(3285 ข้อความ)
- 2 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ สเปรย์พ่นคอพ่นจมูกป้องกันไวรัสที่มีการโฆษณาและจำหน่ายที่จุฬาเภสัช (บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตัวดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์) หรือไม่ ดิฉันขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า 1. จุฬาเภสัช หรือ บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แต่อย่างใด ร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพียงร้านเดียวคือโอสถศาลา ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่หน้าคณะเท่านั้น 2. สารสกัดลำไยไซรัปที่วางจำหน่ายและกล่าวอ้างสรรพคุณว่าใช้พ่นคอและจมูกป้องกันไวรัสนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับงานวิจัยของข้าพเจ้า 3. ประกอบกับการนำชื่อข้าพเจ้าไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ในการโฆษณานั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่ได้รับอนุญาตจากข้าพเจ้าแต่ประการใดเรียน ทุกท่าน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและมีการสอบถามดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ) เข้ามาเป็นจำนวนมากถึงผลิตภัณฑ์ สเปรย์พ่นคอพ่นจมูกป้องกันไวรัสที่มีการโฆษณาและจำหน่ายที่จุฬาเภสัช (บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตัวดิฉัน (ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์) หรือไม่ ดิฉันขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า 1. จุฬาเภสัช หรือ บริษัท จุฬา เอ็ม. ดี. จำกัด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แต่อย่างใด ร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพียงร้านเดียวคือโอสถศาลา ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่หน้าคณะเท่านั้น 2. สารสกัดลำไยไซรัปที่วางจำหน่ายและกล่าวอ้างสรรพคุณว่าใช้พ่นคอและจมูกป้องกันไวรัสนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับงานวิจัยของข้าพเจ้า 3. ประกอบกับการนำชื่อข้าพเจ้าไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ในการโฆษณานั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่ได้รับอนุญาตจากข้าพเจ้าแต่ประการใด จึงเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบ และโปรดใช้วิจารณญาณ ในการ ใช้หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ ด้วยความเคารพ ศ. ภญ. ดร. พรอนงค์ อร่ามวิทย์ไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยข่าวเศร้าช๊อกโลก .. ผอ.รพ.ในเยอรมัน เขียนจม.อำลาก่อนกระโดดตึกรพ.ฆ่าตัวตาย โดยขอให้เปิดจม.ต่อสาธารณะ เพราะไม่อาจทนที่จะหลอกลวงคนไข้อีกต่อไป ว่าวัคซีนในขั้นทดลอง (เข้าใจว่าเยอรมันใช้ไฟเซอร์เป็นหลัก) นั้นปลอดภัย ไม่มีอันตราย แท้จริงคืออาวุธทางชีวภาพ... The head of the Chemnitz clinic in Germany committed suicide because of "lies about vaccination." Thomas Yenges committed suicide by jumping from the roof of the hospital. In his suicide note, the doctor allegedly justified his move by saying that he could no longer tolerate "constant lies and cheating about supposedly harmless vaccinations" related to Covid. Dr. Thomas Yenges wrote a suicide letter, which he demanded to be published. In it, he is said to have sharply criticized the government's information policy regarding the dangers of vaccinations against Covid-19. The doctor could no longer stand the constant lie that vaccinations were supposedly harmless. And he could no longer deceive patients. In the note, Yenges strongly condemns the vaccination of the population with the experimental and deadly Covid-19 vaccine, which is actually a biological warfare agent. In his opinion, this is genocide and a crime against humanity. Since the mayor threatened him with dismissal if he did not comply and refused to vaccinate the clinic's patients, Yenges presumably had no other options. He did not want to condone any crimes committed by the federal government, the state government and their henchmen. The Doctor saw his suicide as the only way to send a signal against all this. These are separate excerpts from the entire suicide note, which are now in circulation. Although Dr. Jenjes ordered the publication of the suicide note in full, according to reports, the mayor of Chemnitz, Sven Schulze, continues to prevent this publication. Numerous groups have formed on various forums demanding that Schulze abandon his position and finally begin to respect the last wish of Yenges. https://www.freiewelt.net/nachricht/chemnitzer-klinik-chef-geht-mutmasslich-wegen-impfungsluege-in-den-freitod-10086958/วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"ซิโนแวค" ก็เหมือนเมีย หาเรื่องติโน่นติเนี่ย อะไรก็ไม่ดีซักอย่าง "ไฟเซอร์" เหมือนเมียชาวบ้าน ดูดีไปหมด ดูดีกว่าเมียเราอีก "แอสตร้าซินิก้า" เหมือนหญ้าอ่อน อายุน้อยเหมาะกับคนแก่อายุ60 เห็นเด็ก ๆ ก็สดชื่น "จอนสันแอนจอนสัน" เหมือนคนสวยที่เขาลือกันมาว่าสวยก็สวยตามทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นตัวจริงเลย "ซิโนฟาร์ม" เด็กใหม่ ข่าวว่าขาวสวยหมวยเอกซ์ อีกคน แต่ยังไม่เข้างาน ต้องรอ ค่าตัวก็ยังไม่เคาะ "สปุคนิควี" สวยเซ็กซี่สาวรัสเซีย น้อยคนจะได้จีบ เพราะคุยคนละภาษา แม้จะพยายามแย่งจีบกันบ้าง แต่ก็แห้วทุกคน อิ อิ "โมเดอน่า" สวยระดับนางงามที่ใคร ๆ ก็กำลังหมายปองอยากเป็นคู่ครอง แต่ต้องหมั่นเช้าถึงเย็นถึงกันหน่อย ปลายปีค่อยให้แม่มาขอ ถ้ารักจริง แต่...