(3245 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยแอสตร้าเซนเนก้ายันผลทดสอบว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน จริงหรือมีข่าวกันว่าวัคซีน แอสตราเซเนก้า ทำให้เกิดภาวะอุดตันลิ่มเลือด แต่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ได้ระบุในถ้อยแถลงถึงการทบทวนอย่างระมัดระวังในข้อมูลความปลอดภัยที่มีอยู่ทั้งหมดของประชาชนมากกว่า 17 ล้านคน ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ไม่พบหลักฐานเพิ่มความเสี่ยงของลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำรุนแรง หรือ ภาวะเกล็ดเลือดตํ่า ในทุกกลุ่มอายุที่กำหนด ทุกเพศ ทุกล็อต หรือไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ จริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแม่ค้าหัวหินโอด หยุดแชร์ข่าวปลอม "ห้ามเดินทางไป 10 จังหวัด" 1ในนั้นมี จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่แจ้งว่าห้ามเดินทางในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งมีรายชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วยนั้น อยากวิงวอนให้หยุดแชร์เรื่องดังกล่าว เพราะเป็นข่าวปลอม สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการควบคุมและป้องกันที่ดี เราไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ มานานกว่า 200 วันแล้ว ที่ผ่านมาเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากต่างประเทศทั้งนั้นยังไม่มีการแพร่ระบาดในจังหวัดแต่อย่างใด และขอยืนยันว่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังสามารถท่องเที่ยวได้ อยากขอความร่วมมือ ให้ทุกคนรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ด้วยการสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากทางการแพทย์ และควรล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือโควิด 2019MJU1 นุ๊กนิก• 5 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--last3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวว่า "มุสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศส" จริงหรือ ?สำนักข่าวหลายสำนักรายงานว่า นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย วัย 95 ปี ทวีตข้อความว่า "ตามประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสังหารผู้คนนับล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ดังนั้นชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธแค้นและสังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนเช่นเดียวกันสำหรับการสังหารในอดีต" และ “ชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธและสังหารชาวฝรั่งเศสนับล้านๆ คนเพื่อแก้แค้นการถูกสังหารหมู่ในอดีต แต่โดยมากแล้วมุสลิมไม่ได้นำกฎ ‘ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน’ มาใช้ พวกเราไม่ได้ทำเช่นนั้น และชาวฝรั่งเศสก็ไม่ควรเช่นกัน” มหาเธร์ระบุในทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีMaruf Ibrahim• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภายในปีนี้จะไม่สามารถใช้เงินบาทซื้อทองคำได้อีกต่อไป จริงหรือวันที่ 10 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีความเข้าใจผิดว่า ภายในปีนี้จะไม่สามารถใช้เงินบาทซื้อทองคำได้อีกต่อไป โดยนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำจะต้องซื้อขายทองคำเป็นเงินตราต่างประเทศเท่านั้น จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับยาตัวอื่นในผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นมะเร็ง พบว่า เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เสียชีวิตใน 30 วันถึง 3 เท่า จริงหรือคะผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าแพทย์อาจต้องการละเว้นการสั่งยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะอซิโธรไมซิน (azithromycin) สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้จนกว่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติม ดร.ฮาวเวิร์ด เบอร์ริส (Howard Burris) ประธานสมาคมมะเร็งวิทยาคลินิกแห่งอเมริกา (ASCO) กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการศึกษาว่า “การรักษาด้วยยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับอซิโธรไมซิน มีความสัมพันธ์อย่างมากกับความเสี่ยงของการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นมะเร็ง” จริงหรือเปล่าคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือ ที่เด็กๆสามารถเรียนผ่านสื่อการจัดการเรียนการสอนทางไกล ผ่านฟรีทีวี 17 ช่อง จะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.