(3188 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมอย่าแชร์! ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อเมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85%std47897• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผู้ป่วยมะเร็งห้ามกินปลาหมึกห้ามผู้ป่วยมะเร็งกินปลาหมึก หอยทุกชนิด และปลาที่เลี้ยงในกระชัง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อมูลหรือข้อแนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งงดอาหารดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีการแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผู้ป่วยมะเร็งควรงดปลาหมึก หอยทุกชนิด และปลาที่เลี้ยงในกระชัง ว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว ไม่มีคำแนะนำห้ามผู้ป่วยมะเร็งงดอาหารเหล่านี้ ทั้งนี้ ผู้ป่วยมะเร็งจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างครบถ้วน เพียงพอโดยคำนึงถึงความต้องการของพลังงานตามอายุ กิจกรรม และระดับความรุนแรงของโรค เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร น้ำหนักลด การสูญเสียกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาโรค ผู้ป่วยมะเร็งควรรับประทานอาหารในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น จำกัดการบริโภคอาหารทะเลบางชนิดที่อาจมีคอเลสเตอรอลสูง เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด ควรรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรเลือกรับประทานโปรตีนจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น ปลา ไก่ ไข่ และนม ซึ่งอาหารในกลุ่มปลาหมึก หอย และปลา เป็นอาหารที่ให้สารอาหารในกลุ่มโปรตีน ถือเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกายมีส่วนในการช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพออาจส่งผลให้กล้ามเนื้อถูกสลายไปใช้เป็นพลังงานส่งผลเสียต่อร่างกายได้std47887• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ เมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85%pgolfpaotung• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกินเผ็ดเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ผอมเร็วตามที่มีข้อมูลแนะนำด้านสุขภาพเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเผ็ดเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ผอมเร็ว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ต่อ ๆ กันในสื่อออนไลน์ว่า การกินเผ็ดจะเป็นการเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ผอมเร็วขึ้นจากสารแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริก ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ากินพริกทำให้น้ำหนักลงได้ ซึ่งการกินพริกปริมาณมาก ๆ เพื่อหวังลดน้ำหนักหรือเล่นเร่งเผาผลาญไม่ควรทำ เพราะสารแคปไซซินในพริกทำให้ระคายเคืองเยื่อบุต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มการหลั่งกรดอาจจะทำให้แสบท้องท้องอืดและปวดท้องอีกด้วย โดยพริกเป็นพืชที่มีรสเผ็ดร้อนเนื่องจากมีสาระสำคัญ คือ แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็น Pungent agent ทำให้ระคายเคืองและแสบร้อน ปัจจุบันมีการนำสารสกัดแคปไซซินจากพริกมาใช้ประโยชน์ เช่น นำมาผลิตเป็นยาทาเฉพาะที่สำหรับบรรเทาอาการปวด บางสูตรตำรับพัฒนาเป็นลักษณะพลาสเตอร์ปิดทับผิวหนังซึ่งจะใช้ความเข้มข้นของสารแคปไซซินอยู่ที่ 0.025% - 0.25% และสารแคปไซซินยังถูกนำไปผลิตเป็นอาหารเสริมบรรจุในรูปแบบแคปซูลสำหรับรับประทานโดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มการเผาผลาญอีกด้วย แต่ยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยยืนยันว่าช่วยลดน้ำหนักได้ประกอบกับแคปไซซินที่ใช้ในการศึกษาวิจัยเป็นสารสกัดจากพริกและปริมาณที่ใช้ในการศึกษาเป็นปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่ใช้บริโภคเป็นอาหารstd46682• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยเบลล่า" ให้ปากคำ ยืนยันไม่เกี่ยวโฆษณาอาหารเสริมเกินจริงเบลล่า ราณี พร้อม มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล เข้าพบตำรวจ ชี้แจงปมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบีเคิฟ เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง โดยเบลล่า ยืนยันว่าทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทฯ เท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านการตลาด และถ้อยคำโฆษณาในผลิตภัณฑ์ วานนี้ (16 พ.ค.2561) ผู้สื่ข่าวรายงานว่า การให้ปากคำของน.ส.ราณี แคมเปน หรือ เบลล่า และ น.ส.วิรากานต์ เสณีตันติกุลหรือ มะปราง นักแสดง ในฐานะเจ้าของ บริษัท 99 นิว วัน จำกัด และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบีเคิฟ ( Be curve ) เพื่อชี้แจงถึงกรณีมีภาพเบลล่าปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะโฆษณาผลิตภันฑ์บีเคิฟเกินจริง กับตำรวจกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. นานเกือบ 2 ชั่วโมง พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เชิญตัวเบลล่า เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน เรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริงซึ่งจากการสอบปากคำยังไม่ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร แต่จะต้องสอบสวนเพิ่มอีก 2 ประเด็น เช่นบริษัทเข้าข่ายกระทำความผิด พระราชบัญญัติอาหารและยา มาตรา 41 เรื่องขอโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบเพิ่มว่าเบลล่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ รวมถึงต้องนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตจาก อย.ว่าโฆษณาเกินจริง ส่งให้สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานเพิ่มจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ด้าน น.ส.ราณี เปิดเผยว่าวันนี้ต้องการเข้าพบเพื่อให้ข้อมูล และแสดงความจริงใจ โดยมาในฐานะพยาน เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มีการนำภาพของตัวเองไปใส่ถ้อยคำโฆษณาเกินจริง ทำให้รู้สึกกังวลจึงต้องเข้าพบตำรวจ ส่วนตัวรับหน้าที่ประชาสัมพันธ์และรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทเท่านั้น ซึ่งด้านการตลาดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะอำนาจจะเป็นของบริษัท หลังจากนี้หากผลตรวจจาก อย.พบว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายผิดกฎหมายจริง จะมีการดำเนินคดีกับทางบริษัทหรือไม่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ สำหรับบริษัท 99 newone และ Be Curve Thailand จดทะเบียนโดยมีผู้ร่วมหุ้น 3 คน คือ มะปราง-วิรากานต์ และเพื่อนอีก 2 คน ที่เป็นบุคคลทั่วไปไม่ได้มีชื่อเสียง ส่วนตัวเบลล่า ราณี นั้น มะปราง-วิรากานต์ แจ้งกับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ว่า เป็นผู้ร่วมทุนทำธุรกิจด้วย แต่ไม่ได้โฆษณาสินค้า มีแค่ตัวแทนจำหน่ายบางราย ที่เอาภาพของเบลล่าจากอินสตาแกรม เบลล่า-ราณี มาใช้ทำภาพประกอบ และคิดถ้อยคำบรรยายสรรพคุณสินค้าเอง เช่น คำว่า "ชงผอม" หรือ "จองก่อนรวย"การเงินImyourx Grace• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอัจฉริยะ’ แจ้งจับ 3 นายตำรวจดังมือขวา ‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดเว็บพนัน ‘มาเก๊า888’ ตัวจริงนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตำรวจทั้ง 3 นาย ที่ตนมาร้องทุกข์กล่าวโทษในวันนี้ เป็นตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ. มี 2 คน สังกัดอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. และอีก 1 คน อยู่ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันเปิดเว็บพนันออนไลน์ มีเวินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นเจ้าของเว็บและให้นอมินีดูแลแทน ส่วนตัวเองจะคอยเคลียร์หน้าเสื่อให้ และมีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมด้วย นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนได้นำพยานหลักฐานเรื่องเว็บพนันออนไลน์มาเก๊า 888 และเว็บเครือข่ายอื่นๆ มาให้กับ บช.สอท. นั้น ตอนนี้ได้พบความเชื่อมโยงไปถึงตำรวจทั้ง 3 นาย จึงมาแจ้งความให้เอาผิดเพิ่มเติม แต่ขอยังไม่เปิดเผยว่าหลักฐานดังกล่าวคืออะไร นายอัจฉริยะ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ตำรวจทั้ง 3 นาย ยังเป็นชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่เป็นชุดทำคดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีกับพวก ร่วมกันรีดทรัพย์ผู้ต้องหาพนันออนไลน์ 140 ล้านบาทด้วย โดยเป็นระดับมือซ้ายมือขวาของบิ๊กโจ๊ก แสดงให้เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติ คนของตัวเองไม่จับกุม แต่ยังเอามาทำคดีอื่น โดยใช้วิธีสกปรก มีลิ่วล้อ นายอัจฉริยะ ยังระบุต่อว่า ตำรวจชุดนี้มีการแอบอ้างบิ๊กโจ๊ก ว่าได้สั่งการให้ไปอุ้มพยานมาให้การปรักปรำบุคคลต่างๆ ในคดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน ซึ่งตนได้พูดคุยกับเหยื่อที่ถูกอุ้ม และถูกบังคับให้ให้การแล้ว ซึ่งเหยื่อรายนี้เป็นคนของนายเป้ ผู้ต้องหาที่ถูกรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท โดยในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิ.