ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
คลิป Imran Khan ร้องไห้ตาแดง
ไม่ระบุชื่อ
 •  4 ชั่วโมงที่แล้ว
meter: false
1 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)
Thanathun. เลือกให้ข้อความนี้❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง

เหตุผล

คลิปที่อ้างว่า Imran Khan ร้องไห้ตาแดงระหว่างถูกควบคุมตัว และกล่าวโจมตีสหรัฐฯ นั้น มีแนวโน้มสูงว่าเป็นคลิปที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI การตรวจ

ที่มา

https://www.thaipbs.or.th/verify/content/14751

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    “กฎแห่งกรรม” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มีคนเล่าให้ฟังว่า... สมัยก่อน...คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต.. > แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน ๕ ~ ๖ คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร > วันหนึ่ง...เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ คว้าปืนยาว...สะพายบ่า.เดินเข้าป่าไป... > อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ.....คือแกงเนื้อลิง... > พอเดิน เข้าป่าไปได้สักพัก. เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้.. > แกก็รีบยกปืนประทับบ่า...ยิงเปรี้ยง...ไปที่ตัวลิง.. > เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น... > ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จาก ต้นไม้ทันที... แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา... > จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่น่าเป็นไปได้...เพราะคุณพงษ์เทพ...แกยิงปืนแม่น... > ระยะแค่นี้ เป้าใหญ่ขนาดนี้...ไม่พลาดแน่นอน... > ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง...ร้องโหยหวน...เสียงดังมาก..... > ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ ... วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง > แล้วร้องโหยหวน...เหมือนกันหมด... > แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น... > สักครู่...ลิงตัวที่ถูกยิง. โยนวัตถุเล็ก ๆ...สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด... > แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจากต้นไม้... > คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง... ทะลุหน้าอก...เลือดแดงฉาน..เต็มตัว... > คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี... > ลิงที่ตกลงมาเป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง.เธอกำลังให้นม ลูก... > ลูกตัว น้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข... > ทันทีที่ถูกยิง..ถ้าเป็นลิงตัวอื่น... จะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้..... > แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้.. > เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ... > รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้นอันตราย... > เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้.แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ... > มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทาง ด้วยความตกใจ... > พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมี! เหลือทั้งหมด... > ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก.ฝูงลิงเข้ามาใกล้ ๆ.. > แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ > หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว...มองดูลูก...ถูกพาไป จนลับสายตาแล้ว.. แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว... > จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา.....ตาย.. คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้... > เพราะที่เบ้าตาลิง...มีหยดน้ำตาใส ๆ. กำลังไหลริน... > คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต.. > และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย ...... > เป็นแรงบันดาลใจ. ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง... > ชื่อว่า... “ลิงทะโมน” > เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก พงษ์เทพต้องเผชิญชตากรรมตามสนองคือ เป็นมะเร็งขั้นรุนแรงที่ตับ ไปผ่าตัดที่ รพ.กรุงเทพ มีทรัพย์สินขายเกือบหมด ตอนนี้เหลือบ้านเพียงแห่งเดียวที่ปากช่องพออยู่อาศัย โรคร้ายปะทุยังไม่หายนอนรอวันดับก็น่าสงสาร เพื่อน ๆ วงคาราบาวก็ไปเยี่ยมพร้อมกัน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงครับ https://youtu.be/U2jGXwBDClk
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เจน ญาณทิพย์ สัมผัสได้ถึงวิญญาณลูกเรือทั้ง5คนในเรือดำน้ำไททัน
    เจน ญาณทิพย์ สัมผัสได้ถึงวิญญาณลูกเรือทั้ง5คนในเรือดำน้ำไททัน น้องวัยอายุ19ลูกเศรษฐี วิญญาณน้องมาบอกว่า กลับบ้านไม่ถูก อยากให้ทางกู้ภัยติดต่อมาที่ตนเอง พร้อมทำพิธีเชิญดวงวิญญาณให้ ร่างน้องวัย19อยู่ไกล้ๆเรือไททานิก ร่างน้องจะอยู่ห่างจากหัวเรือไททานิก300เมตร อยากให้ทางกู้ภัยไปหาบริเวณจุดนั้น เพราะเจนได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องชัดเจน #สำนักข่าวpnk #titan #ไททัน #เรือดำน้ำ #OceanGate
    phomphithak4754
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    “กฎแห่งกรรม” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
    มีคนเล่าให้ฟังว่า... สมัยก่อน...คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต.. > แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน ๕ ~ ๖ คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร > วันหนึ่ง...เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ คว้าปืนยาว...สะพายบ่า.เดินเข้าป่าไป... > อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ.....คือแกงเนื้อลิง... > พอเดิน เข้าป่าไปได้สักพัก. เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้.. > แกก็รีบยกปืนประทับบ่า...ยิงเปรี้ยง...ไปที่ตัวลิง.. > เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น... > ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จาก ต้นไม้ทันที... แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา... > จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่น่าเป็นไปได้...เพราะคุณพงษ์เทพ...แกยิงปืนแม่น... > ระยะแค่นี้ เป้าใหญ่ขนาดนี้...ไม่พลาดแน่นอน... > ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง...ร้องโหยหวน...เสียงดังมาก..... > ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ ... วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง > แล้วร้องโหยหวน...