000 คนต่อปี ซึ่งผู้ป่วยที่มาพักส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง เดินทางมาจากพื้นที่ห่างไกล จำเป็นต้องมารับการรักษาและมาพักเป็นเวลานาน บางคนนานเป็นสัปดาห์ บางคนนานเป็นปี และยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่รอการมาเข้าพักที่อาคารหลังนี้ค่ะ . #มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จึงได้จัดระดมทุนเพื่อสร้างอาคารเย็นศิระ 3 เพื่อรองรับผู้ป่วยและญาติให้ได้มากขึ้น คิดค่าบริการวันละ 5 บาทเช่นเดิม เพื่อทำให้การมาอยู่หาดใหญ่ของใครหลายๆคน ได้มาพักและพาคนที่รักกลับบ้าน . จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารเย็นศิระหลังใหม่นี้ ได้ที่...... บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี : 641-0-17799-9 ชื่อบัญชี : เพื่อผู้ป่วยอาคารเย็นศิระ มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ***ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้*** . หรือ ร่วมสมทบทุนผ่าน QR code (YENSIRA3) จากภาพในช่องคอมเมนต์ . ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสมทบทุนหรือแชร์บอกต่อเรื่องราวของอาคารเย็นศิระแห่งนี้นะคะไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 2 คนสงสัยด่วน: สวิตเซอร์แลนด์ห้ามทำแมมโมแกรม — และได้เปิดโปงกลุ่มมาเฟียทางการแพทย์! เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศหนึ่งประกาศสงครามกับคำโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมมะเร็ง ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เพิ่งห้ามทำแมมโมแกรม โดยเปิดโปงปฏิบัติการทั่วโลกที่ทำให้ผู้หญิงหลายล้านคนได้รับบาดแผลทางจิตใจ ทำร้ายร่างกาย และถูกหลอกลวงให้ทำแมมโมแกรมในนามของผลกำไรของหมอและอุตสาหกรรมของบริษัทยา เพราะว่า การทำแมมโม แกรมนี่ไม่ใช่การแพทย์ นี่คือการจู่โจมที่เป็นระบบ เปิดโปงกลลวงที่ให้ข้อมูลการตรวจเป็นผลบวกปลอม สูงถึง 60% นั่นหมายความว่าผู้หญิงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม พวกเธอถูกฉีดเคมีบำบัดครีโม ผ่าตัดเปิดอวัยวะ หรือฉายรังสี… โดยไม่จำเป็นและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากความกลัว ขั้นตอนนี้รุนแรงมาก เต้านมถูกกดทับภายใต้แรงกดสูง และฉายรังสี สารก่อมะเร็งที่รู้จักกันดี แม้จะอ้างว่า "ป้องกัน" แต่กลับทำให้สิ่งที่แสร้งทำนั้นเป็นปัญหาได้ ยิ่งแย่ลงไปอีก: แมมโมแกรมอาจทำให้เนื้องอก(ถ้ามี)แพร่กระจายได้ การศึกษาวิจัยใหม่ยืนยันว่าการกดทับเนื้อเยื่อที่บอบบางอาจกระตุ้นให้เกิดการแพร่กระจาย และการทดสอบอาจเพิ่มโรคก็ได้ มีการวินิจฉัยเกินจริงถึง 690,000 กรณี ไม่ใช่โดยบังเอิญ แต่เป็นการออกแบบของระบบการตรวจ นั่นคือผู้หญิงหลายแสนคนที่กลายเป็นวัวนมที่สร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทยาขนาดใหญ่ในขณะที่พวกผู้หญิงเหล่านั้นยังมีสุขภาพแข็งแรงดี เครื่องจักรระดับโลกของบริษัทยา แมมโมแกรมไม่ใช่ระบบดูแลสุขภาพ แต่เป็นการสร้างความกลัวที่เกิดจากอุตสาหกรรมนี้ผู้หญิงถูกหลอกล่อด้วยโฆษณาชวนเชื่อ และ ถูกบังคับให้เข้ารับการตรวจคัดกรองทุกปี และถูกรีดไถจนหมดตัวโดยกลุ่มอาชญากรหลายพันล้านดอลลาร์ของระบบนี้ สวิตเซอร์แลนด์เพิ่งทำลายภาพลวงตานี้ โดย รัฐบาลของพวกเขาได้ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์และประกาศว่า "ไม่มีอีกแล้ว" ไม่มีการโกหกอีกต่อไป ไม่มีการสังหารที่ปกปิดไว้เพื่อความปลอดภัยอีกต่อไป ไม่มีผู้หญิงที่ต้องเสียสละเพื่อผลกำไรอีกต่อไป กลุ่มมาเฟียทางการแพทย์กำลังเสียรายได้ การห้ามนี้เป็นการโจมตีอาณาจักรของพวกเขาโดยตรง สื่อจะไม่รายงานเรื่องนี้ โรงพยาบาลจะตื่นตระหนก เจ้าของและผู้บริหารของบริษัทยาจะดิ้นรน เพราะถ้าประเทศหนึ่งสามารถเป็นอิสระได้ ประเทศ อื่นๆ ก็จะทำตาม ถึงเวลาเลือกข้างแล้วในการต่อสู้กับการหลอกลวง โดย เราเรียกร้องให้ 1) ห้ามการตรวจเต้านมทั่วโลก 2) ให้มีการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการฉ้อโกงการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ผิดพลาดแบบนี้ 3) ให้เงินทุนเผยแพร่สนับสนุนการแพทย์ทางเลือกที่ไม่รุกราน เช่น การเปลี่ยนอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง การออกกำลังกาย เป็นต้น 4) เปิดโปงระบบอาชญากรรมของอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ เราต้องต่อสู้เพราะได้เสียเลือด และอวัยวะมามากเกิน พอแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ข่าว แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการหลอกลวงเพื่อให้ใช้การตรวจแมมโมแกรม ของระบบการแพทย์ที่ฉ้อฉล และเครือข่ายของบริษัทยา สวิตเซอร์แลนด์ได้เริ่มการต่อสู้กับระบบการใช้แมมโมแกรม มันเป็น สงครามเพื่อเรียกร้องการรักษาสุขภาพของผู้หญิงให้กลับคืนมา และการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว 📡☀️✨ สำนักข่าว ✨☀️📡 🇹🇭 Director Thailand 🇹🇭 🕊️🕊️🕊️🕊️🕊️🕊️มะเร็ง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 9 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยPM2.5 คือสาเหตุการเกิดมะเร็งปอด‼️ 🏵 วันหยุดวันนี้ ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือก็ยังผจญกับ PM2.5 ในระดับเลวร้าย ประจวบเหมาะวันนี้ Nature เผยแพร่วารสารฉบับล่าสุด (6 เมษายน) ทำปกและ headline เกี่ยวกับ PM2.5 และกลไกการเกิดมะเร็งปอด ซึ่งเป็นงานที่เคยนำเสนอใน ESMO ล่าสุด ลงตีพิมพ์ในฉบับนี้พอดี 🏵 Paper นี้เป็นผลงานของทีม TRACERx นำโดยนักวิจัยจาก UK ร่วมกับอีกหลายประเทศ เริ่มศึกษาจากมะเร็งปอดชนิด non-small cell lung cancer (NSCLC) ที่มี EGFR mutation กว่า 3 หมื่นคน มะเร็งปอดที่พบการกลายพันธุ์ของยีนนี้จะพบบ่อยในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะชาวเอเชีย พบว่าอุบัติการณ์ของโรคสัมพันธ์กับระดับ PM2.5 ในพื้นที่ของผู้ป่วยอย่างชัดเจน จากกราฟเทียบระดับ PM2.5 ที่ 10 กับ 40μg/m3 จะเห็นว่าอัตราเกิดมะเร็งปอดต่างกันราว 7 เท่า 🏵 การศึกษาในหนูที่สร้างขึ้นมาให้มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ในเนื้อปอด หายใจอากาศที่มี PM2.5 ต่างกันคือ 0, 5 และ 50μg/m3 เป็นเวลา 10 สัปดาห์ แล้วเอาเนื้อปอดมาตรวจดูจะเห็นชัดว่ามี PM2.5 สะสมในปอดหนูต่างกันมาก และจำนวนจุดที่พบการขยายตัวของกลุ่มเซลล์เนื้องอกที่มียีน EGFR mutation ในเนื้อปอด (จุดสีต่าง ๆ หลากสีในภาพแถวที่ 2 