1 คนสงสัย
ประวัติวันสงกรานต์

ความเป็นมาของวันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ หรือเรื่องเล่า ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 

เป็นเรื่องราวตำนานตั้งแต่อินเดียโบราณเล่าสืบต่อกันมา
โดยย่อว่า มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมาร
          
      ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น   มีนกอินทรี ๒ ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า
ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด
นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า
เวลาเช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า
เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า
รุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร.
ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดา นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคัณธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระวิศณุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้

ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราช ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จมาบนหลังครุฑ แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอาทิตย์ ชื่อ นางแพงศรี

ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดา ภักษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันจันทร์ ชื่อ นางมโนรา

ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม รากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จมาบนหลังวราหะ (หมู) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอังคาร ชื่อ นางรากษสเทวี

ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพุธ ชื่อ นางมันทะ

ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จมาบนหลังคชสาร (ช้าง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพฤหัส ชื่อ นางัญญาเทพ

ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา (ควาย) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันศุกร์ ชื่อ นางริญโท

ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทรายพระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันเสาร์ ชื่อ นางสามาเทวี

ซึ่งในปีนี้ วันมหาสงกรานต์เป็นวันจพุธที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๓.๓๙ น. นางสงกรานต์ จึงเป็นนางรากษสเทวี (เหตุที่ว่าเป็นเทวีประจำวันอังคารเพราะ ถือว่า เวลาเปลี่ยนย้ายยังไม่รุ่งเช้าวันใหม่)


          คำว่า " สงกรานต์ " มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ - กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งจะอยู่ช่วงระหว่างวันที่๑๓,๑๔,๑๕,๑๖ เมษายนของทุกปี

ปีนี้ วันมหาสงกรานต์เป็นวันพุธที่ ๑๔ เวลา ๓.๓๙ น. วันเนาจึงเป็นวันที่ ๑๕ วันเถลิงศก คือวันที่ ๑๖

ความหมายของคำที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ มีดังนี้
          สงกรานต์ ที่แปลว่า " ก้าวขึ้น " " ย่างขึ้น " นั้นหมายถึง การที่ดวงอาทิตย์ ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกเดือน ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ ๑๒ เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษอีก จัดเป็นสงกรานต์ปี ถือว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ในทางโหราศาสตร์
มหาสงกรานต์ แปลว่า ก้าวขึ้นหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่ หมายถึงสงกรานต์ปี คือปีใหม่อย่างเดียว กล่าวคือสงกรานต์หมายถึง ได้ทั้งสงกรานต์เดือนและสงกรานต์ปี แต่มหาสงกรานต์ หมายถึง สงกรานต์ปีอย่างเดียว

          วันเนา แปลว่า " วันอยู่ " คำว่า " เนา " แปลว่า " อยู่ " หมายความว่าเป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์มา ๑ วัน วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย่างสู่ราศีตั้งต้นปีใหม่ วันเนาเป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง ในวันราศีตั้งต้นใหม่เรียบร้อยแล้ว คืออยู่ประจำที่แล้ว

          วันเถลิงศก แปลว่า " วันขึ้นศก " เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ การที่เปลี่ยนวันขึ้นศกใหม่มาเป็นวันที่ ๓ ถัดจากวันมหาสงกรานต์ ก็เพื่อให้หมดปัญหาว่า การย่างขึ้นสู่จุดเดิม สำหรับต้นปีนั้นเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาเพราะอาจมีปัญหาติดพันเกี่ยวกับชั่วโมง นาที วินาที ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่จะเปลี่ยนศกถ้าเลื่อนวันเถลิงศกหรือวันขึ้นจุลศักราชใหม่มาเป็น วันที่ ๓ ก็หมายความว่า อย่างน้อยดวงอาทิตย์ได้ก้าวเข้าสู่ราศีใหม่ ไม่น้อยกว่า ๑ องศาแล้วอาจจะย่างเข้าองศาที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ได้

          วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศะแห่งพม่า ซึ่งเดิมบวชอยู่เป็นพระสงฆ์ และขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ทรงตั้งขึ้นเมื่อปีกุนวันอาทิตย์ พ . ศ . ๑๑๘๑ โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ ๑ องศา

เดิมทีแล้ว ไทยเราใช้วันขึ้น๑ ค่ำ เดือนอ้าย(ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) เป็นวันขึ้นปีใหม่ (ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ “ลาลูแบร์ ยังบันทึกว่าปีใหม่ไทยคือวันขึ้น ๑ ค่ำเดือนอ้าย ) แต่ในล้านนา สุโขทัย คงใช้ตามพม่า เพราะใกล้ชิดกัน เคยเป็นเมืองขึ้นกันมา ส่วนไทยภาคกลาง คงมาใช้หลังการเสียกรุง
จุลศักราช สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยด้วย    ในปีแรกที่กำหนดเผอิญเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓ เมษายนทุกปี แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันที่ ๑๓ จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี
          
          จนถึง รัชกาลที่ ๕ ทรงเปลี่ยนมาใช้ วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันปีใหม่ต่อมา จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปีพ.ศ. ๒๔๘๓ จึงได้เปลี่ยนไหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็น วันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับ หลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ

ส่วนใดที่เป็นสิ่งที่ดี เรื่องการทำบุญให้บรรพบุรุษ การระลึกถึงบุพการี เป็นวันครอบครัว เราก็นำมาปฏิบัติได้ แต่การบอกว่า เป็นวันปีใหม่ไทย อาจารย์ยังติดๆ อยู่นิดหน่อย(ไม่อยากเป็นการระลึกถึงการเป็นประเทศเมืองขึ้น😊😊)

ในปีนี้ มีปัญหาเรื่องโรคระบาด covid-19 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ทักทายกันด้วยเทคโนโลยี ส่งใจให้กัน ให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย

อย่างไรก็ตามขอสวัสดีวันสงกรานต์ด้วยนะครับ
อ. วันชัย รวยอารี
๑๐ เมษายน ๒๕๖๔
ไม่ระบุชื่อ
 •  2 ปีที่แล้ว
1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)
Ad.tar เลือกให้ข้อความนี้⚠️️ ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ

เหตุผล

เนื้อหาอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    คนปลูกเห็ดไม่กินเห็ด คนขายเห็ดไม่กินเห็ด เห็ดมีอันตรายจริงหรือ
    คนชอบกินเห็ดต้องอ่านให้จบ คนปลูกเห็ดไม่กินเห็ด ? คนขายเห็ดไม่กินเห็ด ? เห็ดนานาชนิด ที่เรารู้จักและคนก็ชอบกิน เพราะรสชาติที่อร่อยกินง่าย และเรารู้แต่ประโยชน์ที่มีอยู่ในเห็ดมากมาย แต่เราไม่เคยรู้ถึง....ผลเสียของเห็ด หมายเหตุ เห็ดที่พูดถึงนั้นไม่ได้หมายถึง ทุกโรงเพาะเห็ดหรือเห็ดทั้งหมด แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เห็ดชนิดใดที่ปลอดภัย จึงอยากให้ทุกคนโปรดใคร่ครวญพิจารณา ยังไม่มีนักวิชาการคนใด พูดถึงผลเสียของเห็ด เราจะรู้กันแต่ประโยชน์ของเห็ด โดยเฉพาะถ้าเรากินเห็ด 3 ชนิดจะช่วยป้องกันมะเร็งและมีผลดีต่อสุขภาพ แต่เราไม่เคยรู้ที่มาที่ไป จากผลเสียที่ติดมากับเห็ดเลย จนมาวันนี้ ได้คุยกับคนขายเห็ดโดยเฉพาะเห็ดนางฟ้า วันนี้เรื่องราวที่จะมาเล่า. คำพูดคือความจริงทุกคำ ถ้าผู้อ่านช่วยส่งต่อเอาบุญ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ขอให้ทุกคนที่ชอบกินเห็ด ได้ป้องกันที่ตัวเรา ว่าเราควรจะกินเห็ดต่อไปหรือจะเลิกกินเห็ด จะได้ป้องกันตนเองจากโรคร้ายที่จะตามมาจากรูปแบบที่เราคาดไม่ถึง จากการได้คุยเปิดใจ กับคนขายเห็ดหรือคนเพาะเห็ดขาย คุณมนัสมีอาชีพขายเห็ด ขายส่งต่อกับพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทำมาจนเข้าปีที่ 20 สิ่งหนึ่งที่รู้ในใจคือ จะไม่ให้ลูกและครอบครัวตัวเองกินเห็ดที่ขายเลย จนกระทั่งผลที่สุด....ร่างกายตัวเองทรุด หมดเรี่ยวหมดแรง ทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัว เป็นมาแบบนี้มาเป็นเดือน ๆ จนไปให้หมอตรวจร่างกาย หมอบอกว่ามีเชื้อมะเร็งในกระแสเลือด แต่หาจุดที่เป็นไม่เจอ แต่ฟังจากหมอพูดว่า มะเร็งถ้าเป็นระยะที่ 1 หรือที่ 2 คงไม่พบ นี่อาจจะเป็นระยะ 3 หรือ 4 แต่หมอก็ยังเช็คไม่ได้ว่าเป็นตรงไหน คุณมนัสก็กลับบ้านมาด้วยใจหดหู่หมดกำลังใจ แต่มีลูกที่น่ารักถึง 7 คน มีภรรยาที่น่ารัก แม่พ่อและญาติที่รักอีกหลายชีวิต ที่จะทำให้ต้องสู้กับโรคร้าย จนกระทั่งคุณมนัสได้เปิดใจ เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนเลยคือ สาเหตุที่ทำให้เป็นมะเร็ง คือน่าจะมาจากสาเหตุ จากการสูดดมสารในตัวเห็ดที่ตัวเองต้องทำขายทุกวันนั้นเอง เราถามว่าทำไมถึงทำให้คิดอย่างนั้น คุณมนัสเลยเล่าให้ฟังว่า การปลูกเห็ดนางฟ้าหรือเห็ดเข็ม จะต้องใช้ยาฆ่าหนอนหรือยาฆ่าแมลง และต้องใช้เป็นจำนวนมากทุกรอบ ที่ต้องการผลผลิตที่มากและดี ต้องไม่ให้มีหนอนและแมลง แล้วคุณมนัสไม้รู้หรือถึงได้เอามาขาย คุณมนัสตอบรู้ครับ เลยไม่ให้คนในครอบครัวกินเลย รวมทั้งเพื่อนพ้องที่ตัวเองรักก็ไม่แนะนำให้กิน เพื่อนบางคนถามผมว่า