(3121 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยไทยกำลังอยู่ในในเกมช้างชนกัน ตามบริบทยุทธศาสตร์อินโด แปซิฟิค คนที่จะเป็นผู้นำ จึงไม่ใช่เด็กลอกข้อสอบ หรือ พ่อค้าบ้าน เพราะการเจรจา ไม่สามารถใช้ที่ปรึกษาแทนได้ ต้องเป็นผู้นำต่อผู้นำ ไทยอยู่ในสถานะเดียวกับยูเครน ในช่วงสงครามเวียตนาม ส่งทหารไปร่วมรบกับสหรัฐ ยอมให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพที่อู่ตะเภา อุดรธานี นครพนม อุบล โคราช ตาคลี รวมทั้งดอนเมือง เมื่อสหรัฐยอมแพ้และทิ้งให้ไทยอยู่กลางไข่แดงของคอมมิวนิสต์ ไทยจะหนีจากภาพลูกน้องสหรัฐได้ยังไง จะถีบสหรัฐทิ้ง ทำไม่ได้ กรณีมายาเกวซ (Mayaguez incident) เป็นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐที่รวดเร็ว มีสาเหตมาจาก เรือสินค้าของสหรัฐชื่อ มายาเกซ บรรทุกเวชภัณฑ์และเสบียงจะมาท่าเรือสัตหีบ ขณะแล่นผ่านเข้าไปใกล้ชายฝั่งกัมพูชา ได้ถูกเรือปืนเขมรแดงยึดและจับลูกเรือเป็นประกัน สหรัฐจึงส่งนาวิกโยธินจำนวน 1,000 นาย จากโอกินาวามายังฐานทัพอู่ตะเภา และเข้าไปชิงลูกเรือที่ถูกควบคุมอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งโดยมีเครื่องบินจากฐานทัพอุดรธานีและนครราชสีมาเข้าร่วม หลังจากรบกัน 3 วันก็สามารถช่วยลูกเรือกลับมาได้ แต่ทหารสหรัฐเสียชีวิตไป 40 คนและสูญหายไปอีกจำนวนหนึ่ง เรื่องนี้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก รัฐบาลไทยเห็นว่าสหรัฐใช้ดินแดนไทยไปปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นายกรัฐมนตรีในตอนนั้น จึงได้เชิญอุปทูตสหรัฐมาพบ ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อการกระทำของสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐถอนกำลังกลุ่มนี้ออกไปทันที ต่อมา พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เชิญอุปทูตสหรัฐมาพบ เพื่อแจ้งอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลไทยจะทบทวนความร่วมมือและข้อผูกพันระหว่างไทยกับสหรัฐทั้งหมด และในวันเดียวกันก็มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันเดินทางกลับกรุงเทพฯ แสดงความไม่พอใจในการกระทำในครั้งนี้ ประธานาธิบดีเจอรัล ฟอร์ด ของสหรัฐ ได้รายงานต่อรัฐสภาชี้แจงความจำเป็นที่สหรัฐต้องดำเนินการโดยฉับพลัน และเข้าใจถึงปัญหาที่สร้างให้รัฐบาลไทย รับว่ายังคงเคารพต่ออธิปไตยเอกราชของไทย พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แถลงนโยบายต่อสภาในวันที่ 19 มีนาคม 2518 นายกรัฐมนตรีจึงประกาศว่าปรารถนาจะสถาปนาการทูตระหว่างไทยจีนขึ้นใหม่ เป็นการส่งสัญญาณไปถึงจีนก่อน ต่อจากนั้นในวันที่ 30 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็บินเงียบฝ่ากฎหมายป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ไปพบผู้นำจีน ซึ่งทำให้โลกเสรีต้องตกตะลึง การต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีไทยนั้น เป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์อย่างที่จีนไม่เคยต้อนรับใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจหรือมุขบุรุษของประเทศใด นอกจากได้เข้าพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีโจวเอนไล และรองนายกรัฐมนตรีเติ้งเสี่ยวผิงแล้ว ประธานเหมาเจ๋อตุงในวัยชรา ยังเพิ่มรายการพิเศษแหวกคิวกระทันหันให้ไปพบขณะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน และคุยกันอย่างเป็นกันเองเป็นเวลายาวนาน กรณีมายาเกรซ ทำให้ไทยมีข้ออ้างในการสลัดภาพสหรัฐออกไป แล้วสวมด้วยจีน เพื่อคานอำนาจกับเวียตนามที่กำลังจะล้างแค้นไทย ไทยรอดมาได้ เพราะผู้นำกล้าตัดสินใจ ปัจจุบัน ไทยกลับไปอยู่กลางข้างชนกันอีกครั้ง เพราะที่ตั้งของประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ผู้นำที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ในช่วงบริบทยุทธศาสตร์อินโด แปซิฟิค จึงสำคัญมาก ต้องไม่ใช่หมาที่คนโกงชาติจะจูงไปทางไหนก็ได้ข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยคนไทยอึ้ง! "กัมพูชา" งัดหลักฐานโบราณ ขอเคลม "กางเกงช้าง"ล่าสุด กลายเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้ง หลังมีผู้ใช้งานรายหนึ่งได้โพสต์ภาพรูปปั้นแกะสลัก