เป็นต้นไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า การจัดการเรียนการสอนทางไกล ผ่านฟรีทีวี 17 ช่อง เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญกระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ผ่านระบบการศึกษาภายใต้แนวคิด “โรงเรียนหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” โดยสื่อการเรียนการสอนทางไกลผ่านฟรีทีวีทั้ง 17 ช่อง จะเป็นสื่อหลักในการเรียนควบคู่ไปกับการใช้สื่อออนไลน์ ทั้งในส่วนของแพลตฟอร์มที่กระทรวงศึกษาธิการได้พัฒนาขึ้น และการเรียนในห้องเรียนจำลอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเรียนผ่านทางโทรทัศน์นั้นจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.เป็นต้นไปข่าวการเมืองnaydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือคะ พบผู้ติดเชื้อโควิดที่เมืองอู๋ฮั่น อีกครั้งจีนการ์ดตกไม่ได้หลังพบการระบาดกลุ่มใหม่ในอู๋ฮั่น รวมถึงเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับเกาหลีเหนือ มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สำนักข่าว AFP รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์พบผู้ติดเชื้อ 1 รายที่อู่ฮั่น ต่อมาวันจันทร์พบเพิ่มอีก 5 ราย และมีอีก 11 รายไม่แสดงอาการ เจ้าหน้าที่เผยว่าทั้งหมดมาจากอาคารที่พักอาศัยแห่งเดียวกันและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุโควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--last3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเอกสารหน่วยข่าวกรอง 5 ชาติพันธมิตรหลุดสู่ภายนอกถึงมือสื่อ จีนปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 จริงหรือไม่เนื้อหาในเอกสารของพันธมิตรหน่วยข่าวกรอง Five Eyes security alliance พบว่าจีนโกหกปิดบังเกี่ยวกับการติดต่อของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ที่สามารถแพร่ระบาดติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2562 นอกจากนั้น แพทย์หลายคนที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเชื้อโรคมรณะที่ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อป่วยด้วยโรคปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่น ได้ถูกทำให้เงียบห้ามพูด หรือบางคนสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย จริงหรือคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยจริงไหมที่ว่า ปอดของคนไข้ที่อักเสบจากเชื้อโคโรน่าไวรัสจะฟื้นสภาพดีขึ้นไม่ได้มีกระแสข่าวจากเว็บที่มาจากจีนว่า หากเนื้อปอดถูกทำลายไปแล้วไม่สามารถซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ได้ และหมอหลายคนบ้านเราก็บอกว่าถ้าเชื้อไวรัสลงไปที่ปอดแล้วปอดจะฟื้นตัวไม่ได้ ก่อนได้ชื่อโควิด-19 ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้เคยถูกเรียกว่า “โรคปอดติดเชื้อไวรัสลึกลับ” เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าติดเชื้อจากไวรัสชนิดใด ที่สำคัญแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าซาร์ส และเมอร์ส คนที่มีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ เนื้อปอดถูกจะทำลายมากกว่าร้อยละ 50 แม้หายจากโรค แต่ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่ไหว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตโควิด 2019naruemonjoy• 6 ปีที่แล้วmeter: mostly-false--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาสิวได้ จริงหรือไม่ ?สาวๆ ในโลก TikTok เห่อเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์เพื่อผิวสวย ช่วยลดสิว ในโลก TikTok สาวๆ ที่รักสวยรักงามกำลังเห่อเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์กันเป็นจำนวนมาก โดยเข้าใจว่ามันช่วยลดสิวและสร้างผิวสวยได้ จากความฮอตฮิตดังกล่าวก่อให้เกิดแฮชแท็ก #chlorophyllwater ขึ้น และมีผู้เข้าชม TikTok ของเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ไปแล้วกว่า 29.3 ล้านครั้ง ส่งผลให้กระแสความต้องการผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ที่มีจำหน่ายตามร้านออนไลน์กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ทั้งนี้เราไม่อยากให้สาวไทยเห่อตามเทรนด์จนลืมพิจารณาข้อมูลที่ถูกต้องของคลอโรฟิลล์ก่อนจะซื้อมาชงแล้วดื่มไปตามเทรนด์ (ข้อมูลจากTiktok :https://www.tiktok.com/@aamnaadel/video/6957714253071617286?