(3285 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยก.ล.ต. รับรองงานออนไลน์ รับสมัครผ่านบัญชีแอปพลิเคชันสีฟ้าตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนช่องทางออนไลน์เรื่อง ก.ล.ต. รับรองงานออนไลน์ รับสมัครผ่านบัญชีแอปพลิเคชันสีฟ้า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีการตรวจพบข่าวสารเกี่ยวกับรับสมัครงานออนไลน์ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า โพสต์บนทวิตเตอร์โดยมีข้อความว่า “งานออนไลน์ได้เงินจริง มีอยู่จริง!!! ใครโดนโกงมา มาที่เราไม่ผิดหวัง รับรองจาก ก.ล.ต. / DBD” เป็นการให้ข้อมูลเชิญชวนโดยแอบอ้างว่าได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานของ ก.ล.ต. ตามที่ถูกกล่าวอ้าง .035gameover• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยวัคซีนเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอมนุษย์ข่าวลือนี้ถูกพูดถึงกันมากเป็นพิเศษสำหรับวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี 2 ชนิดคือ mRNA เช่น วัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่นำรหัสพันธุกรรมส่วนเล็กๆ ของไวรัสมาใช้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กับ Viral Vector เช่น วัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ใช้วิธีฝากสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ไปกับไวรัสชนิดอื่น แต่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 ด้วยข้าว'ว ปุ้น• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาสีฟัน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยกอย.เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กโฆษณาหลอกขายยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ พบอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก เสี่ยงได้รับอันตรายในช่องปาก (19 ต.ค.2565) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ โฆษณาโอ้อวดเกินจริง การโฆษณาดังกล่าวเป็นการโฆษณาเกินความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภค เนื่องจากยาสีฟันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อทำความสะอาดเท่านั้น ดังนั้นการอวดอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาร้อนใน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก จึงเป็นข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริงและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอางstd48101• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยส.ว. เย้ยอาจมีเพียง 5 คน โหวตหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ หากยังดันแก้ ม.112วันที่ 26 มิถุนายน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" ถึงทิศทาง ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตอนหนึ่งว่า ไม่จริง ซึ่งสิ่งที่เขาเสนอไปตนไม่อยากให้ประชาชนสับสน เพราะจริงๆแล้ว วุฒิสภาให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไข ม.112 โดยได้พูดและยืนยันมาตั้งแต่แรก แม้เรื่องแก้มาตรา 112 จะไม่ได้ระบุใน MOU แต่ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่นายพิธา และพรรคก้าวไกล เสนอที่จะทำเรื่องนี้ต่อไป เราก็ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญTunchanok Saetia• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวดัง ช่อง 3 แพทย์เชียงใหม่รามใช้ ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนูดำ ช่วยรักษาเส้นเลือดสมองตีบได้ข่าวดัง ช่อง 3 แพทย์เชียงใหม่รามใช้ ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนูดำ ช่วยรักษาเส้นเลือดสมองตีบได้นพ.ประชากัญญาประสิทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง รพ.เชียงใหม่ราม เผยคนไข้ ใช้ ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนูดำ ช่วยรักษษเส้นเลือดสมองตีบได้ผลลัพธ์น่าตกใจ เมื่อเอ็กเรย์และฉีดสีดูเส้นเลือดที่ตีบ พบว่าเส้นเลือดจากผิวขรุขระ กลายเป็นผิวเรียบสวย โดยคนไข้เล่าให้ฟังว่า นำสมุนไพรทั้งสามชนิดมาตุ๋นรวมกันแล้ว https://www.youtube.com/watch?v=DLhotuD3yo0ยาสมุนไพรภาคเหนือMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย[ข่าวปลอม] ผลิตภัณฑ์ Lutiana VIS ช่วยบำรุงสายตา และฟื้นฟูการมองเห็น[ข่าวปลอม] ผลิตภัณฑ์ Lutiana VIS ช่วยบำรุงสายตา และฟื้นฟูการมองเห็น กรณีที่มีการโฆษณาถึงสินค้าข้างต้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการบำรุงสายตา และฟื้นฟูการมองเห็นตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการ บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคและต้องแสดงคำเตือนดังกล่าวบนฉลาก 14 มิ.