รายการความเห็น
13334 ความเห็น
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังมาแรง!
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
.สถานการณ์ล่าสุด (1 มกราคม – 20 กันยายน 2568)
ไข้หวัดใหญ่ พบป่วย 555,074 ราย (ส่วนใหญ่กลุ่มอายุ 5-9 ปี) เสียชีวิต 59 ราย
RSV พบป่วย 16,145 ราย (ส่วนใหญ่กลุ่มเด็กเล็ก 0-4 ปี) เสียชีวิต 2 ราย
.ป้องกันได้ด้วยหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด”
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไอ/จาม หรืออยู่ในที่สาธารณะ
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย
- หากป่วยควรหยุดเรียน-หยุดงาน และรีบพบแพทย์
- หากมีอาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย ซึม หรือไข้สูงไม่ลด รีบพบแพทย์ทันที
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 8 พายุไต้ฝุ่น “แมตโม” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (5 ต.ค. 68) พายุไต้ฝุ่น “แมตโม” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.2 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ ของประเทศจีนในบ่ายวันนี้ (5 ต.ค. 68)
หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมในช่วงวันที่ 6-7 ต.ค. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
จากอิทธิพลของพายุ “แมตโม” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 6-7 ต.ค. 68 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งในวันที่ 6 ต.ค. บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และนครพนม ส่วนในวันที่ 7 ต.ค. บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ รวมทั้งด้านรับมรสุม ของภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อย. แจงกรณีออสเตรเลียเรียกคืนผลิตภัณฑ์กันแดด 21 รายการ หลังพบค่า SPF ไม่ตรงตามที่โฆษณา โดยพบ 2 รายการมีจดแจ้งในไทย ขณะนี้ประสานผู้นำเข้าระงับการจำหน่ายและเรียกคืนผลิตภัณฑ์จนกว่าผลการตรวจวิเคราะห์ยืนยันค่า SPF ในผลิตภัณฑ์ถูกต้อง เผยมีมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพและดำเนินคดีกับผลิตภัณฑ์ที่ค่า SPF ไม่ตรงตามจริงอย่างเข้มข้น ขอให้ประชาชนวางใจ
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากรายงานข่าวประเทศออสเตรเลียสั่งระงับและเรียกคืนผลิตภัณฑ์กันแดด 21 รายการ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการแสดงค่า SPF ไม่ตรงตามที่โฆษณานั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลการจดแจ้งเครื่องสำอางในประเทศไทยพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนดังกล่าว มี 2 รายการ ที่ได้รับการจดแจ้งในประเทศไทย ได้แก่
1. เอ็นโดตา มิเนอรัล โพรเทค เอสพีเอฟ50 ซันสกรีน (Endota Mineral Protect SPF50 Sunscreen) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-2-6500020745 ผู้นำเข้า: บริษัท พีเจ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตต่างประเทศ: ENDOTA PRODUCT PTY LTD, AUSTRALIA
2. วี อาร์ ฟีล กู๊ด อิงค์ มิเนอรัล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50+ (We are feel good Inc. Mineral Sunscreen SPF 50+) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-2-6600034439 ผู้นำเข้า: บริษัท อิลลูเมีย จำกัด ผู้ผลิตต่างประเทศ: WILD CHILD LABORATORIES PTY LTD, AUSTRALIA
อย. ได้ประสานผู้นำเข้าให้ระงับการจำหน่ายและเรียกเก็บคืนสินค้าทันที จนกว่าจะทราบผลตรวจวิเคราะห์ยืนยันค่า SPF ที่ถูกต้อง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ขณะนี้ผู้นำเข้าได้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวแล้ว
เลขาธิการฯ กล่าวย้ำว่า อย. มีมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างเข้มงวดมาตลอด โดยในปีงบประมาณ 2567 สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์กันแดด 97 รายการ พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับผลิตภัณฑ์ที่แสดงค่า SPF ไม่ตรงตามความเป็นจริง
ทั้งนี้ อย. แนะให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อ ที่ตั้ง ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และมีเลขที่จดแจ้งอย่างชัดเจน โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการจดแจ้งได้ที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th
หรือ Line: @FDAThai หากพบเห็นเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สงสัยว่าจะไม่ปลอดภัย หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของเครื่องสำอาง สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai, E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
มีการศึกษาวิจัยพบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น
โรคหัวใจและหลอดเลือด: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด และหลอดเลือดสมองตีบตัน
โรคมะเร็ง: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก และมะเร็งคอหอย
โรคปอด: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคปอดป๊อปคอร์น
โรคเบาหวาน: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
สาเหตุที่บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงต่อ NCDs
นิโคติน: บุหรี่ไฟฟ้ายังคงมีนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่สามารถทำให้เสพติดและรบกวนการทำงานของสารเคมีต่างๆ ในร่างกาย
สารพิษ: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถปล่อยสารพิษและสารเคมีอันตรายอื่นๆ เช่น โลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย และสารก่อมะเร็ง
การอักเสบ: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด NCDs
ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ทุกชนิดเพื่อสุขภาพที่ดี
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
บุหรี่ไฟฟ้ามีสาร นิโคติน มากกว่าบุหรี่มวน(บุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง = บุหรี่มวน 1,000 มวน)ทั้งนี้ไม่ว่าจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่มวน ล้ววนมีอันตรายต่อร่างกาย ทำให้หลอดเลือดหดตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน หลอดเลือดสมองตีบ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
บุหรี่ไฟฟ้าทำงานโดยขดลวดจะทำให้เกิดตวามร้อน จนน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าระเหยในรูปแบบไอระเหย ออกมาเป็นควันสีขาวที่เต็มไปด้วยสารอันตรายจำนวนมาก
บุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยสารเคมีอันตรายมากมาย เช่น นิโคติน สารก่อมะเร็ง โลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย และสารพิษอันตรายอื่นๆ ที่สามารถทำลายสุขภาพได้ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด และมะเร็งได้ เนื่องจากอนุภาคในบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กมาก สามารถแทรกซึมผ่านปอดเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง และก่อให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ
สารพิษที่พบในบุหรี่ไฟฟ้า
นิโคติน: ทำให้เสพติดและรบกวนการทำงานของสารเคมีต่างๆ ในร่างกาย
สารหนู: สร้างความระคายเคืองให้กับระบบทางเดินหายใจ
โพรไพลีนไกลคอล: ทำให้เกิดความระคายเคืองเยื่อปุอักเสบต่างๆ ตามร่างกาย
ฟอร์มาลดีไฮด์: สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ที่สามารถทำลายเนื้อเยื่อปอดและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งช่องจมูก คอหอย และปอด
โลหะหนัก: ตะกั่ว นิกเกิล ดีบุก แคดเมียม โคบอลต์ ซีลีเนียม และโครเมียม ที่สามารถสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งในระยะยาว
ไดอะเซทิล: สารแต่งกลิ่นที่สามารถทำให้เกิดโรคปอดป๊อปคอร์นหรือโรคหลอดลมฝอยอักเสบอุดกั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
“ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 คือ มีขนาดประมาณ 1.0 ทำให้เข้าไปในปอดได้ลึกมาก จับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว”
ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดอนุภาคเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 จริงๆ โดยทั่วไปแล้ว ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดประมาณ 30-100 นาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่าขนาดของฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดประมาณ 2.5 ไมโครเมตร หรือ 2,500 นาโนเมตร ซึ่งหมายความว่าควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถเข้าสู่ปอดได้ลึกและอาจก่อให้เกิดการอักเสบและโรคทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้ ควันบุหรี่ไฟฟ้ายังสามารถนำพาสารอันตรายเข้าสู่เม็ดเลือดแดงได้เร็วแค่ 20 วินาที
การมีขนาดเล็กนี้ทำให้ควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของควันบุหรี่ไฟฟ้าต่อคนรอบข้างและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถลอยอยู่ในอากาศและถูกสูดดมโดยผู้อื่นหรือสัตว์เลี้ยงได้
ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
“ บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งการนำเข้ามาขายและครอบครอง เช่น การนำเข้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ 2557 ส่วนผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 และการสูบในที่สาธารณะ อาจถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 “
บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ในประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้าม พ.ศ. 2557
เหตุผลที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในไทย:
มีสารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง
ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ
อาจนำไปสู่อาการเสพติดสารนิโคติน
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากกระแสข่าวที่แพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะในเขตสามอำเภอในจังหวัดสุรินทร์ได้แก่อำเภอบัวเชด อำเภอกาบเชิง และอำเภอพนมดงรัก มีการกล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของ “แมลงหวี่ขาวยาสูบ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นพาหะของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่นั้น
สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ และศูนย์วิจัยพืชไร่สุรินทร์ พบว่า โรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับพืชมันสำปะหลังทั่วประเทศ และหนึ่งในพาหะสำคัญของโรคคือ แมลงหวี่ขาวยาสูบ โดยวงจรชีวิตของแมลงชนิดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างในมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกพืชอาศัยของแมลงหวี่ขาวจำนวนมาก เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพด หรือสะเดา ยิ่งทำให้ความเสี่ยงต่อการระบาดเพิ่มสูงขึ้น
จากการสืบค้นข้อมูลและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพืช พบว่า มีแนวทางป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นไปที่การป้องกันการระบาดตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่ การเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ทนทานต่อโรคใบด่าง เช่น พันธุ์ห้วยบง 80 ระยอง 11 หรือเกษตรศาสตร์ 72 การควบคุมประชากรแมลงหวี่ขาวยาสูบในแปลงปลูกอย่างเข้มข้น เช่น การใช้กับดักเหนียวสีเหลือง การปล่อยชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อบิวเวอเรีย หรือการลดพืชอาศัยที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงหวี่ขาว นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการปลูกมันสัมปะหลังซ้ำซ้อนหรือปลูกต่อเนื่องโดยไม่เว้นระยะพักแปลงเพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดซ้ำ
จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างครบถ้วนจึงสามารถสรุปได้ว่า ข่าวที่ระบุว่ามีการแจ้งเตือนการระบาดของแมลงหวี่ขาวยาสูบพาหะของโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่สามอำเภอในจังหวัดสุรินทร์ เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลในพื้นที่จริงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เกษตรกรควรดำเนินการตามคำแนะนำด้านการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตในระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการจัดการปัญหาการระบาดของโรคใบด่างในมันสำปะหลัง สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างข้อมูลที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วกับกระแสข่าวลือ และควรยึดถือข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยพืชไร่ ตลอดจนคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก่อนจะดำเนินการหรือเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและการตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นของสังคมเกษตรกร
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
✅ แปรงสีฟันที่ใช้เป็นเวลานาน ขนแปรงจะบานและเสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน-กำจัดจุลินทรีย์ลดลง
✅ ขนแปรงที่เสียรูปแล้ว ยังสร้างความเสียหายกับเนื้อเยื่อเหงือกอีกด้วย
❌ แม้แปรงสีฟันจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรค แต่หากไม่เปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ จะลดประสิทธิภาพในการดูแลช่องปากลงอย่างมาก
📌 กรมอนามัยแนะนำ:
– ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน หรือเร็วขึ้นหากขนแปรงบานหรือป่วย
– เลือกแปรงสีฟันขนาดเหมาะสม ขนนุ่ม ไม่ทำร้ายเหงือก
– แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
.
🪥 เปลี่ยนแปรงให้ทันเวลา เพื่อปากสะอาด สุขภาพดีในระยะยาว
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
✅ อาการเมารถ/เมาเรือ เกิดจาก ระบบประสาทการทรงตัวทำงานไม่สมดุล ไม่เกี่ยวข้องกับการติดสะดือ ใต้สะดือ หรือหลังหูด้วยพลาสเตอร์
✅ ปัจจุบันยัง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าพลาสเตอร์สามารถบรรเทาหรือป้องกันอาการเมารถได้
แล้วอาการเมารถเกิดจากอะไร ?