ตอนนี้กลับไปหาของชัวร์-เมียคนแรกที่บ้าน กินน้ำพริกถ้วยเดิมไปก่อนจ้า...ฮ่าๆๆๆ!!!! .......................วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวดี! คน กทม. จากที่ หมอพร้อม ระบุให้ ผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี ต้องรอ วันที่ 19 กรกฎาคม จึงจะลงทะเบียน จองวัคซีนได้ คน กทม. ไม่ต้องรอ อีก 2 เดือนแล้วนะครับ ไปฉีด กัน เถอะ ****** กรุงเทพมหานคร ได้จัดให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวค (sinovac) ให้กับประชาชนอายุ 18-59 ปีที่สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 11 แห่ง ทั้งนี้ท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถาม และขอรับบริการได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 ( ตามรายชื่อโรงพยาบาลที่ทางกรุงเทพมหานคร กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ ท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดกับทางโรงพยาบาล ( ตามรายชื่อด้านล่างที่แจ้งนี้ ) เพื่อรับบัตรคิว เข้ารับบริการวัคซีนต้านโควิด -19 ค่ะ กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง โทร 0-2220-8000 2. โรงพยาบาลตากสิน โทร 02-437-0123 3. โรงพยาบาลเจริญกรุง ประชารักษ์ โทร 02-289-7000 4. โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โทร 0-2326-9995, 02-326-7711 5. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 0-2421-2222, 0-2444-0163 6. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โทร 0-2988-4100-1 7. โรงพยาบาลคลองสามวา โทร 02-150-1300 8. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน โทร 02-405-0901-4 9. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร โทร 021800201-3 10. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ซุตินธโร อุทิศ โทร 0-2429-3577-81 11. โรงพยาบาลสิรินธร โทร 02-328-6901-19 ประธาน อสส กทม.ขอแจ้งข่าว ให้ พี่น้อง อสส.กทม./และ อสม.ต่างจังหวัดทราบค่ะใครมีญาติที่มาพำนักย้ายทะเบียนราษฎร์ภูมิลำเนามาอยู่กรุงเทพฯก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะแนะนำให้มาฉีควัคซีนวัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสธ. ประกาศให้ “ยาแผนจีน” เป็นยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกแล้ว ใช่ไหม?มีข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 กระทรวงสาธารณสุข มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2563 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามความใน (1) ของบทนิยามคำว่า“ผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ในมาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 จึงออกประกาศกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2563” ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ในประกาศนี้ “การแพทย์แผนจีน” หมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์หรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้ความรู้แบบแพทย์แผนจีน “ยาแผนจีน” หมายความว่า ยาที่ได้จากสมุนไพรโดยตรง หรือที่ได้จากการผสม ปรุงหรือแปรสภาพสมุนไพร ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ตามศาสตร์องค์ความรู้การแพทย์แผนจีนหรือยาตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยาแผนจีน ข้อ 4 กำหนดให้ยาแผนจีนเป็นยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกยาสมุนไพรnaruemonjoy• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยCHANCE รวม 5 แอปเตือนภัยพิบัติ ที่ คนไทยควรมีติดเครื่อง 📲 เพราะการรู้ก่อน 5 นาที อาจหมายถึง “ความปลอดภัยตลอดชีวิต” 📡 LINE ALERT แจ้งเตือนผ่านแอป LINE (ไม่ต้องโหลดเพิ่ม แค่แอด @LINEALERT) เตือนภัยพิบัติร้ายแรงทุกประเภท (พายุ, น้ำท่วม, แผ่นดินไหว ฯลฯ) ทำโดย LINE Thailand ร่วมกับกรมปภ. และกรมอุตุฯ ใช้งานง่าย เข้าใจทันที เตือนถึงทุกคนแบบ Push Message 🏛️ Thai Disaster Alert พัฒนาโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ครอบคลุมภัยพิบัติหลากหลาย (น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, สึนามิ ฯลฯ) มีแผนที่แจ้งจุดเสี่ยง + ข่าวสาร + คำแนะนำแบบทางการ แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอป ❤️ PhonPhai (พ้นภัย) พัฒนาโดยสภากาชาดไทย ร่วมกับ ปภ. และหน่วยงานต่าง ๆ ใช้ “แจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือ” เมื่อเจอภัยพิบัติจริง มีระบบ GPS ติดตาม และการกระจายความช่วยเหลือ แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ + รายงานสภาพแบบผู้ใช้งานจริง 💧 ThaiWater รายงานน้ำฝน เขื่อน น้ำท่วม จากสถาบันสารสนเทศน้ำ อัปเดตเรียลไทม์ + กราฟชัด + ใช้ได้ทุกจังหวัด เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก เกษตรกร และคนเดินทาง 🌍 Disaster Alert (PDC) พัฒนาโดย Pacific Disaster Center (สหรัฐฯ) ครอบคลุมภัยพิบัติทั่วโลกกว่า 18 ประเภท แผนที่โต้ตอบแบบเรียลไทม์ มีข้อมูลจากแหล่งวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ติดตามภัยพิบัติเชิงลึก หรือผู้ที่เดินทางต่างประเทศ แค่โหลดไว้ อาจช่วยคุณหรือคนที่คุณรักในวันที่ไม่คาดคิด . . #CHANCE #โอกาส #LifeChanger #แผ่นดินไหวประเทศไทยสภาพอากาศผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยด่วนมากๆลับสุดยอด พรรคก้าวไกล”ผวาหนาวสุดขีด ! :grin::kissing_heart:#แชร์ด่วนนายกรัฐมนตรีอยู่ยาว โดยวันนี้ นายก รัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปปฎิบัติหน้าทีใน ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี “รักษาการ อย่างเร่งรีบ โดยอาจจะต้องทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกยาวนานทีเดียว หลังฝ่ายกฎหมายระดับประเทศทุกฝ่ายให้ความเห็นต่อ”นายกฯพล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า พรรคก้าวไกลมีโอกาสถูกยุบพรรคสูงมาก ทั้งการเลือกตั้งหนนี้อาจจะเข้าข่ายเป็นโมฆะ ให้รัฐบาลรักษาการตามกฎหมายไปก่อน เนื่องจากรัฐบาลต้องรอผลวินิจฉัยของ ”คณะกรรมการเลือกตั้ง กกต. ปปช. และศาลรัฐธรรมนูญ ว่า การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะหรือไม่ และการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ถือหุ้นไอทีวีอยู่นั้นผิดด้วยกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งการที่พรรคก้าวไกล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีเจตนาพฤติกรรมชัดแจ้ง ในการยกเลิกมาตรา 112 และแก้ไขมาตรา 112 อีกทั้งสนับสนุน ”ขบวนการแก๊งหมิ่นให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างชัดแจ้งและเปิดเผย ”เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย” จึงต้องรอให้คณะกรรมการ กกต. ปปช.และศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยพิพากษาการกระทำทั้งหมดของพรรคก้าวไกล ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน โดยหากคณะกรรมการ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ มีความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จะส่งผลให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล จะต้องชดใช้เงินในการเลือกตั้งใหม่ไม่ต่ำกว่า 8000 ล้านบาท และเป็นสาเหตุอย่างยิ่งที่ นายกรัฐมนตรี พลเอก.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องไล่เบี้ยเงินค่าเลือกตั้งใหม่ จากพรรคก้าวไกล ในจำนวนเงินดังกล่าว 8000 ล้านบาท อย่างเร่งรีบ เร่งด่วน เพื่อนำมาใช้ในการเลือกตั้งใหม่ให้ถูกต้องตามกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้งต่อไป … :grin::kissing_heart::grin: #พรรคก้าวไกลไปเรียนมาใหม่นะ #ถ้าจะคิดรบกับทหาร #พรรคก้าวไกล #พิธาลิ้มเจริญรัตน์ #ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ #หัวเราะที่หลังดังกว่านะนายจ๋าาา..:grin::kissing_heart: Cr.คเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชาข่าวการเมืองเลือกตั้ง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยบันทึกโควิดสายพันธุ์ใหม่ Arcturusหนุ่มไทยในออสเตรเลีย โพสต์เล่าติด ‘โควิด-19’ เป็นครั้งแรก เชื่อสายพันธุ์ใหม่ ตาอักเสบ เหตุกำลังระบาด “บันทึกโควิดสายพันธุ์ใหม่ Arcturus ไม่ได้มีการตรวจเชื้ออย่างเป็นทางการ (ตรวจเอทีเค) แต่คาดว่าโดนตัวนี้เพราะกำลังระบาดในออสเตรเลีย และสายพันธุ์นี้จะทำลาย soft tissue บริเวณใกล้เคียงที่ติดเชื้อ เช่น ตา และโพรงจมูก วัคซีนไฟเซอร์ 3 เข็มแทบไม่ช่วยอะไร หรือช่วยไม่ได้เลย อาการหนักเหมือนคนที่ติดแรกๆ สมัยยังไม่มีวัคซีน วันแรกรู้สึกแปลกๆ ในลำคอ แต่ตรวจ ATK ผลยังเป็นลบ วันที่ 2 รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เลยตรวจอีกที ผลบวกแล้ว เลยรีบกักตัวเองทันที และจากนั้นไข้ขึ้นสูงตลอด ระยะเวลา 3 วัน โดยยาพาราสามารถลดไข้ได้เพียงไม่เกิน 2 ชม. ไข้จะกลับมาสูงปี้ดใหม่ ต้องนอนทนอยู่แบบนั้น โดยไม่สามารถขยับหรือช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะไม่สามารถให้ใครเข้ามาช่วยเช็ดตัวลดไข้ได้ ต้องบอกว่า เป็นช่วงที่เหมือนจะขาดใจตายได้ตลอดเวลา โดยตั้งแต่วันที่ 2 เป็นต้นมา อาการไอแบบมีเสมหะสีเขียวข้น ขากออกมาเป็นก้อนๆ มีน้ำมูกสีเขียวข้นสั่งออกมาได้จำนวนมากทุกเช้า ถ้าเทียบปริมาณ ก็เหมือนได้เต็มถ้วยน้ำจิ้มขนาดพอเหมาะหรือประมาณ 1 กอบมือ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นชา ชาแบบรู้สึกว่ามันชา วันที่ 4 เริ่มมีอาการเคืองตา จากนั้นตาทั้ง 2 ข้างก็อักเสบรุนแรงแทบมองอะไรไม่เห็น เหมือนมองผ่านผ้าม่านบางๆ สีขาว วันที่ 6 เริ่มมีเลือดสดออกมากับน้ำมูกเขียว บางทีไอแรง มีเลือดพุ่งออกมาจากจมูกจำนวนมาก คาดว่าเป็นเลือดกำเดา แต่เข้าใจว่าน่าจะมีอาการไซนัสอักเสบ เพราะเลือดนึกจะไหลออกมาก็ไหลซะงั้น แต่แค่ซึมๆ ออกมา ไม่น่าใช้เลือดกำเดา หลังจากผ่านอาทิตย์แรกไป ยังคงมีไข้ต่ำๆ เวลากลางคืน เลือดยังออกจากจมูกเป็นบางครั้ง ยังไอมีเสมหะพร้อมน้ำมูกเขียวปนเลือดจำนวนมาก ตายังคงแดงแต่อาการดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะหยอดตาตลอดเริ่มรู้สึกแข็งแรงขึ้นหลังผ่านไป 13 วัน” หมายเหตุ :ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวให้เผยแพร่ภาพ ขณะนี้หายเป็นปกติแล้วครับโควิด 2019Mrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย***ยางใหม่ใส่ล้อหลัง สำหรับผู้ที่เปลี่ยนยางรถยนต์ ครั้งละ 2 เส้น หลังจากที่ได้เห็นคลิปของบริษัทยาง Michelin ที่ออกมาแนะนำว่า หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยน ยางรถยนตร์เพียงแค่ 2 ล้อ แนะนำให้เอายางใหม่ใส่ที่ล้อหลังเสมอ เลยเกิดความ สงสัย ว่ามันจริงหรือไม่ เพราะตามความเข้าใจของตัวเอง ที่เคยปฏิบัติมา 30- 40 ปีมาแล้ว หาก ต้องเปลี่ยนยางรถแค่ 2 เส้น จะเอายางใหม่ใส่ล้อหน้าตลอด ด้วยเหตุผลที่ว่าล้อหน้าต้องรับน้ำหนัก เครื่องยนต์และเกิดการสึกหรอมากกว่า เพราะต้องบดพื้นมากกว่า ในช่วงเลี้ยว และความเข้าใจว่า หากยางหน้าระเบิด จะอันตรายมากกว่าหากระเบิดที่ล้อหลัง ในช่วงแรกคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ Michelin จะแนะนำถูก เลยหาข้อมูล ถึงแม้ว่าตัวเองใน 10 กว่าปีมานี้ เปลี่ยนยางครั้งละ 4 เส้นเสมอ แต่มันฝืนความรู้สึกตัวเอง เลยถามเพื่อนๆ 40 กว่าคน จากหลายๆ กลุ่ม คำตอบจากเพื่อนๆที่ได้ผลออกมา 100% เลย ทุกคนตอบว่าต้องเอายางใหม่ มาไว้ที่ล้อหน้าเสมอ รวมถึงไปสอบถามร้านขาย