(3236 ข้อความ)
- 2 คนสงสัยจริงหรือไม่! คนแก่กินปาท่องโก๋ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ไตทำงานหนักจากข้อมูลในโลกออนไลน์ เรื่อง คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ส่วนการที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อไต และความดันโลหิตสูง ผลที่ตามมาคือเกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางอย่าง ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ในปาท่องโก๋ไม่ได้ใส่เกลือหรือผงฟูมากขนาดนั้น หากไม่กินมากจนเกินไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายNattakij Boonmarong• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย(หมอ) อาจารย์หมอได้ออกมาเตือนพวกเราว่า …(หมอ) อาจารย์หมอได้ออกมาเตือนพวกเราว่า … (')ความสัมพันธ์ของความดันโลหิตไม่ใช่เป็นเรื่องล้อเล่น มันมีผลต่อสุขภาพของคนเราค่อนข้างมาก เพื่อลดความเสี่ยงและให้เข้าใจเรื่องความดันโลหิตมากยิ่งขึ้น ให้เรามีสุขภาพที่ดี (')วัยหนุ่มสาวที่สุขภาพดี ความดันควรอยู่ที่ 120/80 (')ผู้สูงวัยที่แข็งแรง ความดันควรอยู่ 140/90 (')ตัวล่างเป็นตัวชี้วัดความดันด้านหัวใจ สูงสุดไม่ควรเกิน 95 และไม่ควรต่ำกว่า70 (')ส่วนตัวบนเป็นตัวชี้วัดความดันของสมอง สูงสุดไม่ควรเกิน 160 และไม่ควรต่ำกว่า 110 (')แยกวิเคราะห์ได้ดังนี้ (*)1. ตัวบนสูง ตัวล่างก็สูง แสดงว่าเป็นโรคความดันสูง หากความดันสูงนาน 10 ปี จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจ แต่ถ้าความดันสูงนาน 20 ปี ก่อให้เกิดโรคด้านเส้นเลือดสมอง (.)2. ตัวบนสูง ตัวล่างปกติ สะท้อนโรคสันหลังคออักเสบ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเส้นเลือดสันหลังตีบ (*)3. ตัวบนสูง ตัวล่างต่ำ แสดงว่าเป็นโรคสันหลังคอ และหัวใจขาดเลือด (.)4. ตัวบนต่ำ ตัวล่างต่ำ เป็นสาเหตุหลักของความดันต่ำ (*)5. ตัวบนต่ำ ตัวล่างปกติ แสดงว่าหัวใจขาดเลือด (.)6. ตัวบนปกติ ตัวล่างสูง แสดงว่าหัวใจทำงานหนัก ร่างกายอ่อนแอง่าย (*)7. ตัวบนปกติ ตัวล่างต่ำ ปัญหาของหัวใจขาดเลือด จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่าย (')นอกจากนี้ยังมีข่าวการวิจัยใหม่ของ USA ประกาศอย่างเป็นทางการ คนอายุ 65 ปีขึ้นไป ค่ามาตรฐานคือ 150/90 คนอายุ 80 ปีขึ้นไป ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 160 หรือ 170 ก็ได้ (')ที่ผ่านมาหลายปี เป็นเพราะผลด้านการค้า ทำให้ใช้เกณฑ์มาตรฐานเก่า ๆ ว่า ไม่ควรเกิน 120 ทำให้คนอายุ 60-70 ปี ต้องรับภาระที่ไม่จำเป็น และกังวลเรื่องความดันโลหิต ต่อจากนี้ต้องเปลี่ยนแนวคิดที่แพทย์เคยสอนมาผิด ๆ (')หวังว่าทุกบ้านจะมีคนที่เข้าใจปัญหาด้านสุขภาพอย่างแท้จริง เหล่านี้เป็นเรื่องที่คณะแพทย์สะสมการวิจัยมานับร้อยปี มีคุณค่าการศึกษาอย่างยิ่ง (')เพื่อให้สุขภาพที่ดีต่อตัวเองและครอบครัว หลังดูคลิ๊ปนี้แล้ว ช่วยแชร์ต่อให้คนที่รักดูด้วยครับMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 2 คนสงสัย❗️ขอความกรุณาอ่านจนจบนะครับ❗️ขอร้องจากใจจริง ยาวนิด แต่เกี่ยวข้องกับท่านและครอบครัวของท่านโดยตรง ✅ผมเคยเรียนวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งมา สาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ผมเคยเปิดร้านขายมือถือ ผมเคยเป็นช่างซ่อมมือถือ ผมเคยเป็นอาจารย์สอนซ่อมมือถือ ✅ผมเชื่อว่าทุกท่านเคยชาร์จโทรศัพท์ไปพร้อมกับเล่นไป ผมขอเตือนด้วยความห่วงใยจริงๆครับ เลิกทำแบบนี้นะครับ มันอันตรายถึงชีวิตจริงๆ หลายๆท่านคงเคยเห็นข่าวที่ออกมาบ้าง ว่ามีคนเสียชีวิตจากการชาร์จไปเล่นไป แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกกลัวกันเลยจริงๆ วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าทำไมถึงต้องกลัว ✅ไฟบ้านที่เราใช้กันอยู่คือ 220 โวลท์ (แค่นี้ก็ตายแล้ว) เมื่อเราเสียบที่ชาร์จ วงจรจะปรับระดับเป็น 310 โวลท์แล้วจ่ายเข้าไปที่หัวชาร์จ ตัวนี้จะแปลงไฟจาก 310 โวลท์ให้เหลือแค่ 5 โวลท์แล้วจ่ายไฟผ่านสายเข้ามือถือ (ขอใช้ศัพท์ง่ายๆเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ) ✅ในหัวชาร์จมีฉนวนที่เป็นเทปสีเหลือง กั้นไฟระหว่าง 310 โวลท์กับ 5 โวลท์เอาไว้ ถ้าเราเล่นไปชาร์จไปหัวชาร์จจะร้อน ไอ้ฉนวนเทปสีเหลืองที่กั้นเอาไว้มันจะละลาย พอมันละลายก็คือไฟ 310 โวลท์จะวิ่งเข้าหาท่านทันที โดยที่ท่านไม่มีโอกาสได้ปล่อยมือเลย ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งร้องเรียกให้คนมาช่วย ท่านจะไม่มีโอกาสมีลมหายใจอีกต่อไป (กระบวนการนี้มันใช้เวลาเร็วมากในการที่ทำให้ท่านจบชีวิตลง) 💐ด้วยความห่วงใยจริงๆครับ ขอเถอะครับ ก่อนที่มันจะสายไป ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับท่านและครอบครัวจริงๆครับ ขอแค่นี้ครับ แค่นี้จริงๆ เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจีนผวาลมจากเกาหลีเหนือพัดโควิดมาด้วยเจ้าหน้าที่รัฐในเมืองตานตงของจีน ที่ติดกับชายแดนเกาหลีเหนือ เผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ไม่ทราบว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่มาจากไหน เชื่อว่าลมพัดพาไวรัสดังกล่าวมาจากเกาหลีเหนือ ที่ขณะนี้กำลังระบาดหนัก