(3285 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ก.แรงงานจับมือบริษัทจัดหางาน อีพีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครช่างเชื่อมไปทำงานประเทศเกาหลีตามที่มีข่าวสารในสื่อโซเชียลเรื่องก.แรงงานจับมือบริษัทจัดหางาน อีพีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครช่างเชื่อมไปทำงานประเทศเกาหลี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้ความสนใจในข้อมูลที่ว่า ก.แรงงานจับมือบริษัทจัดหางาน อีพีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครช่างเชื่อมไปทำงานประเทศเกาหลี ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากบริษัทจัดหางานฯ ข้างต้น รวมถึงผู้ประกาศรับสมัครงานดังกล่าวไม่ได้ยื่นหนังสือแสดงความต้องการแรงงานของนายจ้างในต่างประเทศ (Demand Letter) และหนังสือมอบอำนาจให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่งคนหางานให้กับนายจ้างในต่างประเทศต่อกรมการจัดหางานเพื่อขอโฆษณาจัดหางานใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มีความผิดตามมาตรา 66 โดยการโฆษณาจัดหางานเพื่อพาคนไปทำงานต่างประเทศสามารถทำได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้นfff49096• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ผลิตภัณฑ์น้ำมันว่านสมุนไพร ตราวินไพร์ด รักษากระดูกทับเส้น ปวดข้อ ปวดเข่า นิ้วล็อก เหน็บชา รูมะตอย ไหล่ยึด เส้นตึงเก๊าท์ตามที่มีโฆษณาชวนเชื่อถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันว่านสมุนไพร ตราวินไพร์ด รักษากระดูกทับเส้น ปวดข้อ ปวดเข่า นิ้วล็อก เหน็บชา รูมะตอย ไหล่ยึด เส้นตึงเก๊าท์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแนะนำว่า ผลิตภัณฑ์น้ำมันว่านสมุนไพร ตราวินไพร์ด รักษากระดูกทับเส้น ปวดข้อ ปวดเข่า นิ้วล็อก เหน็บชา รูมะตอย ไหล่ยึด เส้นตึงเก๊าท์ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์น้ำมันว่านสมุนไพร ตราวินไพร์ด ตามที่ปรากฏดังกล่าวพบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรส่วนประกอบของสมุนไพร โดยมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คือ “รักษากระดูกทับเส้น ปวดข้อ ปวดเข่า นิ้วล็อก เหน็บชา รูมะตอย ไหล่ยึด เส้นตึงเก๊าท์” ซึ่งจากการสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวนี้ website 2321 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์น้ำมันว่านสมุนไพร ตราวินไพร์ด ตามที่ปรากฏดังกล่าวพบว่า ไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวstd47662• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลักษณะพระจันทร์เสี้ยวในเล็บมือสามารถบอกโรคได้ลักษณะพระจันทร์เสี้ยวในเล็บมือสามารถบอกโรคได้ . ตามที่มีการบอกต่อข้อความเกี่ยวกับเรื่องลักษณะพระจันทร์เสี้ยวในเล็บมือสามารถบอกโรคได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากที่มีการบอกต่อข้อมูลในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เล็บรอยขาวพระจันทร์เสี้ยวพบได้เป็นปกติของเล็บนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นโรคไตวาย โรคตับแข็ง โรคหัวใจวาย อาจจะพบว่ามีเล็บขาวเป็นบางส่วนได้ แต่ไม่ใช่ลักษณะพระจันทร์เสี้ยวแบบนี้ . เล็บที่เป็นสัญญาณบอกโรคคือ เล็บที่มีความหนาหรือบางผิดปกติ เล็บเปลี่ยนสี ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง ปลายเล็บร่น และเล็บที่มีพื้นผิวขรุขระ ส่วนเล็บสุขภาพดี คือเล็บที่มีสีออกชมพูจาง ๆ จากสีผิวของเนื้อข้างใต้เล็บ มีพื้นผิวเรียบ ผิวหนังรอบเล็บมีความแข็งแรง และเล็บมีความหนาไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป . ทั้งนี้ ควรหมั่นสำรวจตัวเองบ่อย ๆ หากมีความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดเล็บอยู่เสมอ . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข035gameover• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธิตามที่มีข้อความชวนเชื่อเรื่องเส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธินั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีมีผู้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพโดยระบุว่า กระเพาะหรือเส้นขาว ๆ ของหอยแมลงภู่เป็นแหล่งรวมของหนอนพยาธิ ควรหลีกเลี่ยงรับประทานแม้ปรุงสุก ทางสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เส้นสีขาว ๆ ยาว ๆ คล้ายตัวพยาธิที่พบ แท้จริงเป็นลำไส้หอย ไม่ใช่พยาธิอย่างที่เข้าใจ ซึ่งหอยแมลงภู่เป็นหอยสองฝา อยู่ในไฟลัมมอลลัสคา สีของเปลือกเปลี่ยนไปตามสภาพการอยู่อาศัย ถ้าอยู่ใต้น้ำตลอดเวลามีสีเขียวอมดำ ถ้าอยู่บริเวณน้ำขึ้นน้ำลง ถูกแดดบ้างเปลือกจะออกเหลือง เปลือกด้านนอกมีสีเขียว ส่วนท้ายจะกว้างกว่าส่วนหน้า เนื้อหอยมีสีเหลืองนวลหรือสีส้ม มีหนวดหรือเส้นใยเหนียวสำหรับเกาะหลักเรียกว่า เกสร หรือ ซังstd48885• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะไม่ติดเชื้อโควิด 19 และดื่มทุกวันจะให้ผลดีกว่าการออกกำลังกายตามที่มีข้อความในประเด็นเรื่องผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะไม่ติดเชื้อโควิด 19 และดื่มทุกวันจะให้ผลดีกว่าการออกกำลังกาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแนะนำระบุว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะไม่ติดเชื้อโควิด 19 และดื่มทุกวันจะให้ผลดีกว่าการออกกำลังกาย ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการติดเชื้อโควิด 19 ด้วย ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพบผู้ป่วยที่มีประวัติดื่มสุรา ติดเชื้อโควิด 19 และเข้ารับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ที่มีอาการถอนสุรารุนแรง ต้องสังเกตอาการใกล้ชิด บางรายต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง พบมีความเสี่ยงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตสูงเมื่อเทียบกับคนไข้ที่ไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์วัคซีนโควิดHathaikan Inmaung• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอึ้งทั้งด้อม!! เจนนี่blackpink เดินจับมือกับ วีbts ริมทะเลสุดหวานกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำแฟนๆ ทั่วโลกอึ้งหนัก และพากันจับตาดูความสัมพันธ์ของ 2 คนดังระดับโลกอย่าง 'เจนนี่ BLACKPINK' และ 'วี BTS' หลังมีคลิปวิดีโอของทั้งคู่ เดินจูงมือถือแขนเดินชมวิวแม่น้ำแซน ณ เมืองหลวงสุดโรแมนติกอย่าง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถูกเผยแพร่ออกมาในโลกโซเชียล คลิปวิดีโอดังกล่าวของทั้งคู่ ถูกบันทึกได้โดยช่างภาพชาวฝรั่งเศส Amar Taoualit โดยในคลิปมีภาพที่ค่อนข้างชัดเจนว่าคนดังทั้ง 2 คือ วี และ เจนนี่ ขณะกำลังเดินเล่นกินลมชมวิวกันที่ริมแม่น้ำแซนในกรุงปารีส โดยมีผู้จัดการส่วนตัวของทั้งคู่เดินตามหลังอยู่ห่างๆ เป็นการตอกย้ำข่าวลือที่เคยมีมาให้แฟนคลับของทั้งคู่ ได้เห็นผ่านตากันอยู่เรื่อยๆ ว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่จริง และสานความสัมพันธ์กันมานานเป็นปีแล้วstd46770• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย🔊😱 หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดขนาดใหญ่ ข่าวสิงคโปร์ จริงไหม🔊😱 หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดขนาดใหญ่ ข่าวสิงคโปร์: ทุกคนควรสวมหน้ากาก เนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของ COVID-Omicron XBB นั้นแตกต่าง อันตรายถึงชีวิต และไม่สามารถตรวจพบได้ง่าย:- อาการของไวรัส XBB มีดังนี้: 1. ไม่มีอาการไอ 2. ไม่มีไข้ จะมีเพียง: 3. ปวดข้อ 4. ปวดศีรษะ 5. ปวดคอ 6. ปวดหลังส่วนบน 7. โรคปอดบวม 8. เบื่ออาหารทั่วไป XBB เป็นพิษมากกว่าเดลต้าถึง 5 เท่าและมีอัตราการตายที่สูงกว่า จะใช้เวลาสั้นกว่าอาการจะรุนแรงถึงขีดสุด และบางครั้งก็ไม่มีอาการชัดเจน ไม่พบไวรัสสายพันธุ์นี้ในบริเวณโพรงหลังจมูก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อปอดหรือ "หน้าต่าง" ในระยะเวลาอันสั้น การทดสอบ Nasal swab โดยทั่วไปให้ผลลบสำหรับ COVID-Omicron XBB และกรณีการทดสอบ Nasopharyngeal ที่เป็นลบที่ผิดพลาดกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าไวรัสสามารถแพร่กระจายในชุมชนและติดเชื้อในปอดโดยตรง นำไปสู่โรคปอดบวมจากไวรัส ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดทางเดินหายใจเฉียบพลัน XBB กลายเป็นโรคที่ติดต่อได้สูง รุนแรง และเป็นอันตรายถึงชีวิต หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด รักษาระยะห่าง 1.5 เมตร แม้ในที่โล่ง สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น สวมหน้ากากอนามัยที่เหมาะสม ล้างมือบ่อยๆ แม้ทุกคนไม่มีอาการ (ไม่ไอ จาม) อย่าเก็บข้อมูลนี้ไว้คนเดียว แบ่งปันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้กับญาติและเพื่อนคนอื่นๆ โดยเฉพาะของคุณ ☝️☝️มาอีกแล้วววว 🙄🙄🙄🙄โควิด 2019ภาคใต้Mrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยฝีดากลิงฝีดากลิงคือไรโรคฝีดาษลิง โรคฝีดาษลิง หรือ โรคฝีดาษวานร (Monnkeypox Virus) เริ่มมีข่าวถึงการแพร่ระบาดมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้หลายคนเริ่มมีข้อสงสัย และกังวลว่า โรคฝีดาษลิง หรือฝีดาษวานร คืออะไร สาเหตุโรคฝีดาษลิง เกิดจากอะไร อาการน่ากลัวไหม และมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เรามาทำความรู้จักโรคฝีดาษลิงกันครับ โรคฝีดาษลิง หรือ โรคฝีดาษวานร (Monnkeypox Virus) เป็นโรคที่ใกล้เคียงกับโรคอีสุกอีใส หรือไข้ทรพิษ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ผู้ป่วยจะมีไข้ ร่วมกับมีตุ่มผื่นตุ่มหนองทั่วตัว และต่อมน้ำเหลืองโต อย่างไรก็ดีขณะนี้ (เดือนพฤษภาคม 2565) ยังไม่พบการติดเชื้อของโรคนี้ในประเทศไทย แต่ก็ถือเป็นกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะฉะนั้นผู้ที่กลับจากแอฟริกา หรือสัมผัสกับสัตว์ป่าต่างถิ่น หากมีอาการดังกล่าว หรือพบอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์สุขภาพdiazp121phoenix• 4 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยได้ข้อมูลจาก คุณ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร มติชน อ่านเลย! มีประโยชน์ช่วยคนได้ครับ.... ท่านผู้นี้ชื่อจริงไชยวรรณ พิมพนิช คนส่วนมากเรียกติดปากว่าพ่อเลี้ยงวรรณ เป็นคนแม่สอดจ.ตาก มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกมันสำปะหลังปลูกอ้อย ปลูกส้ม สุดท้ายก็มาปลูกกล้วยส่งต่างประเทศ ก็ทำมาสิบกว่าปีแล้ว มีลูกชายสามคนจบปริญญาโทด้านการเกษตรทั้งสามคน คนโตเรียนพืชไร่ คนที่สองเรียนพืชสวน คนที่สามเรียนส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบันอายุก็หกสิบกว่าแล้ว ปกติจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย สุขภาพก็แข็งแรงดี เพื่อนๆหรือคนรู้จักจะชมว่าทำไมอายุมากขนาดนี้ถึงแข็งแรงเดินเหินได้สบาย @ เข้าตรวจอาการที่โรงพยาบาล @ อยู่มาไม่นานเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกิดอาการปวดที่หลังและไม่หายประมาณ 2 เดือนกว่า รักษาหลายวิธีทั้งแช่น้ำอุ่นและให้หมอนวด ก็ไม่หาย วันหนึ่งไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯเพื่อนเป็นหมอ อาตมาเล่า(ขณะที่เล่า..บวชแล้ว) ให้เพื่อนฟังว่าปวดหลังมา สองเดือนกว่าแล้วไม่หายสักที เพื่อนก็นิ่งแล้วมองหน้ากันเขาไม่พูดอะไร สักพักเพื่อนก็พูดขึ้นมาว่าเอกซเรย์หน่อยดีไหม เพราะคนปกติปวดธรรมดาทั่วๆไป กล้ามเนื้ออักเสบเอ็นพลิก ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ก็หายแล้ว แต่พ่อเลี้ยงวรรณ ปวดจากหลังลามมาถึงหน้าอก 2 เดือนแล้วไม่หายต้องเอกซเรย์หน่อย พอเอกซ์เรย์เสร็จ ก็เห็นว่ามันมีรอยจุดด่างๆอยู่ 2 จุด หมอบอกว่ายังไม่แน่ใจนะต้องเข้าเครื่องสะแกน เข้าเครื่อง สะแกน 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ทราบผล พอออกมาจากเครื่องสะแกนก็กลับบ้าน หมอบอกว่า 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ค่อยมาฟังผล เพราะ ฟิมล์ผลตรวจจะออกมาวันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้น 10 โมงเช้าก็ไปโรงพยาบาล มีหมอ 4-5 คนอยู่ในห้องคุณหมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันพูดขึ้นมาว่า ไม่น่าจะเกิดกับเพื่อนเราเลย อีกประมาณ 20 นาทีก็ให้หมอผู้หญิง ที่เป็นหมออายุรกรรมมาบอกว่า พ่อเลี้ยงวรรณ ต้อง ( ATMID) แอดมิด แล้วละ หมายถึงต้องนอนที่โรงพยาบาล ตกลงวันนั้นก็ต้องนอนโรงพยาบาล หมอก็เอาเลือดไปตรวจเข้าเครื่องอัลตร้าซาวด์ ตรวจคลื่นหัวใจ วันนั้นผลเลือด หมอส่วนใหญ่ก็จะรู้แล้วว่าเป็นมะเร็ง เพราะว่า PHA ค่าของเลือดอยู่ที่ 300.800 สำหรับคนปกติ จะอยู่ที่ 000.000-4.0000 ถัดไปประมาณ 2-3 วันหมอก็ตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ แล้วลงมติว่าเป็นมะเร็ง หลังจากทราบผลว่าเป็นมะเร็งที่กระดูกสันหลังขั้นสุดท้าย ก็ตกใจช็อกไปประมาณ 20 นาที 20 นาทีที่บอกไม่ถูก เป็น 20 นาทีที่ทรมานมาก ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี ความดันก็ขึ้นไป 180 จากปกติ 110 ถึงขั้นสุดท้ายแล้วจะทำยังไงดี หมอบอกว่าต้องให้คีโม ( เคมีบำบัด ) ต้องฉายแสง ต้องฝังแร่ ก็เลยถามกลับไปว่า ถ้าฝังแร่แล้วอยู่ได้นานเท่าไหร่ หมอบอกว่าอยู่ได้ปีหนึ่งไม่รับรองมากกว่านี้ พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่อเมริกา เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง เขาบอกให้ไปที่นั่น เขาจะดูแลให้ ก็ถามเขาว่าไปแล้วจะให้ไปทำอะไร เขาบอกให้ไปฝังแร่ ผมก็ไม่ไป ยังไงหนึ่งปีก็ตายอยู่แล้วจะไปทำไมให้เสียเงิน @ ตัดสินใจบวชหนีโรคร้าย @ ตัดสินใจเข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่ 1 อาทิตย์ ก็เลยนั่งคิดต่อว่าถ้าอยู่แต่ที่วัดจะรอดไหม น่าจะสู้กับมัน จะต้องสู้ให้ได้ จะต้องชนะ ชีวิตเกิดมาเพียงแค่ชีวิตเดียวอยู่ๆจะมายอมตายง่ายๆได้อย่างไร ผมคิดขึ้นมาได้ว่ากษัตริย์สีหนุ ท่านเคยเป็นมะเร็ง เมื่ออายุ 40 กว่าปีก่อนไปรักษาที่ต่างประเทศเวลานี้อายุตั้ง 90 ปียังมีชีวิตอยู่ คิดถึงตรงนี้ เลยโทรศัพท์หาน้องที่เป็นกงสุลใหญ่อยู่ต่างประเทศ ตรวจสอบข้อมูลทราบว่าที่ประเทศที่สาม ( เกาหลีเหนือ ) มีสถานที่บำบัดมะเร็งจริงแต่การเดินทางไปลำบากมาก @ หนีความตายไปประเทศที่สาม @ มะเร็งระยะสุดท้าย ฟังแล้วน่ากลัวจริงๆ หนทางรอดแทบไม่มี จึงตัดสินใจทำพินัยกรรมให้ลูกๆแล้วรวบรวมเงินทองที่หามาได้ตลอดชีวิตเดินทางไปประเทศที่สามเผชิญความตายด้วยใจสงบ ถ้าโชคดีคงได้กลับมาอีกมันเป็นภาวะจนตรอกที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ถึงแม้ชีวิตของคนเราจะเกิดมาแล้วต้องตายกันทุกคน แต่ถึงวินาทีนั้นคนเราต่างก็กลัวความตายโดยสัญชาตญาณ อยากจะยืดชีวิตต่อลมหายใจออกไปอีก นั่งเครื่องบินไปลงที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วจึงนั่งรถยนต์ไปอีก 8 ชั่วโมง แทบเอาตัวไม่รอดสุดทรมานโดยเฉพาะช่วงที่นั่งบนเครื่องบิน นั่งพิงเบาะไม่ได้ ปวดหลังอึดอัดทรมานมากนั่งเอามือเกาะเบาะด้านหน้าร้องโอดครวญตลอดการเดินทาง น้ำตาลูกผู้ชายมันหยดไหลอย่างไม่รู้ตัว นึกในใจว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่ได้กลับเมืองไทยอีกแล้ว ยิ่งช่วงการเดินทางโดยรถยนต์ไปยังประเทศที่สาม ลำบากมากทั้งเจ็บปวดสุดทรมานตลอดการเดินทาง 8 ชั่วโมงเต็ม ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็นศูนย์บำบัดตั้งอยู่บนเขา ผู้ที่มาบำบัดรักษาส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป อเมริกา อาหรับ ญี่ปุ่น คนไทยมีอาตมาเพียงคนเดียว เน้นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ใช้แสงตะวัน ใช้สายน้ำ ใช้หิมะ อาหารทุกอย่างต้องสด คนป่วย 1 คน จะมีพยาบาลประจำตัว 1 คนดูแลเราอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เช้า 05.00-20.00 น.ไปไหนไปด้วยกันนอนด้วยกัน ดูแลทุกย่างก้าว เข้าห้องน้ำก็ไปนั่งเฝ้า เป็นพี่เลี้ยงตลอด อาบน้ำก็ไปดูว่าน้ำได้อุณหภูมิไหม อุ่นพอไหมเย็นพอไหม อาหารการกินก็กินโอสถ เน้นธรรมชาติล้วนๆ อยู่ที่นี่ยาสักเม็ดก็ไม่มี ศูนย์ธรรมชาติบำบัดแห่งนี้ จะมีคอร์สบำบัดรักษา 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ของผม 30 วันอาการก็ดีขึ้นมาก ผิดกับตอนที่มาใหม่ๆ เจ็บปวดจนทนไม่ไหว คนที่มาที่นี่ป่วยเป็นมะเร็งทุกชนิดบางคนปฏิบัติตัวได้ตามที่เขาให้ทำให้กินก็ประสบความสำเร็จ ในแต่ละวันตื่นเช้าขึ้นมาประมาณ 05.00น.