ยางรถยนตร์ ทุกร้านที่ไปถาม บอกเหมือนกันหมดคือเอายางใหม่ ไปไว้ล้อหน้า แต่มีอยู่ 1 ร้าน บอกว่าให้เอายางใหม่ไปใส่ไว้ ที่ล้อขับเคลื่อน สรุป ก็คือยังสรุปไม่ได้ เพื่อความมั่นใจเลยโทรไป Call center ของบริษัทยาง รายใหญ่ เช่น Michelin, Good year, Dunlop, Bridgstone ทั้งหมดตอบเหมือนกันคือ ให้เอายางใหม่ไปใส่ล้อหลัง ยกเว้น Good year บอกให้ใส่ล้อหน้า ถึงตอนนี้คิดว่า Good year จะถูกต้องอยู่รายเดียว แต่เพื่อความมั่นใจเลยบอกให้เขา หาข้อมูลจากบริษัทแม่ ในต่างประเทศแล้วส่งอีเมล์ ยืนยันให้ผม ประมาณ 4-5 วัน ต่อมา เจ้าหน้าที่ท่านเดิมฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ของ Good Year ส่ง email มาให้แล้วโทรมาแจ้งว่า ได้ติดต่อบริษัทแม่ และได้ข้อมูลใหม่ซึ่งเขาก็เพิ่งทราบ คือหากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนยางใหม่2 เส้น ต้องเอายางใหม่ใส่ล้อหลัง ด้วยเหตุผลหลักของการใส่ยางใหม่ ที่ล้อหลังคือยางใหม่มีดอกยางลึก จะให้ช่วยยึดเกาะถนนในขณะขับเข้าโค้ง หรือการเปลี่ยนเลนในสภาวะถนน ที่มีความลื่นได้ดีกว่ายางเก่า และจะไม่เกิดการหลุดโค้งมาก เหมือนยางเก่า มาถึงตรงนี้ สรุปว่าบริษัทฯ ยางทุกยี่ห้อที่ผมติดต่อไปตอบยืนยัน เหมือนกันหมดคือ ให้เอายางใหม่ไปใส่ล้อหลัง ฉะนั้น นี่ อาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่คนไทยส่วนใหญ่ยังทำผิดกันมาตลอด แชร์ให้ทราบ เป็นข้อมูล https://youtu.be/tUW6KmvhyjUไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยดร.พิสิฐขอบิณฑบาตงบศึกษาให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าจากกรมสรรพสามิต ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพรบ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เมื่อวันที่11 มิ.ย.ที่รัฐสภา ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ได้ขอบิณฑบาตงบศึกษาให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่อธิบดีกรมสรรพสามิตเสนอ โดยชี้ให้เห็นว่า WHO และ FDA ของสหรัฐไม่รับรองว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดการสูญบุหรี่โดยห้ามบริษัทกล่าวอ้าง ขณะนี้มีกว่า 40 ประเทศที่ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้า เด็กในสหรัฐติดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 4-5 ล้านคน ประเทศไทยแม้จะมีรายได้รัฐบาลจากบุหรี่ปีละ 6 หมื่นล้านบาท แต่ก็มีรายจ่ายรัฐบาลที่ต้องรักษาพยาบาลคนป่วย 6 หมื่นล้านบาท ความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งค่ายาและค่าใช้จ่ายอื่นอาจสูงถึง 2 แสนล้านบาทจึงไม่คุ้มกัน แถมมีคนเสียชีวิตปีหนึ่งๆ กว่า 9 หมื่นคนจากโรคภัยที่มากับบุหรี่ เทียบกับโควิดที่เสียชีวิต 980 กว่าคนตั้งแต่ต้นปีในประเทศไทย คนป่วยจากบุหรี่ขณะนี้สูงกว่า 1.2 ล้านคน โดยเฉพาะโรคถุงลมโป่งซึ่งคนป่วยจะมีอาการคล้ายคนจมน้ำที่หายใจไม่ออก ดังนั้น จึงขออธิบดีได้ทบทวนความคิดที่จะให้คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าโดยหว้งจะได้ภาษี งานนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังพยายามล้อบบี้ โดยเข้ามาแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมาธิการการเงินการคลังที่เชียงราย มีความพยายามมาที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนก็ปฏิเสธที่จะไม่พบด้วย อธิบดีกรมสรรพสามิตได้ตอบตอนท้ายว่าขอรับข้อคิดเห็นของ ดร พิสิฐ ไปพิจารณาไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยว่าด้วยเรื่องยา…ลองอ่านและพิจารณาดูนะ ว่าอะไรยังไง 🚩นาง Gwen Olsen คนวงใน ตัวแทนขายยา ที่ฝังตัวอยู่ในธุรกิจยามานาน 15 ปี ออกมาแฉ :- 📕บริษัทยักษ์ใหญ่ขายยา ไม่ได้สนใจที่จะ เสริมสุขภาพ หรือ เยียวยารักษา หรอกนะ 📕แต่พวกเขา อยู่ในธุรกิจ =เลี้ยงไข้= และ =บริหารอาการป่วย= ต่างหาก 📕พวกเขา ไม่รักษามะเร็ง ไม่รักษาอัลไซม์เมอร์ ไม่รักษาโรคหัวใจ หรือโรคใดๆ ทั้งสั้น 📕เพราะหากพวกเขาทำอย่างนั้น บริษัทก็เจ๊งกันพอดีนะสิ เพราะจะไม่เหลือคนป่วย มาคอยซื้อยาของพวกเขา ซึ่งแบบนั้นจะเป็นอันตรายต่อธุรกิจ 🚩ดิฉันไม่ใช่พวกนักทฤษฎีสมคบคิด เพราะมันมีหลักฐานโทนโท่ 📕ยกตัวอย่างเช่น พวกยาระงับประสาท มันมีไว้เพื่อ =เลี้ยงไข้= ให้ป่วยอย่างนั้นอยู่นานๆ ส่วนใหญ่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต มันเหมือนยาเสพติดที่คุณ =ถอนออก= ไม่ได้ 📕ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้คนจะต้องรู้ว่า ยาตัวไหน คือยาประเภทเลี้ยงไข้ ตัวอย่างเช่น 📕ยาลดคลอเรสเตอรอล ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันลดครอเรสเตอรอล =มากเกินไป= จนผู้ป่วย กลายเป็นโรคอื่นๆ เข้ามาแทน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยานี้ 📕คน 44 ล้านคน ยังกินยากดประสาทอยู่ ซึ่งตอนนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า มันใช้ไม่ได้ผล เพราะถึงกินไป ก็ไม่ต่างจากกินยาหลอก และแค่ไปออกกำลังกาย ก็ยังได้ผลดีกว่ากินยาถึง 2 เท่าด้วยเลย 📕แต่เดี๋ยวนี้ คุณจะไม่ได้ยินข่าวจริง ที่ดีต่อสุขภาพแบบนี้หรอกนะ ตราบใดที่ยักษ์ยา ยังเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ เป็นรายได้หลักให้กับช่องทีวี บริษัทพวกนี้ทำกำไร 5-6 เท่าเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ในอเมริกา พวกเขาจะไม่มีทางยอมสูญเสีย ผลกำไรงามๆ แบบนี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน และจริงๆ แล้ว พวกเราก็เป็นแค่เหยื่อประเภท =โภคภัณฑ์มนุษย์= หรือ =แม่วัวทำเงิน= ตัวอ้วนๆ สำหรับพวกเขา 📕อย่างที่ดิฉันเอง ก็ถูกกระตุ้นให้ออกไปหลอกลวง เพื่อ =เพิ่มส่วนแบ่งตลาด= ให้กับบริษัท โดยไม่คิดไม่สน ว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง โดยไม่รู้ว่าพวกเขา ปล่อยข่าวเท็จอะไรออกไปบ้าง โดยไม่รู้ว่างานวิจัย