ที่คล้ายรูปตัดต่อให้สวมกางเกงช้าง ในกลุ่มเฟซบุ๊ก @Amazing Asia cultural hub พร้อมระบุข้อความว่า “Thank for support ขอบคุณที่สนับสนุนกางเกงช้างของเขมร เรามีหลักฐานบนผนังของอังกอร์วัด” แน่นอนว่า เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป กระแสโซเชียลฯ ฝั่งกัมพูชา ก็ร้อนแรงไม่น้อย ต่างเข้ามาคอมเมนต์เห็นด้วย และยืนยันว่าเป็นของประเทศกัมพูชา พร้อมแนบหลักฐานถึงความเชื่อว่า “กางเกงช้าง” เป็นของประเทศกัมพูชาจริง ๆKorkaw Pitchsinee• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยความลับทักษิณถูกเปิดเผยแล้ว งามหน้าละทีนี้!!! เคยมีข่าวมานาน แต่ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยัน!!! คราวนี้ไม่ต้องสืบแล้ว เพราะต่างประเทศลงข่าวว่า บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม ที่ทำธุรกิจด้านพลังงานของรัฐอาบูดาบี ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้ออกคำแถลงผ่านสื่อต่างประเทศว่าพวกเขาได้รับสัมปทานเข้าไปพัฒนาแหล่งพลังงานในอ่าวไทย ที่เรียกว่า “แหล่งนงเยาว์” โดยจะเริ่มดำเนินการพัฒนา ในเชิงพาณิชย์ภายในปีห...น้า (2558) เป็นต้นไป รายงานข่าวดังกล่าวเผยแพร่โดยสำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อสองสามวันก่อน ที่อ้างคำแถลงอย่างเป็นทางการจากบริษัทดังกล่าวที่มี คัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค เป็นซีอีโอ เปิดเผยเรื่องนี้ให้ทราบ โดย เขายังควบตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ของสโมสรฟุตบอล “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ในศึกพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ ที่ซื้อกิจการต่อมาจาก ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ ตามรายงานข่าวดังกล่าว ระบุว่า บริษัท มูบาดาลาฯ จะได้รับประโยชน์จากสัญญาสัมปทานพลังงานแปลง “นงเยาว์”ในอ่าวไทย ในสัดส่วนราวร้อยละ 75 และมีบริษัทพลังงาน ในชื่อ คริส เอ็นเนอร์จี จากสิงคโปร์ ที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ได้รับส่วนแบ่งที่เหลืออีกร้อยละ 25 ที่น่าสนใจก็คือ แหล่งน้ำมันแห่งนี้ มีศักยภาพในการผลิต น้ำมันรองรับได้ถึงวันละ 15,000 บาร์เรล นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทพลังงาน ของรัฐอาบูดาบี ดังกล่าว ยังมีการจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทยในชื่อ “เพิร์ล ออยส์ (ประเทศไทย) จำกัด” มีสำนักงานอยู่ที่ “ตึกชินวัตร 3” โดย บริษัทเพิร์ลออยส์ฯ ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านธุรกิจพลังงานกับ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในด้านการทำธุรกิจด้านพลังงานในอ่าวไทย ทั้งที่อยู่ในเขตไทย และในเขตที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างสิทธิ โดยมีการดึงเอาบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือ ปตท.สผ.เข้ามาเป็นหุ้นส่วนมาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 นายสรรเสริญ สมะลาภา อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ที่ยกทรัพยากรธรรมชาติของชาติไปให้ ทักษิณ ชินวัตร ไปขายให้กับต่างชาติ สอดคล้องกัน กับคำให้สัมภาษณ์ของ ปลัดกระทรวงพลังงาน ณอคุณ สิทธิพงศ์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นกรรมการปิโตรเลียม เปิดเผยว่าคณะกรรมการปิโตรเลียมได้เปิดพื้นที่ ผลิตปิโตรเลียมใน แหล่งนงเยาว์ ตามข้อเสนอของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมีบริษัท เพิร์ลออยส์ฯ เข้าไปพัฒนา อยู่ในแปลงสำรวจ จี11/48 ในอ่าวไทย เมื่อเชื่อมโยง คำแถลงล่าสุดของบริษัท คัลดูน คาลิฟาฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และตัวซีอีโอที่ออกมายอมรับการเข้าทำธุรกิจพลังงาน ในอ่าวไทย โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป และการเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ที่มาที่ไปกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ลงนามสั่งการ รวมไปถึงบรรดารัฐมนตรี “ขี้ข้า” ที่พร้อม “รับงาน” ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ทั้งคนก่อน คนปัจจุบันอย่าง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ความเคลื่อนไหวที่เห็น