ศูนย์ควบคุมโรคของเมืองตานตงเผยอีกว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัปดาห์ที่แล้ว และส่วนใหญ่ไม่มีประวัติออกนอกบ้านเลย เพราะมีคำสั่งล็อกดาวน์ทั้งเมืองตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยชื่อ เผยกับบลูมเบิร์กว่า เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยาลู่ หรือแม่น้ำอัมนก ในภาษาเกาหลีปิดหน้าต่างทุกบานในวันที่ลมพัดมาจากเกาหลีเหนือ ทั้งยังขอให้ตรวจเอทีเคบ่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมารองรับ ขณะเดียวกันก็มีวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่าการติดเชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศนั้นเกิดขึ้นได้ยากมากหากอยู่ระยะไกล โดยเฉพาะในพื้นที่โล่งแจ้งโดยไม่สัมผัสกับเชื้อซ้ำๆ ทั้งนี้เมืองตานตงเป็นเมืองชานแดนที่เป็นศูนย์กลางการค้าหลักแห่งหนึ่งระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ โดยสินค้าที่เกาหลีเหนือค้าขายกับต่างประเทศต้องผ่านเมืองนี้ถึง 70% ในช่วงก่อนโควิดโควิด 2019Surawoot Chankit• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยช่อง Mono29 ออกข่าวเมื่อสักครู่ คุณหมอธีระแจ้งให้ประชาชนตุนอาหารเพื่อ 2-3 สัปดาห์ถัดจากนี้โควิดจะรุนแรงมากห้ามกิจกรรมภายนอกบ้านค่ะ ด้วยรักและห่วงใยค่ะ💐❤️ มีเรื่องเตือนนะคะ ตอนนี้ ยอดคนติดโควิด น่าจะเยอะกว่าตัวเลขที่เห็น 3-4 เท่า สิ่งที่ต้องทำคือ 1.ถ้าการเบิกจ่ายเงิน ต้องไปแต่ที่แบงค์ ให้รีบไปโอนเงินเข้าบัญชี จำนวนหนึ่ง ที่พออยู่ได้ 1-2 เดือน พร้อมถือเงินสดไว้ด้วยนิดนึง ** เพราะใกล้มีคำสั่งปิดแบงค์แล้ว** 2.พยายามกินอาหารสด ตอนนี้ ก่อนไล่กินอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง เพราะมีโอกาสได้กินแน่ เร็วๆนี้ 3.สั่งอาหารที่เก็บได้นาน อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม มาตุนไว้ได้แล้ว เดือน ส.ค.- ก.ย. จะวิกฤตที่สุด 4.ตุนยารักษาโรคทุกชนิดที่มีขาย และ สมุนไพรเสริมภูมิ + รักษาโควิด ให้มากที่สุด 5.ทุกสถานที่ ตอนนี้ ใกล้ถูกสั่งปิดอีกรอบ รีบจัดการให้เรียบร้อย ยังพอมีเวลาโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(ขอร้อง) ขออนุญาต แอดมินแจ้งข่าวประเสริฐ (!) “เพียง 5 บาท” ก็ทำให้เด็กชายคนหนึ่งได้เรียนรู้ชีวิตและพาพ่อที่แข็งแรงขึ้นกลับบ้านได้ . ที่นี่คือ #อาคารเย็นศิระ ที่พักของผู้ป่วยและญาติระหว่างรอรับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ที่นี่ให้บริการที่นอน อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และการดูแลจากพยาบาล ทั้งหมดนี้เพียงวันละ 5 บาทค่ะ . ทำให้ตอนนี้มีผู้ป่วยมาพักเป็นจำนวนมาก อาคารเย็นศิระทั้ง 2 อาคาร รองรับได้ 250 คน/วัน แต่มีผู้มาพักเฉลี่ยถึง 500 คน/วัน มากกว่า 150,000 คนต่อปี ซึ่งผู้ป่วยที่มาพักส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง เดินทางมาจากพื้นที่ห่างไกล จำเป็นต้องมารับการรักษาและมาพักเป็นเวลานาน บางคนนานเป็นสัปดาห์ บางคนนานเป็นปี และยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่รอการมาเข้าพักที่อาคารหลังนี้ค่ะ . #มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จึงได้จัดระดมทุนเพื่อสร้างอาคารเย็นศิระ 3 เพื่อรองรับผู้ป่วยและญาติให้ได้มากขึ้น คิดค่าบริการวันละ 5 บาทเช่นเดิม เพื่อทำให้การมาอยู่หาดใหญ่ของใครหลายๆคน ได้มาพักและพาคนที่รักกลับบ้าน . จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารเย็นศิระหลังใหม่นี้ ได้ที่...... บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี : 641-0-17799-9 ชื่อบัญชี : เพื่อผู้ป่วยอาคารเย็นศิระ มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ***ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้*** . หรือ ร่วมสมทบทุนผ่าน QR code (YENSIRA3) จากภาพในช่องคอมเมนต์ . ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสมทบทุนหรือแชร์บอกต่อเรื่องราวของอาคารเย็นศิระแห่งนี้นะคะไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 2 คนสงสัยด่วน: สวิตเซอร์แลนด์ห้ามทำแมมโมแกรม — และได้เปิดโปงกลุ่มมาเฟียทางการแพทย์! เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศหนึ่งประกาศสงครามกับคำโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมมะเร็ง ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เพิ่งห้ามทำแมมโมแกรม โดยเปิดโปงปฏิบัติการทั่วโลกที่ทำให้ผู้หญิงหลายล้านคนได้รับบาดแผลทางจิตใจ ทำร้ายร่างกาย และถูกหลอกลวงให้ทำแมมโมแกรมในนามของผลกำไรของหมอและอุตสาหกรรมของบริษัทยา เพราะว่า การทำแมมโม แกรมนี่ไม่ใช่การแพทย์ นี่คือการจู่โจมที่เป็นระบบ เปิดโปงกลลวงที่ให้ข้อมูลการตรวจเป็นผลบวกปลอม สูงถึง 60% นั่นหมายความว่าผู้หญิงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม พวกเธอถูกฉีดเคมีบำบัดครีโม ผ่าตัดเปิดอวัยวะ หรือฉายรังสี… โดยไม่จำเป็นและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากความกลัว ขั้นตอนนี้รุนแรงมาก เต้านมถูกกดทับภายใต้แรงกดสูง และฉายรังสี สารก่อมะเร็งที่รู้จักกันดี แม้จะอ้างว่า "ป้องกัน" แต่กลับทำให้สิ่งที่แสร้งทำนั้นเป็นปัญหาได้ ยิ่งแย่ลงไปอีก: แมมโมแกรมอาจทำให้เนื้องอก(ถ้ามี)แพร่กระจายได้ การศึกษาวิจัยใหม่ยืนยันว่าการกดทับเนื้อเยื่อที่บอบบางอาจกระตุ้นให้เกิดการแพร่กระจาย และการทดสอบอาจเพิ่มโรคก็ได้ มีการวินิจฉัยเกินจริงถึง 690,000 กรณี ไม่ใช่โดยบังเอิญ แต่เป็นการออกแบบของระบบการตรวจ นั่นคือผู้หญิงหลายแสนคนที่กลายเป็นวัวนมที่สร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทยาขนาดใหญ่ในขณะที่พวกผู้หญิงเหล่านั้นยังมีสุขภาพแข็งแรงดี เครื่องจักรระดับโลกของบริษัทยา แมมโมแกรมไม่ใช่ระบบดูแลสุขภาพ แต่เป็นการสร้างความกลัวที่เกิดจากอุตสาหกรรมนี้ผู้หญิงถูกหลอกล่อด้วยโฆษณาชวนเชื่อ และ ถูกบังคับให้เข้ารับการตรวจคัดกรองทุกปี และถูกรีดไถจนหมดตัวโดยกลุ่มอาชญากรหลายพันล้านดอลลาร์ของระบบนี้ สวิตเซอร์แลนด์เพิ่งทำลายภาพลวงตานี้ โดย รัฐบาลของพวกเขาได้ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์และประกาศว่า "ไม่มีอีกแล้ว" ไม่มีการโกหกอีกต่อไป ไม่มีการสังหารที่ปกปิดไว้เพื่อความปลอดภัยอีกต่อไป ไม่มีผู้หญิงที่ต้องเสียสละเพื่อผลกำไรอีกต่อไป กลุ่มมาเฟียทางการแพทย์กำลังเสียรายได้ การห้ามนี้เป็นการโจมตีอาณาจักรของพวกเขาโดยตรง สื่อจะไม่รายงานเรื่องนี้ โรงพยาบาลจะตื่นตระหนก เจ้าของและผู้บริหารของบริษัทยาจะดิ้นรน เพราะถ้าประเทศหนึ่งสามารถเป็นอิสระได้ ประเทศ อื่นๆ ก็จะทำตาม ถึงเวลาเลือกข้างแล้วในการต่อสู้กับการหลอกลวง โดย เราเรียกร้องให้ 1) ห้ามการตรวจเต้านมทั่วโลก 2) ให้มีการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการฉ้อโกงการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ผิดพลาดแบบนี้ 3) ให้เงินทุนเผยแพร่สนับสนุนการแพทย์ทางเลือกที่ไม่รุกราน เช่น การเปลี่ยนอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง การออกกำลังกาย เป็นต้น 4) เปิดโปงระบบอาชญากรรมของอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ เราต้องต่อสู้เพราะได้เสียเลือด และอวัยวะมามากเกิน พอแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ข่าว แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการหลอกลวงเพื่อให้ใช้การตรวจแมมโมแกรม ของระบบการแพทย์ที่ฉ้อฉล และเครือข่ายของบริษัทยา สวิตเซอร์แลนด์ได้เริ่มการต่อสู้กับระบบการใช้แมมโมแกรม มันเป็น สงครามเพื่อเรียกร้องการรักษาสุขภาพของผู้หญิงให้กลับคืนมา และการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว 📡☀️✨ สำนักข่าว ✨☀️📡 🇹🇭 Director Thailand 🇹🇭 🕊️🕊️🕊️🕊️🕊️🕊️มะเร็ง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย😔 ข่าวเศร้า โปรดให้เราอธิษฐาน ขออธิษฐานด่วน “อธิษฐานเพื่อคริสตจักรในอินเดีย เมื่อคืนนี้พวกเขาเผาโบสถ์ไป 20 แห่ง และคืนนี้พวกเขาต้องการทำลายโบสถ์มากกว่า 200 แห่งในจังหวัดโอลิซาบัง พวกเขาต้องการฆ่ามิชชันนารี 200 คนภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า คริสเตียนทั้งหมดกำลังซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน.. .. อธิษฐานเพื่อพวกเขาและส่งข้อความนี้ไปยังคริสเตียนทุกคนที่คุณรู้จักในโลกนี้ ขอให้พระเจ้าทรงเมตตาพี่น้องของเราในอินเดีย “เมื่อคุณได้รับข้อความนี้ โปรดส่งไปยังผู้อื่นโดยด่วน . เราอธิษฐานเพื่อครอบครัวมิชชันนารีคริสเตียน 22 ครอบครัวที่ถูกพวกอิสลามิสต์ในอัฟกานิสถานตัดสินประหารชีวิต โปรดผ่านโดยเร็วที่สุด เพื่อให้หลายๆ คนเข้าร่วมอธิษฐาน!!! ขณะนี้ กลุ่มอิสลาม (ISIS) เพิ่งเข้ายึดครอง "Quaragosh" เมืองคริสเตียนที่ใหญ่ที่สุดในอิรัก ชาย หญิง และเด็กหลายร้อยคนถูกตัดศีรษะ ผู้คนกำลังขอให้พวกเขาสวดภาวนาเพื่อพวกเขาเกี่ยวกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศของพวกเขา โปรดใช้เวลาสักนาทีในการสวดภาวนาเพื่อพวกเขา ส่งต่อข้อความนี้ไปยังผู้ติดต่อของคุณทุกคนเพื่อให้สายการสวดภาวนาไม่ขาดตอน พวกเขาขอให้สวดภาวนาเป็นพิเศษนี้ โปรดอย่าลืมส่งคำอธิษฐานนี้ไปยังผู้เชื่อในพระคริสต์เพื่อที่พวกเขาจะสวดภาวนาอย่างแรงกล้าเพื่อพี่น้องและเด็กๆ ในอิรัก นี่คือข้อความ SOS เร่งด่วน โปรด เราซาบซึ้งในความห่วงใยของคุณ ขอพระเจ้าอวยพรคุณและครอบครัวของคุณ และโปรดส่งความช่วยเหลือให้คุณเสมอ อาเมน โปรดส่งอีกครั้งเมื่อได้รับแล้ว โปรดส่งไปยังกลุ่มสวดภาวนา 🙇🏼♀🙌🏻🙏🏻ข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่สวมทองคำตอนฟ้าคะนองทำให้ฟ้าผ่า?หลีกเลี่ยงการยืนใกล้วัตถุโลหะขนาดใหญ่ ความเชื่อ : ในประเทศไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับโลหะในช่วงฝนตก โดยเชื่อว่าโลหะ สามารถดึงดูดฟ้าผ่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันในหมู่คนรุ่นเก่าและคนในชุมชนต่าง ๆ อีกทั้งมีข้อมูลจากแหล่งออนไลน์บางแห่งกล่าวว่า การที่ฟ้าผ่ามักเกิดขึ้นใกล้กับผู้สวมใส่เครื่องประดับโลหะ ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการใส่ทองคำหรือเครื่องประดับในช่วงฝนตกเพื่อความปลอดภัย ความจริง :จากเว็บไซต์สถาบันวิจัยด้านภัยพิบัติ และการทดลองแล็ปจากผศ.ดร.