(3182 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยเพื่อไทยขั้วใหม่ ภูมิใจไทยตัวแปร !?มาถึงตอนนี้ก็ต้องมองข้ามช็อตกันแล้วว่า ปิดฉากพรรคก้าวไกลได้จัดตั้งรัฐบาล ที่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้เลย สิ่งที่ต้องพิจารณากันถึงความเป็นไปได้ ก็คือ เริ่มจาก พรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้ประธานสภาผู้แทน โดยมีชื่อของ นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นเต็งหนึ่ง จากนั้นก็เป็นการ “จับขั้ว” ตั้งรัฐบาลใหม่ มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีภูมิใจไทยและ พลังประชารัฐเข้าร่วม สูตรนี้ภูมิใจไทยเป็น “ตัวแปร” ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ระหว่าง นายเศรษฐา ทวีสิน หรือ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ค่อยมาว่ากันstd47872• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.std48313• 3 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัย1 มิถุนายน 65 เป็นต้นไป ยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ จริงไหมตั้งแต่ 1 มิถุนายน 65 เป็นต้นไป ไทยปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง โดย"ยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ" สำหรับคนไทย ไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass และไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไทยโควิด 2019Mrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพบชาวต่างชาติที่เพิ่งกลับจากเมืองไทย ติดเชื้อโควิด 19 อีกแล้ว จริงหรือผู้เดินทางจากประเทศไทยไปญี่ปุ่นพบการติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 3 คน เป็นคนญี่ปุ่น 1 คน วัย 64 ปี นักศึกษาชายไทย 1 คน และชายไทย อายุ 44 ปี 1 คน พบ 1 คน ตรวจเชื้อในไทยก่อนเดินทางผลเป็นลบโควิด 2019naydoitall• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยถ้าคนๆนี้ออกมาพูด Confirm ด้วยตัวเองเชื่อถือได้ 100 % ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ (อดีตเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) 3 ปี ..."ลุงตู่"ทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงเป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย ... ตอนลุงตู่เข้ามา ... เงินคงคลังของไทยติดลบ จากทุจริตจำนำข้าวกว่า 600,000 ล้านบาท ต้องกู้เงินจากหลายธนาคาร เพื่อจ่ายให้ชาวนาที่จำนำข้าว แล้วไม่ได้เงิน ... เพียง 3 ปี ... ลุงตู่ทำให้เศรษฐกิจไทย แข็งแรงเป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย รองจาก จีน และ ญี่ปุ่น เงินคงคลังสกุลดอลล่าร์ สูงเป็นอันดับ 19 ของโลก มีพันธบัตรเยอะเป็นรอง เยอรมัน ที่เป็นเบอร์ 1 ของยุโรป ... แม้แต่โควิท19 ... ก็แก้ปัญหาได้เป็นอันดับต้นๆของโลก ... นี่คือลุงตู่ ... ผู้ที่เคยขอโทษคนไทย รับว่าตัวเอง ไม่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ พูดอังกฤษไม่ได้ เป็นคนที่ ... ฝ่ายค้าน ... ด่า ว่าทำเศรษฐกิจไทยตกต่ำ ... [ ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ ] ... 24 sep 2020ข่าวการเมืองโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยสหรัฐตั้งคณะทำงานกับไทย เพื่อศึกษาการสร้างโรงงานชิปในไทยข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย#FakeNews อีกแล้วครับ ยังคงมีการแชร์คลิปภาพการทุบศาลาวัดหลวงปู่ทวดในมาเลเซีย พร้อมเพิ่มเติมข้อความ "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่มาเลเซีย ใกล้บ้านของพวกเรา เมื่อรัฐบาลอิสลามมาเลเซีย สั่งรื้อทำลายขับไล่วัดพุทธและออกกฎหมายห้ามสร้างวัดสร้างโบสถ์หรือเข้ามาเผยแพร่ศาสนาพุทธในมาเลย์อีกต่อไป แล้วลองย้อนกลับมาดูที่รัฐบาลไทยทำกับพวกมุสลิมซิครับ แทบจะยกตูดดมแล้วทูลไว้บนหัวกันเลยทีเดียว" —————-//————-//—————- #ขอบคุณศูนย์ข่าวอิศรา เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ชายแดนใต้ [ทำไมไม่ว่ากันตามความเป็นจริง จะปลุกปั่นกันเพื่ออะไร] #แต่ข้อเท็จจริงคือ แชร์ว่อนภาพทุบศาลาวัดหลวงปู่ทวดในมาเลย์...