แม้ไม่ต้องอธิบาย ก็สามารถหลับตานึกภาพเห็นได้ชัดเจนกันอยู่แล้ว ว่านี่คือ รายการ “สมคบกันฮุบ ทรัพยากรของชาติ” ไปเป็นของส่วนตัว โดยใช้อำนาจรัฐ ใช้รัฐบาลที่มีน้องสาวนตัวเอง และบรรดารัฐมนตรี “ขี้ข้า” ทั้งหลายช่วยอำนวยความสะดวก ทุกอย่างเป็น “จิ๊กซอว์” ที่ต่อเชื่อมเห็นภาพได้ อย่างชัดเจน และที่ผ่านมาแม้ว่า จะมีการรับรู้ และคาดการณ์กันอยู่ล่วงหน้าในทำนองว่า “กูว่าแล้ว” อะไรประมาณนั้นแหละ เพียงแต่ว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน มีแต่การปะติดปะต่อ คาดเดาจากความเคลื่อนไหวและการเดินสายไปเจรจากับ ต่างประเทศที่มีพิรุธ และสื่อต่างประเทศก็เคยมีการรายงานตั้งข้อสงสัย ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ไล่หลังการเดินทางของ ทั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ทักษิณ ชินวัตร อยู่เสมอในเรื่องของ ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจพลังงานทั้งในอ่าวไทย พม่า เป็นต้น รวมทั้งเวลานั้นกระแสต่อต้านรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ ยังไม่มีแรงพอ ทำให้สังคมเกิดความรู้สึกร่วมได้มากเหมือนในตอนนี้ ดังนั้นการยอมรับและ การแถลงอย่างเป็นทางการ ของบริษัทพลังงานที่เข้ามารับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ ทักษิณ ชินวัตร คราวนี้มันจึงไม่ต่างจาก “ใบเสร็จ” ชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าคนในครอบครัวนี้กำลัง “ฮุบทรัพยากรของชาติ” ไปเป็นของส่วนตัว อย่างหน้าไม่อาย และนี่แหละคือ “ทุนสามานย์ข้ามชาติ” ที่คนอย่างเขาทำตัวทั้งเป็น “นายหน้า” และร่วมหุ้นแบบที่ ไม่ต้องลงทุน ขณะเดียวกันกรณีนี้ยังเป็นตัวอย่างและเป็นอีกคำตอบว่า ทำไมการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทรราชย์ของ “มวลมหาประชาชน” ในไทยจึงได้รับการบิดเบือน และโจมตีจาก มหาอำนาจตะวันตก ก็เพราะมีผลประโยชน์ ทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นแหละ ยิ่งเห็นภาพชัดแบบนี้ ก็ต้องถึงเวลาที่รวมพลังกัน ขับไล่พวกทรราชย์ไปทั้งโคตร!! แชร์แฉเรื่องจริงเรื่องนี้ ไปให้เยอะๆ เพราะสื่อหลัก มันไม่ทำข่าวพวกนี้ให้ ปชช.ทั่วไปรู้ ยิ่งคนรู้มากยิ่งช่วย ประเทศได้มาก อ่านแล้ว ช่วยส่งต่อให้มากที่สุดด้วยข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลือ พรรคเพื่อไทยแจกเงิน แท๊กซี่ 2,000 บาทนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะแจกเงินพี่น้องแท็กซี่ที่เดือดร้อนในวันนี้ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ว่า ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม พรรคเพื่อไทยไม่มีแผนที่จะแจกเงินในกรณีดังกล่าว วันที่ 20 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพคนขับแท็กซี่นำรถมาจอดเรียงเป็นแถวยาว บริเวณหน้าพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดเป็นอย่างมากข่าวการเมืองโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปรถถังกัมพูชาระเบิดข่าวไทยกัมพูชามีมไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปทหารไทยใช้อาวุธเคมีโจมตีกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยทหารกัมพูชาไล่ยิงนักศึกษาใน จ.สุรินทร์ไม่ระบุชื่อ• 6 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปประท้วงขับไล่ "ฮุน เซน" ในกัมพูชาข่าวไทยกัมพูชามีมไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปโยนศพทหารกัมพูชาลงบ่อโคลนไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปญาติหามศพทหารกัมพูชาไปเผาไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิป F-16 ทิ้งระเบิดกองบัญชาการกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 6 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกัมพูชายึดปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 2 คนสงสัย“ ชลน่าน” โต้ข่าวเพื่อไทยยกประธานสภาให้ก้าวไกล ซัดปล่อยข่าวทำพรรคตกเป็นจำเลย ยืนยันหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ ไม่มีแผน 2-3“ชลน่าน” โต้ข่าวเพื่อไทยยกประธานสภาให้ก้าวไกล ซัดปล่อยข่าวทำพรรคตกเป็นจำเลย ยืนยันหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ ไม่มีแผน 2-3 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยยอมยกเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พรรคก้าวไกล โดยพรรคเพื่อไทยจะนั่งรองประธานสภาฯ 2 ตำแหน่ง มีเงื่อนไขว่าทั้ง 8 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมจะชู นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หาก นายพิธา ไม่สามารถฝ่าด่าน ส.