ตรวจสอบข่าว

3 คนสงสัย
ข่าวปลอม! ห้ามสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้
ห้ามสระผมก่อนอาบน้ำ
ตามที่มีข้อความปรากฏในช่องทางออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ ห้ามสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

จากการส่งต่อข้อความที่ระบุ ห้ามสระผมก่อนอาบน้ำ ว่า ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้ ทางสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า โรคหลอดเลือดสมอง มี 2 ประเภท คือ สมองขาดเลือด และภาวะเลือดออกในเนื้อสมอง ซึ่งโดยภาพรวมพบภาวะสมองขาดเลือดมากกว่าเลือดออกในสมอง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทั้งสองภาวะนี้ คือโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ เป็นต้น
std47887
 •  3 ปีที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    อาบน้ำหลัง 6 โมงเย็น จะทำให้ม้ามอ่อนแอ ปวดเข่า ความจำไม่ดี ผมร่วง และเลือดจางได้
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อาบน้ำร้อนก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง ช่วยให้หลับสบายขึ้นจริงหรือ”
    อาบน้ำร้อนก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง ช่วยให้หลับสบายขึ้นจริงหรือ”
    pateehah200
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จากข่าวร้ายที่ ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้ถึงแก่กรรม ในวัยแค่ 41 ปี สาเหตุจากเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากน้องอายุยังน้อย และมีลูกชายฝาแฝดที่ยังอยู่ในวัยเรียนประถมศึกษาตอนต้นเท่านั้น โรคนี้จึงเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว และได้รับข้อความที่คิดว่าเป็นที่มาของโรคนี้ และเป็นประโยชน์แก่ทุกคน จึงขอนำมาบอกต่อ เพื่อทุกๆคนจะได้ดูแลตัวเองกันด้วย ⚫สุขภาพทุกวันนี้ยิ่งไม่ดูแลยิ่งอันตรายมาก 🔵อาหารการกินนี่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะน้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลทั้งหลาย 🔷️ด่วน... เส้นเลือด "ตีบ" ในสมองเกิดขึ้นทุก 4 นาที ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ? ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี มันเกิดอะไรขึ้น ความพิการจะหยุดได้หรือไม่ได้?? สำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า"หยุดได้" เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ปีละเป็นแสนคน ดารานักแสดง.. คนจน.. คนรวย.. ก็ไม่เว้น จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก วันนี้การแพทย์สหรัฐยังบอกเลยว่า มันยากมากที่สุด การรักษาคนป่วยเหล่านี้ แทบจะเลือนลาง เสียงบประมาณมากมายกับคนป่วยเหล่านี้ อาการเส้นเลือดตีบ เป็นอย่างไร? เส้นเลือดตีบ อาการที่ส่งสัญญาณ คือ 1. มึนหัว 2. บ้านหมุน 3. อาจมีอาการอาเจียนร่วม 4. อาการร่วมอ่อนแรงที่แขน 5. อาการร่วมอ่อนแรงที่ขา 6. มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.- 1. พักผ่อนน้อย 2. ดื่มน้ำน้อย 3. นอนดึก 4. ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ 5. ชอบทานอาหารมันๆ 6. ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 7. ขาดการออกกำลังกาย 8. ไม่เคยปรับสมดุล ดูแลระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนให้สมดุล 9. นั่งนาน 10. ยืนนาน 11. ทำงานหนัก 12. ชอบดื่มน้ำอัดลม กินหวานเป็นต้น ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมที่สะสมมานาน ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี การอุดตันในเส้นเลือดถึงจะเกิดขึ้นได้ การรักษาฟื้นฟูสามารถทำได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ส่วนคนที่เป็นมีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน สามารถรักษาได้ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3-6 เดือน อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง เกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค!!
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆยิ่งทำให้ผิวสวยจริงหรือไม่ ?