ด้านขวา) ระหว่างกลุ่มควบคุม (0) กับ 50μg/m3 ก็ต่างชัดเจน พรึ่บไปหมด 🏵 การศึกษาเนื้อปอดของคนปกติ พบว่าเซลล์ปอดของเรามียีน EGFR กลายพันธุ์ได้อยู่แล้วนิดหน่อย เฉลี่ย 1 ใน 550,000 เซลล์ และเมื่อสุ่มตรวจพบว่าคนปกติ 18% มียีนนี้กลายพันธุ์อยู่แล้ว และสัดส่วนเพิ่มขึ้นตามอายุ 🏵 เมื่อหายใจเอา PM2.5 เข้าไปสะสมในเนื้อปอด ส่งผลกระตุ้นการอักเสบ เกิดการลุกฮือของเซลล์ macrophage เข้ามารุมและปล่อย interleukin-1 (IL-1) ออกมา ซึ่ง IL-1 นี่เองที่กระตุ้นให้เซลล์ปอดที่มี EGFR mutation อยู่เดิมเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็น cancer stem cells เป็นจุดเริ่มของการขยาย clone ของเซลล์มะเร็ง (การทดสอบพบว่าการยับยั้ง IL-1 ด้วยยา canakinumab สามารถหยุดกระบวนการนี้ได้) 🏵 โดยสรุป PM2.5 เป็นเหตุของการเกิดมะเร็งโดยเฉพาะที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งพบบ่อยที่สุดในคนเอเชียรวมถึงคนไทยด้วย แม้ว่าการกลายพันธุ์ของยีนนี้เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติและเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่การกระตุ้นให้เซลล์ที่มียีนกลายพันธุ์เติบโตเพิ่มจำนวนจนกลายเป็นมะเร็งต้องอาศัย PM2.5 การป้องกัน/ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดที่ดีสุดคือการเลี่ยง PM2.5 ครับ 🏵 ไม่ควรจะเห็นใครที่ยังตะแบงบอกไม่มีข้อมูลว่า PM2.5 มีผลต่อสุขภาพโดยเฉพาะมะเร็งปอดอีก และเลิกทำอะไรหน่อมแน้มแบบที่ผ่านมา ควรเอาจริงเอาจังกับปัญหาได้แล้วครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nature.com/articles/s41586-023-05874-3มะเร็งภาคเหนือสภาพอากาศผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยทีมหมอจากมหาลัยไต้หวัน เตือนมาว่า ภายในปีนี้อย่าเข้าใกล้ พบปะ หรือ ทานอาหารร่วมกับคนที่เป็นโควิดมาก่อน ///// (๑) จากผลการผ่าร่างกาย 1. covid-19 มันคือการรวมกันของ ซาร์กับเอดส์, หมอหลายคนบอกว่า คนถึงแม้จะรักษาหายจากโควิดแล้ว แต่มันจะมีผลเป็นบวกอยู่อีก นี่ไม่ใช่การกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นเพราะมันไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโควิด 2. ภูมิต้านทานโดนทำลาย ทั้งนี้ซาร์จะทำร้ายแค่ปอด จะไม่กระทบกับภูมิต้านทาน.. ส่วนเอดส์จะทำลายภูมิต้านทาน.. ส่วนโควิด 19 นั้นทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับ ซาร์+เอดส์ 3. การล้มเหลวของปอดอย่างเฉียบพลันเป็นผลทำให้ตายของซาร์ แต่ โควิด 19 ทำให้ตายเพราะการล้มเหลวของอวัยวะหลายๆอย่าง (๒) ศาตราจารย์ Peng Zhi Yong จากมหาลัยอู่ฮัน บอกผลจากการผ่าร่างกายว่า 1. คนที่หายจากโควิด ผลตรวจเลือดพบว่าระดับของดัชนี lymphocyte (ลิมโฟไชด์) จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบบต้านทานของร่างกายจะไม่ค่อยเหมือนเดิม 2. แม้ผลตรวจของคนที่ให้กลับบ้านได้จะเป็นลบ แต่ภูมิต้านทานนั้นเสียหายไปแล้ว มันสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายมาก 3. ลักษณะคล้ายๆกับไวรัสตับอักเสบบี ที่จะมีเชื้อโรคไวรัสอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน 4. ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าคนที่หายจากโควิดแล้วนั้นจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกไหม? (๓) หมอที่ทำและการรักษาเสนอว่า 1. ตอนนี้เราเน้นรักษาคนไข้ ที่ติดเชื้อ แต่คนที่รักษาหายแล้วนั้นอาจยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ต้องดูต่อไปและศึกษา วิจัยว่าจะแพร่เชื้อได้อีกไหม? 2. หากเป็นอย่างนี้สงครามกับโควิดก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เลยแนะนำว่าภายในปีนี้ถึงปีหน้าออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและอย่าไปที่คนรวมกลุ่มกันเยอะๆ รักษาระยะห่าง 2 เมตร ***** ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นะ อย่าไปเสี่ยงมันไม่คุ้มเลย สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการสถาบันทิศทางไทยโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 2 คนสงสัยถั่งเช่าต้านมะเร็ง จากที่เรารู้ๆ กันดีว่าโรคมะเร็งนั้นเป็นโรคที่น่ากลัวมากๆ และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนไทย และคนทั่วโลกให้มาอย่างยาวนาน จึงทำให้ถั่งเช่าที่สามารถช่วยต้านมะเร็งได้นั้น ได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดสมุนไพรที่ดีที่สุดของโลกในยุคนี้ ในถั่งเช่านั้นมีสารออกฤทธิ์ที่สามารถต้านมะเร็ง ซึ่งก็คือสารคอร์ไดเซปิน(cordycepin) โดยการทำงานหลักๆ ของสารคอร์ไดเซปิน(cordycepin) ในการออกฤทธิ์ต้านมะเร็งนั้นมีดังนี้ ถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง -เข้าไปขัดขวางการสร้างสาร purine ซึ่งเป็นสารที่เซลล์มะเร็งชื่นชอบ -ขัดขวางการถอดรหัส DNA ได้ เพื่อไม่ให้สร้างโปรตีนที่เป็นอาหารของมะเร็ง -ช่วยชะลอการกระจายตัวของมะเร็งโดยการหยุดการทำงานของตัวควบคุมการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง คุณรู้หรือไม่?…จากที่มีการศึกษามามากกว่า 20 ปี ไม่พบผลข้างเคียงหรือสารตกค้างใดๆเลย ในกลุ่มผู้ที่รับประทานถั่งเช่า แม้ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมถึงในผู้สูงอายุทุกเพศ รักใครให้ถั่งเช่า 5 ทานถั่งเช่า ควรเห็นผลภายในกี่วัน? มีการวิจัยเรื่องของการต้านมะเร็งของถั่งเช่าโดย มหาวิทยาลัยการแพทย์ KANAZAWA ของประเทศญี่ปุ่น ได้ผลว่า ถั่งเช่านั้นสามารถฟื้นฟู และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบภูมิคุ้มกันในตัวของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งให้สามารถทำงานดีขึ้นได้ จากการทดลองในตัวของหนูที่ถูกกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็ง หลังจากได้รับการกินถั่งเช่าแล้วพบว่าเนื้องอกที่เป็นต้นเหตุของการเกิดมะเร็งนั้นมีขนาดที่เล็กลง และทำให้เจ้าหนูที่ถูกกระตุ้นเซลล์มะเร็งนั้นสามารถมีชีวิตยาวนานขึ้นได้ เนื่องจากสารออกฤทธิ์จากถั่งเช่าสามารถช่วยให้เซลล์แมคโคฟาจในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นถึง 4 เท่า ส่งผลในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์มะเร็งนั่นเอง สุขภาพดีกับเอสถั่งเช่า แนวนอน_2 การใช้ถั่งเช่ากระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกั ผลการทดลองศึกษาถั่งเช่าในการต้านมะเร็งปอดในผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 