ว. ได้ พรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลจะอยู่ช่วยพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลไม่แยกตัวออกไปไหนนั้น ล่าสุด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ไม่รู้ที่มาที่ไปของข่าวดังกล่าว โดย นพ.ชลน่าน บอกว่า เมื่อวานนี้ยังอยู่กับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ก็ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางต่างๆ ที่เราจะไปพูดคุย เจรจากับพรรคก้าวไกล รวมถึงกระบวนการเพื่อขอมติพรรค 3 ก.ค. ก่อนที่จะมีการโหวตประธานสภา 4 ก.ค. “แปลกใจกับข่าวที่ออกมา น่าจะเป็นเรื่องของการปล่อยข่าวมากกว่า ยิ่งปล่อยข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตัวก็พูดมาตลอดว่าเพื่อไทยไม่มีแผน 2 แผน 3 เพราะเราเคารพพรรคแกนนำ มีแผนเดียว คือ สนับสนุนพรรคแกนนำและสนับสนุนให้ นายพิธา เป็นนายกเท่านั้น เพราะหากเราไปพูดถึงแผน 2 แผน 3 มันก็คือการสมมติ หากใช้คำว่า "ถ้า" มันก็จะถูกตีความเยอะ ฉะนั้นจะมาบอกว่าเราไปขอเป็นแกนนำอะไรต่างๆ ยืนยันมันไม่มี ในสิ่งที่ได้พูดคุยกัน และในสิ่งที่ตนได้สื่อสารออกไป” นพ.ชลน่าน ย้ำว่า คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก บางคนไปตีความ สิ่งที่สื่อสารออกไปผิด ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า เปรียบประชาชนเป็นพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ให้เขามาอย่างไรเราก็ต้องทำ แม้เราไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้นตนก็เลยเปรียบเทียบ ให้ฟังกลับไปตีความผิด กลายเป็นว่าไม่รักกัน มันไม่ใช่ไม่รักกัน การคลุมถุงชนมันไม่ใช่ว่ารักหรือไม่รัก จริงอยู่ส่วนหนึ่งที่อาจมีไม่รักแต่ถูกจับมาแต่ง บางครอบครัวเขาไม่เคยเจอกันเลยแต่ถูกจับมาแต่งเขาก็รักกัน เป็นคู่ชีวิตที่ยั่งยืน อย่างเช่นคนจีนที่มีครอบครัวเข้มแข็ง ความหมาย คือ เพียงแค่จะต้องการให้เห็นความสำคัญของประชาชน ว่าเขามอบอำนาจมาให้เราเหมือนพ่อเหมือนแม่ ดังนั้นเราเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดอย่างอื่นเลย ต้องการจะเปรียบเทียบเท่านี้ แต่อาจจะสื่อสาร ไขว้เขวก็ต้องขออภัย เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภา 2 คน และเป็นเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลแทนหากก้าวไกลทำไม่สำเร็จนั้น นพ.ชลน่าน ยืนยัน เป็นการปล่อยข่าว ระดับแกนนำเองก็ยังงง ว่ามายังไง เพราะไม่ใช่ผลดีกับพรรคแน่นอน และคนที่ปล่อยข่าวมาอ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย อย่างนี้ยิ่งส่งผลไม่ดี ยิ่งทำให้เราตกเป็นจำเลยเข้าไปอีก ดังนั้นตนขอย้ำอีกครั้งว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในฉันทามติของประชาชน สนับสนุนนายพิธาเป็นนายก และก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่เพื่อไทยจะไม่เป็นเงื่อนไขในการที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จข่าวการเมืองเลือกตั้งstd46456• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยคลิปทหารกัมพูชาโชว์ใช้ฟันลากรถขู่ทหารไทยไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภาพ F-16 ทิ้งบอมบ์กองบัญชาการกัมพูชา จริงหรือ?ภาพ F-16 ทิ้งบอมบ์กองบัญชาการกัมพูชา จริงหรือ?สุชัย เจริญมุขยนันท• 5 เดือนที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกัมพูชาเคารพข้อตกลง ไม่ได้เปิดฉากยิงใส่ประเทศไทยข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 1 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลี่กฎหมาย ปมจับ-ส่งกลับ‘นักเรียนกัมพูชา’ ถูกหรือผิด?