    หลายคนรู้กันดีว่าการดื่มน้ำเปล่าสะอาดมีประโยชน์มากมาย เช่น การช่วยรักษาสมดุล ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ขับของเสียออกจากร่างกาย ลมหายใจสะอาด สดชื่น ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง นัยน์ตาสดใสเป็นประกาย ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพป้องกันความเสียหายของไต (ข้อมูลจาก : กรมอนามัย / 19 กรกฎาคม 2565) แต่หากดื่มน้ำมากเกินไป วันละ 6-7 ลิตรก็จะส่งผลให้ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากเกินไปในเวลารวดเร็วเกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ (Water Intoxication) และภาวะโซเดียมในเลือดน้อยเกินแบบเจือจาง (Dilutional Hyponatremia) ส่งผลให้ปวดศีรษะ ตะคริว ชัก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน บวม ส่งผลกระทบต่อเซลล์สมอง ซึ่งอาจอันตายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ข้อแนะนำ 1. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกายเฉลี่ยวันละ 8-10 แก้ว (1.5-2 ลิตร/คน/วัน) หรือดื่มเพิ่มตามน้ำหนักตัว 2. หลีกเลี่ยงดื่มน้ำที่ร้อนมากหรือเย็นจัด 3. ช่วงหน้าร้อน ไม่ควรดื่มน้ำทีละมากๆแต่ควรจิบบ่อยๆ ตลอดวัน (ข้อมูลจากเว็บ :สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ) การดื่มน้ำเปล่าสะอาดทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นุ่มชุ่มชื้นจริง แต่ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย ถ้าดื่มมากเกินไปในเวลาที่รวดเร็วจะทำให้ เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ และภาวะโซเดียมในเลือดน้อยเกินแบบเจือจางได้
    Pare Petchara
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ⚠️ สำคัญ!! โปรดอ่าน‼️ 1. แพทย์คนหนึ่งเตือนว่า ... ที่ 40 องศาถ้าคุณดื่มน้ำน้ำแข็งทันทีหลอดเลือดขนาดเล็กอาจระเบิดได้ เพื่อนของเขาเพิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อล้างเท้าด้วยน้ำเย็น จากนั้นดวงตาของเขามองไม่เห็นอย่างชัดเจน มีเพียงหูเท่านั้นที่ได้ยินเสียง เขาก็เสียขีวิตในเวลาต่อมา 2. อุณหภูมิในบางสถานที่มีถึง 38 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า แต่อุณหภูมิของความรู้สึกของร่างกายควรสูงกว่า อันตรายไม่ได้มีแค่จากการดื่มน้ำเย็นเท่านั้น แม้แต่ล้างมือ / ล้างหน้า / ล้างเท้า ด้วยน้ำเย็นๆก็อันตราย คุณจะต้องไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ร้อนกระทบกับน้ำเย็นแบบทันที คุณต้องใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ร่างกายเย็นลง และ ปรับเป็นอุณหภูมิในร่ม ดื่มน้ำอุ่นประมาณ 34 ถึง 36 องศาเซลเซียส 3. ผู้ชายที่เคยแข็งแรงมากคนหนึ่ง ปัจจุบันเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เขาอยู่ในสภาพที่ไม่ดี ชายคนนั้นเล่าว่า "เร็ว ๆ นี้ในวันที่อากาศร้อน ผมกลับบ้านเพื่อให้เย็นลงอย่างรวดเร็วจากความร้อน ผมอาบน้ำเย็นทันที ผมรู้สึกว่าไม่สามารถขยับขากรรไกรได้อย่างถูกต้อง รถพยาบาลส่งผมไปโรงพยาบาลนั่นช่วยชีวิตผมไว้ " ⚠️โปรดจำไว้ว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่อากาศร้อน ให้หลีกเลี่ยงน้ำเย็นเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว‼️ ผู้ใหญ่ที่มีเด็กเล็ก หรือ คนชราที่บ้านควรแจ้งผู้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ สภาพอากาศไม่ปกติ มันอาจจะรู้สึกดีถ้าดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ แต่มันอันตรายมาก‼️
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    พิษจากดื่มน้ำเย็นิจริงหรือไม่
