(3251 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยการหลงเชื่อข่าวปลอมเกี่ยวกับอายุหรือไม่ระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ข่าวปลอมกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่งแต่ด้วยประเด็นที่แตกต่างออกไปจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งข่าวปลอมส่วนใหญ่โฟกัสอยู่ที่เรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนในระหว่างการเลือกตั้งที่สหรัฐอเมริกาข่าวปลอมโฟกัสที่เรื่องการเมืองเป็นหลัก แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การเมืองมีผลต่อการควบคุมการระบาดของโรคและการระบาดของโรคก็มีผลต่อการเมืองเช่นกันstd48064• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือมั่วนิ่ม พ่อค้า-แม่ค้า "ตลาดกิมหยง" ติดโควิดยกตลาด ห้ามเข้าเด็ดขาดผวา "ตลาดกิมหยง" พบแม่ค้าพ่อค้า ติดเชื้อโควิด-19 ถึงร้อยละ 82 ห้ามเข้าไปในพื้นที่เด็ดขาด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็น ข่าวบิดเบือน ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อในสื่อสังคมออนไลน์ว่า "ตลาดกิมหยง" พบแม่ค้าพ่อค้า ติดเชื้อโควิด-19 ถึงร้อยละ 82 ห้ามเข้าไปในพื้นที่เด็ดขาด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย เทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือนstd49574• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสธ.เตือน “อย่าเชื่อ-อย่าแชร์” ข่าวปลอมอ้างมีคนตายจากฝุ่นPM2.5เมื่อวันที่ 16 ม.ค.62 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แจ้งเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตจากการได้รับฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ขณะนี้พบการแชร์ข่าวมั่วทางโซเชียล อ้างว่าได้รับฝุ่น PM2.5 จนเกิดอาการผิวหนังพุพองและช็อคเสียชีวิต แต่ข้อเท็จจริงเป็นการนำรูปผู้ป่วยแพ้ยาจากเพจอื่นมาสร้างความตื่นกลัวให้สังคม ฉะนั้นหากประชาชนพบเห็นข่าวดังกล่าว กรุณาอย่าเชื่อ และ อย่าแชร์ต่อThamonwan Meehin• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวถังกฐิน ถังผ้าป่าปลอมข่าวถังกฐิน ถังผ้าป่าปลอมหลายร้อยใบจากแก๊งพระปลอมระบาดหนักมากๆๆๆขอมาวางตามร้านค้าเป็นแก๊งมิจฉาชีพรายได้สูง หากินแบบโกงๆทำง่ายๆ ตำรวจกำลังกวาดล้างมีทุกร้านค้าให้ระวัง ข่าว ช่อง 7 ค่ะผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยข่าวปลอม “ดื่มน้ำมะนาวร้อน” ฆ่าโควิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ข่าวปลอมเรื่องสมุนไพรสามารถรักษาการแพร่ระบาดมีมากมาย การดื่มน้ำมะนาวก็เช่นกัน เนื่องจากมีการเผยแพร่และส่งต่อในสื่อโซเชียลมีเดียว่าการดื่มน้ำมะนาวร้อนช่วยต้านเชื้อ โควิด-19 ได้ ซึ่งมีผู้ส่งข้อความมาให้ cofact.org (โคแฟค) ตรวจสอบ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2563 ประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำมะนาวร้อน ช่วยต้าน โควิด-19 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ โดยระบุว่า จากที่มีการโพสต์ข้อความว่า ดื่มน้ำมะนาวร้อนทุกวัน จะช่วยต้าน โควิด-19 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ให้ข้อมูลว่า น้ำมะนาว มีวิตามินซีช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำมะนาวร้อนสามารถฆ่าเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้ ตามสรรพคุณยาโบราณ น้ำมะนาวนั้น มีรสเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ ฟอกโลหิตประจำเดือนของสตรี โดยวิธีใช้ผสมกับเกลือ และน้ำตาลทรายแดง จิบเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ กินเป็นยาฟอกเลือด กัดเถาดานในท้อง ล้างเสมหะในคอ ล่าสุดมีการแชร์ตามสื่อโซเชียลมีเดียซ้ำอีกครั้งว่า ดื่มน้ำมะนาวผสมเกลือเป็นวิธีฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งระบุเพิ่มเติมด้วยว่าการดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือ น้ำสมุนไพร และน้ำมะนาว เพราะเชื้อโควิด -19 กลัวน้ำดังกล่าว ซึ่งคราวนี้กรมควบคุมโรคได้ออกมาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการสร้างข้อมูลเท็จนำมาเผยแพร่ซ้ำเพื่อสร้างความเข้าใจผิด กรมควบคุมโรค เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ใดยืนยันว่าการดื่มน้ำมะนาวผสมเกลือช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสฯ ที่ดีที่สุดขณะนี้ คือ ลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็น หมั่นล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่แออัด สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ และหากมีไข้ หรืออาการเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องstd47897• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย#SAVEปลัดกระทรวงมหาดไทย คนไทยรู้ทันเล่ห์กล "กบฏมุสลิม" อย่าให้คนดีต้องถูกทำลาย จากการประโคมข่าวของสื่อกระแสหลัก ในการประชุมทางไกลภายในของฝ่ายข้าราชการประจำ กระทรวงมหาดไทย (27 ธ.ค. 2565) ซึ่งในการประชุมมิได้มีการอนุญาตให้นำคลิปทั้งหมดหรือบางส่วน ไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนแต่อย่างใดนั้น ปรากฏว่ามีการแอบถ่ายคลิป และตัดต่อเอาเฉพาะถ้อยคำบางส่วน ของปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความเสื่อมเสีย โดยเฉพาะประเด็นที่พาดพิงถึงสถาบันการศึกษา อย่างเช่น คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสยาม เป็นต้น นับตั้งแต่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เข้าดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2564) เป็นต้นมา เกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ขึ้นในกระทรวงมหาดไทย มีการนำ "พระพลังแผ่นดิน" ของในหลวงรัชกาลที่ 10 มอบให้แก่ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด (ซึ่งกว่าครึ่งเป็นมุสลิมเชื้อสายมลายู) เพื่อนำไปประดิษฐานในจวนผู้ว่าฯ และเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า "แผ่นดินนี้คือ แผ่นดินแห่งพุทธศาสนา" ปลัดสุทธิพงษ์ ได้แต่งตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 2 รูป ให้เป็นที่ปรึกษา (ตาม พ.ร.บ.อิสลาม 2540 "คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย" เป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยตำแหน่ง) ปลัดสุทธิพงษ์ ได้นำผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ นายก อ.บ.จ. นายก อ.บ.ต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฟังปาฐกถาธรรม และรับมอบนโยบาย ให้ผู้นำการปกครองทำนุบำรุงพุทธศาสนาในจังหวัดของตน และขับเคลื่อนงานของพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ในกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสกัดอิทธิพลของ "มุสลิมเชื้อสายมลายู" ซึ่งแทรกซึมไปเกือบทุกหน่วยงาน ในกระทรวงมหาดไทย นับตั้งแต่สมัย นายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็นปลัดกระทรวง และนายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ซึ่งได้นำพระพุทธรูป ออกจากห้องทำงานของรัฐมนตรี) เป็นต้นมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ใครคุมกระทรวงมหาดไทยได้ ก็คุมการปกครองทั่วทั้งประเทศไทยได้ ก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะทำลาย นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ (ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2557) นายอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส (ซึ่งควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอันดับ 1 ของจังหวัด) ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ถูกสั่งย้ายให้ไปรักษาการ นายอำเภอบางขัน จ.