พบว่า ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นถึง 95% จากการทานถั่งเช่าเพียงวันละ 3 กรัม คู่ไปกับการทำคีโม นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้ทานถั่งเช่าได้รับผลข้างเคียงจากการทำคีโมน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานอย่างมีนัยสำคัญไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัย# อวสานเกาะฮ่องกง คนหนุ่มสาวฮ่องกงยากจน ตกงานมากเป็นประวัติกาล .....ภายหลังเกิดม็อบยุชนชังชาติหนุ่มสาวชาวฮ่องกงมานานกว่า 4 เดือน ผลกรรมที่ชังบรรพบุรุษได้กระทบทางเศรษฐกิจร้ายแรงส่งผลย้อนกลับสู่บรรดาม็อบและครอบครัวแล้ว โดยกลุ่มทุนธนาคารยักษ์ใหญ่ HSBC ที่อยู่กับฮ่องกงมาช้านาน เคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลสุดพรรณาไปที่สิงคโปร์ และออสเตรเลียแล้ว .....ยังไม่รวมอีกสารพัดธุรกิจชั้นดีขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่ถอนตัวจากฮ่องกง ย้ายไปประเทศอื่นอีกเรื่อยๆ เพราะวิเคราะห์ว่าฮ่องกงหมดอนาคตใหม่ระยะยาวแล้ว ส่งผลให้คนหนุ่มสาวที่เคยมีเงินเดือนหลักแสนบาทตกงานไปแล้วหลายหมื่นคน .....และยังไม่สามารถหางานทำใหม่ได้ โดยเฉพาะหนักสุดคือบรรดาร้านอาหารหลายร้อยแห่งอยู่ใกล้กับกับย่านม็อบต่างถูกเผา ทุบทำลาย และแย่งอาหารไปกินเพราะความหิวโซของม็อบที่หาของกินยากมากขึ้น .....ความเดือดร้อนหิวอาหาร ประทังชีวิตจึงกระจายไปทั่วคนฮ่องกงที่ตกงาน ไม่มีรายได้อะไรอีกแล้ว ประจวบกับไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปที่ฮ่องกง เพราะขืนโผล่ออกจากโรงแรมที่พักพวกม็อบก็ดักรุมทุบนักท่องเที่ยวอยู่ดี จึงขยาดไปตามๆ กัน .....ปกติแล้วคนฮ่องกงจะต้องซื้ออาหารกินนอกบ้านเพราะที่พักตึกสูงไม่มีที่ประกอบอาหารได้ อาชีพกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจึงได้รับความทุกข์สาหัส สิ้นเนื้อประดาตัวจากจำนวนผู้มาเยือนในเมืองลดลงเวิ้งว้างไร้ผู้คนและนักท่องเที่ยว .....ร้านอาหารหลายร้อยแห่ง จำต้องปิดตัวลงไปแล้ว และต้องให้พนักงานเรือนหมื่นคนออกจากงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างเลย และไม่ได้ว่าจ้างคนงานชั่วคราวอีกต่อไป ม็อบยุวชนชังชาติฮ่องกง ก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณค่าไม่ได้ .....ผลกระทบยังเกิดโดมิโนภาคธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านค้าปลีก ร้านอาหารและโรงแรม รถไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญทุกค่าย คาดการณ์ว่าแม้ม็อบชังชาติจะยุติลงแล้ว แต่เศรษฐกิจของฮ่องกงจะเลวร้ายสุดขั้ว .....เป็นบทเรียนที่ผู้ปกครองชาวไทย ต้องหมั่นย้ำเตือนลูกหลานว่าอย่าได้เชื่อค่ายการเมืองเลี้ยงแกะคนรุ่นใหม่ชังชาติเด็ดขาด อย่าไปฟัง อย่าไปดูสิ่งที่เขาหลอกลวง อย่าไปเกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมใดๆ กับเขา หนีห่างออกมาให้ไกลที่สุด ชาติเราจะปลอดภัยจากสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างมาให้หลายร้อยปีได้ https://twitter.com/consernews1ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย😔 ข่าวเศร้า โปรดให้เราอธิษฐาน ขออธิษฐานด่วน “อธิษฐานเพื่อคริสตจักรในอินเดีย