ตรวจสอบข่าว

รายการความเห็น


13649 ความเห็น

✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อย. แจงกรณีออสเตรเลียเรียกคืนผลิตภัณฑ์กันแดด 21 รายการ หลังพบค่า SPF ไม่ตรงตามที่โฆษณา โดยพบ 2 รายการมีจดแจ้งในไทย ขณะนี้ประสานผู้นำเข้าระงับการจำหน่ายและเรียกคืนผลิตภัณฑ์จนกว่าผลการตรวจวิเคราะห์ยืนยันค่า SPF ในผลิตภัณฑ์ถูกต้อง เผยมีมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพและดำเนินคดีกับผลิตภัณฑ์ที่ค่า SPF ไม่ตรงตามจริงอย่างเข้มข้น ขอให้ประชาชนวางใจ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากรายงานข่าวประเทศออสเตรเลียสั่งระงับและเรียกคืนผลิตภัณฑ์กันแดด 21 รายการ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการแสดงค่า SPF ไม่ตรงตามที่โฆษณานั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลการจดแจ้งเครื่องสำอางในประเทศไทยพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนดังกล่าว มี 2 รายการ ที่ได้รับการจดแจ้งในประเทศไทย ได้แก่ 1. เอ็นโดตา มิเนอรัล โพรเทค เอสพีเอฟ50 ซันสกรีน (Endota Mineral Protect SPF50 Sunscreen) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-2-6500020745 ผู้นำเข้า: บริษัท พีเจ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตต่างประเทศ: ENDOTA PRODUCT PTY LTD, AUSTRALIA 2. วี อาร์ ฟีล กู๊ด อิงค์ มิเนอรัล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50+ (We are feel good Inc. Mineral Sunscreen SPF 50+) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-2-6600034439 ผู้นำเข้า: บริษัท อิลลูเมีย จำกัด ผู้ผลิตต่างประเทศ: WILD CHILD LABORATORIES PTY LTD, AUSTRALIA อย. ได้ประสานผู้นำเข้าให้ระงับการจำหน่ายและเรียกเก็บคืนสินค้าทันที จนกว่าจะทราบผลตรวจวิเคราะห์ยืนยันค่า SPF ที่ถูกต้อง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ขณะนี้ผู้นำเข้าได้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวแล้ว เลขาธิการฯ กล่าวย้ำว่า อย. มีมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างเข้มงวดมาตลอด โดยในปีงบประมาณ 2567 สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์กันแดด 97 รายการ พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับผลิตภัณฑ์ที่แสดงค่า SPF ไม่ตรงตามความเป็นจริง ทั้งนี้ อย. แนะให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อ ที่ตั้ง ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และมีเลขที่จดแจ้งอย่างชัดเจน โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการจดแจ้งได้ที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai หากพบเห็นเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สงสัยว่าจะไม่ปลอดภัย หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของเครื่องสำอาง สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai, E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
มีการศึกษาวิจัยพบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด และหลอดเลือดสมองตีบตัน โรคมะเร็ง: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก และมะเร็งคอหอย โรคปอด: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคปอดป๊อปคอร์น โรคเบาหวาน: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สาเหตุที่บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงต่อ NCDs นิโคติน: บุหรี่ไฟฟ้ายังคงมีนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่สามารถทำให้เสพติดและรบกวนการทำงานของสารเคมีต่างๆ ในร่างกาย สารพิษ: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถปล่อยสารพิษและสารเคมีอันตรายอื่นๆ เช่น โลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย และสารก่อมะเร็ง การอักเสบ: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด NCDs ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ทุกชนิดเพื่อสุขภาพที่ดี
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
บุหรี่ไฟฟ้ามีสาร นิโคติน มากกว่าบุหรี่มวน(บุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง = บุหรี่มวน 1,000 มวน)ทั้งนี้ไม่ว่าจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่มวน ล้ววนมีอันตรายต่อร่างกาย ทำให้หลอดเลือดหดตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน หลอดเลือดสมองตีบ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