กฎหมาย ปมจับ-ส่งกลับ‘นักเรียนกัมพูชา’ ถูกหรือผิด? เป็นอย่างไรสุชัย เจริญมุขยนันท• 4 เดือนที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพิธาเป็นคนเขมรพิธา เป็นคนเขมร ชาวเน็ตกัมพูชาเคลมข่าวการเมืองล้อเลียนThanatcha Intapanom• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยเลิกรับแรงงานลาวกับเขมร รับแต่พม่าเลิกรับแรงงานลาวกับกัมพูชา รัลแต่แรงงานพม่าเท่านั้นstd46433• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยแก๊งค์คอนเซ็นเตอร์มาตั้งฐานที่กัมพูชาถูกจับส่งจีนภาคอีสานภาคตะวันออกไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิป "แก๊งจีนเทา" ในกัมพูชาวิ่งหนีการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่ข่าวไทยกัมพูชามีมไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพบเครื่องบินรบ F5E เหนือน่านฟ้า จ.สุรินทร์ มุ่งหน้าไปทางกัมพูชาข่าวการเมืองภาคอีสานไม่ระบุชื่อ• 9 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย“ ชลน่าน” โต้ข่าวเพื่อไทยยกประธานสภาให้ก้าวไกล ซัดปล่อยข่าวทำพรรคตกเป็นจำเลย ยืนยันหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ ไม่มีแผน 2-3“ชลน่าน” โต้ข่าวเพื่อไทยยกประธานสภาให้ก้าวไกล ซัดปล่อยข่าวทำพรรคตกเป็นจำเลย ยืนยันหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ ไม่มีแผน 2-3 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยยอมยกเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พรรคก้าวไกล โดยพรรคเพื่อไทยจะนั่งรองประธานสภาฯ 2 ตำแหน่ง มีเงื่อนไขว่าทั้ง 8 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมจะชู นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หาก นายพิธา ไม่สามารถฝ่าด่าน ส.ว. ได้ พรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลจะอยู่ช่วยพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลไม่แยกตัวออกไปไหนนั้น ล่าสุด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ไม่รู้ที่มาที่ไปของข่าวดังกล่าว โดย นพ.ชลน่าน บอกว่า เมื่อวานนี้ยังอยู่กับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ก็ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางต่างๆ ที่เราจะไปพูดคุย เจรจากับพรรคก้าวไกล รวมถึงกระบวนการเพื่อขอมติพรรค 3 ก.ค. ก่อนที่จะมีการโหวตประธานสภา 4 ก.ค. นพ.ชลน่าน ย้ำว่า คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก บางคนไปตีความ สิ่งที่สื่อสารออกไปผิด ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า เปรียบประชาชนเป็นพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ให้เขามาอย่างไรเราก็ต้องทำ แม้เราไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้นตนก็เลยเปรียบเทียบ ให้ฟังกลับไปตีความผิด กลายเป็นว่าไม่รักกัน มันไม่ใช่ไม่รักกัน การคลุมถุงชนมันไม่ใช่ว่ารักหรือไม่รัก จริงอยู่ส่วนหนึ่งที่อาจมีไม่รักแต่ถูกจับมาแต่ง บางครอบครัวเขาไม่เคยเจอกันเลยแต่ถูกจับมาแต่งเขาก็รักกัน เป็นคู่ชีวิตที่ยั่งยืน อย่างเช่นคนจีนที่มีครอบครัวเข้มแข็ง ความหมาย คือ เพียงแค่จะต้องการให้เห็นความสำคัญของประชาชน ว่าเขามอบอำนาจมาให้เราเหมือนพ่อเหมือนแม่ ดังนั้นเราเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดอย่างอื่นเลย ต้องการจะเปรียบเทียบเท่านี้ แต่อาจจะสื่อสาร ไขว้เขวก็ต้องขออภัย เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภา 2 คน และเป็นเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลแทนหากก้าวไกลทำไม่สำเร็จนั้น นพ.ชลน่าน ยืนยัน เป็นการปล่อยข่าว ระดับแกนนำเองก็ยังงง ว่ามายังไง เพราะไม่ใช่ผลดีกับพรรคแน่นอน และคนที่ปล่อยข่าวมาอ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย อย่างนี้ยิ่งส่งผลไม่ดี ยิ่งทำให้เราตกเป็นจำเลยเข้าไปอีก ดังนั้นตนขอย้ำอีกครั้งว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในฉันทามติของประชาชน สนับสนุนนายพิธาเป็นนายก และก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่เพื่อไทยจะไม่เป็นเงื่อนไขในการที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จข่าวการเมืองเลือกตั้งstd46218• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยต่างชาติเข้าถือหุ้นธนาคารกรุงไทยข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ต่างชาติเข้าถือหุ้นธนาคารกรุงไทย . ตามที่มีการแชร์ข่าวสารเรื่องต่างชาติเข้าถือหุ้นธนาคารกรุงไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางธนาคารกรุงไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีผู้ส่งต่อข้อมูลว่า ธนาคารกรุงไทยถูกต่างชาติเข้าถือหุ้นหมดแล้วนั้น ทางธนาคารกรุงไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ธนาคารกรุงไทยถือหุ้นใหญ่ โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยกองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้นธนาคารกรุงไทยในสัดส่วน 55% ไม่ใช่ต่างชาติตามที่ถูกกล่าวอ้าง . ดังนั้นประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก หรือน่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร. Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือแจ้งผ่าน Facebook : Krungthai Care . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ธนาคารกรุงไทยถือหุ้นใหญ่ โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือหุ้นทั้งหมด 55% ไม่ใช่ต่างชาติตามที่ถูกกล่าวอ้าง . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : ธนาคารกรุงไทย . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวนโยบายรัฐ #ธนาคารกรุงไทย #ต่างชาติ #ถือหุ้นแอคปลอมstd48133• 3 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัย#ฐานทัพสหรัฐ ในไทย ฉบับอ่านง่าย คุณ @Don Plooksawasd เขียนบทความน่าสนใจมาให้อ่านกันเกี่ยวกับกระแสข่าวที่ส่งกันตามไลน์ว่าประเทศไทยกำลังจะได้อเมริกามาตั้งฐานทัพแล้ว หลังจากเอาฮากันไปแล้ว บทความนี้จะมาดูกันแบบจริงจังว่าที่ลือ ๆ กันนั้นมันมีมูลความจริงแค่ไหน ---------------- TLDR สำหรับโควต้า 7 บรรทัด: โอกาสในปัจจุบันยังต่ำมาก เพราะจากประวัติศาสตร์แล้วการที่ไทยจะเชิญสหรัฐฯมาตั้งฐานทัพมีปัจจัยหลัก 3 ประการคือ 1. ทั้งสองประเทศต้องเห็นภัยคุกคามร่วมกัน 2. ภัยคุกคามนั้นสูงจนรัฐไทยมองว่าอาจเป็นภัยต่อสถาบันหลักชาติ, ศาสนา, พระมหากษัตริย์ 3. ทางสหรัฐฯต้องมองเห็นประโยชน์ในแง่ภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ของการมาตั้งฐานทัพในไทยด้วย ปัจจัยเหล่านี้เป็นจริงในยุคสงครามเวียดนาม แต่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นก้าวไกลหรือรัฐบาลจากพรรคประชาธิปไตยอื่นก็ตาม ---------------- แรกเริ่มฐานทัพสหรัฐฯในไทย ไทยเชิญสหรัฐฯมาตั้งฐานทัพในช่วงปี 1961 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มองการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์และแนวคิดเศรษฐกิจคอมมิวนิสต์ว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประกอบกับสหรัฐฯในยุคนั้นดำเนินนโยบายให้การสนับสนุนประเทศที่ถูกคุกคามจากภัยคอมมิวนิสต์ ฐานทัพสหรัฐฯแห่งแรกในไทยคือดอนเมือง จากนั้นเพื่อรองรับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯในเวียดนามก็ผุดฐานทัพใหม่ๆ ในภาคอีสานเพื่อรองรับการภารกิจต่าง ๆ เช่นการสอดแนมและทิ้งระเบิด ซึ่งเที่ยวบินกว่า 80% บินออกจากฐานในไทย ฐานทัพที่สหรัฐฯใช้ปฎิบัติการทั้ง 7 ฐานถือว่าเป็นของรัฐบาลไทย ผู้บัญชาการฐานทัพเป็นนายทหารไทย แต่สหรัฐฯให้เงินสนับสนุนด้านต่างๆ รวมถึงการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม นอกจากตั้งฐานทัพตามคำเชิญแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯยังวางรากฐานในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถาบันหลักของชาติในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ เช่นการจัดตั้งตำรวจตระเวณชายแดน, การให้ความสนับสนุนสถาบันศาสนาผ่าน Asia Foundation, รวมถึงความสัมพันธุ์อันดีเยี่ยมระหว่างราชวงศ์ไทยและสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากการมาเยือนในระดับประธานาธิบดีจากทั้ง Johnson และ Nixon ยังมีการเสด็จเยี่ยมทหารสหรัฐฯในไทยจากทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินินาถ ---------------- ปิดม่าน ความทรหดในสนามรบของเวียดนามเหนือบวกกับกระแสต่อต้านสงครามเวียดนามที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ ทำให้หลังจากการลงนามสัญญาปารีสในปี 1973 แล้วรัฐบาล Nixon เริ่มลดกำลังทหารในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงในไทยลง ซึ่งสอดคล้องพอดีกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516(1973) ขับไล่รัฐบาลจอมพล ถนอม พร้อมกับแสดงถึงความไม่พอใจขอสาธารณชนต่อสถานะของสหรัฐฯที่ถูกมองว่าเป็นนั่งร้านสนับสนุนรัฐบาลไทยด้วย เมื่อรัฐบาลเสนีย์ ปราโมทย์ ชนะการเลือกตั้งในปี 1975 จึงเปลี่ยนโยบายการต่างประเทศให้เป็นมิตรกับคอมมิวนิสต์จีนมากขึ้นเพื่อปักกิ่งลดการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยลง นับเป็นยุทธวิธีที่เห็นโอกาสที่เกิดจากการแตกหักในโลกคอมมิวนิสต์ระหว่างจีนกับสหภาพโซเวียต โดยสหรัฐฯเองก็ส่งประธานาธิบดี Nixon ไปเยือนจีนก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1972 เพื่อเพิ่มสัมพันธ์เช่นกัน ไทยวางตัวเป็นอิสระบนเวทีโลกมากขึ้นเพื่อลดภาพการเป็นตัวแทนสหรัฐฯในภูมิภาค สหรัฐฯถูกขอให้ถอนทหารจากฐานทัพต่างๆ ภายในปี 1976 ซึ่งสหรัฐฯตกลงถอนทหารภายในเวลาที่กำหนดรวมถึงยกสิ่งปลูกสร้างและยุทโธปกรณ์ที่ขนย้ายลำบากให้กับทางการไทย แต่วิธีการบริหารภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ของรัฐบาลเสนีย์ถูกกลุ่มอนุรักษ์นิยมในประเทศบางส่วนมองว่าอ่อนปวกเปียกและมีความชะล่าใจมากเกินไป มีความพยายามเรียกร้องให้สหรัฐฯชะลอแผนถอนทหารลงแต่ไม่เป็นผล ซึ่งความกระวนกระวายนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 (1976) ในเวลาต่อมา ในตอนนั้นแม้สหรัฐฯจะถอนกำลังจากไทยไปหมดแล้วตั้งแต่มิถุนายน 1976 แต่ก็เป็นชาติแรกที่ไทยเข้าหาเพื่อให้สนับสนุนด้านภาพพจน์ของรัฐบาลที่เสียหายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในธรรมศาสตร์และรัฐประหารที่ตามมา ในทศวรรษต่อ ๆ มา สหรัฐฯ-ไทย ยังมีความร่วมมือหลายด้าน เช่น ด้านข่าวกรองแลกกับการใช้สถานที่ใทยสำหรับหน่วยงาน NSA, การฝึกทหารร่วมกัน และการขายอาวุธทันสมัยอย่าง F-16 ----------------- ถ้าเราย้อนกลับไปดูปัจจัยทั้ง 3 ประการข้างต้นจะเข้ามาและจากไปของฐานทัพสหรัฐฯในช่วงสงครามเย็น 1. ทั้งสองประเทศต้องเห็นภัยคุกคามร่วมกัน: สหรัฐฯและไทยเห็นคอมมิวนิสต์เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ แต่พอเข้ายุค 70s สหรัฐฯไม่ได้มองการลงมาต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในเอเซียว่าเป็นเรื่องคุ้มตค่า 2. ภัยคุกคามนั้นสูงจนรัฐไทยมองว่าอาจเป็นภัยต่อสถาบันหลักชาติ, ศาสนา, พระมหากษัตริย์: ประเด็นนี้จริงในยุค 60 แต่ภายหลังปี 1973 ยุทธวิธีทางการทูตใหม่ ๆ ของรัฐบาลเสนีย์ที่อาศัยการแตกกันของ จีน-โซเวียต ทำให้การมีอยู่ของฐานทัพเป็นเรื่องไม่จำเป็น 3. ทางสหรัฐฯต้องมองเห็นประโยชน์ในแง่ภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ของการมาตั้งฐานทัพในไทยด้วย: การทิ้งระเบิดทางยุทธวิธีในเวียดนาม ต้องอาศัยฐานบินในประเทศไทย เมื่อสงครามเวีดนามจบ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ฐานในไทยอีก ------------------- เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ถ้าเราเอาปัจจัยสามข้อที่ว่ามากาง เทียบกับบริบทความขัดแย้งในเอเซียในปัจจุบัน จะพบว่าโอกาสการเชิญสหรัฐฯมาตั้งฐานทัพในไทยมีโอกาสความเป็นไปได้ต่ำ 1. ทั้งสองประเทศต้องเห็นภัยคุกคามร่วมกันหรือไม่? ปัจจัยที่จะเกิดสงครามครั้งใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯคือประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและบางชาติใน ASEAN รวมถึงกรณีไต้หวัน ซึ่งในเรื่องนี้ไทยไม่มีส่วนได้เสีย กับพื้นที่ในทะเลจีนใต้เลย ขณะเดียวกันชาติ ASEAN เช่นเวียดนามและฟิลิปินส์ที่เพิ่มระดับความเป็นมิตรกับสหรัฐฯเป็นพิเศษในหลายปีที่ผ่านมาเพราะขัดแย้งกับจีนในเรื่องผลประโยชน์ทะเลจีนใต้ทั้งสิ้น กระทั่งประเทศเหล่านี้ก็มองความขัดแย้งของตัวกับจีนแยกกับประเด็นไต้หวัน 2. ภัยคุกคามนั้นสูงจนรัฐไทยมองว่าอาจเป็นภัยต่อสถาบันหลักชาติ, ศาสนา, พระมหากษัตริย์หรือไม่? ประเทศไทยไม่ได้มองจีนเป็นภัยคุกคามด้วยซ้ำ กระทั่งพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยอย่าง #ก้าวไกล หรือ #เพื่อไทย ก็มองผลประโยชน์ด้านการค้าและการท่องเที่ยวกับจีนเป็นหลัก