รายการความเห็น
14494 ความเห็น
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีการเผยแพร่คลิปบนเฟซบุ๊ก อ้างว่า “พายุจำปี” มีกำลังแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุไต้ฝุ่นจำปีไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ไต้หวัน ฝนที่ตกในประเทศไทยช่วงนี้ไม่ได้เกิดจากพายุจำปีโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับร่องมรสุมและกระแสลมที่ปกคลุมประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ภาคใต้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 20–25 ตุลาคม 2569 ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้เสียงบรรยายในคลิปจะอ้างอิงข้อมูลพยากรณ์อากาศจริง แต่ภาพปกทำให้เข้าใจผิดว่าฝนในไทยเป็นผลโดยตรงจากพายุจำปี ดังนั้น ข่าวนี้จึงเป็น เนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด เพราะมีการนำข้อมูลฝนตกหนักที่เป็นจริงมาเชื่อมโยงกับพายุจำปีอย่างไม่ถูกต้อง
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 200 บาทต่อเดือน นอกเหนือจากเบี้ยความพิการปกติ
กรมบัญชีกลางเผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่า ผู้พิการที่ได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย จะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาทต่อเดือน วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เป็นวันโอนเงินช่วยเหลือดังกล่าวครั้งแรก ผู้มีสิทธิจะต้องผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐตามที่กำหนด เงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารเดียวกับที่ใช้ลงทะเบียนรับเบี้ยความพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากไม่มีบัญชีดังกล่าว จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของผู้พิการ ดังนั้น ข้อมูลที่ระบุว่าผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับเงินเพิ่ม 200 บาทต่อเดือน จึงเป็น เนื้อหาจริง โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
โครงการ HAARP (High-frequency Active Auroral Research Program) เป็นสถานีวิจัยในรัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา ที่ศึกษาคุณสมบัติของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์และการสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุ
เดิมโครงการได้รับการดูแลโดยหน่วยงานทางทหารของสหรัฐฯ ก่อนโอนการบริหารให้มหาวิทยาลัยอลาสกา แฟร์แบงก์ ในปี 2558 เพื่อดำเนินงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
HAARP ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคในชั้นบรรยากาศชั้นบน โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริเวณและชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือว่า HAARP สามารถควบคุมสภาพอากาศ ก่อให้เกิดแผ่นดินไหว หรือควบคุมจิตใจมนุษย์ได้
ปรากฏการณ์สภาพอากาศ เช่น ฝนและพายุ เกิดขึ้นเป็นหลักในชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าบริเวณที่ HAARP ใช้ศึกษามาก
ส่วนแผ่นดินไหวเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานและการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในเปลือกโลก ไม่ใช่ผลจากคลื่นวิทยุของโครงการนี้
ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างที่ว่า HAARP เป็นเทคโนโลยีควบคุมสภาพอากาศและภัยพิบัติขนาดใหญ่จึงเป็น ข้อมูลเท็จ เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ และไม่เชื่อหรือแชร์ทฤษฎีสมคบคิดโดยปราศจากหลักฐานยืนยัน
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
Thai PBS Verify ตรวจสอบภาพที่อ้างว่าคู่สามีภรรยาสูงวัยอายุ 80 ปี ถูกกลุ่มผู้ก่อจลาจลในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำร้ายและปล้นเสื้อผ้าจนเหลือเพียงชุดชั้นใน พบว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ของ Sightengine ระบุว่า ภาพมีโอกาสสูงถึง 99% ที่สร้างด้วย AI นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติทางกายภาพในภาพ เช่น นิ้วมือของหญิงสูงวัยที่มีขนาดผิดปกติ และศีรษะของผู้ชุมนุมที่ดูซ้อนทับกัน หนังสือพิมพ์ Libération ของฝรั่งเศสได้ตรวจสอบและยืนยันเช่นกันว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพปลอม ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุการณ์ทำร้ายและปล้นเสื้อผ้าคู่รักสูงวัยตามที่โพสต์กล่าวอ้างเกิดขึ้นจริง
การเผยแพร่ภาพลักษณะนี้อาจสร้างความตื่นตระหนก บิดเบือนสถานการณ์การประท้วง และกระตุ้นความเกลียดชังต่อผู้ชุมนุม
ดังนั้น ข่าวที่อ้างว่าม็อบฝรั่งเศสทำร้ายและปล้นเสื้อผ้าคู่รักชราจนเหลือแต่ชุดชั้นในจึงเป็น ข้อมูลเท็จ
ประชาชนควรตรวจสอบภาพจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
Thai PBS Verify ตรวจสอบภาพที่อ้างว่าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงไหม้จนผลงานศิลปะล้ำค่า รวมถึงภาพโมนาลิซา ตกอยู่ในอันตราย จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ภาพ AI เช่น WeDetect, Hive Moderation และ TruthScan พบข้อบ่งชี้ว่าภาพดังกล่าวสร้างขึ้นด้วย AI เมื่อนำภาพไปเปรียบเทียบกับ Google Earth ยังพบความผิดปกติที่ไม่ตรงกับสถานที่จริง
แม้ฝรั่งเศสจะมีเหตุประท้วงและความรุนแรงในบางพื้นที่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เกิดเพลิงไหม้ตามที่กล่าวอ้าง ภาพดังกล่าวจึงอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความตื่นตระหนกเกี่ยวกับความเสียหายต่อผลงานศิลปะสำคัญ
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาพที่สร้างด้วย AI สามารถดูสมจริงและถูกนำมาเผยแพร่ร่วมกับเหตุการณ์จริงได้
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
ZhangTaehun
ราคาน้ำมันในภาพคือราคาวันที่ 3 เม.ย. 2569 ไม่ใช่ราคาปัจจุบันในเดือนตุลาคม 2569
ใช้ใน 1 ข้อความ・2 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
กรมการขนส่งทางบกอนุโลมให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ป้ายทะเบียนรถสูญหาย สามารถขอทำป้ายทะเบียนใหม่ได้โดยไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนตัวจริง มาตรการดังกล่าวประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เพื่อช่วยลดขั้นตอนและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ผู้ขอสามารถใช้สำเนาเล่มทะเบียนรถและบัตรประชาชนตัวจริงในการยื่นคำขอได้
มาตรการนี้ครอบคลุมถึงรถที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับบริษัทไฟแนนซ์ด้วย
สามารถยื่นขอทำป้ายทะเบียนใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
มีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนแผ่นละ 100 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
อย่างไรก็ตาม การอนุโลมดังกล่าวมีระยะเวลาจำกัด โดยสามารถดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ・3 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18–25 ตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอด 8 วันในทุกพื้นที่
ช่วงวันที่ 18–20 ตุลาคม ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนช่วงวันที่ 21–25 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นในภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
ประชาชนควรระวังฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และลมกระโชกแรง
ขณะที่บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีฝนฟ้าคะนอง อาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือจึงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ดังนั้น ข่าวที่ระบุว่าจะมี “ฝนตกหนัก 8 วันติดต่อกัน” จึงเป็น ข้อมูลจริงบางส่วน เพราะมีประกาศเตือนฝนหนักในช่วงเวลาดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าฝนจะตกหนักทุกวันทั่วประเทศ
ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการเดินทางและเตรียมรับมือกับสภาพอากาศอย่างเหมาะสม
ใช้ใน 1 ข้อความ・3 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
มีรายงานการสำรวจพบรอยเท้าที่คาดว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) จังหวัดอุดรธานี
เมื่อเวลา 09.00 น. นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ภธ.3 (ภูพระบาท) บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ
จากการสำรวจเบื้องต้นพบรอยเท้าจำนวน 4 รอย แต่ละรอยมีความกว้างและความยาวประมาณ 32 เซนติเมตร
รอยเท้าแต่ละรอยมีระยะห่างกันประมาณ 80 เซนติเมตร
ผู้ที่พบรอยดังกล่าวเป็นคนแรกคือนายพิชัย ประเทศเสนา บุคลากรสังกัดเทศบาลตำบลทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ให้มายังไม่ระบุผลการตรวจสอบทางวิชาการที่ยืนยันว่ารอยดังกล่าวเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริง
ดังนั้น ข่าวนี้จึงจัดเป็น ข้อมูลจริงบางส่วน เพราะมีรายงานการสำรวจพบรอยที่คาดว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ แต่ยังต้องมีหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
ใช้ใน 1 ข้อความ・3 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
ปลาอัลลิเกเตอร์ หรือปลาจระเข้ (Alligator Gar) เป็นปลาที่มีไข่และรังไข่ซึ่งมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ จึงไม่ควรนำส่วนดังกล่าวมาบริโภค