ย. 65อย. เพิกถอนผู้บริโภคเฝ้าระวังชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแอสตร้าเซนเนก้ายันผลทดสอบว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน จริงหรือมีข่าวกันว่าวัคซีน แอสตราเซเนก้า ทำให้เกิดภาวะอุดตันลิ่มเลือด แต่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ได้ระบุในถ้อยแถลงถึงการทบทวนอย่างระมัดระวังในข้อมูลความปลอดภัยที่มีอยู่ทั้งหมดของประชาชนมากกว่า 17 ล้านคน ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ไม่พบหลักฐานเพิ่มความเสี่ยงของลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำรุนแรง หรือ ภาวะเกล็ดเลือดตํ่า ในทุกกลุ่มอายุที่กำหนด ทุกเพศ ทุกล็อต หรือไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ จริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแม่ค้าหัวหินโอด หยุดแชร์ข่าวปลอม "ห้ามเดินทางไป 10 จังหวัด" 1ในนั้นมี จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่แจ้งว่าห้ามเดินทางในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งมีรายชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วยนั้น อยากวิงวอนให้หยุดแชร์เรื่องดังกล่าว เพราะเป็นข่าวปลอม สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการควบคุมและป้องกันที่ดี เราไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ มานานกว่า 200 วันแล้ว ที่ผ่านมาเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากต่างประเทศทั้งนั้นยังไม่มีการแพร่ระบาดในจังหวัดแต่อย่างใด และขอยืนยันว่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังสามารถท่องเที่ยวได้ อยากขอความร่วมมือ ให้ทุกคนรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ด้วยการสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากทางการแพทย์ และควรล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือโควิด 2019MJU1 นุ๊กนิก• 5 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--last3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวว่า "มุสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศส" จริงหรือ ?สำนักข่าวหลายสำนักรายงานว่า นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย วัย 95 ปี ทวีตข้อความว่า "ตามประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสังหารผู้คนนับล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ดังนั้นชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธแค้นและสังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนเช่นเดียวกันสำหรับการสังหารในอดีต" และ “ชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธและสังหารชาวฝรั่งเศสนับล้านๆ คนเพื่อแก้แค้นการถูกสังหารหมู่ในอดีต แต่โดยมากแล้วมุสลิมไม่ได้นำกฎ ‘ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน’ มาใช้ พวกเราไม่ได้ทำเช่นนั้น และชาวฝรั่งเศสก็ไม่ควรเช่นกัน” มหาเธร์ระบุในทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีMaruf Ibrahim• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภายในปีนี้จะไม่สามารถใช้เงินบาทซื้อทองคำได้อีกต่อไป จริงหรือวันที่ 10 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีความเข้าใจผิดว่า ภายในปีนี้จะไม่สามารถใช้เงินบาทซื้อทองคำได้อีกต่อไป โดยนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำจะต้องซื้อขายทองคำเป็นเงินตราต่างประเทศเท่านั้น จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับยาตัวอื่นในผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นมะเร็ง พบว่า เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เสียชีวิตใน 30 วันถึง 3 เท่า จริงหรือคะผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าแพทย์อาจต้องการละเว้นการสั่งยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะอซิโธรไมซิน (azithromycin) สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้จนกว่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติม ดร.