(3188 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กฎใหม่เงินบำนาญสมาชิกรัฐสภารับสูงสุด 79,492 บาทตามที่มีการแชร์ข้อมูลเรื่องกฎใหม่เงินบำนาญสมาชิกรัฐสภารับสูงสุด 79,492 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีมีภาพข้อมูลถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ว่า “ข้าราชการผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ต้องมีอายุราชการนาน 25 ปี ถึงมีสิทธิ์ได้รับบำนาญ แต่ ส.ส. รวมกันออกกฎหมายให้สิทธิ์ ส.ส. ให้ได้รับเงินบำนาญ ตามระยะเวลาการเป็น ส.ส. ดังนี้ 2 ปีรับบำนาญ 22,712 บาท, 3 ปีรับบำนาญ 34,068 บาท, 7 ปี รับบำนาญ 45,424 บาท, 11 ปี รับบำนาญ 58,280 บาท, 15 ปี รับบำนาญ 64,136 บาท, 20 ปี รับบำนาญ 79,492 บาท ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเงินบำนาญข้าราชการ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า สิทธิประโยชน์ในการรับเงินทุนเลี้ยงชีพของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาว่าด้วยการบริหารค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน การจ่ายเงินการจัดหาผลประโยชน์ และการจ่ายเงินช่วยเหลือกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 โดยระเบียบดังกล่าว กำหนดการรับเงินทุนเลี้ยงชีพของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กำหนดให้ได้รับเป็นรายเดือนตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยไม่ได้รับตลอดชีพ แต่ให้ได้รับเป็นระยะเวลา 2 เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพstd46343• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมอย่าแชร์! ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อสุขภาพวัคซีนโควิดKhemmachart Jandum• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย"เบลล่า" ให้ปากคำ ยืนยันไม่เกี่ยวโฆษณาอาหารเสริมเกินจริงเบลล่า ราณี พร้อม มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล เข้าพบตำรวจ ชี้แจงปมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบีเคิฟ เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง โดยเบลล่า ยืนยันว่าทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทฯ เท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านการตลาด และถ้อยคำโฆษณาในผลิตภัณฑ์ วานนี้ (16 พ.ค.2561) ผู้สื่ข่าวรายงานว่า การให้ปากคำของน.ส.ราณี แคมเปน หรือ เบลล่า และ น.ส.วิรากานต์ เสณีตันติกุลหรือ มะปราง นักแสดง ในฐานะเจ้าของ บริษัท 99 นิว วัน จำกัด และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบีเคิฟ ( Be curve ) เพื่อชี้แจงถึงกรณีมีภาพเบลล่าปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะโฆษณาผลิตภันฑ์บีเคิฟเกินจริง กับตำรวจกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. นานเกือบ 2 ชั่วโมงพ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เชิญตัวเบลล่า เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน เรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริงซึ่งจากการสอบปากคำยังไม่ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร แต่จะต้องสอบสวนเพิ่มอีก 2 ประเด็น เช่นบริษัทเข้าข่ายกระทำความผิด พระราชบัญญัติอาหารและยา มาตรา 41 เรื่องขอโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบเพิ่มว่าเบลล่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ รวมถึงต้องนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตจาก อย.ว่าโฆษณาเกินจริง ส่งให้สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานเพิ่มจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำnukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.เตือนอย่าหลงเชื่อ "ยาสีฟัน" 3 แบรนด์ โฆษณาเกินจริงอย.เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กโฆษณาหลอกขายยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ พบอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก เสี่ยงได้รับอันตรายในช่องปาก วันนี้ (19 ต.ค.2565) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ โฆษณาโอ้อวดเกินจริง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ทรีดี พรีเมี่ยม พลัส ทูธเพสท์ (3D PREMIUM PLUS TOOTHPASTE) ชื่อการค้า เอทีเค (ATK) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-1-6400019767 อวดอ้างจัดการหินปูน ฟันเหลือง กลิ่นปาก ร้อนใน และคราบบุหรี่ชากาแฟ ผลิตภัณฑ์ ลิควิด ทูธเพสท์ (LIQUID TOOTHPASTE) ชื่อการค้า โอเค เคลียร์ (OK CLEAR) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 40-1-6300038347 อวดอ้างรักษาฟันผุ ฟันโยก คลอน เห็นผลใน 2 นาที ผลิตภัณฑ์ ฟันทน ยาสีฟันสมุนไพรสูตรเข้มข้น (รสดั้งเดิม) (FUNTON CONCENTRATED HERBAL TOOTHPASTE (ORIGINAL)) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 76-1-6400037025 อวดอ้างรักษาเหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก และฟันผุ การโฆษณาดังกล่าวเป็นการโฆษณาเกินความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภค เนื่องจากยาสีฟันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อทำความสะอาดเท่านั้น ดังนั้นการอวดอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาร้อนใน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก จึงเป็นข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริงและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง อย.