ที่แท้สร้างโดยไม่ขออนุญาต เขียนวันที่วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2559 เวลา 11:00 น.เขียนโดยทีมข่าวอิศราหมวดหมู่เรื่องเด่น-ภาคใต้ | สกู๊ปข่าว | เรื่องเด่น - สำนักข่าวอิศราTagsสถานที่ละสังขารหลวงปู่ทวด | วัดหลวงปู่ทวด 28 "ศูนย์ข่าวอิศรา" ตรวจสอบข้อมูลที่แชร์กันทางโซเชียลมีเดียว่า มีการทุบทำลายสถานที่ละสังขารของหลวงปู่ทวด ในประเทศมาเลเซีย ผู้แชร์ข้อมูลอ้างว่าเป็นการกระทำของชาวมุสลิมที่กระทำต่อสถานที่เคารพสักการะพระเกจิชื่อดังที่ชาวพุทธทั่วทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคใต้ และคนจีนนับถือพุทธในมาเลเซียนับถือศรัทธาอย่างมาก ข้อมูลและภาพถ่ายที่แชร์กันในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งแอพพลิเคชั่นไลน์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างว่าเป็นสถานที่ละสังขารของ สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ หรือ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระเกจิชื่อดังในตำนานของไทย และเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วได้ถูกทำลายลงโดยคนมุสลิม โดยสถานที่แห่งนี้อยู่ในเขตเมืองไทรบุรี ประเทศมาเลเซีย สำหรับเมืองไทรบุรี เดิมเคยเป็นหัวเมืองทางใต้ของไทย แต่ตกเป็นของอังกฤษตามสนธิสัญญาที่ทำกันเมื่อปี พ.ศ.2451 พร้อมๆ กับอีก 3 หัวเมือง รวมเป็น 4 หัวเมือง คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ต่อมาคือหัวเมืองและรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ข้อมูลที่ส่งต่อๆ กัน อ้างว่า สถานที่ดังกล่าวนี้ ซึ่งตามภาพเหมือนเป็นศาลาการเปรียญ เพิ่งได้รับการบูรณะจากชาวพุทธเมืองไทยและชาวพุทธมาเลเซีย หนึ่งในนั้นคือ เรือตรี สำเริง โพธิ์ทองคำ อายุ 87 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดทำแปลนก่อสร้าง และนำเงินจำนวนมากไปบริจาคเพื่อบูรณะสถานที่ละสังขารของหลวงปู่ทวด ซึ่งปัจจุบันอยู่ริมแม่น้ำสุไหงบ๊ะห์ และสุไหงเกอร์นาริงค์ รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนสรีระสังขารของหลวงปู่ทวดกลับมายังแผ่นดินไทย และประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยตามภาพที่แชร์กัน ศาลาที่ว่านี้อยู่ในสภาพถูกทุบทำลาย อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงไทย พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภาพศาลาถูกทำลายตามที่มีการโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย อยู่ที่วัดหลวงปู่ทวด ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองเล่งกง อำเภอกริ๊ก รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เคยถูกบันทึกไว้ว่าเป็นสถานที่ที่หลวงปู่ทวดมรณภาพ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำสุไหงบ๊ะห์ และ สุไหงเกอร์นาริงค์ ตำบลเกอร์นาริงค์อำเภอกริ๊ก มีชื่อเรียกว่า "สมีมาตี" (Sami Mati) และมีการสร้างสถูปหลวงพ่อทวดไว้ที่ริมแม่น้ำเกอร์นาริงค์ สำหรับศาลาที่ถูกทำลาย เป็นศาลาที่สร้างขึ้นมาใหม่โดยชาวมาเลย์เชื้อสายจีนที่มีจิตศรัทธาสร้างถวายหลวงปู่ทวด เนื่องจากเชื่อว่าหลวงปู่ทวดนำโชคลาภมาให้ แต่การก่อสร้างไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐบาลท้องถิ่น จึงมีคำสั่งให้รื้อถอน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คำสั่งรื้อถอนศาสนาสถานแห่งนี้ ทำให้คนมาเลย์เชื้อสายจีนไม่พอใจ จึงเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสอดรับพอดีกับกระแสความไม่พอใจของคนพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังมีกระแสคัดค้านจากคนมุสลิม จากแนวคิดก่อสร้างพุทธมณฑลปัตตานี ทำให้มีการแชร์ข้อมูลและภาพนี้ในพื้นที่เพื่อขยายประเด็นความไม่พอใจ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณ : ภาพทั้งหมดจากโซเชียลมีเดีย https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/44470-tempat.html?fbclid=IwAR1PuRP2Qb12o02KQuYKSpVCUgeFEy2caDFTPvbmAwQ-58QV_ZVKDa9184oภาคใต้ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเรื่องจริง