ฮาวเวิร์ด เบอร์ริส (Howard Burris) ประธานสมาคมมะเร็งวิทยาคลินิกแห่งอเมริกา (ASCO) กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการศึกษาว่า “การรักษาด้วยยาไฮดรอกซีคลอโรควินร่วมกับอซิโธรไมซิน มีความสัมพันธ์อย่างมากกับความเสี่ยงของการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นมะเร็ง” จริงหรือเปล่าคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือ ที่เด็กๆสามารถเรียนผ่านสื่อการจัดการเรียนการสอนทางไกล ผ่านฟรีทีวี 17 ช่อง จะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.เป็นต้นไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า การจัดการเรียนการสอนทางไกล ผ่านฟรีทีวี 17 ช่อง เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญกระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ผ่านระบบการศึกษาภายใต้แนวคิด “โรงเรียนหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” โดยสื่อการเรียนการสอนทางไกลผ่านฟรีทีวีทั้ง 17 ช่อง จะเป็นสื่อหลักในการเรียนควบคู่ไปกับการใช้สื่อออนไลน์ ทั้งในส่วนของแพลตฟอร์มที่กระทรวงศึกษาธิการได้พัฒนาขึ้น และการเรียนในห้องเรียนจำลอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเรียนผ่านทางโทรทัศน์นั้นจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.เป็นต้นไปข่าวการเมืองnaydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือคะ พบผู้ติดเชื้อโควิดที่เมืองอู๋ฮั่น อีกครั้งจีนการ์ดตกไม่ได้หลังพบการระบาดกลุ่มใหม่ในอู๋ฮั่น รวมถึงเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับเกาหลีเหนือ มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สำนักข่าว AFP รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์พบผู้ติดเชื้อ 1 รายที่อู่ฮั่น ต่อมาวันจันทร์พบเพิ่มอีก 5 ราย และมีอีก 11 รายไม่แสดงอาการ เจ้าหน้าที่เผยว่าทั้งหมดมาจากอาคารที่พักอาศัยแห่งเดียวกันและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุโควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--last3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเอกสารหน่วยข่าวกรอง 5 ชาติพันธมิตรหลุดสู่ภายนอกถึงมือสื่อ จีนปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 จริงหรือไม่เนื้อหาในเอกสารของพันธมิตรหน่วยข่าวกรอง Five Eyes security alliance พบว่าจีนโกหกปิดบังเกี่ยวกับการติดต่อของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ที่สามารถแพร่ระบาดติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2562 นอกจากนั้น แพทย์หลายคนที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเชื้อโรคมรณะที่ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อป่วยด้วยโรคปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่น ได้ถูกทำให้เงียบห้ามพูด หรือบางคนสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย จริงหรือคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยจริงไหมที่ว่า ปอดของคนไข้ที่อักเสบจากเชื้อโคโรน่าไวรัสจะฟื้นสภาพดีขึ้นไม่ได้มีกระแสข่าวจากเว็บที่มาจากจีนว่า หากเนื้อปอดถูกทำลายไปแล้วไม่สามารถซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ได้ และหมอหลายคนบ้านเราก็บอกว่าถ้าเชื้อไวรัสลงไปที่ปอดแล้วปอดจะฟื้นตัวไม่ได้ ก่อนได้ชื่อโควิด-19 ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้เคยถูกเรียกว่า “โรคปอดติดเชื้อไวรัสลึกลับ” เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าติดเชื้อจากไวรัสชนิดใด ที่สำคัญแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าซาร์ส และเมอร์ส คนที่มีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ เนื้อปอดถูกจะทำลายมากกว่าร้อยละ 50 แม้หายจากโรค แต่ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่ไหว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตโควิด 2019naruemonjoy• 6 ปีที่แล้วmeter: mostly-false--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยโพสต์นี้เขียนขึ้นตอนเช้าเพราะผมรู้ว่าคุณยังพอมีเวลาอ่าน เขียนขึ้นโดยจะไม่มีการตั้งคำถามใด ๆ หรือต่อว่าใครทั้งสิ้นแล้ว (*ไม่ต้องเอาไปเป็นข่าวนะครับ) แต่เขียนขึ้นเพื่อ "เตือน" ย้ำให้หนักแน่นอีกครั้งหลังผมฟังข้อมูลสำคัญจาก WHO ผ่านทาง TNN 1. ทั่วโลกตายจาก COVID19 เกิน 3 ล้านคนแล้ว ...ล้านคนแรกตายภายใน 5 เดือนแรกที่ระบาด ... ล้านที่ 2 ตายภายใน 4 เดือน และ "ล้านที่ 3" ใช้เวลาทำสถิติอันหดหู่นี้เพียง 3 เดือน ...หมายความว่า "เชื้อมันเร่งการทำลายล้าง" แล้วล่ะ... 2. เชื้อที่กลายพันธุ์ทวีความรุนแรง มีหลายแหล่งที่มา (ตามภาพ) เขาตั้งชื่อเชื้อ ชื่อรหัสไว้หมดแล้ว โดยทั้งหมดเรายังไม่ได้แต่งตั้งว่าเป็นสายพันธุ์ไทย หรือสายพันธุ์วีไอพีไหน ? ...