เหมือนกันหมด... > แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น... > สักครู่...ลิงตัวที่ถูกยิง. โยนวัตถุเล็ก ๆ...สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด... > แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจากต้นไม้... > คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง... ทะลุหน้าอก...เลือดแดงฉาน..เต็มตัว... > คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี... > ลิงที่ตกลงมาเป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง.เธอกำลังให้นม ลูก... > ลูกตัว น้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข... > ทันทีที่ถูกยิง..ถ้าเป็นลิงตัวอื่น... จะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้..... > แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้.. > เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ... > รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้นอันตราย... > เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้.แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ... > มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทาง ด้วยความตกใจ... > พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมี! เหลือทั้งหมด... > ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก.ฝูงลิงเข้ามาใกล้ ๆ.. > แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ > หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว...มองดูลูก...ถูกพาไป จนลับสายตาแล้ว.. แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว... > จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา.....ตาย.. คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้... > เพราะที่เบ้าตาลิง...มีหยดน้ำตาใส ๆ. กำลังไหลริน... > คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต.. > และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย ...... > เป็นแรงบันดาลใจ. ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง... > ชื่อว่า... “ลิงทะโมน” > เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก พงษ์เทพต้องเผชิญชตากรรมตามสนองคือ เป็นมะเร็งขั้นรุนแรงที่ตับ ไปผ่าตัดที่ รพ.กรุงเทพ มีทรัพย์สินขายเกือบหมด ตอนนี้เหลือบ้านเพียงแห่งเดียวที่ปากช่องพออยู่อาศัย โรคร้ายปะทุยังไม่หายนอนรอวันดับก็น่าสงสาร เพื่อน ๆ วงคาราบาวก็ไปเยี่ยมพร้อมกัน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงครับ
    std48367
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    คำเตือน!!!โปรดเรียนรู้จากสิ่งนี้
    คำเตือน!!!โปรดเรียนรู้จากสิ่งนี้ เวลาที่คุณเดินทางโดยเครื่องบิน ให้ระวังผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ และพูดคุยอย่างเป็นมิตร หญิงชราเข้ามานั่งข้างฉันในเครื่องบิน เธอขอให้ฉันช่วยวางกระเป๋าในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ แต่สุภาพบุรุษที่นั่งตรงข้ามก็เข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว (ฉันไม่สูงมากและช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะเป็นสิ่งที่ฉันพยายามหลีกเลี่ยงในทุกกรณี) เธอนั่งลงทันที และเริ่มบทสนทนา เธอพูดจาไพเราะมาก ดังนั้น เราจึงคุยกันตลอดเที่ยวบินไปดูไบ ทันใดนั้น เมื่อนักบินประกาศว่าเรากำลังเริ่มเดินทางมุ่งสู่ DXB เพื่อนใหม่ของฉันเกิดปวดท้อง กระทันหัน ฉันรีบกดปุ่มเรียกพนักงานต้อนรับและบอกว่าเธอไม่สบาย ผู้หญิงคนนี้ เริ่มเรียกฉันว่า 'ลูกสาวของฉัน' แอร์โฮสเตสบอกฉันว่าพวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ยาแก้ปวดและรอจนกว่าเครื่องจะลงจอด นักบินประกาศว่าเรามีเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนเครื่อง และแนะนำให้เราทุกคนอยู่ในความสงบ เพื่อนใหม่ของฉันกำลังร้องไห้และเหงื่อออกอย่างบ้าคลั่ง และเธอไม่ยอมปล่อยมือฉัน ทำให้ทุกคนคิดว่าเรารู้จักกัน เมื่อเราลงจอดที่ DXB สุภาพบุรุษคนเดียวกับที่ช่วยวางกระเป๋าของเธอในช่องเหนือศีรษะ ก็ลุกขึ้นมาช่วยหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอ แต่เมื่อเขาหยิบสัมภาระของเธอออกมา เขาแนะนำให้ฉันทำตัวห่างเหินจากผู้หญิงคนนี้ และบอกให้ลูกเรือรู้ว่าเราไม่ได้เดินทางมาด้วยกัน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมาถามฉันว่าเราสนิทกันไหม ฉันยืนยันกับพวกเขาว่าเราเพิ่งพบกันบนเครื่องบิน ฉันไม่รู้จักเธอเลย เมื่อเราเริ่มเดินลงจากเครื่องและฉันกล่าวคำอำลา เธอก็ขอร้องให้ฉันถือกระเป๋าถือของเธอ ฉันรู้สึกลังเล แต่สุภาพบุรุษคนนั้นมองตาฉันและส่ายหัวอย่างหนักแน่น เขาส่งข้อความบอกฉันให้ลูกเรือช่วยจัดการแทน ฉันจึงออกจากเครื่องบินและปล่อยให้ 'เพื่อนใหม่' ของฉันรอรถเข็นกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ระหว่างที่รอกระเป๋า ฉันได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย 'เพื่อนใหม่' ของฉันกำลังวิ่งหนี เธอลุกจากรถเข็น ทิ้งกระเป๋าถือไว้กับแอร์โฮสเตสแล้ววิ่งไปที่ทางออกพร้อมกับสัมภาระที่เหลือของเธอ! โชคดีที่ตำรวจสนามบินเร็วกว่า พวกเขาจับเธอและนำตัวกลับมาพร้อมกุญแจมือ ผู้หญิงคนนี้เริ่มโทรหาฉัน.. " ลูกสาวของฉันๆ !.. เธอทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง!! เธอขนยาเสพติดและพยายามจะโยนความผิดให้ฉัน!" โชคดีที่สุภาพบุรุษคนนั้นบอกตำรวจสนามบิน ว่าฉันและเธอเพิ่งพบกันบนเครื่อง ตำรวจนำหนังสือเดินทางของฉันไปและขอให้เธอเปิดเผยชื่อเต็มของฉันหากเราเดินทางไปด้วยกันจริง ขอบคุณพระเจ้า!! ฉันไม่ได้บอกชื่อของฉันกับเธอด้วยซ้ำ ฉันถูกสั่งให้ตามตำรวจไปที่ห้องเล็กๆ และถูกสอบสวนอย่างละเอียด ฉันพบเธอที่ไหน...ฉันขึ้นที่ไหน...เธอขึ้นที่ไหน ฯลฯ... และกระเป๋าเดินทางของฉันก็ถูกค้นและปัดฝุ่นอย่างถี่ถ้วนเพื่อหาลายนิ้วมือ พวกเขาตรวจพิสูจน์กระเป๋าเดินทางของเธอทั้งหมดและไม่พบลายนิ้วมือของฉันในกระเป๋าเดินทางหรือกระเป๋าถือของเธอ! ฉันถูกปล่อยตัวพร้อมกับคำแนะนำ ว่าไม่ให้แตะต้องกระเป๋าเดินทางของใครเลย ไม่ว่าจะบนเที่ยวบินหรือที่สนามบิน จากวันนั้น ฉันไม่สนหรอกว่าคุณจะมีสัมภาระมากแค่ไหน คุณจะต้องจัดการกับมันเอง ฉันจะไม่เสนอรถเข็นให้คุณวางกระเป๋าเดินทางของคุณ! สัมภาระของคุณ คือปัญหาของคุณ...และถ้าคุณไม่สามารถเอื้อมถึงห้องเก็บของเหนือศีรษะได้ และฉันเป็นคนที่ใกล้ที่สุด โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่บนเครื่อง เพราะทั้งหมดที่ฉันจะทำคือจ้องมองคุณเปล่าๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง! ข้อมูล - WhatsApp
    Mrs.Doubt
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    หญิงตั้งครรภ์แห่เสพยาบ้าเพราะเชื่อว่าจะทำให้คลอดง่ายเป็นความเชื่อที่อันตรายหรือไม่?