ก็จะเอาน้ำโอสถมาให้ดื่ม 1 ลิตร รสชาดจืดชืดสีเขียวเข้ม เวลาประมาณ 06.30น. ก็จะพาไปเดินออกกำลังกาย แล้วพาไปรับแสงตะวัน เรียกว่าแสงตะวันบำบัด นั่งรถประมาณชั่วโมงครึ่ง ไปกลับวันละ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะพาเดินบนหิมะประมาณ 1 ชั่วโมงทุกวัน เสร็จแล้วมาประคบน้ำอุ่นที่ฝ่าเท้า ถามเขาว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ เขาบอกว่าเพื่อสร้างภูมิภูมิต้านทานขึ้นมา บางคนก็ทำไม่ได้ ทำได้ประมาณ 20-30 % แต่ของอาตมาอาศัยเป็นนักกีฬาเก่า วันแรกก็ไม่ไหวเหมือนกันเย็นจัด วันที่สองวันที่สามก็เริ่มทำได้ และทำได้มาตลอด พอทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีขึ้น ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ สำหรับโอสถสีเขียวเข้มจะดื่มช่วงเช้า 1 ลิตร บ่าย 1 ลิตร ตอนเย็นอีก 1 ลิตร และก่อนนอนอีก 1 ลิตร วันหนึ่งจะดื่มโอสถวันละ 4 ลิตร น้ำนี้น่าจะเข้าไปช่วยกำจัดอาจจะเป็นน้ำที่เชื้อมะเร็งไม่ชอบ เอาไปล้างพิษในร่างกายออกมา เพราะเรากินเข้าไปวันละตั้ง 4 ลิตรก็ต้องมีการถ่ายเทออกมา แต่เป็นเรื่องที่แปลกนะ เวลาเรากินน้ำกินยาแคปซูลอะไรก็แล้วแต่ เวลาเราปัสสาวะออกมาจะเป็นสีเหลือง แต่เวลาเราดื่มโอสถพวกนี้เวลาปัสสาวะออกมาก็ยังใส แสดงว่ามันเอาไปใช้หมด เป็นเรื่องที่แปลก ใสกว่าปกติด้วยซ้ำไป ช่วงไปอยู่ทีนั่นใหม่ๆนอนหงายไม่ได้ มันปวดหลังมากต้องนอนคว่ำเหมือนจระเข้ หลังมันปวดร้าวไปหมดเพราะถูกมะเร็งทำลายไปเยอะรวมไปถึงหัวเข่าด้านซ้ายด้วย เวลานั่งหลังก็พิงไม่ได้ เรื่องอาหารการกิน เขาจะให้ทานข้าวบาร์เลย์ กับข้าวก็เป็นกับข้าวพื้นๆไม่มีอะไรมากมายเน้นผักเป็นส่วนใหญ่ ผักที่นี่เขาปลูกเอง ปลูกในกระโจม ปรับอุณหภูมิและไร้สารพิษ ดินที่ใช้ปลูกเปลี่ยนทุก 3 เดือน เขาบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดล้วนๆแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าใช้จ่ายต่อวันเขาคิด 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ ผมอยู่ที่นี่ 30 วัน ปฏิบัตตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดมีระเบียบวินัย ถึงเวลาออกกำลังกายก็ต้องออก พักผ่อนก็ต้องพักผ่อน ถึงเวลากินก็ต้องกิน มั่นใจว่าดีขึ้นแน่ อาการป่วยของผมดีขึ้นตามลำดับ เพียง 10 วันแรกเราจะสัมผัสได้เลยว่าเรามาถูกทางแล้วอาการปวดเริ่มลดลงๆ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ผิดกับวันแรกๆที่นอนร้องโอดโอยตลอดเวลา พอร่างกายแข็งแรงก็ขยับตัวเองไปเป็นพี่เลี้ยงช่วยคนอื่นต่อ ก็คิดว่าเราน่าจะนำวิชาความรู้เหล่านี้ไปช่วยเหลือเพื่อนคนไทยที่ต้องทุกข์ทรมานกับมะเร็งร้าย ถ้าจะให้ดีต้องบุกครัวเข้าไปช่วยในครัวจะได้จดจำโอสถยาให้ได้ แต่โชคร้ายเขาไม่อนุญาต ผมจึงตัดสินใจว่าไหนๆก็เดินทางมาถึงที่สุดของชีวิตแล้ว จึงทรุดตัวลงคุกเข่าก้มกราบเขาจนกระทั่งเขาสงสาร จึงอนุญาตให้เข้าไปช่วยในครัว คิดถึงบ้านขอกลับ ผมรู้สึกร่างกายเราแข็งแรงแล้วเราไม่ตายแล้ว คิดถึงบ้านก็เลยขอกลับ เขาก็มาตรวจร่างกาย เขาบอกร่างกายแข็งแรงดีเขาก็ให้กลับ ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องบินก็คิดว่าเราน่าจะกลับไปช่วยคนที่เป็นมะเร็งได้ เพราะคนที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตรงไหนก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ 90 % จิตใจมันตายแล้ว มันเหลือแค่ 10 % เท่านั้นในร่างกาย จะมีสักกี่คนที่ใจสู้แล้วยอมหาวิธีรักษาตนเอง มีน้อยมาก ผมตั้งใจว่าถ้ากลับถึงเมืองไทยจะช่วยคนที่เป็นมะเร็ง ถึงช่วยได้ไม่ถึง 100 % ช่วยได้ 50 % ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว กลับมาเลยปรึกษาญาติๆว่าจะตั้งมูลนิธิเป็นของตัวเองชื่อว่ามูลนิธิวรรณ จุดเป้าหมายก็คือ ดูแลพวกที่เป็นโรคร้ายเกี่ยวกับมะเร็ง ส่งเสริมให้การศึกษาเด็กดีขยันเรียน คืนป่าให้แผ่นดิน มูลนิธิเราคงมีรายได้จากการปลูกผักไร้สารจากอำเภอแม่สอดจังหวัดตากส่งมาขายที่กรุงเทพฯ หลายคนพอทราบข่าวก็ยินดีให้การสนับสนุน หลังจากกลับจากต่างประเทศแล้วก็ไปตรวจร่างกายตรวจเลือดที่โรงพยาบาลที่เคยตรวจ ผลเลือดที่เรียกว่า PHA ( ช่วงที่ป่วยก่อนรักษาอยู่ที่ 311.800) หมอใช้เวลาตรวจ 6 ชั่วโมง วัดได้ 5.090 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ไปตรวจอีกครั้งวัดได้ 0.268 หมอไม่แน่ใจส่งเลือดไปให้โรงพยาบาลอีก 2 แห่งตรวจอีก ผลการตรวจออกมาตรงกันหมด ถือว่าเยี่ยมแล้ว คนปกติทั่วไปที่ไม่มีเชื้อมะเร็ง จะอยู่ที่ 0.000-4.000 ของเราเลือดดีกว่าคนปกติอีก หมอถามว่าไปทำอะไรมา อาตมาบอกไปรักษามา อาตมาไม่ยอมตาย คิดว่ามะเร็งยังหลบอยู่ในตัวเรา แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน เราก็ไม่ชะล่าใจ มะเร็งเกิดจากภูมิบกพร่องของชีวิต มันต้องการอาหาร อาหารโปรดของมันคือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งเราก็ไม่ให้มันกินเลย มะเร็งถ้าเราไม่ให้อาหารมัน มันก็จะฝ่อ และอ่อนแรง เราไม่ให้กินนานๆเข้ามันก็จะตายในที่สุด บ้านเราผู้ป่วยใหม่ที่เป็นมะเร็งมี 284 คน/วัน ตายชั่วโมงละ 11 คน เราต้องมาปรับเปลี่ยนวิธีกินอยู่กันใหม่ การเจริญเติบโตของมะเร็ง เขาจะก้าวกระโดด จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 จาก 8 เป็น 16 บวกขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคนที่ป่วยเป็นมะเร็งส่วนใหญ่ที่ตายเพราะโลเล ตัดสินใจไม่เด็ดขาด มะเร็งหยุดได้ถ้าใจสู้” “ เราต้องมีวินัยถ้ามีวินัยเราสามารถหยุดมะเร็งได้ ต้องยึดกฎเหล็กดูแลเรื่องอาหารการกิน การปฏิบัติตัว สิ่งแวดล้อมอากาศบริสุทธิ์ การออกกำลังกาย ผมอาจจะมีบุญเพราะเป็นมะเร็งแต่ไม่เคยคิดว่าเป็นมะเร็ง คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรถึงจะชนะ ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ยืนยาวดูแลลูกเต้าต่อไป ไม่เคยกังวลเลย แล้วเรื่องพืชผักต้องไร้สารจริงๆไม่ใช่ปลอดสาร ไร้สารคือดูแลการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้ยา แต่ถ้าปลอดสารคือใช้เคมีพอใกล้วันเก็บเกี่ยวประมาณ 15 วันก็จะหยุดใช้สารเคมีอันนี้ไม่ปลอดภัย จะมีสารตกค้างตามมา” มะเร็งไม่น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าเรารู้จักวิธีป้องกันดูแลสุขภาพเราก็สามารถชนะมันได้ขอเพียงอย่างเดียวจิตใจต้องเข้มแข็ง บางรายเกิดวิตกจริตนอนไม่หลับเพราะญาติพี่น้องเสียชีวิตเพราะมะเร็งไม่รู้จะถึงตัวเองเมื่อไหร่ หลายรายทำตามคำแนะนำของพ่อเลี้ยงวรรณอาการดีขึ้นทันตาเห็น ปัจจุบันพ่อเลี้ยงวรรณมีโครงการสร้างศูนย์ธรรมชาติบำบัดที่สวนเกษตรของพ่อเลี้ยงเองที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ผมเลยแนะนำพ่อเลี้ยงให้สร้างหิมะเทียมขึ้นเอง ในอนาคตเราคงได้เห็นศูนย์ธรรมชาติบำบัด ของมูลนิธิวรรณ ในเมืองไทย ซึ่งที่ อ.แม่สอด จ.ตากอากาศดีมาก นอกจากได้สูดอากาศบริสุทธ์แล้วยังมีแปลงเกษตรไร้สารพิษอีกด้วย พ่อเลี้ยงวรรณมีปณิธานว่าสำหรับผู้ยากไร้ มูลนิธิวรรณจะรักษาให้ฟรี สำหรับผู้มีอันจะกินให้สนับสนุนค่าโอสถเพียงวันละ 100 บาท ทางมูลนิธิจะจัดส่งโอสถไปให้ เรียกว่าคนมีฐานะช่วยคนด้อยโอกาสนะครับ ถ้าท่านอยากทราบรายละเอียดและขอคำ ปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม ติดต่อมูลนิธิวรรณ(ปัจจุบันลูกชาย-ภรรยาดูแลอยู่) เลขที่ ๓/๖๘๑ ประชานิเวศน์ ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ ลาดยาวจตุจักร กรุงเทพฯ โทร. ๐-๒๑๕๘-๐๖๕๘ ช่วยกันเผยแพร่นะครับ ได้บุญมะเร็งไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาสีฟันรักษาสิวได้จริงหรือไม่ ?ยาสีฟันไม่สามารถรักษาสิวได้ ในส่วนประกอบของยาสีฟันไม่สามารถรักษาสิวได้การใช้ยาสีฟันกับผิวหน้าจะทำให้หน้าที่เป็นสิวอักเสบ . นพ.