ทำไมไม่เอาเห็ดมาฝากบ้าง ทั้งที่มีอาชีพขายส่งเห็ด ในใจผมรู้แต่ไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไง แต่ไม่เคยเอาเห็ดนางฟ้าไปฝากใครเลย จนมาวันนี้เหมือนกับว่า สิ่งที่เจอจะเป็นเวรกรรมที่เราไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ ที่มาทำให้เป็นมะแร็ง ทั้งที่ไม่ได้กินเห็ดนางฟ้า ครอบครัวก็ไม่เคยกินเห็ดนางฟ้าหรือเห็ดเลย แต่ส่งขายให้คนกินทั้งประเทศ เวรกรรมจะมาย้อนที่หรือไม่ จึงถามไปว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น คุณมนัสเล่าต่อว่า ก่อนที่จะเป็นแบบนี้ เขาได้เห็นเจ้าของโรงเพาะเห็ด ที่ส่งเห็ดมาให้เป็นประจำ เป็นมะแร็งเต้านมและตัดเต้านมไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะหายหรือไม่ และลูกน้องที่ทำงานกับโรงเพาะเห็ด ก็มีอาการเจ็บป่วยไปทีละคนสองคนอย่างต่อเนื่อง และทุกคนที่ทำงานโรงเพาะเห็ด แต่ละคนมีสุขภาพไม่ดีกันเกือบทุกคน คุณมนัสไม่ได้เพาะเห็ดเอง แต่ผมเป็นผู้รับมาจำหน่ายต่อ ซึ่งล่าสุดก็มาพบเชื้อมะเร็งในกระแสเลือด จากนั้นจึงตั้งคำถามไปว่า เพราะอะไรที่ทำให้ทุกคนที่ทำงานตรงจุดนี้ จึงมีร่างกายไม่แข็งแรง คุณมนัสเลยเล่าให้ฟังว่า การเพาะเห็ดต้องใช้ยาสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนอนอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะเจ้าของโรงงานเพาะเห็ดและลูกน้อง ต้องสูดดมสารเคมีเหล่านั้น ถึงแม้คนปลูกเห็ดจะไม่กินเห็ด คนขายเห็ดไม่กินเห็ด แต่การสูดดมสารพิษพวกนี้ทุก ๆ วัน. มันก็สะสมในร่างกาย พอสะสมมาก ๆ ทุกวัน ๆ เลยมาแสดงอาการตอนมันเต็มที่แล้ว เมื่อขายเห็ดให้คนกินทั้งประเทศ แล้วผลเสียที่มีต่อคนอื่นต่อประชาชนคนที่ไม่รู้ เราก็จะเป็นบาปโดยที่ไม่รู้ตัวไหม เลยย้อนถามคุณมนัสว่า คุณมนัสเชื่อเรื่องเวรกรรมไหม โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวร คุณมนัสตอบมาวันนี้เข้าใจและเชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรม หลังจากเจอด้วยตัวเอง และคุณมนัสฝากบอกมาว่า ให้ประชาชนทุกคนจงรู้ว่า เห็ดถึงมีประโยชน์มาก แต่ก็มีโทษที่แอบแฝงมามากเช่นกัน เพราะถ้าคนที่เพาะเห็ดขายเพื่อหาผลกำไรมาก หรือต้องการกำไรมาก ก็จะใช้ยาฉีดที่เป็นอันตรายมากต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่ชอบกินเห็ด เริ่มแรกอาจมีผลข้างเคียง แต่นานไปถ้าสะสมมาก ๆ ก็จะเป็นเหมือนเจ้าของโรงเพาะเห็ดและคุณมนัสผู้ขายส่งต่อ หรือคนใกล้ชิดที่ทำอาชีพนี้ ซึ่งแต่ละคนก็มีสุขภาพที่ย่ำแย่กันทุกคน เรื่องราวที่เล่าให้ฟังนี้ ขอให้ประชาชนผู้บริโภค ได้เตรียมพร้อมและรู้ทัน ว่าควรกินเห็ดต่อหรือควรหลีกเลี่ยงการกินเห็ด เนื่องจาก คนปลูกเห็ดไม่กินเห็ด คนขายเห็ดไม่กินเห็ด เพราะแบบนี้นี่เองหรือ โปรดส่งต่อเป็นวิทยาทาน
