(15045 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยกินเหล้าแล้วหายเป็นโรคหวัดแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดภูมิต้านทานในร่างกาย อีกทั้งยังอาจไปละลายตัวยารักษาอาการหวัดที่คุณกินเข้าไปอีกด้วย ดังนั้นหากรู้ตัวว่ากำลังป่วยอยู่ ก็ลด ละ เลิก จากสุรา รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิดจะดีกว่าแอคปลอมNutt Tahom• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! เล่นมือถือนาน ๆ ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูปตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องเล่นมือถือนานๆ ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูป ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการเตือนภัยว่าการเล่นมือถือเป็นระยะเวลานาน จนทำให้พักผ่อนน้อย ส่งผลให้ปลายประสาทที่เลี้ยงใบหน้าอักเสบ หน้าผิดรูป ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่า การพักผ่อนน้อย หรือการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก และปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่ชัดเจน โดยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เมื่อมีความผิดปกติของเส้นประสาทจะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หรือมีลักษณะขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก ยิ้มไม่ขึ้น มักเป็นใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่ง สาเหตุการเกิดมีหลายปัจจัย เช่น เกิดตามหลังอุบัติเหตุบริเวณเส้นประสาทโดยตรง, การติดเชื้อบริเวณต่อมน้ำลายใกล้ๆเส้นประสาท, การพบเนื้องอกกดเบียดเส้นประสาท หรือเกิดจากการอักเสบของตัวเส้นประสาทเอง (Bell’s palsy) เป็นต้น สำหรับภาวะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ หรือ Bell’s palsy นั้น การอักเสบของเส้นประสาทดังกล่าวเกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้มีสาเหตุที่สรุปได้ชัดเจน แต่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสเริม หรืองูสวัด ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีกที่เกิดขึ้นเร็วระยะเวลาภายใน 48 ชั่วโมง เช่นกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก รับประทานอาหารและดื่มน้ำลำบาก ร่วมกับอาจมีอาการหูข้างนั้นได้ยินเสียงก้องกว่าปกติ รับรสผิดปกติ เป็นต้น เมื่อมีอาการผิดปกติที่สงสัยภาวะดังกล่าว ควรรีบมาพบแพทย์ โดยการรักษาโรคนี้ประกอบด้วยการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมาพบแพทย์ในช่วงแรกที่มีอาการ ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวดีขึ้น ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าในระยะยาว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆและเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dms.go.th หรือโทร 02 5906000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ การพักผ่อนน้อย ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่ชัดเจน หน่วยงานที่ตรวจสอบ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข AFNCAFNCTHAILANDข่าวปลอมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมหน้าเบี้ยวเล่นมือถือโทรศัพท์มือถือ ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง website 2378 ข่าวปลอม อย่าแชร์! กินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ข่าวปลอม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 2 กรกฎาคม 2566 | 16:30 น. website 2374 ข่าวปลอม อย่าแชร์! อาหารอุ่นไมโครเวฟ อันตรายแถมเสี่ยงมะเร็ง ข่าวปลอม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 2 กรกฎาคม 2566 | 13:30 น. ข่าวล่าสุด website 2384 ข่าวปลอม อย่าแชร์! ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนลงทุนหุ้น รับปันผล 30,000 บาทต่อเดือน การเงิน-หุ้น website 2383 ข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการจัดหางาน เปิดโครงการ “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” ให้คนไทยมีรายได้เสริม นโยบายรัฐบาล-ข่าวสาร website 2382 สธ. เปิดตัวรถฟอกไตเคลื่อนที่นวัตกรรมต้นแบบคันแรกของไทย จริงหรือ? นโยบายรัฐบาล-ข่าวสาร website 2381 ข่าวปลอม อย่าแชร์! เพจ SAO Trading ในเครือของ AOT เปิดให้ลงทุนเริ่มต้น 1,000 บาท การเงิน-หุ้น website 2380 ข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมพัฒนาธุรกิจฯ รับสมัครพนักงานนำเที่ยว รายได้ 1,500 บาท/วัน นโยบายรัฐบาล-ข่าวสาร เมนูหลัก หน้าแรก แจ้งเบาะแสข่าวและติดตาม คลังความรู้ ข่าวสาร ดาวน์โหลดคู่มือประชาชน เกี่ยวกับการใช้งาน ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์ นโยบายรักษาความลับข้อมูลส่วนตัว line facebook twiter twiter twiter call สายด่วน : 1111 ต่อ 87 Logo Copyright © 2023 ANTI-FAKE NEWS CENTER THAILAND ขออนุญาตใช้คุกกี้เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอเนื้อหาที่ดีให้กับท่าน ทั้งนี้ ท่านมั่นใจได้ว่าเราจะดูแลและรักษาความปลอดภัยข้อมูลของท่านเป็นอสุขภาพสุริยนต์ พักแดงพันธ์• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยเล่นโทรศัพท์ตอนฟ้าร้อง จะโดนฟ้าผ่าไหม ?หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องบอกต่อกันมานานแล้วว่า การคุยหรือเล่นโทรศัพท์มือถือตอนฝนตก ฟ้าร้อง เป็นอันตราย เพราะเสี่ยงทำให้โดนฟ้าผ่าได้ ซึ่งก็มีทั้งคนที่เชื่อและทำตาม ไม่กล้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ตอนฟ้าร้อง แต่บางคนก็ยังไม่ค่อยเชื่อเต็มร้อย โดยในวันนี้เราจะพาไปคลายข้อสงสัยนี้พร้อม ๆ กัน จะได้รู้กันเสียทีว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่ความเชื่อกันแน่ ความเชื่อเรื่องเล่นโทรศัพท์จะโดนฟ้าผ่า มาจากไหน ? สำหรับที่มาของความเชื่อดังกล่าวนั้น มาจากข่าวที่มีคนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต แล้วพบว่าโทรศัพท์ที่อยู่กับตัวผู้ตายมีรอยไหม้หรือระเบิด ทำให้คนพากันตั้งข้อสงสัยว่า โทรศัพท์เป็นต้นเหตุที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมา โดยมีสัญญาณโทรศัพท์เป็นตัวล่อฟ้านั่นเอง หลายคนจึงเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าใช้โทรศัพท์ตอนฝนตก ฟ้าร้อง หรือบางคนอาจถึงขั้นปิดเครื่องไปเลยก็มี เล่นโทรศัพท์ตอนฟ้าร้อง จะโดนฟ้าผ่าจริงหรือ ? เคยมีการพิสูจน์เพื่อยืนยันในเรื่องนี้มาแล้ว ด้วยการนำโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องไปวางไว้บริเวณที่มีฟ้าผ่า โดยเครื่องแรกปิดเครื่องไว้ เครื่องที่สองเปิดเครื่องและมีสายเข้า ส่วนเครื่องสุดท้ายมีสายเข้าและตั้งให้รับสายอัตโนมัติ ซึ่งผลออกมาพบว่าไม่มีโทรศัพท์เครื่องใดถูกฟ้าผ่าเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าสัญญาณและตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือไม่ได้มีแรงเหนี่ยวนำไฟฟ้ามากพอที่จะทำให้ฟ้าผ่าลงมาได้นั่นเอง จึงสามารถสรุปได้ว่าการเล่นโทรศัพท์ตอนฟ้าร้องแล้วจะโดนฟ้าผ่านั้นไม่เป็นความจริงมีมShoyo Zx• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยดื่มนม ก็ทำให้อ้วนจริงหรือ?ข้อเท็จจริงคือ เพราะการดื่มนมไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ เนื่องจากมีไขมันเพียง 3.8% ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับอาหารชนิดอื่น ๆ แต่หากกังวลเรื่องความอ้วนก็สามารถดื่มนมพร่องมันเนยหรือนมไม่มีไขมันที่มีแคลเซียมสูง ๆ แทนก็ได้ แต่ในผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิดถ้ารับประทานมาก อาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ โดยเฉพาะ ชีส เนยแข็ง ไอศกรีม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จัดอยู่ในอาหารประเภทไขมันอิ่มตัว ทั้งนี้ ‘นม’ อาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง มีความสำคัญมากในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เพราะร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุดและยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียมคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามินบี 12 ฯลฯ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับนมที่เป็นข้อถกเถียงกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เรื่องของ ‘นม’ ที่คุณอาจไม่รู้จริง http://llln.me/xjPz0sPมีมShoyo Zx• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม! เล่นมือถือนานทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูปวันที่ 6 มี.ค.66 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย | Anti-Fake News Center Thailand แจ้งว่า ตามที่มีข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องเล่นมือถือนาน ๆ ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูป ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีข้อมูลเตือนว่าการเล่นมือถือเป็นระยะเวลานาน จนทำให้พักผ่อนน้อย ส่งผลให้ปลายประสาทที่เลี้ยงใบหน้าอักเสบ หน้าผิดรูป ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การพักผ่อนน้อย หรือการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก และปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่ชัดเจน โดยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เมื่อมีความผิดปกติของเส้นประสาทจะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หรือมีลักษณะขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก ยิ้มไม่ขึ้น มักเป็นใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่ง สาเหตุการเกิดมีหลายปัจจัย เช่น เกิดตามหลังอุบัติเหตุบริเวณเส้นประสาทโดยตรง, การติดเชื้อบริเวณต่อมน้ำลายใกล้ๆเส้นประสาท, การพบเนื้องอกกดเบียดเส้นประสาท หรือเกิดจากการอักเสบของตัวเส้นประสาทเอง (Bell’s palsy) เป็นต้น สำหรับภาวะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ หรือ Bell’s palsy นั้น การอักเสบของเส้นประสาทดังกล่าวเกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้มีสาเหตุที่สรุปได้ชัดเจน แต่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสเริม หรืองูสวัด ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีกที่เกิดขึ้นเร็วระยะเวลาภายใน 48 ชั่วโมง เช่น กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก รับประทานอาหารและดื่มน้ำลำบาก ร่วมกับอาจมีอาการหูข้างนั้นได้ยินเสียงก้องกว่าปกติ รับรสผิดปกติ เป็นต้น เมื่อมีอาการผิดปกติที่สงสัยภาวะดังกล่าว ควรรีบมาพบแพทย์ โดยการรักษาโรคนี้ประกอบด้วยการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมาพบแพทย์ในช่วงแรกที่มีอาการ ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวดีขึ้น ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าในระยะยาว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dms.go.th หรือโทร 02 5906000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ การพักผ่อนน้อย ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่ชัดเจน หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขมีมShoyo Zx• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเมาค้างมาทางนี้ 10 วิธีแก้แฮงค์กาแฟดำ เอสเพรสโซ่สักช็อต หรืออเมริกาโน่ร้อนสักแก้ว ช่วยแก้แฮงค์ให้ดีขึ้นได้มาก คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นคุณให้ฟื้นจากอาการมึนหัว และขับปัสสาวะ ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ไข่ต้ม ขนมปัง กับน้ำส้มคั้น ตื่นมารองท้องด้วยไข่ต้ม ที่มีโปรตีนช่วยการดักจับสารพิษ ขนมปัง ตัวช่วยดูดซับสารพิษ และป้องกันการอาเจียน ตามด้วยน้ำส้มคั้นสักแก้ว เพราะวิตามินซีในน้ำส้ม จะช่วยลดการเวียนหัว แก้แฮงค์ และชดเชยภาวะขาดน้ำหลังการดื่มหนักได้อีกด้วย น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น หรือน้ำผึ้ง ก็ช่วยแก้อาการเมาค้างได้เช่นกัน และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แถมยังช่วยลดปริมาณสารตกค้างในตับได้อีกด้วย เครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี จะเป็นตัวช่วยอย่างดี หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาทั่วไป เพราะวิตามินดังกล่าวสามารถช่วยลดอาการเมาค้างได้มาก และควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปหลังจากการดื่มหนัก น้ำเกลือแร่ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก เพราะแอลกอฮอล์ สายปาร์ตี้ควรมีน้ำเกลือแร่ ชนิดละลายน้ำไว้เป็นตัวช่วยฟื้นฟูอาการขาดน้ำด้วย และควรติดตัวไว้จิบทั้งวันเพื่อแก้แฮงค์ และเติมน้ำให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง และทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น น้ำขิง เครื่องดื่มสมุนไพร ก็ช่วยแก้แฮงค์ได้เป็นอย่างดี น้ำขิงจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย ระบบหายใจ และป้องกันอาการปวดหัวที่จะมาได้ในระดับหนึ่ง และยังเป็นตัวช่วยขับแอลกอฮอล์ออกมาทางระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี กล้วยหอม โพเทสเซียมในกล้วยหอม จะช่วยป้องกันการขาดน้ำ และเคลือบกระเพาะไปในตัว ทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้น้อย และขับออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น ใบโหระพา ลองนำมาขยี้ หรือบด ผสมน้ำร้อน หรือชาร้อนทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม วิธีนี้ช่วยแก้แฮงค์ และลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี นมช็อกโกแลต ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้อย่างดี แถมไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างแรงเมื่อตื่นขึ้นมาอีกด้วย ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อขับแอลกอฮอล์ เช่น วิ่ง วิดพื้น ให้ร่างกายได้เหงื่อ จะเป็นการขับแอลกกอฮอล์ออกมาจากร่างกาย ช่วบแก้แฮงค์ และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปี่กระเปร่าขึ้นเซ' บาย• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเมาค้างมาทางนี้ 