แนะนำผู้บริโภคควรแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดซอกฟัน เลือกใช้ยาสีฟันผสมสารฟลูออไรด์ เพราะจะสามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ และควรไปพบทันตแพทย์ตามนัด หรือทุก 6 เดือน เพื่อสุขภาวะที่ดีของช่องปากและฟัน หากผู้บริโภคที่มีอาการผิดปกติทางช่องปากและฟัน ควรรีบไปพบทันตแพทย์ อย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้nukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! อาหารอุ่นไมโครเวฟ อันตรายแถมเสี่ยงมะเร็งตามที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเรื่องอาหารอุ่นไมโครเวฟ อันตรายแถมเสี่ยงมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้โพสต์คลิปวิดีโอให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพว่า อันตรายจากการทานอาหารที่อุ่นไมโครเวฟ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) ที่ใช้ปรุงอาหาร คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเช่นเดียวกับคลื่นวิทยุ มีหลักการทำงานโดยการปล่อยรังสีเป็นคลื่นไปกระทบอาหาร ทำให้โมเลกุลน้ำทั้งภายใน และนอกอาหารสั่น และเสียดสีกันจนเกิดเป็นความร้อนสะสม จากนั้นพลังงานดังกล่าวจะสลายตัวไป จากข้อมูลที่ระบุว่า การใช้ไมโครเวฟจะทำให้สูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินบี วิตามินซี โฟเลตนั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วการปรุงหรืออุ่นอาหารทุกกรรมวิธีที่ใช้ความร้อนอาจเป็นผลให้เกิดการสูญเสียสารอาหารได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าคลื่นไมโครเวฟไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ และไม่ตกค้างในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟจะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งVathanee Jansrinak• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ตามที่มีคำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความโดยระบุว่ากระเทียมดำมีฤทธิ์ใช้ป้องกันโรคมะเร็งในคนได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดจากการศึกษาวิจัยที่ระบุว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันโรคหรือปริมาณรับประทานที่สามารถป้องกันมะเร็งในคนได้ โดยกระเทียมดำ หมายถึงกระเทียมสดที่ผ่านกระบวนการหมักบ่มเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ทำให้กระเทียมเปลี่ยนเป็นสีดำ มีเนื้อสัมผัส กลิ่นรส และสารสำคัญในกระเทียมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่ากระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอล ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง แต่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการหรือในสัตว์ทดลองเท่านั้น ควรเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์กระเทียมดำที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการได้รับสารปนเปื้อนอื่น ๆ การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีรายงานหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดจากการศึกษาวิจัย ที่ระบุว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันโรคมะเร็งในคนได้Mumimumi• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็งตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ ถึงประเด็นเรื่องกินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีข้อความเตือนภัยว่าการรับประทานอาหารค้างคืน ที่ถูกนำมาอุ่นซ้ำ ๆ จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น เก็บในตู้เย็นที่มีความเย็นไม่เพียงพอทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึ้นมา เมื่อทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้อาหารที่ทำทิ้งไว้นาน และมีการอุ่นซ้ำซากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รวมถึงมีรสชาติเปลี่ยนไป โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรรับประทานอาหารที่สดใหม่ ไม่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆstd46682• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยเสปรย์ล้างจมูกสามารถฆ่าเชื้อโควิดได้เช้าข่าว 7 สี - อย.ตรวจสอบสเปรย์ล้างจมูก สามารถยับยั้ง หรือฆ่าเชื้อโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ โฆษณาเกินจริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภค เตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความเอาผิด เรื่องนี้ นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เตรียมดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์สเปรย์ล้างจมูกยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้รับการจดแจ้งเครื่องมือแพทย์จาก อย. ฐานโฆษณาเกินจริง ก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้จดแจ้งสำหรับบรรเทาอาการไข้หวัด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุโพรงจมูก ช่วยลดอาการคัดจมูก แต่ภายหลังพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แอบแฝงโฆษณาอวดอ้างว่าสามารถยับยั้ง และฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่, เชื้อโควิด-19, เชื้อไวรัส RSV และสามารถต้านการอักเสบได้ ซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภค ส่วนผลการทดสอบก่อนวางตลาด เป็นเพียงผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดฯ ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่ได้ศึกษาวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม ล่าสุดทาง อย. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว ฝากถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบันที่ร่วมทดสอบประสิทธิภาพ ให้ระมัดระวังการโฆษณาเกินจริง ขณะที่ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันที่ร่วมทดสอบประสิทธิภาพ ยืนยันทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ให้บริการทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการเท่านั้น โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฆษณาเกินจริง รวมถึงการขออนุญาตขึ้นทะเบียน การจัดจำหน่าย และกิจกรรมอื่นของผลิตภัณฑ์สุขภาพstd48406• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหาทำกันจริงๆ ใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูก อ้างช่วยรักษาไซนัส กรมการแพทย์ยืนยัน "ไม่จริง"ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ ถึงประเด็นเรื่องใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูก รักษาโรคไซนัสได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการรักษาโรคไซนัส ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูกทุกวัน ทำให้อาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนหายขาดในที่สุดนั้น ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และทางคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ โดยน้ำปัสสาวะเป็นของเสีย หรือสารที่เป็นส่วนเกินของร่างกายที่ไตขับออกมา แม้ว่าจะมีสารต่าง ๆ อยู่มาก ทั้งยูเรีย เกลือแร่ แคลเซียม และโซเดียมคลอไรด์ รวมถึงสารอื่น ๆ แต่สารเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกินความต้องการของร่างกาย หากสะสมไว้มากเกินไปกลับจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตสูง น้ำท่วมปอด หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น ร่างกายจึงขับทิ้งตามระบบ ดังนั้นหากนำกลับเข้าไปซ้ำอีก จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันอาจส่งผลเสียต่อร่างกายstd47676• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอดตามที่ได้มีบทความชวนเชื่อเรื่องตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำสุขภาพให้ดื่มน้ำต้มทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ตังกุยจี้ รากชะเอม พลูคาว และกะเม็งตัวเมีย เพื่อรักษามะเร็งปอด ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า สมุนไพรตามที่กล่าวอ้างช่วยรักษาโรคมะเร็งปอดในมนุษย์ได้ โดยจากผลการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการพบว่าอาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารไตรเทอร์ปีนอยด์ สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สารต้านอนุมูลอิสระอาจมีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ผู้ป่วยควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์มีมstd47661• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอดตามที่ได้มีบทความชวนเชื่อเรื่องตำรับยาสมุนไพร ดื่มรักษาโรคมะเร็งปอด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำสุขภาพให้ดื่มน้ำต้มทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ตังกุยจี้ รากชะเอม พลูคาว และกะเม็งตัวเมีย เพื่อรักษามะเร็งปอด ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า สมุนไพรตามที่กล่าวอ้างช่วยรักษาโรคมะเร็งปอดในมนุษย์ได้ โดยจากผลการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการพบว่าอาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารไตรเทอร์ปีนอยด์ สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สารต้านอนุมูลอิสระอาจมีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ผู้ป่วยควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์wanphon.31• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอภินิหารกินเจไม่มีจริง เตือนข้อมูลข่าวปลอมทานอาหารเมนูผักต้านโควิดอภินิหารกินเจไม่มีจริง เตือนข้อมูลข่าวปลอมทานอาหารเมนูผักต้านโควิด หลายครั้งความเชื่อกับความป่วยมักสวนทางกัน หนึ่งในนั้นคือการสร้างความเชื่อที่ว่าการกินเจ กินมังสวิรัติ และรับประทานผลไม้ที่มีฤทธิเป็นด่างจะไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ส่งข้อความมายัง cofact.org เพื่อให้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมากว่ากินเจไม่ติดโควิดจริงหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องย้อนไปในสื่อที่เคยนำเสนอบทความเผยแพร่ว่านักวิชาการยืนยันการกินเจ กินมังสวิรัติ ไม่ติดโควิด ไม่เป็นความจริง ช่วงปลายเดือนมี.ค. 2563 ที่ผ่านมา มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากนักวิชาการหลายๆ ท่านว่า การกินเจ กินมังสวิรัติ ไม่ติดโควิด-19 ไม่เป็นความจริง อาทิ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์อธิบายผ่านเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2563 ระบุว่า “คนกินเจ ก็ติดโรคโควิด-19 ได้นะครับ เหมือนช่วงนี้ ทุกคนพยายามจะเอาความเชื่อตัวเอง มาเชื่อมโยงกับการป้องกันรักษาโรคจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่กันใหญ่เลย มีอาหารเสริมหลายชนิดที่แอบอ้างขายช่วงนี้ รวมไปถึงวิตามิน และสมุนไพรด้วยPrimrata Armawan• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยรถไฟอิหร่านตกราง หลังพุ่งชนรถแบคโฮ ตาย-เจ็บจำนวนมากสำนักข่าว "ไออาร์เอ็นเอ" (IRNA) สื่อทางการของอิหร่าน รายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสาร ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 348 คน ที่ออกเดินทางจากเมือง "ยาซด์" (Yazd) เกิดพุ่งชนกับรถแบคโฮ ที่จอดอยู่ใกล้รางรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมือง "ทาบาส" (Tabas) ที่อยู่ห่างจากกรุง "เตหะราน" ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 550 กิโลเมตร เมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บ 37 คน โดยทั้งหมด ถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ ต่างอยู่ในภาวะวิกฤต อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่ห่างไกลและไม่มีสัญญาณสื่อสาร ด้านหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินของสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน หรือสภากาชาด ระบุว่า รถไฟ 5 ตู้จากทั้งหมด 11 ตู้ เกิดตกรางทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่เมือง "ทาบาส" ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเริ่มการสืบสวนทางกฎหมาย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่า รถแบคโฮคันดังกล่าว อาจเป็นรถที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมรางรถไฟภาคตะวันออกAudompong.ph.63• 4 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