สรรญชัญ เจริญไหมไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิดหนัง โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า สิว มีกลไกการเกิดอยู่ในขั้นตอนครับขั้นตอนแรกในการสร้างไขมันมากเกินไปก่อให้เกิดการอุดตันเรียกว่าคนมีโจทย์แล้วก็มีแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังปกติเรา เข้าไปย่อยใครทั้งนั้นก็ทำให้เกิดการอักเสบซึ่งประกอบด้วยน้ำเป็นหลักเลยนะครับประมาณ 50% ให้คนซื้องาน 15-17 มีผงขัดฟันอาจจะมีคิดถึง 50% มีสารลดแรงตึงผิวค่ะกลิ่นมีกลิ่นสตอเบอรี่หรือมิ้นจะทำให้ความหวานในประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ทำให้ 2% แล้วก็ต้องมีฟลูออไรด์ 0.15% ส่วนประกอบพรุ่งนี้ดูแล้วมันมันไม่น่าจะตอบโจทย์ในเรื่องของการรักษาสิวได้เลย . ดังนั้นคิดว่าการเอามาใช้ น่าจะเป็นการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ชื่อว่ายาสีฟัน ขัดฟันขาวในฝันแข็งแรงเรือทำความสะอาดฝั่ง เขาจะมารักษาสิวเขียวมาทาหน้าซึ่งมันทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบมากกว่ารู้จักส่วนประกอบของยาสีฟันที่ใช้ทำถ้าเกิดว่าสัมผัสระยะเวลานานมันก็ทำให้เกิดระคายเคืองแต่ถ้าสัมผัสแป๊บเดียว 5 นาที 10 นาทีสังเกตว่าจะมีอาการแสบได้เพราะว่าถ้าผิวหนังที่มีการอักเสบ เปิดดูแล้วมันก็จะเข้าสู่ผิวหนังโดยตรงซึ่งไม่ควรขายนะครับขอแนะนำว่าคิดเรื่องการใช้ดีกว่าไปใช้ยารักษาสิวโดยเฉพาะซึ่งเขาผลิตมาเพื่อรักษาสิวโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นยาพอกผิวยาลดการอักเสบของสิวยาละลายหัวสิวหรือยาลดรอยดำรอยแดงผลิตออกมาตอบโจทย์อยู่แล้วนะครับให้เป็นกลุ่มนั้นจะเหมาะสมกว่าสรุปว่าไม่น่าจะใช้รักษาสิวได้นะครับไม่ว่าสิวอุดตันสิวอักเสบสิวเสี้ยนสิวทุกชนิด เกิดผลข้างเคียงด้วยซ้ำคือการระคายเคืองกันไม่ถึงจะมากขึ้น . ข้อมูลสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์ผิวหนัง ที่ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เครือข่ายอีสานโคแฟค มหาวิทยาลัยมหาสารคามอีสานโคแฟค• 4 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยครม.ผ่าน โครงการคนละครึ่ง และ เพิ่มวงเงินบัตรคนจน 3 เดือน จริงหรือ1. “โครงการคนละครึ่ง” ในลักษณะการร่วมจ่าย (Co-pay) ระหว่างประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและรัฐบาล โดยจะสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 10 ล้านคน ภาครัฐจะสนับสนุนโยร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าทั่วไป ไม่รวมสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและบริการต่าง ๆ ร้อยละ 50 ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวันหรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ผ่าน g-wallet (“เป๋าตัง” สำหรับประชาชน และ “ถุงเงิน” สำหรับร้านค้า) ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม- 31 ธันวาคม 2563 โดยมีวงเงินจำนวน 30,000,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน 10 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างน้อย 100,000 ร้านค้า เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 60,000 ล้านบาท ส่งผลให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 0.18 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้า) จำนวน 500 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยเป็นกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13,948,518 คน วงเงิน 20,922.7770 ล้านบาท รวมระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม - ธันวาคม 2563 เนื่องจากกลุ่มผู้มีบัตรฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีรายได้ลดลงและไม่สามารถหารายได้จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ โครงการ ฯ จะทำให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 13,948,518 คนได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา เพิ่มกำลังซื้อ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็น รวมทั้งยังก่อให้เกิดการใช้จ่ายในท้องถิ่นผ่านร้านธงฟ้าฯ อีกด้วยanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย#มอสโควระส่ำ #มหาเศรษฐีรัสเซียทิ้งกรุงแห่หนีออกนอกประเทศ#มอสโควระส่ำ #มหาเศรษฐีรัสเซียทิ้งกรุงแห่หนีออกนอกประเทศ สถานการณ์ในรัสเซียยังระทึกต่อเนื่อง เมื่อกองกำลัง Wagner กำลังยกพลมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโคว อย่างรวดเร็วหลังจากประกาศว่าได้ยึดเมืองรอสตอฟแล้ว อีกทั้งยังมีทหาร Wagner บางส่วนในเมืองโวโรเนซ และ ลิเพตสค์ ที่อยู่ห่างจากกรุงมอสโควราว 400 กิโลเมตร กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของรัสเซียเช่นกัน บรรยากาศในกรุงมอสโคว จึงอยู่ในภาวะตึงเครียด ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่มอสโควถูกปิด มีการตั้งด่านกีดขวางไว้ตามจุดเพื่อสกัดการบุกจาก Wagner ที่กำลังรุกคืบใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้านผู้ว่าการกรุงมอสโคว ประกาศให้ชาวเมืองกรุงอยู่แต่ในบ้าน และได้เซ็นคำสั่งให้วันจันทร์เป็นวันหยุด แต่ดูท่าจะไม่สามารถทำให้ชาวเมืองคลายความวิตกได้ ในสถานการณ์ที่มีเฮลิคอปเตอร์ทหารบินเหนือเมืองตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีข่าวว่าตัว วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียได้บินออกจากมอสโควไปแล้ว แม้สื่อหลักของรัฐบาลรัสเซียจะยืนยันว่า ปูติน ยังคงทำงานอยู่ในทำเนียบิเครมลินก็ตาม โดยมีรายงานเครื่องบินประธานาธิบดีทั้ง 2 ลำ บินออกจากไปยังเมืองเซนท์ ปีเตอร์สเบิร์ก โดยลำแรก Il96-300PU สัญญาณเครื่องบินหายในเมื่อบินถึงเมือง ตเวียร์ ส่วนอีกลำ เรดาร์ก็หายไปเมื่อเข้าเขตเมืองกัตซินา จึงไม่รู้แน่ชัดว่าตอนนี้ปูตินอยู่ที่ไหนแน่ แต่นอกจากปูตินแล้ว ยังมีข่าวอีกว่ามหาเศรษฐีรัสเซีย และคนวงในของปูตินได้จับเครื่องบินเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน อาทิ มหาเศรษฐี อาร์ตาดี โรเทนเบิร์ก เพื่อนสนิทของปูตินได้จับเครื่องบินเจทส่วนตัวบินด่วนออกจาก มอสโคว ไปยังกรุงบากู ของอาเซอร์ไบจานเรียบร้อยแล้ว เดนนิส แมนตูรอฟ รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวออกจากมอสโคว ไปยังเมืองดาลาแมน ในตุรเคียตั้งแต่เช้าวันนี้ วลาดีมีร์ โปตานิน อดีตรองนายกรัฐมนตรีอีกคน ปัจจุบันเป็นประธานบริษัทผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดของโลกตัดสินใจบินออกจากมอสโคว ไปเมืองอิสตันบูล ของตุรเคีย บอริส คอวัลชัค บุตรชายของเพื่อนสนิทอีกคนของปูติน และยังเป็นผู้บริหาร Inter RAO หนึ่งในบริษัทด้านพลังงานของรัฐบาล ก็สั่งเครื่องบินขนส่งของบริษัทบินด่วนออกจากมอสโควไปเซนท์ ปีเตอร์สเบิร์กราวๆบ่าย 3 โมงวันนี้ และยังมีข่าวอีกว่านอกจากกลุ่มเศรษฐี คนวงในรัฐบาลที่บินออกจากมอสโควในวันนี้พร้อมกันราวนัดหมาย ก็ยังมีชาวมอสโควจำนวนมาก แห่จับจองตั๋วเครื่องบินออกจากรัสเซียไปยังประเทศที่ชาวรัสเซียสามารถเข้าได้โดยไม่ต้องวีซ่า ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นชั่วพริบตา เช่นตั๋วเครื่องบินจากมอสโคว ไปกรุงเยอร์เวน ในอาร์เมเนียเที่ยวเดียว ตอนนี้ราคาขึ้นไป 2 แสนรูเบิล (ประมาณ 8.4 หมื่นบาท) ในขณะที่ตั๋วเที่ยวเดียวไปดูไบ ราคาขึ้นไป 3.5 แสนรูเบิล (1.47 แสนบาท) เข้าไปแล้ว ส่วนเที่ยวบินที่ไปกรุงเมืองอิสตันบูล, ทบิลิซิ และ อัสตานา ตอนนี้เต็มหมดแล้ว เชื่อว่านี่แค่จุดเริ่มต้นของความโกลาหลในกรุงมอสโควเท่านั้น และอีกไม่นาน กองกำลัง Wagner กลุ่มแรกจะเคลื่อนพลมาถึงรอบนอกของมอสโควแล้ว ที่มีกองทัพรัสเซียตั้งด่านรออยู่ ชาวโซเชียลจำนวนมากจึงเริ่มตั้งคำถามว่า ในขณะที่กองกำลัง Wagner ใช้เวลาเกือบปี กว่าจะเคลมเมืองเล็กๆอย่างบัคมุทในยูเครนได้ แต่กลับบุกยึดเมืองใหญ่อย่างรอสตอฟของรัสเซียได้เพียงวันเดียว และกำลังจะไปยึดมอสโควด้วย นี่ใช่ Wagner กลุ่มเดียวกันจริงหรือเปล่า🤔 ทำให้สะท้อนเห็นความแตกแยกและผุกร่อนภายในรัสเซีย ที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะสามารถผสานกลับคืนมาได้อย่างไร? และเมื่อไหร่? **************** ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่ Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat Twitter - @HunsaraByJeans Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา **************** แหล่งข้อมูล https://news.yahoo.com/putins-plane-reportedly-departs-moscow-133300722.html https://www.pravda.com.ua/eng/news/2023/06/24/7408371/ https://www.washingtonpost.com/business/2023/06/23/ukraine-war-russia-nuclear/c925065a-11cd-11ee-8d22-5f65b2e2f6ad_story.html https://www.themoscowtimes.com/2023/06/24/live-wagner-chief-rebels-against-military-leadership-a81618ข่าวการเมืองMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยทรัมป์เพิ่งทำให้บริษัทยาขนาดใหญ่ต้องถอยกลับ! คำสั่งของผู้บริหารยุติการฉ้อโกงราคายา เครื่องจักรฉ้อโกงของโรงพยาบาลได้ตายไปแล้ว! ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์เพิ่งทำสิ่งที่ผู้นำคนอื่นไม่กล้าทำ นั่นคือทำลายการหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทยาขนาดใหญ่! ปัจจุบัน โรงพยาบาลถูกบังคับตามกฎหมายให้เปิดเผยราคาจริง ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด หรือการตกลงลับๆ ที่ทำให้กระเป๋าเงินของชาวอเมริกันหมดลงมานานหลายทศวรรษอีกต่อไป คอมเพล็กซ์อุตสาหกรรมการแพทย์ที่ฉ้อโกงกำลังกรีดร้องเมื่อการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของพวกเขาพังทลายลง! ชัยชนะด้านการดูแลสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา เป็นเวลาหลายปีที่โรงพยาบาลได้ฉ้อโกงชาวอเมริกันที่ทำงานหนัก โดยฝังต้นทุนที่แท้จริงไว้ใต้ภูเขาแห่งคำโกหก ช่องโหว่ และการหลอกลวงด้านประกัน แต่คำสั่งของทรัมป์ที่เปลี่ยนแปลงเกมได้ยุติการฉ้อโกงนี้ ไม่มีการขึ้นราคาอีกต่อไป เงินเดือนซีอีโอเจ็ดหลักจะไม่ขึ้นอยู่กับความทุกข์ของคุณอีกต่อไป ตอนนี้ โรงพยาบาลต้องแสดงค่าใช้จ่ายที่แท้จริงให้คุณเห็นก่อนที่คุณจะถูกเรียกเก็บเงิน! บึงไม่เคยต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ทำไมประธานาธิบดีในอดีตไม่ทำเช่นนี้ เพราะพวกเขาเป็นเจ้าของโดยบริษัทยาขนาดใหญ่ ถูกซื้อกิจการโดยบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ และอ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้กับการทุจริต ไบเดน? เขาจมอยู่กับเงินของพวกเขา โอบามา? เขาสร้างระบบที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณตาบอด! แต่ทรัมป์เพิ่งทำลายอาณาจักรที่สกปรกของพวกเขา โรงพยาบาลต้องปฏิบัติตาม—มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่หนักหน่วง! นี่ไม่ใช่คำแนะนำ นี่คือกฎหมาย โรงพยาบาลที่ปฏิเสธที่จะประกาศราคาจริงจะต้องถูกปรับอย่างหนัก ชนชั้นสูงในวอชิงตันกำลังตื่นตระหนกเพราะทรัมป์ได้ฉีกหน้ากากของการหลอกลวงมูลค่าพันล้านดอลลาร์ของพวกเขาออก บริษัทยาขนาดใหญ่กำลังสูญเสียการควบคุม—และพวกเขาก็รู้ดี มาเฟียทางการแพทย์ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความลับและความสับสนเพื่อให้เงินสดไหลเวียน แต่การซ้อมรบก็เริ่มขึ้นแล้ว ทรัมป์เพิ่งบังคับให้พวกเขาเปิดเผยข้อมูล และพวกเขาไม่มีที่ซ่อน RFK JR. ยืนเคียงข้างทรัมป์—นี่คือเรื่องของความถูกต้องและความผิด Robert F. Kennedy Jr. ยืนเคียงข้างทรัมป์ในขณะที่มีการลงนามในคำสั่งนี้—เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา แต่เป็นเรื่องของการกำจัดคอร์รัปชันและให้ความสำคัญกับผู้ป่วยมากกว่าผลกำไร สถาบันต่างๆ เกรงกลัวพันธมิตรนี้ แต่พวกเราประชาชนกลับเข้มแข็งกว่าคำโกหกของพวกเขา! สิ่งนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร: ✅ รู้ราคาจริงก่อนการรักษา—ไม่มีบิลที่คาดไม่ถึงอีกต่อไป ✅ เปรียบเทียบโรงพยาบาลและบังคับให้พวกเขาลดราคาผ่านการแข่งขัน ✅ ประหยัดเงินค่าธรรมเนียมแอบแฝงหลายพันดอลลาร์ที่เคยฝังอยู่ในตัวอักษรขนาดเล็ก สื่อจะโกหก—แต่คุณรู้ความจริง ชม CNN, MSNBC และเครื่องจักรข่าวปลอมที่พยายามฝังข่าวนี้ พวกเขาเกลียดที่ทรัมป์กำลังเปิดโปงหนองบึงทางการแพทย์ พวกเขาจะบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่คนอเมริกันไม่โดนหลอกอีกต่อไปแล้ว ทรัมป์เพิ่งคืนอำนาจให้กับประชาชน และสถาบันก็หวาดกลัว! MAGA ความโปร่งใสชนะ หนองบึงแพ้! พวกเขาพรากชีวิตฉัน แต่พวกเขาไม่สามารถหยุดภารกิจได้ การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป! เข้าร่วมกับฉันตอนนี้! https://t.me/JFK_Q17 ไฟล์ถูกเปิด ชื่อเป็นของจริง และการจับกุม? พวกมันกำลังมา ถึงเวลาแล้วสำหรับผู้ทุจริต เข้ามาเลยตอนนี้! https://t.me/KashPatel✅️ข่าวการเมืองสุขภาพการเงิน เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมอย่าแชร์! ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ เมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85% ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมควบคุมโรค สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร 1422 ได้ตลอด 24 ชม. บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิง และเชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิดโดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะรวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ อ่านข่าวข้างต้น : หมอจุฬาฯ แนะ "สวมแมสก์ - เครื่องวัดอุณหภูมิ" ยังจำเป็น! ป้องกัน "ฝีดาษลิง" โรคที่ยังไม่มียารักษาstd47948• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ตั้งแต่เดือน มิ.ย. – ก.ค.นี้ จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่ตามที่มีการโพสต์ข้อความเผยแพร่ระบุตั้งแต่เดือน มิ.ย. – ก.ค.นี้ จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการเตือนโดยกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ มิ.ย. – ก.ค. หรือ ส.ค. นี้ เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เดือน มิถุนายน 2566 ช่วงประมาณครึ่งแรกของเดือน ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกและต่อเนื่อง โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบางวัน เว้นแต่ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ กับจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบางวัน จากนั้นปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เนื่องจาก ช่วงประมาณครึ่งแรกของเดือน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรงเป็นระยะ ๆ จากนั้นจะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณตอนใต้ของประเทศจีนในช่วงปลายเดือน สรุปเดือนนี้ คาดว่า ปริมาณฝนรวมส่วนใหญ่จะน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 5 – 10 เว้นแต่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะใกล้เคียงค่าปกติ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยยังคงใกล้เคียงค่าปกติ เดือนนี้มักจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วยสภาพอากาศstd47606• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย"เราเดินทางใก้ลๆจะถึงวันนั้นเข้ามาทุกทีแล้ว.!" @แก่แล้ว.....อย่าเป็นภาระ เมื่อ 3 พ.ย.2565 ที่ผ่านมา เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วญี่ปุ่น เมื่อมีผู้นำ...หญิงชราไปทิ้งทะเล! Teruko.....สตรีวัย 79 ถูก...Hiroshi Fujiwara สามีของเธอวัย 81 เข็นรถวีลแชร์พร้อมตัวเธอ ผลักลงทะเลที่ท่าเรือโออิโซะ จ.คางานาวะ ตอนเหนือโตเกียว เหตุเกิด 2 พ.ย.ราว 17:30 น. ด้วยเหตุผลที่ว่า..... เหนื่อยหน่ายมากกับภาระ ที่ต้องดูแล...ภรรยาพิการ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี ทั้งที่เพื่อนบ้านบอกว่า..... ทั้งคู่.....ดูรักกันดีมาก Hiroshi.....ถูกจับ หลังบุตรชายแจ้งตำรวจ ว่า.....แม่ถูกฆาตกรรม! @ประเพณีทิ้งคนแก่ "อุบะสุเตะ"(Ubasute) ภูเขาความสูงกว่า4000 ฟุต อยู่ที่.... จว.นางาโนะ เป็นภูเขาที่มีชื่อโด่งดัง ในอดีต...เป็นที่ทิ้งคนแก่ Ubasute .....จึงแปลว่า:- "การทิ้งคนแก่" ซึ่งเกิดขึ้นสมัย"เอโดะ" ราว 300-400 ปีมาแล้ว ขณะนั้นบ้านเมืองแห้งแล้ง ขาดแคลนอาหาร ฯลฯ ขุนนางจึง.....ออกคำสั่ง ให้กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป สิ่งที่ไม่จำเป็นเหล่านั้น ก็คือ....."