แต่ที่แน่ ๆ เชื้อเข้าร่างกายคนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกชื่อชั้น ตำแหน่ง ฐานะ ยากดี มีจน มันโจมตีได้หมด ...หมอ-พยาบาลขนาดระวังตัวมาก ๆ ก็ติดได้ หากหน้ากาก Leak ใส่ไม่ดี ขยับปากพูดมาก ๆ ไหวกายไปมา มันย่อมพลาดได้ 3. เชื้อที่พัฒนามาระลอกนี้มันดันคร่าคนหนุ่มสาวได้ อายุ 20, 30 หรือ 40 ปี ก็มีรายงานการตายออกมาแล้ว (ซึ่งจำนวนตายนี่จริงแท้แน่ เพราะต้องออกใบมรณะบัตร) ฉะนั้นจากความมั่นใจที่เคยมีที่ว่า COVID19 คร่าแต่คนแก่ คนชรา ...ไม่ใช่แล้วนะ ถ้าคุณอ่อนแอ อ้วน นอนน้อย โรครุมเร้า เป็นโรคแนว NCD อยู่แล้ว (โรคไม่ติดต่อแต่เป็นโรคแนว 'ทำเอง' ทั้งหลาย 80% มาจากพฤติกรรม ...ไป Search เอา) ...คุณมีโอกาสม่องเท่ง 4. ผลการศึกษาจากต่างประเทศชี้ว่าบุคคลที่มีกรุ๊ปเลือด A ติดโควิดง่ายกว่ากรุ๊ปอื่น แต่ผู้ป่วยทั้งหมดในเวลานี้ก็มีเลือดคละกันทุกกรุ๊ป ยังไม่มีรายงานว่ากรุ๊ปไหนป่วยมากกว่าใคร ...มีแต่รายงานจากอังกฤษว่าที่ป่วยแล้วตายส่วนมากคือกลุ่มผู้นอนน้อย มีนิสัยการนอนต่ำกว่า 8 ชั่วโมงมาเป็นเวลานาน ... ติดปุ๊ปเชื้อลงปอดไวกว่า ภูมิต้านทานต่ำล่ะว่าง่าย ๆ 5. โลกยังไม่มียารักษาโควิดโดยตรง (มีแต่ยาต้านไวรัสที่ชื่อว่า ‘ฟาวิพิราเวียร์’ แต่ก็ไม่ใช่ไวรัสโคโรน่าโดยตรง) เครื่องมือที่ดีที่สุดทางการแพทย์ ณ เวลานี้คือ "การฉีดวัคซีน" ... ไทยเรามีสัญญาณอัตราเร่งแล้ว ...40 เอกชนรวมตัวกันในนามหอการค้าจะให้พื้นที่รัฐมาเปิดบริการระดมฉีดแบบปูพรม (แบบอเมริกาที่ฉีดได้เร็วมาก 200 ล้านโดสแล้วและเหลือพอต่อทุก ๆ คนที่เข้าประเทศ ฉีดในห้างยา-ร้านรวงเลย ฉีดได้โดยไม่ต้องจอง *มีไลฟ์ของ beartai แบไต๋ ที่ผมจัดไปแล้ว บ้านเรากำลังจะลงทะเบียนกันอีกแล๊ะ 1 พค.นี้กับแอปตัวใหม่ให้คนไทยงงกันอีกครั้งด้วยนาาาา.. เอ้อ~ไม่เอา ๆ ไม่ว่า ๆ โพสต์นี้ไม่ต้องการจะว่าใคร *แค่จะเตือน) แต่การฉีดวัคซีนที่จะเริ่มเห็นผลแบบสงครามสงบได้ ต้องครอบคลุมให้มากกว่า 25% ของจำนวนประชากร ขณะนี้เรายังไปได้แค่ 1.4% (หากคุณไม่ได้อ่านโพสต์นี้ในวันที่ 28 เมษายน ให้ไปดูรายงานสด ๆ ได้จาก https://ourworldindata.org/covid-vaccinations ) วัคซีนทุกตัวมีรายงานผลข้างเคียงที่อาจเกิดทั้งสิ้น เรียกง่าย ๆ มีความเสี่ยงทุกตัว แต่น้อยมากกับเคสที่เกิดเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ฉีด ...ฉะนั้นฉีดเถอะเมื่อมันมาถึงคิวคุณ การดื้อดึงไม่เป็นผลดีเพราะคิวจะรวน แถวจะแกว่ง สังคมสับสน ~$#%&£€×¥ ฉีดครบ โลกก็กลับมาไหวกายกันได้ไว ...*และ In Case ว่าคุณไม่ยอมฉีด คุณก็เสี่ยงติด Covid อยู่ดี เพราะเชื้อไม่ได้หายไป มันยังล่องลอยอยู่ในโลก ...โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วทำใจยอมรับซะ ...ความเสี่ยงติดโควิดแล้วตายมีมากกว่าความเสี่ยงในการฉีดแล้วตาย ...ย้อนกลับไปอ่านอัตราเร่งในข้อ 1 ได้นะ สรุป... ทุกวันนี้ให้ทำอย่างไร ? - ออกจากบ้านให้น้อย ล้างมือบ่อย ๆ - สวมหน้ากาก 100% เต็มเมื่อออกนอกชานบ้านหรือมีคนมาหา - รักษาระยะห่าง : อย่าเกรงใจกัน หากกลัวเขามองว่าคุณไม่ไว้ใจเขา ให้เราชิงพูดก่อนเลย "อย่าเข้ามา!! เพราะฉันยังไม่มั่นใจตัวเองเล๊ย~" ... *เมื่อวานผมผ่าน RCA บล็อก D บริษัทอะไรซักอย่างจัดคัดเลือกคน คนตรึมเลย มามุงกันอย่างใกล้ชิด โถ หนุ่มน้อยสาวน้อยทั้งหลาย นาทีนี้ถ้าบริษัทที่คุณทำงานด้วยเขายังไม่มีวิธีป้องกันหรือแสดงออกในการปกป้องคุณ ให้คุณพิจารณางานใหม่เถอะ งานยังมีเยอะแยะ เอกชนยังไม่หยุดจ้างงาน ล็อกดาวน์ก็ไม่กลัวนะเอาจริง ๆ แต่ทั้งนี้ผมก็เชื่อนะว่า การใส่หน้ากากอย่างมิดชิดจริง ๆ (ทับ 2 ชั้นด้วยหลักคิด : หน้ากากอนามัยปิดชั้นแรกแล้วตามด้วยหน้ากากผ้าเพื่อรัดแน่น ไม่ให้ลมหายใจ Leak ออกมา *เช็กได้ด้วยการเป่าปาก หากลมรั่วจะรู้) สามารถบุกตะลุยไปไหนต่อไหนได้เท่าที่จำเป็น ...แล้วผมก็ "เชื่อ" อีกนะว่า ถึงเราจะเผลอสูดไวรัสโคโรน่าเข้าตัวมาแล้ว แต่หากเรา Keep ความแข็งแรงไว้กะร่าง ร่างกายเราจะต่อสู้กับมันได้ ยามว่าง อย่าเอาเวลาไปมัวกิน ให้ยึดหลักสร้างภูมิต้านทานในยามมีศึกสงคราม - ออกกำลังกายในบ้านในแบบที่ทำได้ ทำจำนวนครั้งจนกว่าจะไม่ไหว อย่าปล่อยให้กล้ามเนื้อเหลว ทำให้มันแข็งเข้าไว้ ด้วยการสร้างแรงต้าน - ตัดหวาน เลิกกินน้ำตาล ซึ่งกดภูมิต้านทาน จำไว้ #Sugarเท่ากับฆ่าเรา - เพิ่มภูมิต้านทานด้วยการออกนอกชานบ้านบ้าง มองไปหาแดด ตากแดด ตอนตากแดดถอดรองเท้าด้วย เสียบปลั๊กร่างกายกับผืนโลกหน่อย.. (เรียก #earthing ไปค้นกูเกิล!) พื้นดินกับแดดนี่ปัจจัยลบเพื่อรบกับโควิดเลยนะ ...เชื้อโคโรน่าไม่ชอบอยู่ในอุณหภูมิเกิน 56 องศา ฉะนั้นดื่มน้ำร้อนบ่อย ๆ จิบไว้ตลอดวัน ...