10 วิธีแก้แฮงค์เมาค้างเกิดขึ้นเพราะ เราดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป หลังจากนั้นร่างกายก็จะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านแอลกอฮอล์ขึ้นมา ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ตามสภาพร่างกาย หรือการเตรียมตัวของแต่ละคน อาการ ได้แก่ อาการขาดน้ำ ปวดหัว หงุดหงิด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย บางคนนอนไม่หลับ ลิ้นขาดรสสัมผัส ขมปากขมคอ มีไข้ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า และวิตกกังวลตามมา 10 วิธีแก้เมาค้าง กาแฟดำ เอสเพรสโซ่สักช็อต หรืออเมริกาโน่ร้อนสักแก้ว ช่วยแก้แฮงค์ให้ดีขึ้นได้มาก คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นคุณให้ฟื้นจากอาการมึนหัว และขับปัสสาวะ ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ไข่ต้ม ขนมปัง กับน้ำส้มคั้น ตื่นมารองท้องด้วยไข่ต้ม ที่มีโปรตีนช่วยการดักจับสารพิษ ขนมปัง ตัวช่วยดูดซับสารพิษ และป้องกันการอาเจียน ตามด้วยน้ำส้มคั้นสักแก้ว เพราะวิตามินซีในน้ำส้ม จะช่วยลดการเวียนหัว แก้แฮงค์ และชดเชยภาวะขาดน้ำหลังการดื่มหนักได้อีกด้วย น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น หรือน้ำผึ้ง ก็ช่วยแก้อาการเมาค้างได้เช่นกัน และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แถมยังช่วยลดปริมาณสารตกค้างในตับได้อีกด้วย เครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี จะเป็นตัวช่วยอย่างดี หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาทั่วไป เพราะวิตามินดังกล่าวสามารถช่วยลดอาการเมาค้างได้มาก และควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปหลังจากการดื่มหนัก น้ำเกลือแร่ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก เพราะแอลกอฮอล์ สายปาร์ตี้ควรมีน้ำเกลือแร่ ชนิดละลายน้ำไว้เป็นตัวช่วยฟื้นฟูอาการขาดน้ำด้วย และควรติดตัวไว้จิบทั้งวันเพื่อแก้แฮงค์ และเติมน้ำให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง และทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น น้ำขิง เครื่องดื่มสมุนไพร ก็ช่วยแก้แฮงค์ได้เป็นอย่างดี น้ำขิงจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย ระบบหายใจ และป้องกันอาการปวดหัวที่จะมาได้ในระดับหนึ่ง และยังเป็นตัวช่วยขับแอลกอฮอล์ออกมาทางระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี กล้วยหอม โพเทสเซียมในกล้วยหอม จะช่วยป้องกันการขาดน้ำ และเคลือบกระเพาะไปในตัว ทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้น้อย และขับออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น ใบโหระพา ลองนำมาขยี้ หรือบด ผสมน้ำร้อน หรือชาร้อนทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม วิธีนี้ช่วยแก้แฮงค์ และลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี นมช็อกโกแลต ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้อย่างดี แถมไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างแรงเมื่อตื่นขึ้นมาอีกด้วย ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อขับแอลกอฮอล์ เช่น วิ่ง วิดพื้น ให้ร่างกายได้เหงื่อ จะเป็นการขับแอลกกอฮอล์ออกมาจากร่างกาย ช่วบแก้แฮงค์ และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปี่กระเปร่าขึ้น แต่ละวิธีมีมShoyo Zx• 3 ปีที่แล้ว
- 6 คนสงสัยเมาค้างมาทางนี้ 10 วิธีแก้แฮงค์เมาค้างเกิดขึ้นเพราะ เราดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป หลังจากนั้นร่างกายก็จะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านแอลกอฮอล์ขึ้นมา ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ตามสภาพร่างกาย หรือการเตรียมตัวของแต่ละคน อาการ ได้แก่ อาการขาดน้ำ ปวดหัว หงุดหงิด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย บางคนนอนไม่หลับ ลิ้นขาดรสสัมผัส ขมปากขมคอ มีไข้ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า และวิตกกังวลตามมา 10 วิธีแก้เมาค้าง กาแฟดำ เอสเพรสโซ่สักช็อต หรืออเมริกาโน่ร้อนสักแก้ว ช่วยแก้แฮงค์ให้ดีขึ้นได้มาก คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นคุณให้ฟื้นจากอาการมึนหัว และขับปัสสาวะ ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ไข่ต้ม ขนมปัง กับน้ำส้มคั้น ตื่นมารองท้องด้วยไข่ต้ม ที่มีโปรตีนช่วยการดักจับสารพิษ ขนมปัง ตัวช่วยดูดซับสารพิษ และป้องกันการอาเจียน ตามด้วยน้ำส้มคั้นสักแก้ว เพราะวิตามินซีในน้ำส้ม จะช่วยลดการเวียนหัว แก้แฮงค์ และชดเชยภาวะขาดน้ำหลังการดื่มหนักได้อีกด้วย