เมื่อคืนนี้พวกเขาเผาโบสถ์ไป 20 แห่ง และคืนนี้พวกเขาต้องการทำลายโบสถ์มากกว่า 200 แห่งในจังหวัดโอลิซาบัง พวกเขาต้องการฆ่ามิชชันนารี 200 คนภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า คริสเตียนทั้งหมดกำลังซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน.. .. อธิษฐานเพื่อพวกเขาและส่งข้อความนี้ไปยังคริสเตียนทุกคนที่คุณรู้จักในโลกนี้ ขอให้พระเจ้าทรงเมตตาพี่น้องของเราในอินเดีย “เมื่อคุณได้รับข้อความนี้ โปรดส่งไปยังผู้อื่นโดยด่วน . เราอธิษฐานเพื่อครอบครัวมิชชันนารีคริสเตียน 22 ครอบครัวที่ถูกพวกอิสลามิสต์ในอัฟกานิสถานตัดสินประหารชีวิต โปรดผ่านโดยเร็วที่สุด เพื่อให้หลายๆ คนเข้าร่วมอธิษฐาน!!! ขณะนี้ กลุ่มอิสลาม (ISIS) เพิ่งเข้ายึดครอง "Quaragosh" เมืองคริสเตียนที่ใหญ่ที่สุดในอิรัก ชาย หญิง และเด็กหลายร้อยคนถูกตัดศีรษะ ผู้คนกำลังขอให้พวกเขาสวดภาวนาเพื่อพวกเขาเกี่ยวกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศของพวกเขา โปรดใช้เวลาสักนาทีในการสวดภาวนาเพื่อพวกเขา ส่งต่อข้อความนี้ไปยังผู้ติดต่อของคุณทุกคนเพื่อให้สายการสวดภาวนาไม่ขาดตอน พวกเขาขอให้สวดภาวนาเป็นพิเศษนี้ โปรดอย่าลืมส่งคำอธิษฐานนี้ไปยังผู้เชื่อในพระคริสต์เพื่อที่พวกเขาจะสวดภาวนาอย่างแรงกล้าเพื่อพี่น้องและเด็กๆ ในอิรัก นี่คือข้อความ SOS เร่งด่วน โปรด เราซาบซึ้งในความห่วงใยของคุณ ขอพระเจ้าอวยพรคุณและครอบครัวของคุณ และโปรดส่งความช่วยเหลือให้คุณเสมอ อาเมน โปรดส่งอีกครั้งเมื่อได้รับแล้ว โปรดส่งไปยังกลุ่มสวดภาวนา 🙇🏼♀🙌🏻🙏🏻ข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่สวมทองคำตอนฟ้าคะนองทำให้ฟ้าผ่า?หลีกเลี่ยงการยืนใกล้วัตถุโลหะขนาดใหญ่ ความเชื่อ : ในประเทศไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับโลหะในช่วงฝนตก โดยเชื่อว่าโลหะ สามารถดึงดูดฟ้าผ่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันในหมู่คนรุ่นเก่าและคนในชุมชนต่าง ๆ อีกทั้งมีข้อมูลจากแหล่งออนไลน์บางแห่งกล่าวว่า การที่ฟ้าผ่ามักเกิดขึ้นใกล้กับผู้สวมใส่เครื่องประดับโลหะ ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการใส่ทองคำหรือเครื่องประดับในช่วงฝนตกเพื่อความปลอดภัย ความจริง :จากเว็บไซต์สถาบันวิจัยด้านภัยพิบัติ และการทดลองแล็ปจากผศ.ดร.อุทธิ์ เจริญอินทร์ การสวมใส่ทองคำไม่ได้ทำให้เกิดฟ้าผ่าโดยตรง แต่หากอยู่ในที่โล่งเช่น กลางแจ้ง หรือที่สูง อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ เนื่องจากโลหะนำไฟฟ้า อาจดึงดูดฟ้าผ่าได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ฟ้าผ่ามักจะพุ่งไปยังวัตถุที่มีความสูง และเป็นโลหะใหญ่ ๆ มากกว่า เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้สูง หรืออาคารสูง ร่างกายไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาใส่ แต่สิ่งสำคัญคือการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งที่มีความเสียงต่อการโดนฟ้าผ่า อ้างอิงจากแหล่งข่าวในประเทศไทย การเกิดฟ้าผ่ามักเกิดขึ้นในพื้นที่สูง เช่น ต้นไม้หรือโครงสร้างที่สูง ไม่ เกี่ยวข้องกับการใส่เครื่องประดับโลหะขนาดเล็กบนร่างกายสภาพอากาศWarinlada Sangchot• 