ย. นี้ ตนจะนำเหยื่อมาแถลงข่าวรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการยืนยันว่า กลุ่มของนายเป้ ไม่ได้ต้องการจะแจ้งความตำรวจ สอท. แต่ถูกปั้นพยานเท็จขึ้นมา เพื่อเอาผิดคนที่ไม่ใช่คนของตัวเอง นายอัจฉริยะ ยังบอกอีกว่า ตนจะดำเนินคดีกับผู้กำกับการ สภ.คูคต ด้วย ที่ปล่อยให้มีคนนอกมาควบคุมการสืบสวนในคดีนี้ ซึ่งตอนนี้ได้ยื่นเรื่องให้ บก.ปปป. ดำเนินการแล้ว คาดว่าจะมีการแจ้งความในสัปดาห์หน้า และตนยังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดคดีนี้ จึงต้องมีการไปแจ้งความที่ สภ.คูคต ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดเหตุถูกรีดเงิน หรือพื้นที่ที่นายเป้ถูกจับกุม ซึ่งตนทราบมาว่า บิ๊กโจ๊ก มีเพื่อนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็อาจจะควบคุมคดีได้ง่ายกว่าพื้นที่นครบาล....std46630• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ผู้ป่วยมะเร็งควรงดปลาหมึก หอยทุกชนิด และปลาที่เลี้ยงในกระชังตามที่มีการแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผู้ป่วยมะเร็งควรงดปลาหมึก หอยทุกชนิด และปลาที่เลี้ยงในกระชัง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้โพสต์เตือนว่า ผู้ป่วยมะเร็งควรงดปลาหมึก หอยทุกชนิด และปลาที่เลี้ยงในกระชัง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลหรือข้อแนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งงดอาหารดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรเลือกรับประทานโปรตีนจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น ปลา ไก่ ไข่ และนม เป็นต้น รวมถึงควรรับประทานในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น จำกัดการบริโภคอาหารทะเลบางชนิดที่อาจมีคอเลสเตอรอลสูง ตลอดจนเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอโดยคำนึงถึงความต้องการของพลังงานตามอายุ กิจกรรม และระดับความรุนแรงของโรค เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร น้ำหนักลด การสูญเสียกล้ามเนื้อ และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาโรค ทั้งนี้ อาหารในกลุ่มปลาหมึก หอย และปลา เป็นอาหารที่ให้สารอาหารในกลุ่มโปรตีน ซึ่งโปรตีนถือเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกายมีส่วนในการช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพออาจส่งผลให้กล้ามเนื้อถูกสลายไปใช้เป็นพลังงานส่งผลเสียต่อร่างกายมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังsantatchai2551• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเกิดอะไรขึ้น “หมออั้ม” ซัด “เจี๊ยบ ก้าวไกล”อย่าปั่นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ เจ้าตัวเหน็บสวนทันควันจากกรณีที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล หรือ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ได้เคลื่อนไหว ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ ตอบคนถามกรณีที่ตนเองนั้น มักจะโพสต์ข้อความ และมีการลบ หรือแก้ไขอยู่บ่อยครั้ง ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้ทำบ่อย บางครั้งพิมพ์ผิด เพราะทวิตเตอร์จะกดแก้ไขไม่ได้ จนต่อมาก็มีคอมเมนต์จากนายอิราวัต อารีกิจ หรือ หมออั้ม อดีตนักร้อง และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง แนวร่วมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์ ตอกกลับว่า เมื่อไหร่ พี่เจี๊ยบ อมรัตน์ จะเลิก โพสต์ ๆ ลบ ๆ เสียที ผมตามอ่านข่าวปั่นพี่ไม่ทันเลยครับ ขณะที่ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ก็สวนทันควันว่า ให้หมออั้มโทรมาถามเองก็ได้ เหมือนตอนที่โทรมาขอโทษ จนกลายเป็นประเด็นบานปลาย เมื่อ “หมออั้ม” งัดบทสนทนาจากเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา ให้เห็นถึงพฤติกรรมของ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” โดยระบุว่า พี่เจี๊ยบครับ #ผมไม่เคยโทรหาพี่นะครับ พี่ลืมเหรอ? เป็นผู้ใหญ่แล้วนะพี่ อย่าปั่นจนไม่มีอะไรน่าเชื่อถือเลย ผมเชียร์พี่ตอนซัดเผด็จการ แต่ผมไม่อวยพี่นะ ถ้าจะซัดปั่นอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วไม่รับผิดชอบ ——————————- ปีก่อนโน้น ผมโพสต์ลงเฟซ ว่า “มี ส.ส.อนาคตใหม่ นครปฐม บล็อคผม โดยไม่ทราบสาเหตุ..ผมต้องร้องไห้ไหม?…” ผมโพสต์ ช่วงเย็น.. และค่ำวันนั้น.. คนที่โทรหาผม คือ “พี่เจี๊ยบ” นะครับ (ผมมีวันที่ เวลา การโทรเข้า-ออก ข้อมูลทั้งหมด) พี่เป็นคนโทรมาหาผมเอง แล้วพูดว่า.. “หมออั้มคะ นี่พี่เจี๊ยบ อมรัตน์ นะคะ” “หมอเข้าใจอะไรพี่ผิดหรือเปล่าคะ” ผม : “สวัสดีครับพี่เจี๊ยบ โอ้โห โทรมาเองเลย..” “ตกลงพี่บล็อกผมจริง ๆ เหรอครับ..” พี่เจี๊ยบ : “จริงค่ะ ที่หมอท้าทายเรื่องในหลวง ร.9” “หมอโพสต์ถึงในหลวง ในวันรำลึกอะไรสักอย่าง..” “แล้วบอกว่า ใครไม่เห็นด้วยเรื่องไว้อาลัยหรืออะไร” “ให้ลบและบล็อคหมอ ได้เลย..” “พี่ก็เลยบล็อคหมอ ตั้งแต่นั้นมา…” ผม : “โหพี่ จริง ๆ ดีใจนะ ที่พี่โทรมา” “เป็นเกียรติมาก ๆ ครับ แต่ถ้าพี่จะบล็อคผมเพราะเรื่องนั้น” “ผมก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ แล้วแต่พี่เลย” พี่เจี๊ยบ : “เดี๋ยวพี่ปลดบล็อกให้ค่ะ…” “ถ้าหมอตาสว่างจริง ๆ พี่เข้าใจละค่ะ” ผม : “คืองี้นะพี่ คนเราตาสว่างได้พี่..” “แต่..ที่ไม่ควรสว่าง คือ ปาก ครับ” “พี่ให้เกียรติโทรมาแบบนี้ ผมขอบคุณมากๆ” “ผมไม่มีอะไรกับพี่นะครับ” “ให้ผมลบโพสต์ไหมครับ?” ——————————- พี่ครับ ผมไม่เคยโทรหาพี่นะครับ พี่จะปั่นคนอื่น จนปั่นความทรงจำตัวเองไปด้วย ไม่ได้นะครับพี่.. หากผมจะขอโทษพี่จริงๆ ไม่ใช่เพราะขอโทษ ที่โพสต์ผิด หรืออะไร แต่จะขอโทษ เพราะเห็นใจพี่ ที่อุตส่าห์โทรมา พูดอธิบายเกือบชั่วโมง ผมยอมตรงนั้นครับพี่ ติดตามผลงานนะครับ ปั่นต่อไม่ต้องรอผม ยังไงพี่ก็เป็นสีสันการเมืองครับ รักนะ จุ๊บเจี๊ยบข่าวการเมืองมีม เสียดสีPalmZx• 3 ปีที่แล้ว2 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยสถานการณ์โควิด19:52 อรชร @ ปุ๊ ลูกชาย นพ.อดิศักดิ์ si69 อายุ51 เปนนักข่าว AP ที่ NY เสียชีวิตด้วยคว19 ทั้งที่มีอาการเล็กน้อย อจ.อดิศักดิ์เล่าว่า ‘ลูกชายเป็นคนแข็งแรง นักวิ่งมาราธอน ได้เหรียญ Full marathon มา 80 กว่าเหรียญแล้ว วันหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้รู้สึกเหนื่อยและเพลีย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไปหาหมอ เขาก็เลยตรวจ COVID 19 test ปรากฏว่า positive ได้ follow up กับหมอมาตลอด จนกระทั่งมีอาการ breathing issue ถึงได้ไป ER ใน Manhattan พบ Pneumonia เข้า ICU on Ventilator ไม่กี่ ชม. ก็เสียชีวิตครับ มันรวดเร็วมากๆ อยากบอกเพื่อนๆว่า อย่าเอาเรื่องไข้ 37.5 C เป็น indicator ของโรคนี้ Unexplained fatigue ควรรับไว้พิจารณาด้วย.. 19:52 อรชร @ ปุ๊ For your information นะคะ จาก เพื่อนรัก พี่เปิ้ลซึ่งเป็น อาจารย์แพทย์ที่ ศิริราชค่ะส่งมาให้ วันนี้ 16 กค 65 เชื้อ BA5 ติดง่ายมากจนคิดว่าลงท้ายคงเป็นกันทุกคนทั้งโลก เมื่วานนี้มีแพทย์ท่านหนึ่งติดโควิดแล้วหาเตียงตามสิทธิ UC รักษาในรพ.ของรัฐไม่ได้ ขณะนี้อาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ใน ICU รพ.เอกชนแห่งหนี่ง ทุก ๆ วันมีญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ปรึกษาผมมาวันละหลาย ๆ รายว่าติดโควิดแต่หาที่รับยาและ/หรือหาเตียงในรพ.ไม่ได้ ซึ่งมีในทุก ๆ สิทธิของระบบการรักษา และเพื่อน ๆ แพทย์ต่างก็ปรารภมากับผมว่าพบเหตุการณ์แบบเดียวกันจำนวนมาก ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์คนหนึ่งที่ยังตรวจผู้ป่วยที่รพ.อยู่เป็นประจำ ประเมินจากสถานการณ์จริงว่าขณะนี้น่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มในแต่ละวันเกินกว่าห้าหมื่นคนอย่างแน่นอน มีทั้งแบบไม่มีอาการ แบบอาการน้อยและแบบอาการหนัก (ทั้ง 3 แบบต่างก็แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ทั้งสิ้น) ซึ่งเพื่อน ๆ แพทย์ของผมที่อยู่หน้างานจริงต่างก็คิดเหมือน ๆ กัน ดังนั้นผมจึงขอให้พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านอย่าประมาทและการ์ดอย่าตกอย่างเด็ดขาดเพราะบางรายแม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 608 และฉีดวัคซีนแล้วไม่ต่ำกว้า 3 เข็มติดแล้วต้องใส่ท่อช่วยหายใจก็ยังมีให้เห็น อีกทั้งโควิดไม่เหมือนไข้หวัดใหญ่ที่หายแล้วจบ หากแต่ภายหลังหายแล้วระยะหนึ่งอาจเกิด MIS-C (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children) กับลูกหลานของท่านซึ่งเป็นการอักเสบของหลาย ๆ อวัยวะพร้อม ๆ กันทำให้อาจเสียชีวิตได้ รวมทั้งทุก ๆ ท่านที่ติดเมื่อหายแล้วยังอาจเกิด Long Covid ในระยะยาวที่มีอาการได้ทั้งทางสมองและทางร่างกายทุก ๆ ส่วน กับท่านได้อีกด้วยนะครับ ด้วยความรักและความห่วงใย ศ.