(3121 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยการเลือกตั้ง“บิ๊กตู่” บอกยังไม่คุย “พีระพันธุ์” ลาออกเลขาฯ นายกฯ เพื่อนั่ง ส.ส. บอก วันนี้จำเป็นต้องถอยออกจากการเมือง เพราะกำลังเข้าสู่การเลือกปธ.สภาฯ-นายกฯ ใหม่ ลั่น ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รักษาเสถียรภาพของประเทศ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ เมื่อเวลา 11.23 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้วหรือยังว่า ยังไม่เห็นข่าว และยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เมื่อถามต่อไปว่า นายพีระพันธุ์ ได้แจ้งหรือไม่ว่าจะลาออกเมื่อไหร่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่ายังไม่ทราบ เป็นเรื่องของท่าน “เอาอันนี้ วันนี้ขอพูดแล้วกัน ผมจำเป็นต้องถอยห่างออกจากการเมือง ฉะนั้นอย่ามาถามผมในเรื่องการเมือง ช่วงนี้เราเดินหน้ามาสู่ช่วงเปิดรัฐสภาโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา (รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา) ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 จากนั้นจะมีการพิจารณาเลือกประธานสภาฯ ต่อไปก็เดินหน้าไปสู่การเลือกนายกฯ ผมขอกำหนดบทบาทของผมให้ชัดเจนว่า ผมจำเป็นต้องถอยออกมาตรงนี้ก่อน ผมจะไปทำเฉพาะเน้นเรื่องงานของรัฐบาล ซึ่งเรามีเวลาอยู่จำกัดในตอนนี้ เพื่อจะรักษาเสถียรภาพของประเทศชาติไว้ให้ได้ ทางด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง รวมถึงความสัมพันธ์ต่างๆ มันต้องแข็งแรงและต้องเข้มแข็ง ผมจะเน้นน้ำหนักตรงนี้ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมืองที่จะว่ากันไป อย่าเอาผมไปทำให้มันเกิดปัญหาความขัดแย้งอีกเลย ผมก็จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่” ส่วนคำถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อข้อเสนอของสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่เสนอเปลี่ยนวันชาติจากวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันที่ 24 มิถุนายน เหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า “ก็รู้อยู่แล้ว จะถามทำไม” ขณะที่เมื่อถามอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องการเมืองปล่อยให้การเมืองเขาว่าไป เรื่องการเมืองไม่ตอบ ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่คุยอะไรกับใครทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไทยดี (ThaID) อย่างเป็นทางการ มีประชาชนที่มาเดินซื้อของเมื่อทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาจึงมาดักรอขอถ่ายรูปและให้กำลังใจว่า “นายกฯ สู้ๆ” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีกับประชาชน.ข่าวการเมืองเลือกตั้งstd46456• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยแม่พิมพ์ชำรุด ? หรือใส่เสื้อติดกระดุมผิด ? หรือศึกษาพาณิชย์ ? คือต้นเหตุของการฝังรากลึกของการคอรัปชั่นในทุกย่อมยาก 1.ไม่มีที่ไหนในโลกหรอกครับ ที่คนจบมหาวิทยาลัยตกงานมากกว่าคนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่สถิตินี้สะท้อนปัญหาระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันได้ดีครับ 2.ขอวกเข้าเรื่องสาเหตุข้อสังเกตุมั้ยครับ อยู่ๆเมืองไทยก็มี “โรงเรียนอินเตอร์” เกิดขึ้นมากมาย แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเด็กต่างชาติแต่อีกส่วนมาก ที่เอามารวมๆกันเป็นจำนวนหลายพันคนในวันนี้คือ “เด็กเยาวชนไทย” ครับ 3.คำถามคือคนรวยในไทยที่สามารถจ่ายค่าเทอมลูกอย่างต่ำปีละ 600,000-1,000,000 บาท มันมีมากขนาดนั้นจริงๆเหรอ?คำตอบคือ “ไม่ครับ”ประเทศเราไม่มีคนรวยมากมายขนาดนั้น 4.แล้วปัญหาคืออะไร?ปัญหาคือ เรากำลังเกิดวิกฤติหนีตายทางการศึกษาติดกระดุมผิดครับ 5.ในอดีต คุณภาพโรงเรียนในไทยไม่ต่างจากเมืองนอกเท่านี้เอาง่ายๆ ไม่ต้องสาธิต มาแตร์ เซ็นโยเชฟ สตรีวิทยา หรือพวกเซ็นต่างๆก็ได้ เอาลงมาอีกหน่อย เช่นโรงเรียนวัดดังๆ ผมว่าคุณภาพก็ยังสู้ประเทศอื่นๆในอาเซียน หรือบางประเทศในเอเชียสบาย 6.แต่วันนี้ไม่ใช่ Ranking โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาตกหนักมากโรงเรียนจำนวนมากมีมาตรฐานต่ำกว่าสปป.ลาวแล้ว ชนะแค่เมียนม่าร์ และกัมพูชา เห็นข้อสอบที่สอบแทบอ้วก ยิ่งสอนเด็กยิ่งโง่น่าสงสารเด็กและครูมาก 7.พ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกๆเข้าสาธิต มาแตร์ สตรีวิทยา เซ็นต์ต่างๆไม่ได้ จึงต้องหนีตายเข้าอินเตอร์อีกพวก ขี้เกียจลุ้นโรงเรียนไทยดีๆ ก็เอาเข้าอินเตอร์ไปเลยขายบ้านขายที่ดินส่งลูก 8.ซึ่งวนกลับมาคำถามที่ว่า คนรวยในไทยเยอะขนาดนี้จริงหรือ? คำตอบคือเปล่าครับเพราะเกิน 60% นั้น ใช้การ “ขายทรัพย์สิน” เพื่อให้ลูกเรียนครับ 9.อย่างคนรู้จักผมหลายคน ทำงานรัฐวิสาหกิจดีๆ เงินเดือน 80,000-160,000 บาทรวมสามี-ภรรยา หักค่าใช้จ่ายรายเดือน ให้ตายก็ส่งลูก 2-3 คนเรียนอินเตอร์ไม่ไหวผมพูดถึง 700,000 X 2 คน X 12 ปี = 16.8 ล้าน กลมๆก็ 17 ล้านหละครับหมด 17 ล้าน ยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเลยแล้วเอาเงินที่ไหน? คำตอบคือขายที่ดินของปู่ย่าตายายครับ 10.เพื่อสร้าง “ทุน” เพื่อให้เข้ามหาวิทยาลัยดี เพื่อไม่ให้ตกงาน เช่นหมอ สถาปัตย์ วิศวะ ไบโอเคมี จีโนม เอไอในจุฬาฯ, มหิดล, มอ.หาดใหญ่, มข., มช., บางมด, ลาดกระบังนะ ที่มีโอกาสได้งานสูง 11.ดีขึ้นไปอีก คือส่งเรียนมหาวิทยาลัยดีเมืองนอกเน้นนะครับ ส่งไปมหาวิทยาลัยดีเมืองนอก ไม่ใช่แค่ส่งไปเมืองนอก แล้วไปเข้ามหาวิทยาลัยอะไรก็ไม่รู้เป็นห้องแถวขายปริญญา 12.ถ้าสำเร็จตามนี้หมด 17 ล้านแรก ก็จะได้ลูก 2 คน ที่เข้าจุฬาฯ หรือ มช. ได้ “แน่ๆ” หรือไปถึงมหาวิทยาลัยดีๆในอังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อเมริกาได้เพื่อจบแล้ว “ไม่ตกงาน”ส่วนค่าเทอมมหาวิทยาลัย ก็ว่ากันอีกรอบ ขายที่ดินกันอีกผืนหรือหลายผืน 13.นี่แหละครับความเป็นจริงของปัญหาการ “ขายที่เพื่อหาทางหนีตายให้ลูก” จากระบบการศึกษาที่ล้มเหลว"ศึกษาพาณิชย์"เพื่อการถอนทุนคอรัปชั่นจึงฝังรากลึกด้วยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" 14.นักการเมืองถึงกับพลั้งปากว่าเป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง "รักชาติจนน้ำลายไหล" 15.เพื่อไม่ให้ลูกตัวเองตกอยู่ใน 60% ของการจบมหาวิทยาลัยแล้วตกงานเพราะตัวเลขนี้เกิดจาก 16. เรียนโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาที่ห่วย วิชาการเรียนห่วย เอาแต่ท่องจำ ไม่สอน critical thinking ไม่สร้าง growth mindset ยังเรียนแบบเดิมไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอยู่เลย 17.แล้วไปเข้ามหาวิทยาลัยที่ห่วยต่อเรียนเพื่อให้ได้วุฒิปริญญาตรี ทำการเรีนวิชาที่ล้าสมัย ไม่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน "ไม่มีหลักสูตรรองรับอนาคต" ที่เป็นยุทธศาสตร์ของพื้นที่และชุมชน เช่นยุทธศาสตร์ 5เชียงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ 4 เหลี่ยมเศรษฐกิจ(ไทย เมียนม่าร์ จีน สปป.ลาว)เอาแต่ ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง เน้นแต่แต่งตัวสวย พิธีการเยอะชอบงานสบายขายของเก่า 18.ข้อสอบเน้นปรนัยเลือกคำตอบครูตรวจง่ายเรียนมาทั้งปีมาวัดผลการเรียนกันไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเป็นแบบอัตนัยครูตรวจยากให้คะแนนยาก ต้องคิด เขียน ตอบต่างกันแต่ตรงเป้าหมาย ต่างวิธีคิด มีวิธีทำแต่เป้าหมายเดียวกัน 19.ครูเองก็ต้องทำผลงานเพื่อปรับวุฒิให้ตัวเองเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางวิชนการ งานสูงขึ้นเงินเดือนมากขึ้นไม่สนใจพัฒนาระบบสารสนเทศการศึกษาต่อนักเรียนของครูเองก็ยังเอาตัวเองไม่รอด 20.บุคคลากรทางการศึกษา ทั้งระบบเน้นปรับวุฒิ/เรียนจบง่าย/รายได้สูง/ไม่รับผิดชอบต่อสังคมศาสตร์ที่จะเกิดและที่เป็นไปในอนาคต 21.ครูจัดระเบียบตัวเองด้านเศรษฐกิจและสังคมยังไม่ได้ไม่มีวุฒิภาวะเป็นหนี้สินมาก กว่าที่จะมีความตั้งใจที่จะไปสอนเด็กทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำลงในอัตราเร่งขึ้น 22.การเรียนป.โท /ป.เอก วิทยานิพนธ์ ไม่ได้เอาไปใช้จริงให้ขับเคลื่อนสังคมได้ เรียนทำเพื่อให้จบ พาอาจารย์ไปดูงานต่างประเทศช่วยกันจ่ายดูแลอาจารย์ก็จบเกม ได้ปรับชั้นยศตำแหน่งเงินเดือน 23.ห่วย 2 เด้ง เด็กมันถึงตกงาน พ่อแม่คนไหนไม่มีที่ดินให้ขายแพงๆ โอกาสการศึกษาลูกก็ต่ำเตี้ย แพ้เด็กสปป.ลาว ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาเกิดขึ้นในอัตราที่เพิ่มขึ้นปัญหานี้สร้างโดยผู้ใหญ่ครับ 24.รัฐบาลใหม่ต้องแก้ด่วน ชุมชนร้าง ภูมิปัญญาสูญหาย ไม่มีคนสืบสานต่อ มีแต่คนชรา ปราชญ์ชาวบ้านหาย สูญพันธุ์ โรงเรียนร้าง วัดร้าง หลักสูตรที่ผูกกับท้องถิ่นไม่มี ต้องทำงานหากินในเมืองใหญ่แล้วส่งเงินให้พ่อแม่เลี้ยงลูกตัวเอง ถ้าพ่อแม่เสียชีวิต ลูกกับหลานเกิดช่องว่างทางสังคม เกิดปัญหายาเสพติด เด็กติดเกมพนัน ท้องก่อนแต่ง ปัญหาหย่าร้างสูง 25.ไม่รู้จักหน้าที่ตนเองและความรับผิดชอบต่อครอบครัว และสังคมเพราะว่า"เลิกเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม" การหย่าร้างสูง ภาคภูมิใจที่เอาความรู้ที่เรียนมาไปเอาเปรียบสังคมทุกมิติ(แก๊งคอลเซ็นเตอร์) แล้วยังภูมิใจ 26.หาเงินโดยเอาสุขภาพตนเองไปแลกเงินในทุกมิติ สุดท้ายเงินที่หามาได้ก็ซื้อสุขภาพคืนมาไม่พอจ่ายเพาะว่าเลิกเรียนวิขาสุขศึกษา แม้พุทธวจน ได้กล่าวไว้ว่า" คนไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" 27.ประเทศไทยมีโรงเรียนกวดวิชา และสอนพิเศษมากที่สุดในโลกในทุกระดับชั้น และทุกสาขาวิชาอาชีพ นี่แหละ คือต้นตอของการตกต่ำด้านการศึกษา คิดไม่เป็น เก็งข้อสอบ ต้องท่องจำ เพราะว่าเจ้าของโรงเรียน พิเศษ กวดวิชาและต้องการให้นักเรียนสอบได้ " เป็นการศึกษาพาณิชย์ " และเป็นต้นทางสาเหตุ และปัจจัยที่ต้องคอร์รัปชั่นถอนเงินทุนคืน ที่ต้องเสียเงินไปเพื่อการศึกษาเรียนพิเศษ กวดวิขาเพิ่มคนจนๆไม่มีสิทธิ์นะครับ 28.มีการขายปริญญาดร.