ยังไม่มีคำพูดจากผู้สมัครพรรคการเมืองคนไหนเลยที่บอกว่าไทยต้องลดระดับความสัมพันธ์กับจีนหรือสหรัฐฯ การยกตัวอย่างกรณี รัสเซีย-ยูเครน ก็เป็นการเทียบที่ไม่เข้าท่า เพราะในขณะที่รัสเซียมีมายาคติเชื่อว่าประเทศตนเองจะเป็นจักรวรรดิยิ่งใหญ่ในยูเรเซียได้ต้องมียูเครนเป็นบริวาร ไทยไม่ได้ถูกมองแบบนั้นในจินตนาการของทั้งจีนหรือสหรัฐฯ ถ้าเทียบในบริบท รัสเซีย-ยูเครน ไต้หวันต่างหากที่พอจะเข้าข่าย เพราะการยึดไต้หวันคือการปิดฉากสงครามกลางเมืองจีนอย่างสมบูรณ์ 3. ทางสหรัฐฯมองเห็นประโยชน์ในแง่ภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ของการมาตั้งฐานทัพในไทยไหม? ถ้าเราดูแผน Army 2030, Marine 2030 ซึ่งเป็นการออกแบบกำลังของสหรัฐฯในยุคทศวรรษหน้า จะเห็นว่าไทยไม่ได้อยู่ในแผนการวางกำลังเลยเพราะภูมิศาสตร์ประเทศอยู่ห่างจากสนามรบในทะเลจีนใต้ค่อนข้างมาก คนละเรื่องกับสมัยสงครามเวียดนามที่อยู่แทบจะติดกับพื้นที่การรบ รายงาน U.S. Ground Forces in the Indo-Pacific: Background and Issues for Congress ที่ทำโดยสภาคองเกรสเมื่อปีที่แล้ว มีพูดถึงแผน Army 2030 กับ Marine 2030 ไม่ได้พูดถึงความเป็นไปได้ในการตั้งฐานทัพในไทย แต่มีการระบุเรื่องย้ายหน่วย Marine 3rd Expeditionary Force จากโอกินาว่าไปเกาะกวม รายงาน Indo-Pacific Deterrence and the Quad in 2030 ที่จัดทำโดยเพนตากอนในปี 2021 มีการพิจารณาเรื่องการตั้งฐานทัพใหม่ ๆ ให้กระจายไปตามเกาะต่างๆ ของมหาสมุทร Pacific เพื่อลดอันตรายจากการโจมตีจากจีน รวมถึงระบุแนวทางการตั้งฐานทัพร่วมกับพันธมิตร QUAD (สหรัฐฯ-อินเดีย-ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น) โดยมีเกาะ Nicobar ในทะเลอันดามัน ซึ่งมีประโยชน์ในการสกัดกั้นเส้นทางขนถ่ายน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไปยังจีน และฐานทัพในออสเตรเลียเพราะอยู่นอกระยะทำการ 4,000 กิโลเมตรของขีปนาวุธ DF-26 อาวุธใหม่ ๆ ที่สหรัฐฯทำการวิจัยอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ Hypersonic, จรวด PrSM Inc 4 พิสัย 1,000 กิโลเมตรที่ใช้กับ HIMARS, เรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่สร้างให้ออสเตรเลียร่วมกับกลุ่ม AUKUS รวมถึงอาวุธพิสัยไกลปล่อยเป็นฝูงได้จากเครื่องบินขนส่ง C-130 ชี้ไปยังแผนยุทธศาสตร์ที่มีศูนย์กลางเป็นมหาสมทุรแปซิฟิก, การหยุดยั้งการข้ามช่องแคบไต้หวันและการปิดเส้นทางเดินเรือทางทะเลจีนเป็นหลักโดยไม่พึ่งพาฐานทัพที่อยู่ในระยะโจมตีจากจีนมากเกินไป สหรัฐฯสามารถสกัดกั้นจีนได้มีประสิทธิภาพกว่า ด้วยความช่วยเหลือของประเทศเป็นมิตรอย่างฟิลิปินส์และเวียดนามที่มองจีนเป็นภัยคุกคามจากกรณีทะเลจีนใต้ รวมถึงมีภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้กับแนวรบพอดี ------------------ ด้วยปัจจัยทั้งสามอย่างแล้วเราจึงสรุปได้ว่าความเป็นไปได้ที่ไทยจะเชิญสหรัฐฯมาตั้งฐานทัพมีต่ำมาก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ ผู้เล่นในภูมิภาคไม่ได้มีเพียงไทยหรือสหรัฐฯเท่านั้น การเคลื่อนไหวของจีนและประเทศอื่นๆ ใน ASEAN สามารถส่งผลให้ปัจจัยข้อ 1,2 เปลี่ยนไป เช่นหากจีนต้องการกดดันให้แน่ใจว่าไทยจะวางเฉยด้วยการขยายฐานทัพเรือในกัมพูชา, สนับสนุนท่าทีของกัมพูชาให้ก้าวร้าวกับไทยมากขึ้น หรือใช้พม่ากดดันไทยผ่านทะเลอันดามัน การประเมินภัยคุกคามของไทยก็อาจเปลี่ยนไปและเป็นปัจจัยให้เชิญสหรัฐฯเข้ามาตั้งฐานทัพได้เช่นกัน ในอนาคตที่ไม่แน่นอนการวางยุทธศาสตร์และการจัดซื้ออาวุธของประเทศจึงควรมีภาพที่ชัดเจนว่าจะสงครามจะเกิดอย่างไร, ที่ไหน และบทบาทของไทยเพื่อป้องกันการเกิดสงครามคืออะไร หากเกิดสงครามคืออะไร? ในฐานะประชาชน เราไม่ควรตื่นตูมกับข่าวประเภทนี้แต่ควรพยายามเข้าใจบริบทในอดีตและเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างไม่ใช้อารมณ์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อผู้ที่มีเป้าหมายทางการเมืองได้https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0EW5mpomMTGW6KpnPN7DaixNzTukfdL3M3AZ3t5CVx7AXWveWGChjAsyCxXgvjRG6l&id=100047386231809&sfnsn=mo&mibextid=jf9HGSข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
