(3243 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยรัฐเตรีมแจก1000เพื่อช่วยเหลือประชาชนข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ รัฐฯ เตรียมโอนเงิน 1,000 ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง . ตามที่มีการส่งต่อข้อความในประเด็นเรื่องรัฐฯ เตรียมโอนเงิน 1,000 ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . กรณีที่มีส่งต่อเรื่องราวโดยระบุว่า รัฐฯ เตรียมโอนเงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาท สำหรับกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โอนให้พร้อมกันทั่วประเทศ 9 มิ.ย. 66 นี้ ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เป็นข่าวสารที่เชื่อถือไม่ได้ และไม่ใช่ข้อมูลประกาศจากหน่วยงานรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายดังที่ในคลิปวิดีโอกล่าวถึงแต่อย่างใด . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่ใช่ข้อมูลประกาศจากหน่วยงานรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายดังที่ในคลิปวิดีโอกล่าวถึงแต่อย่างใด . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวนโยบายรัฐ #รัฐแจกเงิน #แจกเงิน1000บาท #โอนเงินสดข่าวการเมืองstd48123• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(star) ข่าวดีระดับโลก (star) (ที่คนไทยแทบจะไม่รู้เลย) (sun) LivingDrugs/ยามีชีวิต ราคาถูกลง 30 เท่า !!! ด้วย DeepTech & Engineering Biology TechHub | 07.02.2026 ถ้าพูดถึงโรคร้ายอย่าง มะเร็ง หรือ โรคทางพันธุกรรมเรื้อรัง อย่าง ธาลัสซีเมีย สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของคนไทยหลายคน นอกจากความเจ็บปวดทางกายแล้ว คือ ความเจ็บปวดทางกระเป๋าสตางค์ เพราะค่ารักษาโรคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะถ้าต้องใช้นวัตกรรมยาใหม่ๆจากต่างประเทศ ราคาของมันอาจสูงถึงหลักสิบล้านบาท เรียกได้ว่าต้องขายบ้านขายรถมารักษากันเลยทีเดียว แต่วันนี้ Techhub มีข่าวดีที่เป็นเหมือน แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และเป็น แสงสว่างที่ส่องมาจากฝีมือคนไทยเราเอง ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเดช หงส์อิง อาจารย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้โชว์การพัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่า Living Drugs หรือ ยาที่มีชีวิต ซึ่งมันไม่ใช่ยาเม็ดหรือยาน้ำแบบที่เราคุ้นเคย แต่มันคือการแฮ็ก ระบบพันธุกรรมในร่างกายมนุษย์ เพื่อสั่งให้ร่างกายรักษาตัวเอง เป็นเทคโนโลยีระดับ Deep Tech ที่สามารถหั่นราคาค่ารักษาลงแบบถล่มทลายถึง 30 เท่า เรื่องราวนี้มีความเป็น Sci-Fi ที่กลายเป็นจริงได้อย่างไร? แล้วทำไมถึงบอกว่าคนไทยทำได้? เราไปเจาะลึกเบื้องหลังนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้กันครับ Engineering Biology เมื่อร่างกายมนุษย์ คือโรงงานผลิตยา ที่ดีที่สุด ในอดีต การพัฒนายาคือเรื่องของนักเคมีที่ผสมสารนู่นนั่นนี่ในหลอดทดลอง แต่ในยุคปัจจุบัน เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Engineering Biology มันคือยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง หมอ นักวิทยาศาสตร์ และ วิศวกร จางลง พวกเขาทำงานร่วมกันโดยมองว่าเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ เปรียบเสมือนซอฟต์แวร์ ที่สามารถเขียนโค้ดทับลงไปใหม่ได้ หรือมองว่าร่างกายของเราคือ "โรงงานผลิตยา" ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก คอนเซปต์ของ Living Drugs จึงไม่ใช่การกินยาเข้าไป แต่เป็นการ นำเซลล์ของคนไข้ ออกมาเข้าห้องแล็บ แล้วทำการปรับปรุงพันธุกรรม เพื่ออัปเกรดความสามารถให้เซลล์เหล่านั้นฉลาดขึ้น เก่งขึ้น แล้วส่งกลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นยาที่มีชีวิต คอยไล่ล่าโรคหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยตัวมันเอง ฟังดูเหมือนหนังไซไฟ แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงแล้วที่มหิดล โดยพระเอก ของงานถึง 2 ตัวด้วยกัน (Santa Claus) พระเอกตัวที่ 1 CAR-T Cell เม็ดเลือดขาวติดอาวุธ ไว้เป็นนักล่ามะเร็ง อันนี้คือความหวังของผู้ป่วย มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) และ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ซึ่งปกติแล้ว มะเร็งพวกนี้มันฉลาด มันสามารถพรางตัวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเรามองไม่เห็น และแพร่กระจายไปทั่ว มหิดลจึงแก้เกมด้วยเทคโนโลยี CAR-T Cell (Chimeric Antigen Receptor T Cell) วิธีการทำงานคือ : - เริ่มจากดึงข้อมูล โดยทีมแพทย์จะเจาะเลือดคนไข้ เพื่อคัดแยกเอา T-Cell (เม็ดเลือดขาว ซึ่งเปรียบเสมือนทหารในร่างกาย) ออกมา - เริ่มติดอาวุธ นำ T-Cell เข้าห้องแล็บ เพื่อทำการ ปรับปรุงพันธุกรรม ใส่รหัสพันธุกรรมพิเศษเข้าไป เปรียบเสมือนการติด ระบบเรดาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ให้กับทหารพวกนี้ - โคลนนิ่งกองทัพ ซึ่งเมื่อได้ T-Cell ที่ติดเรดาร์แล้ว ก็จะนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนให้แข็งแกร่ง - สุดท้าย ส่งกลับสมรภูมิ โดย ฉีด T-Cell พันธุ์ดุเหล่านี้กลับเข้าไปในร่างกายคนไข้ ทีนี้แหละ ด้วยเรดาร์ใหม่ มันจะสามารถล็อกเป้า เซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ แล้วพุ่งเข้าไปทำลายทิ้งทันที ปัจจุบันมีการใช้เทคนิคนี้รักษาผู้ป่วยจริงไปแล้วกว่า 40 ราย โดยสามารถทำให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยที่รอวันเสียชีวิต หรือผู้ป่วยวิกฤติ ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาปกติ (เฉพาะมะเร็งขั้นต้น 2 แบบที่กล่าวมาเท่านั้น) ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งมันให้ผลลัพธ์น่าพอใจอย่าง มาก โดยการรักษา ทำภายใต้การดูแลของบริษัท Genepeutic Bio (บริษัท Spin-off ที่มหิดลร่วมทุนกับเอกชน) สิ่งที่น่าตื่นเต้นของเรื่องนี้คือ ปกติแล้วถ้าเราต้องบินไปรักษาด้วยวิธีนี้ที่ต่างประเทศ หรือนำเข้ายานี้มา - ราคาต่างประเทศ ประมาณ 15 ล้านบาท ต่อเข็ม - ส่วนราคาไทยทำเอง มหิดลตั้งเป้าไว้คือ ต้องต่ำกว่า 1 ล้านบาท ส่วนต่างนี้มหาศาลมาก คือจากราคาที่ซื้อบ้านหรู เหลือแค่ราคาอีโค่คาร์ ทำให้คนไทยจำนวนมาก จะมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษานี้ได้จริง (clown) พระเอกตัวที่ 2 Gene Therapy ตัดต่อยีนซ่อมชีวิต