    สถานการณ์ปัจจุบันที่ รพ.ต่างๆ ต่างพบว่ามีหญิงที่เสพยาบ้าในขณะตั้งครรภ์จไนจำนวนมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะมีความเชื่อผิดๆ เช่นนี้อยู่ด้วย ซึ่งพอลองค้นข้อมูลเรื่องนี้บนอินเทอร์เน็ตดูก็เจอว่าเคยมีคุณหมอหลาย รพ.ก็ได้ออกมาบอกว่า การเสพยาบ้าเป็นอันตรายต่อบุตรในครรภ์เป็นอย่างมาก เช่น นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวใน นสพ.มติชนออนไลน์ว่า ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี หรือ อนุพันธ์แอมเฟตามีนใดๆ ไม่ได้ช่วยให้กระบวนการใดๆทั้งสิ้นของการคลอดบุตรง่ายขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม มีเอกสารทางวิชาการหลายฉบับทั้งในและต่างประเทศได้ยืนยันว่า การที่มารดาเสพติดยากลุ่มแอฟตามีนหรือยาบ้าในขณะตั้งครรภ์ก่อให้เกิดอันตรายมากมากมายแก่บุตร ได้แก่ การแท้งบุตร เสียชีวิตในครรภ์หรือขณะคลอด ภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ ความผิดปกติของหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง สมองตาย เซลประสาทถูกทำลาย ศีรษะเล็ก บุตรที่คลอดจากมารดาที่ติดยาบ้าจะมีอาการติดยาบ้าเช่นเดียวกับมารดา ได้แก่ มีปัญหาภาวะกดการหายใจ ร้องไห้ไม่หยุด กระวนกระวาย ไม่ดื่มนมตามปกติ เลี้ยงดูยาก เมื่อเติบโตไปยังมีผลต่อความผิดปกติของสมาธิ ความจำและความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมต่างๆตามมา สำหรับมารดาเองที่เสพติดยาบ้า พบว่าประสบอันตรายหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆขณะตั้งครรภ์มากกว่าคนทั่วไปแล้ว หลังคลอดบุตรยังพบภาวะตกเลือดรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต มีหลายรายที่เกิดภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าอีกด้วย อ้างอิง: ข้อมูลจาก รพ.ปทุมธานี, หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
    naruemonjoy
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ⏰ถ้าไม่อ่าน..คุณจะเสียใจ💥 ■ รองเท้าเด็กน้อยถูกคลื่นทะเลซัดหายไป..เด็กน้อยเขียนที่ริมหาด ว่า.⭐." ทะเลคือขโมย " (black small square)อีกชายฝั่งของทะเลชาวประมงหาปลาได้เป็นจำนวนมาก..ชาวประมงเขียนที่หาดทรายว่า... " ⭐ทะเลคือผู้ให้ " ◾ชายหนุ่มคนหนึ่งจมทะเลตาย..แม่ของเขาเขียนที่ชายหาดว่า.. " ⭐ทะเลคือฆาตกร " . ◾ชายชราเดินหลังค่อม ก้มหน้าเดินถือไม้เท้า พบไข่มุกอันล้ำค่า จึงเขียนว่า ⭐." ทะเลคือผู้เมตตา " . ทันใดนั้น " คลื่น " ได้ซัดยังชายฝั่งและลบการเขียนทั้งหมด ! พร้อมกล่าวขึ้นเบาๆ ว่า.. ▪️."อย่าไปสนใจคำตัดสินของผู้อื่น หากเจ้าคิดจะเป็นทะเล " ▪️.อย่าไปวิตกกับสิ่งที่ผ่านมา ความพ่ายแพ้ หรือความผิดหวัง ความสุข หรือความทุกข์ เพราะหากชีวิตมนุษย์จะเรียบง่าย คงไม่เริ่มต้นด้วยการร้องไห้เมื่อแรกเกิด ▪️คนเรา " เกิดมา " พร้อมกับเสียงร้องไห้ของตัวเอง แต่ ▪️ " ตายไป " พร้อมกับเสียงร้องไห้ของผู้อื่น ช่วงเวลาระหว่างนั้น เรียกว่า " ชีวิตคน " ▪️แมวชอบกินปลา แต่แมวลงน้ำไม่ได้ ▪️ปลาชอบกินไส้เดือน แต่ขึ้นฝั่งมากินไส้เดือนไม่ได้ ▪️ ชีวิตคนเรา " มีได้ - มีเสีย " มีทั้ง "ได้เลือก" และต้อง "ล้มเลิก" ▪️.ในชีวิตคนเราไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเป็นไปดั่งใจนึกได้หมด .▪️จงอย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับใครเพราะมันไม่คุ้ม ▪️จงอย่าจริงจังกับ ตัวเองเกินไปเพราะจะทำร้ายตัวเอง ▪️จงอย่าไปจมอยู่แต่อดีต เพราะมันไม่ได้อะไรขึ้นมา.. ▪️จงอย่าจริงจังกับปัจจุบันมากไปเพราะชีวิตยังคงต้องเดินต่อไป.. ▪️ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของๆ เรานอกจากสุขภาพกายที่แข็งแรง (⭐อันมาจากสุขภาพใจที่เข้มแข็ง เปี่ยมกำลังใจ) ▪️อย่าได้อวดเรื่องเงินเรื่องทอง ตายไปก็กลายเป็นเพียงเศษกระดาษ ▪️.อย่าได้อวดเรื่องหน้าที่การงาน ลาออกไปแล้วจะมีคนมาแทนที่คุณและอาจทำได้ดีกว่าคุณ ▪️อย่าอวดเรื่องบ้านเรื่องรถ ตายไปแล้วก็เป็นของทายาท..คุณหมดเวลา ▪️คุณอวดเรื่อง"สุขภาพแข็งแรง"จะดีกว่า คนอื่นตายไปแล้วคุณยังนอนเล่นริมทะเลนั่งจิบชามองดูลูกหลาน..