1 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยก่อนนอนคืนนี้ มีเรื่องอยากระบายเล็กน้อย ทำไมขึ้นรูปคุณแดง เพราะข่าวในหลายวันที่ผ่านมา หลายคนเป็นลูกหม้อรุ่นท้ายๆ ของคุณแดงในช่อง 7 ก่อนคุณแดงจะถูกปลดออกไป ป๋าเป็นคนนึงที่เติบโตมากับช่อง 7 ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของช่อง 7 และหลายๆ อย่าง ส่วนนึงชัดเจนว่าเป็นผลงานและการทำงานของคุณแดงมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ประมาณปี 2524 (อ้างอิงจากวิกิพีเดีย) จนถึงประมาณต้นปี 2555 ที่บอร์ดผู้บริหารเลือกผลักคุณแดงออกไป การที่บอร์ดช่อง 7 ตัดสินใจตัดคุณแดงออกไป เป็นความคิดที่พลาดมากๆ สำหรับป๋า ดาราหลายคนของช่อง 3 มีไม่น้อยที่ยังเลือกตัดสินใจอยู่กับช่องต่อไปและต่อสัญญาต่อไป หรือแม้แต่เป็นดาราช่อง 7 เองที่เลือกมาอยู่ช่อง 3 และก็ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่ดาราแถวอโศก ก็มีไม่น้อยที่ยังอยู่กับช่อง เหตุผลหลักๆ เพราะความเอาใจใส่ของผู้บริหารและปัจจัยหลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับช่อง 7 ซึ่งหลังจากนั้นปรากฎว่ามีหลายคน ออกไปจากช่อง ทั้งดารา ผู้จัดละคร หรือแม้แต่บริษัทที่คุ้นเคยคุ้นชินมานานอย่างกันตนา ก็ไม่วายจะถูกเฉดหัวออกไปทีละนิดจนกระทั่งพ้นเงาไปสมบูรณ์ ความจริง คุณแดงยังไม่ได้หายไปจากวงการจอแก้ว ออกจะแสบกว่านั้นตรงที่ไปช่วยช่อง 3 ทำละครอีกต่างหาก แต่คนที่ทำพลาดจริงๆ ก็คือช่อง 7 สำหรับป๋า แสงสุดท้ายของช่อง 7 คือ สารวัตรใหญ่ (2562) มีหลายคนเลิกดูช่อง 7 ไปแล้ว กลับมาดูเพราะติดใจเนื้อหาละครเรื่องนี้ เนื้อหาละครไม่ได้มีแค่จิกกัดวงการตำรวจ แต่ยังส่งเสริมและชี้ทางให้ถูกต้อง ซึ่งน้อยรายที่จะทำ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ช่อง 3 ที่ว่าซบเซาไม่ต่างกัน ยังมีมาตาลดา ขณะที่ช่องวัน ก็มีละครใหม่ๆ ส่วนช่อง 7 ก็ไม่มีระดับพีคๆ อีกเลย มีแต่เอาละครเก่าๆ มาฉายซ้ำมีมไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสถานการณ์การจัดเก็บภาษีเงินได้ของประเทศไทย - แบบสรุป ******************************************************* ประเทศไทยมีคนทำงาน 37 ล้านคน มีคนยื่นรายการภาษีเงินได้ (ภงด 90/91 ฯลฯ) 11 ล้านคน หมายความว่ามีคนที่มีรายได้แต่ไม่ยื่นรายการภาษีเงินได้ถึง 26 ล้านคน และมีคนจ่ายภาษีจริงๆ 4 - 5 ล้านคน คือจาก 11 ล้านคนที่ยื่นรายการภาษีเงินได้ มี 6 - 7 ล้านคนที่มีรายได้น้อยมากจนไม่ต้องเสียภาษี ประเทศที่มีประชากรเกือบ 80 ล้านคน แต่มีคนจ่ายภาษีเงินได้แค่ 5 ล้านคน —————————————— แค่นี้ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมงบประมาณประเทศไปผูกพันอยู่กับรายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือนข้าราชการ ถึง 70% ของงบทั้งหมด (มีข้าราชการเยอะไปหรือไม่ก็อีกเรื่องนึง) ทำให้ไม่ค่อยเหลืองบสำหรับลงทุน ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้ไม่มากเท่าที่ควร —————————————— และที่น่างงที่สุดคือทำไมคนจำนวนมาก อย่างน้อยก็ 26 ล้านคนที่ไม่ทำแม้แต่ยื่นรายการภาษีเงินได้ กลับเรียกร้องสวัสดิการจากรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นจะให้เทียบเท่ากลุ่มประเทศที่เก็บภาษีได้จากคนทำงานทุกคน