    Mrs.Doubt
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เกร็ดประวัติศาสตร์ 🌸 🌿 💐 พระนางอีเลิศ นำ #เมี่ยงคำ อาหารมอญ มาเผยแพร่ ที่นครปฐม พ.ศ. ๑๑๘๒ ในรัชกาลของ มหาจักรพรรดิท้าวอู่ทอง (พระยาพาน) แห่งสหราชอาณาจักรคีรีรัฐ กรุงอู่ทอง (ราชบุรี) เมื่อพระยาศรีทรัพย์ ได้บวชเรียน และ สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยนาลันทา เรียบร้อยแล้ว จึงได้รับมอบหมาย จากท้าวอู่ทอง (พระยาพาน) ให้มาสร้างเมืองปะถมขึ้นต่อ แคว้นจักรนารายณ์ (นครชัยศรี) ปกครองโดยพระยาจักรนารายณ์ (อนุชา ของพระยาพาน) จนกระทั่งเมืองปะถม กลายเป็น แคว้นปะถม พระยาศรีทรัพย์ ได้อภิเษกสมรส กับ พระนางนวลจันทร์ (พระพี่นาง ของพระนางจันทร์เทวี) เป็นที่มาให้ พระยาศรีทรัพย์ ผู้ให้กำเนิดข้าวหลาม ที่เมืองคันธุลี ได้นำข้าวหลาม มาเผยแพร่ ที่แคว้นปะถม โดยมอบให้ พระนางนวลจันทร์ เป็นผู้ดำเนินการ จนกระทั่ง ข้าวหลามได้แพร่หลายไปทั่วแคว้นปะถม และ แว่นแคว้นข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ต่อมา พระยาศรีทรัพย์ และ พระนางนวลจันทร์ ได้ให้กำเนิดพระราชธิดา พระองค์หนึ่ง มีพระนามว่า เจ้าหญิงมัญชุศรี (พระนางศิลาขาว) ได้อภิเษกสมรส กับ ขุนหะนิมิต ในเวลาต่อมา เมื่อท้าวอู่ทอง (พระยาพาน) ทำสัญญาสันติภาพ กับ พระเจ้าสักกรดำ แห่งอาณาจักรอีสานปุระ ในปี พ.ศ. ๑๑๘๐ โดยที่พระเจ้าสักกรดำ ได้ถวายเจ้าหญิงอีเลิศ ราชธิดา ให้เป็นมเหสีฝ่ายซ้าย ของพระยาศรีทรัพย์ จนกระทั่งมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๑๑๘๑ จึงได้รับการพระราชทานพระนาม จากท้าวอู่ทอง (พระยาพาน) ว่า เจ้าชายบรมฤกษ์ ประชาชนทั่วไป เรียกพระนามว่า ขุนบรม คือ ต้นราชวงศ์ไตพวน ในเวลาต่อมา โอรสองค์ใหญ่ ของขุนบรม คือ พระลอ เป็นผู้สร้างอาณาจักรลานช้าง (หลวงพระบาง) และ โอรสอีกพระองค์หนึ่ง เป็นผู้สร้างแคว้นลานนา (เชียงใหม่) ในเวลาต่อมา ขณะที่ พระนางอีเลิศ มาประทับที่ แคว้นปะถมนั้น พระนางอีเลิศ พบเห็น พระนางนวลจันทร์ ส่งเสริมการผลิตข้าวหลามจำหน่าย แพร่หลายทั่วไป พระนางอีเลิศ จึงนำอาหารเมี่ยงคำ ของชนชาติมอญ แห่งอาณาจักรอีสานปุระ มาเผยแพร่ ที่เมืองปะถม ด้วย จนกระทั่งเมี่ยงคำ ได้แพร่หลายออกไปรอบๆ เมืองปะถม และ เมืองใกล้เคียง เช่นเดียวกับ ข้าวหลาม ต่อมา เมื่อเกิดสงครามแย่งนางอั่วคำ สงครามทุ่งไหหิน และ สงครามแย่งม้า ในปี พ.ศ. ๑๑๙๕ ส่งผลให้ในปี พ.ศ. ๑๑๙๖ มีผู้ลี้ภัยสงคราม เดินทางไปยัง เมืองศรีพุทธิ (ดอนธูป) และ เมืองศรีโพธิ์ (ไชยา) เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ตำนานวัดศรีราชัน กล่าวว่า ประชาชน ปลูกข้าวไม่ทัน จึงไม่มีข้าว ไปถวายเพล แก่พระภิกษุสงฆ์ จึงเป็นที่มา ของอาหารเมี่ยงคำ ที่พระนางอีเลิศ คิดค้นขึ้น เพื่อเป็นอาหารแก้ความอดยาก ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย พระนางอีเลิศ (แม่นางกาหลง) มเหสีฝ่ายซ้าย ของเจ้าพระยาศรีทรัพย์ ได้อพยพจากเมืองนครปฐม มายังเมืองศรีพุทธิ (ดอนธูป) มาตั้งพระราชวัง อยู่ที่บ้านใหญ่ ใกล้เขาจอสี เมื่อปี พ.