(15089 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยการย่อยยาก ย่อยช้า เพราะลมในตับ อาจส่งผลทำให้เป็นเบาหวานเรื้อรังตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพในประเด็นเรื่องการย่อยยาก ย่อยช้า เพราะลมในตับ อาจส่งผลทำให้เป็นเบาหวานเรื้อรังThitima• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธิตามที่มีข้อความชวนเชื่อเรื่องเส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธิThitima• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! เดือน ก.ค. เตรียมเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องเดือน ก.ค. เตรียมเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์Thitima• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการจัดหางานร่วมกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ รับสมัครงานโปรโมทสินค้าและตรวจสอบสินค้ากรณีที่มีการโฆษณาว่า กรมการจัดหางานร่วมกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ รับสมัครงานโปรโมทสินค้าและตรวจสอบสินค้า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีข่าวสารเผยแพร่เกี่ยวกับกรมการจัดหางานร่วมกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ รับสมัครพนักงานโปรโมทสินค้าและตรวจสอบสินค้า รายได้ 1,000 – 3,000 บาทต่อวัน ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า ภาพประกาศเชิญชวนรับสมัครงาน ที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์กรมการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อีกทั้งข้อความดังกล่าวมิได้มาจากส่วนราชการของกรมการจัดหางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคThitima• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ระวังพายุ 2 ลูก เตือนฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องระวังพายุ 2 ลูก เตือนฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอพยากรณ์อากาศว่า เตือนภัย! ระวังพายุ 2 ลูกถล่มไทย ฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้นั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข่าวปลอม เป็นข้อมูลที่มิได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีพายุเกิดขึ้นจริง กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งในช่วงวันที่ 11-13 ก.ค. 66 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ก.ค. 66 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในช่วงวันที่ 14-16 ก.ค. 66 ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยThitima• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจีนกับความพยายามแพร่ข่าวปลอมเรื่องโควิดมีต้นกำเนิดในสหรัฐฯการระดมเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่กล่าวหาว่าเชื้อโรคโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากฐานทัพทหารในรัฐแมริแลนด์ กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในจีน ก่อนหน้าที่หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ จะเปิดเผยรายงานการสอบสวนเรื่องต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้สั่งการให้เปิดการสอบสวน 90 วัน เพื่อหาว่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 นั้น เกิดจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (ห้องแล็บ) หรือเกิดจากการที่มนุษย์สัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ ในตอนนั้น ทฤษฎีเรื่อง "ไวรัสหลุดจากห้องแล็บอู่ฮั่น" ถูกนักวิทยาศาสตร์หลายคนระบุว่าเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดNatthanicha Lasakhu• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสธ. เปิดตัวรถฟอกไตเคลื่อนที่นวัตกรรมต้นแบบคันแรกของไทย จริงหรือ?ตามที่มีข้อมูลปรากฏถึงประเด็นเรื่อง สธ. เปิดตัวรถฟอกไตเคลื่อนที่นวัตกรรมต้นแบบคันแรกของไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริงstd47997• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อ. อุ้มผาง ประกาศปิดน้ำตกทีลอซู 2 เดือน จริงหรือ?