    ■พิษจากดื่มน้ำเย็น■ ~~~~~~~~~~~~~ ★จะปวดหลัง ข้อเข่า ไตอ่อนแอ •••••••○••••••○•••••• ◆ใครจะไปเชื่อว่า.. การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษ มีภัย และให้โทษได้ถึงขนาดนี้ ((((▶ ♣หมอได้พบผู้ป่วย ที่มีอาการแขนขาอ่อน แรง หรือที่เรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆ ก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือ น้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำ เย็นเป็นประจำมาตั้งแต่ เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น ■ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะกระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆ สุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง 40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลา ★การดื่มน้ำเย็น สำหรับคนไทยนั้น ทำให้ "ไต ต้องรับกำจัดความเย็น ออกจากร่างกาย อย่างรวดเร็ว" ขับน้ำเย็นมากักเก็บ ไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็น น้ำปัสสาวะทำให้ผู้ที่ ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่ง ขาดน้ำจนเลือดข้น หนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือด จนเกิดการพอกพูน กลายเป็นโรคหลอด เลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบ ทานเป็นประจำนั่นเอง ★ไตของเราเปรียบ เสมือนเครื่องกรองน้ำ อันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรอง ของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทาง ปัสสาวะการทำหน้าที่ ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายรวมทั้ง ★น้ำเย็นด้วยก็จะทำให้ เกิดภาวะไตอ่อนแอและจะส่งสัญญาณร้อง ให้เราทราบดังนี้ ★1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้อง วิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ กลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว ★2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ ★3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ ★4.หลอดเลือดตีบตัน หรือ หลอดเลือดแข็งได้ง่าย ★หากใครยังทาน....... ●น้ำเย็น นมเย็น ●กาแฟเย็น น้ำอัดลม ●น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ ●มีอาการปวดหลังแน่ๆ ก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้ ■1.ปรับเลือดที่หนืดข้น ให้หายข้นด้วยการเพิ่ม น้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน ■2.ทำให้เลือดไหล เวียนสะดวกอย่าง ต่อเนื่องด้วยการ..... ■ออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรือ อาจใช้การจัดกระดูก ช่วยให้เลือดไหลเวียน สม่ำเสมอ ■3.ไม่กินอาหาร..... ◆เนื้อสัตว์ ของทอด ◆ของหวานจัดเพราะ ◆ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ปริมาณมากจนทำให้ หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย ■4.งดการทานน้ำเย็น เด็ดขาดรู้แล้วอย่า เฉยเมยนะควรปฎิบัติ ด้วยและรู้แล้วอย่า เก็บไว้คนเดียวโปรด แบ่งปันให้คนรอบข้าง ของตัวเรา (((((((▪ ★พันเอก ดร.นพ.ดำรง หมอประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (((((((▪ (💐
    Mrs.Doubt
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    การดื่มน้ำให้ถูกเวลา
    ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ประมาณ 90% ของการเกิดหัวใจล้มเหลว เกิดขึ้นในช่วงเช้า และสามารถลดลงได้ ถ้าดื่มน้ำ 1-2 แก้ว คุณรู้ไหมว่า ดื่มน้ำให้ถูกเวลา สามารถทำให้ร่างกาย มีประสิทธิภาพ ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอน ช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ เริ่มทำงาน ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนอาบน้ำ ช่วยลดความดันโลหิต ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนนอน ป้องกันหลอดเลือดสมองตีบตัน และหัวใจล้มเหลว
    Nataphon Ditthabanjong
     •  4 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ผู้หญิงยืนฉี่ขณะอาบน้ำทำให้เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน
    เตือนภัย โรคแปลก เป็นได้ทุกเพศทุกวัยนะคะ เธอชอบยืนปัสสาวะขณะอาบน้ำมาตั้งแต่จำความได้ เนื่องจากรู้สึกสบายขณะน้ำไหลผ่าน ซึ่งน้ำอุ่นจากการอาบน้ำช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันคือมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย โดยประมาณทุก 2 ชั่วโมง หรือแม้แต่หลังจากปัสสาวะไปแล้วไม่นานก็ยังคงรู้สึกปวดอีกครั้ง