ศ. ๑๑๙๖ เมื่อทราบว่า พระภิกษุ ไม่มีอาหารเพล จึงทำเมี่ยงคำ เครื่องปรุงตามภาพ ขึ้นมาถวายพระที่ วัดศรีราชัน โดยใช้ใบอีเลิศ (ใบชาพลู) มาเป็นตัวห่อหุ้ม เครื่องปรุงต่างๆ เมี่ยงคำ จึงขยายไปสู่ประชาชนผู้อพยพทั่วไป จึงมีการปลูก ใบอีเลิศ ไว้ที่วัดศรีราชัน จำนวนมาก แล้วขยายพันธุ์ ออกสู่บ้านเรือนประชาชน ในเวลาต่อมา เนื่องจาก สถานการณ์ในขณะนั้น คนไทย ชิงชังคนมอญมาก จึงเรียกพระนางอีเลิศว่า แม่นางกาหลง จึงรังเกียจ ที่จะใช้ใบอีเลิศ ห่อหุ้มเมี่ยงคำ จึงใช้ใบทองหลางอ่อน มาใช้แทน และ เปลี่ยนชื่อการเรียก ใบอีเลิศ เป็นชื่อใหม่ว่า ใบชาพลู สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน 🌸 🌿 🌼 Cr ข้อมูลและภาพประกอบบางส่วนจาก กลุ่มเสน่ห์โยเดีย Cr ภาพประกอบเพิ่มเติมจาก นิตยสารชีวจิต และอินเทอร์เน็ต (ขอบคุณเจ้าของภาพ) Posted by Onnie 🦋
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    "พื้นที่ที่มี จุดเสี่ยง ในกรุงเทพมหานคร" Update พื้นที่ที่มี "จุดเสี่ยง ในกรุงเทพมหานคร" ทั้งหมด ของการระบาดระลอกใหม่ จากตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร *ใครมีจุดเพิ่มเติมแนะนำได้นะ เก็บ Timeline มาได้เท่านี้ เป็นห่วงทุกคนนน* 25 เขต ในกทม. ที่มีจุดพื่นที่เสี่ยง ------------------------------------- 1. เขต คลองสาน - ร้านสมศักดิ์ ปูอบ สาขาบีทีเอสกรุงธน 2. เขต คันนายาว - รพ.สินแพทย์ จ.กรุงเทพฯ 3. เขต จตุจักร - BTS ห้าแยกลาดพร้าว - MRT บางซื่อ - เซ็นทรัล ลาดพร้าว - ยูเนี่ยน มอลล์ Union Mall - สถานีขนส่งหมอชิต(จตุจักร) กรุงเทพฯ 4. เขต จอมทอง - ตลาดอินดี้ ดาวคะนอง 5. เขต ดอนเมือง - สนามบิน ดอนเมืองอาคาร 2 ผู้โดยสารภายในประเทศ กรุงเทพฯ 6. เขต ดุสิต - โรงพยาบาลวชิระ - กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน สามเสน - รพ.รามาธิบดี 7. เขต ธนบุรี - คอนโด IDEO สาทร กรุงเทพฯ 8. เขต บางแค - เดอะมอลล์ บางแค 9. เขต บางกอกน้อย - ตลาดศาลาน้ำร้อน - ทรูช้อป@ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า - ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า 10. เขต บางกะปิ - เดอะมอลล์ บางกะปิ - โรงแรมอเล็กซานเดอร์ - หอพักหน้ารามคำแหงซอย 29 11. เขต บางขุนเทียน - โรงพยาบาลนครธน - ขนส่งจังหวัดเขตบางขุนเทียน - สำนักงานขนส่งทางบก กรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑ 12. เขต บางซื่อ - นมโจ ประชาชื่น (สาขาประชาชื่น39) - รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น จ.