ที่คนไทย มองข้าม 🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭 📌คนจีนมาเมืองไทย เป็นเจ้าสัว 📌คนลาวมาเมืองไทย เงินเหลือส่งบ้าน 📌คนพม่ามาเมืองไทย เป็นเจ้าของแผงในตลาด 📌คนมาเลย์มาเมืองไทย เปิดร้านอาหารใต้ 📌คนไทยเจ้าของประเทศ นั่งด่ารัฐบาลว่าไม่ช่วยเหลือ บ่นจะอดตาย 📌ประชากรบังเกิดเกล้า ไม่ทำมาหาเเดก รอรับของแจกรอแดกของฟรีกันอย่างเดียว 📌อ่านมาทั้งหมดก็ เห็นจริงตามนั้น 📌มีเรื่องให้คิดต่อว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ยังงัย 📌ปัญหาคือ คนมันขี้เกียจ. อยู่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด. พ่อแม่ทำให้หมดตอนนี้เลยทำห่าอะไรไม่เป็น การบ้านพ่อแม่ยังทำให้เลย ลูกบังเกิดเกล้า ❤️เครดิต ใครก็ไม่รู้เป็นผู้เขียน อ่านแล้วชอบจึงขอแชร์ 😥😥😥😥 แชร์ไปให้ถึง ผู้ใหญ่และ ลูกหลาน อ่าน และคิด ให้ดีก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินไทยเหลือ ให้อยู่🙀🙀🙀 มีแต่คนต่างชาติ มาหาซื้อที่ดิน มาหากินบนแผ่นดินไทย😥😥ข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไปรษณีย์ไทย “ยืนยัน” ฐานข้อมูลรั่วไหล ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้า จริงหรือกรณีสื่อมวลชนเผยแพร่ข้อมูลระบุว่าฐานข้อมูลจาก ไปรษณีย์ไทย รั่วไหลทำให้มีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อนามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ กว่า 41,220 รายการ ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าและไม่ใช่การถูกโจรกรรมข้อมูล แต่เกิดจากการตั้งค่าระบบที่ผิดพลาดของบริษัทภายนอกที่ไปรษณีย์ไทยว่าจ้าง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลภายในของพนักงานและลูกจ้างไปรษณีย์ไทยที่ใช้ในระบบเกมสร้างทักษะการเรียนรู้ จริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม “สูตรน้ำพลาสม่า” เฟคนิวส์โควิด จาก ”นักต้มตุ๋น” อิหร่านไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 นอกจากจะเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่อุบัติใหม่ขึ้นมาในยุคการสื่อสารออนไลน์ย่อโลกให้เล็กลงจนบางครั้งก็มีข่าวปลอม หรือ Fake news ถูกส่งต่อข้ามทวีปมาให้คนในอีกประเทศอย่างไม่ตั้งใจ ผู้ไม่รู้บางคนที่เห็นว่าเป็นความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศก็อาจปักใจในทันทีโดยคิดว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นมีความน่าเชื่อถือ กรณี ข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ฟิสิกส์ระดับโลกชาวอิหร่าน เผยแพร่วิธีการทำน้ำพลาสมา เพื่อนำมาใช้ดื่มและอาบ สามารถขจัดเชื้อไวรัสโควิดได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้มีการตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? ประเด็นแรกคือ “น้ำพลาสม่า” คืออะไร แล้วนำน้ำพลาสม่ามาดื่มหรืออาบได้ไหม ? พญ.ลลิตา นรเศรษฐ์ธาดา หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่ความรู้กรณี “พลาสม่า” ว่าเป็นส่วนของประกอบของเลือดที่ได้หลังจากแยกส่วนของเม็ดเลือดแดงออกไปแล้ว ในพลาสมานี้เองจะมีโปรตีนทุกชนิดในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือด สรุปแล้ว พลาสม่าก็คือ “น้ำเหลือง” ที่ทางการแพทย์นำมาใช้รักษาผู้ป่วยจากสาเหตุเลือดไหลไม่หยุด หรือภาวะเลือดออกจากการขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือดหลายตัว รวมทั้งยังเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด ใช้ในการรักษาโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะนำน้ำเหลืองมาผ่านกรรมวิธีใดๆ ก็ตาม คนปกติก็คงไม่นำมาดื่มหรืออาบอย่างแน่นอน ข่าวนี้มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านรายนี้ มีมูลนิธิและทำเว็บไซต์เปิดขายเหรียญและรับบริจาคในนามมูลนิธิ รวมถึงเป็นแหล่งในการกระจายข่าวบนโลกออนไลน์โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดคือเดือนสิงหาคม 2562 นักวิทยาศาสตร์รายนี้ยังเคยพูดถึงเรื่องพลาสม่าในเว็บไซต์มูลนิธิของตัวเองเมื่อปี 