น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น หรือน้ำผึ้ง ก็ช่วยแก้อาการเมาค้างได้เช่นกัน และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แถมยังช่วยลดปริมาณสารตกค้างในตับได้อีกด้วย เครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี จะเป็นตัวช่วยอย่างดี หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาทั่วไป เพราะวิตามินดังกล่าวสามารถช่วยลดอาการเมาค้างได้มาก และควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปหลังจากการดื่มหนัก น้ำเกลือแร่ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก เพราะแอลกอฮอล์ สายปาร์ตี้ควรมีน้ำเกลือแร่ ชนิดละลายน้ำไว้เป็นตัวช่วยฟื้นฟูอาการขาดน้ำด้วย และควรติดตัวไว้จิบทั้งวันเพื่อแก้แฮงค์ และเติมน้ำให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง และทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น น้ำขิง เครื่องดื่มสมุนไพร ก็ช่วยแก้แฮงค์ได้เป็นอย่างดี น้ำขิงจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย ระบบหายใจ และป้องกันอาการปวดหัวที่จะมาได้ในระดับหนึ่ง และยังเป็นตัวช่วยขับแอลกอฮอล์ออกมาทางระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี กล้วยหอม โพเทสเซียมในกล้วยหอม จะช่วยป้องกันการขาดน้ำ และเคลือบกระเพาะไปในตัว ทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้น้อย และขับออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น ใบโหระพา ลองนำมาขยี้ หรือบด ผสมน้ำร้อน หรือชาร้อนทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม วิธีนี้ช่วยแก้แฮงค์ และลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี นมช็อกโกแลต ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้อย่างดี แถมไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างแรงเมื่อตื่นขึ้นมาอีกด้วย ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อขับแอลกอฮอล์ เช่น วิ่ง วิดพื้น ให้ร่างกายได้เหงื่อ จะเป็นการขับแอลกกอฮอล์ออกมาจากร่างกาย ช่วบแก้แฮงค์ และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปี่กระเปร่าขึ้นมีมNontawattahom• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยน้ำตาลเทียมทำให้เกิดการก่อตัวของโรคมะเร็งมีผู้โพสต์ให้ข้อมูลว่า น้ำตาลเทียมทำให้เกิดการก่อตัวของโรคมะเร็ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การบริโภคน้ำตาลเทียมไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในมนุษย์ ซึ่งน้ำตาลเทียม หรือสารให้ความหวาน (Artificial Sweeteners) เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ผลิตขึ้นมาเพื่อแต่งเติมรสชาติหวานให้กับอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาลธรรมชาติ โดยตัวอย่างน้ำตาลเทียมที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรด้านอาหารและยาในหลายประเทศว่า มีความปลอดภัยสามารถใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ เช่น แอสปาร์แตม ขัณฑสกร หรือแซคคาริน , น้ำตาลหญ้าหวาน หรือสตีเวียมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังkotchakorn• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเล่นมือถือจนหน้าเบี้ยวมีการออกมายอกต่อกันว่าหากเล่นมือถือนานๆจะทำให้หน้าเบี้ยวได้std48001• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะไม่ติดโควิดมีการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันโควิดstd48001• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกรมสรรพากร ยันไม่ใช่เรื่องจริง หลังโซเชียลแชร์คนไม่มีสามีโดนเก็บภาษี 30%วันที่ 17 เม.ย. 2565 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) เปิดเผยข้อเท็จจริง กรณีที่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊กระบุว่า “ใครไม่มีสามีรีบหาไวๆ นะคะเดี๋ยวโดนเก็บภาษี 30%” โดยเรื่องนี้ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ผู้เสนอข้อมูลมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และสร้างความสับสนในสังคม กรมสรรพากรทำหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ไม่มีมาตรการจัดเก็บภาษีตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่ ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161.Kla Aukkarachai• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยก.ล.ต. เปิดให้นักลงทุนมือใหม่เทรดหุ้นแบบรายวันก.ล.