จุดเริ่มต้นของสวัสดิการของรัฐ คือการจ่ายภาษีให้รัฐไปจัดหาสวัสดิการมาให้ ถ้าไม่จ่ายภาษี จะเอาอะไรให้รัฐมาจัดหาสวัสดิการ เอาจริงๆประเทศไทยพัฒนามาได้แค่นี้ ทั้งๆที่คนส่วนมากไม่ยอมเสียภาษี น่าจะถือว่าทำได้ดีมากแล้ว คลิปข่าวเรื่องภาษีที่ดีมากของ TNN https://youtu.be/KB4s5fpdjws?si=ArqYk45ZVmKuktfqข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเพียงใช้มะระต้มร้อนๆสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง!กัลยาณมิตรทุกท่านกรุณา ช่วยแชร์ต่อด้วยครับ เป็นมหาบุญ บารมี จริงๆ สำหรับผู้ที่ กำลังประสบชะตากรรมกับโรคร้ายนี้ 🇳🇱♥️💚🇳🇱💜🇵🇾🍎🍏🍅🍊 ศาสตราจารย์เฉิน ฮุ้ย เหริน ย้ำว่าถ้าทุกคนที่ได้รับจดหมายข่าวนี้สามารถส่งต่อไปให้ผู้อื่นได้อย่างน้อยหนึ่งชีวิตจะได้รับการช่วยชีวิต ... ฉันได้ส่งต่อในส่วนของฉันไปแล้ว หวังว่าคุณจะส่งต่อให้บุคคลอื่น ขอบคุณ! น้ำมะระร้อนๆสามารถช่วยคุณได้ตลอดชีวิต ดูวิธีแล้วบอกต่อคนอื่น !! เพียงใช้มะระต้มร้อนๆสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง! หั่นมะระขี้นกประมาณ 3 ~ 5 ชิ้นใส่ลงในถ้วยแล้วเติมน้ำร้อน ดื่มทุกวันมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกคน น้ำมะระขี้นกร้อนจะออกสารต้านมะเร็งซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดในการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพในด้านการแพทย์ น้ำมะระร้อนๆมีผลต่อซีสต์และเนื้องอก พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกชนิด การรักษาด้วยสารสกัดจากมะระขี้นกนี้จะทำลายเซลล์มะเร็งเท่านั้น และไม่ส่งผลต่อเซลล์ที่มีสุขภาพดี นอกจากนี้กรดอะมิโนและโพลีฟีนอล ในน้ำมะระสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพป้องกัน ปรับการไหลเวียนโลหิตและลดลิ่มเลือด หลังจากอ่านจบ โปรดส่งต่อคนอื่นๆ ครอบครัว เพื่อน ๆ และคนที่คุณรัก ให้ดูแลสุขภาพของตัวเอง 🙏🏻💖(ดีใจ))ยาสมุนไพรผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม ! กินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเผย ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่าเม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ;PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl;PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่ม PCBs จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์ โดยเม็ดชานมไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง การกินเม็ดชานมไข่มุกก็เหมือนการกินแป้ง จึงยังสามารถกินชานมไข่มุกได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่ากลัว คือการกินชานมไข่มุกในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจได้ เพราะนอกจากในเม็ดไข่มุกจะประกอบไปด้วยแป้งมันสำปะหลังแล้วนั้น ในน้ำชานมยังประกอบไปด้วยน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน ซึ่งจัดได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง และมีคุณค่าทางสารอาหารน้อย ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48423• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