คลินิกเกียรติคุณนพ.อำนาจ กุสลานันท์ อดีตนายกแพทยสภาโควิด 2019Mrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจับผิดโฆษณาเกินจริง!! อกฟู รูฟิต ขาวไวติดสปีด ผอมขั้นเทพ ‘คำสวยหรู’ อาบยาพิษโฆษณาชวนเชื่อ “สบู่ผิวขาวยี่ห้อหนึ่ง” ที่ถูก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ออกมาฟันว่าเป็น “โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง” ผิดกฎหมาย พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยเรื่องการโฆษณา ฐานหลอกลวงทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของ “คำโอ้อวด” ที่ใช้โฆษณาขายสินค้าความสวยความงามที่จริงๆ ตอนนี้มี “เกลื่อนตลาด” และกำลังเป็นที่จับตาของสังคม หลังจากกรณีโป๊ะแตก!! “เมจิก สกิน” จากที่ได้สแกนๆ ดูคำโฆษณาขายเกลื่อนในอินเตอร์เน็ต ก็พบว่า ผลิตภัณฑ์ความสวยความงามที่มักมีคำอวดอ้างเกินจริง โดยส่วนใหญ่จะ “จับจุดอ่อน” ด้านบุคลิกภาพที่คนให้ความสำคัญมาเป็นกลยุทธ์ในการจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น -ลดสิวฝ้า หน้าขาว -ยับยั้งกระบวนการสร้างสีผิวที่ผิดปกติ เปลี่ยนสีผิวดำเป็นขาว ลบริ้วรอย เสริมสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มการไหลเวียนเลือด -ซ่อมแซมเซลล์ผิวหน้า และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว ช่วยสร้างคอลลาเจนให้ผิวหน้าเต่งตึง -ปกป้องผิวจากโรคผิวหนัง ผด ผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา กลาก เกลื้อน -ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ชะลอการเกิดผมขาว -บำบัดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม ไม่ต้องเสี่ยงผ่าเข่า -ฟื้นฟูความแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย -ครีมขยายเสน่ห์ อกสวย ช่วยกระชับทรวงอก และขยายหน้าอกให้ดูอวอิ่มแต่งตึงได้รูป -ช่วยกำจัดเซลลูไลท์ ไขมันส่วนเกิน ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ซึ่งแต่ละคำอวดอ้างนั้น…ล้วน “สวยหรู” แต่หารู้ไม่ว่า “ซ่อนยาพิษ” ไว้ข้างหลัง -ผอมขั้นเทพ!! , ดื้อยาก็ลดได้ , ลดอ้วนเร่งด่วน , ผอมจริงไม่โย่โย่ , ลดจริงพิสูจน์ได้ , มหัศจรรย์ 7 วัน 5 กิโล -ขาวไวติดสปีด, บอกลาผิวดำ ผิวขาวถาวร บำรุงผิวแบบครบสูตร, สูตรผิวขาวไวเหมือนฉีดผิว (ไม่ต้องเจ็บตัว) , ขาวออร่าใน 7 วัน, ขาวขั้นเทพ , ขาวใสใน 1 นาที -แคลเซียมสูงแท้100% สูง 2-7/เดือน -เพิ่มสรรมถภาพทางเพศได้ -หน้าเรียว สวยเป๊ะ -ท้าพิสูจน์ หุ่นเฟิร์ม รูฟิต , อึ๋มจริง อกตู้ม , หน้าอกเต่งตึง ช่องคลอดกระชัด กระตุ้นอารมณ์ -หายขาด, หายแน่, วิเศษยิ่ง, ยอดเยี่ยม, รักษาโรคได้, พิชิตโรคร้าย, ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง -ปาฎิหาริย์, สุดยอด!! , ฮีโร่, ชนะเลิศ, ดีเลิศ, ดีเด็ด, เลิศที่สุด , สุดเหวี่ยง , มหัศจรรย์ ข้อความเหล่านี้ เราในฐานะผู้บริโภคต้อง “รู้เท่าทันเหลี่ยม” ไม่หลงเชื่อง่ายๆ เพราะอาจส่งผลเสีย ทั้งทรัพย์สินและสุขภาพ อาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์สักชิ้น ต้องดูผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเป็นภาษาไทยชัดเจน มีเลขที่จดแจ้งระบุ มีชื่อผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ แหล่งผลิต และส่วนประกอบ จึงจะถือเป็นฉลากที่ถูกต้อง และหากสงสัยว่ามีเลขที่จดแจ้งจริงหรือไม่ก็สามารถตรวจสอบได้ที่ สมาร์ท แอปพลิเคชั่น หรือโทรสายด่วน อย. 1556 เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรกินแล้วผอม อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรคได้ และอะไรที่ใช้แล้ว-กินแล้ว เห็นผลใน 3 วัน 7 วัน ฝันไปเถอะ!!!!std47993• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาลดน้ำหนักนักโภชนาการและสมุนไพรไทย นายไพบูลย์ ภูมิแสง การอดอาหาร การออกกำลังกาย การดูดไขมัน เหล่านี้เป็นวิธีหลักที่ใช้กำจัดน้ำหนักส่วนเกินที่นิยมอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากจำนวนของผู้ที่เป็นโรคอ้วนที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น วิธีที่กล่าวมาข้างต้นคงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีสักเท่าใดนัก S Factor ได้กลายเป็น ผู้พลิกวงการ สูตรการรักษาที่ช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ นายไพบูลย์ ภูมิแสง ผู้อำนวยการศูนย์สมุนไพรศึกษาและนักโภชนาการอาวุโส ประสบการณ์ในสายอาชีพ 27 ปี S Factor คืออะไร? หากร่างกายของคุณขาดวิตามิน A คุณสามารถรับประทานผักบุ้งได้ หากร่างกายคุณขาดฟอสฟอรัส คุณสามารถรับประทานปลาได้ หากร่างกายคุณขาดวิตามิน C คุณสามารถรับประทานแบล็คเคอแรนต์ได้ เฉพาะ S Factor เท่านั้นที่มีสารอาหารที่ซึ่งสามารถเร่งให้เกิดการเผาผลาญมวลไขมันในร่างกายของมนุษย์ได้ โดยเฉพาะ บี-แครอทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม ที่ไม่เพียงแต่สามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยปรับระบบการทำงานของร่างกายทั้งหมดได้อีกด้วย S Factor ได้รับการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าสามารถช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมได้ ฟื้นฟูการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและลดความอยากอาหารได้ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นออร์แกนิก 100% และสามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการทำงานในร่างกายของมนุษย์ได้ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารอย่างเข้มงวดเนื่องจากกระบวนการของระบบเมตาบอลิซึมทำงานได้ดีและเผาผลาญมวลไขมันได้ การรับประทานอาหารที่สมดุลสามารถส่งผลอย่างเพียงพอในการรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกาย การออกกำลังกายที่หนักหน่วงก็ไม่จำเป็นด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแค่ออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อตามธรรมดาก็เพียงพอ คุณสมบัติหลักของ S Factor: - เผาผลาญไขมัน - ลดความอยากอาหาร - ปรับระบบต่อมไร้ท่อให้เป็นปกติ - ฟื้นฟูร่างกายและขับสารพิษออกจากร่างกาย - ปรับปรุงรูปร่างให้สมส่วนด้วยการเผาผลาญมวลไขมัน เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมที่เข้มข้น ไขมันใต้ผิวหนังในบริเวณที่มีปัญหาของคนที่ใช้ S Factor ก็จะถูกเผาผลาญได้ด้วยความเร็วถึง 0.5 กิโลกรัมต่อวัน! S Factor มีประสิทธิภาพสูงมาก แม้แต่ในเคสที่เกิดปัญหาน้ำหนักตัวเกินเนื่องมาจากความผิดปกติของฮอร์โมน หากคุณมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนแล้ว ผลิตภัณฑ์นี้คือคำตอบที่คุณต้องการ! อาหารเสริมนี้มีจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเพาะกายและครูฝึกเนื่องจาก มันช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักให้เร็วขึ้น และ รักษาสัดส่วนของไขมันให้อยู่ในระดับต่ำ ในร่างกายได้ลดความอ้วนdiazp121phoenix• 4 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยคนที่เคร่งเครียดมาก มีความวิตกกังวลมาก ... มักจะดื่มน้ำน้อย และ มักขาดการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ... ทำให้เซลที่ดี กลายเป็นมะเร็ง เพิ่มมากขึ้นเสมออุทาหรณ์จากคนดังในสังคมไทยหลายท่านถูกมะเร็งคร่าชีวิตไป บทความนี้ไขข้อข้องใจได้ดีแท้ มีญาติธรรมชาวอโศก เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับหลายราย ...เกิดคำถามว่า... ทำไมคนกินพืชผักยังเป็นมะเร็ง ...มะเร็ง นั้น ใครๆเขาว่า…เกิดแต่กับคนที่กินเนื้อสัตว์มิใช่หรือ ...คนเป็นมะเร็งจึงให้เลิกกินเนื้อแล้วมากินผัก มิใช่หรือ ? ก่อนอื่นต้องบอกว่า…เป็นความเข้าใจผิดนะครับ ว่าคนกินผัก…จะไม่เป็นมะเร็ง เราต้องทำความเข้าใจ…การเกิดของเซลล์มะเร็งก่อน ...สิ่งสำคัญที่เซลล์ทุกเซลล์ในตัวเรา ต้องการมาก และขาดไม่ได้เลย คือ ออกซิเจน ถ้าร่างกายได้รับออกซิเจนเต็มร้อย เซลล์ก็จะไม่มีการเปลี่ยนตัวเองเป็น เซลล์มะเร็ง ... เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราทำให้ ร่างกาย เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มาก และ มีออกซิเจนในเลือดต่ำ เซลล์ในร่างกายของเรา เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ...เซลล์จึงเปลี่ยนมาใช้คาร์บอนไดออกไซด์ หายใจแทน และ เปลี่ยนตัวเอง เป็นเซลล์มะเร็ง... แล้วอะไร ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบไหลเวียนเลือดเรามากที่สุด ??? มันไม่ใช่อาหารเนื้อสัตว์อย่างเดียว ...ไม่ใช่อาหารพืชผัก...ไม่ใช่อาหารปนเปื้อนสารเคมีอย่างเดียว ...ไม่ใช่อาหารหมักดองอย่างที่เราเข้าใจ ... สิ่งที่ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงเร็ว และมากที่สุดคือ ... ความเครียด ความเร่งรีบ กับการใช้ชีวิต อารมณ์ขี้หงุดหงิด ขี้บ่น ขี้โมโห ที่เกิดบ่อยๆ นั่นเเหละ เป็นตัวการสำคัญ ……เพราะอะไร ? เพราะมันเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลังงานอย่างสูงและ อย่างมาก ...ส่งผลให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงตามอย่างเร็ว โดยเฉพาะสมองเรานั้น กินพลังงานสูงเป็น 5 เท่าของทุกอวัยวะ คิดง่ายๆว่า ... ถึงแม้เราจะทานอาหารพืชผัก ที่ไร้สารพิษ จะบริสุทธิ์สะอาดสักปานใด หากเราเครียด ติดต่อกัน 5 วัน เซลของเรา ก็จะกลายเป็น เซลมะเร็งได้ทันที คนอโศกที่กินผัก และปฏิบัติธรรม ...คนที่ยึดมาก ยึดดีมาก แต่ เคร่งเครียดมาก ไม่เป็นคนที่ปล่อยวาง …ก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งมากเช่นกัน ... ขอย้ำอีกครั้งว่า คนที่เคร่งเครียดมาก มีความวิตกกังวลมาก ... มักจะดื่มน้ำน้อย และ มักขาดการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ... ทำให้เซลที่ดี กลายเป็นมะเร็ง เพิ่มมากขึ้นเสมอ แล้วทำไมคนเป็นมะเร็ง ควรเลิกกินเนื้อ มากินผัก ...ทั้งนี้ ก็เพราะกระบวนการย่อยเนื้อสัตว์นั้น ใช้พลังงานสูงกว่ากระบวนการย่อยผัก การกินเนื้อสัตว์ จึงทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด มากกว่าการกินผัก แต่หากเลิกกินเนื้อมากินผัก แต่ คนป่วยก็ยังมีความเครียด ...มะเร็ง ก็จะยิ่งกระจายยิ่งกว่า คนกินเนื้อสัตว์ แต่ ไม่เครียดนะครับ ... สรุปว่า ... อารมณ์ที่เคร่งเครียด กับ ความวิตกกังวลต่างๆในการใช้ชีวิต ... มีอารมณ์ขี้หงุดหงิด ขี้บ่น ขี้โมโห ที่เกิดบ่อยๆ นั่นเเหละ เป็นตัวการสำคัญ บวกกับ ขาดการออกกำลังกาย และดื่มน้ำน้อย ... นำมาซึ่งการเกิดเซลมะเร็งได้มากที่สุด สุขภาพที่ดีนั้น มีค่ามากนะครับ ถ้าท่าน เลิกที่จะมีอารมณ์ขี้หงุดหงิด ขี้บ่น ขี้โมโห ไม่เครียดกับเรื่องใดๆ เซลมะเร็งจะหนีหายไปครับมะเร็งMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย(sos) อยากจะมาแชร์ประสบการณ์อันโหดร้าย เพื่อเตือนคนอื่นๆ เรื่องมีอยู่ว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรากลับบ้านไปไหว้ป๊า (เทศกาลไว้พระจันทร์ ต้องไหว้ป๊าล่วงหน้า 1 วัน) พอไหว้เสร็จ ก็กินข้าวกับครอบครัว และด้วยความที่นี้เป็นคนชอบกินผลไม้ทุกอย่างในโลก ก็เด็ดผลไม้กินไปเรื่อยๆ จนมาถึง ลองกอง พอเราจับไปที่ลองกอง ยังไม่ทันเด็ดกิน รู้สึกเหมือนหนังสติ๊กดีดใส่นิ้วอย่างแรงมาก(!?) จนเราสบัดมือ เพื่อเอาสิ่งที่เกาะนิ้วอยู่ออก ตามสัญชาตญาณ เราไม่ทันมองว่า มันคือตัวอะไร รู้แต่พี่ชายตีมันตาย ณ ตอนนั้นเลย เรารู้แต่ว่า หลังจากสบัดมือปุ๊ป เราก็ปวดมากเลย ปวดทันที แบบน้ำตาไหล จนพี่ชายต้องพาไปส่งที่ รพ. เข้าไปแผนกฉุกเฉิน ระหว่างทางคือร้องไห้ตลอดเวลา โดนกัดที่ปลายนิ้ว แต่มันปวดลามมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนปวดทั้งมือ ระหว่างรอหมอ คือปวดถึงรักแร้ ขยับไม่ได้เลย หมอมาถึง ม๊ากับพี่ชายบอกว่าโดนแมงป่องต่อยมา แต่ตัวมันเล็ก ยังสีขาวๆ อยู่ หมอเลยฉีดยาชาบล้อคความปวด ฉีดยาแก้ปวดให้ แล้วให้ดูอาการก่อน(..) แต่เชื่อมั้ยว่า มันแทบไม่ช่วยอะไรเลย ผ่านไปแล้ว 30 นาที ปวดมากอีก มากแบบดิ้นบิดตัวไปมา หมอต้องฉีดยาอีก แล้วให้กลับบ้าน บอกว่า ถ้าไม่ไหวให้กลับมาแอดมิทฯ เราเลยกลับมา กินยาแก้แพ้ และแก้ปวด แต่คือมันก็ช่วยได้นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ มันปวดแบบ จนร้องไห้ ปวดที่สุดในชีวิต คือผ่านมีดหมอมานักต่อนักก็เบากว่านี้ (!?) ม๊าเห็นเราเจ็บ นางก็เจ็บแทน เปิดเน็ตดู ลองทำทุกอย่าง มะนาว ผงชูรส ภูมิปัญญาพื้นบ้านอะไร ทำหมด ก็เหมือนเดิม จนช่วงค่ำ ม๊าบอกว่าไม่รู้ทำไงแล้ว ให้เราอัดยาน้ำเขากุยแก้ร้อนใน แล้วโป๊ะบัวหิมะ ในตู้เย็นทิ้งไว้ เหลือเชื่อ คือมันดีขึ้นเลย แบบดีขึ้นชัดมาก จนเราหลับได้ (คือปวดจนเพลียอยู่แล้วด้วย) แล้วก็หลับยาวจนเช้า อาการถึงค่อยๆ ดีขึ้นมาเรื่อยๆ เพิ่งมารู้ทีหลังว่า วันที่เราป่วย พี่ชายกับหลานชายช่วยกันค้นหาข้อมูลว่า แมงป่องมันมีกี่ชนิดกันแน่ ทำไมเราปวดมากขนาดนี้ เพิ่งรู้ว่าที่เราเข้าใจว่ามันตัวเล็ก มันเด็ก คือไม่ใช่ แต่แมงป่องพันธ์นี้ มันตัวเต็มวัยคือขนาดเท่านี้ พิษรุนแรงกว่าตัวใหญ่ (สีดำๆ หรือแมงป่องงวงช้าง) 20เท่า เป็นพันธ์ที่มีพิษรุนแรงมากที่สุดในไทย ชอบอยู่ในผลไม้เช่น เงาะ ลำไย และลองกอง ที่สำคัญ ไม่มียาขับพิษ ทำได้แค่ทนทรมานจนพิษหมดไปเอง (แต่บัวหิมะจากประเทศจีนคือช่วยได้ดีจริงนะ) (two thumbs up) เพื่อนๆ คนไหน ที่ชอบกินผลไม้ประเภทพวงต่างๆ ควรระวังให้มากๆ ใส่ตะกร้าล้างให้แน่ใจ ว่าไม่มีแมลงพวกนี้อยู่นะ นี่คือเข็ด ไม่กล้าจับลองกองเลย โดนแล้วเข็ดไปนาน(..)(dazed face)เตือนคนรอบๆ ตัวด้วยจ้ะ (ขอร้อง) ปล.ขอบคุณม๊า ที่ดูแลหนูอย่างดีมาก มากจริงๆ เวลาหนูเจ็บป่วยน๊า เลิฟยูว ❤️❤️ ปล.รูปประกอบจาก น้ำหวาน(..)(big smile)ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยทำอย่างไรย่อมได้สิ่งนั้น ใน ค.ศ. ๑๘๙๒ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา นักเรียนหนุ่มวัย ๑๘ ปีผู้หนึ่ง ต้องดิ้นรนหาเงินมาชำระค่าเทอมที่มหาวิทยาลัย เขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปทางไหนเพื่อหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน แต่แล้วก็เกิดความคิดที่สดใส เขากับเพื่อนคนหนึ่งตัดสินใจว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตดนตรีขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อหาเงินมาเป็นทุนการศึกษา พวกเขาไปเชิญนักเปียโนผู้มีชื่อเสียงให้มาเป็นผู้เปิดการแสดงคอนเสิร์ต นักเปียโนท่านนั้นชื่อ อิกนาซี เจ ปาดีริวสกี ผู้จัดการของคุณปาดีริวสกีเรียกร้องค่าจัดการแสดง ๒,๐๐๐ ดอลลาร์ ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากัน แต่สวรรค์ช่างไม่ปราณี หนุ่มน้อยทั้งสองขายบัตรได้ไม่มากพอ เมื่อรวบรวมเงินที่ขายบัตรทั้งหมดแล้วได้เงินมาเพียง ๑,๖๐๐ ดอลลาร์ ภายหลังการแสดงจบสิ้นลง พวกเขาไปหาปาดีริวสกี ชี้แจงความจริงให้ทราบ พวกเขายกเงินที่ขายบัตรได้หมดให้ปาดีริวสกี พร้อมเช็คอีก ๑ ใบ เป็นเงิน ๔๐๐ ดอลลาร์ และสัญญาว่าจะหาเงินเข้าบัญชีให้เร็วที่สุด ปาดีริวสกีกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้นะครับ” เขาฉีกเช็คใบนั้นแล้วคืนเงิน ๑,๖๐๐ เหรียญให้หนุ่มน้อยทั้งสอง “พวกคุณหักค่าใช้จ่ายในการจัดการแสดงให้ครบถ้วน แล้วเก็บเงินจำนวนที่คุณต้องจ่ายค่าเทอมเอาไว้ เหลือเงินเท่าไร คุณค่อยมอบให้ผมนะครับ” แม้มันจะเป็นความเมตตาเพียงเล็กน้อย แต่การกระทำของปาดีริวสกีก็เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า เขาเป็นคนดีเลิศ มีจิตใจที่เปี่ยมเมตตา ...เราทุกคนคงเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาบ้างแล้วในชีวิตจริง และส่วนใหญ่ พวกเราจะคิดกันว่า “ถ้าเราช่วยเขาแล้ว เราจะได้อะไรบ้างเล่า” แต่คนดีนั้นจะคิดว่า “ถ้าเราไม่ช่วยเขาแล้ว พวกเขาจะเป็นอย่างไร” พวกเขาให้ความช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน พวกเขาทำไปเพราะรู้สึกสมควรว่าต้องทำเช่นนั้น ต่อมา ปาดีริวสกีกลายเป็นนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประชากรโปแลนด์อดอยากและหิวโหย รัฐบาลไม่มีเงินพอจะซื้ออาหารมาเลี้ยงดูประชาชน ปาดีริวสกีตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังองค์การอาหารเพื่อการบรรเทาทุกข์แห่งสหรัฐอเมริกา หัวหน้าองค์การนี้ชื่อ เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฮูเวอร์ส่งเรือบรรทุกอาหารไปยังโปแลนด์ พลิกสถานการณ์ภัยพิบัติได้ในเวลาอันสั้น ปาดีริวสกีตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐฯเพื่อขอบคุณฮูเวอร์ด้วยตนเอง เมื่อเขาเริ่มกล่าวคำขอบคุณ ฮูเวอร์ก็ตัดบทเขาโดยกล่าวว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ควรขอบคุณผมเลยนะครับ ท่านอาจจำเรื่องราวไม่ได้แล้ว แต่หลายปีก่อน ท่านได้ช่วยนักเรียนหนุ่มสองคนให้ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมเป็นหนึ่งในสองคนนั้นครับ” โลกนี้ช่างน่าอัศจรรย์ ทำอย่างไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้นกลับคืน กงกรรมกงเกวียนเกิดขึ้นอยู่เสมอ Cr.ข้อมูลจากคอลัมน์ “ฝากใจไว้ที่นี่” โดย “น้ำผึ้งป่า” ในนิตยสารสกุลไทย ฉบับ ๓๒๑๓ เชิญกดไลค์กดแชร์เพจ มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ facebook https://m.facebook.com/yorsorsor/ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแพทย์ยัน! Cs-137 ถูกหลอม ไม่อันตรายเท่าที่คิด หวังสถานการณ์ไม่บานปลายผศ.ดร.