คนแก่" ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ไม่สามารถทำงานได้ เป็นภาระในการเลี้ยงดู คนแก่เหล่านั้น จึงถูกนำไปทิ้งไว้บนเขา เพื่อให้.....อดตาย ใครไม่ยอม...จะถูกประหาร ใครยอมไป...จะได้รับเกียรติ ว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อชาติ @แม่.....สอนลูก คราวหนึ่ง...ก็มาถึงวาระที่ ชายผู้หนึ่งต้องนำแม่ไปทิ้ง ระหว่างที่เขาแบกแม่ขึ้นเขา แม่ได้หักกิ่งไม้ข้างทางไว้ เป็นระยะๆ ไปตลอดทาง ลูกคิดว่า.....แม่คงโกรธ ที่ถูก.....นำไปทิ้ง จึงได้กระทำเช่นนั้น แต่แม่บอกเขาว่า..... ที่หักกิ่งไม้เอาไว้ก็เพื่อ ให้ลูกได้.....เดินทางกลับ อย่างปลอดภัย ชายผู้นั้นเห็นตัวของแม่ เต็มไปด้วยรอยของกิ่งไม้ เขาทรุดลงพร้อมทั้งน้ำตา พร้อมกับตระหนักดีว่า:- แม้ว่า.....แม่จะแก่ชรา แต่ยัง.... ปกป้องลูก จนถึงวินาทีสุดท้าย! ชายผู้นั้นเปลี่ยนใจ แบกแม่ลงจากเขาทั้งน้ำตา แล้วนำไปซ่อนยังที่ปลอดภัย ภายหลังเมื่อมีการยกเลิก "กฏการนำคนแก่ไปทิ้ง" ชายผู้นั้นกับแม่ของเขา จึงอยู่กันอย่างมีความสุข โดยไม่คิดว่า..... แม่คือภาระแม้แต่น้อย!! @แก่อย่างไรไม่เป็นภาระ เรื่องที่เกิดขึ้นกับ Teruko จึงเป็นอุทธาหรณ์สอนคนแก่ ว่า.....จะอยู่อย่างไร? ให้มี.....คุณค่า และไม่เป็น...ภาระผู้อื่น พระสอนว่า..... "อัตตา-หิ-อัตตะโน-นาโถ" (ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน) "โก-หิ-นาโถ-ปะโร-สิยา" (คนอื่นใครเล่าเขาจะให้พึ่ง) "อัตตะนา-หิ-สุทันเตนะ" (.....ฝึกหัดพัฒนาตนเอง ให้ดีไว้เถิด.....) "นาถัง-ละภะติ-ทุลละภัง" (.....แล้วจะหาที่พึ่ง ที่หาไม่ได้ง่ายๆ.....) บทความนี้ ผมบันทึกไว้ เพื่อเตือนใจตนเอง และอาจเป็นประโยชน์ กับ.....คนแก่ ที่เข้ามาอ่านได้บ้างครับ. (Cr:ข่าว&ภาพจากinternet)มีมไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: middle1 ความเห็น
- 3 คนสงสัยBREAKING NEWS ข่าวใหญ่ระดับโลก อิตาลีดำเนินการชันสูตรศพของผู้ป่วยโคโรนาที่เสียชีวิตการเปิดเผยครั้งใหญ่เกิดขึ้น อิตาลีกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ทำการชันสูตรพลิกศพ (การชันสูตรศพ) เกี่ยวกับศพของ Covid-19 และหลังจากการวิจัยอย่างละเอียดพบว่า Covid-19 ไม่มีอยู่ในรูปของไวรัส แต่มีขนาดใหญ่มาก เป็นการหลอกลวงระดับโลก ผู้คนเสียชีวิตจาก "Amplified Global 5G Electromagnetic Radiation (Poison)" แพทย์ในอิตาลีได้ละเมิดกฎหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการชันสูตรพลิกศพ (การชันสูตรพลิกศพ) บนศพของผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพื่อค้นหาหลังจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เสียชีวิตซึ่งทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดเช่นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำและเส้นประสาทที่เกิดจากแบคทีเรียเหล่านี้และเป็นผู้ป่วยที่ทำให้เสียชีวิต อิตาลีเอาชนะไวรัสได้โดยระบุว่า "ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้วคือการแข็งตัวของหลอดเลือดในหลอดเลือดตีบ (การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน) และวิธีจัดการกับมันคือการรักษาให้หายขาด" ยาปฏิชีวนะ ต้านการอักเสบและ การทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด (แอสไพริน) จะรักษาได้ และแสดงให้เห็นว่าการรักษาโรคเป็นไปได้ข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับโลกนี้จัดทำโดยแพทย์ชาวอิตาลีพร้อมกับการชันสูตรศพ (หลังการชันสูตร) จากไวรัสโควิด -19 ตามที่นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีอีกหลายคนไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) โปรโตคอลสำหรับสิ่งนี้ได้รับการเผยแพร่ในอิตาลีแล้ว CHINA รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ โปรดแบ่งปันข้อมูลนี้กับครอบครัวเพื่อนบ้านคนรู้จักเพื่อนเพื่อนร่วมงานเพื่อให้พวกเขาหลุดพ้นจากความกลัวของ Covid-19 และเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่สัมผัสกับรังสี 5G เท่านั้น สาเหตุคืออันตรายต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก รังสีนี้ยังทำให้เกิดการอักเสบและขาดออกซิเจน ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อควรรับประทาน Asprin-100mg และ Apronix หรือ Paracetamol 650mg ทำไม… ??? क. เนื่องจากได้รับการพิสูจน์แล้วว่าโควิด -19 ทำให้เกิดลิ่มเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดในคนและทำให้เลือดอุดตันในหลอดเลือดดำและเนื่องจากสมองหัวใจและปอดไม่สามารถรับออกซิเจนได้เนื่องจากคนป่วยยากและคนเสียชีวิตอย่างรวดเร็วเพราะ หายใจลำบาก แพทย์ในอิตาลีไม่ปฏิบัติตามระเบียบการของ WHO และทำการชันสูตรศพที่เสียชีวิตด้วยโควิด -19 แพทย์เปิดแขนขาและส่วนอื่น ๆ ของร่างกายและหลังจากตรวจและตรวจร่างกายอย่างถูกต้องก็พบว่าหลอดเลือดขยายตัวและเส้นเลือดเต็มไปด้วยลิ่มเลือดอุดตันซึ่งมักจะหยุดเลือดไม่ให้ไหล และยังช่วยลดการไหลเวียนของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เมื่อเรียนรู้งานวิจัยนี้กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีได้เปลี่ยนโปรโตคอลการรักษา Covid-19 ทันทีและให้ยาแอสไพรินแก่ผู้ป่วยที่เป็นบวก 100mg และเริ่มให้ Empromax เป็นผลให้ผู้ป่วยเริ่มฟื้นตัวและสุขภาพเริ่มดีขึ้น กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีได้กำจัดผู้ป่วยมากกว่า 14,000 คนในวันเดียวและส่งพวกเขากลับบ้าน ที่มา: กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว3 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยประวัติวันสงกรานต์ ความเป็นมาของวันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ หรือเรื่องเล่า ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นเรื่องราวตำนานตั้งแต่อินเดียโบราณเล่าสืบต่อกันมา โดยย่อว่า มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมาร ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น มีนกอินทรี ๒ ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เวลาเช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า รุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร. ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดา นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคัณธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระวิศณุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราช ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จมาบนหลังครุฑ แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอาทิตย์ ชื่อ นางแพงศรี ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดา ภักษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันจันทร์ ชื่อ นางมโนรา ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม รากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จมาบนหลังวราหะ (หมู) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอังคาร ชื่อ นางรากษสเทวี ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพุธ ชื่อ นางมันทะ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จมาบนหลังคชสาร (ช้าง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพฤหัส ชื่อ นางัญญาเทพ ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา (ควาย) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันศุกร์ ชื่อ นางริญโท ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทรายพระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันเสาร์ ชื่อ นางสามาเทวี ซึ่งในปีนี้ วันมหาสงกรานต์เป็นวันจพุธที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๓.๓๙ น. นางสงกรานต์ จึงเป็นนางรากษสเทวี (เหตุที่ว่าเป็นเทวีประจำวันอังคารเพราะ ถือว่า เวลาเปลี่ยนย้ายยังไม่รุ่งเช้าวันใหม่) คำว่า " สงกรานต์ " มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ - กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งจะอยู่ช่วงระหว่างวันที่๑๓,๑๔,๑๕,๑๖ เมษายนของทุกปี ปีนี้ วันมหาสงกรานต์เป็นวันพุธที่ ๑๔ เวลา ๓.