2559 และเป็นที่น่าแปลกว่าชื่อของคนๆ นี้ ไม่เคยปรากฏอยู่บนสื่อหลักต่างประเทศเลย มีแต่ในแพลตฟอร์ม Pinterest เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม พบเฟซบุ๊กเพจที่เกี่ยวกับผู้ตกเป็นเหยื่อของนักวิทยาศาสตร์รายนี้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของผู้ที่ฟ้องร้อง หลังถูกหลอกให้ซื้อเหรียญหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ขายในเว็บไซต์มูลนิธิ โดยมี Wordpress เผยแพร่เมื่อปี 2560 เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์รายนี้ถูกศาลอาญา ประเทศเบลเยียม พิจารณาให้จำคุก 30 เดือน ส่วนภรรยาที่ชื่อแคโรลิน่าถูกตัดสินให้จำคุก 24 เดือน ในข้อหากระทำซึ่งด้านการเภสัชกรรมโดยไม่มีใบอนุญาต หรือเข้าใจได้ง่ายๆว่าเป็น “หมอเถื่อน” หลังทำการผลิตยาเพื่อจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต นั่นหมายความว่า ข่าวปลอมเรื่อง “น้ำพลาสม่า” รักษาโควิด มาจากนักต้มตุ๋นชาวอิหร่าน ซึ่งคาดว่าหากพ้นโทษจำคุก 30 เดือนแล้ว นี่คือการเคลื่อนไหวอีกครั้งของเขา และเขาก็ยังมารูปแบบเดิมคือ ผลิตน้ำพลาสม่าเพื่อดื่มและอาบ แม้คนไทยจะไม่ใช่เป้าหมายในการหลอกขายน้ำพลาสม่าของเขาก็ตาม ซึ่งในอนาคตการตรวจสอบต้นตอข่าว (Recheck) ที่เกี่ยวกับการรักษาไวรัสโควิด-19 แบบแปลกๆพิศดาร ซึ่งแม้จะมีมาจากต่างประเทศก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นข่าวปลอมที่ถูกปล่อยออกมาจากนักต้มตุ๋นที่ดักรอเหยื่อให้มีเหยื่อที่หลงเชื่อพลาดเข้าไปชมสุชญา ชูจันทร์• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยปิยบุตร มีที่มาอย่างไร เป็นใครมาจากไหน ลองอ่านดูแล้วใช้วิจารณญาณ (red arrow down) มีข่าวล่า ที่มีคนส่งมาให้ อ่านดู 👇🏼 แล้ว พิจารณา ทุกสิ่ง มีที่มา 👉🏽😮 ข่าวล่ามาเร็ว//... คุณรู้จักคุณหญิงดุษฎี พนมยงค์ ไหม ? นางเป็นลูกสาวของปรีดี พนมยงค์ และเป็นประธานมูลนิธิปรีดี ที่ให้ทุนสำหรับเด็กไปเรียนนิติ/รัฐที่มธ/ต่อไปเมืองนอก คุณหญิงดุษฎีคนนี้มีลูก 3-4 คน เป็นผู้หญิง 2 คน ลูกสาวคนหนึ่งแต่งงานกับสามีฝรั่ง อยู่เมืองนอก ที่ฝรั่งเศส และลูกสาวของคุณหญิงดุษฎีคนนี้ก็ไปมีสามีใหม่ ที่เป็นคนลาว ที่ไปอยู่ที่ฝรั่งเศส แล้วมีลูกกับสามีคนลาว ใหม่ คือ นายปิยะบุตรนี่แหละ ถือว่าเป็นลูกนอกสมรส..( ปิยบุตร น่าจะเป็น เหลน ของ ปรีดี คือเป็นบุตรของลูกสาวของคุณหญิงดุษฎี อีกทีหนึ่ง) ซึ่งนางดุษฎีเอามาเลี้ยงส่งให้เรียนและส่งมาในไทยเพื่อการจัดการนี้โดยเฉพาะ ดัวนั้น ปิยบุตรจึงเป็นเสียงสำคัญที่ อาจารย์ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องฟังเขาพอสมควร เพราะ เป็นหลานของคุณหญิงดุษฎี พนมยงค์ ที่เป็นประธานมูลนิธิปรีดี ดังกล่าวข้างต้น และเนื่องจากลูกสาวของคุณหญิงดุษฎีที่เป็นแม่ของนายปิยบุตรคนนี้ ถึงจะมีสามีใหม่เป็นคนลาวที่เป็นพ่อของนายปิยบุตร แต่ก็ยังใช้สกุลสามีเก่าชาวฝรั่งเศสอยู่ จึงไม่ค่อยมีใครทราบว่า นาย ปิยบุตร เป็นหลานยายของ คุณหญิงดุษฎี ลูกสาวปรีดี พนมยงค์ดังกล่าว ข้อมูลนี้ ทราบมาจากสายข่าวต่างประเทศที่ชัวร์ 👆🏼 มีคนส่งมา จาก กลุ่ม ที่ปกป้อง แผ่นดิน อ่านแล้ว พิจารณาเอาเองนะ 🤝 มันมีที่มาอย่างนี้นั่นเอง 🤠ลดความอ้วนไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยกรมการปกครองเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ เปิดช่องให้ลูกแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยได้สัญชาติไทยไม่ระบุชื่อ• 2 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย“ใครคือนายกฯ” มีคำตอบ! – เปลว สีเงิน จากเลือกตั้ง ๑๔ พฤษภา.๖๖ มี ๒ คำถามเท่านั้น ที่ประชาชนอยากรู้คำตอบ พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล? และ………. ใครจะได้เป็นนายกฯ? อยากรู้ใช่มั้ย ถ้าอยากรู้ก็ตามผมมา เดี๋ยวรู้! ตอนนี้ มีพรรคยื่นรายชื่อ “ว่าที่นายกฯ” ของพรรคต่อกกต.