หากรับประทานไข่เข้าไป อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสียรุนแรง รวมถึงอาจเกิดภาวะช็อกได้
สารพิษในไข่ไม่สามารถกำจัดได้อย่างมั่นใจด้วยการปรุงอาหารด้วยความร้อนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างว่าเนื้อปลาอัลลิเกเตอร์ทุกส่วนมีพิษนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเนื้อปลาสามารถนำมารับประทานได้เมื่อจัดการอย่างถูกวิธี
สิ่งสำคัญคือ ต้องแยกไข่ รังไข่ และอวัยวะภายในออกอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารพิษในเนื้อปลา
ดังนั้น ข่าวที่ระบุว่าห้ามบริโภคปลาอัลลิเกเตอร์เพราะมีพิษจึงเป็น ข้อมูลจริงบางส่วน เพราะพิษอยู่ในบางส่วนของปลา ไม่ใช่เนื้อปลาทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากพบปลาชนิดนี้หลุดจากบ่อเลี้ยง ไม่ควรจับมาชำแหละหรือบริโภคเอง ควรแจ้งเจ้าของบ่อหรือกรมประมงเพื่อความปลอดภัย
ใช้ใน 1 ข้อความ・3 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
มีการเผยแพร่คลิปทดลองหยดหัวเชื้อแต่งกลิ่นแมงดานาลงบนกล่องโฟมจนละลาย พร้อมกล่าวอ้างว่า หากรับประทานเข้าไปจะกัดกระเพาะอาหารและลำไส้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า สารแต่งกลิ่นดังกล่าวมีคุณสมบัติทางเคมีที่สามารถทำให้โฟมละลายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกัดทำลายอวัยวะภายในเมื่อบริโภคตามวิธีใช้
ผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสที่ผ่านการประเมินความปลอดภัย สามารถใช้ในอาหารได้หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนฉลาก
อย่างไรก็ตาม การใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ จึงไม่ควรเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดปลอดภัยโดยไม่มีเงื่อนไข
ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากครบถ้วน มีเลขสารบบอาหาร และปฏิบัติตามวิธีใช้ที่กำหนด
นอกจากนี้ ไม่ควรใช้กล่องโฟมทดสอบสารหรือรองรับหัวเชื้อเข้มข้นโดยตรง เพราะผลที่เกิดขึ้นไม่ได้บ่งชี้ถึงอันตรายต่อร่างกายโดยตรง
ดังนั้น ข่าวที่ระบุว่าน้ำแต่งกลิ่นแมงดานากัดกระเพาะและลำไส้จึงเป็น ข้อมูลจริงบางส่วน เพราะสารสามารถละลายโฟมได้จริง แต่ข้อกล่าวอ้างว่ากัดอวัยวะภายในเมื่อรับประทานตามปริมาณที่กำหนดนั้นไม่มีหลักฐานรองรับจากข้อมูลที่ให้มา
ใช้ใน 1 ข้อความ・3 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
มีการเผยแพร่ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ผู้ที่ถ่ายภาพนิ่งหรือคลิปวิดีโอในวัดและโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อนำไปเผยแพร่ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมวันละ 1,000 บาท
กรมศิลปากรมีกฎระเบียบกำหนดให้การถ่ายทำในโบราณสถานเพื่อเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม โดยครอบคลุมทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
อัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามประเภทและสัญชาติของผู้ถ่ายทำ เช่น ภาพนิ่งของไทยวันละ 1,000 บาท และของต่างประเทศวันละ 5,000 บาท โดยการถ่ายทำไม่ถึง 5 ชั่วโมงในบางประเภทคิดค่าธรรมเนียมครึ่งหนึ่ง
ผู้ที่ประสงค์จะถ่ายทำต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยายืนยันว่า ผู้ที่ถ่ายภาพเพื่อสร้างรายได้หรือใช้ในเชิงพาณิชย์เท่านั้นที่ต้องขออนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม
ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ถ่ายภาพหรือคลิปไว้เป็นที่ระลึก หรือโพสต์ลงโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้หารายได้ สามารถทำได้ตามปกติภายใต้ระเบียบการเข้าชม
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
ระหว่างวันที่ 15–16 ตุลาคม 2569 มีเพจเฟซบุ๊กอย่างน้อย 3 เพจ เผยแพร่ข้อมูลว่าน้ำมันจะปรับขึ้นราคา 0.70–4 บาทต่อลิตร พร้อมภาพกราฟิกราคาน้ำมันที่ระบุว่ามีผลวันที่ 16 ตุลาคม 2569
จากการตรวจสอบพบว่า ภาพราคาน้ำมันดังกล่าวเป็นราคาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ไม่ใช่ราคาล่าสุดตามที่กล่าวอ้าง
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 15–16 ตุลาคม 2569 ไม่มีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันตามข้อมูลที่เผยแพร่
การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยราคาดังกล่าวยังมีผลถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569
ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ เวลา 05.00 น. ได้แก่ ดีเซล 42.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.44 บาทต่อลิตร
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