นครศรีธรรมราช แต่เมื่อคณะกรรมการสอบสวนฯ ระบุว่า นายวิชาญเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นายอำเภอเมือง จ.สงขลา ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากมุสลิมเชื้อสายมลายู ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นปลัดจังหวัดสตูลในปัจจุบัน การแอบถ่ายคลิป และตัดต่อเฉพาะถ้อยคำบางส่วน จากการประชุมภายในของหน่วยงานราชการของรัฐ แล้วนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ นับเป็นความพยายามของ "มุสลิมเชื้อสายมลายู" ซึ่งไม่พอใจนโยบายของปลัดสุทธิพงษ์ และต้องการที่จะทำลายท่าน โดยใช้สื่อกระแสหลัก (ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของตนเอง) เป็นเครื่องมือ การกระทำดังกล่าว ย่อมทำให้ผู้ฟังภายนอก ซึ่งไม่ได้อยู่ในที่ประชุม และไม่ได้ฟังการประชุมทั้งหมด เข้าใจผิดได้ง่าย นับเป็นเจตนาที่มุ่งทำลายโดยตรง และเป็นวิธีการที่ไม่อาจยอมรับได้ แม้ว่าถ้อยคำที่ถูกตัดต่อและเผยแพร่นั้น จะฟังดูไม่เหมาะสม แต่เมื่อเทียบกับนโยบายและผลงานของปลัดสุทธิพงษ์แล้ว ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ และการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยนั้น ย่อมสั่นสะเทือน "กบฏมุสลิม" เป็นอย่างยิ่ง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะมีความพยายามทำลาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้ ในเวลานี้ ชาวพุทธไทยทุกท่าน ควรจะออกมาปกป้อง ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยการส่งต่อข้อความ (#saveปลัดกระทรวงมหาดไทย) ให้มากที่สุด กรุณาแชร์ต่อข่าวการเมืองภาคใต้ไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น ในราคาเพียง 1,000 บาทmobile-menu Logo ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand searchiconmobile จำนวนผู้เข้าชม 15,631,725 ข่าวปลอม การเงิน-หุ้น ข่าวปลอม อย่าแชร์! ปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น ในราคาเพียง 1,000 บาท 5 กรกฎาคม 2022 | 13:30 Facebook Twitter Link Youtube ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวประเด็นเรื่องปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น ในราคาเพียง 1,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการโพสต์ข้อความระบุว่าปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น ในราคาเพียง 1,000 บาท ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบประเด็นดังกล่าวและชี้แจงว่า เพจดังกล่าวเป็นการแอบอ้าง เนื่องจากทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน ไม่ได้มีการเปิดลงทุนหุ้น ในราคาเพียง 1,000 บาทแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของ SET เป็นการแอบอ้างใช้โลโก้ไปใช้ให้ประชาชนเกิดความสับสน โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่แอบอ้างแต่อย่างใดstd48374• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไปรษณีย์ไทย ระงับส่งพัสดุ 7 ประเทศอาหรับ ชั่วคราวคราว และดีเลย์อีก 25 ประเทศผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ตอบโต้ สว.