กิติวัฒน์ คำวัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ ยืนยัน Cs-137 ที่ถูกหลอมไม่อันตรายตามที่พูดกัน เหตุรังสีของแท่ง Cs-137 เหลือน้อย ห่วงแค่การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม หวังสถานการณ์ไม่บานปลาย ad จากกรณีมีการประกาศตามหาท่อขนาดใหญ่ที่มี “ซีเซียม-137” สารกัมมันตรังสีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหากไม่ได้อยู่ในท่อ หรือถูกแกะออก ซึ่งหายไปจากโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการเปิดเผยว่า ท่อสารซีเซียม-137 หายไปตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 แต่โรงไฟฟ้าดังกล่าวเพิ่งทราบเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานราชการทราบในวันที่ 10 มีนาคม 2566 จนนำไปสู่การประกาศตามหา ต่อมาผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีแถลงยืนยันแท่งเหล็กบรรจุ "ซีเซียม-137" ถูกหลอมในโรงงานพื้นที่กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เบื้องต้นสั่งปิดพื้นที่-หยุดงานทันที เตรียมตรวจเลือดกลุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Kitawat Khamwan” หรือ ผศ.ดร.กิติวัฒน์ คำวัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์แท่งเหล็ก Cs-137 ที่ถูกหลอมจะอันตรายเพียงไหน หลังมีการแชร์ข้อความว่าสารอันตรายสามารถกระจายได้ถึง 1 พันกิโลเมตร โดยได้ระบุข้อความว่า “ขอให้คนในวงการรังสีได้มีโอกาสพูดบ้างนะครับ หากแท่งเหล็ก Cs-137 ที่หายไปถูกหลอมไปแล้วจะเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ใหน หลังจากที่มีการแถลงข่าวถึงสถานการณ์ Cs-137 ที่หายไป จนตอนนี้เริ่มพูดกันในวงกว้างและคนเริ่มกลัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ มีการแชร์ข้อมูลต่างๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก fake news ในโลกโซเชียล และจนถึงขั้นที่ว่าหากถูกหลอมไปแล้วจริงจะเกิดการฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศปลิวไปไกลเป็นพันๆ กิโลฯ เป็นอันตรายต่อคนทั้งประเทศ จริงๆ แล้วก็คิดว่าคงไม่ขนาดนั้นนะครับ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในวงการรังสี Napapong Pongnapang ก็ได้ออกมาพูดแล้วตามที่เห็นในสื่อต่างๆ ที่แชร์กันใน FB/tiktok หลายๆ ข่าวก็ดูจะเกินจริงไปหน่อย ทาง ปส.ก็ได้ทำการวัดรังสีรอบๆ พื้นที่ที่คาดว่าจะมีการปนเปื้อนรังสีก็วัดไม่ขึ้นครับ ในส่วนบริเวณพื้นผิวของถุงบิ๊กแบ็กเท่าที่ทราบคืออัตราปริมาณรังสีที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 3 ไมโครซีเวิร์ต/ชั่วโมง ซึ่งเมื่อยิ่งอยู่ห่างออกมาปริมาณรังสีจะยิ่งลดลงตามกฎกำลังสองผกผัน ส่วนเหตุการณ์โคบอลต์-60 ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี 2543 อันนั้นปริมาณรังสีสูงกว่าเหตุการณ์นี้เยอะมากๆๆ ประมาณ 10,000 เท่า เพราะเป็นที่ส่วนหัวที่ใช้สำหรับฉายรังสีรักษาโรคมะเร็ง ความแรงรังสีของ Cs-137 ที่เหลืออยู่ของแท่งนี้อยู่ที่ประมาณ 41 มิลลิคูรี เทียบเท่ากับปริมาณซีเซียม-137 0.00047185 กรัม โดยประมาณเท่านั้น ซึ่งแทบจะเทียบกันไม่ได้เลยกับ Cs-137 ปริมาณ 27 กก. จากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิล Cs-137 ถ้าถูกหลอมไปแล้วจริง คงจะต้องไปดูเรื่องของการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งอันตรายแบบเฉียบพลันจากการรับปริมาณรังสีมากๆ ในครั้งเดียว หรือที่เรียกว่า “acute effect” ตามที่แชร์กันคงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ แต่อาจจะต้องติดตามดูผลระยะยาวเรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมไทรอยด์ของคนในพื้นที่ ซึ่งที่ต่างประเทศเมื่อเกิดเหตุลักษณะแบบนี้เขามีการติดตามดูผลระยะยาวไปถึง 20-30 ปีข้างหน้า เช่น เหตุการณ์อุบัติเหตุทางรังสี Cs-137 ที่เมืองโกยาเนีย ประเทศบราซิล ปี 1987 (บ้านเราก็น่าจะมีโมเดลนี้เช่นกันหรือเปล่า??) หากเกิดฟุ้งกระจายออกไปในชั้นบรรยากาศจริง ต้องเทียบปริมาณรังสีกับพื้นที่ชั้นบรรยากาศทั้งจังหวัด หรือรอบๆ แถวนั้นอย่างน้อยที่สุด ซึ่งความเข้มข้นของ Cs-137 ต่อตารางเมตรจะน้อยมาก ปริมาณรังสีอยู่ในระดับที่ต่ำมากจนเครื่องวัดรังสีอาจจะวัดไม่ขึ้น ไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อันนี้ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าร่างกายของคนเราเองก็มีความทนทานต่อรังสีในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็คงต้องทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกทีครับว่าระดับปริมาณรังสีเกินกว่าในชีวิตประจำวันหรือไม่ หากอ้างอิงตัวเลขจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency) ค่ารังสีส่วนเกินจากธรรมชาติที่คนทั่วไปควรได้รับไม่ควรจะเกิน 1 มิลลิซีเวิร์ต/ปี คนเราได้รับรังสีจากทางธรรมชาติทุกวัน เช่นรังสีคอสมิกจากนอกโลก รังสีเรดอนจากพื้นโลก อาคารที่พักอาศัย แม้แต่อาหารที่รับประทานเข้าไป ก็ยังมีโพแทสเซียม-40 ซึ่งเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต ธาตุนี้เป็นไอโซโทปรังสีที่ปลดปล่อยรังสีแกมมาและบีตา มีค่าครึ่งชีวิตยาวนานยิ่งกว่า Cs-137 และพบได้ในธรรมชาติ เช่น ในดินและพืช ซึ่งเราได้รับธาตุนี้จากการบริโภคอาหาร ซึ่งเราก็ยังสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ถ้าหากซีเซียม-137 ถูกหลอมและออกไปสู่สิ่งแวดล้อมจริงๆ คิดว่าคงไม่เกินค่าระดับรังสีพื้นหลัง เนื่องจากถูกเจือจาง (dilute) ไปในธรรมชาติจนอยู่ระดับที่ต่ำมาก ค่าเฉลี่ยระดับรังสีพื้นหลัง (background radiation) ทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 3 มิลลิซีเวิร์ต/ปี อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ ถึงแม้ทาง ปส.ออกมายืนยันว่าไม่พบการปนเปื้อนของ Cs-137 ของคนในโรงงาน และค่าปริมาณรังสีที่วัดได้จากพื้นที่ชุมชนรอบๆ อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แทบจะไม่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สบายใจได้ 100% จึงควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ประมาทแต่ก็ไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกจนเกินไป หวังว่าสถานการณ์จะไม่บานปลายเลวร้ายถึงขั้นประชาชนแห่กันไปซื้อพรัสเซียนบลู (Prussian blue) หรือไอโอดีนมากักตุนเพื่อเอาไว้กำจัดสารกัมมันตรังสี Cs-137 ออกจากร่างกายนะครับ เพราะ ณ ขณะนี้คงไม่มีความจำเป็นและรุนแรงถึงขนาดนั้น และขอร่วมเป็นกำลังใจให้คนในพื้นที่สามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดีนะครับ ภาพตัวอย่างคือ Cs-137 ที่ใช้สำหรับการปรับเทียบเครื่องมือทางรังสี dose calibrator ในแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวันครับ”std48462• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยนิสิตจุฬาถูกลอยแพจากหอพัก ! “หรือหอพักมีไว้เพื่อเป็นที่ขูดรีดเอาเปรียบนิสิต ไม่ใช่มีไว้เพื่อสนับสนุนการศึกษา?” สิทธิทางการศึกษาของลูกหลานชนชั้นกลาง คนจน และคนในต่างจังหวัด ซึ่งมีโอกาสน้อยอยู่แล้วในระบบการศึกษาราคาแพง ยังต้องมาเผชิญกับค่าหอพักราคาแพงอีก จึงถูกกีดกันออกไปอย่างสิ้นเชิง หอพัก U-Center จุฬาฯ แจ้งให้นิสิตย้ายออกกะทันหัน . การจะหาห้องพักราคาดีใกล้มหา’ลัยใจกลางเมืองอย่างจุฬาลงกรณ์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ประเด็นหอพักราคาถูกที่มีไม่เพียงพอสำหรับนิสิตก็เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ . หอพักของจุฬาฯ มีไม่มาก มีหอพักในจุฬาฯ ที่รองรับนิสิตได้เพียง 3,320 คน (จากนิสิตปริญญาตรีอย่างน้อย 26,000 คน) และหอพักนอกจุฬา ได้แก่ หอพักเรือนวิรัชมิตร (CU I-House) และหอพักพวงชมพู (U-Center) ที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับหอพักภายนอก . แต่เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา หอพักพวงชมพู หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หอยู’ ประกาศกะทันหันให้นิสิตที่อยู่อาศัยเข้าพักได้ถึงแค่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น และให้ย้ายของออกจากหอพักภายในวันดังกล่าว . “เนื่องจากหอพักพวงชมพู (โครงการ U-Center 1,2) จะสิ้นสุดสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ดังนั้น นิสิตที่พักอยู่ในหอพักพวงชมพูสามารถพักได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เป็นวันสุดท้าย” . “บริษัทฯ จะทำการปิดอาคาร U-Center 1 และ U-Center 2 เพื่อปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป โดยบริษัท LPP จะเป็นผู้เข้ามาดำเนินการบริหารต่อ” คือข้อความที่ปรากฎบนประกาศ . นอกจากทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางไปเรียนแล้ว เหตุที่นิสิตส่วนใหญ่ชอบพักที่หอยู (U-Center) เพราะค่าเช่าหอราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหอพักอื่นๆ หากแชร์ห้องกับรูมเมตจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,800-4,200 บาท/เดือน (ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ) . ประกาศนี้จึงส่งผลให้นิสิตจำนวนมากต้องเสียสิทธิที่จะอาศัยในหอพักราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัย และต้องรีบหาหอพักใหม่ภายในระยะเวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น แถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงสอบปลายภาคอีกด้วย . เค (นามสมมติ) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ปี 