แล้วกว่า ๕๐ พรรค พรรคที่มีความน่าจะเข้าถึงรอบ “๔ พรรคสุดท้าย” ได้ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทย มี ๔ คน จาก ๔ พรรค เรียงไปตาม “เบอร์พรรค” ดังนี้ -เบอร์ ๗ พรรคภูมิใจไทย “นายอนุทิน ชาญวีระกูล” -เบอร์ ๒๒ พรรครวมไทยสร้างชาติ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” -เบอร์ ๒๙ พรรคเพื่อไทย “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” และ -เบอร์ ๓๗ พรรคพลังประชารัฐ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ยื่นบัญชีรายชื่อ “ว่าที่นายกฯ” ของพรรคต่อกกต. คงรอไว้เปิดตัวเพื่อความตูมตามพรรคเดียวโดดๆ มั้ง แต่แน่นอนแล้ว “ว่าที่นายกฯ” ของเพื่อไทย ๓ คน คือ…. นางแพทองธาร นายเศรษฐา ทวีสิน ส่วนคนที่ ๓ ที่ลุ้นกัน อยากให้เป็นโอ๊กอ๊ากหรือไม่ก็ชลน่าน แต่กลับเป็น “นายชัยเกษม นิติสิริ” อดีตอัยการสูงสุด ผู้ภักดีครอบครัวชินวัตรมายาวนาน เอาหละ ได้ตัว ๔ พรรค ๔ คน ในรอบ “รองชนะเลิศ” แล้ว ก็พอจะแยกเป็น ๒ กลุ่มได้ ดังนี้… -ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ คือกลุ่มรัฐบาลเดิม -เพื่อไทย คือกลุ่มฝ่ายค้านเดิม ที่ผมจัดเป็นกลุ่ม เพราะเชื่อว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมา จะไม่มีพรรคไหนได้สส.มากถึงขั้น “พรรคเดียว” ตั้งรัฐบาลได้แน่ พรรคที่ได้สส.มาก แต่ไม่มากพอ ก็ต้องไปรวมเสียงพรรคอื่นๆ มาให้ได้มากกว่า ๒๕๑ เสียงขึ้นไป เพื่อร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” โดยลงตัวกันว่า…… จะเสนอใครให้สมาชิกรัฐสภาโหวตเป็นนายกฯ ในขั้วฝ่ายตนด้วย! ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงให้ป่วยการ อากาศยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย ผมฟันธงเลย…….. ตัวแทนกลุ่มขั้วรัฐบาลเดิม ได้แก่ “พลเอกประยุทธ์” ตัวแทนกลุ่มขั้วฝ่ายค้าน ได้แก่ “นางแพทองธาร” ตานี้ก็… แอ่น..แอ้นนนนน กลุ่มที่จะรวมเสียงข้างมาก “จัดตั้งรัฐบาล” ก็คือ กลุ่มรัฐบาลเดิม และนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๐ ของประเทศไทย ได้แก่ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”! ฝ่ายเสื้อแดง เสื้อส้ม เสื้อดำ คงถุย…ถุย ไอ้แก่นี่มันอวยลุงตู่ เป็นไปไม่ได้ ยังไงๆ ครอบครัวเพื่อไทยก็ต้องแลนด์สไลด์ ได้จัดตั้งรัฐบาล และนางแพทองธาร ได้ขึ้นเป็นนายกฯแม่ลูกอ่อนแหงๆ! ก็ว่ากันไป ผมก็ไม่ขัดกระเดือกท่าน เพราะตอนนี้ เหมือนไฮโลในถ้วย อยู่ที่ใครหูดีกว่ากันตอนรินถ้วย เป็น สี่-ห้า-หก หรือ สี่-หก-เอี่ยว รู้กันตอนเปิดถ้วยค่ำๆที่ ๑๔ พฤษภา.โน่นแหละ ลุงตู่น่ะ ไม่ใช่เบลลา รานี ผมจะไปหลงรักหาวิมานอะไร เพราะผมตาสว่างตะหาก จึงรู้ว่า คนไหน “ราศีจ้าว” จับ คนไหน “ราศีโจร” จับ! และคนไหนเจ้าเล่ห์ ไว้ใจไม่ได้ กินบ้าน-กินเมือง และคนไหนไว้ใจได้ สร้างบ้าน-สร้างเมือง ไม่ต้องถาม “ริว จิตสัมผัส” หรอก ถาม “เปลว สัมผัส” นี่แหละ ถามปุ๊บ-ตอบปั๊บได้เลย! จากสัมผัสแรกของผมนะ วันจับเบอร์พรรค พอ “ลุงตู่” จับได้เบอร์ ๒๒ เท่านั้นแหละ ยังเปียกๆ อยู่เลย แต่เบอร์ ๒๒ พลเอกประยุทธ์ รวมไทยสร้างชาติ พรึ่บทั้งโซชียล ทั้งติ๊กต๊อก ผมไถเฟซไปครึ่งค่อนวัน อะไร (วะ) เนี่ย ๒๒ ,๒๒, ๒๒, ๒๒, ๒๒, ๒๒, ลุงตู่, ลุงตู่, ลุงตู่, ลุงตู่, รวมไทยสร้างชาติ, รวมไทยสร้างชาติ, รวมไทยสร้างชาติ ยึดเต็มพื้นที่ ทั้งวัน พี่ “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” คงตกใจ ๒๒ นี่มันรหัสลับ “ล้างคอก-ครองโลก” รึยังไงกัน มันถึงได้พรึ่บพร้อมกันขนาดนี้!? เบอร์อื่นมีบ้างประปราย แต่โดยเฉพาะ เบอร์ ๒๙ ของครอบครัวเพื่อไทย แทบไม่เห็น พูดตรงๆ ผมไม่เห็นเลยในโซเชียลในวัน-สองวันที่ผ่านมา หรือมี แต่ถูกรัศมีเบอร์ ๒๒ กลบหมดก็ไม่ทราบนะ? นี่เป็น “สัมผัสแรก” กับกระแส “จิตจักรวาล” ว่าพรรคไหน-ใคร ที่ประชาชน “จับจ้อง-สนใจ” มากที่สุด ในการเลือกตั้ง แทนที่จะเป็น แพทองธาร, พิธา อย่างที่โพล ที่สื่อซื้อสร้างกระแสปั่นกันนำมาโด่งเป็นเดือนๆ แต่ถึงตอนไคลแมกซ์ ที่โดดโด่งออกมา “ตัวเดียว-เบอร์เดียว” เกรียวกราวโซเชียล กลับเป็น “พลเอกประยุทธ์ เบอร์ ๒๒” ซะงั้น! ตามมาด้วย “เบอร์ ๗ พรรคภูมิใจไทย ของนายอนุทิน เป็นพรรคเดียวกลุ่มเต็งที่ได้เบอร์ “เลขตัวเดียว” นับได้ว่า เบอร์ ๒๒ กับเบอร์ ๗ เป็น magic number คือเลขมหัศจรรย์ จู่ๆ ก็โดดเข้าตาประชาชนเองโดยอัตโนมัติ!!! สัมผัสที่ ๒ ของผม ก็จาก magic number นั่นแหละ ส่งกระแสสัมผัสไปถึง “พรรคร่วมธาตุ” อีกพรรคคือ “พลังประชารัฐ” เบอร์ ๓๗ พลังประชารัฐกับรวมไทยสร้างชาติ สองพรรคนี้ โครงสร้างมาจาก DNA เดียวกัน พลังประชารัฐ เบอร์ ๓๗ เป็นเลขต่างค่า เมื่อเอา ๓ กับ ๗ คูณกัน จะได้ ๒๑ แต้ม ๒๑ เท่ากับ “ป๊อก” กินเรียบรอบวง หมายถึงมีแต่ชนะกับเสมอ ไม่มีแพ้! ส่วน “รวมไทยสร้างชาติ” เบอร์ ๒๒ เป็นเลขค่าเดียวกัน เลข ๒ สัญลักษณ์ถึงประชาชน เอา ๒๑+๒๒=๔๓ ๔+๓= ๗ ๗ ก็คือเบอร์ ภูมิใจไทย สรุป magic number เลข ๓ ชุดนี้ คือ ๒๒, ๓๗ กับ ๗ คือเลขจิตจักรวาล “ร่วมธาตุ” เดียวกัน! ฉะนั้น ผลจาก “เลขมหัศจรรย์” นี้ คือ รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย จะเป็น “๓ พรรคแกน” จัดตั้งรัฐบาล ++++ พรรคอื่นๆ!!! มาดูทางกลุ่ม “ฝ่ายค้านเดิม” บ้าง เพื่อไทย เบอร์ ๒๙ ว่ากันตรงๆ ถึงวันนี้แล้ว แม้แฟนคลับเพื่อไทยชนิดเข้าข้อ-เข้ากระดูกแดงเอง ก็ยังจำไม่ค่อยได้ นอกจากไม่ “สะดุดหู-สะดุดใจ” แล้ว ยังหาหลักจำอิงแทบไม่ได้ ขนาดชลน่านหัวหน้าพรรคเอง ตะแบงหัวแทบแตก ยังฝืนแบบตลกฝืด ว่า ๒๙ หมายถึง “ปิดฉาก” บิ๊กตู่!!! จะปิดฉากได้ไง……. ก็เลข ๒๙ คือเลขบิ๊กตู่ “นายกฯ คนที่ ๒๙” ที่เป็นแล้ว-เป็นอยู่ และจะเป็นต่อ เมื่อย่ำหน้าเพื่อไทยแบบย้ำๆ จะจะแจ้งๆ ขนาดนี้ แล้วยังจะกล้าตะแบงไปไหน หือ? เพื่อไทยเองก็เถอะ ดูทุกคนจะเซ็งกับเบอร์ ๒๙ ของพรรคมาก เพราะถึงชูทั้ง ๑๐ นิ้วมือ แถมอีก ๑๐ นิ้วเท้า ยังได้แค่ ๒๐ แล้วจะทำยังไง ถึงจะสื่อสัญลักษณ์ เบอร์ ๒๙ ให้คนรู้? เรื่องนี้คงต้องถึงปัญญาระดับ “หัวหน้าคอกหมา” ซะแล้วละมั้ง? สำหรับ “ก้าวไกล” เบอร์ ๓๑ มีภาษีกว่าเบอร์ ๒๙ ของเพื่อไทยเยอะ ยกมือขวาชู ๓ นิ้ว ส่วนมือซ้าย ๑ นิ้ว ชี้ลงต่ำระหว่างเป้า เท่านี้ “ส้มซอมบี้” ก็ร้อง…อ๋อ หัวกับหว่างขาคือ “ก้าวไกล”! ตาม magic number เลข ๒๙ กับเลข ๓๑ จัดอยู่ในกลุ่ม “สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ” อนาคตหลัง ๑๔ พฤษภา.ก็จะประมาณนั้นเลย ๒๙+๓๑=๖๐ อ่านว่า”หกสิบ” “หกสิบ” หมายถึงแลนด์สไลด์ ไถลแหกเลน คือ “หกหมด” ชนิดเทกระจาด ระเนนระนาด ไม่เหลืออะไรเลย!!! นี่ยังดีนะ คนไทยอ่าน ถ้าให้คนจีนรุ่นเก่าๆ อ่านจะน่าสะพรึงว่านี้ “หกสิบ” ภาษาไทยสำเนียงจีน จะประมาณว่า “หอกเสียบ” “แหงแก๋” ทั้งคู่เลย!!! สรุป ผลเลือกตั้ง ๑๔ พฤษภา.ตามรหัส magic number ผลจะออกมา รอยเกวียนทับรอยโค คือ เผด็จการสร้างเมืองจะ “แฮตทริก” เป็นรัฐบาล สมัยที่ ๓ ประชาธิปไตยกินเมืองจะ “แฮตทริก” เป็นค้าน สมัยที่ ๓ ลุงตู่ “แพ้ในโพล” แต่ถล่มทลายใน “พลังเงียบ” รู้แล้วเหยียบไว้นะ! เปลว สีเงิน ๖ เมษายน ๒๕๖๖ https://plewseengern.com/plewseengern/111502เลือกตั้งข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยธ.กรุงไทย สามารถถอนเงินแบบไม่ใช้บัตรที่ตู้ ธ.กสิกรไทยได้ไม่ระบุชื่อ• 8 เดือนที่แล้วmeter: true3 ความเห็น
- 1 คนสงสัย“ทิพานัน” โชว์ผลงาน ผลงาน “บิ๊กตู่” ครึ่งปีแรก ตปท.ถ่ายหนังในไทยกว่า 222 เรื่อง“ทิพานัน”โชว์ผลงาน “พล.อ.ประยุทธ์” ดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ถ่ายทำในประเทศไทย 6 เดือนแรกปี 66 กว่า 222 เรื่องแล้ว สร้างรายได้ 1.84 พันล้านบาท ดันซอฟทต์พาวเวอร์ไทย สร้างผลงานสถานที่ท่องเที่ยวไทยสู่สายตาชาวโลก บูมท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผลักดันมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ สร้างงานสร้างรายได้และภาพรวมเศรษฐกิจไทย ล่าสุด Warner Bros. Discovery เปิดตัวคอนเทนต์ออริจินัลไทยเรื่องใหม่ ที่มี IFA Media ได้เข้ามาถ่ายทำรายการซีรีส์ทำอาหาร โดยมีคู่รักซูเปอร์สตาร์ชาวไทย “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ และ “คิม” คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส นำแสดง มีประเทศไทยเป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำ นอกจากอาหารไทยแล้วในหลายฉากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ซึ่งซอฟต์พาวเวอร์ไทยจากเรื่องนี้จะถูกเผยแพร่ฉายทางช่อง HBO และ HBO GO เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ทำให้ต่างชาติเห็นถึงการเล่าเรื่องในท้องถิ่นไปสู่ผู้ชมในภูมิภาคและที่อื่น น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้รับรายงานจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม – วันที่ 16 มิถุนายน 2566 มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจำนวน 222 เรื่อง สร้างรายได้รวม 1,844.11 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นโดยเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนจำนวน 12 เรื่องและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 132.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีมาตรการส่งเสริมและผลักดันมาโดยตลอด ทำให้ตั้งแต่ปี 2559 มีสถิติเพิ่มขึ้นทุกปี เฉพาะปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ 4,863 ล้านบาทจาก 740 เรื่อง หรือแม้แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดปี 2564 การถ่ายทำในไทยสร้างรายได้ 4,657 ล้านบาทจาก 121 เรื่อง และในปี 2565 หลังจากนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบของรัฐบาล ทำให้มีภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำถึง 346 เรื่อง สร้างรายได้สูงถึง 6,364 ล้านบาทรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสำเร็จที่ประเทศไทยสามารถดึงดูดคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทย ทำให้สถิติ 7 ปี (2559 – 2565) สร้างรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่นับผลประโยชน์ทางอ้อมและการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ที่ไทยได้รับ ทำให้ ครม. พล.ประยุทธ์ ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ ได้แก่ เพิ่มอัตราการคืนเงิน (Cash Rebate) จากเดิม ร้อยละ 15-20 เป็นร้อยละ 20-30 เป็นระยะเวลา 2 ปี และเพิ่มเพดานการคืนเงินจากเดิม 75 ล้านบาทต่อเรื่องเป็น 150 ล้านบาทต่อเรื่อง โดยเน้นย้ำให้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยโดยตรง การกระจายรายได้สู่เมืองรอง การเพิ่มการจ้างงานคนไทย การเพิ่มมูลค่า ค่าใช้จ่ายในประเทศ เพื่อการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประชาชนโดยตรง “จากมติครม. ดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ให้เข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ ในการส่งเสริมและออกมาตรการดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศที่นอกจากจะได้อวดสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยสู่สายตาชาวโลกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพิ่มศักยภาพและทักษะคนไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่จะได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนทักษะการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ และที่สำคัญคือการกระจายรายได้ในพื้นที่ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุsg242728.no• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยครีมวันนี้ (3 พ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย. ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข https://www.fda.moph.go.th/Pages/HomeP_D2.aspx หรือโทร. 02-590-7000 ได้ในเวลาราชการ บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ หน่วยงานที่ตรวจสอบ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข แสดงเพิ่มเติมstd48181• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยธนาคารกสิกรไทย มีมติแต่งตั้งคุณปรึดี ดาวฉาย เป็นกรรมการผู้จัดการกสิกรไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 3กย.2563ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม! ผลิตภัณฑ์ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำจากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า พบสารประกอบของปรอท ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ วันนี้ (3 พ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า พบสารประกอบของปรอท ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ วันนี้ (3 พ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย. ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขผู้บริโภคเฝ้าระวังstd46484• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากพัสดุไปรษณีย์ไทยได้แจ้งขอให้ทุกท่านที่ได้รับจดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ ให้ใส่ถุงไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเปิด หรือฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วนั้น ไปรษณีย์ไทยแจ้งว่า ไม่เป็นความจริง และทางไปรษณีย์ไทยได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงาน สถานที่ รวมถึง การดูแลความสะอาดไปรษณียภัณฑ์ทุกชิ้น พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อรถขนส่งไปรษณีย์ทุกคันสุขภาพโควิด 2019Khaohom Kuisai• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากพัสดุไปรษณีย์ไทยได้แจ้งขอให้ทุกท่านที่ได้รับจดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ ให้ใส่ถุงไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเปิด หรือฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วนั้น ไปรษณีย์ไทยแจ้งว่า ไม่เป็นความจริง และทางไปรษณีย์ไทยได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงาน สถานที่ รวมถึง การดูแลความสะอาดไปรษณียภัณฑ์ทุกชิ้น พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อรถขนส่งไปรษณีย์ทุกคัน เป็นต้นSanem Ntch• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยปัจจุบันมีการเสนอแก้ไขมาตรา 7 ทวิวรรคสอง ของ พ.ร.บ.สัญชาติ เปิดช่องให้ลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดไม่ระบุชื่อ• 3 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยโครงการ เที่ยวปันสุข เปิดให้เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.นี้เป็นต้นไป จริงหรือมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” ใน 3 แพ็คเกจนี้ โดยเฉพาะ "เราไปเที่ยวกัน" และ "เที่ยวปันสุข" จะเปิดให้ประชาชนเริ่ม ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่13ก.ค.นี้ เป็นต้นไปnaydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสงกรานต์เป็นของเขรม???เป็นประเพณีขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งจะมีการเล่นสาดน้ำ แต่ทางเขมรมีการใช้คำว่า “สงกรานต์” ตามคำไทย แทนคำเดิม คือ “โจล-ชนัม-ทเม็ย” ซึ่งอันที่จริง ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีร่วมของคนในพื้นที่อุษาคเนย์ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย แต่ถ้าถามถึงสงกรานต์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนนักท่องเที่ยวแห่แหนเดินทางมา ก็คงไม่พ้น Songkran Festival Day ของไทยอย่างแน่นอนภาคอีสานภาคตะวันออก มีม เสียดสีstd48037• 3 ปีที่แล้ว
- 3 คนสงสัยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากพัสดุกรณีมีข้อความปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่า ไปรษณีย์ไทยได้แจ้งขอให้ทุกท่านที่ได้รับจดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ ให้ใส่ถุงไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเปิด หรือฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วนั้น ไปรษณีย์ไทยแจ้งว่า ไม่เป็นความจริง และทางไปรษณีย์ไทยได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงาน สถานที่ รวมถึง การดูแลความสะอาดไปรษณียภัณฑ์ทุกชิ้น พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อรถขนส่งไปรษณีย์ทุกคัน เป็นต้นโควิด 2019std49575• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหย่อมความกดอากาศต่ำฝั่งอ่าวไทยเริ่มก่อตัว อาจเคลื่อนขึ้นไทยหลัง 12 ส.ค. 68หย่อมความกดอากาศต่ำฝั่งอ่าวไทยเริ่มก่อตัว อาจเคลื่อนขึ้นไทยหลัง 12 ส.ค. 68สภาพอากาศNataphon Ditthabanjong• 17 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