กรณีที่มีข่าวสารเผยแพร่เกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อ. อุ้มผาง ประกาศปิดน้ำตกทีลอซู 2 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริงstd47997• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไต้หวันขยายวีซ่าคนไทยอีก 1 ปี พำนักได้สูงสุด 14 วัน จริงหรือ?ตามที่มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องไต้หวันขยายวีซ่าคนไทยอีก 1 ปี พำนักได้สูงสุด 14 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริงstd47997• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกทม. ส่งถังดับเพลิง 9,000 ถัง แทนถังเก่าใน พท. เสี่ยงสูง จริงหรือ?ตามที่มีข้อมูลบนสื่อออนไลน์เรื่อง กทม. ส่งถังดับเพลิง 9,000 ถัง แทนถังเก่าใน พท. เสี่ยงสูง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลจริงstd47997• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"อัจฉราพร คงยสวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชูสามนิ้วในสนามเเข่ง"พลเอก หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “จุลเจิม ยุคล” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 140,000 บัญชี ตัดสินใจลบโพสต์ที่เขากล่าวหาอัจฉราพร คงยศ นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ว่าแสดงออกทางการเมืองด้วยการ “ชูสามนิ้ว” ในสนามแข่ง และประกาศขอโทษที่สร้างความเข้าใจผิด หลังจากอัจฉราพรออกมายืนยันผ่านสื่อมวลชนว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นรหัสมือสื่อสารแผนการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองข่าวการเมืองมีม เสียดสีstd47997• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยครีมวิตามินซี ใช้รักษาสิวได้กรณีโฆษณาชวนเชื่อแนะนำครีมวิตามินซี โดยระบุว่าสามารถช่วยรักษาสิวได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง วิตามินซีไม่สามารถแทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าไปรักษาสิวได้ เนื่องจากสิวเกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมัน แม้วิตามินซีจะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว ละลายน้ำได้ดี อาจช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้บ้าง แต่รักษาสิวไม่ได้std48431• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมูลนิธิไทยรัฐจัดสัมมนาครู ร.ร.ไทยรัฐวิทยาภาคกลาง-ตะวันออกที่ จ.สุพรรณบุรีมูลนิธิไทยรัฐ จัดสัมมนาครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ภาคกลาง และภาคตะวันออก ปี 2565 ที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเน้นย้ำครูให้ถ่ายทอดเรื่องสื่อยุคใหม่ไม่ยัดเยียด หรือใส่ความรุนแรง สู้ข่าวปลอมข่าวลวงในโซเชียลstd48100• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยบุกทลายพ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รรท.ผบก.ปคบ. นำเจ้าหน้าที่ อย. จับกุมนายสกนท์ หงษ์หาด ภายในโกดังหลังบ้านเลขที่ 69/14 ซอยนิมิตใหม่ 49 พบครีมปลอมกว่า 30 ชื่อ และสารสเตียรอยด์ห้ามใช้ในเครื่องสำอางจำนวนมาก รับสารภาพผลิตขายเกือบ 1 ปี ส่งขายตามตลาดนัดstd48100• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยตอนนี้อย่าผ่านไป สะพานไทย-เบลเยี่ยม นะ สะพานแอ่นลง กลัวอันตราย จส.100 แจ้งมาค่ะตอนนี้อย่าผ่านไป สะพานไทย-เบลเยี่ยม นะ สะพานแอ่นลง กลัวอันตราย จส.100 แจ้งมาค่ะ และต้องไม่ขับลอดใต้สะพานด้วยนะครับ ให้ขับวนซ้ายไปU turnไกลหน่อย ก็ต้องยอม ต้องฟัง! และฟังกันทุกคนนะแล้วช่วยกันแชร์ให้ญาติพี่น้องทราบด่วนครับ!!Mrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเตือนข่าวปลอม อสม. รับบริจาคเงินทุก 100 บาท ทำหน้ากากผ้า 66 ผืนข่าวปลอม อสม. แจงไม่มีการขอรับบริจาคเงินทุก 100 บาท ทำหน้ากากผ้า 66 ผืน เตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องอสม. ขอรับบริจาคเงินทุก 100 บาท ทำหน้ากากผ้า 66 ผืน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ หลังจากที่มีผู้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่ากำลังมีการระดมทุนเพื่อจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิตหน้ากากผ้า สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม. โดยเงินบริจาคทุก 100 บาท จะพอสำหรับผ้าทำหน้ากากผ้า 