_r=1&_t=8qdhQ98uaee&fbclid=IwY2xjawGUNvpleHRuA2FlbQIxMAABHaXqcdmLbcuZLwjEgF4LHUtCvimBLCyE6ZXC1s4Lt2U6VD6kfMVxqnLtvg_aem_MUFudll4aFN8GRf41uKyzQ ) (ข้อมูลจากเว็ปไซต์ : https://thestandard.co/chlorophyll-water-tiktok-acne-skin/ )สุขภาพความสวยความงามยาสมุนไพรApinya• 2 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(รถ) ข้อมูลจากเพื่อนที่เป็น"วิศวกร-ยานยนต์" ที่จบจากไทยแล้วไปเรียนจบวิศวะที่ UK แล้วอยู่ที่นั่นถึงปัจจุบัน(!) รถไฟฟ้า ถ้าไม่รวย อย่าซื้อนะ..(!!)(!!) (*)จงคิดดู ให้ดีๆ ไม่ไหลตามกระแส (1) เวลาซ่อม แพงกว่ารถน้ำมัน มากนัก เข้าศูนย์อย่างเดียว ราคา 3 แสน 5 แสน จะยังเปลี่ยน ซ่อม ขับต่อไหม (2) ล้านห้า ล้านสอง ซื้อมา ขายต่อไม่ได้ หมายความว่า ล้านห้า ล้านสอง นี่คือ ทิ้งไปเลยนะ ถ้าไม่สู้เรื่องค่าซ่อม หลักแสน หลายๆแสน (3) คุยกับศูนย์ซ่อม ได้ไหม ไม่เหมือนรถน้ำมัน มีอู่ข้างนอก นะ แล้ว อะไหล่เปลี่ยนเป็น ตัวๆ ได้นะ แต่ไฟฟ้าคือ ยกทั้งหมด แพงจัด (4) ทุกอย่างต้องอัพเดท ซอฟแวร์ อะไรเนี่ยะ จ่ายเงินทั้งนั้น พอถึงจุดหนึ่งก็ อัพเดทไม่ได้ จะทำไงต่อ (5) ตอนนี้คนเห่อกัน น้ำมันแพง แต่ถ้ารวย ไม่เป็นไรหรอก เพราะรถไฟฟ้า คนจน เขาไม่ซื้อหรอก การขายต่อเป็นมือ (2) จึงไม่ค่อยมี ..เต๊นท์รถก็ไม่เอาด้วย นานๆไป จะเป็นสุสาน นะ?(เอ๊ะ) .. รถน้ำมัน จะจ่ายเป็นเงิน สองพัน ห้าพัน แปดพัน สองหมื่น สามหมื่น รถไฟฟ้าเวลาจ่ายที 200,000, 300,000- 500,000 เงินก้อนเลย ไหวไหมล่ะ .. ต้องคิดเยอะๆ นะครับ แต่ถ้ารวยแล้ว ซื้อได้ (โอเค)(โอเค)ผู้บริโภคเฝ้าระวังมีม เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยB Longan สเปรย์พ่นช่องคอ สารสกัดจากลำไย ป้องกันไวรัสเกาะ📣 B longan สเปรย์พ่นลำคอผสมสารสกัดจากลำไยและโพรโพลิส 📣 ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นลำคอที่มี2ส่วนผสมล้ำค่าที่สำคัญ ได้แก่ลำไยและโพรโพลิส 💯 จากงานวิจัยและตำราแพทย์แผนไทยพบว่า ✅ สารสกัดจากลำไย ✅ มีคุณสมบัติป้องกันการยึดเกาะของไวรัสที่เยื่อบุอ่อน ทำให้ไวรัสไม่สามารถเจริญเติบโตและเดินทางไปยังทางเดินหายใจได้ ✅ สารสกัดโพรโพลิส ✅ สารต้านภูมิแพ้จากธรรมชาติ ลดการอักเสบ ให้ความชุ่มชื้นกับคอ บรรเทาอาการเจ็บคอ วิธีใช้ : พ่นครั้งละ1-2 ครั้ง เช้าและเย็น แนะนำหลังมื้ออาหาร เลขอย. 10-1-04741-5-0008 #สเปรย์พ่นคอ #สเปรย์พ่นคอสารสกัดลำไย #สเปรย์พ่นคอลำไย #สเปรย์พ่นคอโพรโพลิส #BLongan #BLongan #บี ลองแกน สเปรย์ #บีลองแกนสเปรย์ยาสมุนไพรผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47627• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยบัณฑูร ล่ำซํา : ถึงคนรุ่นใหม่ เชื่อผม "รวยเร็ว ไม่มีจริง"หลายวันมาแล้วผมจะเขียนอะไรสักเรื่องหนึ่งที่มีเนื้อหาสาระคล้ายๆกับที่คุณบัณฑูร ลํ่าซํา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของธนาคารกสิกรไทยเคยพูดจาเอาไว้ก็เลยลองเข้าค้นในกูเกิลในชื่อของ บัณฑูร ลํ่าซำ เผื่อจะเจอบทความหรือบทให้สัมภาษณ์ของคุณบัณฑูรเกี่ยวกับเรื่องที่ผมอยากเขียน ผลกลับกลายเป็นว่า ผมไม่เจอประเด็นที่ตั้งใจไว้ว่าจะเขียน แต่ไปเจออีกประเด็นหนึ่งที่คุณบัณฑูรพูดไว้และน่าหยิบมาเขียนมากกว่า...ขออนุญาตถ่ายทอดต่อเลยนะครับกูเกิลนำคลิปในยูทูบที่คุณ บัณฑูร ไปแสดงปาฐกถาพิเศษให้ THE STANDARD เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2565 หรือประมาณ 4 เดือนที่แล้วนี่เอง...มาลงไว้ พร้อมมีตัวอักษรบรรยายว่า “บัณฑูร ลํ่าซำ ถึงคนรุ่นใหม่ รวยเร็ว ไม่มีจริง” ผมรีบคลิก...ทั้งดูทั้งฟังหลายรอบ เพราะมีความยาวแค่ 8 นาที 44 วินาทีเท่านั้น ท่านที่สนใจเข้าดูในยูทูบได้เลย โดยพิมพ์ข้อความว่า “บัณฑูร ลํ่าซำ ถึงคนรุ่นใหม่” ก็จะปรากฏคลิปที่ว่านี้ขึ้น เนื้อหาในคลิปมี 2 ประเด็นคือ คำสอนถึงคนรุ่นใหม่ เรื่อง “รวยเร็ว ไม่มีจริง” กับ “ข้อเสนอแก้ความเหลื่อมลํ้าในประเทศไทย”std48916• 3 ปีที่แล้ว