ถูกโกงอย่างไร ให้ออกมาดูดี ด้วยการปกปิดซุกซ่อน ผลข้างเคียงที่อันตรายอะไรบ้าง 📕ดิฉันอยู่ในวงการนี้มา 15 ปี และเป็นระดับตัวแม่ของตัวแม่นักขาย แต่ดิฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ และกำลังบอกคุณว่า อุตสาหกรรมนี้มัน เน่าเฟะ แค่ไหน และเราต้องเอาอำนาจของเราคืนกลับมา ช่วยกันทำให้บริษัทยาเหล่านี้ ต้องรับผิดชอบกับความผิดที่ได้กระทำ สำหรับยาห่วยแตกที่ขายๆ กันอยู่ของพวกเขา 📕เพราะอีกไม่นานเกินรอ ที่ชาวมะกันทุกคน จะได้เจอผลลัพท์อันเลวร้ายของหายนะนี้ เราต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง • อะไรคือโรค • อะไรคือความผิดปกติ • อะไรคืออาการ 📕นั่นเพราะถ้ามันไม่มีหลักฐานทางการแพทย์อย่าง ผลเลือด ผลสแกนสมอง ฯลฯ คุณก็ไม่มีเอกสารอะไรมาพิสูจน์ได้ ว่าเป็นโรค ซึ่งคุณอาจไม่ได้ติดโรค แต่คุณแค่มีความผิดปกติ ที่อาจถูกวินิจฉัยมาอย่างผิดๆ 📕และคุณต้องขวนขวายหาความรู้ จนเข้าใจว่า มันยังมี =ทางเลือก= อื่นอยู่นะ ซึ่งอาจรักษาได้ผลดีกว่าการใช้ยา เสียด้วยซ้ำ ต้องไปดูในมุมของโภชนาการ ของอาหารที่คุณกิน ไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณได้ออกกำลังกายบ้างไหม ? คุณได้ดูแลตัวเองดีพอแล้วหรือยัง ? 📕นั่นก็เพราะ เมื่อคุณเริ่มกินยาขนานหนึ่งเข้าไป คุณก็จะกลายเป็น =ลูกค้าตลอดชีพ= ของบริษัทขายยา ... 💊สุขภาพผู้บริโภคเฝ้าระวัง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาPaxlovidตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องยา Paxlovid ไม่เพียงพอต่อการรักษาคนไข้ กลุ่ม 608 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ในสื่อออนไลน์โดยระบุว่า แพทย์ที่ห้อง ICU ส่งข่าวมาแจ้งว่าตอนนี้ผู้ป่วยอาการหนักเยอะมาก Paxlovid Molnupiravir Remdesivir รัฐบาลสั่งมาอยู่ไหนคะ เร่งกระจายด่วน คนไข้ 608 ควรได้ยาทันที ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยืนยันมียา Paxlovid เพียงพอต่อการรักษาคนไข้ กลุ่ม 608 โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีส่งมอบยาต้านไวรัสโควิด 19 “แพ็กซ์โลวิด” (Paxlovid) ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ น.ส.เด็บบราห์ ไซเฟิร์ท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในจำนวนการจัดซื้อ 50,000 คอร์ส รวม 1.5 ล้านเม็ด กำหนดทยอยส่งมอบให้ครบภายในเดือน เม.ย. ซึ่งมีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้รับจัดเก็บและกระจายยาลงพื้นที่แต่ละจังหวัด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงยารักษาโควิด 19 ที่มีประสิทธิผล มีข้อมูลทางวิชาการหรือผลการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพิจารณาเลือกและจัดหายาที่เหมาะสมในการนำมาใช้กับผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ยาต้านไวรัสรักษาผู้ป่วยโควิด ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาเรมเดซิเวียร์ ยาโมลนูพิราเวียร์ และยาตัวใหม่ที่กำลังนำมาใช้ คือ ยาแพ็กซ์โลวิด ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อใช้รักษาโควิดโดยตรง ไม่ใช่เป็นเพียงยาต้านไวรัสทั่วไป ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้ติดเชื้อที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปส่วนหนึ่งยังมีอัตราการเสียชีวิตสูงอยู่ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ สธ. โดยกรมการแพทย์ ดำเนินการจัดซื้อจัดหายาที่มีประสิทธิผลในการลดอัตราการเสียชีวิตและการเข้านอนโรงพยาบาลลง ทั้งนี้ ไม่ใช่เป็นทางเลือกแต่เพื่อสร้างความมั่นคงทางยา ให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามียาครบถ้วนและเพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วยทุกอาการ โดยจะกระจายยาลงไปยังแต่ละจังหวัด ในโรงพยาบาลศูนย์ และให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพเป็นผู้บริหารจัดการยาต่อไป นอกจากนี้ ยาแพ็กซ์โลวิดเป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ด ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอส (protease) ทำให้เชื้อไวรัสโควิดไม่สามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มจำนวนได้ ยานี้ประกอบด้วย ยา Nirmatrelvir (150 มก.) จำนวน 2 เม็ด และยา Ritonavir (100 มก.) จำนวน 1 เม็ด รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน โดยใช้ Nirmatrelvir 20 เม็ด และ Ritonavir 10 เม็ด / 1 คอร์ส / คน ซึ่งยานี้มีข้อห้ามใช้ คือ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่การทำงานของตับหรือไตบกพร่อง ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่ www.dms.go.th หรือโทร 02 5906000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : มียา Paxlovid เพียงพอต่อการรักษาคนไข้ กลุ่ม 608 เพราะได้มีการส่งมอบยาต้านไวรัสโควิด 19 “แพ็กซ์โลวิด” (Paxlovid) ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ในจำนวนการจัดซื้อ 50,000 คอร์ส รวม 1.5 ล้านเม็ด กำหนดทยอยส่งมอบให้ครบภายในเดือน เม.ย. ซึ่งมีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้รับจัดเก็บและกระจายยาลงพื้นที่แต่ละจังหวัดstd48181• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กฎใหม่เงินบำนาญสมาชิกรัฐสภารับสูงสุด 79,492 บาทตามที่มีการแชร์ข้อมูลเรื่องกฎใหม่เงินบำนาญสมาชิกรัฐสภารับสูงสุด 79,492 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีมีภาพข้อมูลถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ว่า “ข้าราชการผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ต้องมีอายุราชการนาน 25 ปี ถึงมีสิทธิ์ได้รับบำนาญ แต่ ส.ส. รวมกันออกกฎหมายให้สิทธิ์ ส.ส. ให้ได้รับเงินบำนาญ ตามระยะเวลาการเป็น ส.