อย่างมีความสุขและเข้าใจในชีวิต. ⭐ "10 ปี 7 ครั้ง" ค่อยๆตั้งใจอ่าน เปิดใจรับแล้วจะพบแต่ความสุขที่ได้เกิดมาบน โลกใบนี้..... ▪️"ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสักกี่ครั้งกัน" ชอบประโยคนี้มากมันจริงอย่างยิ่ง ▪️ถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปี เราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง ▪️1. สิบปีแรก...หมดไปกับความไร้เดียงสา ▪️2. สิบปีต่อมา...หมดไปกับการศึกษาเล่าเรียน ▪️3. สิบปีต่อมา...หมดไปกับการทำงานและการใช้ชีวิต ▪️4. สิบปีต่อมา...หมดไปกับการสร้างฐานะ สร้างครอบครัว ▪️5. สิบปีต่อมา...หมดไปกับการลงหลักปักฐาน รักษาสิ่งที่หามา ▪️6.สิบปีต่อมา...หมดไปกับการดูแลรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง ▪️7.สิบปีสุดท้าย...หมดไปกับการปล่อยวางทุกสิ่งรอคอยการกลับบ้าน ▪️แต่ละสิบปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหกอีกไม่นานปีนี้ก็จะผ่านไป ▪️มีอะไรที่เราทำไปแล้วมากมายและก็ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่ได้ทำ ▪️ เวลา คือ หน่วยเงินในกำมือของเราที่เอาไปแลกสิ่งอื่น - เราเอาเวลาไปแลกงาน - เราเอางานไปแลกเงิน - แต่เราก็ไม่เคยเอาเงินไปแลกเวลาคืนกลับมาได้สักที ▪️ถ้า 'ธนาคารเวลา'มีจริง เราก็ไม่เคยมีสมุดบัญชีสักเล่มที่จะให้เราดูได้..ว่าตอนนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่? ◾เรารู้ว่าเราใช้"สิบปี"ของเราไปกี่ครั้งแล้ว ◾แต่เราไม่อาจรู้ว่า... เราจะใช้"สิบปี"ที่เหลือของเราได้ครบมั้ย ▪️แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับเราใช้เวลาสิบปีของเราไปคุ้มค่าหรือเปล่า ▪️เมื่อเราหันหลังกลับมาขอให้พูดได้เต็มปากว่าเราใช้มันไปอย่างไม่น่าเสียดาย ⭐ ชี วิ ต ค น เ ร า จ ะ มี "สิ บ ปี" สั ก กี่ ค รั้ ง กั น? ⭐ ใช้สิบปี เจ็ดครั้งของเรา ใ ห้ คุ้ ม ค่า สวัสดีกับสิบปีปัจจุบันของท่าน เขียนดีมาก อ่านให้จบ คุณอาจจะหัน มารักตัวเอง... ⭐สรุป: ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ ⭐- ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง ⭐- ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ ⭐- ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง ⭐- มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน ⭐- มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน ⭐- ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน ⭐- ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง ⭐- ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน ⭐- หมั่นเตือนตน : ชีวิตนี้สั้นนัก 🔺️# อยากกิน...กิน 🔺️# อยากเที่ยว....เที่ยว 🔺️# เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้ 🔺️# ไม่เครียด ปล่อยวาง 🔺️# สุขสบายทุกเพลา ◾ เวลาที่ยังจับมือไหว ให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์ หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆบ้าง ◾ เวลาที่ยังกอดไหว ให้โอบกอดให้ชื่นใจ ◾ ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง และเพื่อนที่ดีต่อไป ▪️ ครอบครัวสุขสรรค์ มาก่อนเสมอ !!! ▪️ เวลาที่อยู่ด้วยกัน อย่าได้โกรธกันง่ายๆ ▪️ที่สำคัญ ต้องเป็น "ผู้ให้" ก่อนเสมอ ▪️เต็มใจ - สุขใจ ที่เป็นผู้ "ให้" ▪️รู้จัก "ขอโทษ" และ "สำนึกผิด" ทุกครั้งที่ทำ "ผิด" ▪️ ท้ายสุด "ปล่อยวาง" และ "พอเพียง" ⭐ คิดดี ทำดี พูดดี...มีสุข # ถ้าคุณส่งให้เพื่อนๆแสดงว่าคุณเป็นคนรักและหวังดีกับเพื่อนคุณ #ถ้าไม่ส่งแสดงว่าคุณรักแต่ตัวเองไม่คิดจะเผื่อแผ่ความสุขให้คน รอบข้างและเตือนสติเพื่อนของคุณ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ฝากเงินออมสินได้อัตราดอกเบี้ยเผื่อเรียก .50 บาท ฝากประจำได้อัตราสูงสุด 1.50 บาท แต่ถ้าถอนเงินจากธนาคารมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลในเดือน มีนาคม 67 พันธบัตรให้ดอกเบี้ย 3.4% ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร 6 เท่า และยังจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ซื้อทุกๆ 3 เดือนอีก รัฐบาลทำแบบนี้ประชาชนที่มีเงินฝากกินดอกกับธนาคารก็จะเบิกเงินฝากจากธนาคารทั้งหมดไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ธนาคารทุกธนาคารขาดสภาพคล่อง เป็นการปล้นเงินแบบถูกต้องตามกฎหมายด้วยแรงจูงใจดอกเบี้ย 3.4% แล้วเอาไปเข้าระบบดิจิทัลวอลเล็ต 