ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
ยาบดน้ำหนัก
โทษยาลดน้ำหนักสำหรับสาวๆแล้ว การมีหุ่นดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยใช่ไหมคะ แต่ก็มีสาวๆหลายคนเลือกใช้ทางลัดในการลดน้ำหนัก โดยการเลือกใช้ยาลดความอ้วนสำหรับ.. โทษของยาลดความอ้วน เป็นความเสี่ยงของคนที่กำลังคิดจะกินยาลดความอ้วน หรือได้กินยาลดความอ้วนไปแล้ว ในส่วนของการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น มีไขมันส่วนเกิน หรือ “กำลังอ้วน” ถ้าไม่ลดความอ้วนตั้งแต่รู้ตัว ก็จะทำให้การลดน้ำหนักเพื่อลดความอ้วนเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ความอ้วนเป็นโรคที่มีอาการเรื้อรังไม่สามารถหายได้ภายใน 3 วัน 7 วัน

เหมือนไข้หวัด การกินยาลดความอ้วนก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี และยังมีโทษยาลดความอ้วนมากมาย นอกจากจะได้เป็นโรคอ้วนแล้ว… ยังจะได้รับโรคแทรกซ้อนที่มากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคต้อหิน โรคไขมันในเลือดสูง ล้วนแต่เป็นโรคที่อันตรายที่มาพร้อมกับความอ้วน วันนี้พรีมาแคร์เลยอยากเตือนสาวๆที่ ตัดสินใจใช้ยาลดความอ้วนมาฝากคะ
diazp121phoenix
 •  4 ปีที่แล้ว
0 ความเห็น