บุหรี่ไฟฟ้าทำงานโดยขดลวดจะทำให้เกิดตวามร้อน จนน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าระเหยในรูปแบบไอระเหย ออกมาเป็นควันสีขาวที่เต็มไปด้วยสารอันตรายจำนวนมาก บุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยสารเคมีอันตรายมากมาย เช่น นิโคติน สารก่อมะเร็ง โลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย และสารพิษอันตรายอื่นๆ ที่สามารถทำลายสุขภาพได้ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด และมะเร็งได้ เนื่องจากอนุภาคในบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กมาก สามารถแทรกซึมผ่านปอดเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง และก่อให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ สารพิษที่พบในบุหรี่ไฟฟ้า นิโคติน: ทำให้เสพติดและรบกวนการทำงานของสารเคมีต่างๆ ในร่างกาย สารหนู: สร้างความระคายเคืองให้กับระบบทางเดินหายใจ โพรไพลีนไกลคอล: ทำให้เกิดความระคายเคืองเยื่อปุอักเสบต่างๆ ตามร่างกาย ฟอร์มาลดีไฮด์: สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ที่สามารถทำลายเนื้อเยื่อปอดและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งช่องจมูก คอหอย และปอด โลหะหนัก: ตะกั่ว นิกเกิล ดีบุก แคดเมียม โคบอลต์ ซีลีเนียม และโครเมียม ที่สามารถสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งในระยะยาว ไดอะเซทิล: สารแต่งกลิ่นที่สามารถทำให้เกิดโรคปอดป๊อปคอร์นหรือโรคหลอดลมฝอยอักเสบอุดกั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
“ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 คือ มีขนาดประมาณ 1.0 ทำให้เข้าไปในปอดได้ลึกมาก จับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว” ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดอนุภาคเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 จริงๆ โดยทั่วไปแล้ว ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดประมาณ 30-100 นาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่าขนาดของฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดประมาณ 2.5 ไมโครเมตร หรือ 2,500 นาโนเมตร ซึ่งหมายความว่าควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถเข้าสู่ปอดได้ลึกและอาจก่อให้เกิดการอักเสบและโรคทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้ ควันบุหรี่ไฟฟ้ายังสามารถนำพาสารอันตรายเข้าสู่เม็ดเลือดแดงได้เร็วแค่ 20 วินาที การมีขนาดเล็กนี้ทำให้ควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของควันบุหรี่ไฟฟ้าต่อคนรอบข้างและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากควันบุหรี่ไฟฟ้าสามารถลอยอยู่ในอากาศและถูกสูดดมโดยผู้อื่นหรือสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
“ บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งการนำเข้ามาขายและครอบครอง เช่น การนำเข้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ 2557 ส่วนผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 และการสูบในที่สาธารณะ อาจถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 “ บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ในประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้าม พ.ศ. 2557 เหตุผลที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในไทย: มีสารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ อาจนำไปสู่อาการเสพติดสารนิโคติน
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากกระแสข่าวที่แพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะในเขตสามอำเภอในจังหวัดสุรินทร์ได้แก่อำเภอบัวเชด อำเภอกาบเชิง และอำเภอพนมดงรัก มีการกล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของ “แมลงหวี่ขาวยาสูบ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นพาหะของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่นั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ และศูนย์วิจัยพืชไร่สุรินทร์ พบว่า โรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับพืชมันสำปะหลังทั่วประเทศ และหนึ่งในพาหะสำคัญของโรคคือ แมลงหวี่ขาวยาสูบ โดยวงจรชีวิตของแมลงชนิดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างในมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกพืชอาศัยของแมลงหวี่ขาวจำนวนมาก เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพด หรือสะเดา ยิ่งทำให้ความเสี่ยงต่อการระบาดเพิ่มสูงขึ้น จากการสืบค้นข้อมูลและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพืช พบว่า มีแนวทางป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นไปที่การป้องกันการระบาดตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่ การเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ทนทานต่อโรคใบด่าง เช่น พันธุ์ห้วยบง 80 ระยอง 11 หรือเกษตรศาสตร์ 72 การควบคุมประชากรแมลงหวี่ขาวยาสูบในแปลงปลูกอย่างเข้มข้น เช่น การใช้กับดักเหนียวสีเหลือง การปล่อยชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อบิวเวอเรีย หรือการลดพืชอาศัยที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงหวี่ขาว นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการปลูกมันสัมปะหลังซ้ำซ้อนหรือปลูกต่อเนื่องโดยไม่เว้นระยะพักแปลงเพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดซ้ำ จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างครบถ้วนจึงสามารถสรุปได้ว่า ข่าวที่ระบุว่ามีการแจ้งเตือนการระบาดของแมลงหวี่ขาวยาสูบพาหะของโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่สามอำเภอในจังหวัดสุรินทร์ เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลในพื้นที่จริงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เกษตรกรควรดำเนินการตามคำแนะนำด้านการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการจัดการปัญหาการระบาดของโรคใบด่างในมันสำปะหลัง สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างข้อมูลที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วกับกระแสข่าวลือ และควรยึดถือข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยพืชไร่ ตลอดจนคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก่อนจะดำเนินการหรือเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและการตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นของสังคมเกษตรกร
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
✅ แปรงสีฟันที่ใช้เป็นเวลานาน ขนแปรงจะบานและเสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน-กำจัดจุลินทรีย์ลดลง ✅ ขนแปรงที่เสียรูปแล้ว ยังสร้างความเสียหายกับเนื้อเยื่อเหงือกอีกด้วย ❌ แม้แปรงสีฟันจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรค แต่หากไม่เปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ จะลดประสิทธิภาพในการดูแลช่องปากลงอย่างมาก 📌 กรมอนามัยแนะนำ: – ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน หรือเร็วขึ้นหากขนแปรงบานหรือป่วย – เลือกแปรงสีฟันขนาดเหมาะสม ขนนุ่ม ไม่ทำร้ายเหงือก – แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง . 🪥 เปลี่ยนแปรงให้ทันเวลา เพื่อปากสะอาด สุขภาพดีในระยะยาว
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
✅ อาการเมารถ/เมาเรือ เกิดจาก ระบบประสาทการทรงตัวทำงานไม่สมดุล ไม่เกี่ยวข้องกับการติดสะดือ ใต้สะดือ หรือหลังหูด้วยพลาสเตอร์ ✅ ปัจจุบันยัง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าพลาสเตอร์สามารถบรรเทาหรือป้องกันอาการเมารถได้ แล้วอาการเมารถเกิดจากอะไร ? เกิดจากการที่ สมองได้รับสัญญาณไม่สอดคล้องกัน จากตา หูชั้นใน และระบบทรงตัว ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน วิธีช่วยลดอาการเมารถที่ได้ผล ได้แก่ 1. ไม่ควรท้องว่าง ควรรับประทานอาหารและพักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเดินทาง 2. เลือกตำแหน่งนั่งที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น นั่งด้านหน้า (ข้างคนขับ) 3. ใช้ยาแก้เมารถ เช่น Diphenhydramine ก่อนออกเดินทางครึ่งชั่วโมง ❌ ดังนั้น “การติดพลาสเตอร์สะดือ” ไม่มีผลต่อการป้องกันอาการเมารถการใช้วิธีที่เหมาะสมและถูกต้องตามคำแนะนำทางการแพทย์จะช่วยได้จริงมากกว่า คำแนะนำ: ✅ กินอาหารพอเหมาะก่อนเดินทาง ✅ เลือกที่นั่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ✅ ใช้ยาแก้เมารถตามความจำเป็น ✅ พักผ่อนเพียงพอก่อนการเดินทาง
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