กิติมศักดิ์โดยต้อวจ่ายเงินมีคนมาเสนอให้ผมผ่านไปอีก1ปีจะให้ตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยต้องจ่ายเงินเดือนผมไม่ตอบรับปริญญา กระดาษ แต่ผมขอเป็นปราชญ์ชาวบ้านในปริญญาชีวิต เป็น นักคิด นักพัฒนา ด้านสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มีความสุข ภูมิใจที่มีคนเรียกว่าครูอาจารย์ ได้รับเขิญบรรยายพิเศษในหลายเรื่อง ในปัญหาของสังคม และความมั่นคงของมนุษยชาติอยู่อย่างมีความสุข มีคุณค่าและมีคุณภาพ Facebook: Pongprom Yamarat CD.ชูศักดิ์ ไตรศรี ศิลป์ 0819509566 นักวิชาการอิสระ ด้นการศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน นักคิด นักพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ข่าวการเมืองการเงิน เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย#ค่าจัดการศพ ราชกิจจาฯ ประกาศให้ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ตาย ทายาท ได้ 3,000 บาท ส่วนข้าราชการบำนาญ ได้ 30,000 บาท จาก พม.สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสียชีวิตทุกสาเหตุ ได้ทุกคนที่เป็นคนไทย คนกรุงเทพ รับที่สำนักงานเขต คนต่างจังหวัดรับที่ว่าการอำเภอ ภายใน 6 เดือน ให้ทายาทนำหลักฐานของผู้ตาย คือ 1. ใบมรณบัตร ผู้ตาย 2. ทะเบียนบ้าน ผู้ตาย 3. บัตร ปชช. ผู้ตาย 4. บัตร ปชช. ผู้รับ 5. ทะเบียนบ้าน ผู้รับ ไปยื่นเรื่องขอรับเงินดังกล่าวในเวลาราชการ ช่วยกระจายข่าวไป ให้ชาวบ้านทั่วไปได้ทราบด้วยครับ https://news.thaipbs.or.th/content/292672 #จริงใจ #เข้าถึง #พึ่งได้การเงินJoke Air• 10 เดือนที่แล้วmeter: mostly-false--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(@) วิศวกร ออกมาพูดเรื่องสกายวอล์คพื้นกระจก ◇ ผมเรียนจบวิศวกรรมอากาศยาน ตอนเรียนวัสดุศาสตร์(Structural Matterial) จำได้ว่ากระจกเป็นวัสดุที่อาศัยแรงตึงผิว จึงรับแรงกดได้ไม่ดี รับได้แต่แรงเฉือน ในเครื่องบิน ส่วนที่เป็นกระจกจึงต้องอยู่ในตำแหน่งลู่ลมเท่านั้น อีกอย่างเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น โมเลกุลของกระจกขยายตัว แรงตึงผิวจะลดลง แม้ว่ากระจกจะหนา และรับแรงกดได้ระดับนึง ก็อาจแตกได้ เมืองไทยที่มีอากาศร้อนจึงไม่น่าจะไปสร้างสะพานกระจกไว้กลางแจ้ง ผมเคยขึ้นมาสองแห่ง แห่งแรกที่ จ.เลย ตอนนั้นหน้าหนาวไม่ค่อยหวาดเสียวเท่าไหร่ แห่งที่สองที่กาญจนบุรี แห่งนี้เจออากาศร้อนจัด ขึ้นไปแล้วเสียวมาก คนก็เยอะ ยิ่งได้ยินเสียงกระจกลั่นยิ่งหวาดเสียว รีบลงแทบไม่ทัน พอมีข่าวว่าเกิดเหตุกระจกพื้นสกายวอล์คแตกที่อินโดนีเซียเมื่อเร็วๆนี้ ผมเลยตั้งใจว่าจะไม่ขึ้นสะพานกระจกที่ไหนอีกแล้ว ◇ บางท่านอาจไม่คิดว่า เหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นกับตัว บางคนก็ชอบเสี่ยง ชอบผจญภัยและคลั่งไคล้ในความตื่นเต้น หวังว่าบทความนี้ คงจะให้ข้อคิดและเปนประโยชน์บ้างต่ออีกหลายท่านที่คิดจะไปเดินชมวิวบนสกายวอล์คพื้นกระจกนะครับผู้บริโภคเฝ้าระวัง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กะปิมี 10 ข้อดีที่ควรกินเป็นประจำตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์เรื่องกะปิมี 10 ข้อดีที่ควรกินเป็นประจำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์แนะนำสุขภาพเกี่ยวกับกะปิมี 10 ข้อดีที่ควรกินเป็นประจำ โดยอ้างสรรพคุณ ได้แก่ 1. บำรุงกระดูก 2. บำรุงเลือด 3. ช่วยให้ฟันไม่ผุ 4. มีโอเมก้า 3 5. มีจุลินทรีย์ เสริมภูมิต้านทาน 6. บำรุงสายตา 7. มีวิตามินช่วยทำให้ผ่อนคลาย 8. ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี 9. บำรุงสมอง และ 10. บำรุงหัวใจ ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ไม่เคยมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว อีกทั้งยังไม่สามารถให้ข้อมูลสรรพคุณของกะปิได้ชัดเจน เพราะกะปิแต่ละสูตรจะมีส่วนผสมแตกต่างกัน ทั้งนี้ในกะปิมีปริมาณโซเดียมและการปนเปื้อนสูง เป็นอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก จึงไม่ควรทานเป็นอาหารหลัก หรือหากจะทานแนะนำว่าให้ทานเป็นเครื่องเคียงในอาหารไทยแต่เพียงเล็กน้อยstd46343• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย“พายุลูกใหญ่หลงฤดูเข้าไทย 47 จังหวัด”วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลเตือนภัย เกี่ยวกับพายุลูกใหญ่หลงฤดูเข้าไทยแน่นอน 47 จังหวัด ให้เตรียมตัวย้ายของนั้น กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม ไม่ได้มีพายุเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด และข้อมูลที่ส่งต่อกันไม่ได้มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยานางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า จากรายงานสภาพอากาศคาดการณ์ 7 วันข้างหน้า (7-13 ก.พ. 2566) ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และภาคตะวันออก สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดลงstd47644• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเรื่องโม้ๆ เกี่ยวกับการแพทย์และวิทยาศาสตร์ว่าด้วยกัญชากัญชาเป็นหนึ่งในพืชที่เป็นประเด็นโต้เถียงกันมายาวนาน จึงไม่น่าแปลกใจที่มันจะเป็นต้นเหตุของเรื่องหลอกลวง ตำนานเล่าขานที่ปั่นกันขึ้นมา และข่าวปลอมมากมาย ทั้งหมดล้วนแต่ส่งผลกระทบในด้านใดด้านหนึ่งต่อการรับรู้ของสาธารณชนต่อการใช้กัญชาและสถานะของมัน ต่อไปนี้คือ "เรื่องโม้ๆ" ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของกัญชา ที่แพร่หลายในต่างประเทศ (และอาจกระทบต่อทัศนะของคนไทยเราด้วย) 1. เรื่องโกหกเกี่ยวกับบริษัทมอนซานโตตัดแต่งพันธุกรรมกัญชา มีเรื่องหลอกลวงแพร่ทางอินเทอร์เน็ตในปี 2015 โดยอ้างว่าบริษัท Monsanto กำลังสร้างกัญชาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อจัดหากัญชามากพอป้อนให้กับอุตสาหกรรมกัญชา (1) เรื่องหลอกลวงนี้สร้างขึ้นโดยเว็บไซต์ข่าวปลอมเสียดสี World News Daily Report เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2015 ซึ่ง Monsanto ตอบโต้ด้วยการ "การปฏิเสธแบบหัวชนฝา" ผ่านเว็บ "Myths About Monsanto" ที่คอยแก้ข่าวปลอมและเรื่องโกหกเกี่ยวกับบริษัท ซึ่งมักจะถูกโจมตีว่าทำการตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อสนองตอบอุตสาหกรรมเกษตร แม้ว่ามันจะเป็นข่าวปลอม แต่สร้างความตื่นตูมให้กับวงการกัญชาอย่างมาก เช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับกัญชา High Times รายงานว่า "นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานเพื่อสร้างแผนที่โครงสร้าง DNA ที่สมบูรณ์ของต้นกัญชา เพื่อป้องกันบริษัทเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรรายใหญ่ เช่น Monsanto จากการได้รับสิทธิบัตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์เฉพาะ" (2) สะท้อนว่า แม้จะเป็นข่าวปลอม แต่ "ชื่อเสียง" ของบริษัท Monsanto ทำให้เกิดความกังวลว่ากัญชาอาจถูกรวบหัวรวบหางโดยอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อผูกขาดสายพันธุ์และผูกขาดการผลิต เพราะมันกำลังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเงินมหาศาล 2. เรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับการทดลองกัญชาของนาซา การทดลองกัญชาของนาซาเป็นเรื่องหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในปี 2559-2561 โดยอ้างถึงบันทึกการจ่ายเงิน 18,000 ดอลลาร์ของนาซาแก่อาสาสมัครเพื่อทำการทดลองนอนบนเตียงและให้กัญชาสูบระหว่างการทดลองเป็นเวลา 3 เดือน (หรือ 70 วัน) โดยได้เงิน 18,000 ดอลลาร์ (3) แต่นาซายืนยันว่าได้ทำการทดลองการนอนบนเตียงจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกัญชา แต่เรื่องหลอกลวงนี้อาจมีที่มามาจากข่าวจริงในปี 2557 โดยคอลัมนิสต์ของสำนักข่าว VICE ชื่อ แอนดรูว์ อิวานิชกิ (Andrew Iwanicki) ซึ่งเขาได้บันทึกประสบการณ์ของเขาในฐานะผู้เข้าร่วมการทดลองการนอนของนาซา เรื่องปลอมนี้ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยอะไร และสื่อที่แก้ข่าสค่อนข้างจะให้น้ำหนักกับมันในฐานเรื่องตลกขบขันหรือข่าวสัพเพเหระเสียมากกว่า 3. ดาวเคราะห์แห่งกัญชา Planet X637Z-43 อีกครั้งที่นาซาเข้ามาเกี่ยวข้องกับข่าวปลอมเรื่องกัญชา คราวนี้ยิ่งหลุดโลกกันไปใหญ่ Planet X637Z-43 เป็นการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในปี 2558 โดยอ้างว่าเป็นเอกสารการค้นพบโดยนาซาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่ปกคลุมไปด้วยกัญชา สันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ 715 ดวงที่ค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ในปี 2557 เรื่องราวเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ข่าวปลอม NewsWatch28 เนื้อหาของข่าวปลอมอ้างว่ามีการค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่พบอุกกาบาตที่มีร่องรอยของ THC หรือ Tetrahydrocannabinol (สารสำคัญในกัญชา) ถูกพบในทะเลทรายเนวาดาในปี 2553 เว็บไซต์ notallowedto.com รายงานเป็นตุป็นตะว่า “การค้นพบ THC บนเศษอุกกาบาตจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ หากสารเคมีที่เปลี่ยนการทำงานของสมองและส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ อารมณ์ หรือจิตสำนึกของมนุษย์ มีที่มาจากอวกาศแล้วจะมีบทบาทอย่างไร มีผลกระทบทางดาราศาสตร์ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือไม่ หรือกับชีวิตบนโลกโดยรวม การค้นพบนี้ทำให้เรามีคำถามมากกว่าคำตอบ" (4) แน่นอนว่า คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือมันไม่ต้องตอบ เพราะมันคือเรื่องโม้ขึ้นมา 4. กรณี Marlboro M เรื่องนี้เกิดจากบทความที่อ้างว่า Philip Morris USA เจ้าของบริษัทยาสูบ Marlboro กำลังเปิดตัวบุหรี่กัญชาแนวใหม่ที่เรียกว่า Marlboro M ในรัฐโคโลราโดและรัฐวอชิงตัน แม้ว่าบทความนี้จะเป็นเรื่องปลอม แต่บทความนี้มีพื้นฐานข้อเท็จจริงบางประการ เนื่องจากบริษัทยาสูบนี้ได้แสดงความสนใจในกัญชามาตั้งแต่ปี 1970 (5) ในขณะที่บทความได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบทความปลอม แต่คำกล่าวอ้างของบทความได้รับความเชื่ออย่างกว้างขวางเนื่องจาก มันเป็นความจริงที่บริษัทยาสูบต่างๆ ซึ่งรวมถึง Philip Morris สนใจกัญชาในฐานะผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดและอาจลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชา ความสนใจนี้มีมานานก่อนที่กฎหมายระบุให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติดในหสรัฐอเมริกา (และที่อื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากกฎหมายสิ่งเสพติดของอเมริกัน) จะมีผลบังคับใช้อย่างรวดเร็ว หลังการทำให้กัญชาไม่เป็นอาชญากรรม/ถูกฎหมายแล้ว มีรายงานว่า บริษัทยาสูบบางแห่งได้เริ่มลงทุนในการวิจัยกัญชาทางการแพทย์ รวมถึงการเข้าร่วมกับบริษัทการลงทุนเมล็ดพันธุ์กัญชา แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่ได้ไปไกลถึงขั้นแนะนำบุหรี่กัญชาเข้าสู่ตลาดก็ตาม (6)ยาสมุนไพรstd48466• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยเรื่องโม้ๆ เกี่ยวกับการแพทย์และวิทยาศาสตร์ว่าด้วยกัญชากัญชาเป็นหนึ่งในพืชที่เป็นประเด็นโต้เถียงกันมายาวนาน จึงไม่น่าแปลกใจที่มันจะเป็นต้นเหตุของเรื่องหลอกลวง ตำนานเล่าขานที่ปั่นกันขึ้นมา และข่าวปลอมมากมาย ทั้งหมดล้วนแต่ส่งผลกระทบในด้านใดด้านหนึ่งต่อการรับรู้ของสาธารณชนต่อการใช้กัญชาและสถานะของมัน ต่อไปนี้คือ "เรื่องโม้ๆ" ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของกัญชา ที่แพร่หลายในต่างประเทศ (และอาจกระทบต่อทัศนะของคนไทยเราด้วย) 1. เรื่องโกหกเกี่ยวกับบริษัทมอนซานโตตัดแต่งพันธุกรรมกัญชา มีเรื่องหลอกลวงแพร่ทางอินเทอร์เน็ตในปี 2015 โดยอ้างว่าบริษัท Monsanto กำลังสร้างกัญชาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อจัดหากัญชามากพอป้อนให้กับอุตสาหกรรมกัญชา (1) เรื่องหลอกลวงนี้สร้างขึ้นโดยเว็บไซต์ข่าวปลอมเสียดสี World News Daily Report เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2015 ซึ่ง Monsanto ตอบโต้ด้วยการ "การปฏิเสธแบบหัวชนฝา" ผ่านเว็บ "Myths About Monsanto" ที่คอยแก้ข่าวปลอมและเรื่องโกหกเกี่ยวกับบริษัท ซึ่งมักจะถูกโจมตีว่าทำการตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อสนองตอบอุตสาหกรรมเกษตร แม้ว่ามันจะเป็นข่าวปลอม แต่สร้างความตื่นตูมให้กับวงการกัญชาอย่างมาก เช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับกัญชา High Times รายงานว่า "นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานเพื่อสร้างแผนที่โครงสร้าง DNA ที่สมบูรณ์ของต้นกัญชา เพื่อป้องกันบริษัทเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรรายใหญ่ เช่น Monsanto จากการได้รับสิทธิบัตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์เฉพาะ" (2) สะท้อนว่า แม้จะเป็นข่าวปลอม แต่ "ชื่อเสียง" ของบริษัท Monsanto ทำให้เกิดความกังวลว่ากัญชาอาจถูกรวบหัวรวบหางโดยอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อผูกขาดสายพันธุ์และผูกขาดการผลิต เพราะมันกำลังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเงินมหาศาล 2. เรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับการทดลองกัญชาของนาซา การทดลองกัญชาของนาซาเป็นเรื่องหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในปี 2559-2561 โดยอ้างถึงบันทึกการจ่ายเงิน 18,000 ดอลลาร์ของนาซาแก่อาสาสมัครเพื่อทำการทดลองนอนบนเตียงและให้กัญชาสูบระหว่างการทดลองเป็นเวลา 3 เดือน (หรือ 70 วัน) โดยได้เงิน 18,000 ดอลลาร์ (3) แต่นาซายืนยันว่าได้ทำการทดลองการนอนบนเตียงจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกัญชา แต่เรื่องหลอกลวงนี้อาจมีที่มามาจากข่าวจริงในปี 2557 โดยคอลัมนิสต์ของสำนักข่าว VICE ชื่อ แอนดรูว์ อิวานิชกิ (Andrew Iwanicki) ซึ่งเขาได้บันทึกประสบการณ์ของเขาในฐานะผู้เข้าร่วมการทดลองการนอนของนาซา เรื่องปลอมนี้ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยอะไร และสื่อที่แก้ข่าสค่อนข้างจะให้น้ำหนักกับมันในฐานเรื่องตลกขบขันหรือข่าวสัพเพเหระเสียมากกว่า 3. ดาวเคราะห์แห่งกัญชา Planet X637Z-43 อีกครั้งที่นาซาเข้ามาเกี่ยวข้องกับข่าวปลอมเรื่องกัญชา คราวนี้ยิ่งหลุดโลกกันไปใหญ่ Planet X637Z-43 เป็นการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในปี 2558 โดยอ้างว่าเป็นเอกสารการค้นพบโดยนาซาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่ปกคลุมไปด้วยกัญชา สันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ 715 ดวงที่ค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ในปี 2557 เรื่องราวเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ข่าวปลอม NewsWatch28 เนื้อหาของข่าวปลอมอ้างว่ามีการค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่พบอุกกาบาตที่มีร่องรอยของ THC หรือ Tetrahydrocannabinol (สารสำคัญในกัญชา) ถูกพบในทะเลทรายเนวาดาในปี 2553 เว็บไซต์ notallowedto.com รายงานเป็นตุป็นตะว่า “การค้นพบ THC บนเศษอุกกาบาตจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ หากสารเคมีที่เปลี่ยนการทำงานของสมองและส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ อารมณ์ หรือจิตสำนึกของมนุษย์ มีที่มาจากอวกาศแล้วจะมีบทบาทอย่างไร มีผลกระทบทางดาราศาสตร์ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือไม่ หรือกับชีวิตบนโลกโดยรวม การค้นพบนี้ทำให้เรามีคำถามมากกว่าคำตอบ" (4) แน่นอนว่า คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือมันไม่ต้องตอบ เพราะมันคือเรื่องโม้ขึ้นมา 4. กรณี Marlboro M เรื่องนี้เกิดจากบทความที่อ้างว่า Philip Morris USA เจ้าของบริษัทยาสูบ Marlboro กำลังเปิดตัวบุหรี่กัญชาแนวใหม่ที่เรียกว่า Marlboro M ในรัฐโคโลราโดและรัฐวอชิงตัน แม้ว่าบทความนี้จะเป็นเรื่องปลอม แต่บทความนี้มีพื้นฐานข้อเท็จจริงบางประการ เนื่องจากบริษัทยาสูบนี้ได้แสดงความสนใจในกัญชามาตั้งแต่ปี 1970 (5) ในขณะที่บทความได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบทความปลอม แต่คำกล่าวอ้างของบทความได้รับความเชื่ออย่างกว้างขวางเนื่องจาก มันเป็นความจริงที่บริษัทยาสูบต่างๆ ซึ่งรวมถึง Philip Morris สนใจกัญชาในฐานะผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดและอาจลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชา ความสนใจนี้มีมานานก่อนที่กฎหมายระบุให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติดในหสรัฐอเมริกา (และที่อื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากกฎหมายสิ่งเสพติดของอเมริกัน) จะมีผลบังคับใช้อย่างรวดเร็ว หลังการทำให้กัญชาไม่เป็นอาชญากรรม/ถูกฎหมายแล้ว มีรายงานว่า บริษัทยาสูบบางแห่งได้เริ่มลงทุนในการวิจัยกัญชาทางการแพทย์ รวมถึงการเข้าร่วมกับบริษัทการลงทุนเมล็ดพันธุ์กัญชา แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่ได้ไปไกลถึงขั้นแนะนำบุหรี่กัญชาเข้าสู่ตลาดก็ตาม (6)std46777• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยออกจากมือปีศาจโคบ้า(โควิด)ได้แล้ว โดย สิริอัญญา วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โคบ้าระบาดมาสองปีเศษ ขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ได้ถีบหัวส่งปีศาจตนนี้และคืนความปกติแก่สังคม ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ต้องห่วงว่าใครจะติดเชื้ออีกต่อไป และถ้าใครติดเชื้อก็แนะนำให้ซื้อหายามากินก็จะหายได้ในเวลา 1-3 วัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับไข้หวัดใหญ่ เป็นเรื่องตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้ที่สร้างกระแสให้หวาดกลัวว่าโคบ้าคือปีศาจร้าย ใครสัมผัสแล้วก็จะกลายเป็นผีดิบและเสียชีวิตได้โดยง่าย ในขณะที่มีกระบวนการถ่วงเวลาการดูแลรักษาเพื่อให้ไวรัสลงปอด หายใจไม่ออก และเสียชีวิต ซึ่งเป็นแผนอุบาทว์ชาติชั่วที่ล้างผลาญชีวิตมนุษย์อย่างอำมหิต แต่ปรากฏว่าจีน รัสเซีย อิหร่าน และประเทศในเครือข่ายองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้รู้เท่าทันแผนอุบาทว์นี้มาตั้งแต่ต้นจึงไม่หลงกลเป็นเครื่องมือ และในวันนี้ก็ได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าที่จีน รัส เซีย อินเดีย อิหร่านและพันธมิตรจัดการกับโคบ้านั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์มากที่สุด ทั้งทำลายล้างแผนอุบาทว์จากบริษัทยานักล่าอาณานิคม ยกตัวอย่างประเทศจีน นับตั้งแต่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นต้นตอของโคบ้ามาจนถึงวันนี้ประเทศจีนมีคนป่วยรวมทั้งสิ้นแค่แสนคน ปีที่ผ่านมาไม่มีใครเสียชีวิตเลย รัฐบาลจีนไม่ได้เน้นการฉีดวัคซีน แต่ประกาศรายการยาที่ใช้รักษาโคบ้าให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ซึ่งใครมีอาการติดเชื้อก็สามารถซื้อหากินกันเองได้โดยง่าย 2-3 วันก็หายขาด นี่คือความสำเร็จอันเป็นที่ประจักษ์ อีกตัวอย่างซึ่งตรงกันข้ามคือสหรัฐซึ่งเป็นต้นตอของการสร้างความตกใจกลัวในเรื่องโคบ้า ซึ่งวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าคนอเมริกันติดโคบ้าเกือบสิบล้านคนและมีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน ประเทศยากจน ประชาชนยากเข็ญ จนต้องพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาอย่างไม่บันยะบันยัง ประเทศไทยของเราทำตัวเป็นสมุนบริวารที่เอาแบบอย่างสหรัฐ ดังนั้นถึงวันนี้ประเทศไทยซึ่งมีประชากรเพียง 66 ล้านคน มีผู้ป่วยมากกว่าประเทศจีนซึ่งมีประชากร 1,400 ล้านคน กว่า 20 เท่า และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากมาย ผู้ประกอบการทั่วประเทศถูกปิดกิจการ ขาดทุนย่อยยับ คนตกงานทั่วทั้งประเทศ เศรษฐกิจยับเยิน คนไทยยากจนเพิ่มขึ้นเกือบสิบล้านคนในชั่วระยะเวลาเพียงสองปีเศษ ประเทศเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้นร่วมกว่า 2 ล้านล้านบาทในช่วงสองปีเศษ หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นร่วม 4 ล้านล้านบาท ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นประเทศเดียวของโลกที่ใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเรื่องโคบ้าที่ยาวนานที่สุดและล้มเหลวมากที่สุด มีการใช้เงินแผ่นดินเกี่ยวกับเรื่องโคบ้ามากมายมหาศาล มีข่าวคราวการทุจริตอย่างกว้างขวาง ถึงขนาดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแถลงที่จะตรวจสอบการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณและงบกลางซึ่งมีจำนวนร่วม 2 ล้านล้านบาท แต่กลับเงียบหายไปดื้อ ๆ เพราะอำนาจผีสางตนใดก็ไม่รู้ มีการสั่งยาฟาวิพิราเวียร์ถึง 430 ล้านเม็ดเข้ามาใช้ ทั้งที่ประเทศผู้ผลิตทั้งสามประเทศคือเยอรมัน อินเดีย และญี่ปุ่นพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถใช้รักษาโคบ้าได้ และไม่อนุญาตให้ประเทศของตนเองใช้ แต่ประเทศไทยก็ยังดันทุรังใช้กันอยู่แต่ต้องใช้คู่กับยารักษาอื่นที่ใช้รักษาโคบ้าได้ ประเทศไทยเดินตามหนทางสหรัฐ โหมและบังคับการฉีดวัคซีนอย่างไม่บันยะบันยัง เฉพาะปี 2565 ก็มีข่าวว่าสั่งซื้อเข้ามาถึง 165 ล้านโดส และกำลังบังคับให้ผู้คนฉีดวัคซีนเข็ม 3 เข็ม 4 เข็ม 5 กันต่อไป ทั้ง ๆ ที่ความจริงได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าจะฉีดวัคซีนสักกี่เข็มก็ตาม จะฉีดไขว้หรือไม่ไขว้ก็ตามไม่สามารถป้องกันการติดโคบ้าได้เลย แต่ยังดันทุรังฉีดกันอยู่ จนกระทั่งขณะนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตแล้วว่าคนไทยตายและพิการป่วยเจ็บ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เพราะการฉีดวัคซีนมากหรือเท่ากับตายเพราะโคบ้ากันแน่ บรรดาหมอทั้งหลายไม่เคยปริปากแนะนำคนไทยว่าจะใช้ยาอะไรในการรักษาโคบ้า และน่าแปลกใจว่าหมอทั้งประเทศก็ประพฤติอย่างเดียวกัน พากันเงียบปากสนิทท่ามกลางผลประโยชน์ที่ได้รับจากความเดือดร้อนทุกข์เข็ญของประชาชน ในขณะที่มีหมอจัญไรราว 10 คน ที่แต่ละวันแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์ปั่นกระแสหลอกลวงให้ผู้คนตื่นตระหนกตกใจกลัวเพื่อจะได้ไปฉีดวัคซีน หมอจัญไรเหล่านี้ประชาชนต้องจดจำหน้าตาชื่อเสียงไว้ให้แม่น จะได้บอกลูกบอกหลานว่าคนไทยล้มหายตายจาก ประเทศชาติเสียหายยับเยินก็เพราะหมอจัญไรราว 10 คนนี้ที่สร้างกรรมทำเข็ญไว้กับบ้านเมืองสุดคณานับ ฟ้ามืดเมื่อมีได้ ก็ฟ้าใหม่ย่อมคงมี ขณะนี้ได้เกิดขบวนการต่อต้านบรรดาทุนยาที่ทำมาหากินกับชีวิตมนุษย์ขึ้นในขอบเขตทั่วโลกแล้ว แพทย์กว่า 20,000 คนทั่วโลกรุมกันแฉแผนอุบาทว์ที่ต้องการให้มนุษย์ตกอยู่ในอำนาจวัคซีน ซึ่งอาจนำไปสู่การกำกับบงการสุขภาพและชีวิตมวลมนุษย์ในวันข้างหน้า แพทย์ชาวเยอรมันได้สำนึกผิดเปิดเผยความจริงให้ชาวโลกทราบว่าโรคโคบ้านั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร แค่เอาน้ำเกลืออุ่น ๆ กลั้วคอไว้เป็นระยะ ๆ ก็สามารถป้องกันและรักษาการติดโคบ้าได้อย่างชะงัด ล่าสุดคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ของศิริราชก็ได้ทำคลิปออกเปิดเผยปลุกให้คนไทยตื่นขึ้นแล้วหนีออกจากเงื้อมมืออสูร โดยคลิประบุว่าเพียงแค่ใช้กระเทียมสดและพริกสดเคี้ยวร่วมกันก็จะป้องกันและรักษาโคบ้าได้ ในขณะที่แพทย์จำนวนหนึ่งก็เริ่มเปิดเผยถึงกระบวนการทำมาหากินที่แสวงหาประโยชน์ทุจริตในทุกกระบวนการและขั้นตอนของการเยียวยารักษาโคบ้าในประเทศไทย ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ประชาชนไทยจะได้ตื่นขึ้นจากความกลัวและก้าวออกมาจากเงื้อมมือปีศาจที่อำมหิตนี้ให้ทันท่วงที.โควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยจริงหรือ มุสลิมอยู่เบื้องหลังกายกเลิกการใช้เลขไทย ข่าวจริงข่าวปลอมจากการแชร์ผ่านช่องยูทูปช่องหนึ่ง มุสลิมอยู่เบื้องหลังการสั่งยกเลิกเอกลักษณ์ไดย #เลขไทย #พศ แล้วพูดว่า เลขไทยก็ไม่เอา แนะนำให้ออกไปจากประเทศไทย คนไทยต้องรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไต้หวันจับ 4 แรงงานไทยนำเข้ายาลดน้ำหนักผสมไซบูทรามีนแรงงานไทยในไต้หวันถูกจับกุม 4 คน หลังทางการตรวจพบนำเข้ายาลดน้ำหนักที่ผสมสารไซบูทรามีนจากไทย กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวทาง Radio Taiwan International เกี่ยวกับแรงงานไทย 4 คน ถูกจับกุมที่ไต้หวัน หลังจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม กรมสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ได้รับแจ้งจากสำนักงานศุลกากรนครไทจง ตรวจพบคนไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาลดน้ำหนักจากประเทศไทยที่มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน วันนี้ (25 พ.ค.2566) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า แรงงานทั้ง 4 คนเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนย่านหนานโถว ในไต้หวัน ขณะนี้ถูกปล่อยตัว รอพิจารณาคดีและส่งฟ้องศาล โดยทั้ง 4 คนให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบว่าไซบูทรามีนเป็นสารต้องห้ามของไต้หวัน ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ก.ย.2565 ไต้หวันกำหนดให้ “สารไซบูทรามีน” เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 มีฤทธิ์ทางจิตประสาท ระงับความอยากอาหาร แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้ใจสั่น มีผลกระทบกับหลอดเลือดและระบบหัวใจ อาจทำหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ ผู้นำเข้าและจำหน่ายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 12 ปี ปรับไม่เกิน 5,000,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงแรงงานจะออกประกาศประชาสัมพันธ์ให้แรงงานที่ไปทำงานที่ไต้หวัน ทราบถึงข้อมูลห้ามนำเข้าไซบูทรามีน หรือสารที่มีส่วนประกอบ ขณะที่เภสัชกรสมพงษ์ อภิรมย์รักษ์ นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “ไซบูทรามีน” ในประเทศไทยจัดเป็นสารต้องห้าม อยู่ในวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ห้ามใช้ทางการแพทย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อระบบหัวใจ ปัจจุบันหลายประเทศยกเลิกใช้สารชนิดนี้แล้ว แต่ก็พบว่ามักมีการแอบผสมในยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก เมื่อรับประทานในระยะยาวจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพลดความอ้วนSirilawan Sukphithak• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสรุป คือ 1. รัฐบาลให้เงิน 600 ล้าน กับ บ.สยามไบโอตั้งโรงงานผลิตวัคซีนแอสตร้า เพื่อส่งให้บริษัทแม่ที่อังกฤษ ไม่ใช่ผลิตให้คนไทย ประเทศไทยไม่มีพันธะผูกพันใดๆ กับบริษัทสยามไบโอ 2. รัฐบาลไทยต้องติดต่อซื้อวัคซีนแอสตร้าจากบริษัทแม่ ไม่สามารถสั่งจาก บ.ไบโอได้ จะได้ช้าหรือเร็วอยู่ที่คิวลำดับการสั่งในแต่ละประเทศ 3. ทำไมรัฐบาลไทยต้องให้เงิน บริษัทสยามไบโอ 600 ล้าน เพื่อผลิตวัคซีนเพื่อขาย เงินนี้เป็นเงินภาษีคนไทยนะ 4. แรกๆที่ธนาธรออกมาแฉ รัฐบาลตอบโต้ว่าที่ให้เงินสนันสนุน เพราะคนไทยจะได้วัคซีนเป็นประเทศแรกๆของโลก 5. รัฐบาลบอกเป็นวัคซีนของคนไทย เป็นความภูมิใจของคนไทย 6. วันนี้ทำไมถึงออกมารูปแบบนี้ ถือเป็นบ. เอกชน แรกของไทยมั้ยที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนทำธุรกิจวัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยเปิดไอเดียสุดเจ๋งของเยาวรุ่น ร่วมแก้ปัญหาข่าวลวง สร้างนวัตกรรมพร้อมข้อเสนอผลักสู่ระดับนโยบาย11 ก.พ. 2565 12:30 น. ข่าว ทั่วไทย ข่าวประชาสัมพันธ์ เปิดไอเดียสุดเจ๋งของเยาวรุ่น ร่วมแก้ปัญหาข่าวลวง สร้างนวัตกรรมพร้อมข้อเสนอผลักสู่ระดับนโยบาย สิ้นสุดแล้วโครงการ “FACTkathon” นักศึกษาร่วมระดมสมองส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวด เพื่อแก้ปัญหาข่าวลวง ข่าวปลอม พร้อมผลักดัน 7 ข้อเสนอให้เกิดเป็นนโยบายแก้ปัญหาเฟกนิวส์เกลื่อนโลกออนไลน์ เปิดไอเดียสุดเจ๋งของเยาวรุ่น ร่วมแก้ปัญหาข่าวลวง สร้างนวัตกรรมพร้อมข้อเสนอผลักสู่ระดับนโยบาย ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรมการแข่งขันระดมสมอง “หักล้างมูลเท็จ แสวงหาความจริงร่วม” “FACTkathon : Fact-Collab to Debunk Dis-infodemic” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) และเป็นความร่วมมือกับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ มูลนิธิสภาการหนังสือพิมพ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิฟรีดริช เนามัน ประเทศไทย (Fnf Thailand) สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ChangeFusion Centre for Humanitarian Dialogue (HD) และ ภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) งานนี้นอกจากจะเป็นการประชันไอเดียของคนรุ่นใหม่ระดับมหาวิทยาลัย ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมแก้ปัญหาข่าวลวงที่มากมายในโลกออนไลน์แล้ว ยังมีการระดมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางการหา “ความจริงร่วม” ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมของผู้ที่มีความเห็นต่างได้อย่างปกติสุข จากการแข่งขันครั้งนี้ทีมที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ ทีมบอท เป็นการผสมผสานทีมจากนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีไอเดียสุดเจ๋ง “Check-on” หรือ “เช็กก่อน” โดยพัฒนาเครื่องมือ Extension เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอ่านข่าวในเว็บหรือเห็นภาพต่างๆ แล้วสงสัยว่าจริงหรือไม่ ให้คลุมดำที่ข้อความ คลิกขวา จะมีปุ่ม Check หน้าต่างของ Check-On ขึ้นมาแล้วประมวลผลความน่าเชื่อถือจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ อาทิ Cofact ชัวร์ก่อนแชร์ ศูนย์ต่อต้านข่าวลวง เป็นต้น ทีม TU Validator ซึ่งได้รับรางวัลที่ 2 รวมทีมจากคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอแพลตฟอร์มเป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาร่วมค้นหาความจริงด้วยกัน พร้อมรับคะแนนและของรางวัล เพื่อสร้างชุมชนในสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้งานได้มีการถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อข้อมูลต่างๆ จัดกิจกรรม Debate ถกประเด็นกัน เชื่อว่าความจริงต้องเกิดขึ้นได้ สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลที่ 3 คือ ทีม New Gen Next FACTkathon เป็นการรวมตัวของนักศึกษาคณะต่างๆ จากมหาวิทยาลัยพายัพ ออกแบบการนำข้อมูลข่าวสาร มาถ่ายทอดในรูปแบบของการ์ตูน ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันด้วยการสร้างการ์ตูนลงแพลตฟอร์มหนังสือการ์ตูนออนไลน์ (Webtoon) เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบข่าวลวงไปด้วย พร้อมมีลูกเล่นด้วยการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมไขปริศนา โหวตว่าจริงหรือไม่จริง โดยให้สิ่งตอบแทนเป็นเหรียญ สำหรับใช้เปิดอ่านตอนต่อไป นอกจากกิจกรรมการประกวดเสนอแนวคิดนวัตกรรมแล้ว ยังได้จัดการประชุมเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและข้อเสนอแนะที่จะแก้ปัญหาข่าวลวงอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นตรงกันว่าต้องผลักดันให้เกิดนโยบายที่แก้ปัญหาข่าวลวงที่เกลื่อนโลกออนไลน์ร่วมกันด้วย ดังนี้ 1) ทวงถามความรับผิดชอบกับผู้ผลิตและส่งต่อข่าวลวง : มีข้อเสนอแนะให้มีวิธีการป้องกันและแก้ไขข้อความผู้ผลิตและผู้ส่งต่อข่าวลวง ที่จะช่วยลดการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นลงได้ 2) ให้ความสำคัญกับทักษะ “รู้เท่าทันสื่อ” : การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ไม่ใช่วิชาที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคดิจิทัล แต่ถูกพูดถึงเรื่องนี้นับตั้งแต่มีการเกิดขึ้นของสื่อมวลชนยุคอนาล็อก (วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์) เช่น กลยุทธ์หรือเทคนิคที่ใช้ผลิตเนื้อหาผ่านสื่อแต่ละประเภทใช้ส่งสารถึงปัจเจกชนหรือกลุ่มคนซึ่งเป็นผู้รับสาร บทบาทของสื่อต่อการสร้างกระแสค่านิยม หรือวัฒนธรรมต่างๆ ในสังคม เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล การผลิตและส่งต่อข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้นทั้งกว้างขวางและรวดเร็ว การรู้เท่าทันสื่อจึงยิ่งมีความสำคัญเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวลวงหรือข้อมูลบิดเบือน ความเข้าใจในแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram, Line ฯลฯ ถูกออกแบบมาให้ทำงานอย่างไร และผู้ผลิตเนื้อหา (Content) ใช้วิธีการอย่างไรในการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้รับสาร ซึ่งจะซับซ้อนกว่าสื่อดั้งเดิม เช่น แพลตฟอร์มบางชนิดสามารถใช้วิธีการบางอย่างเพื่อให้สาร (ข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ คลิปเสียง) ถูกมองเห็นอย่างกว้างขวางและในความถี่ต่อเนื่อง หรือมีสถิติการส่งต่อจำนวนมาก ผู้ที่ไม่รู้เท่าทันวิธีการเหล่านี้อาจเชื่อไปก่อนแล้วว่าเป็นเรื่องจริงโดยไม่ได้ตรวจสอบ 3) ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล : แม้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่จะถูกมองว่าเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Native) จึงใช้งานได้คล่องกว่าคนวัยอื่นๆ ที่อาจจะเพิ่งรู้จักเทคโนโลยีดิจิทัลในวัยกลางคนหรือวัยเกษียณ แต่ในความเป็นจริงก็ยังพบช่องว่าง กล่าวคือ เด็กและเยาวชนในครัวเรือนที่ไม่มีทุนทรัพย์จัดหาเครื่องมือเชื่อมต่อ (Device) อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านดิจิทัล อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่สัญญาณมีความเสถียร ย่อมมีข้อจำกัดในการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลเมื่อเทียบกับเด็กและเยาวชนในครัวเรือนที่มีความพร้อม 4) สนับสนุนบทบาทขององค์กรที่ทำงานต่อต้านข่าวลวงที่มีอยู่แล้ว ให้สามารถนำข้อมูลไปถึงผู้คนได้ง่าย : ปัจจุบันมีความพยายามจากหลายฝ่ายในการต่อสู้กับปัญหาข่าวลวง ทั้งภาครัฐที่มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ภาคสื่อมวลชนที่มีศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ของ อสมท. และภาควิชาการ-ประชาชน ที่รวมตัวกันในนามโคแฟค ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนให้องค์กรเหล่านี้ทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วแล้ว ควรพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่เมื่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไปพบข้อมูลบางอย่างแล้วสงสัย สามารถส่งไปประมวลผลกับระบบขององค์กรข้างต้นได้ทันทีว่าเคยมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ เนื่องจากพบว่าข่าวลวงหลายข่าวมักมีลักษณะ “แชร์วนซ้ำ” บางเรื่องพิสูจน์กันไปแล้วหลายปีว่าไม่จริงแต่ก็ยังมีการส่งต่อวนกลับมาอีก 5) ขยายแนวร่วมตรวจสอบข่าวลวงสู่ระดับท้องถิ่น : ในความเป็นจริงที่การสื่อสารรวดเร็ว ข้อมูลถูกผลิตและส่งต่ออย่างมหาศาล ข่าวลวงหรือข้อมูลบิดเบือนจึงมีความหลากหลายซึ่งบางเรื่องอาจจะไม่ได้เป็นกระแสมากพอที่องค์กรจากส่วนกลางจะมองเห็นและเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างแนวร่วมในระดับชุมชน ซึ่งอาจเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น หรือแกนนำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ฯลฯ) โดยให้ผู้ที่สนใจประเด็นข่าวลวงมาฝึกฝนทักษะการตรวจสอบ รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะว่าจะส่งเสริมเรื่องนี้ในระดับท้องถิ่นของตนเองอย่างไร เพราะแต่ละพื้นที่นั้นมีบริบททางสังคมไม่เหมือนกันผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48026• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 – 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 – 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้ส่งต่อข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า เตรียมร้อนอีกรอบช่วง 16 – 18 พ.ค. อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 40 องศาฯ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอุณหภูมิไม่ได้สูงถึง 40 องศา โดยช่วงวันที่ 16 – 19 พ.ค. 66 ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมียังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 16 – 17 พ.ค. 66 ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 18 – 19 พ.ค. 66 ลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งStd48358• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยทักษิณ ผิด อะไร" อุ๋งอิ๋ง บอกไม่รู้ เอ้าจะบอกให้ 1. แก้ พรบ.สรรพสามิตโทรคมนาคม ให้เสียภาษีน้อยลง ได้ผลประโยชน์ 8,000 ล้าน 2. ลดสัมปทาน ITV ได้ผลประโยชน์ 20,000 ล้าน แถมได้สถานีโทรทัศน์ ที่เคยมีอุดมการณ์ เปลี่ยนมาทำลาย วัฒนธรรม โดยการเอาหนังเกาหลี มาฉาย และปิดสื่อความไม่ดี สร้างภาพดีๆ ให้ตัวเอง (กลุ่มชินคอร์ป ถือหุ้น itv 53%) 3. ตั้ง ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้พี่ชายตนเองคุมทหาร 4. ตั้ง เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น รอง ผบ.ตร. ก็ได้พี่เขยตนเอง คุมตำรวจ 5. ตั้ง วาสนา เพิ่มลาภ เป็น ประธาน กกต ก็ได้ตำรวจ พวกพ้องตัวเองคุม กกต. 6. ตั้ง สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็น ผอ.กองสลาก ก็ได้ตำรวจ พวกพ้องตัวเองคุม กองสลาก 7. ตั้ง คงศักดิ์ วันทนา เป็น รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย สามีลูกน้ำ เพื่อนรักที่ช่วยแลกเช็คให้ สมัยยังจนอยู่ก็ได้เพื่อนคุณหญิงอ้อ… มาคุมทุกเหล่า 8. กล่าวคําพูด ท้าทายพวกก่อการร้าย ในภาคใต้ว่าเป็นแค่โจรกระจอก อย่าไปใส่ใจ ทําให้เกิดความรุนแรง คนตายมากมายและหลุดปากด่า ทหารว่า “สมควรตาย” 9. ปล่อยเงินกู้ให้พม่า 4,000 ล้าน เพื่อนำมาเช่าช่องสัญญาณ IP Star ของตัวเอง ถึงกำหนด แล้วพม่ายังไม่ใช้หนี้เลย 10. เจรจาเซ็น FTA กับจีน ให้จีนนำเข้า หอม กระเทียม เข้ามาไม่เสียภาษี เกษตรกรที่ปลูกหอมปลูกกระเทียม ทางเหนือก็ตายหมด ส่วนไทยได้ ขายธุรกิจช่อง สัญญาณดาวเทียม IP Star 11. เจรจาเซ็น FTA กับออสเตรเลีย ให้นำเข้า นม ไวน์ เข้ามาไม่เสียภาษี ทำลายเหล้าไวน์พื้นบ้าน OTOP ทำลายนมพระราชดำริ ส่วนไทยได้ ขายธุรกิจช่องสัญญาณ IP Star 12. ในเดือนพฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติส่งเสริมการลงทุน โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ของ ชินแซทเทิลไลท์ โดยให้การยกเว้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้ ที่ได้รับจากต่างประเทศ ทั้ง ๆที่ เป็นกิจการที่ลงทุนเดิมอยู่แล้วไม่รู้ ไปยกเว้นภาษีทำไม บริษัทจึงได้รับ การยกเว้นภาษีเงินได้อีก 16,459 ล้านบาทต่อปี 13. แปรรูปขายหุ้น ปตท วันแรกเปิด ขายหุ้นหมดภายใน 1 นาที 17 วินาที ตระกูลใครละที่ได้ซื้อหุ้นไปหลังจาก แปรรูป น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ให้ กองทุนน้ำมันของคนไทยขาดทุน กว่า 70,000 ล้านบาท แต่ ปตท ได้กำไรปี 2548 จำนวน 160,000 ล้านบาท แล้วกำไร แทนที่จะเป็นของรัฐก็กลายเป็น กำไรของตระกูลพวกถือหุ้น 14. ซุกหุ้นภาคแรกให้เมียตัวเอง ขึ้นศาลรับผิด ซุกหุ้นภาค 2 ให้ลูกชายตัวเองขึ้นศาลรับผิด ไหนบอกว่ารักครอบครัวไง 15. บริษัทของลูกท่านได้เงินกู้ 5,000 ล้าน จาก ICT ดอกเบี้ย 0% ไม่กำหนดเวลาชำระคืนแถม ได้รับการเว้นภาษีจาก บีโอไอ อีกทำสวนสนุกได้รับการเว้นภาษี 16. ได้รับสัมปทานสื่อโฆษณา ที่รถไฟใต้ดิน โดยที่ไม่ได้รับ การเปิดประมูลเพื่อแข่งขันกับ บริษัทอื่น 17. ทักษิณ สั่ง รมต. กลางวง ครม. ลดค่าเช่าพื้นที่ย่าน สยามสแควร์ เปิดทางลูก-หลาน เปิด สตูดิโอ – ร้านกาแฟ อ้างค่าเช่าแพงเกินจริง 18. ลดเงินค่ารถไฟฟ้า-ใต้ดิน พอดี กับงานสวนสนุกธุรกิจของลูกๆ สอดคล้องสนับสนุนกันพอดี บังเอิญจริงๆ 19. ทักษิณพูดว่า”จังหวัดไหนเลือก ไทยรักไทย จะให้ความดูแลก่อน” น้ำท่วมภาคใต้ 5 วันแล้ว แต่ทักษิณ ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ไปกิน ก๋วยเตี๋ยวสร้างภาพ ไปเดินตลาด หาเสียง ทั้งๆที่มี สส อยู่เต็ม สภาแล้วแต่ที่ต้องลงใต้ไปดู น้ำท่วมวันศุกร์เช้า เนื่องจาก กลัวสนธิพูดตอนเย็นในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ 20. การที่มีพวกพ้องตัวเองเป็น กกต. จึงเปลี่ยนรูปแบบการ เลือกตั้งให้สามารถโกงการ เลือกตั้งเพิ่มขึ้นได้อีก 2 วิธี 20.1 ปั๊มตรายางอีกชุดรอ เวลาเปลี่ยนกล่องบัตรได้ ทุกเวลา 20.2 หมึกมีแบบล่องหน และ แบบโผล่ขึ้นมาได้ (ในทางเคมี สามารถทำได้) 21. ปิดข่าวเรื่องไข้หวัดนก ทําให้ชาวบ้านที่ไม่ทราบ ต้องตายแล้วยังไปแสดงการ กินไก่ไปหัวเราะไป เพื่อ ซีพี. นายทุนพรรคเท่านั้น 22. ทําให้เกิดการฆ่า