500,000 ล้านบาท ที่นายกทั้งสองซื้อโทเคนเงินบิทคอยของสหรัฐเอาไว้แลกเงินบาทที่มาจากการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเอามาแจกเป็นเงินดิจิทัลใช้คูปองแทนเงินสด เงินบาทเข้าระบบดิจิทัลบล็อกเชน พอเงินเข้าระบบได้รับค่านายหน้า 3 % และเวลาเอาคูปองแลกกับเป็นเงินบาทได้อีก 3% ตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ปี 2535 รวมเงินเข้าออกจากระบบดิจิทัล 6%จากยอดเงิน 500,000 ล้านบาทตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ 500,000×6%=30,000 ล้านบาท เรียกว่าปล้นถูกต้องตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ แล้วยังมีค่าแลกเปลี่ยนจากคูปองเป็นเงินบาทอีก 30% เป็นเงินอีก 500,000×30%=150,000 ล้านบาท รวมแล้วร่วมสองแสนล้านบาท หลอกให้ประชาชนซื้อพันธบัตรดอกเบี้ย 3.4% แล้วเอาเข้าระบบบล็อกเชนได้ค่าหลอกลวง 200,000ล้าน แล้วประชาชนก็ใช้หนี้ไปทั้งชาติ แล้วเงินในคลังจะเหลือได้อย่างไรคงมีแต่หนี้สินล้นพ้นตัวเตรียมล้มละลายกันทุกธนาคารนับแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นไป การขายพันธบัตรให้กับประชาชนโดยให้ดอกสูงเพื่อเอาเงินมาแจกประชาชนฟรีๆโดยที่ประเทศมีแต่ขาดทุนทุกๆด้านและจะต้องแจกเป็นเงินดิจิทัลเงินอากาศ แบงค์กาโม่ เพราะมันตรวจสอบไม่ได้ เป็นการทำลายระบบธนาคาร รัฐวิสาหกิจของประเทศ ให้เจ๊ง ล้มละลาย เพราะประชาชนแห่เอาเงินมาซื้อพันธบัตร ต่อไปประชาชนต้องนอนกอดพันธบัตรร้องไห้ เหมือนใบประทวนรับจำนำข้าวไม่มีผิด
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    "เหลียวพม่า มองไทย" ย้อนศึกษาประวัติศาสตร์ ช่วยบอกปัจจุบันและอนาคต ตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวตะวันตกรู้จักและมีความสนใจแค่ 2 มหาอำนาจในดินแดนตะวันออกไกล ซึ่งก็คืออินเดียและจีน เท่านั้น จุดเริ่มต้นจริงๆ ที่ทำให้ประเทศในดินแดนในแหลมอินโดจีนโดนคุกคาม นั้นมาจากพม่าที่เริ่มต้นไปกระตุกหนวดเสือ เพราะพม่าคิดว่าตัวเองเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลอยู่ในแถบนี้ จึงส่งกองทัพไปบุกโจมตีเพื่อจะขยายอำนาจเข้าไปในเบงกอล ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐอิสระในเขตอิทธิพลของอังกฤษในอินเดีย แต่สงครามจบลงด้วยการพ่ายแพ้อย่างยับเยินของพม่า และที่สำคัญคือการทำให้อังกฤษสนใจจะขยายอำนาจจากอินเดียที่ตนครอบครองอยู่แล้ว เข้ามาสู่พม่าและดินแดนถัดไปในแหลมอินโดจีน ที่มีไทยอยู่ในจุดศูนย์กลาง ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ พม่าคือชาติมหาอำนาจในดินแดนแถบนี้ แล้วเวลาผ่านไปพม่าก็เริ่มเสื่อมลง แต่พม่ายังคงเข้าใจว่าตัวเองยิ่งใหญ่ เมื่ออังกฤษมีอำนาจเหนืออินเดีย พม่าจึงลองของ หวังจะแสดงฤทธานุภาพ เช่นเดียวกับจีน ที่ ณ เวลานั้นความยิ่งใหญ่จากยุคที่เคยเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกในอดีต ทำให้จีนยังคงลำพอง ทั้งๆ ที่ไม่เคยพัฒนาอะไรใหม่ขึ้นมาเลย ผิดกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมสำเร็จ จนเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยี เมื่ออังกฤษมาถึง ทั้งจีนและพม่าจึงพ่ายแพ้อย่างยับเยิน เพราะประเมินตัวเองสูง แต่ประเมินอังกฤษไว้ต่ำ ในขณะที่ไทยเรา หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก แล้วสมเด็จพระเจ้าตากสินมากู้แผ่นดิน ตามต่อมาด้วยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ตั้งใจทะนุบำรุงบ้านเมือง จากรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 5 ที่เป็นช่วงเวลาที่ฝรั่งเริ่มขยายอำนาจมาถึง ไทยก็เป็นประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียไปแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 4 บวชเรียนอยู่หลายสิบปี ศึกษาศิลปวิทยาทั้งไทยและเทศ จนเป็นปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เมื่อขึ้นครองราชสมบัติก็จ้างฝรั่งมาทำงาน รวมทั้งจ้างฝรั่งมาสอนภาษาและศิลปวิทยาการสมัยให้กับพระราชโอรสและพระราชธิดา ข้าราชบริพาร เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 5 ครองราชย์ และมีอำนาจเต็มเมื่อพระชนมพรรษา 20 ก็ทรงรอบรู้ศิลปวิทยาการสมัยใหม่เรียบร้อยแล้ว จนมีหลักฐานบันทึกไว้ว่า ทรงได้รับการยกย่องจากชาติตะวันตก