🖊️ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร❓ ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาลดน้ำหนักชนิดหนึ่ง อยู่ในรูปแบบเข็มฉีดยาที่มีหน้าตาคล้ายกับปากกา ภายในบรรจุตัวยาสำคัญอย่างยาฉีดลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ที่ออกฤทธิ์ให้ร่างกายรู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดน้ำหนักในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ได้จริง และยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่าสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ใช้สำหรับลดความอ้วนในผู้ป่วยที่มีค่า BMI เกิน 30 (ผู้ป่วยโรคอ้วน) และผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 28 (ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง เป็นต้น) โดยตัวยากลุ่มนี้จะต้องทำการคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วยจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี . ปัจจุบันพบว่า มีผู้คนให้ความสนใจ “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง ที่มีการใช้งานและได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด ส่งผลให้เกิดการหาซื้อมาใช้งานเองตามอินเทอร์เน็ต บางส่วนก็ใช้งานไม่ได้ผล บางส่วนก็เกิดผลข้างเคียง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือบางส่วนก็เกิดการ “โยโย่ (Yoyo)” หรือ “Rebound” คือการที่น้ำหนักตัวดีดกลับมาเท่าเดิมหลังจากหยุดใช้งาน ทำให้ผู้ที่อยากจะลดน้ำหนักเกิดความลังเลว่า ปากกาลดน้ำหนักจะสามารถลดได้จริง และปลอดภัยจริงหรือไม่ . เราจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า ปากกาลดน้ำหนัก สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง เนื่องจากเดิม ยาชนิดนี้ถูกพัฒนาออกมาในรูปของยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยที่ไม่ทำให้น้ำตาลตกหรือวูบ สามารถลดน้ำตาลสะสมหรือ HbA1C ได้ ในผู้ที่ชอบกินหวานบ่อย และทำให้น้ำหนักของผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะอ้วนลดลงได้ อย่างน้อย 10% ต่อมาจึงได้ถูกพัฒนาออกมาในรูปของปากกาพร้อมเข็มขนาดเล็กมาก ไว้ฉีดที่ท้อง ต้นขาหรือต้นแขนของคนไข้ เพื่อใช้ลดน้ำหนักในระยะยาว . อีกทั้ง พบว่ายาชนิดนี้มีค่าเฉลี่ยในการลดน้ำหนักสูงถึง 22.5% และอาจสูงสุดถึง 25% เทียบเท่ากับวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดอย่าง การผ่าตัดกระเพาะ ที่มีค่าเฉลี่ยในการลดน้ำหนัก 25% อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่า สัดส่วนที่หายไปเป็นสัดส่วนของไขมันถึง 75% และเป็นกล้ามเนื้อเพียง 25% ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเทียบกับการลดน้ำหนักวิธีอื่นที่อาจได้ผลลัพธ์ในการสูญเสียกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน . แต่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีพบการใช้ “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” ตามโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทั่วไป รวมถึงมีการปรับขนาดยาและวิธีการฉีดด้วยตนเอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยอย่างยิ่ง ขอเรียนว่า ในประเทศไทยอนุมัติยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA) สำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในกลุ่มบุคคลทั่วไป โดยยากลุ่ม GLP-1 RA ออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่หากใช้ไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเองโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้น้ำหนักดีดกลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า โยโย่ และเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย ถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ โรคไทรอยด์ หรือโรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ 📌ข้อแนะนำ ห้ามซื้อมาใช้งานเอง ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่แนะนำสำหรับบุคคลเท่าไป ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว และสตรีมีครรภ์ ควรปรับพฤติกรรมควบคู่กับการใช้งาน เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ยากลุ่มนี้ต้องใช้ภายใต้การวินิจฉัยและการดูแลของแพทย์เท่านั้น ข้อสรุป: แม้ว่าปากกาลดน้ำหนักเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยลดน้ำหนักที่ได้ผลดี และรวดเร็ว แต่ทว่าก็ยังเกิดผลข้างเคียงที่ตามมา และหากมีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ปราศจากการดูแลของแพทย์ ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง ทางที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนักที่ถูกต้องควรมาจากการปรับพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพจิต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ในระยะยาว