ชาร้อน กาแฟดำร้อน ตามชอบ แต่อย่ากินหวาน (ย้ำ) ความขมที่ถมให้หวานได้นี่บัดซบที่สุดฮะ - ส่วนใครจะกินวิตามินใด อาหารเสริม หรือสมุนไพรใด อันนี้ตามศรัทธาของแต่ละคน ผมไม่กล้าแนะนำ เพราะขนาดน้องเภสัชหน้าตาสวยพริ้ม ยังมีดราม่าได้ ... แต่ผมบอกได้เพียงว่า "อะไรที่เขาอัดเม็ดมาขายคุณได้ *มันมีอยู่แล้วในอาหาร" เพียงแต่คุณต้อง "เลือกกิน อย่ากินไม่เลือก" เราอยู่ในยุคอาหารไม่ปลอดภัย ต้องเลือกความ Raw Material อย่าไปถวิลหาการดัดแปรง แปรรูปมากนัก ...ทุกฉลากมี อ่านเยอะ ๆ ตรงนี้เขาโกหกคุณไม่ได้ แต่เขาแค่เขียนตัวเล็กมาก พยายามมองก่อนเอาเข้าปาก (ไว้ผมจะจัดไลฟ์สอนอ่านอีกที) เอาเท่านี้ก่อน....พอแก่แล้วพิมพ์เยอะชิบเป๋งเลย ...แต่เพราะห่วงใยคุณนะถึงเขียน https://www.facebook.com/nuishow/posts/10157850217666976โควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยคดีชิงเงินสด 3 ล้าน ที่ลานจอดรถ แมคแวลลู แยกพัฒนาการ หลังจาก ถอนเงินจากธนาคาร ตรงนั้น เรื่องเป็นแบบนี้ คนถอนเงินไอ้แจ๊ค มาถอนแบบนี้บ่อยๆ วันนั้นเรียกให้พวกเดียวกันที่นิสัยไม่ดี คือไอ้บอล ให้มาดูเส้นทางเงิน ว่าเป็นอย่างนี้ ! เดี๋ยวคราวหน้า มึงลงมือจัดการ แล้วค่อยมาแบ่งกับกู ปรากฏว่าไอ้บอล เหนือกว่าไอ้แจ๊ค คือ กูมาดู ตามที่มึงบอก แต่กูไม่รอ ครั้งหน้า! กูชิงเอาเงิน วันนี้เลย ! ไอ้แจ๊คก็คิดไม่ถึง ! วันที่เป็นคดีดัง และตำรวจมากันเต็ม เพราะเงินเยอะ ไอ้แจ๊ค ก็ยังไม่กล้าบอกตำรวจ เพราะเดี๋ยว ความลับตัวเองจะแตก ! และเจ้าของเงิน ในบัญชีที่กูรับจ้างถอน จะตามเก็บกู ! ไอ้แจ๊คเป็นผู้รับจ้างถอนเงินจากบัญชีม้า ได้เงินค่าจ้างถอนครั้งละ 2,000 บาท เป็นบัญชีม้าที่กำลังสุกงอม! ยังไม่โดนตำรวจจับ และอายัด ตำรวจบอก บัญชีนี้ มีเงินเข้าออกถึงวันละ 5 ล้านบาท มีรวม 3 บัญชี เจ้าของบัญชีเป็นคนไทย ทั้งหมด อยู่เชียงราย , อยู่พังงา , อยู่สมุทรปราการ ไอ้แจ๊ค รู้จักกับไอ้บอล ตอนเรียนเป็นเด็กช่าง ในสถาบันนึง มาก่อน! ไอ้บอล นี่เป็นโจรในสันดาน ! ก่อคดีมาเพียบ ! เคยก่อคดีข่มขืน มา 2 ราย มีรายนึง ผู้เสียหายจอดรถอัลพาร์ด เพื่อเปิดแอร์นอน! ที่แห่งนึง ไอ้บอล มันบุกเข้าไปในรถฯ และกระทำการ! ตำรวจตามจับได้ จนติดคุกไป ! จนออกมาจากคุก! ล่าสุด! ไอ้บอล ไปปล้นร้านทองที่ สปป.ลาว ได้ทองหนัก 3 บาท และหนีข้ามด่านกลับไทยมาได้ ตำรวจ สปป.ลาว กำลังล่าหัว ! หนีกลับมาปุ๊บ ! ไอ้บอล ได้รับการติดต่อจากไอ้แจ๊ค โดยไอ้แจ๊คให้ไอ้บอลวางแผน ให้ตามไปชิงเงิน ที่มันรับจ้างเบิกมา ให้ไปส่งนาย โดยไอ้บอลบอกว่า โอเค ! เดี๋ยวกูจะขับมอไซค์ ตามไปชิงเงินจากนายของมึง ! แต่ไอ้บอล หักหลัง! ไอ้แจ๊ค! โดยกูชิงจากมึงนี่แหละ จะง่ายกว่า ! ถ้ากูชิงจากนายมึง เดี๋ยวนายมึงจะมีลูกน้อง และมีปืน ตอนนี้ตำรวจยังตามจับไอ้บอล ไม่ได้ ! แต่ไอ้แจ๊คเพิ่งจะสารภาพทั้งหมด แบบนี้! ตำรวจกำลังตามล่าตัว เจ้าของบัญชีทั้งสามคน ! ซึ่งตอนนี้! #ตำรวจไม่ได้มองเจ้าของบัญชีเป็นเจ้าทุกข์ < โพสต์นี้ ไม่ได้ ชี้นำให้ คนอ่านเป็นโจร < แต่เล่าเบื้องหลังความเป็นมาของโจร จะได้ทันโจร < คนอ่าน!คงมีวุฒิภาวะจะได้ระวังตัว ไม่เปิดโอกาสให้โจร < จะมีแต่คนไม่ฉลาดเท่านั้นแหละ < ที่มาลบข้อความ และลบโพสท์ออกไป ~ ออกตัวก่อน!!! ~ เมื่อวาน แพลตฟอร์ม บอกว่าเราเป็นมิจฉาชีพ!555การเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคุมเข้มโฆษณาไม่ตรงปก ดูเลยคำไหนห้ามใช้ ฝ่าฝืนมีโทษหนักทั้ง ปรับ-จำคุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้การโฆษณาสินค้าเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ไม่ใช้คำอวดอ้างสรรพคุณที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ รวมถึงสาระกฎหมายมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์สื่อที่มีหลายช่องทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา เรื่อง แนวทางการใช้ข้อความโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอันยากแก่การพิสูจน์ และแนวทางการพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงเกี่ยวกับข้อความโฆษณา พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 66 ซึ่งมีสาระสำคัญ อาทิ การใช้ข้อความโฆษณาไม่ว่าจะกระทำทางสื่อโฆษณาใดก็ตาม จะต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็น ฟัง หรืออ่านได้ชัดเจนตามประเภทของสื่อโฆษณา ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ถ้าข้อความโฆษณาทำเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับข้อความที่เป็นสาระสำคัญด้วยทุกครั้ง มากไปกว่านั้น ในประกาศ ยังห้ามไม่ให้มีข้อความปัดความรับผิดชอบหรือสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ (1) สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องของราคาและตัวสินค้า ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า, ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า, ภาพสินค้าเป็นเพียงตัวอย่างอาจไม่ตรงกับรุ่นที่จัดโปรโมชั่นหรือข้อความอย่างอื่นที่มีลักษณะในทำนองเดียวกัน (2) ข้อความเสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ เรียกคนรัก แก้เคราะห์ แก้กรรม (3) ข้อความที่เน้นเจาะเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล หรือเจาะกลุ่มคนที่กำลังมีปัญหาและความทุกข์ ต้องการที่พึ่งทางใจ เรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง อาจจะหลงเชื่อได้ง่าย ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น เมื่อใช้แล้วจะเห็นผลทันที เห็นผลภายใน 7 วัน รับทำพิธีเรียกคนรักกลับคืนมา รับแก้เคราะห์ แก้กรรม เสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ ใครเห็นใครรัก (4) หากใช้ข้อความที่มีการเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรืออ้างอิงผลวิจัย สถิติต่างๆ ต้องมีข้อมูลยืนยันชัดเจน และเมื่อถูกเรียกตรวจสอบในการพิสูจน์ข้อความโฆษณาต้องรวบรวมหลักฐานดำเนินการภายใน 15 วัน นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า หากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อความใดที่ใช้ในการโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความจริงดังกล่าว คณะกรรมการฯ อาจออกคำสั่งให้นำข้อมูลมาพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงได้ และในกรณีเร่งด่วน คณะกรรมการฯ จะออกคำสั่งระงับการโฆษณาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการพิสูจน์ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ซึ่งในปี 65 เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณา มีจำนวน 2,764 เรื่องnukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผู้สูงอายุไม่ควรฉีดวัคซีน4 เหตุผลที่ไม่ควรให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีน ศาสตราจารย์นายแพทย์สุจริต ภักดีเป็นนักไวรัสวิทยาชาวเยอรมันและศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยา เขาเป็นคนไทยที่เกิดในสหรัฐอเมริกาและได้รับการศึกษาที่โรงเรียนในสวิตเซอร์แลนด์อียิปต์และไทย เขาเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เขาเป็นอดีตหัวหน้าสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสุขอนามัยในเยอรมนี นายแพทย์สุจริต ภักดี อายุ 73 ปี บอกว่าจะไม่ยอมให้ฉีดวัคซีนป้องกัน Covid -19 อย่างเด็ดขาดและนี่คือ 4 เหตุผลของท่าน 1. วัคซีน เฉพาะตัวมันเองก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ว : วัคซีนป้องกัน Covid - 19 นี้ไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุ เกือบทั้งหมดทดลองกับคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง เท่านั้น ราวครึ่งนึงมีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ มีภาวะบวมน้ำเหลือง ปวดหัว และไม่สบาย ดังนั้นถ้าฉีดวัคซีนนี้ให้กับคนสูงอายุที่มีอาการเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว ก็จินตนาการไม่ออกว่าหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วจะเป็นอย่างไร 2. วัคซีนมีส่วนประกอบหลายอย่างซึ่งสารหรือสิ่งที่ถูกห่อหุ้ม (mRNA) อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง 3. วัคซีนนี้อาจทำให้เกิดปฎิกริยาเกินจริง (Overreaction) กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตามมา เช่นไข้หวัดใหญ่ วัคซีนจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานเกินจริง ผลการทดลองในสัตว์ สำหรับเชื้อไวรัส ซาร์ - โควิด -1 พบว่ามันทำให้เกิดการขยาย (Amplification) ของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อทำปฎิกริยากับโรค ส่งผลให้สัตว์ทดลองเกือบเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อคุณฉีดวัคซีนเข้าไป ภายในเวลาไม่กี่นาที วัคซีน (mRNA) จะกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว และมันจะเข้าไปยังเซลล์ที่ไม่ได้ติดเชื้อด้วย และมันจะผลิตไวรัสโปรตีนในเซลล์ของเรา ทำเซลล์ของเราให้เป็นโรงงานผลิตโปรตีน และจะทำให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้งอาจส่งผลถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ 4. วัคซีนนี้ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์ (BioNtechไบโอเอนเทค