อังคณา ยืนยันไทยไม่ช่วยเขมรดับไฟป่าเด็ดขาด ใครอยากช่วยให้ออกเงินเองข่าวไทยกัมพูชาข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพายุไต้ฝุ่นเบบินคา ลูกนี้แรงที่สุดเท่าที่มีมาตั้งแต่ปี 1949 เตือนคนไทยเตรียมรับมวลน้ำจำนวนมากไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 คนไทยและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 คนไทยและนักท่องเที่ยว 10 ประเทศ ตามที่นายกรัฐมาตรีแถลง สามารถเดินทางมายังประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัวโควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือ ให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเช่าเหมาลำบินเข้าภูเกตไฟเขียวนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกบินเข้าไทยหลัง COVID-19 เช่าเหมาลำจากจีนมาลงภูเก็ต 150 คน ตามมาตรการนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) เริ่มวันที่ 8 ต.ค.นี้โควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสมุนไพรเพชรสังฆาตแก้ริดสีดวง จริงหรือไม่บัญชียาหลักแห่งชาติได้กล่าวว่าสมุนไพรไทย เพชรสังฆาต สามารถบรรเทาอาการริดสีดวงได้ โดยสารสกัดเพชรสังฆาตมีฤทธิ์กระตุ้นหลอดเลือดดำ ให้มีความตึงตัวเพิ่มขึ้น สามารถลดอาการปวดและทำให้หลอดเลือดดำแข็งแรงขึ้นได้ จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจากหมอ โสภณ เมฆธน อดีตปลัด สธ และผู้ช่วยรัฐมนตรี สธ Covid-19: ความหวังและความยากลำบาก Update ข่าวดีและข่าวร้าย หลังผ่านไป 18 วัน จากนี้ไปข้างหน้าเราต้องเตรียมตั้งรับกับสิ่งใด และมองย้อนหลังไปเราทำกันมาได้ขนาดไหน ผมทำกราฟมาอธิบายให้ครับ ประเมินสถานการณ์ตัวเลข ณ วันนี้: 1. ข่าวดีสำคัญ สงกรานต์ที่เงียบมาก ทำให้เราสามารถช่วยกันหนี %Increase ระดับ 40% ของ British Variant มาได้แล้ว วันนี้ตัวเลขมาอยู่ที่ 15.26% และเริ่มเข้าสู่ Negative Exponential Curve ของกราฟ %Increase เราซื้อเวลาสำเร็จระดับนึง 2. ข่าวร้าย การผ่านตัวเลขระดับ 13,000 ที่ %Increase ระดับ 15.26% ถือว่าร้ายแรงมาก แทบไม่เคยมีประเทศใดจบที่ต่ำกว่าแสนและไม่มีประเทศใดที่เจอแบบนี้ครั้งแรกแล้วระบบสาธารณสุขไม่ล่มอย่างหนัก EURO5 โดนแบบนี้ไปเมื่อ Wave#1 เอาตัวไม่รอดทั้งที่เป็น Variant ที่รุนแรงน้อยกว่านี้ ดังนั้นอย่าไปเดินตามและทำตาม EURO5 ครับ 3. ตัวเลข 13,000 ใหญ่กว่าทั้ง Wave#2 ของไทยเราที่ตัดแรงงานต่างด้าวออกไปแล้วซึ่งแค่ 9,300 เท่านั้น โดย Wave#3 นี้แทบไม่มีตัวเลขจากแรงงานต่างด้าวเลย 4. ความหวังสำคัญ ผมมีข้อมูลพอทำกราฟของ Best Case Scenario ได้แล้ว กราฟบอกเราว่า ถ้าช่วยกันสู้เต็มที่ ยังสามารถต่ำกว่าแสนได้ครับ กราฟตัวเลขจริงเปรี่ยบเทียบ 3 Wave: ข่าวร้าย: เส้นสีแดงของ Wave#3 เห็นได้ชัดเจนนะครับว่า หนักหนาสาหัสกว่า Wave 1 และ 2 แบบเทียบกันไม่ได้เลย นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมทีมงานสาธารณสุขของเราจึงทำงานหนักมากตอนนี้ และทำไมศบค.จึงต้องวางมาตรการที่เข้มข้นมาก ถึงแม้จะไม่สามารถ Lockdown ได้เพราะแรงกดดันรอบทิศก็ตาม และทุกคนควรตระหนักอย่างยิ่งและทำตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัดครับ จากข้อมูล 17 วัน ผม Fine Tune พารามิเตอร์ต่างๆของกราฟใหม่ และมองไปข้างหน้า 1 เดือนได้ตามนี้ครับ กราฟ Total Case ประเมินไปข้างหน้า 1 เดือนครึ่ง: ข่าวร้าย: 1. ถึงจะทำดีที่สุดเต็มที่ ปลายเดือนเม.ย.ก็น่าจะถึง 35,000 คือจากนี้ไปอีก 13 วันเตรียมรับอีกอย่างน้อย ประมาณ 20,000 ครับ 2. ตัวเลข Daily New Case จะยืนอยู่ระดับ 1,600 - 1,800 ไปอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ 3. ตัวเลข Daily New Case จะอยู่ระดับ >1,000 ไปจนสิ้นเดือนเม.ย. เดือนพ.ค.เราจึงจะเริ่มเห็นระดับที่ต่ำกว่าพันอย่างมีนัยะสำคัญ 4. วันที่ 18 พ.ค. เปิดเทอมตัวเลขจะอยู่แถวๆ 44,000 และมี Daily New Case ประมาณ 215 จะเป็นการตัดสินใจที่ยากมากครับ 5. วันที่ 31 พ.