66 ผืน ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ทาง อสม. ไม่มีการเปิดรับบริจาคเงินตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความรวมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย รวมถึงข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตนเอง จากกระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.moph.go.th หรือโทร. 1422หนูเล็ก ผู้มากด้วยปัญญา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไขข้อสงสัย รับสายมิจฉาชีพ คุยเกิน 3 นาที โดนแฮกข้อมูลจริงไหมไขข้อสงสัย หลังมีคลิปเสียงมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคาร หากคุยเกิน 3 นาที จะโดนแฮกข้อมูลเพื่อไปเปิดบัญชี จริงหรือไม่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 มีรายงานว่า แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารแห่งหนึ่ง โทรหาประชาชน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่ปรากฏคลิปเสียงมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคาร โดยอ้างว่าหากผู้เสียหายคุยกับมิจฉาชีพ เกิน 3 นาที จะโดนแฮกข้อมูล เพื่อเอาไปทำบัญชีม้านั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันมีการหลอกลวงแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทาง Call Center ซึ่งหากผู้ใช้งานหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลทางธุรกรรมด้านการเงินกับมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์โดยในระยะเวลา 3 นาที อาจจะเป็นการพูดคุยข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ใช้งานคล้อยตามแต่ไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ เพียงแค่หลอกเอาข้อมูลหรือให้ผู้ใช้งาน ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ อีกทั้งทางธนาคารกสิกรก็ไม่มีนโยบายใช้เบอร์ส่วนตัวโทรหาประชาชนก่อน และสำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย ธนาคารจะต้องมีการยืนยันข้อมูลและพิสูจน์ตัวตนจากผู้เปิดบัญชีโดยตรง หากมีบุคคลอื่นทราบข้อมูลเจ้าของบัญชีแต่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง จะไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารได้ ... ADVERTISEMENT ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ncsa.or.th/committee.html หรือโทร. 02 142 6888 และสามารถติดตามข่าวสารการเงินได้จากธนาคารกสิกรไทย https://www.kasikornbank.com/th/personal หรือโทร. 02 888 8888 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันมีการหลอกลวงแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทาง Call Center ในระยะเวลา 3 นาที อาจจะเป็นการพูดคุยข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ใช้งานคล้อยตามแต่ไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ อีกทั้งทางธนาคารกสิกรก็ไม่มีนโยบายใช้เบอร์ส่วนตัวโทรหาประชาชนก่อน และสำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก หากไม่ใช่เจ้าของตัวจริง จะไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารได้หนูเล็ก ผู้มากด้วยปัญญา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไขข้อสงสัย บะหมี่ดิบขยำผงปรุงรส กินแล้วพองในท้อง ถึงขั้นช็อกจริงหรือไม่ไขข้อสงสัย กินบะหมี่ดิบขยำผงปรุงรส ทำให้พองในท้องและเกิดภาวะช็อก จริงหรือไม่ ตรวจสอบพบเป็นข้อมูลเท็จ วอนอย่าแชร์ต่อ วันที่ 25 ธันวาคม 2565 มีรายงานว่า แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand ระบุข้อความว่า ตามที่มีข้อมูลเตือนด้านสุขภาพเกี่ยวกับเรื่องกินบะหมี่ดิบที่ขยำใส่ผงปรุงรส ทำให้พองในท้องและเกิดภาวะช็อก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีผู้บอกต่อว่ากินบะหมี่ดิบที่ขยำใส่ผงปรุงรส ทำให้พองในท้องและเกิดภาวะช็อก ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยที่ผ่านมาทาง สสส. ได้ร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม ส่งเสริมประชาชนลดการกินเค็มที่มากเกิน และพบในปี 2563 โดยคนไทยมีอัตราการบริโภคโซเดียมเฉลี่ย 3,636 มก./วัน ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำเกือบ 2 เท่า ทั้งจากเครื่องปรุงรส