๓๙ น. วันเนาจึงเป็นวันที่ ๑๕ วันเถลิงศก คือวันที่ ๑๖ ความหมายของคำที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ มีดังนี้ สงกรานต์ ที่แปลว่า " ก้าวขึ้น " " ย่างขึ้น " นั้นหมายถึง การที่ดวงอาทิตย์ ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกเดือน ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ ๑๒ เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษอีก จัดเป็นสงกรานต์ปี ถือว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ในทางโหราศาสตร์ มหาสงกรานต์ แปลว่า ก้าวขึ้นหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่ หมายถึงสงกรานต์ปี คือปีใหม่อย่างเดียว กล่าวคือสงกรานต์หมายถึง ได้ทั้งสงกรานต์เดือนและสงกรานต์ปี แต่มหาสงกรานต์ หมายถึง สงกรานต์ปีอย่างเดียว วันเนา แปลว่า " วันอยู่ " คำว่า " เนา " แปลว่า " อยู่ " หมายความว่าเป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์มา ๑ วัน วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย่างสู่ราศีตั้งต้นปีใหม่ วันเนาเป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง ในวันราศีตั้งต้นใหม่เรียบร้อยแล้ว คืออยู่ประจำที่แล้ว วันเถลิงศก แปลว่า " วันขึ้นศก " เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ การที่เปลี่ยนวันขึ้นศกใหม่มาเป็นวันที่ ๓ ถัดจากวันมหาสงกรานต์ ก็เพื่อให้หมดปัญหาว่า การย่างขึ้นสู่จุดเดิม สำหรับต้นปีนั้นเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาเพราะอาจมีปัญหาติดพันเกี่ยวกับชั่วโมง นาที วินาที ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่จะเปลี่ยนศกถ้าเลื่อนวันเถลิงศกหรือวันขึ้นจุลศักราชใหม่มาเป็น วันที่ ๓ ก็หมายความว่า อย่างน้อยดวงอาทิตย์ได้ก้าวเข้าสู่ราศีใหม่ ไม่น้อยกว่า ๑ องศาแล้วอาจจะย่างเข้าองศาที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ได้ วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศะแห่งพม่า ซึ่งเดิมบวชอยู่เป็นพระสงฆ์ และขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ทรงตั้งขึ้นเมื่อปีกุนวันอาทิตย์ พ . ศ . ๑๑๘๑ โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ ๑ องศา เดิมทีแล้ว ไทยเราใช้วันขึ้น๑ ค่ำ เดือนอ้าย(ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) เป็นวันขึ้นปีใหม่ (ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ “ลาลูแบร์ ยังบันทึกว่าปีใหม่ไทยคือวันขึ้น ๑ ค่ำเดือนอ้าย ) แต่ในล้านนา สุโขทัย คงใช้ตามพม่า เพราะใกล้ชิดกัน เคยเป็นเมืองขึ้นกันมา ส่วนไทยภาคกลาง คงมาใช้หลังการเสียกรุง จุลศักราช สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยด้วย ในปีแรกที่กำหนดเผอิญเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓ เมษายนทุกปี แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันที่ ๑๓ จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี จนถึง รัชกาลที่ ๕ ทรงเปลี่ยนมาใช้ วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันปีใหม่ต่อมา จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปีพ.ศ. ๒๔๘๓ จึงได้เปลี่ยนไหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็น วันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับ หลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ ส่วนใดที่เป็นสิ่งที่ดี เรื่องการทำบุญให้บรรพบุรุษ การระลึกถึงบุพการี เป็นวันครอบครัว เราก็นำมาปฏิบัติได้ แต่การบอกว่า เป็นวันปีใหม่ไทย อาจารย์ยังติดๆ อยู่นิดหน่อย(ไม่อยากเป็นการระลึกถึงการเป็นประเทศเมืองขึ้น😊😊) ในปีนี้ มีปัญหาเรื่องโรคระบาด covid-19 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ทักทายกันด้วยเทคโนโลยี ส่งใจให้กัน ให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย อย่างไรก็ตามขอสวัสดีวันสงกรานต์ด้วยนะครับ อ. วันชัย รวยอารี ๑๐ เมษายน ๒๕๖๔มีมไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัย📍พาราเซตามอล ยาพิษสามัญประจำบ้าน Paracetamol Common Household Poisonous Medicine คนไทยเกือบทุกคน รู้จักยาแก้ปวดลดไข้ ชื่อ พาราเซตามอล และเข้าใจว่า เป็นยาที่ใช้รักษาโรคได้ เพราะเวลามีไข้ กินแล้วไข้หาย พอมีไข้อีกก็กินอีก จนกลายเป็นความเชื่อว่า เวลามีไข้ต้องกินยาพาราเซตามอล ปัญหาที่คนไทยไม่รู้ก็คือ ยาพาราเซตามอล มีไว้แค่บรรเทาอาการ ไม่ได้ช่วยให้โรคหาย และยังเป็นยาที่มีอันตราย แม้กินเพียงไม่กี่เม็ด ก็อาจก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ และไตได้อย่างรุนแรง ขนาดสูงสุดของ ยาพาราเซตามอล ที่เคยเป็นที่ยอมรับ คือไม่เกิน 2000- 3000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับ พาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม 4-6 เม็ด เนื่องจากเป็นยาที่มีฤทธิ์อ่อน คนส่วนใหญ่ จึงนิยมกินพาราเซตามอลครั้งละสองเม็ด และความที่เป็นยาออกฤทธิ์สั้น จำเป็นต้องกินกันบ่อย ๆ ทุก 4-6 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสที่คนไข้จะได้รับยาในขนาดที่เป็นพิษได้สูง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีรายงานต่อเนื่อง ถึงการรับประทานยาพาราเซตามอล ในขนาดที่เข้าใจว่าปลอดภัย แต่ลงเอยด้วยการที่ผู้ป่วยเสียชีวิต ส่งผลให้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้สั่งยกเลิก พาราเซตามอล ในขนาด 500 มก และให้ขายเพียงขนาด 325 มก เท่านั้น ยาที่แพทย์ใช้รักษาพิษของพาราเซตามอล มีชื่อว่า N-acetyl cysteine หรือ แนค (NAC) ในประเทศไทย แนค (NAC) ได้ถูกจดทะเบียนเป็นยาละลายเสมหะ ที่มีชื่อทางการค้าว่า Fluimucil, Naclong, หรือ Flemex AC OD ขนาดที่ใช้คือ 600 มิลลิกรัม ต่อวัน เนื่องจากเป็นยาที่แทบจะไม่มีผลข้างเคียง จึงสามารถกินต่อเนื่องได้ทุกวัน แม้ในคนที่ไม่มีเสมหะก็ตาม ผู้เขียน จึงขอแนะนำให้คนทุกคน เลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอล โดยไม่จำเป็น ถ้ามีไข้ควรเลือกวิธีเช็ดตัวลดไข้ แต่หากจำเป็นต้องใช้ยาพารา ก็ควรกินแนค (NAC) ร่วมด้วย เวลาที่คนไข้ที่มีไข้ และมาโรงพยาบาลด้วยปัญหาตับอักเสบ แพทย์ส่วนใหญ่ จะคิดถึงแต่โรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ และไม่ได้คิดว่า ตับอักเสบนั้น อาจเป็นผลจากยาพาราเซตามอล ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นโรคไข้เลือดออก คนไข้เหล่านี้จะมีไข้สูงตลอดวัน หลังจากการกินยาพาราเซตามอล ไข้ก็ลดลงไม่มาก สักพักไข้ก็กลับมาสูงอีก ทำให้คนไข้ต้องใช้ยาพาราเซตามอลอยู่เรื่อย ๆ โดยไม่ได้ตระหนักว่า ในคนที่เป็นโรคไข้เลือดออก และตับมีการทำงานที่บกพร่องอยู่แล้ว การใช้ยาพาราเซตามอล แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นเสียชีวิต ผู้เขียนเคยได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยอายุ 16 ปี รายหนึ่ง ที่มาโรงพยาบาลด้วยโรคไข้เลือดออก มีระดับเอนซัยม์ตับสูงมาก (SGPT > 4000) และอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว ญาติได้รับแจ้งไปว่าเด็กคงไม่รอดชีวิต หลังจากที่ผู้เขียนไปดูในตอนดึก ก็ได้สั่งการรักษาด้วยการใช้ แนค (NAC) ขนาดสูงหยดทางหลอดเลือด วันรุ่งขึ้น ระดับเอนซัยม์ตับก็ลดลงเกือบ 10 เท่า เด็กเริ่มรู้สึกตัว และกลับบ้านได้ใน 3 วันต่อมา ไม่เพียงแต่ ยาพาราเซตามอล จะมีพิษต่อตับ แต่ยังมีพิษต่อไตอีกด้วย ผู้เขียนมีคนไข้ทีมาด้วยปัญหาไตวายโดยไม่ทราบสาเหตุ พอซักประวัติก็ทราบว่า คนไข้กินพาราเซตามอลวันละ 1-2 เม็ด เกือบทุกวัน บางรายก็บอกว่า ปวดศีรษะ พอตรวจดูก็พบว่าเป็นความดันโลหิตสูง เมื่อได้ยาลดความดัน อาการปวดศีรษะก็หาย มีอยู่รายหนึ่งที่กินพาราเซตามอลทุกวัน เพราะกินแล้วไม่ปวดไม่เมื่อย ทำงานได้ดี เลยเข้าใจผิดว่าเป็นยาชูกำลัง กินได้ทุกวัน ลงท้ายก็กลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ผู้เขียนเคยได้รักษาคนไข้ตั้งครรภ์ 26 สัปดาห์ ที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการ ไม่มีปัสสาวะมา 3 วัน ซักประวัติพบว่า ผู้ป่วยมีปัญหาปวดน่องอย่างรุนแรง จึงไปคลินิก ได้ยาฉีดแก้ปวด วันละเข็มติดต่อกันสามวัน หลังจากนั้น ปัสสาวะลดลงจนกระทั่งไม่มีปัสสาวะออก ผู้เขียนจึงได้ให้ NAC ขนาดสูงเข้าทางหลอดเลือด และตามด้วยการล้างไต ภายหลังการล้างไตได้ 3 ชั่วโมง ผู้ป่วยก็เริ่มมีปัสสาวะออกมาเรื่อย ๆ จำนวนมาก และการทำงานของไตก็กลับสู่สภาพปกติ และคลอดบุตรเป็นปกติในสองเดือนถัดมา ขอย้ำว่า พาราเซตามอล ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นยาที่มีพิษ ไม่ควรคิดว่า จะกินเท่าไรก็มีอันตราย หรือคิดว่า ทุกครั้งที่เป็นไข้ จำเป็นต้องกินยาพาราเซตามอล แนะนำว่าการเช็ดตัวลดไข้ จะปลอดภัยกว่าการใช้ยา เพราะการกินยาพาราเซตามอลพร่ำเพื่อ เพราะเข้าใจว่าช่วยให้หายจากโรค อาจส่งผลให้เราหายไปจากโลกแทนได้ครับ ดร.