ค. ตัวเลขจะอยู่แถวๆ 45,500 และมี Daily New Case ประมาณ 48 จะใกล้จบถ้าไม่มีใครการ์ดตกยืนระยะไม่อยู่เสียก่อน 6. นี่คือ Best Case Scenario 7. แทบไม่เคยมีใครวิ่งตามเส้น Best Case Scenario นี้ได้ ยกเว้น จีน ออสเตรเลีย เกาหลี และประเทศไทยเราเองใน Wave#1 และ Wave #2 ช่วงเดือนม.ค. ข่าวดี: 1. อย่างน้อยวันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็ยังอยู่แถวๆ 15,000 ซึ่งต่ำกว่า 40,000 ซึ่งเป็น Worst Case มาก 2. ถ้าช่วยกันจะสามารถจบได้ภายใน 2 เดือนโดยอยู่แถว 45,000 ครับ 3. เราเคยวิ่งตาม Curve แบบนี้สำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง ถ้าร่วมมือกันทำเต็มที่ครับ กราฟ %Increase ข่าวดี: %Increase ลดลงมาอยู่ที่ 15.26% แล้ว และลู่เข้าสู่กราฟ Negative Exponential ที่มี Time Constant 9.1 มาแล้ว 5 วัน ซึ่งหมายถึงเรากำลังเริ่มตั้งหลักได้และสงกรานต์ที่ผ่านมาเราก็ทำได้ดีครับ จากนี้ไปต้องรักษา Momentum ให้ได้ และอย่าให้การเริ่มกลับมาทำงานหลังวันหยุดเปลี่ยนแนวโน้มของกราฟนี้เด็ดขาด ข่าวร้าย: ไม่มีสำหรับกราฟนี้ คำแนะนำที่สำคัญที่สุด "อย่าทำแบบ EURO5 โดยเฉพาะอังกฤษ ห้ามเอาพวกเขามาเป็นบรรทัดฐานโดยเด็ดขาดครับ" สาเหตุครับ 1. พวกเขาทุกประเทศตายมาแล้วเป็นแสน ประเทศไหนยังไม่ถึงแสน เดี๋ยวก็จะถึงครับ 2. อัตราการตายของ EURO 5 อยู่ที่ 1.9 - 3.0% มากว่าเรากว่า 10 เท่า 3.อังกฤษอยู่ใน Lockdown รวมกัน 2 ครั้งกว่า 7 เดือน มากกว่าไทยเราที่อยู่ใน Full Lockdown 1.5 เดือน Semi Lockdown ประมาณ 1.5 เดือนเท่านั้น 4. เศรษฐกิจก็แย่กว่าเรา UK Annual GDP fell by 9.9% in 2020, the largest yearly fall on record 5. มีคนตายคาบ้านเยอะมากเพราะโรงพยาบาลไม่พอ โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ การรักษาตัวอยู่บ้านคือทางสุดท้ายเพราะจนแต้มนะครับ ไม่ใช่ทางเลือกที่ใครต้องการเลย แม้แต่ญี่ปุ่นก็ตายคาบ้านไปหลายศพเช่นกันครับ 6. อังกฤษไม่มีตัวเลขอะไรที่ดีกว่าเราเลยนะครับ ยกเว้นอัตราการฉีดวัคซีน สิ่งที่ต้องทำอย่างตั้งใจทุกฝ่ายในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า 1. ช่วยกันรักษาปกป้องระบบสาธารณสุขของเรา นี่คือ 1st Priority ครับ กำลังใจของทีมงานสาธารณสุขสำคัญมาก ครั้งนี้พวกเขาหลายคนมีโอกาสติดเชื้อและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ มันเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก อย่าโกหก Timeline อย่าปล่อยปละละเลยจนติดเชื้อมากเกินไปจนล้นร.พ. 2. ภาคเอกชนใหญ่ต้องช่วยกันสร้างรพ.สนามและ Hospitel อย่าให้ต้องรักษาตัวอยู่บ้านกัน เพราะเมื่อนั้นอัตราการตายจะพุ่งสูงทันที อย่าให้ได้มีใครต้องเสียชีวิตที่บ้านโดยไม่ทันถึงมือหมอเลยนะครับ 3. ต้อง Work from Home กันอย่างจริงจังมากๆ ใครทำได้ต้องทำ คนทำไม่ได้มีเยอะครับ เขาจะเสี่ยงน้อยลง ต้องช่วยกันรักษา Momentum ของเราไปอีก 1 - 2 เดือน ให้สำเร็จครับ 4. ป้องกันการติดเชื้อในภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ครับ โดยเฉพาะชลบุรี ระยอง 5. อย่าให้เกิด Cluster ตลาดและแรงงานต่างด้าวขึ้นมาซ้ำเติม เพราะเราไม่มีทรัพยากรจะไปปิดกรณีแบบนั้นอีกแล้ว 6. โรงเรียนจะเปิดเทอม 18 พ.ค. ต้องช่วยกันทำให้สำเร็จให้ได้ เด็กรุ่นนี้เรียนออนไลน์กันมานานมากจนแย่แล้ว มันไม่ดีกับพวกเขาเลย อย่าให้อบายมุขและความละเลยเป็นสาเหตุทำให้เด็กต้องอดไปโรงเรียนอีกเลยนะครับ 7. ยึดกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี กลับคืนมาให้ได้ และต้องรักษาหัวเมืองใหญ่ โคราช ขอนแก่น อุบล อุดร นครศรี สุราษฎร์ สงขลา เอาไว้ให้สำเร็จครับ 8. ดีเดย์วันที่ 1 มิ.