“อีลอน มัสก์” เปิดตัว Roadster รถสปอร์ตไฟฟ้าตีลังกาได้ เล็งผลิตปี 2028 อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla เปิดเผยแผนพัฒนารถสปอร์ตไฟฟ้า Roadster ที่ร่วมมือกับ SpaceX พร้อมแนวคิดใช้ระบบขับดันคล้ายจรวดเพื่อช่วยให้รถยกตัวและหมุนกลางอากาศได้
รถรุ่นนี้ถูกกล่าวอ้างว่าสามารถเร่งจาก 0–97 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที และมีแผนเริ่มผลิตในปี 2028 หลังเลื่อนกำหนดการมาหลายปี
อย่างไรก็ตาม คำว่า “รถบินได้” อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะการยกตัวกลางอากาศในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะบินได้อย่างต่อเนื่องเหมือนเครื่องบิน นอกจากนี้ ตัวเลขสมรรถนะและกำหนดการผลิตยังต้องพิจารณาจากข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
คลิปที่อ้างว่าแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงจนล้นตลิ่ง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ถูกนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลตรวจสอบพบว่า องค์ประกอบในคลิป ทั้งลักษณะผู้คน อาคาร และโครงสร้างสะพาน มีจุดที่ไม่สอดคล้องกับสถานที่จริง เมื่อนำคลิปไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hive Moderation พบแนวโน้มว่าอาจเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI แต่ผลดังกล่าวไม่ใช่ข้อยืนยันเด็ดขาด นอกจากนี้ การค้นหาคลิปต้นฉบั ผ่าน Google Lens ยังไม่พบแหล่งที่มาที่สามารถยืนยันเหตุการณ์ได้ เมื่อตรวจสอบประวัติบัญชีผู้เผยแพร่ พบว่าเคยโพสต์คลิปที่สร้างด้วย AI หลายชิ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันระดับน้ำ ณ จุดเกิดเหตุได้โดยตรงในวันดังกล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
กรณีคลิปขนมฝอยทองที่มีแมลงจำนวนมากบินตอม มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแมลงวัน ก่อนมีคนชี้แจงว่าเป็นผึ้งที่ชอบตอมอาหารรสหวาน
อย่างไรก็ตาม แม้ผึ้งจะหาอาหารจากน้ำหวานและเกสรดอกไม้เป็นหลัก แต่บางชนิดก็อาจสัมผัสมูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือเศษอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคได้ เชื้อแบคทีเรียจึงอาจติดมากับขา ลำตัว และปากของผึ้ง ก่อนปนเปื้อนสู่อาหารที่บินไปตอม งานวิจัยเกี่ยวกับผึ้งไร้เหล็กไนพบว่า ผึ้งบางชนิดมีพฤติกรรมเข้าหามูลสัตว์ ซากสัตว์ และอาหารของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การพบเชื้อบนตัวแมลงไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผู้บริโภคเจ็บป่วยทุกครั้ง และยังไม่ควรสรุปว่าผึ้งมีความเสี่ยงต่ำกว่าแมลงวันอย่างมากหากไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบที่ชัดเจน นอกจากนี้ การปล่อยอาหารให้แมลงตอมยังมีความเสี่ยงด้านสุขอนามัย และอาจเกิดอันตรายหากกลืนผึ้งที่ยังมีชีวิตเข้าไป
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปที่อ้างว่าน้ำท่วมบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา สูง 2 เมตรต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 พบว่าเครื่องมือตรวจสอบหลายเว็บไซต์ชี้ว่า คลิปมีโอกาสสูงที่จะสร้างขึ้นด้วย AI
อย่างไรก็ตาม ผลจากเครื่องมือเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่าเป็นคลิปที่สร้างด้วย AI
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมจริงใน จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 พบว่าหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง
ใน ต.หัวไทร อ.บางคล้า ระดับน้ำลดลงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้บางเส้นทางกลับมาสัญจรได้
ขณะที่ ต.สาวชะโงกยังมีน้ำท่วมขังสูงระดับเอว และเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรายังมีน้ำท่วมถนนบางสาย
ส่วน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม ระดับน้ำลดลงจนใกล้กลับสู่ภาวะปกติ
ดังนั้น สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เกิดขึ้นจริง แต่คลิปที่อ้างว่าน้ำสูง 2 เมตรยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง
ประชาชนควรตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนแชร์ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้เข้าใจผิด
ใช้ใน 1 ข้อความ・8 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
วันที่ 13 ต.ค. 2569 มีรายงานพบฟองสีขาว คราบดำ และกลิ่นเหม็นบริเวณประตูระบายน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จ.ปทุมธานี ระหว่างการเร่งระบายน้ำท่วมขัง