ถึงกับห้ามให้วัคซีนกับสตรมีครรภ์เลยทีเดียว) และหากสตรีได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้วก็ไม่ควรมีครรภ์ในระยะ 2 เดือนหลังจากได้รับวัคซีน Cr. V.Chalermchai ผู้แปลโควิด 2019วัคซีนโควิดMrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ . ตามที่มีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน . กรณีการโพสต์ให้ข้อมูลโดยระบุว่าพบกรดเบนโซอิกในก๋วยเตี๋ยวประเภทต่างๆ โดยแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากที่มีการแชร์ข้อมูลผลตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเมื่อปี 2550 ซึ่งสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านการตรวจวิเคราะห์อาหารของประเทศ ได้มีการตรวจวิเคราะห์เฝ้าระวังการใช้วัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิคและกรดซอร์บิค) ในอาหารประเภทเส้นมาอย่างต่อเนื่อง . นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งการผลิตอาหารประเภทเส้น บางชนิดมีการใช้วัตถุกันเสีย เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต หรือทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุให้อาหารเน่าเสีย หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกรดเบนโซอิกทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย แต่หากได้รับในปริมาณน้อยร่างกายสามารถขับออกไปได้ ซึ่งข้อมูลของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การอาหารและเกษตรและองค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ (The joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives, JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (ADI) พบว่า มีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์น้อย . อย่างไรก็ตามวัตถุกันเสียทั้งสองชนิดมีข้อกำหนดการใช้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2563 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2) สำหรับกรดเบนโซอิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในอาหารประเภทเส้นที่ผ่านกระบวนการต้ม การนึ่ง การปรุงให้สุกการพรีเจลาทิไนซ์ (Pre-gelatinized) หรือแช่เยือกแข็ง และเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป ส่วนกรดซอร์บิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เฉพาะอาหารประเภทเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป . เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเส้นที่ทำจากแป้งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาผู้ผลิตให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้วัตถุกันเสียอย่างถูกต้อง ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ซึ่งผู้ผลิตจะต้องควบคุมกระบวนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP สำหรับผู้บริโภคควรเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ สะอาด ถูกสุขอนามัย และไม่ควรรับประทานอาหารซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ . ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www3.dmsc.moph.go.th หรือโทร. 02 9510000 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่มีการบอกต่อดังกล่าวเป็นข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์เมื่อปี 2550 แต่ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ประเภทเส้นที่ทำจากแป้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . Website : https://www.antifakenewscenter.com/ผู้บริโภคเฝ้าระวังชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้ว3 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ จริงหรือไม่ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง... ************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. >>>>อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ >>>#”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก. เพื่อขายวัคซีนป้องกันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! **Ny Ny*โควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยฟังหูไว้หูนะครับ นี่เป็นข้อมูอีกชุดเกี่ยวกับโควิด ❌ความจริงก็คือความจริง❌ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย ************************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ ***นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ***ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? ***บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง ***ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ #”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก” เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก***ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!!