ตัดตอนประชาชนผู้บริสุทธิ์ กว่า 2000 คน จากการปราบ ยาบ้าสั่งฆ่าคนได้หน้าตาเฉย โหดร้ายทารุณ 23. ซุกหุ้นปั่นหุ้น ซุกซ่อน ทรัพย์สินไว้กับญาติพี่น้อง เอาเงินไปฟอกต่างประเทศ เอาเปรียบใน การทําธุรกิจ ผูกขาด ทั้งรับทั้งจ่ายใต้โต๊ะจนคน ในวงการธุรกิจ เขารู้กันหมด ค้ากำไรเกินควร จนรํ่ารวย มหาศาล 24. โกงที่ดินวัดของสนาม กอล์ฟอัลไพน์มีคนโกงที่ดิน ธรณีสงฆ์เอามาทำสนามกอล์ฟ แล้วทักษิณไปซื้อต่อทั้งๆ รู้ว่า ที่ดินนั้นได้มา ไม่ถูกต้องเพราะ ไม่กลัวบาปกรรม 25. ประชาชนเสียรู้ทักษิณ เรียนฟรี 12 ปี นโยบายรัฐ ที่เปิดช่องให้โรงเรียนนำ ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมาเพิ่ม แทนค่าเทอม นั่นแหละ สุดท้ายก็ไม่ได้เรียนฟรีอยู่ดี เป็นความล้มเหลวที่เห็นได้ ชัดเจนของการปฎิรูปการ ศึกษาไทย ประชาชนจะ ถูกหลอกอีก 4 ปี เอาเข้าไป เป็นความจริงที่สุดเลย นี่คือการโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยเห็นมาในโลกนี้ ซึ่งหาดูไม่ได้ที่ไหนนอกจาก ประเทศไทยที่กฎหมายบอก ว่าเรียนฟรี แต่ความจริงมี ใครบ้างที่เรียนฟรีถาม ผู้ปกครองทุกคนดูได้เลย 26. ชั่วเวลาแค่ปีเศษๆ รัฐบาล ชุดนี้ก็ทำให้สถานการณ์ภาคใต้ ที่ร่มเย็นเป็นสุขมานานหลาย สิบปี กลับร้อนระอุกลาย เป็นแดนมิคสัญญี 27. เช่าน่านฟ้า เช่าผืนแผ่นดิน ไทย ราคาเช่าช่างถูกจัง มีอะไร แอบแฝงหรือเปล่า ตนเองน่า จะรู้ดี ไหนบอกว่าแผ่นดิน ไทยจะไม่ให้หายแม้แต่ ตารางนิ้วเดียวไงใช้ อำนาจจนเลยเถิดไม่เห็น ด้วย คิดไงท่านนายก ที่ให้เช่า 15 ปี แถมมี เปลียนสัญญาได้ทุกๆ 5 ปี เหมือนทำธรุกิจเลยขอเชิญ ชาวไทยเรียกร้องอธิปไตย ชาติไทยกลับมาด้วยขอให้มี สส สว ที่ยังพอมีความเป็น ไทยที่มิใช่มีความเป็น ทรท. ช่วยกันคัดค้าน ล่ารายชื่อ ด้วยครับผมว่ามันเกี่ยวกัน หมดแหละครับ ตั้งแต่ AIS (มือถือ) ไทยคม1 ไทยคม 2 IPstar ชินคอร์ป ธนาคาร ธุรกิจ การเมือง อยู่ในมือ สิงคโปร์ทั้งหมดแล้วครับ ชัดเจน มีผลประโยชน์ทับซ้อน แหง๋ ไม่งั้นไม่งุบงิบกันทำหรอก อย่านึกว่าประชาชนโง่นะคุณ ยุคทักษิณคือ ยุคของเงิน เหนือรัฐ ยุคตำรวจรังแก ประชาชน ยุคทหารฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ ยุคความรุนแรง อยู่เหนือเหตุผล 28. ฉลาด อย่างตัวจับยาก เอาเงินหลวงไปหว่านให้ราก หญ้าแล้ว ผ่านกระเป๋ารากหญ้า แบบเคาะกะลาให้หมาดีใจ ผ่านธุรกิจมือถือเข้ากระเป๋ามันเอง 29. ยุบสภาหนีความผิด เนื่องจาก นายกองค์การนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ล่า 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีออก จากตำแหน่ง 30. ยุบสภาได้ยังไงไม่ได้มีปัญหา ภายในสภาสักหน่อย อภิปราย ไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้ ฝ่ายค้านมี ไม่พอ 31. วันที่ประกาศยุบสภา ประกาศพร้อมกันว่าให้ไป เลือกตั้งวันที่ 2 เมษา ได้ยังไง รู้ได้ยังไง ไหนว่า กกต. เป็นกลางไง 32. คุณหญิงพจมาน อยากมี สมเด็จพระสังฆราชประจำ ตระกูลตัวเอง จึงให้ นายวิษณุ เครืองา ลงนาม แต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสโณ วัดสระเกศ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จ พระสังฆราช เมื่อ วันที่ 13 มีนาคม 2547 เสมอกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกล มหาสังฆปรินายก ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา อ้างว่า สมเด็จญาณฯ ทรงประชวร ไม่สามารถประกอบศาสนกิจได้ ทั้งๆที่มี VDO วันที่ 13 มีนาคม 2547 สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานรางวัลให้กับเด็ก นักเรียนที่ได้รับทุนของ มหามกุฏราชวิทยาลัยในการ ประกวดเรียงความเรื่อง สมเด็จพระสังฆราช 90 พรรษา 33. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ตรวจเจอการทุจริต ของรัฐบาลหลายเรื่อง ล่าสุด ตรวจสอบเจอการทุจริต CTX ทางรัฐบาลจึงอ้างว่ากระบวน การสรรหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน (ผู้ว่าการ สตง.) มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ทั้งๆที่ ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) คุณหญิงปิดห้องทำงานแล้ว ยังไปงัดห้องคุณหญิง คิดจะ หาหลักฐานทุจริตที่ห้อง คุณหญิง ต่อมาคนดีอย่าง คุณหญิงก็ได้กลับมาทำงาน เหมือนเดิม 34. จัดซื้อเครื่องบินรบ ซู30 ตั้งงบประมาณไว้ 35,000 ล้าน ทั้งที่รัสเซียบอกว่าขายแค่ 20,000 ล้าน กะจะกินตั้ง 15,000 ล้าน เครื่องบิน เป็นแบบบินระยะไกล เสียค่าซ่อมเยอะ (ไทยนี้รักสงบ) เราเป็นพวกบุกรุก หรือ ตั้งรับ ถ้าเราเป็นฝ่ายตั้งรับ แล้วจะ ซื้อเครื่องบินระยะไกลทำไม ให้ช่างทหารอากาศเลือกซื้อ ทำไมไม่ให้นักบินเป็นคนเลือก เพราะฝ่ายช่างอยู่ในความ ดูแลของ คงศักดิ์ วัณทนา สามีของเพื่อน คุณหญิงพจมาน… 35. ก่อนขายหุ้นบอกว่าจะ ไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ 4 วัน เดินเล่นที่สิงคโปร์ไปเดิน ครึ่งวัน อย่างมากก็วันเดียว ก็ไม่รู้จะไปเดิน ที่ไหนแล้ว นี่ไปถึง 4 วันเจรจาขายหุ้น แต่โกหกประชาชนคนไทย ว่าจะไปพักผ่อน บอก ตรงๆก็ได้ 36. จัดซื้อ CTX ราคา ระหว่าง บทม.และใบแจ้งราคาสินค้า ของบริษัท อินวิชั่นฯ เป็นเงินประมาณ 283,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11.30 ล้านบาทต่อเครื่อง หากคิดรวม 26 เครื่อง เป็นเงิน 7.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 294.4 ล้านบาท ซึ่ง “ส่วนต่าง”ราคานี้ถูกนำไป ใช้บันทึกซ้ำซ้อน โดยอ้างว่า เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการซื้อ เพิ่มเติม ทั้งที่รวมอยู่ในราคา 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือ ประมาณ 1,432 ล้านบาท กะจะกิน1,432 ล้าน – 294.4 ล้าน = ? 37. ร่วมทุนชินคอร์ปกับมาเลเซีย เปิดธุรกิจสายการบิน Low Cost แล้วสั่งยกเลิกเที่ยวบินการบินไทย ที่ได้กำไร แล้วเอาสายการบิน ของตัวเองไปบินทับที่แทน ทำให้การบินไทยซึ่ง เป็น สายการบินของคนไทยขาดทุน แล้วทำหนังสือถึงหน่วยงาน ราชการว่านอกจากการบินไทย แล้ว สามารถใช้งบหลวงเบิก ค่านั่งเครื่องบิน Low Cost ได้ด้วย แล้วยังขายหุ้น Low Cost ให้สิงคโปร์อีก ทำให้ Low Cost ที่มีเที่ยวบินที่กำไรดีที่สุด (แย่ง จากการบินไทย) เป็นเที่ยวบินของ มาเลเซีย+สิงคโปร์ (ขายชาติ) 38. โทรศัพท์เครื่องที่ระบบ 1900 “ไทยโมบาย” ของ ทีโอที มันให้ ทีโอทีตั้งเสาเฉพาะใน กทม. ส่วนในต่างจังหวัด มันไม่ยอมให้ ตั้งเสาทั้งๆที่ ทีโอทีมีที่ดินอยู่ มากมายในต่างจังหวัด มันสั่ง ให้ ระบบ 1900 ของทีโอที ในต่างจังหวัดใช้เสาสัญญาณ ของAISโดยโทร 3 บาท ทีโอที ต้องจ่ายให้ AIS 2 บาท ทีโอที ได้ 1 บาท ..สุดยอดไหมละ 39. ปี 2535 – วิ่งเต้นจนได้ รับสัมปทานดาวเทียมไทยคม โดยการสนับสนุนอย่างดีจาก รัฐบาลเผด็จ การ รสช. โดย อิงความสัมพันธ์ที่สนิทแนบ แน่นกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งก็ชดใช้บุญคุณมาจนถึงสนับ สนุน 2 คนสนิทของท่านให้ได้ดี ในยุคนี้คือ พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ ได้เป็นรมว.กลาโหม และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ ได้เป็นผบ.สูงสุด 40. การพูดจาบจ้วงดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง( .112 ) 40.1. สำนัก ราชเลขาฯ ขอให้ รัฐบาลพิจารณาเครื่องบิน ราชพาหนะลำใหม่.. แทนลำเก่า ที่ ชำรุดมากแล้ว …..ทักษิณ อ้างว่า ไม่มีงบประมาณ แต่สุดท้าย ซื้อเครื่องบินไทยคู่ฟ้า ให้ตนเองและครอบครัวนั่งก่อน.. จาก ข่าวที่น้องสาว ทักษิณใช้ เครื่องบินไปฉลองวันเกิดที่ เชียงใหม่…… ถ้ารู้แบบนี้เแล้ว.. ยังคิดว่าพ่อทำเพื่อชาติอีกไหม? @Lung gardข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัย##วิกฤตมหาวิทยาลัย Lay off อาจารย์ - ขาย - ยุบเลิกกิจการ เผยแพร่: 26 ส.ค. 2561 07:29 โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science) สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผมต้องออกมายอมรับว่าตัวเองพยากรณ์พลาดไปมาก เพราะได้เขียนบทความว่า เมื่อมหาวิทยาลัยไทยต้อง lay off อาจารย์และเจ้าหน้าที่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2561 แต่สิ่งที่ผมคาดไว้กลับเกิดขึ้นไวกว่าที่ผมพยากรณ์ไว้มาก วันก่อนลูกศิษย์ผมที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนมาเล่าให้ฟังว่าตัวเธอเองต้องรับหน้าที่ไปบอกเพื่อนอาจารย์ว่าต้อง lay off แล้วเพราะไม่มีภาระงานสอน มหาวิทยาลัยต้องเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดใด ๆ มีมหาวิทยาลัยเอกชนหนึ่งแห่ง ได้ขายให้กลุ่มทุนจีนแล้ว และเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ และเริ่ม lay off อาจารย์ที่สอนได้แต่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษออกไป และเริ่มหาอาจารย์ชาวจีนที่สอนเป็นภาษาจีนได้เข้ามาทำงานแทน ไม่มีนักเรียนไทยเพียงพอแล้ว เด็กไทยมีอัตราการเกิดต่ำมาก เราเป็นสังคมสูงอายุรุนแรงมาก ถ้าไม่มีนักศึกษาจีนเลยไม่มีทางไปรอดสำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน และที่ผ่านมาก็เอาเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเครื่องจูงใจให้เด็กมากู้เงินแล้วเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนกันมาก แต่ก็ไม่ยั่งยืนและไปไม่รอด นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนจีนเยอะ เด็กนักเรียนไทยหายไปมากกว่าสองในสาม กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาให้ได้ข้อตกลงเพื่อจะซื้อขายกัน แน่นอนว่าทุนจีนจะเป็นคนซื้ออีกเช่นกัน ยังไม่ได้ราคาที่ลงตัว ผมได้ยินข่าวมาว่ากลุ่มทุนจีนที่ทำธุรกิจพานักเรียนจีนเข้ามาเรียนในประเทศไทยจะลงทุนซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนเอง และบริหารเอง และหาอาจารย์จีนมาสอนเอง และหานักเรียนจีนมาเรียนด้วยตัวเอง ครบวงจรอย่างยิ่งครับ เข้าใจว่าจะทำหอพักและร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป เรื่องนี้น่าจะมีเค้าความจริง ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด ที่น่ากังวลกว่าคือนักเรียนมาแล้วไม่เรียนกลับมาสนใจแต่ค้าขายรอบมหาวิทยาลัยหรือมาทำธุรกิจอย่างอื่น เรื่องนี้ต่างหากที่ไทยเราโดยเฉพาะตรวจคนเข้าเมืองต้องดำเนินการจริงจังได้แล้ว เอาเป็นว่า ณ บัดนี้ เริ่มมีการ lay off อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไม่มีภาระการสอนกันแล้วอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหลายๆ ที่ครับ ที่แย่สุดคือ รองอธิการบดี หรือ คณบดี ไม่ลงไปพูดกับผู้ถูก lay off เอง แต่ให้หัวหน้าภาควิชาลงไปพูด ทำไมไม่ลงไปบอกเองหนอ สาขาวิชาที่เสี่ยงจะถูก lay off คือสาขาวิชาที่ไม่มีนักศึกษาเรียนครับได้แก่ เศรษฐศาสตร์ วันก่อนอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยออกมาพูดเองเลย สถิติคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์การจัดการระบบสารสนเทศ วิชาพวกนี้ยากไป เด็กไทยไม่อยากเรียน ปรัชญาประวัติศาสตร์ วิชาพวกนี้จบไปไม่มีงานโดยตรง เด็กไทยก็ไม่อยากเรียน อาจารย์มหาวิทยาลัยในสาขาวิชาพวกนี้น่าจะไปก่อนครับผม เอาเข้าจริงเห็นอาจารย์ในสาขาวิชาเหล่านี้เริ่มถูก lay off แล้วครับ ส่วนสาขาวิชาบางสาขากลับขาดแคลนหนักมาก เช่น พยาบาลศาสตร์ ผลิตเท่าไหร่ก็ไม่พอ หาอาจารย์พยาบาลก็ยากลำบากเหลือเกิน สาขาแพทย์ก็ขาดแคลนแต่ไม่เท่าพยาบาล เพราะเราเข้าสังคมผู้สูงอายุ การเจ็บป่วยก็มากขึ้น ต้องการคนดูแลมากขึ้น การปรับตัวเป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยเฉพาะการปรับตัวหลังถูก lay off จะไปทำอะไร อายุก็มากแล้ว และอยู่ใน comfort zone ในมหาวิทยาลัยมีอำนาจเหนือนักศึกษา และหลายคนไม่ได้ทำงานจริง ๆ มานานมาก สอนหนังสืออย่างเดียว จนทำอะไรไม่เป็นแล้วก็มีมาก TCAS รอบนี้ หนักหนามากครับ ระบบห่วย ซับซ้อน และซ้ำซ้อนมากเกินไป เพราะทุกมหาวิทยาลัยแย่งเด็กที่มีจำกัดมาก มีที่นั่งให้เรียนมากกว่าจำนวนเด็กที่อยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัย วันก่อนได้สนทนากับรองเลขาธิการ สกอ. ได้เล่าให้ผมฟังว่าปีที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัยไทยขอเลิกกิจการไปสองแห่ง และขณะนี้มีการยื่นเรื่องเพื่อขอปิดมหาวิทยาลัยอีก 5 แห่ง มีบางมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดเล็ก ๆ รับเด็กได้สิบกว่าคนทั้งมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ไม่รอด ต้องเลิกกิจการแน่นอน ปีหน้าน่าจะหนักหนากว่านี้ TCAS ปีนี้ที่มีปัญหามาก ส่วนหนึ่งคือนักเรียนสมัครน้อย และเกิดการชิงเปรต แย่งเด็กกัน TCAS เที่ยวนี้เอาเข้าจริงคือ 7 รอบ (รวม 3/1 และ 3/2) ใช้เวลานานเกือบครึ่งปี และมีระบบสอบมากกว่า 50 ระบบ มหาวิทยาลัยแย่งเด็กกันเพราะสถานการณ์เช่นข้างบน รอดูครับ มีแต่จะเลวร้ายลงไปกว่านี้ พวกมหาวิทยาลัยราชภัฎ ในต่างจังหวัด ที่นักศึกษาลดลงมากก็มีการเลิกจ้างและเลย์ออฟอาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยกันมากมาย ที่ยังอยู่กันไล่ไม่ได้คืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่มากนัก พวกพนักงานมีสัญญากันไม่กี่ปีตอนนี้จะเริ่มถูกเลย์ออฟครับ ถ้าไม่มีภาระงานสอน และไม่มีภาระงานอย่างอื่น ใครจะขึ้นมาเป็นคณบดี อธิการบดี รองอธิการบดี โปรดเตรียมตัวมาทำหน้าที่นี้เพื่อความอยู่รอดของหน่วยงานของตัวเอง โปรดเตรียมตัวไปศาลปกครองด้วย ขอให้โชคดีกันนะครับ มหาวิทยาลัยของรัฐก็อย่าชะล่าใจ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะมีวิธีการบริหารที่เด็ดขาดกว่า เช่น สาขาวิชาไหน ไม่มีนักศึกษาเรียนพอแล้วทำให้ขาดทุน ก็ต้องยุบไป ต้องเกลี่ยอาจารย์ไปสอนในสาขาวิชาที่มีนักศึกษา หากปรับตัวไม่ได้หรือไม่มีสาขาวิชาไหนต้องการก็ต้องลาออกไป ไม่ต่อสัญญาจ้าง จะถูกบีบให้ออก เพราะไม่มี value และ ไม่มี contribution อะไรที่มาทดแทนกันได้ หรือไม่ก็ให้โอกาสให้ไปเขียนหลักสูตรมาใหม่ ทำให้มีนักศึกษามาเรียนให้ได้ เวลานี้สถานการณ์มหาวิทยาลัยไทย ย่ำแย่มาก ไม่มีนักศึกษา และอาจารย์กำลังจะถูก lay off มากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศเล็กๆ มีมหาวิทยาลัยมากเกือบสามร้อยแห่ง ยุบๆ ไปบ้าง หรือยุบรวมกันไปบ้าง มากกว่าครึ่งหนึ่งยังเหลือแหล่เกินพอเพียง โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาก็ควรยุบไปบ้างครับ ตำแหน่งครูก็ยุบลงไปรวมกันในโรงเรียนใหญ่กว่าได้ครับ ที่พูดมานี้ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอำมหิต หรือไม่เห็นใจครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่สถานการณ์จะเป็นนายของทุกคน เด็กไม่มี เงินไม่มี ก็ไม่มีเงินจะจ้าง สถานการณ์จะบีบให้ผู้บริหารต้องบีบอาจารย์มหาวิทยาลัยลาออกไปครับ ดังนั้นอาจารย์มหาวิทยาลัย ควรมีอาชีพอื่นหรือแหล่งรายได้อื่นสำรองได้แล้วครับ ที่จะเอาทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกก็คิดกันให้ดี ๆ กลับมาอาจจะไม่มีนักศึกษาให้สอน แล้วต้องไปทำงานธุรการก็ได้ ใครจะไปรู้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ สวัสดีอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย นี่คือความจริงอันเจ็บปวดที่ท่านกำลังต้องเผชิญ แต่ที่ผมห่วงยิ่งกว่าคือเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีจำนวนมากยิ่งกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย และมีวุฒิการศึกษาน้อยกว่าอาจารย์ ซึ่งน่าจะถูกเลย์ออฟไปด้วย จะไปอยู่ที่ไหน จะไปทำงานอะไรหลังถูก lay off นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะโอกาสน่าจะน้อยกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยค่อนข้างมาก ก็ต้องเตรียมตัวกันให้ดีครับ.ข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยใต้หน้ากากประชาธิปไตยก้าวไกล... 1. การแก้ไข ม. 112 เป็นเพียงเป้าหลอก เพราะก้าวไกลรู้อยู่แล้วว่าตนเพียงพรรคเดียว ไม่สามารถดำเนินการได้ตามช่องทางรัฐสภาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสมัยประชุมนี้หรือสมัยประชุมไหน แต่ที่ยังต้องชูประเด็นแก้ไข ม. 112 ก็เพื่อต้องการสร้างประเด็นความขัดแย้งขึ้นในสังคมไทย ความจริงแล้วคือหลุมพรางที่วางไว้ 2. แผนการปฏิรูปกองทัพ นี่ต่างหากคือของจริง ระเบิดลูกโตอยู่ตรงนี้ การยกเลิก กอรมน. การลดขนาดกองทัพให้มีขนาดจิ๋ว แต่อ้างว่าทรงประสิทธิภาพ (จิ๋วแต่แจ๋ว) ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ยกเลิก ร.ด. เพราะก้าวไกลตระหนักดีว่ากองทัพจะอยู่เคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์เสมอ ตราบใดที่กองทัพยังมีความเข้มแข็ง ย่อมไม่อาจโยกคลอนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่หยั่งรากฝังลึกในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้มากว่า 1,000 ปีได้ จะโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อนอื่นต้องทำให้กองทัพที่เข้มแข็งอ่อนแอลง ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธาต่อทหารพระราชา โดยการสร้างข่าวลบให้เกิดขึ้นในกองทัพไปพร้อมๆกับการยกเลิก กอรมน. ร.ด. ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการกองทัพให้ย่อหย่อนลง กลายเป็นคณะปาหี่ที่ไม่มีทั้งกำลัง อาวุธ และงบประมาณ 3. กอรมน. จะเป็นหน่วยทหารหน่วยแรกที่ถูกก้าวไกลยุบทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล ตามด้วย ร.ด. และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร /ยกเลิกหน่วยทหารสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องผ่านสภา 4. กอรมน. เป็นหน่วยทหารที่ทำหน้าที่หาข่าว และสร้างสัมพันธมนชน หากสามารถจัดการกับ กอรมน. ลงได้ก็เท่ากับปิดหูปิดตากองทัพและสถาบันได้ 5. การนำพลเรือนเข้าแทนที่ กอรมน. เท่ากับเป็นการสร้างการข่าวและสัมพันธมนชน เสริมความแข็งแกร่งให้กับก้าวไกลเตรียมพร้อมเผด็จศึกขั้นเด็ดขาด เพราะก้าวไกลเชื่อว่าจะสามารถยึดกุมพลเรือนได้ง่ายดายยิ่งกว่ากองทัพ เนื่องจากพลเรือนไม่ได้ถูกปลูกฝังให้จงรักภักดีต่อสถาบันอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกับกองทัพ 6. ยอมให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เมื่อถึงเวลาเกิดความวุ่นวายภายในขึ้น ก้าวไกลก็จะใช้กองทัพสหรัฐที่มีศักยภาพสูงกว่ากำหราบ กองทัพของประเทศ ทหารพระราชาที่ถูกบั่นทอนกำลังลงด้วยวิธีการอันแยบยลก็จะกลายเป็นแค่มดปลวกที่ถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย 7. การยุยงปลุกปั่นให้มีการแบ่งแยกดินแดน บิดเบือนประวัติศาสตร์ด้ามขวาน กอบกู้รัฐมุสลิมปาตานี จะกลายเป็นชนวนเหตุของการแบ่งแยกดินแดนทั้งประเทศ เหนือล้านนา อีสานล้านช้าง เกิดความวุ่นวายภายในขึ้น 8. เมื่อสถานการณ์สุกงอม ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะเสื่อม เป้าหมายสุดท้ายของก้าวไกลก็คือการเปลี่ยนประเทศให้เป็นสาธารณรัฐไทย 9. เมื่อสิ้นสุดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ม.112 จะยังคงมีอยู่หรือไม่ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป นี่หรือประเทศที่ท่านทั้งหลายเฝ้าถวิลหา ประเทศที่อาจมีความเท่าเทียม แต่จะไร้ซึ่งความสงบสุข แล้วความเท่าเทียมที่ถวิลหานั้นจะอยู่กับเราได้นานเพียงใด กานต์ ปิงเมือง 15 ก.