- 3 คนสงสัยคำเตือนนี้ จริงหรือไม่(แปล) คำเตือนด่วน... ให้ใช้หน้ากากสองชั้น เพราะเชื้อโควิด-เดลต้าเชื้อใหม่นี้แตกต่างไปจากเดิม ถึงตายและตรวจพบยาก... เชื้อไวรัสใหม่นี้ จะทำให้.. - ไม่ไอ - ไม่มีไข้ แต่จะมีอาการเหล่านี้มาก.. - ปวดข้อ - ปวดหัว - ปวดคอ - ปวดหลังส่วนบน - ปอดบวม - อ่อนเพลียทั่วร่าง - ไม่หิว ไม่อยากอาหาร เชื้อโควิด-เดลต้านี้ มีความรุนแรงและก่อให้เกิดอัตราตายสูง เชื้อนี้จะใช้เวลาเพียงสั้น ๆทำให้อาการถึงขั้นรุนแรง บางครั้งโดยไม่แสดงอาการเลย ควรต้องระมัดระวังกันให้มาก เชื้อสายพันธุ์นี้มิได้อยู่ที่บริเวณคอหอยหลังโพรงจมูก แต่จะส่งผลโดยตรงต่อปอด ซึ่งหมายความว่าช่วงเวลาจะสั้น ผมได้พบเห็นคนป่วยมากมายที่ไม่มีอาการไข้ไม่มีอาการปวด แต่พบว่ามีอาการปอดบวมเล็กน้อยจากภาพเอ๊กซเรย์ปอด การตรวจคัดกรองด้วยการแยงจมูก ให้ผลลบ(ไม่ติดเชื้อ)ที่ผิด และให้ผลผิดพลาดเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหมายความว่า เชื้อไวรัสได้แพร่เข้าสู่ปอดโดยตรง และส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรงด้วยอาการปอดบวมจากการติดเชื้อ นี่คือคำอธิบายที่ว่า ทำไมเชื้อโควิด-เดลต้าใหม่นี้ จึงมีความรุนแรงถึงตายมากกว่าเดิม โปรดระมัดระวังให้มาก.. หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนหนาแน่น..รักษาระยะห่างระหว่างกัน1.50 เมตรแม้ในที่โล่งแจ้ง..สวมหน้ากากอนามัยสองชั้น..ล้างมือบ่อย ๆ (เมื่อไอหรือจาม)..ในขณะนี้ ไม่มีใครที่แสดงอาการเลย.. การระบาดในระลอกนี้ รุนแรงถึงตายมากกว่าระลอกแรก..ดังนั้น เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูงและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งควรส่งข่าวนี้ไปยังคนในครอบครัวและญาติมิตรด้วย...โควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยถึงเพื่อนในไลน์ทุกท่าน เริ่มพรุ่งนี้ ไม่ขอส่งภาพ คิดถึงนะครับ รักและคิดถึงทุกคนครับ กรุณาอย่าส่งข้อความอวยพร ปรารถนาดี ที่มีการจัดทำขึ้นมาทักทาย Good morning ได้โปรดอ่านคำเตือนที่มาจากประเทศจีน โดยแจ้งจากข่าวต่างประเทศของเซี้ยงไฮ้ ซึ่งวันนี้ได้มีการส่งสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (sos)ถึงสมาชิกที่สมัครลงทะเบียนในเว็บทั้งหมด (นี่คือการเตือนครั้งที่ 3) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้แนะนำและตักเตือนว่า: กรุณาอย่าส่ง Good morning Good night หรือการทักทายในเทศกาลรื่นเริงสนุกสนานต่างๆ เช่น รูปภาพ และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น ตามรายงานกล่าวว่า นักล้วงเจาะข้อมูล (hackers) ได้ออกแบบรูปภาพ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อซ่อนรหัสหลอกลวงข้อมูลในเน็ต (ฟิชชิ่ง) ในภาพเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และเมื่อทุกคนตั้งใจมุ่งตรงส่งสิ่งเหล่านั้นออกไปแล้ว ก็จะมีการขโมยข้อมูลส่วนตัวจากอุปกรณ์ของคุณ ตามรายงานระบุว่า เหยื่อที่ถูกหลอกลวง ต้มตุ๋นมากกว่า 500,000 ราย ได้ถูกหลอกทำธุรกรรม หรือถูกฉ้อโกงทางเน็ตไปแล้ว ถ้าคุณอยากจะทักทายผู้อื่น กรุณาพิมพ์ข้อความของตนเอง เพื่อปกป้องตัวคุณ รวมทั้งครอบครัว และเพื่อนไปด้วย (สำคัญมาก) จงลบรูปภาพที่ถูกออกแบบ การทักทายที่คุณได้ส่งไปก่อนหน้านี้ และล่าสุดให้หมด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และเพื่อนๆคุณ โดยหลีกเลี่ยงการถูกแฮกเกอร์มาหลอกลวง ล้วงข้อมูล (ฟิชชิ่ง) ซึ่งพวกนี้จะฝังชิพล้วงเจาะข้อมูลรวมทั้งในโปรแกรม จิ๊ฟ(GIFS ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว)ที่เราใช้ด้วย โดยจะขโมยข้อมูลส่วนตัว หมายเลขบัตรเครดิต และรหัสลับส่วนตัวของคุณ ดังนั้นหากต้องการทักทายซึ่งกันและกัน จงพิมพ์ถ้อยคำของตัวเอง หรือสร้างรูปภาพ วิดีโอ ที่คุณทำขึ้นมาเองดีกว่า กรุณาส่งข้อความนี้ ต่อผู้ที่คุณติดต่อด้วย เพื่อจะได้ไม่รับการ์ดทักทายต่อเนื่องที่เขาทำขึ้นมา ทักทายทุกเช้าในแต่ละวันข่าวการเมืองอันดามัน เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่ ? บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนในปัจจุบัน จากผลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทย จำนวน 40,164 คน ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 - 27 พฤษภาคม 2567 พบว่า เยาวชนยังมีความเชื่อว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนถึง 50.2% และยังมีความเชื่อว่า นิโคตินเป็นสารที่ทำให้ร่างกายตื่นตัวส่งผลดีต่อสุขภาพ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่ผิดและยังขาดความรู้ ความตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ระบบทางเดินหายใจ สมอง และ หัวใจ ( แหล่งข้อมูล https://hed.go.th/ ) จากการสัมภาษณ์ เภสัชกร ณภัทร นวลสกุลกฤป เภสัชกร ประจำร้านเภสัชกรอิ่ม จังหวัดมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลว่า อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า และ บุหรี่มวน มีความอันตรายไม่ต่างกัน ในหลาย ๆ แง่มุม บุหรี่ไฟฟ้าก็มีความอันตรายมากกว่า และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีภาวะโรคใหม่ที่เกิดขึ้นคือ ภาวะโรคปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และจากการทดสอบเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า และ ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า พบว่าในผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีสาร Vitamin E Acetate อยู่ในปอดจำนวนมาก แต่ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีสารชนิดนี้เลย ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าสารชนิดนี้มีส่วนที่สร้างความเสียหายแก่ปอด และถูกยืนยันจากบทความของ การวิจัยทางเคมีในพิษวิทยา จาก ACS Publications เว็บไซต์ฐานข้อมูลบทความ และ งานวิจัยต่าง ๆ ทางด้านเคมีและสาขาที่เกี่ยวข้อง ( แหล่งข้อมูล https://pubs.acs.org/doi/10.1021/acs.chemrestox.1c00309 ) เภสัชกร ณภัทร นวลสกุลกฤป ยังกล่าวอีกว่า นิโคตินไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แต่ว่าเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดีมากขึ้น สารนิโคตินจึงเป็นสารที่สร้างความเสียหาย และ เพิ่มความเสี่ยงต่อระบบต่างๆ เช่น เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับสมอง เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และ เสี่ยงต่อโรคไขมันต่าง ๆ ที่เป็นโรคเรื้อรัง ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้อันตรายน้อยกว่า บุหรี่มวน ผู้เชี่ยวชาญเลยแนะนำไม่ให้สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้า และ บุหรี่มวนสุขภาพภาคอีสาน64011215088• 1 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยปัญหาคู่กับเมืองไทย จอดรถทิ้งไว้ร้อนมาก ขึ้นรถไปควรทำยังไงดีเพื่อให้เรารู้สึกเย็นไวสุด!? . สหพันธ์รถยนต์ของญี่ปุ่น (JAF) เค้าพิสูจน์มาให้แล้วว่า อะไรคือคำตอบของเรื่องนี้ โดยทดลองด้วยการใช้รถที่อุณหภูมิภายในรถ เริ่มต้นสูงถึง 55 องศา . 1.เปิดปิดประตูรถ 5 ครั้ง 🔅อุณหภูมิลดลงทันทีจาก 55 เหลือ 47.5 องศา แต่ก็ยังร้อนอยู่ . 2.เปิดแอร์รถแรงสุด กดปุ่มให้สามารถ ดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาในรถ แล้วรอ 10 นาที (โดยไม่ต้องเปิดกระจก) 🔅อุณหภูมิค่อยๆ ลดลงไป ใช้เวลา 10 นาที จาก 55 ลงมาเหลือ 29.5 องศา . 3. เปิดแอร์รถแรงสุด กดปุ่มให้อากาศหมุนเวียนแค่ภายในรถ แล้วรอ 10 นาที (โดยไม่ต้องเปิดกระจก) 🔅 อุณหภูมิค่อยๆ ลดลงไป ใช้เวลา 10 นาที จาก 55 ลงมาเหลือ 27.5 องศา . . แต่ทั้ง 3 วิธีนี้ก็ยังไม่สุด อันแรกลดความร้อนได้ไม่มาก ส่วนวิธีที่ 2,3 ก็ต้องรอนานมากกว่า 10 นาที กว่าอุณหภูมิภายในตัวรถถึงจะเริ่มเย็น . . =================== ฉะนั้น ทาง JAF เค้าพิสูจน์ต่อ เพื่อค้นหาวิธีที่ตอบโจทย์มากที่สุด ได้คำตอบว่า หากต้องการลดอุณหภูมิภายในรถไวๆ แล้วได้ผลดี คือต้องอาศัย “เปิดแอร์รถ” + “ต้องแล่นรถออกไปด้วย” โดยจากการพิสูจน์พบว่า 🔅ให้ลดกระจกทุกบานลงให้สุด + 🔅เปิดแอร์แรงสุด + 🔅กดปุ่มปิดหมุนเวียนอากาศให้รถดึงอากาศจากภายนอกรถเข้ามาในรถด้วย จากนั้นให้แล่นรถออกไปเลย เพื่อไล่อากาศร้อนในรถออกไปทันที . เมื่อแล่นรถครบ 2 นาทีแล้ว 🔅ให้ปิดกระจกทุกบาน + 🔅กดปุ่มหมุนเวียนอากาศให้อากาศหมุนเวียนแค่ภายในรถ เพียงเท่านี้อากาศในรถก็จะเย็นทันที จากการทดลองนี้สามารถเปลี่ยนจาก รถอุณหภูมิสูงมาก 55 องศา กลายเป็น 28 องศา ภายใน 2 นาที!!! ชอบมากที่ญี่ปุ่นทดลองให้เห็นภาพเลย ดูแล้วอยากทดลองตามด้วย . แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ทุกวันนี้ใช้วิธีไหนกันอยู่บ้าง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ร้อนสาหัสแบบทุกวันนี้ Boom JapanSalaryman Cr: ANN News, JAFสภาพอากาศไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยอย. เตือน ผลิตภัณฑ์ Efferin โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงกับข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นเท็จพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ Efferin (เอฟเฟอร์ริน) ทางสื่อออนไลน์ โดยระบุสรรพคุณ “กระตุ้นการเผาผลาญได้อย่างดีเยี่ยม...ส่งเสริมการกำจัดไขมันขั้นสุด...กระตุ้นเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาล... ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ช่วยสลายและใช้งานไขมัน กำจัดไขมันส่วนเกินจากกระแสเลือด ทำให้เนื้อเยื่อไขมันลดลง... มีประสิทธิภาพในการต้านภาวะซึมเศร้า… ช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้น” เป็นต้น ทั้งยังมีการสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับแพทย์หญิงชื่อดังชาวไทยถูกไล่ออกจากประเทศชั้นนำ เนื่องจากปฏิเสธที่จะขายผลิตภัณฑ์เผาผลาญไขมันสูตรพิเศษให้แก่บริษัทยาในประเทศนั้น จึงได้กลับประเทศไทยและร่วมกับผู้ทรงอิทธิพลผลิตผลิตภัณฑ์เอฟเฟอร์รินขายเฉพาะในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง โดยผลิตภัณฑ์ Efferin ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในชื่อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอฟเฟอร์ริน / Efferin Dietary Supplement Product เลขสารบบอาหาร 10-1-03958-5-0272 โฆษณาดังกล่าวแสดงข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นเท็จ และแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณของอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในการยื่นขออนุญาตไม่มีการยื่นข้อมูลเพื่อประเมินประสิทธิผลตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด อีกทั้งผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค นอกจากนี้ยังพบมีการแอบอ้างชื่อบุคลากรทางการแพทย์ในตำแหน่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพต่อมไร้ท่อเป็นผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและนักโภชนาการเป็นผู้รับรองผลิตภัณฑ์แต่แท้จริงแล้วนั้น ไม่มีตำแหน่งดังกล่าวตามที่กล่าวอ้าง และภาพหญิง-ชายที่อ้างว่าเป็นผู้คิดค้นและรับรองผลิตภัณฑ์นั้น เป็นภาพหญิง-ชายที่เผยแพร่ทั่วไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ฉะนั้นผู้บริโภคโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือสร้างเรื่องราวดึงดูดความสนใจที่เป็นไปไม่ได้ หากมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวควรปรับพฤติกรรมการบริโภค ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่ควรหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาโอ้อวดเกินจริงทางสื่อออนไลน์ เพราะอาจมีสารที่เป็นอันตราย มีผลข้างเคียงรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต / จำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศลดความอ้วนอย. เพิกถอนผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47993• 3 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยจะขอเล่าเรื่องของแมวเองว่าเราเกือบโดนโจรแย่งเงินกด