ต. เปิดให้นักลงทุนมือใหม่เทรดหุ้นแบบรายวัน ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลชักชวนลงทุนโดยมีการแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และโลโก้ของ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาตแอคปลอมธันยพร อนุญาต• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยดื่มปัสสาวะดื่มน้ำปัสสาวะเพื่อรักษาโรคต่างๆstd48001• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการจัดหางาน เปิดโครงการ “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” ให้คนไทยมีรายได้เสริมกรณีที่มีการโฆษณาว่า กรมการจัดหางาน เปิดโครงการ “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” ให้คนไทยมีรายได้เสริม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีข่าวสารเผยแพร่เกี่ยวกับกรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครงาน โครงการ ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน ให้คนไทยมีรายได้เสริมจากงานฝีมือ ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า ภาพประกาศเชิญชวนรับสมัครงาน ที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์กรมการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อีกทั้งข้อความดังกล่าวมิได้มาจากส่วนราชการของกรมการจัดหางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคข่าวการเมืองผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมNichaphat• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็งมีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่า เม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ; PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl ; PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ; PCBs) จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์มะเร็งอย. เพิกถอนThapanee Jattamas• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยุนอา จุนโฮ กำลังคบกาดูใจกันมีข่าวปล่อยออกมาว่าทั้งสองได้คบหาดูใจกันอยู่ แต่ตอนนี้ต้นสังกัดได้ออกมาประกาศอล้วว่าทั้งสองเป็นอค่เพื่อนกันเท่านั้นstd48001• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยภูมิเเพ้ผลไม้มีจริงเหรอมีโรคภูมิเเพ้ผลไม้อยู่จริงเหรอstd47683• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม! แก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือแก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบเรื่อง ความดันโลหิตสูงแก้ได้โดยการกำมือ-แบมือ กับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การกำมือและแบมือดังไม่มีผลทางการแพทย์ที่สามารถอธิบายหรือยืนยันได้ว่า สามารถลดความดันโลหิตได้ โรคความดันโลหิตสูง สาเหตุสำคัญต่อโรคร้ายอื่น ๆ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) พบได้จากการวัดความดันโลหิต ได้ในระดับที่สูงกว่าปกติเรื้อรังอยู่เป็นเวลานาน ควรควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเกิน 130/80 มิลลิเมตรปรอท ต้องเริ่มปรับพฤติกรรม ถ้าสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าป่วยเป็นความดันโลหิตสูงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้ารับการรักษา ถ้าเกิน 160/100 มิลลิเมตรปรอท คือ สูงมากซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ถ้าเกิน 180/110 มิลลิเมตรปรอท สูงถึงขีดอันตรายต้องรีบไปพบแพทย์ทันที วิธีวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง วัดความดันโลหิตในช่วงเช้าภายใน 1 ชั่วโมง หลังตื่นนอน หรือหลังปัสสาวะ โดยวัดความดันจำนวน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาที วัดช่วงเวลาก่อนเข้านอนโดยวัดความดัน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาที นั่งเก้าอี้ให้หลังพิงพนักเพื่อไม่ให้หลังเกร็ง เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้นให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย วัดความดันโลหิตในแขนข้างที่ไม่ถนัด หรือข้างที่มีความดันโลหิตสูงกว่า โดยวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจ ขณะวัดความดันโลหิตไม่กำมือ ไม่พูดคุยหรือขยับตัว และควรวัดความดันหลังจากนั่งพักอย่างน้อย 30 นาที และ 1 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ หรือออกกำลังกาย หากไม่รักษาให้ถูกต้องจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอัมพาตจากหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดในสมองแตก โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจวาย โรคไตวาย หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ไทยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 14 ล้านคน ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึง 14 ล้านคน มากกว่า 7 ล้านคนที่ป่วยแต่ยังไม่เข้ารับการรักษา