เกิดจากการที่ สมองได้รับสัญญาณไม่สอดคล้องกัน จากตา หูชั้นใน และระบบทรงตัว ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน
วิธีช่วยลดอาการเมารถที่ได้ผล ได้แก่
1. ไม่ควรท้องว่าง ควรรับประทานอาหารและพักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเดินทาง
2. เลือกตำแหน่งนั่งที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น นั่งด้านหน้า (ข้างคนขับ)
3. ใช้ยาแก้เมารถ เช่น Diphenhydramine ก่อนออกเดินทางครึ่งชั่วโมง
❌ ดังนั้น “การติดพลาสเตอร์สะดือ” ไม่มีผลต่อการป้องกันอาการเมารถการใช้วิธีที่เหมาะสมและถูกต้องตามคำแนะนำทางการแพทย์จะช่วยได้จริงมากกว่า
คำแนะนำ:
✅ กินอาหารพอเหมาะก่อนเดินทาง
✅ เลือกที่นั่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
✅ ใช้ยาแก้เมารถตามความจำเป็น
✅ พักผ่อนเพียงพอก่อนการเดินทาง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
🖊️ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร❓
ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาลดน้ำหนักชนิดหนึ่ง อยู่ในรูปแบบเข็มฉีดยาที่มีหน้าตาคล้ายกับปากกา ภายในบรรจุตัวยาสำคัญอย่างยาฉีดลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ที่ออกฤทธิ์ให้ร่างกายรู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดน้ำหนักในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ได้จริง และยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่าสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ใช้สำหรับลดความอ้วนในผู้ป่วยที่มีค่า BMI เกิน 30 (ผู้ป่วยโรคอ้วน) และผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 28 (ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง เป็นต้น) โดยตัวยากลุ่มนี้จะต้องทำการคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วยจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี
.
ปัจจุบันพบว่า มีผู้คนให้ความสนใจ “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง ที่มีการใช้งานและได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด ส่งผลให้เกิดการหาซื้อมาใช้งานเองตามอินเทอร์เน็ต บางส่วนก็ใช้งานไม่ได้ผล บางส่วนก็เกิดผลข้างเคียง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือบางส่วนก็เกิดการ “โยโย่ (Yoyo)” หรือ “Rebound” คือการที่น้ำหนักตัวดีดกลับมาเท่าเดิมหลังจากหยุดใช้งาน ทำให้ผู้ที่อยากจะลดน้ำหนักเกิดความลังเลว่า ปากกาลดน้ำหนักจะสามารถลดได้จริง และปลอดภัยจริงหรือไม่
.
เราจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า ปากกาลดน้ำหนัก สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง เนื่องจากเดิม ยาชนิดนี้ถูกพัฒนาออกมาในรูปของยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยที่ไม่ทำให้น้ำตาลตกหรือวูบ สามารถลดน้ำตาลสะสมหรือ HbA1C ได้ ในผู้ที่ชอบกินหวานบ่อย และทำให้น้ำหนักของผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะอ้วนลดลงได้ อย่างน้อย 10% ต่อมาจึงได้ถูกพัฒนาออกมาในรูปของปากกาพร้อมเข็มขนาดเล็กมาก ไว้ฉีดที่ท้อง ต้นขาหรือต้นแขนของคนไข้ เพื่อใช้ลดน้ำหนักในระยะยาว
.
อีกทั้ง พบว่ายาชนิดนี้มีค่าเฉลี่ยในการลดน้ำหนักสูงถึง 22.5% และอาจสูงสุดถึง 25% เทียบเท่ากับวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดอย่าง การผ่าตัดกระเพาะ ที่มีค่าเฉลี่ยในการลดน้ำหนัก 25% อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่า สัดส่วนที่หายไปเป็นสัดส่วนของไขมันถึง 75% และเป็นกล้ามเนื้อเพียง 25% ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเทียบกับการลดน้ำหนักวิธีอื่นที่อาจได้ผลลัพธ์ในการสูญเสียกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน
.