ลดความอ้วน

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    มีติ่งเนื้อขึ้นบริเวณคอ แขน ข้อมือ เสี่ยงป่วยเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    กินข้าวกล้องควบคุมน้ำหนักได้จริงหรอ???
    เมื่อเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการของข้าวกล้อง กับข้าวขาว จะพบว่ามีปริมาณพอ ๆ กันแต่ข้าวกล้องจะมีวิตามิน และเกลือแร่ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า และเนื่องจากข้าวกล้องยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ ทำให้ร่างกายย่อยข้าวกล้องได้ช้ากว่าข้าวขาว ร่างกายจึงนำเอาน้ำตาลที่ได้จากการย่อยข้าวไปใช้เป็นพลังงานได้น้อยกว่า นอกจากนี้ใยอาหารที่มีในข้าวกล้องยังช่วยให้อิ่มนาน ดังนั้นหากบริโภคข้าวกล้องในปริมาณที่เหมาะสม ลดการกินจุบจิบ ควบคู่กับการออกกำลังกายจะช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
    anonymous
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน เสี่ยงเป็นโรคอ้วน
    รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน เสี่ยงเป็นโรคอ้วน
    Nataphon Ditthabanjong
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อย.เตือนอย่าซื้อผลิตภัณฑ์อ้างลดอ้วน ‘De2xy และ Me2shape’ เสี่ยงอันตราย
    อย.เตือนสาวอยากผอมระวัง อย่าซื้อผลิตภัณฑ์อวดอ้างลดอ้วน De2xy และ Me2shape พบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ขออนุญาตกับ อย. แถมโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เสี่ยงได้รับอันตรายถึงชีวิต นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ “De2xy และ Me2Shape” ซึ่งพบว่ามีการโฆษณาอ้างสรรพคุณเกินจริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นั้น อย.ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบการโฆษณาสรรพคุณอ้างลดน้ำหนักทางเฟซบุ๊กชื่อ Sunisa Lv’tl แสดงข้อความในทำนองช่วยควบคุมน้ำหนัก เปลี่ยนหุ่นเสีย เป็นหุ่นสวย เพราะมีตัวช่วยหุ่นดีที่ไม่ต้องอด ก็ลดได้ เพียงแค่วันละ 1 - 2 แคปซูล ซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตและโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ อย.ได้สั่งระงับการโฆษณาและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้โฆษณาแล้ว นอกจากนี้ จากการสืบค้นข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารในชื่อดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาต้นตอแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ต่อไป รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า ขอเตือนภัยสาวอยากผอมพึงระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อคารมการโฆษณาเกินจริงจากผู้ขายโดยเด็ดขาด นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดลงแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกรณีเป็นยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ลดความอยากอาหาร เป็นยาที่กระตุ้นประสาทส่วนกลางการใช้จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ขณะรับประทานยา แต่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อหยุดยา หรือที่เรียกว่า yo-yo effect และผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ วิตกกังวล ตาพร่า ดังนั้น การใช้ยาเพื่อลดความอ้วน ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น อย่าซื้อยามารับประทานเอง ส่วนกรณีเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง มักตรวจพบว่ามีการผสมยาหรือสารอันตราย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พร้อมเตือนผู้ขายอย่าโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอวดอ้างลดความอ้วนผ่านสื่อทุกช่องทาง ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
    std47993
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กินนมเปรี้ยวผสมโซดาผอมจริงไหม
    โดยข้อเท็จจริงนี้ รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ชี้แจงเอาไว้ในเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ว่าการดื่มโซดากับนมเปรี้ยวนั้นไม่ใช่สูตรการลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพราะการดื่มเครื่องดื่มเพียงแค่ 2 อย่างนี้ ไม่ว่าอย่างไรน้ำหนักก็ต้องลงอยู่แล้วเนื่องจากโซดาไม่มีแคลอรี หรือแม้นมเปรี้ยวจะมีแคลอรีจากนมและน้ำตาล แต่ก็สามารถช่วยในการขับถ่ายได้ ซึ่งถ้าหากใครนำสูตรนี้ไปลองทำแล้วไม่มีการควบคุมน้ำหนัก หรือออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็ไม่มีทางที่น้ำหนักจะลงอย่างแน่นอน มิหนำซ้ำอาจจะทำให้อ้วนขึ้นจากการดื่มนมเปรี้ยวอีกด้วย เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ออกมาเตือนว่า สามารถดื่มโซดานมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตได้ แต่ไม่ควรหวังผลว่าจะช่วยลดน้ำหนัก เพราะไม่มีงานวิจัยใดรับรอง
    61011215017
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    นอนดึก
    นอนดึกทำให้อ้วน จริงหรือไม่
    anywaystravel02
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กระโดดเชือก ช่วยลดน้ำหนักได้ไหม
    กระโดดเชือก ช่วยลดน้ำหนักได้ไหม
    Mrs.Doubt
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    หญิงวัยทอง อ้วน และมีรอบเอวเกินกว่า 32 นิ้ว เสี่ยงป่วย 5 มะเร็งร้ายแรง
    หญิงวัยทอง อ้วน และมีรอบเอวเกินกว่า 32 นิ้ว เสี่ยงป่วย 5 มะเร็งร้ายแรง
    Nataphon Ditthabanjong
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ลดน้ำหนักผิดวิธี อาจทำให้ผมร่วง จริงไหม
    ลดน้ำหนักผิดวิธี อาจทำให้ผมร่วง จริงไหม
    Mrs.Doubt
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    พบสาวถูกพักงานหลังกินยาลดน้ำหนักจนป่วยจิตเวช
    กรณีหญิงสาวชาวจังหวัดแพร่ เสียชีวิตจากอาการไตวาย หลังกินยาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่งซึ่งสั่งซื้อมาจากเพจเฟซบุ๊ก นี่เป็นผลข้างเคียงจากยาลดความอ้วนที่เกิดกับอวัยวะภายในร่างกาย แต่จากการตรวจสอบของแพทย์ยังพบว่า ยาลดความอ้วนมีส่วนผสมของสารกดประสาทที่เป็นอันตรายด้วย ซึ่งกรณีนี้ได้เกิดขึ้นกับหญิงสาววัยทำงานคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการกินยาลดความอ้วนจนมีอาการทางจิตเวชจนถูกบริษัทสั่งพักงาน พี่สาวของพนักงานออฟฟิศหญิง วัย 24 ปี คนหนึ่ง เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา น้องสาวของเธอซึ่งเป็นกังวลเรื่องน้ำหนัก 68 กิโลกรัมของตัวเธอเอง จึงตัดสินใจสั่งซื้อยาลดน้ำหนักสูตร 1 จากเพจเฟซบุ๊กบริษัทยาลดน้ำหนักแห่งหนึ่ง มาทดลองกิน จำนวน 4 แผง ราคา 1,400 บาท ตอนนั้นยังไม่มีอาการข้างเคียง น้ำหนักลงช้า 2 เดือนน้ำหนักลดไปเพียง 1 กิโลกรัม จึงสั่งยามากินอีกชุดเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่เปลี่ยนสูตรเป็นสูตรที่ 2 โดยตัวแทนจำหน่ายอ้างว่า จะทำให้น้ำหนักลดเร็วกว่ายาชุดแรกที่กินไป พี่สาวของหญิงสาวที่กินยาลดน้ำหนักคนนี้ เล่าต่อว่า หลังเริ่มกินยาชุดที่สองไปได้ไม่นาน น้องสาวก็เริ่มมีอาการหวาดระแวงผู้คน กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ไม่อยากอาหาร ส่งผลถึงภาวะทางอารมณ์ไม่คงที่จนบริษัทต้องสั่งพักงาน เมื่อรู้ว่าน้องสาวเป็นอย่างนี้จึงรีบพาพบแพทย์เพื่อรักษา ซึ่งแพทย์วินิจฉัยในเบื้องต้นว่า สาเหตุที่น้องสาวของเธอมีอาการทางจิตเวชน่าจะมาจากการกินยาลดน้ำหนัก ส่วนชนิดของยาพี่สาวของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ยามีทั้งหมด 4 ชนิด รับประทาน 2 ครั้งต่อวัน จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกร พบว่า มียา 2 ชนิดที่กินก่อนอาหารเช้า เป็น ยากดประสาท (แคปซูนสีน้ำเงินขาว) และยาระบาย (เม็ดเล็กสีเหลือง) ส่วนยาที่กินก่อนนอนเป็นยานอนหลับ (เม็ดสีเหลือง) และวิตามิน (เม็ดสีแดง) ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ยาลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์กดประสาท ซึ่งเป็นฤทธิ์จากสารประเภทไซบูทรามีนหรือเฟตามีน ทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร ซึ่งจุดนี้อาจส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการทางจิตได้ที่ผ่านมา ครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียหายคนนี้ได้ทวงถามความรับผิดชอบจากตัวแทนจำหน่ายยา แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ขณะที่เพจเฟซบุ๊กที่จำหน่ายยาลดน้ำหนักแห่งนี้ก็ยังอัปเดตเนื้อหาในเพจเพื่อขายสินค้าตลอดเวลาจึงปรึกษากับทนายความและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อเตรียมดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
    std47882
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false