ส. ดังนี้ 2 ปีรับบำนาญ 22,712 บาท, 3 ปีรับบำนาญ 34,068 บาท, 7 ปี รับบำนาญ 45,424 บาท, 11 ปี รับบำนาญ 58,280 บาท, 15 ปี รับบำนาญ 64,136 บาท, 20 ปี รับบำนาญ 79,492 บาท ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเงินบำนาญข้าราชการ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า สิทธิประโยชน์ในการรับเงินทุนเลี้ยงชีพของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาว่าด้วยการบริหารค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน การจ่ายเงินการจัดหาผลประโยชน์ และการจ่ายเงินช่วยเหลือกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 โดยระเบียบดังกล่าว กำหนดการรับเงินทุนเลี้ยงชีพของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กำหนดให้ได้รับเป็นรายเดือนตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยไม่ได้รับตลอดชีพ แต่ให้ได้รับเป็นระยะเวลา 2 เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพstd46343• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมอย่าแชร์! ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อสุขภาพวัคซีนโควิดKhemmachart Jandum• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย"เบลล่า" ให้ปากคำ ยืนยันไม่เกี่ยวโฆษณาอาหารเสริมเกินจริงเบลล่า ราณี พร้อม มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล เข้าพบตำรวจ ชี้แจงปมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบีเคิฟ เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง โดยเบลล่า ยืนยันว่าทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทฯ เท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านการตลาด และถ้อยคำโฆษณาในผลิตภัณฑ์ วานนี้ (16 พ.ค.2561) ผู้สื่ข่าวรายงานว่า การให้ปากคำของน.ส.ราณี แคมเปน หรือ เบลล่า และ น.ส.วิรากานต์ เสณีตันติกุลหรือ มะปราง นักแสดง ในฐานะเจ้าของ บริษัท 99 นิว วัน จำกัด และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบีเคิฟ ( Be curve ) เพื่อชี้แจงถึงกรณีมีภาพเบลล่าปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะโฆษณาผลิตภันฑ์บีเคิฟเกินจริง กับตำรวจกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. นานเกือบ 2 ชั่วโมงพ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เชิญตัวเบลล่า เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน เรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริงซึ่งจากการสอบปากคำยังไม่ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร แต่จะต้องสอบสวนเพิ่มอีก 2 ประเด็น เช่นบริษัทเข้าข่ายกระทำความผิด พระราชบัญญัติอาหารและยา มาตรา 41 เรื่องขอโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบเพิ่มว่าเบลล่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ รวมถึงต้องนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตจาก อย.ว่าโฆษณาเกินจริง ส่งให้สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานเพิ่มจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำnukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.เตือนอย่าหลงเชื่อ "ยาสีฟัน" 3 แบรนด์ โฆษณาเกินจริงอย.เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กโฆษณาหลอกขายยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ พบอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก เสี่ยงได้รับอันตรายในช่องปาก วันนี้ (19 ต.ค.2565) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ โฆษณาโอ้อวดเกินจริง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ทรีดี พรีเมี่ยม พลัส ทูธเพสท์ (3D PREMIUM PLUS TOOTHPASTE) ชื่อการค้า เอทีเค (ATK) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-1-6400019767 อวดอ้างจัดการหินปูน ฟันเหลือง กลิ่นปาก ร้อนใน และคราบบุหรี่ชากาแฟ ผลิตภัณฑ์ ลิควิด ทูธเพสท์ (LIQUID TOOTHPASTE) ชื่อการค้า โอเค เคลียร์ (OK CLEAR) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 40-1-6300038347 อวดอ้างรักษาฟันผุ ฟันโยก คลอน เห็นผลใน 2 นาที ผลิตภัณฑ์ ฟันทน ยาสีฟันสมุนไพรสูตรเข้มข้น (รสดั้งเดิม) (FUNTON CONCENTRATED HERBAL TOOTHPASTE (ORIGINAL)) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 76-1-6400037025 อวดอ้างรักษาเหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก และฟันผุ การโฆษณาดังกล่าวเป็นการโฆษณาเกินความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภค เนื่องจากยาสีฟันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อทำความสะอาดเท่านั้น ดังนั้นการอวดอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาร้อนใน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก จึงเป็นข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริงและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง อย.