เพราะโรคนี้ส่วนมากมักไม่แสดงอาการ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษา ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างอาการของโรค ได้แก่ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น ตาพร่ามัว เป็นลมหมดสติ วิธีป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง งดทานอาหารรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง โดยคนทั่วไปที่ไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรทานโซเดียมเกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้วไม่ควรเกิน 1500 มิลลิกรัมต่อวัน ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ลดความอ้วน ให้ค่า BMI ไม่เกิน 23 หากความดันโลหิตยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอถึงแม้จะไม่มีอาการ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากและทำให้เสียชีวิตได้std46488• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหลังคาบ้านเเต่ละเเบบมีดีอย่างไรจะสร้างบ้านทั้งทีเลือกคาบ้านเเบบไหนดีstd47683• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกินกระท่อมเเบบนี้เเล้วดีจริงเหรอกินกระท่อมเเบบนี้มันดีกว่าเเบบอื่นๆจริงเหรอstd47683• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยทีวีไต้หวันขอโทษ แจ้งข่าวเท็จ บอกจีนยิงจรวดโจมตีนิวไทเปสถานีโทรทัศน์ไต้หวันออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังจากรายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริง ว่าจีนเปิดฉากโจมตีนครนิวไทเปแล้ว และสร้างความเสียหายอย่างหนักที่ท่าเรือ เว็บไซต์ข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 20 เม.ย. 2565 สถานีโทรทัศน์ CTS ของไต้หวัน ออกแถลงการณ์ขอโทษที่สร้างความแตกตื่นให้สังคม หลังจากเกิดความผิดพลาดทำให้พวกเขารายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริงอย่างต่อเนื่องว่า จีนเปิดฉากโจมตีนครนิวไทเปแล้ว และเกิดความเสียหายขึ้นมากมาย ทั้งนี้ ชาวไต้หวัน 23 ล้านคนใช้ชีวิตภายใต้ความกังวลอยู่ว่าจีนอาจจะบุกโจมตี หลังจากแดนมังกรประกาศกร้าวมาตลอดว่า เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขาที่สักวันจะกลับมารวมกันอีกครั้ง แม้จะด้วยการใช้กำลังก็ตาม และในวันพุธ CTS ก็สร้างความแตกตื่นด้วยการขึ้นข้อความแจ้งเตือนในรายการของพวกเขาหลายข้อความ รวมถึงข้อความว่า “นิวไทเปถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพคอมมิวนิสต์” และ “เรือหลายลำและอาคารที่ท่าเรือไทเปถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย” นอกจากนั้นยังมีข้อความอื่นๆ เช่น การเตรียมทำสงครามของคอมมิวนิสต์จีน, ประธานาธิบดีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และ สงครามอาจเกิดขึ้นได้ นิวไทเปเปิดศูนย์บัญชาการและควบคุมฉุกเฉินร่วมแล้ว เป็นต้น ก่อนที่ CTS จะรีบออกมาชี้แจงในหลายช่องทางว่าข้อความเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น CTS อ้างว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นหลังจาก พนักงานคนหนึ่งเผลอนำข้อความสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมป้องกันภัยพิบัติของสถานี ไปขึ้นออกอากาศ “CTS ขอโทษอย่างจริงใจที่ความผิดพลาดร้ายแรงนี้สร้างความแตกตื่นในสังคมและรบกวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” แถลงการณ์ระบุจิรพรรณ นิสภา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกกต. ชี้ข่าวเท็จ 10 ส.ส.ก้าวไกลจะโดนใบแดง-ไม่ดำเนินคดียุบพรรคอนาคตใหม่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจงข่าวเท็จ ยัน ดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งจากการยุบพรรคอนาคตใหม่แล้ว ไม่เคยให้ข่าว 10 ส.ส.ก้าวไกลจะโดนใบแดง วันที่ 7 มิ.ย. 2566 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ชี้แจงกรณีที่มีผู้โพสต์ในทวิตเตอร์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “Suphanat Aphinyan” ได้นำข้อความกล่าวหาว่า “กกต. ชุดนี้ห่วยแตกครับ เวลาผ่านมาเกิน 3 ปีแล้ว แต่คดีอาญาอันเนื่องมาจากการยุบพรรคอนาคตใหม่กลับเงียบสนิท กกต. ชุดนี้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะความผิดที่นำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ พ่วงมาด้วยความผิดอาญาตาม ม.124, ม.125 และ ม.126 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง” นั้น กกต. ขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ กล่าวคือ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามความแจ้งแล้วนั้น กกต. ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 16 คน โดยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน และ พงส. ได้รับคำร้องทุกข์ คดีอาญาที่ 403/2564 ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่า พงส. สามารถดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นได้ ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ดังนั้น กกต. จึงไม่ได้ละเว้นการดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 16 คน และ กกต. ได้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลทุกคนที่กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองใดๆ โดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น นอกจากนี้ กกต. ยังชี้แจงกรณีที่มีผู้โพสต์ในทวิตเตอร์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “Democracy PheuthaiParty” และเฟซบุ๊กชื่อ “แหม่มโพธิ์ดำ.” ได้นำข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวว่า “สส.ก้าวไกล จะโดนใบแดงอีกเกือบ 10 คน เพราะว่า ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ ซึ่ง ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปเลือกตั้งท้องถิ่นนั่นแหละ เช่น อบต. เทศบาล อบจ. สก. สข. ผู้ว่า กทม. แล้วไม่ได้ทำหนังสือแจ้งว่าทำไมไม่ไป อันนี้ก็เป็นคุณลักษณะต้องห้ามตาม รธน. อีก” โดยประชาชนได้นำข้อความดังกล่าว ไปโพสต์เผยแพร่ผ่านสื่อตามช่องทางต่างๆ นั้น กกต. ขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความเท็จ กล่าวคือ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน กกต. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่เคยให้ข้อมูล หรือเผยแพร่ข่าวสาร หรือแจ้งข่าว ไปยังสื่อมวลชนหรือช่องทางการสื่อสารใดๆ ว่า ส.ส. พรรคก้าวไกล จะถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือจะเป็นผู้ได้รับใบแดง จำนวน 10 คน ตามที่สื่อต่างๆ ได้นำข้อความไปโพสต์แต่อย่างใด ทั้งสิ้น จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ทั้งนี้ กกต. ยังระบุคำเตือนด้วยว่า ผู้ใดแชร์ข่าวดังกล่าวด้วยวิธีการกดไลค์ กดแชร์ รีทวิต รีโพสต์ ทางยูทูบ ทางติ๊กต่อก ส่งต่อทางไลน์ไปยังกลุ่มต่างๆ หรือช่องทางสื่อสารอื่นๆ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.จิรพรรณ นิสภา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยนิด้าโพล คนค่อนข้างเชื่อมีปั่นกระแสโจมตีพรรคคู่แข่ง แต่ไม่เชื่อต่างชาติแทรกแซงเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพรรค แต่ไม่เชื่อมีต่างชาติแทรกแซง วันที่ 28 พฤษภาคม 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ข่าวลือหรือข่าวจริง ช่วงเลือกตั้ง 2566” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพล สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อข่าวพรรคการเมือง มีการใช้ปฏิบัติการสร้างข่าว ปั่นกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง พบว่า ร้อยละ 31.22 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 25.27 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 19.31 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ส่วนความเชื่อของประชาชนต่อข่าวพรรคการเมือง มีการใช้ปฏิบัติการสร้างข่าว ปั่นกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพรรคตนเอง พบว่า ร้อยละ 30.08 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 27.40 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 22.06 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 19.54 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ สำหรับความเชื่อของประชาชนต่อข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแทรกแซงจากต่างชาติ พบว่า ร้อยละ 56.56 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 22.21 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 8.17 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ขณะที่คำถามถึงการได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประชาชน ในช่วง 6 สัปดาห์ของการหาเสียง พบว่า ร้อยละ 30.92 ระบุว่า มากกว่า 20 ข่าว ร้อยละ 22.29 ระบุว่า 1-5 ข่าว ร้อยละ 16.26 ระบุว่า 6-10 ข่าว ร้อยละ 13.66 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินเลย ร้อยละ 10.15 ระบุว่า 11-15 ข่าว ร้อยละ 6.72 ระบุว่า 16-20 ข่าวจิรพรรณ นิสภา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยร้านไก่ทอดชื่อดัง ฉลองวันเกิด แจกไก่ 3,000 ชิ้นแจกไก่ทอด และขนม 3,000 ชิ้น รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงแค่ตอบคำถามให้ครบผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48173• 3 ปีที่แล้ว