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
✅ สาร “แทนนิน” (Tannin) ในชาเขียว สามารถลดการดูดซึมธาตุเหล็กประกอบไม่ใช่ฮีม (Non-heme Iron) ได้สูงถึง 50% หากดื่มขณะรับประทานอาหาร หรือดื่มหลังมื้ออาหารทันที ❌ อย่างไรก็ตาม ชาเขียว ไม่ได้ทำให้โลหิตจางโดยตรง แต่หากดื่มบ่อยเกินไป และไม่เหมาะกับช่วงเวลา โดยเฉพาะในผู้หญิงมีประจำเดือน ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ทานมังสวิรัติ อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็กได้ . 📌 กรมอนามัยแนะนำ: – ดื่มห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง – เลือกชาเขียวสูตร ไม่เติมน้ำตาล หรือชงเองจากใบชา – หลีกเลี่ยงการเติมนมหรือนมข้น เพราะอาจลดประสิทธิภาพของสารดีในชา – ควรกินอาหารที่มี วิตามินซี ร่วมกับแหล่งธาตุเหล็ก เช่น ผักใบเขียว + ผลไม้รสเปรี้ยว . 🍵 ดื่มชาเขียวให้ปลอดภัย ต้องดื่มให้ “พอดี” และ “ถูกเวลา” เพื่อให้ได้ทั้งรสชาติและประโยชน์สุขภาพ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลนี้มี #จริงบางส่วน พรรคภูมิใจไทยมีนโยบาย “เปิดรับสมัครทหารอาสา 1 แสนนาย รับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท” จริง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้แถลงนโยบายของพรรคโดยมีหนึ่งนโยบายเป็นที่สนใจในสังคมเนื่องมาจากสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน คือ นโยบายความมั่นคง โครงการทหารอาสา แทน ทหารเกณฑ์ เปิดรับสมัครทหารมารับใช้ชาติโดยสมัครใจ 1 แสนคน ในรูปแบบ การรับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท มีโอกาสสอบเข้ารับราชการ และศึกษาต่อหรือสอบเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายสร้างกำแพงชายแดนตามที่หัวข้อข่าว ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ว่า “ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยนั้น ขอใช้คำว่า"รั้วของชาติ"ซึ่งไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างกำแพง อิฐหรือคอนกรีตกั้นชายแดนแต่อย่างใด” ทั้งนี้ก็ได้มีสื่อต่างๆนำเสนอข่าวด้วยการพาดหัวข่าวที่ใช้คำว่า สร้างกำแพงซึ่งมีความคลุมเครือหรือสับสนว่าเป็นการสร้างกำแพงจริงๆหรือการสร้างรั้วของชาติอาจทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยได้
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
COFACT ร่วมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น #ไม่จริง เพราะ ✅ ปัจจุบันยัง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าการใส่แว่นจะทำร้ายดวงตาหรือทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนไป การใส่แว่นเป็นเพียงวิธีช่วยให้มองเห็นชัดเจน ลดภาระการเพ่ง และช่วยให้ใช้สายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน แล้วสายตาสั้นเกิดจากอะไร ? เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก 1. พันธุกรรม – เด็กที่พ่อแม่สายตาสั้นจะมีความเสี่ยงสูง 2.การเจริญเติบโตของลูกตา – ขนาดลูกตายาวขึ้นทำให้ภาพตกไม่ตรงจอประสาทตา 3.พฤติกรรมการใช้สายตา – ใช้สายตาระยะใกล้นาน ๆ เช่น เล่นมือถือหรือจ้องหน้าจอโดยไม่ พัก ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้น ❌ ดังนั้นการใส่หรือไม่ใส่แว่น ไม่มีผลต่อความเสื่อมของค่าสายตา แต่หากไม่ใส่แว่นตามที่แพทย์แนะนำ อาจทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น เกิดอาการปวดตา ปวดหัว และใช้สายตาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ คำแนะนำ: ✅ ใส่แว่นให้ตรงค่าสายตา มองเห็นชัด ลดการเพ่ง ✅ พักสายตาเป็นระยะ ๆ ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต 20 วินาที (กฎ 20-20-20) ✅ ลดเวลาจ้องมือถือ/หน้าจอ และจัดแสงสว่างให้เหมาะสม ✅ ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำโดยจักษุแพทย์
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