2 บอกกับ The MATTER ว่า ทางนิสิตไม่มีใครรู้เรื่องการย้ายออกอย่างเป็นทางการเลย มีเพียงข่าวลือเท่านั้น ก่อนจะมาเป็นข่าวจริงที่แจ้งล่วงหน้าแค่เดือนกว่าๆ “เตรียมตัวไม่ทัน ยิ่งเป็นช่วงไฟนอลก็ทำให้ทุกอย่างยุ่งยากไปหมด” . “ตอนรู้ว่าต้องออกคือโกรธมาก ไม่เห็นหัวของนิสิตเลย เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตอะไรไม่รู้ที่มาขออยู่อาศัย ทั้งๆ ที่จ่ายเงินเพื่อพักด้วยซ้ำ” เค ระบุ . หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมไม่อยู่หออื่นของจุฬาแทน ต้องบอกก่อนว่าการอยู่หอพักในจุฬาฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์และคัดกรอง เคเล่าว่าตนเคยสมัครหอในแล้ว แต่หอในไม่รับ ทางเลือกที่ดีที่สุดจึงเป็นหอยู (U-Center) เพราะราคาถูกและใกล้มหาวิทยาลัย . การต้องออกจากหอยู (U-Center) ทำให้นิสิตอย่างเคต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เคเล่าว่า “ต้องไปอยู่ไกลขึ้น เสียค่าเดินทางซึ่งทำให้รายจ่ายในการใช้ชีวิตมากขึ้น จากที่ปกติก็สูงอยู่แล้ว” . “ค่าใช้จ่ายคงจะเพิ่มขึ้นมาก ปกติเวลาทานอาหารก็มักจะทานในมหา’ลัย หรือนั่งรถ ปอพ. (รถเมล์ฟรีของจุฬาฯ) จากหน้าหอไปกินข้าวที่คณะ แต่ถ้าย้ายไกลออกไป การจะทานข้าวที่คณะคงยากขึ้น ทำให้ต้องกินละแวกนั้น ซึ่งอาหารไม่ใช่ราคานักศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็น่าจะเพิ่มขึ้น” . “อยากให้จุฬาฯ ช่วยหาทางเลือกหอพักอื่นๆ และเยียวยาสภาพจิตใจของนิสิตที่ถูกกระทำแบบนี้ เช่น ช่วยหาหอให้นิสิตที่ยังไม่มีที่พัก หรือช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพราะพื้นฐานการเงินทางบ้านของแต่ละคนไม่เท่ากัน อยากให้สนับสนุนตรงนี้ด้วย ในเมื่อคุณเลือกที่จะทิ้งเด็กกว่า 500 กว่าคนเอง” เค กล่าว . "หอพักของนิสิตมีไว้เพื่อเอื้อต่อการศึกษาของนิสิต หรือเป็นสถานที่ขูดรีดและเอาเปรียบชีวิตของนิสิตโดยกลุ่มผู้บริหารของจุฬากันแน่” นิสิตปี 2 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถาม . ทั้งนี้ The MATTER สอบถามข้อมูลผ่านไลน์ของ LPP บริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่จะรับช่วงดูแลหอยู (U-Center) ได้ความว่า มีกำหนดปรับปรุงหอพักตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม โดยโครงสร้างห้องยังเหมือนเดิมแต่จะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และนิสิตที่เคยพักจะได้อยู่ลำดับต้นๆ ที่จะนำมาพิจารณาเข้าพักในอนาคต . เมื่อถามว่าราคาจะแพงขึ้นไหม ไลน์ของ LPP ตอบว่า ราคาหอพัก “มีปรับขึ้นนิดหน่อยค่ะ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” คำชี้แจงนี้จะได้รับการปฎิบัติหรือไม่ นิสิตยังคลางแคลงใจอยู่ เพราะข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์กรณีรื้อทุบตึกในย่านสามย่าน ผู้เช่าเดิมไม่มีโอกาสได้ย้ายกลับเข้าไปใหม่เลย หรือกรณีความพยายามยึดคืนวิทยาลัยอุเทนถวาย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่คลางแคลงใจของบรรดานิสิตทราถูกขับไล่ให้ย้ายออกจากหออย่างกระทันหัน . . . อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100083064352226 https://www.chula.ac.th/academics/life-at-cu/dormitory/ https://www.rcu.sa.chula.ac.th/rcu_web/index.php/aboutus http://www.sa.chula.ac.th/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9-u-center/ https://twitter.com/eayostudio/status/1648637984869335041/photo/1 https://www.chula.ac.th/about/overview/facts-and-stats/#:~:text=%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%20%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C,%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%202%2C627%20%E0%B8%84%E0%B8%99 #หอยู #จุฬา #UCenter #TheMATTERผู้บริโภคเฝ้าระวัง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยอย่าเชื่อข้อมูลเท็จ ยืนตากแดดไม่ฆ่าเชื้อโควิดหนึ่งในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการส่งมาให้ cofact.org ตรวจสอบ และพบว่าเป็นข่าวปลอมที่ถูกนำมาแชร์ซ้ำคือประเด็นการยืนตากแดดจะสามารถฆ่าเชื้อได้ 28 มี.ค.2563 เป็นครั้งแรกที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์ข้อมูลว่าการยืนตากแดดสามารถช่วยฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ โดยมีคนแสดงความคิดเห็นว่า อยากให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาตากแดดตอนเช้า เพื่อให้แดดฆ่าเชื้อโรคเหมือนนักเรียนสมัยก่อน เพราะเชื่อว่าเชื้อโรคชอบความเย็นมากกว่าความร้อน ซึ่งครั้งนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันว่า การยืนตากแดดไม่สามารถช่วยให้ต้านเชื้อโควิด-19 ได้จริง กระทั่ง 13 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา ประเด็นนี้ถูกนำมาแชร์ในโลกออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง โดยระบุว่ายืนตากแดด วันละ 20 นาทีช่วยฆ่าเชื้อ โควิด-19 ได้ คราวนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมายืนยันอีกรอบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ กรมควบคุมโรค ยืนยันว่า กรณีชวนเชื่อเคล็ดลับฆ่าเชื้อโควิด-19 โดยระบุว่าให้แสงแดดชโลมทั่วตัววันละ 20 นาทีทุกวัน (หรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้) แสงแดดจะไปเสริมภูมิคุ้มกันฆ่าเชื้อโควิด-19 ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการยืนตากแดดนั้นสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเชื้อไวรัสตระกูลโควิด-19 นั้นสามารถทนทานต่อความร้อนได้ถึง 90 องศา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความร้อนจากแสงแดดนั้น มีความร้อนไม่ถึง 90 องศาแน่นอน แม้จะมีการยืนยันจากกรมควบคุมโรคแล้ว แต่ในเวลาไม่ถึงเดือน วันที่ 5 ม.ค. 2564 ก็มีการนำประเด็นนี้มาแชร์ซ้ำอีกในสื่อโซเชียลมีเดีย ด้วยข้อความเดิมๆว่า ให้ยืนตากแดด วันละ 20 นาทีจะช่วยฆ่าโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้กรมควบคุมโรคให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการแชร์ต่อ โดยระบุว่ามีข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้า พบว่าไวรัสชนิดนี้จะตายเมื่อโดนความร้อนที่อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานต่อเนื่อง 30 นาที ซึ่งแสงแดดไม่สามารถทำให้เกิดความร้อนในระดับนี้ได้ อีกทั้งผิวหนังของมนุษย์ก็ไม่สามารถทนทานต่อความร้อนและแสงแดดได้นานเช่นกัน ดังนั้น การตากแดดหรืออาบแดดจึงไม่สามารถรักษาและฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ โดยความร้อนจากแสงแดดนั้น มีไม่ถึง 90 องศาแน่นอน สรุปการแชร์บนโลกออนไลน์ซ้ำๆ ในประเด็นยืนตากแดด เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการยืนตากแดดนั้นสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเชื้อไวรัสตระกูลโควิด-19 นั้นสามารถทนทานต่อความร้อนได้ถึง 90 องศา แต่ความร้อนจากแสงแดดนั้นไม่ถึง 90 องศาสุชญา ชูจันทร์• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยบ.อาหารเสริมผิวขาว อ้างเป็นของปลอม หลังหญิง 19 ปีกินตรวจเจอสารเสพติดเด็กหญิงวัย 19 ปี ไปตรวจสุขภาพ เพื่อเตรียมก่อนเข้าเรียนคณะเภสัช แต่ผลตรวจกลับพบสาร ”เมทแอมเฟตามีน” (สารในยาบ้า) ในปัสสาวะ ไม่ผ่านการตรวจโรคเข้าเรียน คาดผสมมาในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผิวขาวที่ซื้อมากินจากอินเตอร์เน็ตนั้น ล่าสุด ตัวแทนบริษัทอาหารเสริมผิวขาวได้ติดต่อมาพูดคุยกับแม่ผู้เสียหาย ยืนยันว่า ไม่มีทางใส่สาร"เมทแอมเฟตามีน"ในผลิตภัณฑ์อย่างแน่นอน คาดว่า ตัวยาที่เด็กกินเข้าไป เป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบ และนำมาวางขาย อยากให้ส่งมาให้ทางบริษัทตรวจสอบเพื่อความชัดเจน ขณะที่ ทีมข่าวสอบถามอาจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่าในกรณี มีข้อน่าสงสัยอยู่ 2 อย่าง แม่ช็อก เจอสาร "เมทแอมเฟตามีน" หลังลูกสาวกินยาผิวขาว บุกทลายเครือข่ายอาหารเสริมลดอ้วน ผสมสารอันตรายไซบูทรามีน คือทางโรงงานที่ผลิตแอมใส่สารดังกล่าวลงไป ซึ่งถือว่ามีความผิด หรือตัวน้องโกหก ซึ่งต้องมีการนำตัวยามาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง และให้คณะเภสัชนำตรวจปัสสาวะน้องอีกครั้ง ด้วยขั้นตอนพิเศษเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นสารอะไรกันแน่ โดยวันนี้ ผู้เสียหาย เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เอาไว้แล้วโดยจะทำทุกอย่างเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของลูก ว่าไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้ไปตรวจร่างกายเพื่อส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยแล้ว 3 ครั้ง ไม่เคยเจอสารนี้ ก่อนจะมากินเม็ดเดียวดังกล่าววันรุ่งขึ้นไปตรวจก็เจอสารเลยstd48940• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจบุรีรัมย์ หลอกเหยื่อโอนเงิน 1.8 ล้าน27 มิ.