- 5 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำจากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.ความสวยความงามstd46389• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรสพลาเซนต้า ช่วยบำรุงหน้าใสลดจุดด่างดำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.48048• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยราชบัณฑิตยสภาสะกดชื่อนายกฯผู้ดีคนใหม่ ‘ริชี ซูแน็ก’ พลันที่อังกฤษได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยจำนวนมาก คือชื่อของนาย Rishi Sunak จะใช้ตัวสะกดภาษาไทยอย่างไร และได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ล่าสุดในวันที่ 26 ตุลาคม นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะสะกดชื่อผู้นำอังกฤษคนใหม่ว่า ริชี ซูแน็กข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย5 "ผลไม้" กระตุ้นภูมิคุ้มกันต้าน "โควิด-19""โควิด-19" กลับมาระบาดรอบนี้ สาวๆ อาจต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ เพราะผู้ที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่สาวๆ ควรทำมากที่สุด ณ เวลานี้ คือการเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส โดยอาหารการกิน...ก็ยังถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญ ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเสมอ MIRROR จึงรวบรวม "ผลไม้" 5 อย่างมาฝากสาวๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลไม้ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสทางเดินหายใจได้ดี ได้เเก่ มะขามป้อม ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน มะยม เเล้วก็ลิ้นจี่ โดยทางการแพทย์แผนไทย ระบุไว้ว่า ผลไม้ที่รสเปรี้ยวมาก จะมีความเป็นกรดสูง ส่งผลให้กรดในเลือดมากขึ้น ถ้าเรารับประทานผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินสูง และให้ฤทธิ์ทางยาไปทางรสร้อน อาจทำให้ร่างกายร้อนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การทานผลไม้ที่มีรสฝาดที่เป็นยาฤทธิ์เย็นแทรกอยู่ด้วย น่าจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น 5 ผลไม้ด้านล่างจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผลไม้ต้านโควิด-19โควิด 2019PYU room 11• 5 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
- 2 คนสงสัยหลานของเพื่อนจบปริญญาโททำงานในโรงพยาบาลเซินเจิ้นถูกส่งตัวไปที่อู่ฮั่นวิจัยไวรัสสายพันธุ์ใหม่เขาโทรมาหาฉันบอกว่าส่งต่อให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเวลาเป็นหวัดหากมีน้ำมูกหรือไอยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นไวรัสสายพันธ์ใหม่เพราะไวรัสสายพันธ์ุใหม่จะไอแห้งๆไม่มีน้ำมูกจะสังเกตถึงความแตกต่างเได้ง่ายๆ เขายังบอกอีกว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ทนต่อความร้อนในอุณหภูมิที่26-27องศาเชื้อโรคนี้ก็จะตายหมดฉะนั้นควรดื่มน้ำร้อนให้มากๆเพื่อเป็นการป้องกันโรคให้รักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย ทานขิงให้มากหน่อยออกกำลังกายมากๆ ก็จะไม่ติดเชื้อนี้ หากมีอาการไข้ขึ้นสูงให้ห่มผ้าห่ม ดื่มน้ำขิง ให้ร่างกายมีระดับอุณหภูมิสูงขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปฉีดยา ทานขิงให้มากๆ กระเทียม พริก พริกไทยป่นก็จะช่วยได้ งดอาหารรสจัด อย่าไปสถานที่ที่มีอาศเย็น เชื้อโรคนี้หากถูกแดดจัดๆก็จะหายไปเอง ขอให้ทุกท่านช่วยกันส่งต่อ ช่วยได้1คนก็รอด1คนโควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัย#ไวรัสทุกชนิด... ชอบความเป็นกรดของเลือด และเจริญเติบโตได้ดี ในภาวะที่เลือดเป็นกรด เลือดเป็นกรด เกิดจากการกินหวาน หวานทุกชนิดแม้แต่ผลไม้หวาน ใครกลัวไวรัสให้งดหวานทุกชนิดก่อนเลย แล้วมาทำให้เลือดเป็นด่าง ด้วยวิธีข้างล่างนี้... ทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง เพื่อกำจัดไวรัส คือ ต้มน้ำขิงใส่ขมิ้นชัน ดื่มต่างน้ำ กินอาหารฤทธิ์ร้อน เช่นเครื่องเทศ พริกไทย หอมกระเทียมเยอะๆ เครื่องต้มยำ ต้มซุปกระดูกใส่หอมใหญ่ หรืออบตัวบ่อยๆ เพื่อเสริมกำลังเม็ดเลือดขาว กินมะนาว หรือวิตามินซี วันละ 1000 มก. เพื่อทำให้ผิวเม็ดเลือดแดงแกร่งเหนียว ไวรัสก็เจาะไม่ได้ แค่นี้ก็ป้องกันทุกไวรัสได้แล้ว... หน้ากากอนามัยแค่เกราะบางๆ ภูมิคุ้มกันร่างกาย คือของจริง ทำแบบนี้ให้ได้ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องกินยาเลยสักเม็ดเดียวแม้แต่พารา...