แต่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีพบการใช้ “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” ตามโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทั่วไป รวมถึงมีการปรับขนาดยาและวิธีการฉีดด้วยตนเอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยอย่างยิ่ง ขอเรียนว่า ในประเทศไทยอนุมัติยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA) สำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในกลุ่มบุคคลทั่วไป โดยยากลุ่ม GLP-1 RA ออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่หากใช้ไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเองโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้น้ำหนักดีดกลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า โยโย่ และเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย ถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ โรคไทรอยด์ หรือโรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
📌ข้อแนะนำ
ห้ามซื้อมาใช้งานเอง
ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่แนะนำสำหรับบุคคลเท่าไป
ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว และสตรีมีครรภ์
ควรปรับพฤติกรรมควบคู่กับการใช้งาน เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
ยากลุ่มนี้ต้องใช้ภายใต้การวินิจฉัยและการดูแลของแพทย์เท่านั้น
ข้อสรุป: แม้ว่าปากกาลดน้ำหนักเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยลดน้ำหนักที่ได้ผลดี และรวดเร็ว แต่ทว่าก็ยังเกิดผลข้างเคียงที่ตามมา และหากมีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ปราศจากการดูแลของแพทย์ ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง ทางที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนักที่ถูกต้องควรมาจากการปรับพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพจิต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ในระยะยาว
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
✅ สาร “แทนนิน” (Tannin) ในชาเขียว สามารถลดการดูดซึมธาตุเหล็กประกอบไม่ใช่ฮีม (Non-heme Iron) ได้สูงถึง 50% หากดื่มขณะรับประทานอาหาร หรือดื่มหลังมื้ออาหารทันที
❌ อย่างไรก็ตาม ชาเขียว ไม่ได้ทำให้โลหิตจางโดยตรง แต่หากดื่มบ่อยเกินไป และไม่เหมาะกับช่วงเวลา โดยเฉพาะในผู้หญิงมีประจำเดือน ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ทานมังสวิรัติ อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็กได้
.
📌 กรมอนามัยแนะนำ:
– ดื่มห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง
– เลือกชาเขียวสูตร ไม่เติมน้ำตาล หรือชงเองจากใบชา
– หลีกเลี่ยงการเติมนมหรือนมข้น เพราะอาจลดประสิทธิภาพของสารดีในชา
– ควรกินอาหารที่มี วิตามินซี ร่วมกับแหล่งธาตุเหล็ก เช่น ผักใบเขียว + ผลไม้รสเปรี้ยว
.
🍵 ดื่มชาเขียวให้ปลอดภัย ต้องดื่มให้ “พอดี” และ “ถูกเวลา” เพื่อให้ได้ทั้งรสชาติและประโยชน์สุขภาพ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลนี้มี #จริงบางส่วน
พรรคภูมิใจไทยมีนโยบาย “เปิดรับสมัครทหารอาสา 1 แสนนาย รับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท” จริง
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้แถลงนโยบายของพรรคโดยมีหนึ่งนโยบายเป็นที่สนใจในสังคมเนื่องมาจากสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน คือ นโยบายความมั่นคง โครงการทหารอาสา แทน ทหารเกณฑ์ เปิดรับสมัครทหารมารับใช้ชาติโดยสมัครใจ 1 แสนคน ในรูปแบบ การรับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท มีโอกาสสอบเข้ารับราชการ และศึกษาต่อหรือสอบเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นได้
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายสร้างกำแพงชายแดนตามที่หัวข้อข่าว ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ว่า “ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยนั้น ขอใช้คำว่า"รั้วของชาติ"ซึ่งไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างกำแพง อิฐหรือคอนกรีตกั้นชายแดนแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ก็ได้มีสื่อต่างๆนำเสนอข่าวด้วยการพาดหัวข่าวที่ใช้คำว่า สร้างกำแพงซึ่งมีความคลุมเครือหรือสับสนว่าเป็นการสร้างกำแพงจริงๆหรือการสร้างรั้วของชาติอาจทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยได้
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
COFACT ร่วมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น #ไม่จริง
เพราะ
✅ ปัจจุบันยัง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าการใส่แว่นจะทำร้ายดวงตาหรือทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนไป การใส่แว่นเป็นเพียงวิธีช่วยให้มองเห็นชัดเจน ลดภาระการเพ่ง และช่วยให้ใช้สายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน
แล้วสายตาสั้นเกิดจากอะไร ?
เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก
1. พันธุกรรม – เด็กที่พ่อแม่สายตาสั้นจะมีความเสี่ยงสูง
2.การเจริญเติบโตของลูกตา – ขนาดลูกตายาวขึ้นทำให้ภาพตกไม่ตรงจอประสาทตา
3.พฤติกรรมการใช้สายตา – ใช้สายตาระยะใกล้นาน ๆ เช่น เล่นมือถือหรือจ้องหน้าจอโดยไม่
พัก ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้น
❌ ดังนั้นการใส่หรือไม่ใส่แว่น ไม่มีผลต่อความเสื่อมของค่าสายตา
แต่หากไม่ใส่แว่นตามที่แพทย์แนะนำ อาจทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น เกิดอาการปวดตา ปวดหัว และใช้สายตาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
คำแนะนำ:
✅ ใส่แว่นให้ตรงค่าสายตา มองเห็นชัด ลดการเพ่ง
✅ พักสายตาเป็นระยะ ๆ ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต 20 วินาที (กฎ 20-20-20)
✅ ลดเวลาจ้องมือถือ/หน้าจอ และจัดแสงสว่างให้เหมาะสม
✅ ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำโดยจักษุแพทย์
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
COFACT ร่วมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น #จริง
เพราะ
.
✅ สีส้มในชาไทยส่วนใหญ่มาจากสาร Sunset Yellow FCF ซึ่งเป็นสีผสมอาหารสังเคราะห์ แม้จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในปริมาณที่ปลอดภัย แต่หากดื่มเกินวันละ 2 แก้ว อาจได้รับสารเกินมาตรฐาน
เสี่ยงต่ออาการ สมาธิสั้นในเด็ก เสี่ยงมะเร็ง และกระทบต่อไต
❌ อย่าคิดว่า “แค่ชาไทย” ดื่มได้เรื่อย ๆ เพราะชาดำในชาไทยมีสาร Oxalate สูง หากดื่มบ่อยอาจสะสมและส่งผลเสียต่อสุขภาพ
.
คำแนะนำ: ดื่มได้แต่ให้พอดี เลือกสูตรสีอ่อน อ่านฉลากก่อนซื้อ และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันนาน ๆ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
✅ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็ง มีส่วนเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ “การกินผิด” อย่าง อาหารหวาน มัน เค็ม ผักผลไม้น้อย และ กินอาหารแปรรูปเป็นประจำ
รวมถึง ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ และมี ความเครียดสะสม ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดโรค NCDs
โดยเฉพาะ ความอ้วนลงพุง ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีความเสี่ยงโรคแอบแฝงอยู่
องค์การอนามัยโลกระบุด้วยว่าสาเหตุอื่นๆที่เสี่ยงก่อให้เกิดโรค NCDs ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และมลพิษในอากาศ เป็นต้น
❌ อย่าคิดว่า “ความอ้วนแค่เรื่องรูปร่าง”
เพราะจริง ๆ แล้วคือประตูสู่โรคร้ายที่ค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว
.
คำแนะนำ:
✅ กินอาหารครบ 5 หมู่ หลากหลาย และพอดี
✅ เพิ่มผักผลไม้ในทุกมื้อ ลดหวาน มัน เค็ม (น้ำตาล ≤ 6 ช้อนชา/วัน)
✅ เลี่ยงอาหารแปรรูป ใช้วัตถุดิบสด ปรุงแต่น้อย
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบจากแหล่งที่มาแล้วพบว่าคลิปที่นำมาเผยแพร่นั้นเป็นคลิป AI ที่จำลองสถานการณ์ขึ้นมา และให้ข้อมูลที่ผิด/บิดเบือน ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังโคแฟคได้ทำการตรวจสอบถึงข้อมูล และค้นหาที่มาของข้อมูลความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้อ้างอิง
จุดสังเกตุข้อแรกที่พบคือ ตัวอักษรหรือป้ายที่อยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว ใช้ภาษาที่ไม่มีอยู่ หรือเป็นภาษาที่ไม่มีความหมายอะไร
และข้อที่ 2 คือคำพูดของบุคคลภายในคลิปนั้นสวนทางกัน ทำให้จับใจความที่จะสื่อออกมาไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
จึงสรุปได้ว่า โพสดังกล่าวมีเนื้อหาบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด
เนื้อหาจากโพสต้นทางทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหน่วยงานราชการไทย โดยให้ข้อมูลที่ไม่มีมูลเหตุและบิดเบือนจากความเป็นจริง และคลิปที่เจ้าของโพสได้นำมาเผยแพร่ มีจุดที่ผิดสังเกตหลายอย่าง ทำให้คนเข้าใจผิดกันเป็นจำนวนมาก และเป็นกระแสตีกลับว่าเป็นคลิป AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากสถานการณ์จริง ทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์และผู้ควบคุมการผลิตน้ำนม พบว่าหลายประเด็นในคลิปดังกล่าว เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน และไม่ได้สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมนมไทยอย่างถูกต้อง