ค. 66ข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเตือนภัยมิจฉาชีพในแอปฯหาคู่ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นหรือโซเชียลมีเดียเพื่อการหาคู่ได้รับความนิยมมากของคนทุกวัย เนื่เองจากสามารถเชื่อมต่อหาคู่ได้ทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ความนิยมดังกล่าวก็เป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพ อาชญากรไซเบอร์เข้ามาใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงเหยื่อด้วยรูปแบบต่าง ๆ จากการสืบค้นข้อมูลในปัจจุบันได้ปรากฏกรณีการใช้แอปพลิเคชั่นหาคู่เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมโดยต่อเนื่อง เช่นล่าสุดได้ปรากฏว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ได้ใช้แอปพลิเคชั่นหาคู่หลอกลวงเหยื่ออีกราย โดยมีการกักขัง ทำร้ายร่างกาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้และจับกุมผู้กระทำผิดได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีการออกข่าวสารเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องให้ผู้ใช้บริการใช้ความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อผู้ที่พบกันในโซเชียลมีเดียโดยง่าย ขอให้ตรวจสอบประวัติบุคคลที่จะคบหาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะที่เข้ามายืมเงินและให้โอนเงิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดอย่าโอนเด็ดขาด ให้สันนิษฐานก่อนว่าเป็นคนร้ายที่เข้ามาหลอกลวง ( ข้อมูลจากเว็บไซต์ WWW.PRACHACHAT.NET/) ดังนั้นก่อนที่จะใช้แอปฯหาคู่ก็ควรที่จะมีวิธีป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน ดังนี้ 1. ควรระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่บอกข้อมูลทั้งหมดกับคนที่เพิ่งรู้จัก เมื่อใช้บริการแอปพลิเคชันหาคู่ออนไลน์ต่าง ๆ 2. ไม่ควรหลงเชื่อ หรือไว้ใจบุคคลใดง่าย ๆ หากมีความจำเป็นต้องนัดเจอ ควรมีเพื่อนหรือผู้ปกครองไปด้วยเพื่อความปลอดภัย 3. พึงระลึกไว้เสมอว่า อะไรที่ดีเกินไป เร็วเกินไป มักจะลงเอยไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยง่าย หากตกเป็นเหยื่อให้เก็บหลักฐานการโอนเงิน ภาพและข้อความการพูดคุยกับคนร้ายทุกช่องทาง แล้วรวบรวมหลักฐานเอกสารนำไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ( ข้อมูลจากเว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ) การใช้แอปหาคู่สิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอคืออย่าไว้ใจใครง่ายๆระมัดระวังความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินไว้ให้ดีอย่าประมาทจงมีสติ แค่นี้ก็ปลอดภัยจากภัยรักออนไลน์ได้แล้ว #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม #อีสานโคแฟค #โคแฟคประเทศไทย #ชมรมสื่อสร้างสรรค์มมส #สื่อสร้างสรรค์มมสofficialwuttikon459• 1 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยต้นสังกัดเอาจริงพร้อมดำเนิน คดีคนปล่อยเฟคนิวส์ “ซูโฮ EXO” ไม่คืนรองเท้าแบรนด์เนม ของดีไซน์เนอร์เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากหลังจากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 ตามเวลาเกาหลี สไตลิสต์ ของประเทศเกาหลีใต้ท่านหนึ่งได้แฉดาราไอดอล ที่ไม่คืนรองเท้าดีไซน์เนอร์กว่า 300 คู่ โดยได้ เขียนบนอินสตาแกรมที่แปลเป็นไทยคร่าวๆ ว่า “คุณควรส่งทุกคู่ดีกว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่คืนให้? แค่ซื้อด้วยเงินของคุณเอง ฉันพยายามจัดระเบียบ รองเท้าทั้งหมดที่ฉันขาดไปไม่กี่คู่ที่ผ่านมา วันๆ พวกมันทำเรื่องไร้สาระจริงๆ คุณต้องการของดีๆ และคุณไม่มีสามัญสำนึก และเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่คุณบอกว่าจะคืนให้ แต่เมื่อไหร่คุณจะ คืนมัน ฉันเกลียดการโวยวายในอินสตาแกรมแบบ นี้ ดังนั้นรับไว้ก่อนที่ฉันจะเปิดเผยตัวตนของคุณ" ตามที่สไตลิสต์คนดังกล่าวระบุว่าดาราไอ ดอลคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ายืมรองเท้าแบรนด์ดัง ของดีไซน์เนอร์กว่า 300 คู่ แถมยังกล่าวถึงไอ ดอลว่า “มีเงินมากมาย” และ “ทำตัวเป็นคนดีในที่ สาธารณะ” หลังจากนั้น ชาวเน็ตบางคนคาดเดาว่า ไอดอลที่ถูกกล่าวหาโดยสไตลิสต์ "A" คือ "ซูโฮ EXO” ต่อมาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2023 ตามเวลา เกาหลี SM Entertainment ได้ออกแถลงการณ์ อย่างเป็นทางการเพื่อปฏิเสธข่าวลือที่ว่า "ซูโฮ" เป็นไอดอลที่ถูกกล่าวหาพร้อมเตือนว่า "โพสต์โซเชียลมีเดียที่กำลังแพร่กระจาย ทางออนไลน์โดยอ้างว่าซูโฮเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อ กล่าวหานั้น ไม่มีมูลความจริงและเป็นเท็จโดยสิ้น เชิง และซูโฮไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่อย่างใด เราได้เริ่มเตรียมการสำหรับการฟ้อง ร้องหมิ่นประมาทต่อใครก็ตามที่รับผิดชอบในการ เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายอย่าง ชัดเจน เนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อื่นสงสัยศิลปินใน สังกัดของเรา เราจะดำเนินการต่อไป ตอบโต้ด้วย การดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อทุกบัญชี ที่มีข่าวลือแพร่สะพัด”มีมstd48584• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยรัฐฟลอริด้าประกาศ มหันตภัยจาก 'วัคซีน mRNA' ที่แท้ถูกสร้างมาเป็นอาวุธชีวภาพทำลายชีวิตผู้คน . 21 JULY , 2023 (21 ก.ค.66) ผู้ใช้ Blockdit 'ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า... รัฐฟลอริด้ามีความกล้าหาญมากที่ออกมาแถลงว่าวัคซีน mRNA ที่ใช้ฉีดแก้โควิด-19 นั้น เป็นอาวุธชีวภาพที่เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ถูกฉีดมากกว่าเป็นคุณและกำลังดำเนินการเพื่อประกาศให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายภายในรัฐ (Florida declare mRNA Covid shots a ‘Bio-Weapon’. Legislation looking to be passed to make it ILLEGAL to administer any mRNA Covid-19 Vaccine to anybody in the state) เห็นหรือยังครับ? คำว่า *ทฤษฎีสมคบคิด* (Conspiracy Theory) เป็นวาทกรรมที่ CIA สร้างขึ้นมาเพื่อสกัดมิให้คนเชื่อเมื่อมีคนแฉอาชญากรรมของยิวไซออนิสต์ที่คิดครองโลก ข่าวใดก็ตามที่ถูกตราว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด วิญญูชนไทยต้องศึกษาให้ลึกหรือต้องวิจัย แล้วจะเข้าใจความจริงเอง ไม่ต้องรอให้ฝรั่งมาชี้นิ้วว่าควรจะเป็นอย่างไร จักรวรรดิ์นิยมอเมริกานี้เติบโตมาพร้อม ๆ กับนโยบายลดจำนวนประชากรโลก ถือว่าทีมผู้บริหารรัฐฟลอริด้ากล้าหาญมากครับ กล้าหาญมากว่าประเทศไทยที่นักการเมืองส่วนใหญ่ถูกล้างสมองด้วยข่าวโฆษณาชวนเชื่อ ไม่มีวิจารณญาณมากพอจะแยกแยะ น่าจะเรียกว่าเป็น *ประเทศฟลอริด้า* กันได้แล้วนะครับเพราะนโยบายแตกต่างจากรัฐบาลกลางอย่างสิ้นเชิง เมื่อเปโตรดอลล่าร์ล่มสลายลง ถ้าจะแยกตัวไปเป็นเอกราช ก็ขอให้สำเร็จ ตอนนี้ เชื่อหรือยังว่าโควิด-19 มาพร้อมๆ กับนโยบายลดจำนวนประชากรโลก? แน่นอนครับ ขอให้ค้นคว้ากันเองและตัดสินใจเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ที่มา: https://www.blockdit.com/posts/64b401cae14dd411895a2bfe TheStatesTimes World NewsFeed mRNA รัฐฟลอริด้า วัคซีน โควิด19 Hard News Team THE STATES TIMESข่าวการเมืองสุขภาพวัคซีนโควิดผู้บริโภคเฝ้าระวัง เสียดสีJoke Air• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยเทน้ำอัดลมใส่เนื้อหมูทำให้พยาธิออกตามที่มีคลิปวิดีโอแนะนำในประเด็นเรื่องใช้น้ำอัดลมเทใส่เนื้อหมูสด ทำให้หนอนหรือพยาธิออกจากเนื้อหมู ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการส่งต่อคลิปวิดีโอวิธีการทำให้หนอนหรือพยาธิออกจากเนื้อหมู ด้วยการราดน้ำอัดลมลงบนเนื้อหมูสดนั้น ทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า วิธีการดังกล่าวไม่สามารถทำให้สิ่งแปลกปลอม ทั้งหนอนหรือพยาธิออกมาจากเนื้อหมูได้ ซึ่งคลิปดังกล่าวในการถ่ายทำมีบางช่วงบางตอนที่ผู้ผลิตคลิปไม่ได้ถ่ายทำไปบนเนื้อทดลอง จึงเป็นไปได้ว่า จะเป็นการจงใจใส่สิ่งผิดปกติลงไป หรือเป็นการตกแต่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ในช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยกรมปศุสัตว์นำเนื้อสุกรหลายส่วน มาทดลองเช่นเดียวกับในคลิปที่ส่งต่อ ๆ กันนี้ และไม่พบลักษณะผิดปกติดังที่ปรากฏ และขอย้ำว่า กระบวนการผลิตเนื้อสุกรของไทยภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ มีมาตรฐาน ทำให้ได้เนื้อสุกรที่มีคุณภาพปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ผู้บริโภคสามารถนำไปปรุงสุก และรับประทานได้อย่างมั่นใจstd48363• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบให้ใช้ ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงาน จริงหรือคะนายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีประชาชนที่สนใจเข้ารับรักษาในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั้ง 291 แห่งทั่วประเทศ กว่า 60,000 ครั้ง และเพื่อเป็นการเพิ่มการเข้าถึง และให้ประชาชนได้รักษาด้วยยากัญชาแผนไทยที่ปลอดภัย มีคุณภาพ มาตรฐาน ถูกกฎหมาย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้ให้ รพ.สต. ที่มีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงานประจำใช้ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 16 ตำรับ โดยคัดเลือกตำรับที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ จริงหรือคะมะเร็งanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยที่ผ่านมาประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเฉพาะที่อยู่ใน State quarantine ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมา 20 วันติดกันแล้ว จริงหรือศบค.และ วช. เปิดเผยสถานการณ์ COVID-19 วันนี้ (14 มิ.ย. 63) ไทยพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 1 คน เป็นหญิงเดินทางมาจากสหรัฐฯ และเข้าพักใน State Quarantine กทม. ส่งผลให้ไทยมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 3,135 คน และไทยไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศติดต่อกัน 20 วัน โดยไทยมีผู้ป่วยสะสมอยู่อันดับ 88 ของโลกโควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยดิโอสยามปิด1อาทิตย์ มี นักเรียนไทยเชื้อสายอินเดีย ไปเรียนหนังสือที่อินเดีย กลับไทยแต่เอาเขื้อสายพันธ์ุอินเดียมาแพร่ เมื่อวานตรวจพบ 8 ราย ตอนนี้ไทยมี 2 สายพันธุ์อินเดียกับอังกฤษ อินเดียแรงกว่าอังกฤษ 10 เท่าโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสถานทูตฯ ยัน "เที่ยวไทยปลอดภัย" หลังมีกระแสข่าวปลอม ทำคนจีนกลัวเที่ยวไทยวันที่ 23 มีนาคม 2566 มีรายงานว่า จากกระแสความเข้าใจผิดของคนจีนเกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากในโซเชียลของจีน หรือ โต่วอิน ซึ่งเป็น TikTok จีน ได้มีการโพสต์คลิประบุถึงความอันตรายในไทย รวมไปถึงเรื่องเข้าใจผิด เช่น หากมาไทยอาจจะเจอลักพาตัว ถูกขโมยไตไปขาย เจอหลอกลวงมากมาย ทำให้คำค้นหา 泰国旅游需谨慎 (ระมัดระวังเมื่อไปเที่ยวไทย) กลายเป็นคำค้นหายอดนิยม โดยล่าสุด แฟนเพจ อ้ายจง ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โพสต์ใน Weibo โดยระบุ "ไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน"std47644• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