โควิด 2019ยาสมุนไพรไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ . ตามที่มีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน . กรณีการโพสต์ให้ข้อมูลโดยระบุว่าพบกรดเบนโซอิกในก๋วยเตี๋ยวประเภทต่างๆ โดยแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากที่มีการแชร์ข้อมูลผลตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเมื่อปี 2550 ซึ่งสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านการตรวจวิเคราะห์อาหารของประเทศ ได้มีการตรวจวิเคราะห์เฝ้าระวังการใช้วัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิคและกรดซอร์บิค) ในอาหารประเภทเส้นมาอย่างต่อเนื่อง . นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งการผลิตอาหารประเภทเส้น บางชนิดมีการใช้วัตถุกันเสีย เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต หรือทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุให้อาหารเน่าเสีย หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกรดเบนโซอิกทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย แต่หากได้รับในปริมาณน้อยร่างกายสามารถขับออกไปได้ ซึ่งข้อมูลของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การอาหารและเกษตรและองค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ (The joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives, JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (ADI) พบว่า มีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์น้อย . อย่างไรก็ตามวัตถุกันเสียทั้งสองชนิดมีข้อกำหนดการใช้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2563 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2) สำหรับกรดเบนโซอิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในอาหารประเภทเส้นที่ผ่านกระบวนการต้ม การนึ่ง การปรุงให้สุกการพรีเจลาทิไนซ์ (Pre-gelatinized) หรือแช่เยือกแข็ง และเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป ส่วนกรดซอร์บิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เฉพาะอาหารประเภทเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป . เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเส้นที่ทำจากแป้งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาผู้ผลิตให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้วัตถุกันเสียอย่างถูกต้อง ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ซึ่งผู้ผลิตจะต้องควบคุมกระบวนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP สำหรับผู้บริโภคควรเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ สะอาด ถูกสุขอนามัย และไม่ควรรับประทานอาหารซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ . ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www3.dmsc.moph.go.th หรือโทร. 02 9510000 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่มีการบอกต่อดังกล่าวเป็นข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์เมื่อปี 2550 แต่ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ประเภทเส้นที่ทำจากแป้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . Website : https://www.antifakenewscenter.com/ผู้บริโภคเฝ้าระวังชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้ว3 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ จริงหรือไม่ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง... ************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. >>>>อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ >>>#”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก. เพื่อขายวัคซีนป้องกันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! **Ny Ny*โควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยฟังหูไว้หูนะครับ นี่เป็นข้อมูอีกชุดเกี่ยวกับโควิด ❌ความจริงก็คือความจริง❌ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย ************************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ ***นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ***ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? ***บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง ***ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ #”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก” เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก***ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!!