อุทธิ์ เจริญอินทร์ การสวมใส่ทองคำไม่ได้ทำให้เกิดฟ้าผ่าโดยตรง แต่หากอยู่ในที่โล่งเช่น กลางแจ้ง หรือที่สูง อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ เนื่องจากโลหะนำไฟฟ้า อาจดึงดูดฟ้าผ่าได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ฟ้าผ่ามักจะพุ่งไปยังวัตถุที่มีความสูง และเป็นโลหะใหญ่ ๆ มากกว่า เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้สูง หรืออาคารสูง ร่างกายไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาใส่ แต่สิ่งสำคัญคือการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งที่มีความเสียงต่อการโดนฟ้าผ่า อ้างอิงจากแหล่งข่าวในประเทศไทย การเกิดฟ้าผ่ามักเกิดขึ้นในพื้นที่สูง เช่น ต้นไม้หรือโครงสร้างที่สูง ไม่ เกี่ยวข้องกับการใส่เครื่องประดับโลหะขนาดเล็กบนร่างกายสภาพอากาศWarinlada Sangchot• 2 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยก่อนนอนคืนนี้ มีเรื่องอยากระบายเล็กน้อย ทำไมขึ้นรูปคุณแดง เพราะข่าวในหลายวันที่ผ่านมา หลายคนเป็นลูกหม้อรุ่นท้ายๆ ของคุณแดงในช่อง 7 ก่อนคุณแดงจะถูกปลดออกไป ป๋าเป็นคนนึงที่เติบโตมากับช่อง 7 ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของช่อง 7 และหลายๆ อย่าง ส่วนนึงชัดเจนว่าเป็นผลงานและการทำงานของคุณแดงมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ประมาณปี 2524 (อ้างอิงจากวิกิพีเดีย) จนถึงประมาณต้นปี 2555 ที่บอร์ดผู้บริหารเลือกผลักคุณแดงออกไป การที่บอร์ดช่อง 7 ตัดสินใจตัดคุณแดงออกไป เป็นความคิดที่พลาดมากๆ สำหรับป๋า ดาราหลายคนของช่อง 3 มีไม่น้อยที่ยังเลือกตัดสินใจอยู่กับช่องต่อไปและต่อสัญญาต่อไป หรือแม้แต่เป็นดาราช่อง 7 เองที่เลือกมาอยู่ช่อง 3 และก็ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่ดาราแถวอโศก ก็มีไม่น้อยที่ยังอยู่กับช่อง เหตุผลหลักๆ เพราะความเอาใจใส่ของผู้บริหารและปัจจัยหลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับช่อง 7 ซึ่งหลังจากนั้นปรากฎว่ามีหลายคน ออกไปจากช่อง ทั้งดารา ผู้จัดละคร หรือแม้แต่บริษัทที่คุ้นเคยคุ้นชินมานานอย่างกันตนา ก็ไม่วายจะถูกเฉดหัวออกไปทีละนิดจนกระทั่งพ้นเงาไปสมบูรณ์ ความจริง คุณแดงยังไม่ได้หายไปจากวงการจอแก้ว ออกจะแสบกว่านั้นตรงที่ไปช่วยช่อง 3 ทำละครอีกต่างหาก แต่คนที่ทำพลาดจริงๆ ก็คือช่อง 7 สำหรับป๋า แสงสุดท้ายของช่อง 7 คือ สารวัตรใหญ่ (2562) มีหลายคนเลิกดูช่อง 7 ไปแล้ว กลับมาดูเพราะติดใจเนื้อหาละครเรื่องนี้ เนื้อหาละครไม่ได้มีแค่จิกกัดวงการตำรวจ แต่ยังส่งเสริมและชี้ทางให้ถูกต้อง ซึ่งน้อยรายที่จะทำ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ช่อง 3 ที่ว่าซบเซาไม่ต่างกัน ยังมีมาตาลดา ขณะที่ช่องวัน ก็มีละครใหม่ๆ ส่วนช่อง 7 ก็ไม่มีระดับพีคๆ อีกเลย มีแต่เอาละครเก่าๆ มาฉายซ้ำมีมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสถานการณ์การจัดเก็บภาษีเงินได้ของประเทศไทย - แบบสรุป ******************************************************* ประเทศไทยมีคนทำงาน 37 ล้านคน มีคนยื่นรายการภาษีเงินได้ (ภงด 90/91 ฯลฯ) 11 ล้านคน หมายความว่ามีคนที่มีรายได้แต่ไม่ยื่นรายการภาษีเงินได้ถึง 26 ล้านคน และมีคนจ่ายภาษีจริงๆ 4 - 5 ล้านคน คือจาก 11 ล้านคนที่ยื่นรายการภาษีเงินได้ มี 6 - 7 ล้านคนที่มีรายได้น้อยมากจนไม่ต้องเสียภาษี ประเทศที่มีประชากรเกือบ 80 ล้านคน แต่มีคนจ่ายภาษีเงินได้แค่ 5 ล้านคน —————————————— แค่นี้ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมงบประมาณประเทศไปผูกพันอยู่กับรายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือนข้าราชการ ถึง 70% ของงบทั้งหมด (มีข้าราชการเยอะไปหรือไม่ก็อีกเรื่องนึง) ทำให้ไม่ค่อยเหลืองบสำหรับลงทุน ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้ไม่มากเท่าที่ควร —————————————— และที่น่างงที่สุดคือทำไมคนจำนวนมาก อย่างน้อยก็ 26 ล้านคนที่ไม่ทำแม้แต่ยื่นรายการภาษีเงินได้ กลับเรียกร้องสวัสดิการจากรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นจะให้เทียบเท่ากลุ่มประเทศที่เก็บภาษีได้จากคนทำงานทุกคน จุดเริ่มต้นของสวัสดิการของรัฐ คือการจ่ายภาษีให้รัฐไปจัดหาสวัสดิการมาให้ ถ้าไม่จ่ายภาษี จะเอาอะไรให้รัฐมาจัดหาสวัสดิการ เอาจริงๆประเทศไทยพัฒนามาได้แค่นี้ ทั้งๆที่คนส่วนมากไม่ยอมเสียภาษี น่าจะถือว่าทำได้ดีมากแล้ว คลิปข่าวเรื่องภาษีที่ดีมากของ TNN https://youtu.be/KB4s5fpdjws?si=ArqYk45ZVmKuktfqข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเพียงใช้มะระต้มร้อนๆสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง!กัลยาณมิตรทุกท่านกรุณา ช่วยแชร์ต่อด้วยครับ เป็นมหาบุญ บารมี จริงๆ สำหรับผู้ที่ กำลังประสบชะตากรรมกับโรคร้ายนี้ 🇳🇱♥️💚🇳🇱💜🇵🇾🍎🍏🍅🍊 ศาสตราจารย์เฉิน ฮุ้ย เหริน ย้ำว่าถ้าทุกคนที่ได้รับจดหมายข่าวนี้สามารถส่งต่อไปให้ผู้อื่นได้อย่างน้อยหนึ่งชีวิตจะได้รับการช่วยชีวิต ... ฉันได้ส่งต่อในส่วนของฉันไปแล้ว หวังว่าคุณจะส่งต่อให้บุคคลอื่น ขอบคุณ! น้ำมะระร้อนๆสามารถช่วยคุณได้ตลอดชีวิต ดูวิธีแล้วบอกต่อคนอื่น !! เพียงใช้มะระต้มร้อนๆสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง! หั่นมะระขี้นกประมาณ 3 ~ 5 ชิ้นใส่ลงในถ้วยแล้วเติมน้ำร้อน ดื่มทุกวันมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกคน น้ำมะระขี้นกร้อนจะออกสารต้านมะเร็งซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดในการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพในด้านการแพทย์ น้ำมะระร้อนๆมีผลต่อซีสต์และเนื้องอก พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกชนิด การรักษาด้วยสารสกัดจากมะระขี้นกนี้จะทำลายเซลล์มะเร็งเท่านั้น และไม่ส่งผลต่อเซลล์ที่มีสุขภาพดี นอกจากนี้กรดอะมิโนและโพลีฟีนอล ในน้ำมะระสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพป้องกัน ปรับการไหลเวียนโลหิตและลดลิ่มเลือด หลังจากอ่านจบ โปรดส่งต่อคนอื่นๆ ครอบครัว เพื่อน ๆ และคนที่คุณรัก ให้ดูแลสุขภาพของตัวเอง 🙏🏻💖(ดีใจ))ยาสมุนไพรผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม ! กินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเผย ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่าเม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ;PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl;PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่ม PCBs จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์ โดยเม็ดชานมไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง การกินเม็ดชานมไข่มุกก็เหมือนการกินแป้ง จึงยังสามารถกินชานมไข่มุกได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่ากลัว คือการกินชานมไข่มุกในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจได้ เพราะนอกจากในเม็ดไข่มุกจะประกอบไปด้วยแป้งมันสำปะหลังแล้วนั้น ในน้ำชานมยังประกอบไปด้วยน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน ซึ่งจัดได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง และมีคุณค่าทางสารอาหารน้อย ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48423• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.ยัน ไม่มีครีม-เซรั่มใด ทาแล้วดั้งพุ่งใน 7 วัน เป็นแค่การอ้างสรรพคุณเกินจริงอย. ชี้แจงไม่มีครีมหรือเซรั่มใด ที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการ กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้แชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีม หรือเซรั่ม ที่สามารถทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกดั้งโด่ง ภายใน 7 วันนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้น ครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหกทั้งเพ เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รองเลขาธิการ อย.กล่าวว่า อย. เคยออกข่าวเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2561 และกลับมาวนซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ขอให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่างๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนที่สายด่วน อย. 1556std47993• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็งตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่า เม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ; PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl ; PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ; PCBs) จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์ โดยเม็ดชานมไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง การกินเม็ดชานมไข่มุกก็เหมือนการกินแป้ง จึงยังสามารถกินชานมไข่มุกได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่ากลัว คือการกินชานมไข่มุกในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจได้ เพราะนอกจากในเม็ดไข่มุกจะประกอบไปด้วยแป้งมันสำปะหลังแล้วนั้น ในน้ำชานมยังประกอบไปด้วยน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน ซึ่งจัดได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง และมีคุณค่าทางสารอาหารน้อย จึงควรกินชานมไข่มุกนาน ๆ ครั้งเท่านั้น หรือหากต้องการกินอาจลดปริมาณน้ำตาล หลีกเลี่ยงการใส่ครีมเทียมในชานมไข่มุกNattapat Non• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่! คนแก่กินปาท่องโก๋ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ไตทำงานหนักคนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ความจริงแล้วเป็นอย่างไร จากข้อมูลในโลกออนไลน์ เรื่อง คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ส่วนการที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อไต และความดันโลหิตสูง ผลที่ตามมาคือเกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางอย่าง ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ในปาท่องโก๋ไม่ได้ใส่เกลือหรือผงฟูมากขนาดนั้น หากไม่กินมากจนเกินไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายstd47724• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตือนข่าวปลอม“จิบน้ำขมิ้นชันป้องกันมะเร็ง”ข่าว “จิบน้ำขมิ้นชันป้องกันมะเร็ง” ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ นั้น กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลวิชาการพบว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าน้ำขมิ้นชันช่วยป้องกันมะเร็ง นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขมิ้นชัน (Curcuma longa L.) เป็นพืชสมุนไพรนิยมใช้เป็นเครื่องเทศสำหรับแต่งรสและสีผสมอาหาร ขมิ้นชันมีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและอาจมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งผิวหนัง ซึ่งผลการศึกษานี้เป็นเพียงผลวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสารนี้ช่วยป้องกันหรือรักษามะเร็ง นอกจากนี้การดื่มน้ำขมิ้นชันอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการป้องกันมะเร็ง หากประชาชนยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือรับประทานอาหารที่อาจปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง ด้านนพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ขมิ้นชันมีหลายรูปแบบ เช่น เหง้าสด เหง้าแห้ง ผง แคปซูล ยาเม็ด ยาทาผิวหนัง และเครื่องดื่มชาขมิ้นชัน แม้ว่าจะเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์แต่ไม่ควรรับประทานมากเกินไปเพราะอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนรับประทานสุชญา ชูจันทร์• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเล่นมือถือนาน ๆ ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูปตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องเล่นมือถือนานๆ ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูป ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการเตือนภัยว่าการเล่นมือถือเป็นระยะเวลานาน จนทำให้พักผ่อนน้อย ส่งผลให้ปลายประสาทที่เลี้ยงใบหน้าอักเสบ หน้าผิดรูป ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่า การพักผ่อนน้อย หรือการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก และปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่ชัดเจน โดยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เมื่อมีความผิดปกติของเส้นประสาทจะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หรือมีลักษณะขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก ยิ้มไม่ขึ้น มักเป็นใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่ง สาเหตุการเกิดมีหลายปัจจัย เช่น เกิดตามหลังอุบัติเหตุบริเวณเส้นประสาทโดยตรง, การติดเชื้อบริเวณต่อมน้ำลายใกล้ๆเส้นประสาท, การพบเนื้องอกกดเบียดเส้นประสาท หรือเกิดจากการอักเสบของตัวเส้นประสาทเอง (Bell’s palsy) เป็นต้น สำหรับภาวะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ หรือ Bell’s palsy นั้น การอักเสบของเส้นประสาทดังกล่าวเกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้มีสาเหตุที่สรุปได้ชัดเจน แต่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสเริม หรืองูสวัด ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาตครึ่งซีกที่เกิดขึ้นเร็วระยะเวลาภายใน 48 ชั่วโมง เช่นกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ขยับไม่ได้ เช่น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก รับประทานอาหารและดื่มน้ำลำบาก ร่วมกับอาจมีอาการหูข้างนั้นได้ยินเสียงก้องกว่าปกติ รับรสผิดปกติ เป็นต้น เมื่อมีอาการผิดปกติที่สงสัยภาวะดังกล่าว ควรรีบมาพบแพทย์ โดยการรักษาโรคนี้ประกอบด้วยการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมาพบแพทย์ในช่วงแรกที่มีอาการ ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวดีขึ้น ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าในระยะยาวstd46355• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวเตือนภัยผู้บริโภค วันที่ 23 ตุลาคม 2565สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ โฆษณาโอ้อวดเกินจริง ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ ทรีดี พรีเมี่ยม พลัส ทูธเพสท์ (3D PREMIUM PLUS TOOTHPASTE) ชื่อการค้า เอทีเค (ATK) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-1-6400019767 อวดอ้างจัดการหินปูน… ฟันเหลือง กลิ่นปาก ร้อนใน และคราบบุหรี่ชากาแฟ 2. ผลิตภัณฑ์ ลิควิด ทูธเพสท์ (LIQUID TOOTHPASTE) ชื่อการค้า โอเค เคลียร์ (OK CLEAR) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 40-1-6300038347 อวดอ้างรักษาฟันผุ… ฟันโยก คลอน เห็นผลใน 2 นาที 3. ผลิตภัณฑ์ ฟันทน ยาสีฟันสมุนไพรสูตรเข้มข้น (รสดั้งเดิม) (FUNTON CONCENTRATED HERBAL TOOTHPASTE (ORIGINAL) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 76-1-6400037025 อวดอ้างรักษาเหงือกอักเสบ… ปวดฟัน ฟันโยก และฟันผุ การโฆษณาดังกล่าวเป็นการโฆษณาเกินจากความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภค เนื่องจากยาสีฟันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปากเพื่อทำความสะอาดเท่านั้น ดังนั้น การอวดอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาร้อนใน รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ฟันโยก