ข้อมูลจริงจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์นมโคสดแท้ 100% จำหน่ายอยู่จริงอย่างน้อย 3–5 ยี่ห้อ และมีการระบุบนฉลากอย่างชัดเจน ผู้บริโภคสามารถเลือกได้จากการอ่านฉลากส่วนผสม ไม่ใช่เพียงดูข้อความหน้ากล่องหรือคำโฆษณา
นมผงคืนรูปเป็นเพียง “อีกประเภทหนึ่ง” ของผลิตภัณฑ์นม
ในตลาดมีนม 2 ประเภทหลัก ได้แก่
น้ำนมโคสดแท้ (Fresh Milk)
นมที่ทำจากนมผงคืนรูป (Reconstituted/Recombined Milk)
นมผงคืนรูป ไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่ใช้กันทั่วโลก และมีการระบุบนบรรจุภัณฑ์อย่างโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายไทย ผลิตภัณฑ์นมกลุ่มนี้มักมีราคาประหยัดและเก็บรักษาได้นานกว่า
กระบวนการผลิตน้ำนมโคไทยต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน เช่น
การตรวจปริมาณเซลล์ Somatic Cell Count (SCC)
การตรวจปริมาณแบคทีเรีย (SPC)
การตรวจสารตกค้างยา
การวัดคุณภาพน้ำนมดิบก่อนนำไปแปรรูป
มาตรฐานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายไทย เช่น
มกษ. 6003–2553 (มาตรฐานน้ำนมโคดิบ)
มกษ. 6401–2560 (แนวปฏิบัติศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ)
แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนมไทยไม่ได้ผลิตแบบไร้การควบคุม แต่มีระบบกำกับดูแลชัดเจน
ในคลิปมีการกล่าวอ้างว่าการกินนมจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (Grass Fed) จะดีกว่าเสมอ แต่จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญพบว่า “Grass Fed” เป็นเพียงคำ claim ทางการตลาด และยังไม่ใช่มาตรฐานที่ประเทศไทยรองรับอย่างเป็นระบบ อีกทั้งการผลิตนมแบบนี้มีต้นทุนสูงและไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพนมทั้งหมดได้
ข้อสรุปโคแฟค : เนื้อหาเป็นข้อมูลบิดเบือน
จากการนำเสนอข้อมูลด้านเดียว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพนมไทย และสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้บริโภค ทั้งที่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีทั้งน้ำนมโคสดแท้และนมผงคืนรูปจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีระบบตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการผลิต
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้แล้ว พบว่าข้อมูลที่นำมาเผยแพร่นั้นไม่เป็นความจริง และอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงผู้อื่นได้ โดยได้ทำการตรวจสอบ ค้นหาที่มาของข้อมูลความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้อ้างอิง
ข้อเท็จจริง
ไอซ์ รัชนก ได้ยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ กล่าวว่าข้อมูลที่อ้างถึงตนและฮุนเซนนั้น เป็นข่าวปลอม และย้ำว่าการส่งต่อข้อมูลแบบนี้มันมีคนเชื่อจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่รู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนผู้สูงอายุ ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่สังคมต้องช่วยกันอย่าส่งต่อข้อมูลที่เป็น fake new
จึงสรุปได้ว่า โพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด
ข้อมูลที่เจ้าของคลิปได้นำมาเผยแพร่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจกลายเป็นกระแสปลุกปั่นทางการเมืองได้ โดยข้อมูลนั้นเกี่ยวกับผู้ที่มีฐานะทางการเมืองอย่าง ไอซ์ รัชนก สส.พรรคประชาชน และ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยการกล่าวอ้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและบิดเบือน
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบแล้วพบว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางส่วน โดยตรวจสอบเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงดังนี้
- ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “การปิดด่านสระแก้ว 100%”
ตรวจสอบแล้วไม่พบประกาศใดจากทางราชการว่ามีการ “ปิดด่านสระแก้วทั้งหมด” ตามที่ข่าวอ้าง ด่านชายแดนยังคงเปิด-ปิดตามมาตรการปกติของทางจังหวัดและด่านตรวจคนเข้าเมือง
- ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจับกุมคนไทยที่เปิดบัญชีม้า
แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะเคยจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า และมีบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบข้ามชายแดนจริง แต่เป็นเพียงรายกรณี ไม่ใช่จำนวนมากตามข้อความที่เผยแพร่
- ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัญชีม้า
บัญชีม้าคือบัญชีธนาคารที่เจ้าของยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ แล้วบุคคลอื่น (บุคคลที่ 3) ได้นำบัญชีดังกล่าวไปใช้รับ-โอนเงินจากกิจกรรมที่ผิดต่อหลักกฎหมาย อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนัน ยาเสพติด หรือการคอร์รัปชั่น โดยเจ้าของบัญชีจะมีโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยจะถูกอายัติบัญชี และโดนสอบสวนเป็นลำดับถัดไป อาจต้องโทษถึงขั้นติดคุก เนื่องจากเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดกฏหมาย
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเพจดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องใด กับตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อความที่เผยแพร่เป็นการแอบอ้างชื่อองค์กรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทําให้ประชาชนหลงเชื่อและเสียทรัพย์ได้
ข้อเท็จจริงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอประเทศไทย
ข้อความที่ว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนําทางสํารับนักลงทุนมือใหม่ เข้าร่วมปันผลหุ้น OKJ” เป็นข่าวปลอม เพจที่เผยแพร่โฆษณาดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พบว่าเป็นการแอบอ้าง
การชี้แจงข้อเท็จจริงโดยตลาดหลักรัพย์ฯ
ยืนยันว่าไม่มีการดําเนินการหรือส่งเสริมการลงทุนในหุ้น OKJ แต่อย่างใด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจที่นําเสนอข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ให้สิทธิ์หรือมอบหมายให้บุคคลหรือเพจใดดําเนินกิจกรรมเช่นนั้น
ข้อสรุป : เนื้อหาเป็นข่าวปลอม (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568)
ข้อความที่เผยแพร่ทางโซเชียลว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนําลงทุนหุ้น OKJ” เป็น ข่าว ปลอม ที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มมิจฉาชีพ มีเจตนาหลอกลวง โดยแอบอ้างชื่อหน่วยงานเพื่อให้เกิด ความน่าเชื่อถือ
ขอให้ประชาชนตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อนเชื่อ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับเพจลักษณะดังกล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าท่องเที่ยวและพักแรมอีกครั้งอย่างเป็นทางการ หลังสิ้นสุดช่วงพักฟื้นธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ประกาศจากอุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในเขตอุทยาน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 15 ธันวาคม 2568 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า กัมพูชาได้มีการส่งหนังสือทางการเพื่อแสดงความประสงค์ขอเจรจาหยุดยิงกับประเทศไทยจริง โดยเป็นไปตามกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC)
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้แถลงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงในพื้นที่ชายแดน ฝ่ายกัมพูชาจำเป็นต้องแสดงเจตจำนงผ่านการปฏิบัติ 3 ประการหลัก ได้แก่
การประกาศหยุดยิงก่อน
การยุติการใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ไทยย้ำถึงความจำเป็นในการพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย เพื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมการเจรจาหยุดยิง ถือเป็นพัฒนาการสำคัญภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยกำหนดไว้
นอกจากนี้ จากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ยังนำไปสู่การเห็นชอบให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ตามข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–27 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดจันทบุรี
สำหรับคณะผู้แทนฝ่ายไทย มี พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มี Major General Nhem Boraden เป็นหัวหน้าคณะการประชุม
ข้อเท็จจริง
กรณีที่มีการอ้างว่าสื่อกัมพูชาระบุว่า “จดหมายขอหยุดยิงเป็นข่าวปลอม” นั้น เป็นข้อมูลที่ คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทยได้เปิดข้อมูล มีการส่งหนังสือทางการจริง และอยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาตามกลไกทวิภาคีที่ได้รับการยอมรับ
ใช้ใน 1 ข้อความ・9 วันที่แล้ว