    Nataphon Ditthabanjong
     •  5 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    สระผมก่อนอาบน้ำอาจทำให้เส้นเลือดแตก
    ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำและควรล้างส่วนอื่นๆของร่างกายก่อนเนื่องจากศีรษะเปียกและเย็นเลือดจะไหลไปที่ศีรษะเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หากหลอดเลือดแคบลงก็มีโอกาสแตกได้
    std47924
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ผู้สูงอายุต้องมีน้ำ เตรียมไว้ข้างเตียง ให้พอดื่มทั้งคืน ต้องลุกขึ้นมา เข้าห้องน้ำบ่อย ยังดีกว่าตาย จากอาการที่เกิด เพราะเลือดข้น จากร่างกายที่ขาดน้ำ เช่น หัวใจวาย หรือเส้นเลือด ในสมองตีบ เป็นต้น ทำไมผู้สูงอายุต้องการน้ำ มากกว่าคนหนุ่มสาว เพราะคุณภาพ และประสิทธิภาพ การทำงาน ของไตลดลง การดึงน้ำกลับไปหมุนเวียน ในร่างกายน้อยลง ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ร่างกาย จึงขาดน้ำง่ายกว่า จึงต้องคอยเติมน้ำ ให้พอกับน้ำ ที่ขับถ่ายออกไป ********* ทำไมผู้สูงอายุ จึงนอนหลับแล้วไม่ตื่น ในช่วงเวลาใกล้รุ่ง สิ้นใจตาย แบบไม่ต้องทรมาร เหมือนกับสมบัติ เมทะนี และพี่เขยของผม รองผู้การศรศักดิ์ แก้วรักษา ที่ทุกคนยังจำกันได้ ที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 180 ล้านบาท แล้วได้เสียชีวิตลง เมื่อ 9 ก.ย. 2564 และผู้สูงอายุคนอื่นๆ อีกมากมาย ตัวผมเองก็เกือบเสียชีวิต ในลักษณะนี้ เหมือนกันหลายครั้ง ตอนใกล้ๆรุ่งเช้าตรู่ สาเหตุมาจาก ร่างกายขาดน้ำ คือแต่ละวันๆ เราควรดื่มน้ำเปล่า ให้ได้ปริมาณ ที่เพียงพอ ต่อร่างกาย คือประมาณ 2 ลิตร หรือ 8 - 9 แก้วต่อวัน และก่อนนอน ก็ควรจะดื่มสัก 1 แก้ว เมื่อตกกลางดึก ผู้สูงอายุมักจะลุก ขึ้นมาปัสสาวะ หลายครั้ง ก็ถ่ายออกไปเรื่อยๆ จนน้ำในร่างกาย ขาดน้ำลง ทำให้เลือดเหนียว หนืดข้น ทำให้ไหลเวียนยาก ในการที่เลือด จะเข้าไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจ ขาดเลือด จึงบีบตัวแรงๆ ไม่สามารถนำเลือด ส่งต่อไปเลี้ยงร่างกาย เช่นสมอง และอวัยวะ ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หัวใจจึงต้องบีบตัวหนัก จนเกิดหัวใจวาย และมักจะเป็น ในช่วงเช้าตรู่ แล้วก็ตายไป ปลุกไม่ตื่นนั่นเอง ตัวผมเองก็เกือบๆ ไปหลายครั้ง ในช่วงเช้ามืด หลังจากเมื่อกลางดึก ที่ได้ลุกขึ้นมาฉี่ แล้วก็หลับต่อ พอรู้สึกตัวใกล้สว่าง เช้าตรู่ ผมรู้สึกมีอาการไม่ดี เวียนหัว เหมือนกับถูกจับโยน กลางอากาศ ใจสั่นหวิวๆ รู้สึกแน่นที่หน้าอก จึงได้รีบลุกขึ้น ไปดื่มน้ำแก้วหนึ่ง แล้วล้มตัว ลงนอนต่อ เวลาผ่านไป รู้สึกดีขึ้น หายเหมือนปลิดทิ้ง ผมจึงแน่ใจเลยว่า ต้องเป็นที่ระบบของ ร่างกายขาดน้ำแน่ๆ หลังจากตื่นนอนแล้ว ร่างกายก็ปกติดี ตลอดทั้งวัน นี่คือประสบการณ์จริง ของผมที่เกือยตาย ที่หลายๆคน ไม่เคยรู้มาก่อน ผมว่า สมบัติ เมทานี ก็อาจจะเป็น อย่างผมก็ได้ การศึกษาหาความรู้ จากหมอในยูทูป ก็มีประโยชน์นะครับ อย่าลืมนะครับ เพื่อนๆของผมทุกคน ถ้าตื่นนอนกลางดึก ลุกขึ้นฉี่แล้ว อย่าลืมดื่ม น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง นี่แหละ จะทำให้เลือด ไม่ข้นเหนียวหนืด ก็จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่ หัวใจได้สะดวก แล้วตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็ดื่มน้ำอีกสักแก้ว เพื่อจะทำให้ การเริ่มต้น ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และจะได้มีชีวิต ยืนยาวต่อไป ในงานเลี้ยงรุ่น แล้วผมจะได้ร้องเพลง เล่นดนตรีให้ฟัง ขอขอบคุณนายแพทย์ หมอทั้งหลาย ที่ได้แนะนำ อธิบายเรื่องนี้ จนทำให้ผมรอดตาย มาได้หลายครั้ง ขอบคุณอีกครั้งนะครับ (..) คัดลอกมา เพื่อบอกต่อครับ. (..) ขอบคุณผู้เขียนข้อความ อันเป็นประโยชน์
    ไม่ระบุชื่อ
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false