ย. วัคซีนต้องปูพรมครับ ไม่งั้นโดน Wave#4 แน่ ภาคเอกชนต้องช่วยกันเสริมทัพแล้วล่ะครับ ภาครัฐอย่างเดียวเอาไม่อยู่แน่ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนจากนี้ไปอีก 1 เดือนคือการมีวินัยและดูแลตัวเอง อย่าป่วยไข้ อย่าขับรถเร็วประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ ระบบสาธารณสุขของเราคือด่านหน้าที่ตอนนี้ข้าศึกบุกมาเต็มกำลังจนยากแก่การรับมือแล้ว ขอเพียงพวกเรามีวินัย ดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพ มีน้ำใจแบ่งปันช่วยเหลือ อยู่บ้านให้มากๆเข้าไว้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบุคลากรด่านหน้าและประเทศชาติได้มากแล้วครับ ช่วยกันครับ เรายังมีความหวังอยู่เสมอครับโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--start4 ความเห็น
- 3 คนสงสัยดื่มน้ำมะนาวร้อน” ฆ่าโควิดย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2563 ประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำมะนาวร้อน ช่วยต้าน โควิด-19 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ โดยระบุว่า จากที่มีการโพสต์ข้อความว่า ดื่มน้ำมะนาวร้อนทุกวัน จะช่วยต้าน โควิด-19 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ให้ข้อมูลว่า น้ำมะนาว มีวิตามินซีช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำมะนาวร้อนสามารถฆ่าเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้std47996• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยขณะนี้ ประเทศไทยกำลังทดลองผลิตวัคซีนโควิดที่ผลิตจากใบยาสูบ จริงหรือศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยนักวิจัยไทย บริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม สามารถพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำจากใบยาพืช โดยการใส่รหัสพันธุกรรมที่กำหนดการสร้างโปรตีนของไวรัสและภายใน 1 สัปดาห์ พืชจะสร้างโปรตีนที่ต้องการ ทั้งนี้ลักษณะโครงสร้างและลำดับของโปรตีนไม่ได้ผิดเพี้ยนไป เมื่อเทียบกับการสร้างวัคซีนด้วยกลวิธีอื่นๆ “วัคซีนใบยาผ่านการทดสอบในหนูและในที่สุดในลิง ด้วยการฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ และลิงมีความปลอดภัยไม่ปรากฏมีผลข้างเคียง ผลเลือดในลิง ค่าเอนไซม์ตับปกติ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวปกติ ทำให้ลิงมีระดับภูมิคุ้มกันสูงมาก ที่เรียกว่า Neutralizing antibody ซึ่งสามารถยับยั้งไวรัสได้ ทั้งนี้ทำการตรวจสอบด้วยการวัดระดับจากการตรวจทาง Elisa surrogate isotype independent virus neutralizing antibody และจากการทดสอบในการยับยั้งไวรัสจริงในเซลล์โควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยโรคมะเร็ง” ที่สุดแห่งข่าวปลอม การหลอกลวงที่เล่นกับความหวัง9 เดือนที่ผ่านมา กับการตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมที่ถูกนำมาแชร์บนโลกออนไลน์ของเว็บไซต์ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมโรคมะเร็ง” หรือ Anti Fake Cancer News (AFCN) ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานเชิงรุกบนโซเชียลมีเดีย ประสานกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม Anti Fake News Center (AFNC) ประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับการตอบรับจากสังคมเป็นอย่างมาก มีประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะในหลายๆประเด็นเมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งออกมาให้ความชัดเจน ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับชาวบ้านได้ในทันทีstd48064• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย.ข่าวพาดหัวยั่วให้คลิกเป็นข่าวที่ใช้คำหรือรูปภาพพาดหัวที่ทำให้ดูชวนสงสัยใคร่รู้ หรือดึงดูดใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปคลิกเข้าไปอ่าน. ผู้สร้างข่าวอาศัยประโยชน์จากความสงสัย โดยให้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ พอชวนให้ผู้อ่านสงสัย แต่ไม่พอจะขจัดความสงสัยนั้น จนต้องคลิกเข้าไปดูเนื้อหานั้น ๆ ทั้งที่เนื้อข่าวอาจไม่คำนึงถึงคุณภาพหรือ ความถูกต้องของข้อมูล แต่การพาดหัวทำให้คนหลงกลดลึกเข้าไปเพื่อเรียกยอดวิวในเว็บไซต์นั่นเองstd49563• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยทำยังไงกับเพจพวกนี้?! "เติ้ล ตะวัน" เจอกุข่าวพาดหัว จากไปไม่ทันร่ำลาก่อนหน้านี้ทำเอานักแสดงหนุ่ม ดีกรีผู้จัดคนดังอย่าง "เติ้ล ตะวัน" ต้องออกมาโพสต์เตือนเพจข่าวที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด หลังถูกกุข่าวว่าเสียชีวิต ทำให้ญาติของตนต้องโทรศัพท์มาถาม ด้วยความตกใจ กระทั่งล่าสุดทำเอาเจ้าตัวถึงกับเดือดอีกครั้ง หลังมีเพจจำนวนหลายเพจ พาดหัวข่าวที่ทำให้เข้าใจผิดอีกครั้งว่า จากไปไม่ทันร่ำลาstd46683• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไทยร่วมมือกับ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรีตามที่มีการเผยแพร่โดยเพจ Travel Get Away ซึ่งกล่าวถึง "โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ 8 ประเทศ" (ญี่ปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม, สิงคโปร์, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ไทย) พร้อมกับการชวนให้คลิกลิงก์เพื่อร่วมลุ้นนั้นแอคปลอมNataphon Ditthabanjong• 4 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคุณป้าสุดทน รอหน่วยงานราชการดำเนินการ 4 ชั่วโมงเต็มจากโพสของผู้ใช้บัญชี X ชื่อ @Thailand_DK ได้ทำการโพสคลิปและให้ข้อมูลเนื้อหาเกี่ยวกับคุณป้าที่ไปติดต่อหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยดังกล่าวได้พูดถึงการจัดการและระบบการบริการของราชการไทยAINataphon Ditthabanjong• 4 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยดอกอัญชันช่วยทำให้คิ้วลูกน้อยหนาและดกดำได้จริงหรือความเชื่อของไทยที่ถูกพูดถึงต่อๆกันมาว่า การนำดอกอัญชันมาทาคิ้วลูกน้อย จะทำให้คิ้วลูกน้อยหนาและดกดำขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้นสรรพคุณของดอกอัณชันมีส่วนช่วยทำให้คิ้วหนาและดกดำขึ้นได้จริงหรือไม่ความสวยความงามยาสมุนไพรTreelada Sophi• 1 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยผลการนับคะแนน เลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก เขต 1 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏว่า นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้ 35,230 คะแนน ส่วน นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ จากพรรคประชาชน ได้ 28,486 คะแนน ห่างกัน 6,744 คะแนน #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPchannel https://www.facebook.com/share/p/Q5NnxdH2rnQ9mGKb/?ข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยช็อควงการประกันชีวิต !!!! จ่ายเบี้ยปีละ 1,699 บาท (ค่าแรกเข้า 100 บาท) เจ็บ ป่วย ตาย จ่าย 4 แสน อุบัติเหตุจ่ายเพิ่มให้อีก รับอายุ 12-75 ปี สมัครที่ธนาคารออมสินทั่วไทยสุขภาพไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากพัสดุกรณีมีข้อความปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่า ไปรษณีย์ไทยได้แจ้งขอให้ทุกท่านที่ได้รับจดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ ให้ใส่ถุงไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเปิด หรือฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19std47714• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