ATM เรื่องยาวนิดนึงนะ เมื่อวันก่อนไปกดเงินที่เดอะวอล์คตอนประมาณทุ่มเศษ ตู้เอทีเอ็มหน้าแบงค์กสิกรจะอยู่ข้างๆตัวตึกของห้าง สามารถเดินจากที่จอดรถด้านนอกเข้ามาได้เลย ซึ่งขณะนั้นไม่มีคนเราใช้กดแบบไม่มีบัตรซึ่งต้องมองจากเครื่องมือถือ ขณะที่กำลังกดเงินมีผู้ชายใส่เสื้อส่งอาหารสีเขียวยี่ห้อนึง เดินเข้ามาตู้ด้านซ้ายทำถ้ากดอะไรซักอย่างซึ่งตู้นั้นไม่ใช่ตู้เอทีเอ็มเราก็สงสัยแต่มันน่าแปลกตรงที่ว่าเราไม่มองหน้าเขาเลยซึ่งนิสัยของเราจะต้องมองหน้าคน สักพักมันก็เดินอ้อมหลังเราไปกดตู้ด้านขวาเรายิ่งแปลกใจขึ้นและระวังตัวขึ้น สักพักขณะที่เงินกำลังจะออกมาจากตู้มันก็เริ่มขยับตัวมาใกล้เราตอนนั้น เฮียเราที่ไปอัพเดทบัญชีธนาคารกรุงไทยเดินกลับมาพอดีเห็นเลยเอาตัวเข้าแทรกระหว่างเรากับโจรแต่ความที่โชคร้ายของเราเฮียปวดฉี่กระทันหันเลยพูดว่าเค้าจะไปก่อนนะปวดฉี่มากๆ แล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว แต่การที่เค้าเอาตัวเข้าไปแทรกทำให้ โจรชะงักเสียจังหวะ พอเงินออกมาเรารีบดึงเงินแล้วเดินออกมาอย่างรวดเร็ว มายืนตั้งสติในที่สว่างมีคนขายของ คิดว่ามันแปลกมากที่เราไม่มองหน้าโจร หรือตอนที่โจรเดินอ้อมตัวเราเอายาอะไรพ่นใส่หรือเปล่าทำให้เรารู้สึกว่าภัยกำลังจะมาแต่เราไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น จึงขอเตือนภัยเพื่อนๆว่าขณะนี้โจรเต็มบ้านเต็มเมือง แถมไม่รู้ใช้ยาอะไรพิเศษหรือเปล่าที่ทำให้เหยื่อรู้ว่ากำลังมีภัยแต่ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นหากไปไหนคนเดียวหรือทำธุรกรรมทางการเงินก็ควรดูสิ่งแวดล้อมด้วยว่าเหมาะสมที่จะดำเนินการหรือไม่ผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยความรู้เรื่อง ไขมันพอกตับ จริงหรือไม่ไขมันพอกตับ คือ สิ่งที่คนไทย เป็นกันเยอะมาก ไม่ใช่เพราะกินเหล้าหรือ แอลกอฮอล์เยอะ เพียงเรื่องเดียว นั่น คือสิ่งที่เข้าใจผิด หลายคนเลยถามผมว่า ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลย ทำไมเป็นไขมันพอกตับ เพราะไขมันพอกตับ ไม่ได้มาจากแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่มาจากน้ำตาลฟรุกโตส และ น้ำตาลอุตสาหกรรม ที่เรียกว่า high fructose corn syrup ซึ่งมีอยู่ในอาหารมากกว่า 70% ที่คนยุคนี้กินทุกวัน ซึ่งหนักกว่า การดื่มแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ เพราะ ข้อเท็จจริงพบว่า คนที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลย ก็มีไขมันพอกตับ อาการนี้ เค้าเรียกว่า nonalcohol fatty liver คือ พวกที่เป็นไขมันพอกตับ โดยที่ไม่มีแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้อง ไขมันพอกตับนั้น เป็นสัญญาณของโรคหัวใจ และ หลอดเลือดตีบตัน นะครับ และ คำพูดที่ว่า ออกกำลังกายเยอะ ๆ จะทำให้ไขมันพอกตับหาย ก็ไม่จริงนะครับ กี่คนแล้วครับ ที่ออกกำลังกายมาก ออกกำลังกายมาเป็นสิบปี แต่ไขมันก็ยังพอกตับอยู่ วิธีเดียวคือ เลิกกินอาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตส และ high fructose corn syrup เลิกกินน้ำตาล เลิกดื่มน้ำผลไม้กล่อง เลิกโดยเด็ดขาดสัก 6-8 เดือน ระหว่าง 6-8 เดือนนั้น ร่างกายจะกำจัดไขมันพอกตับ ออกได้เองครับ ยา หรืออาหารเสริมใด ๆ ก็ช่วยไม่ได้นะครับ ขนมและเครื่องดื่ม ประเภท ขนมปัง เค้ก เบเกอรี่ น้ำอัดลม ชานม ชาไข่มุก พวกเครื่องดื่มอร่อย ๆ ที่มีรสหวานทั้งหลาย น้ำหวาน ของหวาน คุ้กกี้ แคร็กเกอร์ โดนัท ขนมขบเคี้ยว รวมถึง การกินผลไม้หวาน ๆ ที่กินคราวละมาก ๆ ก็เป็นต้นเหตุให้มีไขมันพอกตับด้วย ควรจะเลิกกินของหวาน ให้ได้ครับ ถ้าไม่อยากให้มี ไขมันพอกตับ Cr: นักโภชนาการ ม.มหิดลลดความอ้วนผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย!! ในโอกาสได้รับเชิญตามกำหนดการปลายเดือน กันยายน 2563 นี้ !! ตามที่คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ปรารภไว้ เรื่องยานพาหนะพลังงานทดแทน ขณะได้มาเยี่ยมชมกิจการ นำรถยนต์เก่ามาดัดแปลง Ev จะนำกระทู้ข้อมูลเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนพ้องน้องพี่ ทุกระดับชั้นวรรณะ จนถึงรากหญ้า ที่หาเช้ากินค่ำ เพื่อยื่นให้ผู้เกี่ยวข้องในคณะรัฐบาล อาทิ รมต.กระทรวงพลังงาน, ด้านส่งเสริมพลังงานไฟฟ้าในยานยนต์ ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิง อันเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และประชาชนได้ใช้พลังงานที่ประหยัด และลดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5, กระทรวงคมนาคม, ผู้ออกกฎระเบียบเรื่องการยื่นจดเปลี่ยนแปลงพลังงานในยานยนต์ไฟฟ้า, ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาอุปสรรค ซ้ำซ้อนของขั้นตอน ที่ขัดแย้งกับนโยบายส่งเสริมของรัฐบาล, กระทรวงอุตสาหกรรม. ที่จะต้องได้รับอนิสงค์ จากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนประกอบอะไหล่ยนต์ ที่ยังคงสภาพฐานการผลิต หรือสูงกว่าเดิม เพราะรถยนต์เก่ายังต้องใช้ชิ้นส่วนประกอบให้สมบูรณ์ในยายนต์ไฟฟ้าที่นำรถเก่ามาดัดแปลง กระทรวงแรงงาน.ยังได้รับอนิสงค์ ผู้ใช้แรงงานที่ว่างงานจากพิษเศรษฐกิจ โควิด และอีกหลายกิจการ จะเกิดขึ้นและตื่นตัวกับภาวเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้นทั่วประเทศ เพราะผลพวงจากการใช้พลังงานที่ถูกลง จะส่งผลให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าลดลง ประชาชนทั่วไปสามารถเอื้อมถึง เกิดกระแสนิยมไปทั่วประเทศ สิ่งที่ภาครัฐควรพิจารณาอีกประเด็นคือ เม็ดเงิน ที่แจกฟรีให้ป่าว หรือ 50% ร่วมในการจับจ่ายใช้สอย อย่างทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นก็มิใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว ยิ่งจะสร้างค่านิยมแบบผิดๆ ให้ประชาชนเป็นง่อย อ่อนแอ คอยจ้องรอแต่รัฐบาลแจก ทั้งๆที่หนี้รัฐบาล ที่ส่งทอดต่อมาแล้วไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น ถึงแม้ว่า อีวีคาร์(ไทยแลนด์)และอีกหลายหน่วยงาน ที่พยายามผลักดันเผยแพร่ความรู้เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย กับบุคคลทั่วไป ให้สามารถนำรถยนต์เก่ามาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า ในราคาต้นทุนต่ำ นำไปประกอบอาชีพ ให้แพร่หลายไปทุกย่อมหญ้า ทุกชุมชน ทั่วประเทศ ชาวบ้านตาสีตาสา จะได้ลดค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพ ในเชิงพาณิชย์ธุรกิจทุกอย่าง ได้ต้นทุนต่ำลง จะส่งผลห่วงโซ่อุปทานการค้าขาย และการลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจ ทุกประเภทดีขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้............ ดังนั้น จึงใคร่ขอแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ว่าแต่ละท่านมีความเห็นเช่นไร ผมจะพยายามรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง ดังข้อความเบื้องต้นที่กล่าวนำไปแล้วขอบคุณครับ..........ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นได้เดินทางมาหาชายวัยเกษียณผู้หนึ่งขณะที่เขากำลังฝังเงินที่สวนหลังบ้านของเขากลางดึกเรื่องราวของเขาทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก... ที่จังหวัดนครปฐมของประเทศไทย นักข่าวและกรมสรรพากรได้เดินทางไปพบกับชายวัยเกษียณอายุ 74 ปี นายวันชัย ทองสอน เพื่อหาคำตอบว่าทำไมรายได้ของชายวัยเกษียณผู้นี้ถึงได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตรวจค้น นายวันชัย ทองสอน ได้พยายามฝากเงิน 5 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคาร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ภาษีก็ได้รับแจ้งเรื่องธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยของชายวัยเกษียณผู้นี้ ตามคำบอกเล่าของพนักงาน เขาบอกว่าสิ่งแรกที่สะดุดตาคือหลุมที่ขุดใหม่ๆ ในบ้าน! ปรากฏชัดในทันทีว่าชายผู้นี้ได้ฝังของหลายอย่างไว้ มื่อผู้ตรวจสอบไปที่ห้องครัวของลุงแก่ผู้นี้ ทำให้ตกใจเป็นอย่างมากเพราะทั้งบ้านเต็มไปด้วยเงิน! แล้วจึงเริ่มถามคำถามกับชายชราผู้นี้ทันทีว่าได้เงินเยอะขนาดนี้มาจากไหน ชายชราตกใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นและนักข่าว แต่เขาก็รวบรวมสติและเริ่มอธิบายว่า ทั้งชีวิตของผมและน้อย ภรรยาของผมเราทำงานหนักแต่ได้ค่าจ้างน้อย เราเก็บเงินไว้ทุกบาททุกสตางค์และไม่ยอมใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือยเลย พวกเราก็คิดเหมือนกับคนอื่นๆละครับที่อยากมีรายได้มากขึ้นและมีชีวิตที่ดี แต่ก็ไม่ได้ผล ไม่ว่าเราจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ชีวิตส่วนใหญ่ของเราต้องประหยัดและไม่มีรายได้มาก ไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ถึงวัยเกษียณของเราสองคน เราใช้ชีวิตอย่างสงบแบบที่เราสมควรได้รับมาตลอด แต่แล้วภรรยาของผมก็ป่วยหนัก ต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา แน่นอนว่าเงินบำนาญไม่พอ ผมเลยต้องหางานทำอีกครั้งแต่เพราะผมอายุมากแล้ว สิ่งนี้เลยกลายเป็นปัญหาใหญ่ แก่ขนาดนี้ก็หางานทำยากมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีโควิดและเศรษฐกิจพังทลาย ผมโชคดีมากที่มีเพื่อนช่วยให้ผมไปเป็นไลน์แมน คือมันก็เป็นงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำแต่พอรวมกับเงินบำนาญแล้ว งานนี้ก็ช่วยให้ผมสามารถอยู่รอดและรักษาภรรยาได้ ผมได้ช่วยชีวิตเด็กคนนี้โดยบังเอิญ พ่อแม่เขาขอบคุณผมยกใหญ่ ผู้ชายคนเดียวกันพาผมเข้าไปในบ้าน เอาผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าแห้งให้ผมเปลี่ยน เขาหยิบกระเป๋าเงินออกมา ส่งเงินทั้งหมดที่อยู่ในนั้นให้ผม ซึ่งมันเป็นเงินมากกว่า 30,000 บาท เขาบอกว่า "คุณช่วยลูกชายของผมไว้ ผมเป็นหนี้บุญคุณคุณ เงินพวกนี้เทียบไม่ได้ ผมเลยอยากจะบอกคุณอย่างหนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอด และจะช่วยดึงดูดเงินมากมายเข้ามาหาคุณอย่างแน่นอน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเว็บไซต์และโชว์ให้ผมดู มันเป็นเว็บไซต์ขายเครื่องรางดึงดูดเงินครับ เขาบอกให้ผมถ่ายรูปไว้ พอกลับถึงบ้านให้สั่งเครื่องรางนี้จากเว็บนี้ทันทีแล้วใช้มันตามที่บอกไว้ในคำแนะนำ เขาบอกว่าเขารวยขึ้นเพราะเครื่องรางนี้ พูดตามตรงผมไม่ได้เชื่อเขาอะไรขนาดนั้น เพราะมันดูเหลือเชื่อเกินไป และตอนนั้นในมือผมถือเงินอยู่ก้อนหนึ่งความสนใจทั้งหมดของผมเลยจดจ่ออยู่กับมัน ผมคิดว่าเขาไม่อยากให้เงินผมมากกว่านี้ หรือนี่จะเป็นรสนิยมแปลกของคนรวยที่เชื่อเรื่องโชคลาง ผมรับเงินและกลับบ้านอย่างมีความสุขเพื่อเอาใจภรรยา แน่นอนว่าตอนที่เราใช้เงิน 30,000 บาทที่เขาให้มา ผมไม่ได้คิดถึงเครื่องรางเลย แต่แล้วความลำบากก็กลับมาอีกครั้ง ภรรยาผมมีอาการกำเริบ ต้องใช้เงินมากขึ้นในการรักษา ภรรยาผมจำเครื่องรางนั้นได้เลยบอกให้สั่งซื้อ มันช่วยได้จริงๆครับ ผมไม่เชื่อในพลังของเครื่องรางนี้ แต่ก็ไม่อยากเถียงกับคนป่วย เพราะเครื่องรางมันก็ไม่ได้แพง สามารถซื้อได้ ขั้นตอนการสั่งซื้อค่อนข้างง่ายซึ่งทำให้ผมพอใจมาก พัสดุมาส่งเร็วมากครับ เครื่องรางนี้มีลักษณะแบบนี้ผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมแอคปลอมstd46767• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวลวง “เนื้อดิบ” ป้องกันโควิด-19สถานการณ์แพร่ระยาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีมูลความจริงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในประเด็นเดิมมๆ ก็ยังคงวนกลับมาให้เห็นซ้ำอีก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีผู้แจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบข่าวลวงมายัง www.cofact.org กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่าเนื้อดิบมีสรรพคุณเป็นยาป้องกันและรักษาโควิด-19 ได้ โดยผลการตรวจสอบได้ข้อสรุปว่าเป็นข่าวลวง เพราะไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่าการรับประทานเนื้อดิบจะสามารถช่วยป้องกันโรคโควิด-19 ได้ อีกทั้งการรับประทานเนื้อดิบอาจมีผลทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ ข่าวลวงเรื่องเนื้อดิบป้องกันรักษาโควิด-19 นั้นเคยถูกเผยแพร่ออกมาครั้งแรกช่วงที่ประเทศไทยพบการระบาดเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2563 (ปีที่แล้ว) โดยทางเพจสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกมีคำเตือน ให้งดกินของดิบ ปลาดิบชั่วคราว เพราะนอกจากจะไม่ช่วยรักษาหรือป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้วยังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัสโควิด-19 อีกด้วย ทั้งนี้เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ทนความร้อนสามารถถูกทำลายได้ด้วยการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนิยมรับประทานปลาดิบเป็นจำนวนมาก ทางเพจสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงทำการโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำผู้นิยมกินของดิบ เช่น ปลาดิบ ซาเซมิ ให้หลีกเลี่ยงชั่วคราว เนื่องจากสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีข้อความเตือน ดังนี้ เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ทนความร้อน และถูกทำลายได้ด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำให้ 1)หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก และ(2) จัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ นมดิบ หรืออวัยวะของสัตว์ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่รับประทานสด ญี่ปุ่นมีการรับประทานปลาดิบ เนื้อสดกันเยอะ ช่วงนี้เลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เนื้อสด ของดิบไปก่อน ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความไขข้อสงสัยเรื่องการรับประทานอาหารทะเลในช่วงที่โควิดระบาด โดยระบุว่า อาหารทะเลโดยมากจะต้องทำความเย็นหรือแช่แข็งเพื่อให้คงคุณภาพได้ดี ถ้าชาวประมง ผู้ขาย มีการติดเชื้อโควิด-19 โอกาสที่จะเชื้อปนเปื้อนอยู่ในอาหารทะเลและไวรัสคงชีวิตอยู่ได้นาน จึงมีความเป็นไปได้ ที่จะตรวจพบไวรัสในอาหารทะเลแช่เย็น เช่นการตรวจพบในปลาแซลมอน กุ้งนำเข้าในประเทศจีน การติดต่อของโรคโควิด-19 ผ่านทางอาหารทะเล มีการตั้งข้อสงสัยในประเทศจีน อย่างไรก็ตามอาหารทะเลสามารถบริโภคได้ถ้าปรุงสุก ความร้อนสามารถทำลายไวรัสได้อย่างแน่นอน โควิด-19 สามารถทำลายด้วยความร้อน 56 องศานานครึ่งชั่วโมง และถ้าความร้อนสูงขึ้นระยะเวลาก็จะสั้นลง โดยทั่วไปแล้วถ้าความร้อนสูงกว่า 85 องศา ก็จะมั่นใจในการทำลายไวรัสได้ และถ้าต้มให้เดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาไวรัสจะถูกทำลายทันที ในช่วงที่มีการระบาดของโรคจึงไม่ควรรับประทานอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก สิ่งที่จะต้องคำนึงคือการจับต้องกับอาหารทะเล ที่แช่เย็นมา จะต้องล้างมือให้สะอาด และชำระล้างอาหารทะเล โดยใช้น้ำสะอาดให้มีปริมาณมากพอ และจะต้องทำความสะอาดมือด้วยสบู่ ถ้าเป็นไปได้ควรใส่ถุงมือและล้างถุงมือ หรือใช้แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทุกครั้งต้องล้างมือก่อนจับต้องใบหน้า ในระบบนำส่งอาหารทะเล ก็จะต้องมีมาตรการควบคุมดูแลเรื่องความสะอาด ตลอดเส้นทาง อุตสาหกรรมอาหารทะเล โรงงาน จะต้องหมั่นตรวจดูคนงาน และอาจจำเป็นต้องสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการของโรค อาหารทะเลยังคงรับประทานได้ตามปกติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากโดยเฉพาะ ปลาทะเล แต่ขั้นตอนตั้งแต่ผลิตหรือจับมาจากชาวประมง จำหน่าย การเตรียมมาทำอาหาร ทุกขั้นตอนให้คำนึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ในการจับต้องกับอาหารทะเลแช่เย็นหรือแช่แข็ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อดิบ ปลาดิบ อาหารทะเลดิบ นอกจากจะไม่สามารถช่วยป้องกันรักษาไวรัสโควิด-19 ได้แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นพยาธใบไม้ในตับอีกด้วยpgolfpaotung• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมที่กลับมาอีกครั้ง โควิด-19 แพร่ระบาดทางอากาศเมื่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มต้นระบาดขึ้นในประเทศไทย มีผู้คนในแวดวงวิชาการจำนวนมากให้ความกังวลว่าเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปในอากาศได้ แม้กระทั่งในต่างประเทศก็ยังมีงานวิจัยความเสี่ยงในการระบาดบนเครื่องบินซึ่งถือว่าอยู่ในสภาพอากาศที่ปิด ขณะนั้นจึงมีคำศัพท์ 2 คำที่พบได้บ่อย คือ Airborne (แพร่กระจายผ่านอากาศ) กับ Droplet (แพร่ผ่านละอองฝอย) มีผู้ส่งข้อความมายัง cofact.org ตรวจสอบ หลังมีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายผ่านอากาศ (Airborne) เป็นความจริงหรือไม่ จากกรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า มีนักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ เปิดเผยหลักฐานการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน สามารถแพร่ผ่านทางอากาศ (AirBorne) จึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยอมรับว่าโควิด-19 มีการติดต่อในรูปแบบแอร์บอร์น และปรับคำแนะนำนั้น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2563 เว็บไซต์ hfocus.org เผยแพร่ข้อมูลจาก นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ข้อมูลจนถึงขณะนี้โรคโควิด -19 ส่วนใหญ่ยังเป็นการแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน (Droplet) จากการไอ จาม และในระยะ 1 เมตร ส่วนการแพร่กระจายทางอากาศหรือ แอร์บอร์นนั้น เกิดขึ้นในโรงพยาบาลstd47707• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคนชรากินปลาท่องโก๋ไม่ได้คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ส่วนการที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อไต และความดันโลหิตสูง ผลที่ตามมาคือเกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางอย่าง ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ในปาท่องโก๋ไม่ได้ใส่เกลือหรือผงฟูมากขนาดนั้น หากไม่กินมากจนเกินไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายstd47887• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