ย. 2566 15:20 น. ข่าว อาชญากรรม ไทยรัฐออนไลน์ รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจบุรีรัมย์ หลอกเหยื่อโอนเงิน 1.8 ล้าน ... ตำรวจไซเบอร์จับผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจบุรีรัมย์ สร้างนิยาย โทร. หลอกเหยื่อโอนเงิน รวมความเสียหายกว่า 1,876,000 บาท รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจบุรีรัมย์ หลอกเหยื่อโอนเงิน 1.8 ล้าน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5 จับกุมตัว น.ส.ปราถนา บุญเวียง อายุ 44 ปี ที่อยู่ 16/2 ม.1 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1134/2566 ลงวันที่ 11 เมษายน 2566 ในความผิด "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" โดยจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ... สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายถูกคนร้ายโทร. มาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่ามีการเอาข้อมูลผู้เสียหายไปเปิดใช้บัตรเครดิตและค้างชำระ ให้ผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ โดยให้โอนสายไปยังคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์ชื่อ สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ และได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาคนร้ายได้โอนสายให้ผู้เสียหายพูดคุยกับผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่สนทนากันเป็นเรื่องจริง ซึ่งคนร้ายได้หว่านล้อมข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวว่าจะต้องถูกดำเนินคดี โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จากพฤติกรรมของคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ผู้เสียหายเห็นว่าผิดปกติ เชื่อว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง จึงแจ้งความดำเนินคดี โดยมีผู้ถูกหลอกจำนวนหลายราย รวมความเสียหายกว่า 1,876,000 บาทstd48890• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหมักผมด้วย "กระเทียม" รักษาผมร่วงตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล เรื่อง หมักผมด้วยกระเทียม เพื่อรักษาผมร่วง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยการแชร์สูตรหมักผมด้วยกระเทียม ระบุสรรพคุณว่าช่วยรักษาผมร่วง ทำให้ผมแข็งแรง ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากยังไม่มีเอกสารทางวิชาการหรืองานวิจัยที่น่าเชื่อถือ สำหรับนำมายืนยันว่ากระเทียมสามารถรักษาผมร่วงได้จริง โรคผมร่วง หรือผมบางเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ผมบาง เส้นผมเปราะแล้วหัก ผมไม่ขึ้น อาจเกิดจากโรคประจำตัว การได้รับยาหรือสารเคมีบางประเภท การได้รับเคมีบำบัด การฉายรังสี ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้ และกระเทียมนั้นมีสรรพคุณตามข้อมูลสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน คือ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด รักษาอาการกลากเกลื้อน จึงไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาผมร่วง ข้อมูลจากกรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วเส้นผมของคนเรามีประมาณ 80,000 ถึง 1,200,000 เส้น งอกยาวขึ้นวันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตรและมีอายุนาน 2 ถึง 6 ปี โดยปกติคนเราจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30 ถึง 50 เส้น สาเหตุของภาวะผมร่วง ได้แก่ 1. ผมร่วงจากกรรรมพันธุ์ สามารถพบได้ทั้งชายและหญิง มักพบในเพศชายมากกว่า เห็นเป็นเส้นขนอ่อน ๆ ทำให้ผมบริเวณนั้นดูบางลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะและหน้าผาก 2. ผมผลัด เกิดผมร่วงเนื่องจากผมหยุดเจริญชั่วคราวจากการเจ็บป่วยหรือความเครียดหรือขาดสารอาหาร เช่น เหล็กหรือวิตามินดี ทำให้วงจรชีวิตเส้นผมที่กำลังเจริญมีการหยุดเจริญและหลุดร่วงมากกว่าปกติ 3. ผมร่วงเป็นหย่อม เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด จะมีอาการผมร่วงเฉพาะที่ บริเวณผมที่ร่วงจะมีลักษณะกลมหรือรี ขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มีเส้นผมหนังศีรษะในบริเวณนั้น ไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นสะเก็ด หรือเป็นขุย 4. ผมร่วงจากการถอน พบได้บ่อยในผู้ใหญ่และเด็กที่มีความเครียดจากสาเหตุต่าง ๆ ผู้ป่วยจะดึงผมตัวเองจนผมแหว่ง หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงจะไม่มีผื่นคัน หรือเป็นขุย และจะพบเส้นผม ที่เป็นตอสั้น ๆ 5. ผมร่วงจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่ศีรษะ กลากที่ศีรษะ อาจพบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากการติดเชื้อราโรคนี้ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ เป็นผื่นแดงคัน และเป็นขุย หรือก้อนอักเสบคล้ายฝี อาจจะมีโรคเชื้อรา (กลาก) ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ 6. ผมร่วงจากการทำผม การม้วนผม ย้อมสีผม ดัดผม เป่าผมหรือวิธีอื่น ๆ อาจทำให้มีอาการผมร่วงได้จากการที่มีหนังศีรษะอักเสบ หรือเส้นผมเปราะหัก 7. ผมร่วงจากโรคอื่น ๆ ผู้ป่วยที่มีโรคบางอย่าง เช่น โรคเอสแอลอี ก็อาจมีอาการผมร่วง ผมบาง ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง ปวดตามข้อ มีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่หน้า โรคผมร่วงบางอย่างอาจมีการอักเสบที่บริเวณสเต็มเซลล์ทำให้เกิดผมร่วงแบบเป็นแผลเป็นซึ่งแผลเป็นจะไม่หายผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48297• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย‘อัจฉริยะ’ แจ้งจับ 3 นายตำรวจดังมือขวา ‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดเว็บพนัน ‘มาเก๊า888’ ตัวจริงเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาญากรรมทางเทคโนโลยี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ 3 นาย ที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ “เครือข่ายมาเก๊า 888” และอื่นๆ โดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท... นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตำรวจทั้ง 3 นาย ที่ตนมาร้องทุกข์กล่าวโทษในวันนี้ เป็นตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ. มี 2 คน สังกัดอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. และอีก 1 คน อยู่ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันเปิดเว็บพนันออนไลน์ มีเวินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นเจ้าของเว็บและให้นอมินีดูแลแทน ส่วนตัวเองจะคอยเคลียร์หน้าเสื่อให้ และมีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมด้วย นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนได้นำพยานหลักฐานเรื่องเว็บพนันออนไลน์มาเก๊า 888 และเว็บเครือข่ายอื่นๆ มาให้กับ บช.สอท. นั้น ตอนนี้ได้พบความเชื่อมโยงไปถึงตำรวจทั้ง 3 นาย จึงมาแจ้งความให้เอาผิดเพิ่มเติม แต่ขอยังไม่เปิดเผยว่าหลักฐานดังกล่าวคืออะไร... นายอัจฉริยะ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ตำรวจทั้ง 3 นาย ยังเป็นชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่เป็นชุดทำคดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีกับพวก ร่วมกันรีดทรัพย์ผู้ต้องหาพนันออนไลน์ 140 ล้านบาทด้วย โดยเป็นระดับมือซ้ายมือขวาของบิ๊กโจ๊ก แสดงให้เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติ คนของตัวเองไม่จับกุม แต่ยังเอามาทำคดีอื่น โดยใช้วิธีสกปรก มีลิ่วล้อ นายอัจฉริยะ ยังระบุต่อว่า ตำรวจชุดนี้มีการแอบอ้างบิ๊กโจ๊ก ว่าได้สั่งการให้ไปอุ้มพยานมาให้การปรักปรำบุคคลต่างๆ ในคดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน ซึ่งตนได้พูดคุยกับเหยื่อที่ถูกอุ้ม และถูกบังคับให้ให้การแล้ว ซึ่งเหยื่อรายนี้เป็นคนของนายเป้ ผู้ต้องหาที่ถูกรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท โดยในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิ.ย. นี้ ตนจะนำเหยื่อมาแถลงข่าวรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการยืนยันว่า กลุ่มของนายเป้ ไม่ได้ต้องการจะแจ้งความตำรวจ สอท. แต่ถูกปั้นพยานเท็จขึ้นมา เพื่อเอาผิดคนที่ไม่ใช่คนของตัวเอง นายอัจฉริยะ ยังบอกอีกว่า ตนจะดำเนินคดีกับผู้กำกับการ สภ.คูคต ด้วย ที่ปล่อยให้มีคนนอกมาควบคุมการสืบสวนในคดีนี้ ซึ่งตอนนี้ได้ยื่นเรื่องให้ บก.ปปป. ดำเนินการแล้ว คาดว่าจะมีการแจ้งความในสัปดาห์หน้า และตนยังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดคดีนี้ จึงต้องมีการไปแจ้งความที่ สภ.