**Ny Ny*โควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมูตามที่มีข้อความปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียเรื่องเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข่าวนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของประชาชนที่น่าจะเกิดความสับสนกับกรณีการเกิดโรคสเตรปโตคอกคัส หรือ โรคหูดับ จากการบริโภคเนื้อสุกรสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินการเฝ้าระวังไวรัสโควิด 19 และไวรัสกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นโรคอุบัติใหม่ ทั้งในปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเฝ้าระวังโรคเมอร์ซาร์ เป็นต้น รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดโรคสัตว์ การดำเนินการเตรียม ความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยกรมปศุสัตว์จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเตรียมรับมือ เพื่อลดผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และความมั่นคงของประเทศ ด้านความปลอดภัยด้านอาหาร ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ยังมีการจัดทำโครงการปศุสัตว์ OK เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารจากปศุสัตว์ ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ส่วนการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น ต้องปรุงอาหารให้สุก สะอาด ทุกกรณี และไม่แนะนำให้ทานอาหารดิบ ๆ สุก ๆ เด็ดขาด การทานอาหารที่สุก ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคหูดับ รวมทั้งไวรัสโควิด 19Chinnaphat Oattaphinyo• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยสาวเล่าเจอดวงไฟสีแดงๆ คล้าย "กระสือ" ที่ราชบุรี หมอปลา เตรียมบุกพิสูจน์ (คลิป)หนีอุตลุด สาววัยรุ่นเล่านาทีระทึก เจอดวงไฟสีแดงๆ ลอยขึ้นๆ ลงๆ อยู่เหนือยอดต้นมะพร้าว เชื่อเป็นกระสือแน่นอน บริเวณดังกล่าวเป็นสวน ขณะที่ "หมอปลา" และทีมงาน เตรียมบุกพิสูจน์ใช่เรื่องลี้ลับหรือไม่ จากกรณีที่มีผู้ใช้ติ๊กต่อกโพสต์คลิป พบแสงปริศนาสีแดงลอยอยู่บนเหนือยอดต้นไม้ในเวลากลางคืน บริเวณบ้านพักในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งคนพบยืนยันก่อนหน้านี้ว่าไม่เคยพบเห็น แล้วคิดว่าน่าจะเป็นกระสือ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุปกานต์ หรือน้องกรีน พรานพนัส อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้พบแสงประหลาดคล้ายกระสือ และเป็นคนหนึ่งที่ถ่ายคลิป ได้พาทีมข่าวไปดูยังจุดที่พบเห็นแสงดังกล่าวและเล่าว่า เมื่อช่วงห้าทุ่มของวันที่เกิดเหตุ ตนและเพื่อนรวม 6 คน ได้นั่งเล่นอยู่ที่บริเวณริมคลองซึ่งห่างจากบ้าน 500 เมตร จนน้องในกลุ่มมองไปเห็นแสงประหลาด และทุกคนหันมองไปที่แสงนั้น ก่อนพี่อีกคนจะบอกว่า “กระสือ” จึงพากันตกใจและรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยความหวาดกลัว เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่าแสงที่เห็นนั้นเป็นกระสือstd46224• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือนข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน . ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลถึงมาตรการเยียวยารอบใหม่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน ได้รับเงิน 4,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน และโครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินเป็น 5,000 บาท นาน 3 เดือนนั้น ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลข้างต้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีการอนุมัติโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่แต่อย่างใด และสำหรับโครงการคนละครึ่ง ขณะนี้ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2564) . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่ถูกนำมาแชร์ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ และโครงการคนละครึ่ง ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์แต่อย่างใด . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังข่าวการเมืองstd47779• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