จึงเป็นข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริงและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ขอแนะนำผู้บริโภคควรแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดซอกฟัน เลือกใช้ยาสีฟันผสมสารฟลูออไรด์ เพราะจะสามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ และควรไปพบทันตแพทย์ตามนัด หรือทุก 6 เดือน เพื่อสุขภาวะที่ดีของช่องปากและฟัน หากผู้บริโภคที่มีอาการผิดปกติทางช่องปากและฟัน ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา อย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ นอกจากจะเสียเงินแล้วยังเสียโอกาสในการรักษาอย่างถูกต้อง หากมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือ E-mail : 1556@fda.moph.go.ththirawutnuyimsai• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยระบบน้ำเหลืองสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม เพราะระบบน้ำเหลืองมีปัญหา ตามที่มีการกล่าวถึงในประเด็นเรื่องเกิดสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม คือสัญญาณว่าการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองมีปัญหา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ระบบน้ำเหลืองมีปัญหา จริงหรือไม่ กรณีส่งต่อคำแนะนำว่า อาการเกิดสิวหน้าอก ปัสสาวะสีเข้ม ข้อเท้าบวม คือสัญญาณว่าการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองมีปัญหานั้น ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า จากข้อมูลตามข้อความดังกล่าวไม่มีเหตุผลที่เป็นไปได้ตามทฤษฎีทางการแพทย์ คือ ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองไม่ได้มารวมกับน้ำเลือดบริเวณหน้าอกและไม่ได้สัมพันธ์กับการเกิดสิวหน้าอกตามที่ข้อความกล่าวถึง ปัสสาวะสีเหลืองเข้มมีปัจจัยได้หลายสาเหตุเช่นภาวการณ์ดื่มน้ำน้อย ดังนั้นเลือดหนืดข้นไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ข้อเท้าบวมมักเกิดจากการรั่วของน้ำออกไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ จากการที่มีน้ำเกินหรือขาดสารอัลบูมินไม่ใช่ของเสียที่ตกค้างมารวมกันstd47887• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกัญชาช่วยบรรเทาอาการลมชักเฉียบพลันได้กรณีที่มีข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกัญชาช่วยบรรเทาอาการลมชักเฉียบพลันได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีคำแนะนำด้านสุขภาพว่ากัญชาช่วยบรรเทาอาการลมชักเฉียบพลันได้ ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า พืชกัญชามีสารสำคัญ CBD และ THC ซึ่งมีฤทธิ์การลดชัก แต่ THC มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ในขณะที่ CBD ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในปัจจุบันสามารถนำสาร CBD มารักษาโรคลมชักรักษายากในเด็ก อย่างมีประสิทธิผลแต่ก็มีผลข้างเคียงในประเทศไทยมีการศึกษาการใช้สารสกัดกัญชา CBD สูง ในการรักษาโรคลมชักรักษายากในเด็กพบว่ามีประสิทธิผลและมีผลข้างเคียงเช่นกัน โดยทั่วไปในผู้ป่วยที่มีอาการชักจะหยุดชักเองภายใน 2 – 3 นาที แต่ถ้าชักนานเกิน 5 นาที จะมีโอกาสชักต่อเนื่องรุนแรงมากขึ้น ในผู้ป่วยที่ชักต่อเนื่องต้องให้ยาเพื่อให้หยุดชัก ได้แก่ diazepam หรือ benzodiazepine ทางเส้นเลือด หรือการสวนทวาร จะทำให้ชักหยุดเร็วขึ้น โดยในวิดีโอแสดงถึงอาการชักของผู้ป่วยเด็กชนิดเกร็งกระตุกทั้งตัว ซึ่งไม่ได้แจ้งว่ามีระยะเวลาชักกี่นาที แต่หลังจากหยดน้ำมันกัญชาแล้วผู้ป่วยหยุดชัก ข้อสันนิษฐานคือ ผู้ป่วยอาจหยุดชักเองพอดีเวลากับการหยดยา การหยดน้ำมันกัญชาทางปากทำให้หยุดชักได้ จากการศึกษาสารสกัดกัญชาจะใช้รักษาโรคลมชักในผู้ป่วยที่รักษาต่อเนื่องเป็นการรักษาระยะยาวโดยค่อยๆ ปรับขนาดยาทีละน้อยเพื่อป้องกันชักซ้ำ ไม่ได้ใช้เพื่อหยุดชักในผู้ป่วยขณะชักระยะเฉียบพลัน (acute seizure) ผู้ป่วยหยุดชักในวิดีโอจึงเป็นข้อสันนิษฐานข้อที่ 1std48890• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม! กินเม็ดชานมไข่มุกทำให้เป็นโรคมะเร็งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเผย ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความบนสื่อออนไลน์ว่าเม็ดไข่มุกบางยี่ห้อจากไต้หวันนั้นมีสารสไตรีน และสารกลุ่มโพลีคลอรีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polychlorinated Biphenyls ;PCBs) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง จากที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไต้หวันได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีสารสไตรีน (Styrene) แต่พบสารอะซิโตฟีโนน (Acetophenone) และสารประกอบกลุ่มโพลีโบรมีนเนตเต็ดไบฟีนีล (Polybrominated Biphenyl;PBBs) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก แต่ไม่ใช่สารประกอบกลุ่ม PCBs จึงไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งอย่างที่ได้มีการแชร์ โดยเม็ดชานมไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง การกินเม็ดชานมไข่มุกก็เหมือนการกินแป้ง จึงยังสามารถกินชานมไข่มุกได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่ากลัว คือการกินชานมไข่มุกในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจได้ เพราะนอกจากในเม็ดไข่มุกจะประกอบไปด้วยแป้งมันสำปะหลังแล้วนั้น ในน้ำชานมยังประกอบไปด้วยน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน ซึ่งจัดได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง และมีคุณค่าทางสารอาหารน้อย ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆstd46750• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย.ชี้อาหารเสริม “เบลล่า” ขอเลขถูกต้อง แต่โฆษณาไม่ขออนุญาต-พ่วงเกินจริงจากกรณีมีข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ “เบลล่า” ราณี แคมเปน ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ มีการใช้ข้อความในการโฆษณาว่า “ชงผอม” ซึ่งเข้าข่ายโฆษณาผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตโฆษณากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และอาจโฆษณาเกินจริง วันนี้ (7 พ.ค.) ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ “เบลล่า” ราณี แคมเปน จากการตรวจสอบพบว่า มีการขอเลขสารบบของ อย. อย่างถูกต้อง แต่การโฆษณาดังกล่าวอาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อความในการโฆษณาดังกล่าวอาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ซึ่งจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม อย. จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เบลล่า ราณี เคยให้สัมภาษณ์ถึงการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ว่า ยืนยันว่า โปร่งใส เปิดเผยและตรวจสอบทุกอย่างได้ ส่วนการที่ มะปราง วิรากานต์ เอาผลิตภัณฑ์ไปให้ อย. ตรวจสอบ ก็อยากจะเปิดเผยตรงนี้ให้ทางผู้บริโภคหรือตัวแทนจำหน่ายมั่นใจในผลิตภัณฑ์ แสดงความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจด้วยว่าแบรนด์เราเชื่อใจได้จริงๆ ถ้าเป็นในตัวของบริษัทที่เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ออกไป ก็คือ ยืนยันว่า เผยแพร่ตามข้อมูล อย. ตามคุณสมบัติอะไรต่างๆ ตามส่วนผสมต่างๆ มีบอกทั้งหมดชัดเจน ทุกอย่างตรวจสอบได้ 100% ไม่มีการเกินจริงอะไรเลยความสวยความงามiiipunykaaa• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยครีมช่วยให้ “จมูกโด่ง” ไม่มีอยู่จริง ชี้ ผู้ผลิตโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงอย. ชี้แจง ไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างใด ๆ ของร่างกายได้ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้แชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกดั้งโด่งขึ้น ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้น ครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหกทั้งเพ เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รองเลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. เคยออกข่าวเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2561 และกลับมาวนซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ขอให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556ความสวยความงามผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48127• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยวัคซีนโมเอร์นาอังกฤษ" เป็นประเทศแรกที่อนุมัติใช้วัคซีนรุ่นใหม่ของโมเดอร์นา ซึ่งพัฒนาให้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและโอมิครอน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2565 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หน่วยงานด้านการกำกับดูแลยาของอังกฤษ อนุมัติวัคซีนของบริษัท โมเดอร์นา ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบในปี 2563 และโอมิครอน ที่พบเมื่อเดือน พ.ย.2564 ส่งผลให้อังกฤษกลายเป็นชาติแรกที่อนุมัติวัคซีนรุ่นใหม่ โดยแนะนำให้ผู้ใหญ่ทุกคนเข้ารับวัคซีนรุ่นใหม่เป็นเข็มกระตุ้นในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.นี้ ด้านคณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน ระบุว่า กลุ่มคนที่ควรได้รับวัคซีนรุ่นใหม่เป็นเข็มกระตุ้น ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 16 ปี เด็กอายุมากกว่า 5 ปีที่มีปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงสตรีมีครรภ์ และเด็กอายุเกิน 5 ปีที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผลการทดสอบวัคซีนรุ่นใหม่ในกลุ่มตัวอย่าง 437 คน พบว่า วัคซีนช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต้านทานไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน BA.1 ได้ดีกว่าวัคซีนรุ่นเดิม 1.7 เท่า และสามารถต้านทานไวรัสสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ที่กำลังระบาดในอังกฤษได้ดีกว่าวัคซีนรุ่นเดิมเช่นกัน และไม่พบข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียง สำหรับวัคซีนที่ใช้กันอยู่ปัจจุบัน ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเสียชีวิตและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้เช่นกัน โดยวัคซีนรุ่นใหม่จะช่วยให้การป้องกันโควิด-19 มีประสิทธิภาพมากขึ้นkulanit1363• 4 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