COFACT ร่วมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น #จริง เพราะ . ✅ สีส้มในชาไทยส่วนใหญ่มาจากสาร Sunset Yellow FCF ซึ่งเป็นสีผสมอาหารสังเคราะห์ แม้จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในปริมาณที่ปลอดภัย แต่หากดื่มเกินวันละ 2 แก้ว อาจได้รับสารเกินมาตรฐาน เสี่ยงต่ออาการ สมาธิสั้นในเด็ก เสี่ยงมะเร็ง และกระทบต่อไต ❌ อย่าคิดว่า “แค่ชาไทย” ดื่มได้เรื่อย ๆ เพราะชาดำในชาไทยมีสาร Oxalate สูง หากดื่มบ่อยอาจสะสมและส่งผลเสียต่อสุขภาพ . คำแนะนำ: ดื่มได้แต่ให้พอดี เลือกสูตรสีอ่อน อ่านฉลากก่อนซื้อ และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันนาน ๆ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
✅ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็ง มีส่วนเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ “การกินผิด” อย่าง อาหารหวาน มัน เค็ม ผักผลไม้น้อย และ กินอาหารแปรรูปเป็นประจำ รวมถึง ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ และมี ความเครียดสะสม ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดโรค NCDs โดยเฉพาะ ความอ้วนลงพุง ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีความเสี่ยงโรคแอบแฝงอยู่ องค์การอนามัยโลกระบุด้วยว่าสาเหตุอื่นๆที่เสี่ยงก่อให้เกิดโรค NCDs ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และมลพิษในอากาศ เป็นต้น ❌ อย่าคิดว่า “ความอ้วนแค่เรื่องรูปร่าง” เพราะจริง ๆ แล้วคือประตูสู่โรคร้ายที่ค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว . คำแนะนำ: ✅ กินอาหารครบ 5 หมู่ หลากหลาย และพอดี ✅ เพิ่มผักผลไม้ในทุกมื้อ ลดหวาน มัน เค็ม (น้ำตาล ≤ 6 ช้อนชา/วัน) ✅ เลี่ยงอาหารแปรรูป ใช้วัตถุดิบสด ปรุงแต่น้อย ✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบจากแหล่งที่มาแล้วพบว่าคลิปที่นำมาเผยแพร่นั้นเป็นคลิป AI ที่จำลองสถานการณ์ขึ้นมา และให้ข้อมูลที่ผิด/บิดเบือน ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังโคแฟคได้ทำการตรวจสอบถึงข้อมูล และค้นหาที่มาของข้อมูลความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้อ้างอิง จุดสังเกตุข้อแรกที่พบคือ ตัวอักษรหรือป้ายที่อยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว ใช้ภาษาที่ไม่มีอยู่ หรือเป็นภาษาที่ไม่มีความหมายอะไร และข้อที่ 2 คือคำพูดของบุคคลภายในคลิปนั้นสวนทางกัน ทำให้จับใจความที่จะสื่อออกมาไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ จึงสรุปได้ว่า โพสดังกล่าวมีเนื้อหาบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด เนื้อหาจากโพสต้นทางทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหน่วยงานราชการไทย โดยให้ข้อมูลที่ไม่มีมูลเหตุและบิดเบือนจากความเป็นจริง และคลิปที่เจ้าของโพสได้นำมาเผยแพร่ มีจุดที่ผิดสังเกตหลายอย่าง ทำให้คนเข้าใจผิดกันเป็นจำนวนมาก และเป็นกระแสตีกลับว่าเป็นคลิป AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากสถานการณ์จริง ทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์และผู้ควบคุมการผลิตน้ำนม พบว่าหลายประเด็นในคลิปดังกล่าว เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน และไม่ได้สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมนมไทยอย่างถูกต้อง ข้อมูลจริงจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์นมโคสดแท้ 100% จำหน่ายอยู่จริงอย่างน้อย 3–5 ยี่ห้อ และมีการระบุบนฉลากอย่างชัดเจน ผู้บริโภคสามารถเลือกได้จากการอ่านฉลากส่วนผสม ไม่ใช่เพียงดูข้อความหน้ากล่องหรือคำโฆษณา นมผงคืนรูปเป็นเพียง “อีกประเภทหนึ่ง” ของผลิตภัณฑ์นม ในตลาดมีนม 2 ประเภทหลัก ได้แก่ น้ำนมโคสดแท้ (Fresh Milk) นมที่ทำจากนมผงคืนรูป (Reconstituted/Recombined Milk) นมผงคืนรูป ไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่ใช้กันทั่วโลก และมีการระบุบนบรรจุภัณฑ์อย่างโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายไทย ผลิตภัณฑ์นมกลุ่มนี้มักมีราคาประหยัดและเก็บรักษาได้นานกว่า กระบวนการผลิตน้ำนมโคไทยต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน เช่น การตรวจปริมาณเซลล์ Somatic Cell Count (SCC) การตรวจปริมาณแบคทีเรีย (SPC) การตรวจสารตกค้างยา การวัดคุณภาพน้ำนมดิบก่อนนำไปแปรรูป มาตรฐานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายไทย เช่น มกษ. 6003–2553 (มาตรฐานน้ำนมโคดิบ) มกษ. 6401–2560 (แนวปฏิบัติศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ) แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนมไทยไม่ได้ผลิตแบบไร้การควบคุม แต่มีระบบกำกับดูแลชัดเจน ในคลิปมีการกล่าวอ้างว่าการกินนมจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (Grass Fed) จะดีกว่าเสมอ แต่จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญพบว่า “Grass Fed” เป็นเพียงคำ claim ทางการตลาด และยังไม่ใช่มาตรฐานที่ประเทศไทยรองรับอย่างเป็นระบบ อีกทั้งการผลิตนมแบบนี้มีต้นทุนสูงและไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพนมทั้งหมดได้ ข้อสรุปโคแฟค : เนื้อหาเป็นข้อมูลบิดเบือน จากการนำเสนอข้อมูลด้านเดียว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพนมไทย และสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้บริโภค ทั้งที่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีทั้งน้ำนมโคสดแท้และนมผงคืนรูปจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีระบบตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการผลิต
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้แล้ว พบว่าข้อมูลที่นำมาเผยแพร่นั้นไม่เป็นความจริง และอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงผู้อื่นได้ โดยได้ทำการตรวจสอบ ค้นหาที่มาของข้อมูลความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้อ้างอิง ข้อเท็จจริง ไอซ์ รัชนก ได้ยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ กล่าวว่าข้อมูลที่อ้างถึงตนและฮุนเซนนั้น เป็นข่าวปลอม และย้ำว่าการส่งต่อข้อมูลแบบนี้มันมีคนเชื่อจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่รู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนผู้สูงอายุ ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่สังคมต้องช่วยกันอย่าส่งต่อข้อมูลที่เป็น fake new จึงสรุปได้ว่า โพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด ข้อมูลที่เจ้าของคลิปได้นำมาเผยแพร่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจกลายเป็นกระแสปลุกปั่นทางการเมืองได้ โดยข้อมูลนั้นเกี่ยวกับผู้ที่มีฐานะทางการเมืองอย่าง ไอซ์ รัชนก สส.พรรคประชาชน และ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยการกล่าวอ้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและบิดเบือน
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โคแฟคตรวจสอบแล้วพบว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางส่วน โดยตรวจสอบเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงดังนี้ - ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “การปิดด่านสระแก้ว 100%” ตรวจสอบแล้วไม่พบประกาศใดจากทางราชการว่ามีการ “ปิดด่านสระแก้วทั้งหมด” ตามที่ข่าวอ้าง ด่านชายแดนยังคงเปิด-ปิดตามมาตรการปกติของทางจังหวัดและด่านตรวจคนเข้าเมือง - ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจับกุมคนไทยที่เปิดบัญชีม้า แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะเคยจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า และมีบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบข้ามชายแดนจริง แต่เป็นเพียงรายกรณี ไม่ใช่จำนวนมากตามข้อความที่เผยแพร่ - ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัญชีม้า บัญชีม้าคือบัญชีธนาคารที่เจ้าของยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ แล้วบุคคลอื่น (บุคคลที่ 3) ได้นำบัญชีดังกล่าวไปใช้รับ-โอนเงินจากกิจกรรมที่ผิดต่อหลักกฎหมาย อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนัน ยาเสพติด หรือการคอร์รัปชั่น โดยเจ้าของบัญชีจะมีโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยจะถูกอายัติบัญชี และโดนสอบสวนเป็นลำดับถัดไป อาจต้องโทษถึงขั้นติดคุก เนื่องจากเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดกฏหมาย
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเพจดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องใด กับตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อความที่เผยแพร่เป็นการแอบอ้างชื่อองค์กรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทําให้ประชาชนหลงเชื่อและเสียทรัพย์ได้ ข้อเท็จจริงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอประเทศไทย ข้อความที่ว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนําทางสํารับนักลงทุนมือใหม่ เข้าร่วมปันผลหุ้น OKJ” เป็นข่าวปลอม เพจที่เผยแพร่โฆษณาดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พบว่าเป็นการแอบอ้าง การชี้แจงข้อเท็จจริงโดยตลาดหลักรัพย์ฯ ยืนยันว่าไม่มีการดําเนินการหรือส่งเสริมการลงทุนในหุ้น OKJ แต่อย่างใด ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจที่นําเสนอข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ให้สิทธิ์หรือมอบหมายให้บุคคลหรือเพจใดดําเนินกิจกรรมเช่นนั้น ข้อสรุป : เนื้อหาเป็นข่าวปลอม (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568) ข้อความที่เผยแพร่ทางโซเชียลว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนําลงทุนหุ้น OKJ” เป็น ข่าว ปลอม ที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มมิจฉาชีพ มีเจตนาหลอกลวง โดยแอบอ้างชื่อหน่วยงานเพื่อให้เกิด ความน่าเชื่อถือ ขอให้ประชาชนตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อนเชื่อ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับเพจลักษณะดังกล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าท่องเที่ยวและพักแรมอีกครั้งอย่างเป็นทางการ หลังสิ้นสุดช่วงพักฟื้นธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ประกาศจากอุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในเขตอุทยาน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 15 ธันวาคม 2568 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า กัมพูชาได้มีการส่งหนังสือทางการเพื่อแสดงความประสงค์ขอเจรจาหยุดยิงกับประเทศไทยจริง โดยเป็นไปตามกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้แถลงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงในพื้นที่ชายแดน ฝ่ายกัมพูชาจำเป็นต้องแสดงเจตจำนงผ่านการปฏิบัติ 3 ประการหลัก ได้แก่ การประกาศหยุดยิงก่อน การยุติการใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ไทยย้ำถึงความจำเป็นในการพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย เพื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมการเจรจาหยุดยิง ถือเป็นพัฒนาการสำคัญภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยกำหนดไว้ นอกจากนี้ จากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ยังนำไปสู่การเห็นชอบให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ตามข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–27 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดจันทบุรี สำหรับคณะผู้แทนฝ่ายไทย มี พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มี Major General Nhem Boraden เป็นหัวหน้าคณะการประชุม ข้อเท็จจริง กรณีที่มีการอ้างว่าสื่อกัมพูชาระบุว่า “จดหมายขอหยุดยิงเป็นข่าวปลอม” นั้น เป็นข้อมูลที่ คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทยได้เปิดข้อมูล มีการส่งหนังสือทางการจริง และอยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาตามกลไกทวิภาคีที่ได้รับการยอมรับ
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
กรณีข่าวที่ระบุว่า “โดม ปกรณ์ ลัม เป็นคนแรกที่ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ.คุกคามทางเพศ” เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในส่วนของชื่อกฎหมาย ประเทศไทยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา โดยเพิ่มและขยายบทนิยามเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ตาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ในระดับประเทศ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 6 พ.ย. 2568 เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PMr) ภาคการเกษตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 สาระสำคัญคือการห้ามเผาในพื้นที่การเกษตร หมายถึงการเผาที่เกิดจากการกระทำของเกษตรกรหรือใช้หรือก่อให้ผู้อื่นเผาในพื้นที่การเกษตรของตน หรือพื้นที่การเกษตรที่เกษตรกรมีสิทธิครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดิน ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 31 มี.ค. 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก เรื่อง กำหนดเขตควมคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2568 - 31 มี.ค. 2569
ใช้ใน 1 ข้อความ2 เดือนที่แล้ว