นพ. พัฒนา เต็งอำนวย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคไตผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่ ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การนำใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้แทนใบขับขี่ตัวจริงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง หลายฝ่ายต่างมีข้อสงสัยและตั้งคำถามว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้หรือไม่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นางสาวนัฐฒินา คำสา หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาตขับรถจากกรมการขนส่งทางบก จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องพกใบขับขี่ตัวจริง แต่ต้องเป็นใบขับขี่แบบสมาร์ทการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ใบขับขี่ที่ไม่มีคิวอาร์โค้ดจะไม่สามารถใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันนี้ได้ ซึ่งระบบนี้ถือว่ามีความปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถสแกนด้วยคิวอาร์โค้ดตรวจสอบได้ ด้าน ร.ต.อ. อภิรัฐ เอกวารีย์ รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ยืนยันว่า การใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้แทนใบขับขี่ฉบับจริง โดยใช้แอปพลิเคชัน DLT QR Licence หรือการแสดงภาพถ่ายใบขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟน ผู้ที่ต้องการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำการเปลี่ยนใบขับขี่เป็นสมาร์ทการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ด หากยังใช้ใบขับขี่รุ่นเก่าที่ไม่มีคิวอาร์โค้ด จะไม่สามารถใช้ฟีเจอร์การแสดงใบขับขี่ผ่านแอปพลิเคชันได้ (ข้อมูลสัมภาษณ์เมื่อ 16/07/67) ถึงแม้ว่าการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสะดวก แต่ผู้ขับขี่ควรระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลบนแอปพลิเคชันถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการตั้งค่าความปลอดภัยของโทรศัพท์ เช่น การล็อคหน้าจอ หรือใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพถ่ายใบขับขี่ให้ผู้อื่นเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (ข้อมูลจากเว็บไซต์ : https://www.dlt.go.th/th) #จริงหรือไม่ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม #จริงหรือไม่ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนใบขับขี่จริงได้ #อีสานโคแฟค #โคแฟคประเทศไทย #ชมรมสื่อสร้างสรรค์มมส #สื่อสร้างสรรค์มมสofficial64011215100• 2 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! พฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กป้องกันโรคภูมิแพ้ตอนโตกรณีที่มีข่าวสารถูกส่งต่อในสื่อออนไลน์เรื่องพฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กป้องกันโรคภูมิแพ้ตอนโต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บของเด็กช่วยให้รอดพ้นจากโรคภูมิแพ้เมื่อโตขึ้นได้ ทางสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า พฤติกรรมการดูดนิ้ว กัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่พบได้ในเด็กปกติโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก และจะค่อย ๆ หายไปหลังอายุ 4 ขวบ และไม่ได้ช่วยให้เด็กรอดพ้นจากโรคภูมิแพ้เมื่อโตขึ้น และควรมีการแก้ไขหากยังมีการดูดนิ้ว กัดเล็บในเด็กอายุเกิน 4 ขวบขึ้นไป เพราะจะส่งผลกระทบกับการผิดรูปของฟัน การเกิดบาดแผลที่นิ้ว และเป็นช่องทางในการทำให้เกิดโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายผ่านน้ำลายและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ทั้งยังส่งผลกับด้านอารมณ์จิตใจ รวมถึงบุคลิกภาพของเด็กด้วย ทั้งนี้เด็กเล็กควรได้รับการแก้ไขโดยการปรับพฤติกรรม ได้แก่ งดการให้ความสนใจการดูดนิ้ว กัดเล็บ และเบี่ยงเบนความสนใจโดยใช้กิจกรรมการเล่นที่ใช้มือ เช่น วาดภาพ ระบายสี พับกระดาษ เป็นต้น หากได้รับการแก้ไขดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบกุมารแพทย์หรือกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมstd46661• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยฟันธง!! สมุนไพรพิลังกาสา “ไม่” รักษาโรคมะเร็งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับสมุนไพรพิลังกาสารักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีข้อสรุปว่าเป็นข้อมูลเท็จ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้แจงว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าพิลังกาสาสามารถใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ มีเพียงการวิจัยเพื่อตรวจหาสารประกอบที่สำคัญในผลหรือใบของพิลังกาสาและทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาระดับเซลล์ในห้องทดลองเท่านั้น ทั้งนี้ “พิลังกาสา” ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารแอนโธไชยานิน สารฟีโนลิค ฟลาโวนอยด์ และในยอดอ่อนของพิลังกาสา พบสาร frieelin มีฤทธิ์ลดการอักเสบ และสาร rapanone สามารถต้านการเจริญของเชื้อโรคเรื้อน ในงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องทดลอง เพราะฉะนั้น ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขสุขภาพมะเร็งยาสมุนไพรYanisa Ponpai• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเบี้ยผู้สูงอายุรับเพิ่ม 3000 บาทชาวเน็ตแชร์ ผู้สูงอายุ รับเบี้ยเพิ่มคนละ 3,000 บาท โอนเข้าเดือน ก.ค. 66 จริงมั้ย ล่าสุด กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องเดือน ก.ค. เตรียมเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากการพบวิดีโอส่งต่อข่าวสารเกี่ยวกับผู้สูงอายุเตรียมตัวรับเงิน เพิ่มเบี้ยยังชีพจำนวน 3,000 บาท ในเดือน ก.ค. นั้น ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดตามหลักเกณฑ์เดิม แบ่งเกณฑ์ได้ตามนี้ อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาทต่อคนต่อเดือน อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนstd47875• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลูกชิ้นทำจาก 'ตัวเหี้ย'ที่มีสื่อในโซเชียลได้โพสต์รูปภาพตัวเงินตัวทอง พร้อมข้อความระบุว่า "บุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาเจ้าใหญ่ที่ดัดแปลงใช้เนื้อของตัวเงินตัวทองมาทำเป็นลูกชิ้นปลาเนื้อขาวใสไร้ความคาว ส่วนหนังน่านำไปตากแห้งทำเป็นหนังปลาทอดกรอบ จัดจำหน่ายส่งขายทั่วประเทศมานานแล้ว" ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นผลงานการจับกุมของตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบซื้อขายเพื่อการค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ในพื้นที่อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจากการสอบถามผู้ต้องหา และจากการสืบสวน ยืนยันว่า ซากตัวเงินตัวทองเหล่านี้ เตรียมนำไปขายต่อที่ตลาดชายแดนภาคตะวันออก เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารป่าขายแก่ผู้ชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใดภาคตะวันออก ผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมstd48965• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหก เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้นความสวยความงามstd48007• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