**Ny Ny*โควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมูตามที่มีข้อความปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียเรื่องเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข่าวนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของประชาชนที่น่าจะเกิดความสับสนกับกรณีการเกิดโรคสเตรปโตคอกคัส หรือ โรคหูดับ จากการบริโภคเนื้อสุกรสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินการเฝ้าระวังไวรัสโควิด 19 และไวรัสกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นโรคอุบัติใหม่ ทั้งในปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเฝ้าระวังโรคเมอร์ซาร์ เป็นต้น รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดโรคสัตว์ การดำเนินการเตรียม ความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยกรมปศุสัตว์จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเตรียมรับมือ เพื่อลดผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และความมั่นคงของประเทศ ด้านความปลอดภัยด้านอาหาร ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ยังมีการจัดทำโครงการปศุสัตว์ OK เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารจากปศุสัตว์ ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ส่วนการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น ต้องปรุงอาหารให้สุก สะอาด ทุกกรณี และไม่แนะนำให้ทานอาหารดิบ ๆ สุก ๆ เด็ดขาด การทานอาหารที่สุก ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคหูดับ รวมทั้งไวรัสโควิด 19Chinnaphat Oattaphinyo• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยสาวเล่าเจอดวงไฟสีแดงๆ คล้าย "กระสือ" ที่ราชบุรี หมอปลา เตรียมบุกพิสูจน์ (คลิป)หนีอุตลุด สาววัยรุ่นเล่านาทีระทึก เจอดวงไฟสีแดงๆ ลอยขึ้นๆ ลงๆ อยู่เหนือยอดต้นมะพร้าว เชื่อเป็นกระสือแน่นอน บริเวณดังกล่าวเป็นสวน ขณะที่ "หมอปลา" และทีมงาน เตรียมบุกพิสูจน์ใช่เรื่องลี้ลับหรือไม่ จากกรณีที่มีผู้ใช้ติ๊กต่อกโพสต์คลิป พบแสงปริศนาสีแดงลอยอยู่บนเหนือยอดต้นไม้ในเวลากลางคืน บริเวณบ้านพักในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งคนพบยืนยันก่อนหน้านี้ว่าไม่เคยพบเห็น แล้วคิดว่าน่าจะเป็นกระสือ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุปกานต์ หรือน้องกรีน พรานพนัส อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้พบแสงประหลาดคล้ายกระสือ และเป็นคนหนึ่งที่ถ่ายคลิป ได้พาทีมข่าวไปดูยังจุดที่พบเห็นแสงดังกล่าวและเล่าว่า เมื่อช่วงห้าทุ่มของวันที่เกิดเหตุ ตนและเพื่อนรวม 6 คน ได้นั่งเล่นอยู่ที่บริเวณริมคลองซึ่งห่างจากบ้าน 500 เมตร จนน้องในกลุ่มมองไปเห็นแสงประหลาด และทุกคนหันมองไปที่แสงนั้น ก่อนพี่อีกคนจะบอกว่า “กระสือ” จึงพากันตกใจและรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยความหวาดกลัว เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่าแสงที่เห็นนั้นเป็นกระสือstd46224• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือนข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน . ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลถึงมาตรการเยียวยารอบใหม่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน ได้รับเงิน 4,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน และโครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินเป็น 5,000 บาท นาน 3 เดือนนั้น ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลข้างต้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีการอนุมัติโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่แต่อย่างใด และสำหรับโครงการคนละครึ่ง ขณะนี้ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2564) . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่ถูกนำมาแชร์ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ และโครงการคนละครึ่ง ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์แต่อย่างใด . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังข่าวการเมืองstd47779• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