กรุงเทพฯ - ศรีสุวรรณ 13. เขต บางนา - ย่านอุดมสุข 14. เขต บางพลัด - ร้านอีสานกรองแก้ว 15. เขต บางรัก - Le Meridien Hotel Bangkok - Pullman G Hotel Bangkok - โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กรุงเทพฯ - วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) กรุงเทพฯ - สีลมคอมเพล็กซ์ 16. เขต บึงกุ่ม - วัดสุวรรณประสิทธิ์ - ตลาดนวดจันทร์ 17. เขต ปทุมวัน - สามย่านมิตรทาวน์ - BTS ราชเทวี - Central World - Mrt ลุมพินี - Mrt หัวลำโพง - โรงแรมอโนมา - มาบุญครอง - สยามสแควร์วัน 18. เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย - โรงพยาบาลกลาง 19. เขต พระนคร - ครัวแซ่บอีสาน 20. เขต ภาษีเจริญ - Seacon Bangkae - โรงพยาบาล พญาไท 3 21. เขต ราชเทวี - แพลตินัม - โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน กรุงเทพฯ - โรงพยาบาลรามาธิบดี Ramathibodi Hospital 22. เขต วังทองหลาง - โรงพยาบาลลาดพร้าว 23. เขต วัฒนา - Lamptitud เอกมัย - ตลาดอ่อนนุช 24. เขต สาทร - อาคารสาธรซิตี้ทาวเวอร์ 25. เขต หลักสี่ - รพ.มงกฏวัฒนะ จ.กรุงเทพฯ ข้อมูล: ณ วันที่ 25 ธ.ค. 63 โดยศูนย์ติดตามสถานการณ์ COVID-19 และกรมควบคุมโรค #COVID-19 #Covid #โควิด-19 #โควิด #สถานการณ์โควิด19 #สถานการณ์โควิด-19 #สถานการณ์COVID-19 #สถานการณ์COVID19 #ข่าวโควิด #โควิดวันนี้ #ข่าวโควิด #โควิด #ติดตามโควิด #ข่าว #ติดตามข่าว
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    มือถือเป็นชนวน เป็นตัวล่อฟ้าผ่า ไม่ควรใช้โทรศัพท์ตอนฝนตกจริงหรือไม่
    พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางลำไย มารศรี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.8 ต.ด่านช้าง และนางอัจฉรา นวลกระแส อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ในหมู่บ้านเดียวกัน สภาพเสื้อ และกางเกงฉีกขาด โดยที่โทรศัพท์มือถือของทั้งสองคนถูกฟ้าผ่ามีรอยไหม้พังเสียหายใช้การไม่ได้ ผู้รอดตายเล่าว่าไปทำนากัน 5 คน ฝนตกหนักเพื่อนๆจึงหลบฝนในกระท่อม แต่ตนเองยังไม่ทันจะไปถึงที่กระท่อมทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาที่กระท่อม ก่อนจะพบว่า ผู้ตายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในกระท่อมถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต โดยภายในศพทั้งสองคนพบโทรศัพท์มือถือถูกฟ้าผ่ามีรอยไหม้พังเสียหายใช้การไม่ได้ ส่วนอีกคนที่รอดชีวิตโชคดีที่ปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมา
    naydoitall
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false