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ให้ข้อมูลว่า ฟองอาจเกิดจากสารซักฟอก สารซักล้าง หรือสารเคมีที่ปะปนมากับน้ำ
อย่างไรก็ตาม การพบฟองขาวและคราบดำเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถยืนยันชนิดและปริมาณสารปนเปื้อนได้
หากน้ำมีสารเคมีปนเปื้อนหรือมีคุณภาพเสื่อมโทรม อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งมีชีวิตในน้ำได้
จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติ และไม่ควรนำน้ำดังกล่าวมาอุปโภคบริโภคโดยตรง
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนำปลาและพืชผักจากบริเวณที่สงสัยว่าปนเปื้อนมารับประทาน จนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันความปลอดภัย
ขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันชนิดสารปนเปื้อนหรือระดับความรุนแรง จึงไม่ควรสรุปว่าน้ำมีสารพิษอันตรายชนิดใดโดยเฉพาะ
ใช้ใน 1 ข้อความ・8 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพเนื้อในชามก๋วยเตี๋ยวที่มีประกายเหลือบสีรุ้ง จนเกิดข้อสงสัยว่าสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Iridescent Meat” ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว
สาเหตุเกิดจากโครงสร้างของเส้นใยกล้ามเนื้อที่ทำให้แสงเกิดการสะท้อนและแทรกสอด จนมองเห็นเป็นสีรุ้ง
ดังนั้น การพบประกายสีรุ้งบนเนื้อเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเนื้อเน่าเสียหรือมีสารเคมีปนเปื้อน
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเนื้อในภาพปลอดภัยต่อการรับประทาน โดยพิจารณาจากสีเพียงอย่างเดียว
ผู้บริโภคควรตรวจสอบความสด กลิ่น และลักษณะของเนื้อ รวมถึงความสะอาดและการปรุงสุกอย่างทั่วถึง
หากเนื้อมีกลิ่นผิดปกติ มีเมือก หรือสงสัยว่าเก็บรักษาไม่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
ใช้ใน 1 ข้อความ・8 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
การดองปูนาด้วยเกลือไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะกำจัดพยาธิและปรสิตที่อยู่ในตัวปูได้ทั้งหมด
ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า พยาธิใบไม้ปอดระยะติดต่อในปูน้ำจืดสามารถทนต่อการดองเค็มได้นาน โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของเกลือและระยะเวลาที่ดอง
การศึกษาหนึ่งพบว่า แม้ดองด้วยเกลือที่ความเข้มข้น 5–10% ก็ยังตรวจพบพยาธิมีชีวิตหลังผ่านไป 32 วัน และต้องใช้เวลาถึง 64 วันในเงื่อนไขที่ศึกษาเพื่อให้พยาธิตายทั้งหมด
นอกจากนี้ การแช่น้ำเกลือหรือน้ำมะนาวก็ไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ในการกำจัดพยาธิ
การรับประทานปูนาดิบหรือปูดองที่ไม่ผ่านการปรุงสุกจึงยังมีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิและเชื้อก่อโรค
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือปรุงปูให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
ใช้ใน 1 ข้อความ・8 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2569 มีการเผยแพร่ข้อความอ้างว่าการสนับสนุนผู้สมัครโดยพรรคการเมืองอาจขัดต่อระเบียบและทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โคแฟคตรวจสอบระเบียบกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2569 และ พ.ร.บ.ประกันสังคม พบว่าไม่มีข้อกำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นกลางทางการเมืองหรือห้ามพรรคการเมืองเข้ามาแทรกแซงโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ไม่เป็นหรือเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี สำนักงานประกันสังคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงตรงกันว่า ผู้สมัครสามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ และนักการเมืองสามารถรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิได้ หากไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามอื่น ข้อกำหนดเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและการไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง เคยปรากฏในร่างแก้ไขระเบียบข้อ 27 (6) แต่ร่างดังกล่าวถูกยกเลิกหลังมีเสียงคัดค้าน และไม่ได้มีผลบังคับใช้ ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าระเบียบฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นกลางทางการเมืองจึงไม่ถูกต้อง และการมีพรรคการเมืองสนับสนุนผู้สมัครเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ
ใช้ใน 1 ข้อความ・8 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
ข้อความเตือนให้ประชาชนเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากพายุ “แตดบิด” จะเข้าไทยช่วงวันที่ 6–11 ต.ค. 2569 เป็นข้อมูลเท็จ