ว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่สมาร์ทที่สุดในเอเชีย สมาร์ทในที่นี้หมายถึง ความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ รวมทั้งหมายถึงการแต่งกายและการเข้าสังคมแบบชาวตะวันตก ทรงไม่ได้รับมือ มหาอำนาจของโลกด้วยการทหาร อย่างจีนและพม่า แต่ทรงใช้วิธีพัฒนาประเทศและบุคลากรให้ทันสมัยเทียมหน้าฝรั่ง รวมทั้งทรงใช้ทูตเป็นเครื่องมือในการต่อกรกับมหาอำนาจฝรั่ง ความสามารถทางการทูตของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ชัด ทั้งการเดินทางไปเจรจาทางการทูตด้วยพระองค์เอง และทั้งส่งพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการเป็นตัวแทนพระองค์ วันที่พม่าเสียเมือง คณะราชทูตไทย และคณะราชทูตพม่าอยู่ที่อังกฤษเรียบร้อยแล้ว แต่พม่าเดินเกมส์การเมืองผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ยากจะเยียวยา วันนั้น คณะราชทูตพม่า ประเทศที่เคยเป็นศัตรูสู้รบกันมาหลายร้อยปี ยังไม่ทันมีโอกาสจะเข้าเจรจาการทูต เพราะพม่าเสียเมืองให้อังกฤษไปเสียก่อนแล้ว จึงมาขอเข้าพบเพื่อปรับทุกข์กับคณะราชทูตของไทย คณะราชทูตพม่าต้องมานั่งร้องไห้เสียใจกับคณะราชทูตของไทย กับการเสียเมืองในคราวนั้น ในอดีต พม่าประกอบด้วยชนชาติต่าง ๆ กว่า 135 ชนชาติ จนกระทั่งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และได้แบ่งการปกครองในพม่าออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตพม่าแท้และเขตภูเขา โดยเขตพม่าแท้อยู่ทางตอนกลางของประเทศ เขตภูเขามี 7 รัฐ คือ ฉาน กะเหรี่ยง มอญ กะยา กะฉิ่น ชิน ยะไข่ โดยเฉพาะ “รัฐฉาน” มี 34 เมืองแต่ละเมืองมีเจ้าฟ้าปกครองดูแล รัฐฉาน หรือเมืองไต เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศพม่า ภูมิประเทศเป็นผืนป่าและภูเขาสูง เป็นรัฐที่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ในอดีตเรื่อยมาจนถึงปี 2502 รัฐฉานได้ปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้า หรือคล้ายๆ กับเจ้าเมืองปกครอง โดยเจ้าฟ้าสืบทอดเชื้อสายในตระกูล ในบันทึกประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมของอังกฤษ รัฐฉานมีเจ้าฟ้าปกครองทั้งสิ้น 34 หัวเมือง อังกฤษบอกว่าถ้าต้องการได้รับเอกราชจากอังกฤษ ต้องรวมการปกครองให้เป็นหนึ่งเดียวเสียก่อน เขตพม่าแท้จึงชักชวนเขตภูเขาให้มารวมตัวเป็นประเทศเดียวกันเป็นการชั่วคราว หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง นายพลอองซาน บิดาของนางอองซาน ซูจี ได้หันมาโน้มนาวให้รัฐต่างๆ รวมถึงรัฐฉานร่วมกับพม่าเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ ด้วยความที่ไม่เชื่อใจพม่ามาตั้งแต่ต้น ทางเจ้าฟ้าจึงได้ขอให้มีการทำข้อตกลงกันไว้ที่เมืองป๋างโหลง ทางใต้ของรัฐฉานเมื่อปี 2490 ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “สัญญาป๋างโหลง” ซึ่ง 1 ใน 9 ข้อตกลงนั้นระบุไว้ว่า หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษและอยู่ร่วมกับพม่าครบ 10 ปี รัฐฉาน รัฐชินและรัฐคะฉิ่นที่เข้าร่วมลงนามสัญญาป๋างโหลงมีสิทธิ์แยกตัวออกจากพม่าไปตั้งประเทศได้ตามที่ต้องการ ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกของพม่าก็มีการเขียนไว้ด้วยว่า ‘รัฐฉานสามารถเป็นอิสระจากพม่าได้ในปี 2501’ หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐต่างๆ และพม่าได้รวมตัวก่อตั้งเป็นสหภาพพม่าขึ้น มีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีและใช้ระบบสภา แต่อาจกล่าวได้ว่า การรวมกันเป็นสหภาพนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากแนวคิดของนายพลอองซาน มาตั้งแต่ต้น แต่มาจากริเริ่มของเจ้าฟ้าไทใหญ่ ที่พยายามก่อตั้งสหภาพขึ้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ 2488 โดยในตอนแรกมีแนวคิดจะร่วมกับรัฐคะฉิ่นและรัฐชิน แต่ไม่รวมกับพม่า หลังจากพม่ารวมประเทศ "เจ้าฟ้าส่วยแต๊ก" แห่งเมืองหย่องห้วย (ยองห้วย) รัฐฉาน ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของพม่า มีนายอองซานได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมานายอองซานถูกลอบสังหาร นายอูนุจึงเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ จนกระทั่งครบ 10 ปี รัฐต่าง ๆ จึงขอแยกตัวเป็นอิสระตามข้อตกลงใน “สัญญาปางโหลง” แต่นายอูนุ ไม่ยอมเนื่องจากกลัวว่าจะสูญเสียรายได้จำนวนมากที่ได้จากทรัพยากรธรรมชาติในดินแดนของรัฐต่างๆ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ความพยายามขอแยกตัวออกมาจากพม่ายังไม่ประสบความสำเร็จ ในปี 2502 เจ้าฟ้าถูกขอให้สละอำนาจ ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกับพม่า แต่ความไม่ชอบมาพากลเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อกองทัพพม่าได้ส่งทหารพม่าเข้ายึดครองพื้นที่ต่างๆ ของรัฐฉาน โดยใช้ข้ออ้างเข้ามาปราบปรามทหารก๊กมินตั๋งที่ถอยร่นมาจากประเทศจีน แต่ฝันร้ายที่สุดของรัฐฉานเกิดขึ้นจนได้ในปี 2505 เมื่อนายพลพม่านามว่า ‘เนวิน’ ได้ยึดอำนาจและปกครองประเทศโดยระบอบเผด็จการทหาร จากความอ่อนแอของรัฐบาลชุดนายอูนุ ทำให้นายพลเนวิน ผู้บัญชาการทหารบกของพม่าขณะนั้น ปฏิวัติยึดอำนาจในปี พ.ศ.2505 ประกาศยุบสภา ส่งผลให้สัญญาปางโหลงกลายเป็นโมฆะไป บรรดาพระเทวี เจ้าชาย เจ้าหญิง ตามเมืองต่างๆ จึงต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น หลังจากการรัฐประหาร บรรดาเจ้าถูกกวาดล้างและถูกควบคุมในวัง จะไปไหนอย่างไรต้องรายงานทหารและถูกควบคุม หลังเนวินยึดอำนาจในปี 2505 เจ้าฟ้าเมืองต่างๆ ทุกพระองค์ถูกยึดทรัพย์ และถูกจับกุมตัวไปคุมขังไว้ที่คุกอินเส่ง ในย่างกุ้งเป็นเวลานานเกือบนับ 10 ปีในฐานะนักโทษทางการเมือง เจ้าฟ้าบางพระองค์สิ้นพระชนม์ในคุก หนึ่งในนั้นคือเจ้าฟ้าส่วยแต้ก แห่งเมืองหยองห้วยที่สิ้นพระชนม์จากโรคหัวใจล้มเหลว หลังอยู่ในคุกนานกว่า 8 เดือน เจ้าส่วยแต้กดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศพม่า ในหนังสือ ‘The White Umbrella’ ได้กล่าวไว้ว่า ในงานพิธีศพของเจ้าส่วยแต้กที่จัดขึ้นที่วังหยองห้วยนั้น มีประชาชนจำนวนมาก ทั้งชาวไทใหญ่ ชาวพื้นเมืองที่เดินเท้ามาจากภูเขาอันห่างไกลเป็นเวลาหลายวันเพื่อมาเคารพศพของเจ้าส่วยแต้กเป็นครั้งสุดท้าย ภาพของผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมงานศพของเจ้าฟ้าองค์นี้กลายเป็นภาพที่แสดงออกถึงการต่อต้านไม่ยอมรับกองทัพพม่าโดยปราศจากอาวุธ เป็นงานศพเจ้าฟ้าที่จัดอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติและเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นในรัฐฉาน อีกหนึ่งเจ้าฟ้าที่ชีวิตพลิกผันนั่นคือ ‘เจ้าจายหลวงแห่งเมืองเชียงตุง’ เมืองใหญ่สำคัญอันดับต้นๆ ของรัฐฉาน เจ้าจายหลวงที่สำเร็จการศึกษามาจากต่างประเทศและเพิ่งได้ขึ้นบริหารเมืองเชียงตุงเพียง 15 ปี ถูกเนวินจับคุมขังเป็นเวลา 6 ปี ที่คุกอินเส่ง มรสุมชีวิตของท่านยังไม่จบแค่นั้น ถึงแม้ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับเชียงตุง ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ย่างกุ้งจนวาระสุดท้าย เจ้าจายหลวงวัย 70 ปี สิ้นพระชนม์ที่ย่างกุ้งเมื่อปี 2540 โดยไม่มีโอกาสได้เห็นบ้านเกิด ปิดฉากเจ้าฟ้าองค์สุดท้ายแห่งเชียงตุง รัฐฉานน้อยใหญ่ทางตอนเหนือของพม่า ที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นพม่า ได้นัดแนะจะรวมชาติเป็นสหภาพแห่งรัฐฉาน แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของพม่า ที่ขอให้รัฐฉานมารวมกับพม่า เป็นสหภาพพม่า เพื่อรวมกำลังเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษก่อนแล้วค่อยแยกประเทศ แต่เมื่อได้เอกราชจากอังกฤษ พม่าก็หักหลัง ฉีกสัญญาที่จะให้รัฐฉานเป็นอิสระ ตอนจบของเรื่องนี้ พม่าเสียเมือง สิ้นแสงฉาน แต่สยามยังอยู่ยั้งยืนยงคงเอกราชเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบันนี้ ก็เพราะพระบารมี พระปรีชาสามารถ และพระวิริยอุตสาหะในการทนุบำรุงชาติและประชาชนของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ เกิดเป็นไทยแล้ว ต้องรู้คุณแผ่นดิน ต้องรู้คุณพระมหากษัตริย์ไทย อย่าได้ให้ใครมาทำร้ายลูกหลานเหลนโหลนของราชวงศ์จักรี ที่ทุ่มเททุกอย่างให้คนไทยมีแผ่นดินอยู่ เหลียวดูพม่าแล้ว มองกลับมาที่ไทยเรา ใครที่หลอกคนไทย ว่าไทยไร้ซึ่งอิสรภาพ เสรีภาพและความเสมอภาค ถึงแม้ว่าเราจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่เราคือหนึ่งในอันดับต้นๆ ของประเทศที่กำลังพัฒนา และเราคือประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในแหลมทองอินโนจีนแห่งนี้ ประชาชนชาวพม่า ลาว กัมพูชา ผู้น่าสงสารนั้น บ้านเมืองเคยผ่านความไม่สงบสุข เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจนั้นถูกทำลาย จนถึงทุกวันนี้พม่า ประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และทรัพยากรมากมายมหาศาลยังคงไม่เคยได้รับการพัฒนา เพราะการเมืองที่ขาดคนกลาง อย่างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจอย่างที่คนไทยมี และถึงแม้จะเปลี่ยนทั้งเมืองหลวงและชื่อประเทศมาหลายครั้ง ก็ยังคงมีปัญหาการเมืองไม่สิ้นสุด ทุกวันนี้เราพบชาวพม่าต้องทิ้งถิ่นที่อยู่ออกมาขายแรงงานอยู่ทั้วไทย แต่ถ้าเรายังขาดสติและปัญญา ปล่อยให้นักการเมืองที่หวังเพียงผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องหลอกลวง ส้กวันเราอาจจะเป็นอย่างพม่า ใช้สติและปัญญาทบทวนให้ดีๆ ว่าใครหวังดี ใครหวังร้ายต่อชาติและประชาชน อัษฎางค์ ยมนาค #ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม #ThammasatPitakTham
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    คนทำ! จะรู้มั้ยพ่อแม่ นิว วงศกร เป็นยังไง หลังเห็นข่าวลูกโดดตึกตาย (คลิป)
    อยู่ดีๆ ก็มีข่าวหลอกลวงชาวบ้าน สำหรับพระเอก นิว วงศกร ที่ถูกเว็บปลอมกุข่าวขึ้นมาว่า กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาเคลียร์แล้ว ว่าไม่ใช่อย่างที่ข่าวปลอมออกมา อยู่ดีๆ ก็เจอข่าวออกมาว่า เรากระโดดตึกฆ่าตัวตาย? “ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยครับ วันที่เกิดเรื่อง ผมถ่าย สกาวเดือน อยู่ แล้วคุณพ่อก็โทรมาถามว่า นิวไปถ่ายละคร ไปกระโดดตึกอะไร ผมก็ถามกลับไปว่า กระโดดตึกอะไร ไม่รู้เรื่อง ไม่มี พ่อก็บอกเนี่ยในเฟซบุ๊กพ่อเค้าส่งๆ กันมา ผมก็บอกไม่รู้ แล้วก็วางสายไป ไม่ได้สนใจ คิดว่าพ่อคงดูผิด ก็กลับมาถ่ายละครเหมือนเดิม สักพักหนึ่งเริ่มมีคนโทรมา ส่งข้อความมา ส่งไลน์มา บางคนโทรมาร้องห่มร้องไห้ ผมก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่ามีเพจหนึ่งเขียนข่าวเราตกตึก เป็นเรื่องเป็นราวเลย ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว น่าจะเป็นใครสักคนไม่รู้มีจุดประสงค์อะไร พยายามทำเพจปลอม ผมก็พยายามบอกว่ามันไม่ใช่นะ คือถ้าเป็นคนแก่ หรือคนที่เป็นโรคหัวใจเค้ารู้ เค้าก็อาจจะหัวใจวายตายได้ อาจจะช็อกได้ เราก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกแล้ว มันทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันอันตรายนะ มาเล่นแบบนี้ ทำทำไม”
    std48849
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    แม่เสพยาเสพติดขณะตั้งครรภ์ระวังลูกผิดปกติเกิดภาวะวิกฤติเสี่ยงตายทั้งคู่ จริงหรือคะ
    แม่ที่เสพยาในกลุ่มแอฟตามีนหรือยาบ้าในขณะตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างมาก เสี่ยงต่อการแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือขณะคลอด เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ มีความผิดปกติของหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง เซลประสาทถูกทำลาย สมองตาย ศีรษะเล็ก ทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดยาบ้าจะมีอาการติดยาบ้าเช่นเดียวกับแม่ มีปัญหาภาวะกดการหายใจ ร้องไห้ไม่หยุด กระวนกระวาย ไม่ดื่มนมตามปกติ เลี้ยงดูยาก เมื่อโตขึ้นจะมีความผิดปกติของของสมาธิและความจำ มีความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมต่างๆตามมา นอกจากนี้สารเสพติดในกลุ่มฝิ่น เฮโรอีนจะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเลือดออกในครรภ์ และสารเสพติดประเภทสารสารระเหยจะเข้าสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกและเลือด ทำให้ทารกติดเชื้อได้ง่าย ขาดออกซิเจน เซลล์สมองพัฒนาการต่ำหรือไม่พัฒนาเลย ซึ่งในปัจจุบันพบแม่ที่ไม่ฝากครรภ์และติดสารเสพติดเป็นจำนวนมากในบางรายเมื่อคลอดแล้วต้องการทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลหรือขายต่อทารกให้กับผู้อื่นไม่ต้องการนำกลับบ้านไปรับภาระเลี้ยงดู สร้างปัญหาให้แก่โรงพยาบาลในการต้องรับภาระรักษาทารกผิกปกติเป็นจำนวนมาก จริงหรือคะ
    anonymous
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false