แนะนำผู้บริโภคควรแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดซอกฟัน เลือกใช้ยาสีฟันผสมสารฟลูออไรด์ เพราะจะสามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ และควรไปพบทันตแพทย์ตามนัด หรือทุก 6 เดือน เพื่อสุขภาวะที่ดีของช่องปากและฟัน หากผู้บริโภคที่มีอาการผิดปกติทางช่องปากและฟัน ควรรีบไปพบทันตแพทย์ อย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้nukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! อาหารอุ่นไมโครเวฟ อันตรายแถมเสี่ยงมะเร็งตามที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเรื่องอาหารอุ่นไมโครเวฟ อันตรายแถมเสี่ยงมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้โพสต์คลิปวิดีโอให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพว่า อันตรายจากการทานอาหารที่อุ่นไมโครเวฟ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) ที่ใช้ปรุงอาหาร คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเช่นเดียวกับคลื่นวิทยุ มีหลักการทำงานโดยการปล่อยรังสีเป็นคลื่นไปกระทบอาหาร ทำให้โมเลกุลน้ำทั้งภายใน และนอกอาหารสั่น และเสียดสีกันจนเกิดเป็นความร้อนสะสม จากนั้นพลังงานดังกล่าวจะสลายตัวไป จากข้อมูลที่ระบุว่า การใช้ไมโครเวฟจะทำให้สูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินบี วิตามินซี โฟเลตนั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วการปรุงหรืออุ่นอาหารทุกกรรมวิธีที่ใช้ความร้อนอาจเป็นผลให้เกิดการสูญเสียสารอาหารได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าคลื่นไมโครเวฟไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ และไม่ตกค้างในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟจะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งVathanee Jansrinak• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ตามที่มีคำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความโดยระบุว่ากระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดจากการศึกษาวิจัยที่ระบุว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันโรคหรือปริมาณรับประทานที่สามารถป้องกันมะเร็งในคนได้ โดยกระเทียมดำ หมายถึงกระเทียมสดที่ผ่านกระบวนการหมักบ่มเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ทำให้กระเทียมเปลี่ยนเป็นสีดำ มีเนื้อสัมผัส กลิ่นรส และสารสำคัญในกระเทียมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่ากระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอล ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง แต่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการหรือในสัตว์ทดลองเท่านั้น ควรเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์กระเทียมดำที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการได้รับสารปนเปื้อนอื่น ๆ การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีรายงานหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดจากการศึกษาวิจัย ที่ระบุว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันโรคมะเร็งในคนได้Mumimumi• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็งตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ ถึงประเด็นเรื่องกินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีข้อความเตือนภัยว่าการรับประทานอาหารค้างคืน ที่ถูกนำมาอุ่นซ้ำ ๆ จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น เก็บในตู้เย็นที่มีความเย็นไม่เพียงพอทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึ้นมา เมื่อทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้อาหารที่ทำทิ้งไว้นาน และมีการอุ่นซ้ำซากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รวมถึงมีรสชาติเปลี่ยนไป โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรรับประทานอาหารที่สดใหม่ ไม่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆstd46682• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยเสปรย์ล้างจมูกสามารถฆ่าเชื้อโควิดได้เช้าข่าว 7 สี - อย.ตรวจสอบสเปรย์ล้างจมูก สามารถยับยั้ง หรือฆ่าเชื้อโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ โฆษณาเกินจริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภค เตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความเอาผิด เรื่องนี้ นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เตรียมดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์สเปรย์ล้างจมูกยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้รับการจดแจ้งเครื่องมือแพทย์จาก อย. ฐานโฆษณาเกินจริง ก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้จดแจ้งสำหรับบรรเทาอาการไข้หวัด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุโพรงจมูก ช่วยลดอาการคัดจมูก แต่ภายหลังพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แอบแฝงโฆษณาอวดอ้างว่าสามารถยับยั้ง และฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่, เชื้อโควิด-19, เชื้อไวรัส RSV และสามารถต้านการอักเสบได้ ซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภค ส่วนผลการทดสอบก่อนวางตลาด เป็นเพียงผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดฯ ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่ได้ศึกษาวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม ล่าสุดทาง อย. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว ฝากถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบันที่ร่วมทดสอบประสิทธิภาพ ให้ระมัดระวังการโฆษณาเกินจริง ขณะที่ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันที่ร่วมทดสอบประสิทธิภาพ ยืนยันทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ให้บริการทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการเท่านั้น โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฆษณาเกินจริง รวมถึงการขออนุญาตขึ้นทะเบียน การจัดจำหน่าย และกิจกรรมอื่นของผลิตภัณฑ์สุขภาพstd48406• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหาทำกันจริงๆ ใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูก อ้างช่วยรักษาไซนัส กรมการแพทย์ยืนยัน "ไม่จริง"ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ ถึงประเด็นเรื่องใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูก รักษาโรคไซนัสได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการรักษาโรคไซนัส ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูกทุกวัน ทำให้อาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนหายขาดในที่สุดนั้น ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และทางคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ โดยน้ำปัสสาวะเป็นของเสีย หรือสารที่เป็นส่วนเกินของร่างกายที่ไตขับออกมา แม้ว่าจะมีสารต่าง ๆ อยู่มาก ทั้งยูเรีย เกลือแร่ แคลเซียม และโซเดียมคลอไรด์ รวมถึงสารอื่น ๆ แต่สารเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกินความต้องการของร่างกาย หากสะสมไว้มากเกินไปกลับจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตสูง น้ำท่วมปอด หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น ร่างกายจึงขับทิ้งตามระบบ ดังนั้นหากนำกลับเข้าไปซ้ำอีก จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันอาจส่งผลเสียต่อร่างกายstd47676• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอดตามที่ได้มีบทความชวนเชื่อเรื่องตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำสุขภาพให้ดื่มน้ำต้มทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ตังกุยจี้ รากชะเอม พลูคาว และกะเม็งตัวเมีย เพื่อรักษามะเร็งปอด ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า สมุนไพรตามที่กล่าวอ้างช่วยรักษาโรคมะเร็งปอดในมนุษย์ได้ โดยจากผลการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการพบว่าอาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารไตรเทอร์ปีนอยด์ สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สารต้านอนุมูลอิสระอาจมีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ผู้ป่วยควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์มีมstd47661• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอดตามที่ได้มีบทความชวนเชื่อเรื่องตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำสุขภาพให้ดื่มน้ำต้มทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ตังกุยจี้ รากชะเอม พลูคาว และกะเม็งตัวเมีย เพื่อรักษามะเร็งปอด ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า สมุนไพรตามที่กล่าวอ้างช่วยรักษาโรคมะเร็งปอดในมนุษย์ได้ โดยจากผลการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการพบว่าอาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารไตรเทอร์ปีนอยด์ สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สารต้านอนุมูลอิสระอาจมีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ผู้ป่วยควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์wanphon.31• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอภินิหารกินเจไม่มีจริง เตือนข้อมูลข่าวปลอมทานอาหารเมนูผักต้านโควิดอภินิหารกินเจไม่มีจริง เตือนข้อมูลข่าวปลอมทานอาหารเมนูผักต้านโควิด หลายครั้งความเชื่อกับความป่วยมักสวนทางกัน หนึ่งในนั้นคือการสร้างความเชื่อที่ว่าการกินเจ กินมังสวิรัติ และรับประทานผลไม้ที่มีฤทธิเป็นด่างจะไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ส่งข้อความมายัง cofact.org เพื่อให้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมากว่ากินเจไม่ติดโควิดจริงหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องย้อนไปในสื่อที่เคยนำเสนอบทความเผยแพร่ว่านักวิชาการยืนยันการกินเจ กินมังสวิรัติ ไม่ติดโควิด ไม่เป็นความจริง ช่วงปลายเดือนมี.ค. 2563 ที่ผ่านมา มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากนักวิชาการหลายๆ ท่านว่า การกินเจ กินมังสวิรัติ ไม่ติดโควิด-19 ไม่เป็นความจริง อาทิ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์อธิบายผ่านเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2563 ระบุว่า “คนกินเจ ก็ติดโรคโควิด-19 ได้นะครับ เหมือนช่วงนี้ ทุกคนพยายามจะเอาความเชื่อตัวเอง มาเชื่อมโยงกับการป้องกันรักษาโรคจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่กันใหญ่เลย มีอาหารเสริมหลายชนิดที่แอบอ้างขายช่วงนี้ รวมไปถึงวิตามิน และสมุนไพรด้วยPrimrata Armawan• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยรถไฟอิหร่านตกราง หลังพุ่งชนรถแบคโฮ ตาย-เจ็บจำนวนมากสำนักข่าว "ไออาร์เอ็นเอ" (IRNA) สื่อทางการของอิหร่าน รายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสาร ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 348 คน ที่ออกเดินทางจากเมือง "ยาซด์" (Yazd) เกิดพุ่งชนกับรถแบคโฮ ที่จอดอยู่ใกล้รางรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมือง "ทาบาส" (Tabas) ที่อยู่ห่างจากกรุง "เตหะราน" ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 550 กิโลเมตร เมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บ 37 คน โดยทั้งหมด ถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ ต่างอยู่ในภาวะวิกฤต อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่ห่างไกลและไม่มีสัญญาณสื่อสาร ด้านหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินของสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน หรือสภากาชาด ระบุว่า รถไฟ 5 ตู้จากทั้งหมด 11 ตู้ เกิดตกรางทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่เมือง "ทาบาส" ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเริ่มการสืบสวนทางกฎหมาย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่า รถแบคโฮคันดังกล่าว อาจเป็นรถที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมรางรถไฟภาคตะวันออกAudompong.ph.63• 4 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