จากการตรวจสอบ ไม่พบชื่อพายุ “แตดบิด” ในระบบ และประกาศดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา
อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 30 ก.ย.–3 ต.ค. 2569 ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่
ส่วนช่วงวันที่ 4–6 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง
พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก
ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและอาจมีฝนตกหนักบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมและมวลอากาศเย็นจากจีน
ดังนั้น แม้จะมีการคาดการณ์ฝนตกหนักบางพื้นที่ แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าพายุ “แตดบิด” จะเข้าไทยตามที่กล่าวอ้าง
ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์อย่างถูกต้อง
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
มีการเผยแพร่ข้อความว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงหลายแห่งจนทำให้กรุงเทพฯ น้ำท่วมหนัก แต่ข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
กทม. ชี้แจงว่า ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ และยังคงพัฒนาระบบแก้มลิงเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มีบางโครงการที่ไม่ได้ดำเนินการต่อ เช่น พื้นที่คลองคู้บอนและคลองบางชัน เนื่องจากพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการ รวมถึงข้อจำกัดด้านประชาพิจารณ์
ปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รองรับน้ำได้รวมประมาณ 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอีก 7 แห่ง ตั้งเป้าให้มีรวม 45 แห่ง และรองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร
กทม. ยังพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การปรับปรุงคลองและเพิ่มประสิทธิภาพอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น จึงไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการยกเลิกโครงการบางแห่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพฯ น้ำท่วมหนัก
สรุป: ข่าวที่อ้างว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงจนทำให้น้ำท่วมหนักเป็นข่าวเท็จ แต่มีการปรับหรือยุติบางโครงการจริง
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินรอบเดือนกันยายน 2569 ระหว่างวันที่ 26–30 กันยายน พบการปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วในแม่น้ำสาย ซึ่งมีค่าบางรายการเกินมาตรฐาน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำสายโดยตรง
การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาขา รวมถึงแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง
สารหนูและตะกั่วเป็นโลหะที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หากได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เป็นอันตราย
ประชาชนจึงควรงดนำน้ำจากแม่น้ำสายมาใช้ดื่ม ทำอาหาร หรือใช้อุปโภคโดยตรง จนกว่าจะมีคำแนะนำจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มเพื่อดูค่าที่ตรวจพบ จุดเก็บตัวอย่าง และประเภทการใช้น้ำที่มีความเสี่ยง
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
มีการเผยแพร่ข้อความว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงหลายแห่งจนทำให้กรุงเทพฯ น้ำท่วมหนัก แต่ข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
กทม. ชี้แจงว่า ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ และยังคงพัฒนาระบบแก้มลิงเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มีบางโครงการที่ไม่ได้ดำเนินการต่อ เช่น พื้นที่คลองคู้บอนและคลองบางชัน เนื่องจากพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการ รวมถึงข้อจำกัดด้านประชาพิจารณ์
ปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รองรับน้ำได้รวมประมาณ 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอีก 7 แห่ง ตั้งเป้าให้มีรวม 45 แห่ง และรองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร
กทม. ยังพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การปรับปรุงคลองและเพิ่มประสิทธิภาพอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น จึงไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการยกเลิกโครงการบางแห่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพฯ น้ำท่วมหนัก
สรุป: ข่าวที่อ้างว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงจนทำให้น้ำท่วมหนักเป็นข่าวเท็จ แต่มีการปรับหรือยุติบางโครงการจริง
ใช้ใน 0 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