คูคต ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดเหตุถูกรีดเงิน หรือพื้นที่ที่นายเป้ถูกจับกุม ซึ่งตนทราบมาว่า บิ๊กโจ๊ก มีเพื่อนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็อาจจะควบคุมคดีได้ง่ายกว่าพื้นที่นครบาล....Phatthananya Sathiranon• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกัญชาแนะนำประเด็นเรื่องกัญชาคั้นสดไม่ออกฤทธิ์ต่อประสาท ป้องกันและรักษาโรคได้ดีกว่าสารสกัดกัญชา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีคำแนะนำที่ระบุถึงงานวิจัยคั้นจากใบสดกัญชาช่วยป้องกันโรคและรักษาโรคได้ดีที่สุดเพราะการ ดื่มน้ำคั้นกัญชาสดไม่ทำให้ไม่เมา และเวลาป่วยสามารถดื่มในปริมาณที่มากพอเพื่อรักษาโรคได้ ทางสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ ได้ชี้แจงว่าสารสำคัญในกัญชา THC ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การรับประทานในรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นทานสด ต้ม คั้นสด ก็ออกฤทธิ์ได้เช่นเดียวกับการเสพโดยผ่านความร้อน แต่ช้ากว่า หากได้รับในปริมาณมากเกินขนาดก็จะก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งการบริโภคกัญชาโดยการกินไม่ว่าจะเป็นการทานสด การต้ม การคั้นจะทำให้ได้รับสารจากจากกัญชาให้ปริมาณไม่แน่นอนในแต่ละครั้ง ทั้งสายพันธุ์กัญชาที่ใช้ แหล่งปลูกที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถคาดคะเนระดับสารสำคัญในกัญชา THC หรือ CBD ที่ร่างกายได้รับ นอกจากนี้ในกัญชายังมีสารประกอบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในกัญชารวมอยู่ด้วย และร่างกายยังมีการแปลงสภาพสาร (Metabolite) ผ่านทางตับเป็นสารอีกหลายชนิด ในการทำวิจัยจำเป็นต้องรู้ว่ากำลังศึกษาสารเคมีใดปริมาณเท่าไร ดังนั้นการทำวิจัยย่อมทำให้ไม่สามารถสรุปผลได้ ซึ่งต่างจากสารสกัดกัญชาที่มีการควบคุมปริมาณสารสำคัญและแยกนำสารประกอบอื่น ๆ ออกก่อนทำการวิจัยทำให้มีผลการศึกษาที่สามารถมีความน่าเชื่อถือกัญชาการออกฤทธิ์จะขึ้นกับชนิด ปริมาณของสารสำคัญ และการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละคน ควรใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์ให้ปริมาณที่เหมาะสมตามข้อบ่งชี้ยาสมุนไพรnamo181151• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยปลดล็อกกัญชา กัญชง ใช้ผลิตอาหารได้ มีผล 26 ก.พ. 2564#มอร์มูฟเป็นข่าว สายเขียวมีเฮ!!! หลัง อย.ปลดล็อคให้สามารถนำ 'กัญชา' มาผสมในอาหารได้ ก็เริ่มมีผู้ค้าสนใจ อย่างตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นำร่องแจกใบกัญชาให้พ่อค้าแม่ค้าปรุงอาหารสำเร็จรูปขาย 📌 'ผัดกะเพราหมูผสมใบกัญชา' เป็นหนึ่งในเมนูอาหารกว่า 20 เมนู ที่ผู้ค้านำมาจำหน่าย วิธีทำใช้น้ำจากใบกัญชาแห้งที่นำมาต้ม แบ่งเป็นขวดละ 150 ซีซี ใช้ผสมต่อการผัด 1 กระทะ โดยร้านจะมีป้ายแจ้งส่วนผสมต่อผู้บริโภคอย่างชัดเจน พร้อมมีคำแนะนำกลุ่มที่ไม่ควรบริโภค เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ อนึ่ง ผู้ดูแลร้านบอกว่า การนำใบกัญชามาปรุงอาหารช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น มีผู้บริโภคหลายคนทดลองแล้วกลับมาซื้อซ้ำ ขณะที่หลายคนยังไม่มั่นใจ อย่างไรก็ดี นอกจากเมนูกะเพราหมูแล้ว ยังมีไข่เจียวใบกัญชาที่ใช้ใบกัญชาสดใส่ลงไป นอกจากนี้ยังมี ต้มจืดมะระ หมูฮ้อง ก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงแกงเขียวหวานเนื้อ ปลาทูต้มเค็ม ล้วนใช้ใบกัญชาเป็นส่วนผสมทั้งสิ้น ผู้บริหารตลาดดังกล่าว ระบุว่า หลังจากที่รัฐบาลมีการปลดล็อก ตลาดได้ติดต่อ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตในการปลูกอย่างถูกกฎหมาย ขอความอนุเคราะห์ใบกัญชามาใช้ในการประกอบอาหาร โดยเปิดให้ผู้ค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วม ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงวิกฤต COVID-19 มีผู้ค้าสนใจกว่า 10 ร้านค้า 📌 ใบกัญชาที่จะนำมาปรุงอาหาร ตลาดจะเป็นคนแจกจ่ายให้กับผู้ค้า โดยดูจากเมนูอาหารและปริมาณ ส่วนใหญ่ต่อการปรุงแกง 1 หม้อ หรือ 30 ถุง จะใช้ใบกัญชาไม่เกิน 10 ใบ ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถบริโภคได้ไม่เกินวันละ 5-8 ใบ ** ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกัญชากัญชงใช้ผลิตอาหารได้ มีผลตั้งแต่ 26 ก.พ.2564 และในวันที่ 5-7 มี.ค. จ.บุรีรัมย์ จะจัดมหกรรมกัญชากัญชง เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องกัญชากัญชงในทุกมิติ.Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจากข่าวร้ายที่ ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้ถึงแก่กรรม ในวัยแค่ 41 ปี สาเหตุจากเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากน้องอายุยังน้อย และมีลูกชายฝาแฝดที่ยังอยู่ในวัยเรียนประถมศึกษาตอนต้นเท่านั้น โรคนี้จึงเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว และได้รับข้อความที่คิดว่าเป็นที่มาของโรคนี้ และเป็นประโยชน์แก่ทุกคน จึงขอนำมาบอกต่อ เพื่อทุกๆคนจะได้ดูแลตัวเองกันด้วย ⚫สุขภาพทุกวันนี้ยิ่งไม่ดูแลยิ่งอันตรายมาก 🔵อาหารการกินนี่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะน้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลทั้งหลาย 🔷️ด่วน... เส้นเลือด "ตีบ" ในสมองเกิดขึ้นทุก 4 นาที ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ? ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี มันเกิดอะไรขึ้น ความพิการจะหยุดได้หรือไม่ได้?? สำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า"หยุดได้" เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ปีละเป็นแสนคน ดารานักแสดง.. คนจน.. คนรวย.. ก็ไม่เว้น จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก วันนี้การแพทย์สหรัฐยังบอกเลยว่า มันยากมากที่สุด การรักษาคนป่วยเหล่านี้ แทบจะเลือนลาง เสียงบประมาณมากมายกับคนป่วยเหล่านี้ อาการเส้นเลือดตีบ เป็นอย่างไร? เส้นเลือดตีบ อาการที่ส่งสัญญาณ คือ 1. มึนหัว 2. บ้านหมุน 3. อาจมีอาการอาเจียนร่วม 4. อาการร่วมอ่อนแรงที่แขน 5. อาการร่วมอ่อนแรงที่ขา 6. มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.- 1. พักผ่อนน้อย 2. ดื่มน้ำน้อย 3. นอนดึก 4. ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ 5. ชอบทานอาหารมันๆ 6. ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 7. ขาดการออกกำลังกาย 8. ไม่เคยปรับสมดุล ดูแลระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนให้สมดุล 9. นั่งนาน 10. ยืนนาน 11. ทำงานหนัก 12. ชอบดื่มน้ำอัดลม กินหวานเป็นต้น ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมที่สะสมมานาน ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี การอุดตันในเส้นเลือดถึงจะเกิดขึ้นได้ การรักษาฟื้นฟูสามารถทำได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ส่วนคนที่เป็นมีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน สามารถรักษาได้ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3-6 เดือน อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง เกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค!!ความสวยความงามไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยกรุณาส่งต่อไปยังแหล่งที่มาที่คุณรู้จัก / ไม่รู้จักทั้งหมด * 👇 มีกี่คนที่บอกว่าไม่อยากดื่มอะไรก่อนนอนเพราะต้องตื่นในตอนกลางคืน? อย่างอื่นก็ไม่รู้ ... ทำไมคนเราถึงต้องปัสสาวะมากตอนกลางคืน? คำตอบจากแพทย์โรคหัวใจ (แพทย์โรคหัวใจ): “ เมื่อคุณยืนตัวตรงโดยทั่วไปจะมีอาการบวมที่ขาเนื่องจากแรงโน้มถ่วงทำให้น้ำอยู่ในส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกาย ตอนนี้ถ้าคุณนอนราบและร่างกายส่วนล่าง (ลำตัวขา ฯลฯ ) อยู่ในระดับเดียวกับไตไตจะเอาน้ำออกเพราะง่ายกว่ามาก ที่เหมาะกับคำสั่งสุดท้าย! ฉันรู้ว่าเราต้องการน้ำอย่างน้อยเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกายของคุณ แต่นี่เป็น _ ข่าวสำหรับฉัน! _ แล้วเวลาที่เหมาะสมในการดื่มน้ำคืออะไร? การรู้จักมันให้ดีนั้นสำคัญมาก คำบอกเล่าจากผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ .... ! การดื่มน้ำในบางช่วงเวลาช่วยเพิ่มผลกระทบต่อร่างกาย: 1. น้ำสอง (2) แก้วหลังตื่นนอน - ช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน 2. น้ำหนึ่ง (1) แก้วก่อนอาหาร 30 นาที - ช่วยย่อยอาหาร 3. น้ำเปล่า 1 แก้วก่อนอาบน้ำ - ช่วยลดความดันโลหิตได้ (ใครจะไปรู้ ???) 4. น้ำหนึ่ง (1) แก้วก่อนนอน - สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวายได้ (น่ารู้!) 5. นอกจากนี้น้ำเปล่าก่อนนอนยังช่วยป้องกันการปวดขาในตอนกลางคืน 6. กล้ามเนื้อขามองหาความชุ่มชื้นเมื่อหดตัวและปลุกคุณด้วย Charlie Horse (ตะคริวที่น่อง) แพทย์โรคหัวใจกล่าวว่าหากทุกคนส่งข้อความนี้ชีวิตอาจจะรอด! ดังนั้นฉันจึงได้แบ่งปันข้อมูลนี้กับทั้งกลุ่มนี้แล้ว หลาย ๆ ท่านอาจจะรู้จักบ้าง แต่อาจไม่ใช่ทั้งหมด !! ส่งต่อข้อความนี้หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นทางเลือกของคุณเอง แต่ถ้าทำได้ก็สามารถช่วยชีวิตคนได้ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