อาหารแปรรูปแช่แข็ง รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาจส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา เกิดการสะสมของพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ ไต และหลอดเลือด อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการกินบะหมี่ดิบจะพองในท้องจนอาจเกิดภาวะช็อกได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaihealth.or.th หรือโทร 02-343-1500หนูเล็ก ผู้มากด้วยปัญญา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม เกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน เป็นพื้นที่สีแดงกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผย เกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ให้เป็นพื้นที่สีแดง เป็นข้อมูลเท็จ เตือนอย่าแชร์ วันที่ 15 มีนาคม 2566 มีรายงานว่า แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องเกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ขอนแก่น ศรีสะเกษ อุดรธานี และยโสธร ให้เป็นพื้นที่สีแดง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีผู้บอกต่อข้อมูลที่ระบุว่า เกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ขอนแก่น ศรีสะเกษ อุดรธานี และยโสธร ให้เป็นพื้นที่สีแดง ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบข้อมูล และชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลปลอม ซึ่งทางรัฐบาลของประเทศเกาหลีใต้ไม่ได้มีการออกมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.mfa.go.th/th หรือโทร 0-2203-5000.หนูเล็ก ผู้มากด้วยปัญญา• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยข่าวปลอม เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คนละ 100 บาท ให้ไปรายงานตัวที่เขตเตือนข่าวปลอม อย่าหลงเชื่อ เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คนละ 100 บาท ให้ทุกคนไปรายงานตัวที่เขต ตรวจสอบแล้วเป็นข้อมูลเท็จ ปัจจุบันยังคงจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดช่วงอายุตามเดิม วันที่ 24 มิถุนายน 2565 แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีข้อความแจ้งในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คนละ 100 บาท ให้ทุกคนไปรายงานตัวที่เขต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีข้อความที่ระบุว่ามีการปรับเบี้ยผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นคนละ 100 บาท โดยให้ผู้มีสิทธิ์ทุกคนไปรายงานตัวที่เขตด่วนนั้น ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากยังคงจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเท่าเดิม ตามแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และในปัจจุบันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ คือ – อายุ 60 - 69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท – อายุ 70 - 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 700 บาท – อายุ 80 - 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาท – และอายุ 90 ปี ขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 1,000 บาท แต่สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปีงบประมาณ 2565 ดังนี้ 1. ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ 100 บาทต่อเดือน 2. ผู้สูงอายุที่มีรายได้มากกว่า 30,000 - 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ 50 บาท ต่อเดือน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารกรมกิจการผู้สูงอายุ สามารถติดตามได้ที่โทร. 02-642-4336.ข่าวการเมืองหนูเล็ก ผู้มากด้วยปัญญา• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยนักฟิสิกส์ฝรั่งเศสขอโทษ ใช้ไส้กรอกแทนภาพดาวจากกล้องเจมส์เว็บบ์นักฟิสิกส์ฝรั่งเศสขอโทษ ใช้ไส้กรอกแทนภาพดาวจากกล้องเจมส์เว็บบ์มีมstd47986• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหก เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้นความสวยความงามstd48007• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเคสลวงโลกสื่อโซเชียลมีทั้งมุมดีๆและด้านที่แย่ๆ ปะปนกันไป...อยู่ที่ใครจะเลือกเสพให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ทั้งในแง่สาระความรู้ความบันเทิง หรือแม้แต่จิตอาสายังประโยชน์ ส่วนรวม!!โลกโซเชียลสามารถร้อยรัดความเป็นหนึ่งในด้านดี กระทั่งสร้างความแตกแยกให้เกิดในสังคม สุดแล้วแต่สำนึกความรับผิดชอบของแต่ละคนจะเลือกทางใด? สัก 3-4 วันก่อน มีเรื่องน่าคิดที่เกิดจากการสร้างกระแสในโลกโซเชียล นำพาไปสู่สิ่งที่คาดไม่ถึง ถึงขนาดหลอกลวงสังคมให้เกิดความไม่สบายใจแก่หลายฝ่ายมีมstd47990• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยโควิด-19 : ทฤษฎีสมคบคิดและข้อมูลเท็จที่ทำให้คนยุโรปต่อต้านมาตรการโควิดช่วงไม่นานมานี้ มีผู้คนออกมาประท้วงในหลายประเทศในยุโรปจนเกิดการปะทะรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพวกเขาไม่พอใจที่ทางการกลับมาบังคับใช้มาตรการรับมือโควิด-19 อย่างเข้มงวดอีกครั้ง การประท้วงทั้งบนท้องถนนและในโลกโซเชียลมีเดีย มีการตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของทางการในการตัดสินใจดำเนินมาตรการดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยคนที่ออกไปร่วมการประท้วงด้วย อาทิ การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ตั้งแต่ การฉีดวัคซีนคือแผนการวางยาพิษต่อประชากร ไปจนถึงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลราวกับว่า "เผด็จการในการปราบปรามการประท้วง" เป็นต้น "จำเป็นต้องมีความรุนแรงเนื่องจากจำเป็นต้องทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น" ริคาร์โด ผู้จัดการประท้วงบอกกับรายการ BBC Newsnight หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจปราบจลาจลในเนเธอร์แลนด์ ส่วนที่ออสเตรีย กลุ่มต่อต้านวัคซีนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ที่ชื่อ "People, Freedom, Fundamental Rights" (MFG - หรืออาจแปลได้ว่า กลุ่มประชาชน เสรีภาพ และสิทธิพื้นฐาน) ได้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนการประท้วงบนถนนหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กลุ่ม MFG เปรียบเทียบมาตรการล็อกดาวน์กับการปกครองสมัยนาซีเยอรมนี โดยมีการใช้คำแรง ๆ อาทิ เผด็จการและนโยบายการแบ่งแยกสีผิวstd47978• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยชาวบ้านงง ช่างก็งง ถนนงบ 6.9 ล้าน สร้างไม่ตรงกัน อบต.แจงแล้ว ทำไมเป็นแบบนี้โดยจุดที่เป็นประเด็น อยู่ห่างจากปากซอยบ้านหนองแฝกเข้าไปประมาณ 500 เมตร มีการเทคอนกรีตแบ่งออกเป็น 2 เลน โดยเลนที่กำลังเทไปแล้วคือเลนซ้าย ส่วนฝั่งที่เทมาบรรจบกันได้มีการเริ่มเทมาจาก บ้านโนนดู่ มีส่วนที่เหลื่อมกันอยู่ประมาณ 1.5 เมตร และส่วนที่เกินออกไปประมาณ 1 เมตร จากการสอบถาม คนงาน (ไม่เปิดเผยชื่อ) ทราบว่า ที่เทแบบนี้เนื่องจากชาวบ้านชี้แนวเขตไม่ตรงกัน ทำให้ช่างเข้าใจผิดคิดว่าที่ถนนเดิมซึ่งความจริงเป็นที่นาชาวบ้าน จึงทำให้เทคอนกรีตเลื่อมเข้าไปในที่นาชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านมาร้องว่าล้ำเข้าไปในที่นา จึงหยุดการเทเอาไว้ จากนั้นจึงไปเทจากอีกหมู่บ้านถึงมาบรรจบกัน และจะแก้ไขส่วนที่ผิดทีหลัง ด้าน นายวินัย อายุ 48 ปี ชาวบ้านหนองแฝก ที่ใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมาเป็นประจำ เผยว่า จุดดังกล่าวที่ไม่ตรงกันนั้น ได้สร้างมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ตอนแรกก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่มาดูการสร้างแล้วพบว่า ไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน ไม่มีการวางผังให้ตรงกับเจ้าของที่ ทำให้เจ้าของที่ไม่ยอมจึงได้หยุดเอาไว้ก่อน เช่นเดียวกันกับ นายสมบัติ อายุ 48 ปี ชาวบ้านหนองแฝก เผยว่า ถ้าแบบนี้ตนเองคิดว่าไม่ผ่าน ต้องแก้ไขโดยเร็วเพราะถึงจะเทแค่เลนเดียวแต่ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องใช้ จึงควรทำให้สามารถสัญจรได้ ทั้งนี้ พบว่า ถนนเส้นดังกล่าวได้มีการขยายแนวเขตจากเดิม มีการนำดินมาถมใหม่ พบว่าดินบางจุดมีการทรุดตัวเนื่องจากถูกน้ำกัดเซาะ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องฝากผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดให้มากกว่านี้ข่าวการเมืองล้อเลียนstd47988• 3 ปีที่แล้ว
