ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
🇦🇺 ออสเตรเลีย อาจเผชิญการระบาดของ COVID ระลอกใหม่
สถานการณ์โควิดต่างประเทศ
🇦🇺 ออสเตรเลีย อาจเผชิญการระบาดของ COVID ระลอกใหม่
หลังมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่องในรัฐวิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลีย

ออสเตรเลียอาจเผชิญการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ สนข. ABC News ของออสเตรเลีย รายงานโดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Paul Kelly หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลออสเตรเลีย ว่า ออสเตรเลียพบจำนวนผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่เพิ่มมากขึ้นในสัปดาห์ก่อน ประมาณ 40,000 คน โดยเฉพาะในรัฐวิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลีย และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้
นาย Kelly ยังระบุว่า สายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย XBB BQ 1.1 และ B2 กำลังเริ่มระบาดในออสเตรเลีย รวมทั้งมีแนวโน้มจะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและอาจติดเชื้อซ้ำ อย่างไรก็ตาม คาดว่า สถานการณ์แพร่ระบาดจะไม่รุนแรง ขณะเดียวกัน Australian Technical Advisory Group on Immunisation (ATAGI) เตรียมเสนอคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็ม 5 ที่จำเพาะต่อสายพันธุ์โอมิครอน เพื่อรับมือกับการระบาดดังกล่าว

ที่มา : สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#PRDCOVID19
Mrs.Doubt
 •  4 ปีที่แล้ว
meter: true
1 ความเห็น

โควิด 2019

Thanathun. เลือกให้ข้อความนี้✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด

เหตุผล

ผู้เชี่ยวชาญในออสเตรเลียเตือนว่า การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 น่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยเป็นฝีมือของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพ

ที่มา

https://www.voathai.com/a/australia-warns-of-new-covid-surge/6820909.html

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ จริงหรือไม่
    ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง... ************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. >>>>อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ >>>#”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก. เพื่อขายวัคซีนป้องกันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! **Ny Ny*
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ฉีดวัคซีนโควิด -19 แค่ครั้งเดียวพอ หรือไม่
    มีวัคซีนหลายชนิด ที่ฉีดเพียงครั้งเดียวก็เกิดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต เช่น วัคซีนป้องกันงูสวัด สำหรับไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน (11 Mar 2021) ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวนั้นเพียงพอหรือไม่ เพราะด้วยความที่วัคซีน โควิด-19 เป็นวัคซีนที่ผลิตขึ้นใหม่ มีการฉีดและใช้กับผู้คนยังไม่เกิน 1 ปี ต้องมีการติดตามต่อไปว่าในระยะยาวแล้ว ภายใน 1 ปี ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นนั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ ระดับของภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นลดลงไปในระยะเวลานานเท่าไหร่ ทั้งนี้ มีแนวโน้มสูงมากว่า การฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากไวรัส โควิด-19 เป็นไวรัสที่อยู่ในตระกูลโคโรน่า ซึ่งมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา จึงเป็นไปได้ว่า วัคซีนที่ผลิตในวันนี้อาจจะไม่ครอบคลุมการระบาดซึ่งเกิดจากตัวไวรัสที่กลายพันธุ์ไปแล้ว จึงต้องมีการติดตามต่อไปเป็นระยะ ดังนั้น มาตรการทางสาธารณสุขก็ยังมีความจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ และการรักษาระยะห่างทางสังคม
    อุ้ม มั้ง
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    ประเทศ อินเดีย เตรียมเปิดตัว วัคซีนไวรัสโควิด 15 สิงหาคม​ศกนี้ จริงหรือ
    สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) หน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพระดับชั้นนำของอินเดีย มีแนวโน้มจะเปิดตัววัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ตัวแรกของประเทศภายใต้ความร่วมมือกับภารตะ ไบโอเทค อินเตอร์เนชันแนล (BBIL) บริษัทผู้ผลิตวัคซีนในเมืองไฮเดอราบัด ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้
    naydoitall
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กทม ผ่อนปรนระยะ 3 แล้วแต่ยังคงสั่งปิด ผับ-บาร์-สถานบันเทิง-อาบอบนวด ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้ จริงหรือ
    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน ข้อความระบุว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพมหานครจึงได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะ 3 โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป แต่ ผับ-บาร์-สถานบันเทิง-อาบอบนวด ขอให้ปิด ไม่สามารถเปิดทำการได้ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้
    naydoitall
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ผลสำรวจจาก ศบค แจ้งว่า คนไทยการ์ดเริ่มตก พฤติกรรมป้องกันตัวเองของคนในต่างจังหวัดดูแลตัวเองได้ดีกว่าคนกรุงเทพฯ จริงหรือ
    ศบค. แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ตอนหนึ่งถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองของคนไทยว่า มีแนวโน้มลดต่ำลง ทั้งการสวมหน้ากาก กินร้อน-ช้อนกลางส่วนตัว ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เอามือลูบหน้า-จมูก-ปาก โดยคนในต่างจังหวัดยังคงดูแลตัวเองได้ดีกว่าคนกรุงเทพฯ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่าการ์ดเริ่มตก
    naydoitall
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ขอตรวจสอบข่าวนี้ครับ เพื่อนส่งมาครับ จาก FB อ. สมเกียรติ โอสถสภา ครับ Covid-19: Red Alert in Myanmar "พม่าแตกแล้ว" เตือนภัยระดับสูงมากนะครับ เมียนมา เข้าสู่ 2nd Wave ที่รุนแรงอย่างแน่นอนแล้ว ทุกๆคนครับ คงต้องเตรียมยกการ์ดสูงสุด และถ้าเป็นไปได้ กองทัพบกและทัพเรือควรรีบปิดชายแดนทางบก และทางทะเลโดยทันทีครับ ณ จุดนี้ต้องตามสถานการณ์เมียนมาทุกวัน และพร้อมล็อคพรมแดนตะวันตกทั้งแนวครับ ถ้าเมียนมาเอาไม่อยู่ เราน่าจะมีเวลาจากวันนี้ไปอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่จะยัน ทางฝั่งเรา หรือส่งกองหนุนไปช่วยเมียนมารบ Covid ในบ้านของเขาเลยครับ ถ้าเมียนมาแพ้ เราก็อันตรายมากครับ Time Line: วันที่ 16 ส.ค. 63 ที่ผ่านมาตรวจพบ Local Transmission ในเมียนมาขึ่้น 1 กรณี หลังจากที่ไม่เกิดมาเลย 1 เดือนเต็ม นี่คือวันแรกของ 2nd Wave ในเมียนมา วันที่ 21 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 45 คนหลังจากผ่านมาได้ 6 วันนับจากวันแรก วันที่ 24 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 100 คน เพิ่มขึ้น 2 เท่าภายใน 3 วัน มีแนวโน้มว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อเร็ว มี Doubling Day แค่ 3 วัน วันที่ 26 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 206 คนยืนยัน Doubling Day แค่ 2-3 วัน สถานการณ์ช่วง 10 วันที่ผ่านมา ยืนยันได้แน่นอนว่า 2nd Wave แน่นอนแล้ว และรุนแรงกว่า 1st Wave มาก ตอนนี้รัฐบาลเมียนมารับรู้แล้ว และเริ่ม Partial Lockdown บางส่วน ซึ่งต้องตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะได้ผลแค่ไหนนะครับ แต่เชื่อได้ว่า รอบนี้ผู้ติดเชื้อมีโอกาสหลุดไประดับอย่างน้อย 2000 - 3000 สูงมาก และอาจไปไกลกว่านั้นมากถ้าเอาไม่อยู่ กรณีนี้ตัวเลขเริ่มต้นแย่และร้ายแรงกว่ากรณีดานังของเวียดนามที่เพิ่งผ่านมามากครับ Prediction: จุดเช็คว่ารัฐบาลเมียนมาเอาอยู่หรือไม่ จุดที่ 1 : ตัวเลขเฉพาะ 2nd Wave ถึง 800 คน ก่อน 1 ก.ย. คือเอาไม่อยู่ (คำนวณจาก Total Case ลบด้วย 374 คนของเวฟแรก) จุดที่ 2 : ตัวเลขเฉพาะ 2nd Wave ถึง 5,000 คน ก่อน 8 ก.ย. คือ เอาไม่อยู่อยู่และหนักมาก ด้วยความเคารพต่อท่านนายกประยุทธ รัฐบาลและกองทัพนะครับ ผมเชื่อว่า ภายใน 2-3 วันข้างหน้านี้ เราอาจจะต้องตัดสินใจในด้านปฏิบัติการทางทหารบางอย่าง เพื่อป้องกันชายแดนตะวันตกของเรา และรักษาประเทศของเราให้ปลอดภัยครับ ณ ปัจจุบัน ชายแดนฝั่งนั้น มีคนลักลอบเดินข้ามไปมามากมายเหลือเกิน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้นับจากนี้ไปแล้วครับ ผมจะตาม Update สถานการณ์ในเมียนมารายวัน คาดว่าภายใน 2-3 วันข้างหน้า เราน่าจะเห็นความเสี่ยงต่างๆชัดเจนมากขึ้นอีกมาก ซึ่งน่ากังวลใจเหลือเกินว่าอาจจะหนักครับ และถ้าเมียนมาพังหนักแบบฟิลิปปินส์ เราไม่รอดแน่ครับ ถ้าเป็นไปได้ ส่งกองหนุนไปช่วยเมียนมารบ Covid ในบ้านของเขาเลย น่าจะเป็นการต่อสู้เชิงรุกที่ดีที่สุดครับ ยังหวังอยู่ว่าอีก 2-3 วันตัวเลขจะกลายเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้ายครับ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false