จบปัญหาธาลัสซีเมีย หลายคยอาจจะไม่รู้ว่า คนไทยมียีนแฝง ของโรคโลหิตจาง มากถึง 30-40% ของประชากร คนที่เป็นโรคนี้รุนแรง ชีวิตจะลำบากมาก เพราะร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเติมเลือดทุกเดือนตลอดชีวิต เหมือนรถที่ถังน้ำมันรั่ว ต้องเติมน้ำมันตลอดเวลา วิธีรักษาแบบ Gene Therapy คือการแก้ที่ต้นเหตุ หรือ Source Code ของชีวิต - เริ่มแรก หาจุดบั๊ก ทีมวิจัยจะนำ สเต็มเซลล์ จากไขกระดูกคนไข้ ซึ่งมียีนที่ผิดปกติ (ตัวการที่สร้างเม็ดเลือดแดงไม่ดี) ออกมา - แก้โค้ด โดยในห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน GMP พวกเขาจะใช้ Viral Vector (พาหนะนำส่งยีน) นำยีนที่ปกติ ใส่เข้าไปแทนที่ยีนที่เสีย - รีบูตระบบ โดยฉีดสเต็มเซลล์ที่ได้รับการซ่อมแซมแล้วกลับเข้าไปในร่างกาย ร่างกายคนไข้จะเริ่มสร้างเม็ดเลือดแดงที่ปกติได้เอง โดยไม่ต้องกลับมาเติมเลือดอีกเลย ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ : เคสแรกของการรักษาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยคนไข้ที่เคยต้องเติมเลือดทุกเดือน หลังการรักษาผ่านไป 3-4 เดือน ไม่ต้องรับเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว เท่ากับว่าเขาหายขาดจากโรคพันธุกรรมนี้แล้ว ไฮไลท์ของเรื่องนี้คือ จุดเปลี่ยนเรื่องราคา อันนี้เรียกได้ช็อกโลกกว่าเดิมครับ เพราะ Gene Therapy ในต่างประเทศถือเป็นยาที่แพงอันดับต้นๆของโลก โดยราคาต่างประเทศ อาจสูงถึง 90,000,000 บาท (ประมาณ 2.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อการรักษา ส่วนราคาไทยทำเอง มหิดลตั้งเป้ากดราคาลงมาให้ต่ำกว่า 3,000,000 บาท จะเห็นว่า ราคาถูกลง 30 เท่า นี่คือนิยามของคำว่า Innovation ที่แท้จริง คือทำให้ของที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ในราคาที่จับต้องได้ครับ National Security ความมั่นคงทางยา ที่ไม่ต้องยืมจมูกใครหายใจ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเมืองนอกขาย 90 ล้าน เราทำได้ 3 ล้าน? ของเราคุณภาพต่ำกว่าหรือเปล่า? คำตอบคือไม่ครับ มาตรฐานเดียวกัน แต่เคล็ดลับคือการที่เราทำเองได้ทั้งระบบ โดยหัวใจสำคัญของการทำ Living Drugs คือตัวนำพาสิ่งที่เรียกว่า Viral Vector ที่เปรียบเสมือนรถบรรทุก ที่จะขนส่งยีนปกติเข้าไปในเซลล์ ซึ่งปกติเราต้องซื้อรถบรรทุกนี้จากเมืองนอกในราคาแพงหูฉี่ แต่มหิดลมองการณ์ไกล ด้วยการลงทุนสร้างโรงงานผลิต Viral Vector เป็นของตัวเองในประเทศไทย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของ National Security หรือความมั่นคงแห่งชาติ ลองจินตนาการว่าถ้าเกิดโรคระบาด หรือเกิดสงครามการค้า แล้วเมืองนอกไม่ส่งยาให้เรา เราก็ตายกันหมด แต่ถ้าเรามีโรงงานผลิต Vector เอง เราสามารถผลิตวัคซีน หรือยาชีววัตถุได้เองทันที นี่คือการพึ่งพาตัวเองที่ยั่งยืนที่สุด ซึ่งอาจารย์สุรเดชโปรยว่า ถ้ามีโรคระบาดอุบัติใหม่ เราสามารถผลิตวัคซีนได้ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน เพราะว่าเรามีโรงงานผลิต Vector ของเราเอง Global Export จากผู้ซื้อ สู่ผู้ขาย Tech Transfer ต่างประเทศยังยอมรับ โมเดลธุรกิจของมหิดลในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำเพื่อรักษาคนไทยในราคามิตรภาพเท่านั้น แต่ยังมองไกลไปถึงการเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยี จากบทสัมภาษณ์ของ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบันมีต่างชาติอย่าง จีนและ สิงคโปร์ สนใจติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ หรือทำ Tech Transfer กันแล้ว นี่คือโมเดลใหม่ของเศรษฐกิจไทย เราไม่ได้ขายแค่ข้าว หรือรับจ้างผลิตฮาร์ดดิสก์อีกต่อไป แต่เรากำลังขาย Deep Tech IP หรือ ทรัพย์สินทางปัญญาขั้นสูง ที่มูลค่ามหาศาล นำเงินตราต่างประเทศเข้าไทย และปักหมุดให้ไทยเป็น Medical Hub ด้านเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกอย่างแท้จริง เรื่องราวของ Living Drugs จากมหิดล เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก เรามักจะติดภาพจำว่างานวิจัยไทยมักจะอยู่บนหิ้ง แต่ครั้งนี้มันคือการเอาลงมาจากหิ้ง มาใส่ในขวด และเข็มฉีดยา เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์จริงๆ การลดราคาค่ารักษาจาก 90 ล้านเหลือ 3 ล้าน หรือ 15 ล้านเหลือหลักแสน ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ แต่มันคือโอกาสในการมีชีวิตรอด ของพี่น้องชาวไทยอีกนับแสนคน วันนี้ ยุคที่ยาดีต้องราคาแพงระยับ กำลังจะถูกปิดฉากลงด้วยฝีมือของนักวิจัยและทีมแพทย์ไทย Techhub ขอปรบมือดังๆให้กับความสำเร็จครั้งนี้ (ข้อมูลอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง และ Factsheet นวัตกรรมยาในอนาคต มหาวิทยาลัยมหิดล) และ https://www.techhub.in.th/mahidol-university-demonstrates-its-expertise-developing-a-living-drug-to-treat-cancer-and-thalassemia-at-a-30-fold-lower-cost/ . #TechhubUpdate #ยามีชีวิต #มหาวิทยาลัยมหิดล #LivingDrugs #EngineeringBiology #MedicalHubThailand —————————————สุขภาพมะเร็งไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคนไทยเดินทางออกนอกประเทศจ่ายค่าธรรมเนียม 1000 บาท/คน ต่อครั้งไม่ระบุชื่อ• 18 วันที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยรังสิมันต์ โรม เสนอให้ออกบัตรประจำตัวประชาชนพิเศษให้ชาวเมียนมา ให้เข้าไทยได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะเป็นฐานเสียงทางการเมืองไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไทยติดอันดับ 36 ประเทศที่เลือกตั้งสุจริตที่สุด จาก 170 ประเทศทั่วโลกไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยก.คลัง เตรียมชง เที่ยวไทยลดหย่อนภาษี สูงสุด 20,000 บาท เที่ยวเมืองรองลดหย่อนได้ 1.5 เท่า คาดเริ่มใช้ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68ข่าวการเมืองการเงินไม่ระบุชื่อ• 7 เดือนที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยอีก 50 ปี รอยเลื่อนสะกายอาจขยับ เสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่ในไทยไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยมาถึงไทยแล้วครับ เทคนิคการปล้นรถที่แพร่หลายในหลายประเทศ โจรบ้านเราได้นำเข้ามาใช้แล้วนะครับ ระวังกันด้วย อย่าหลงกลโจรผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยกรุงไทยปล่อยสินเชื่อรวบหนี้ สำหรับผู้มีรายได้ 9,000 บาทขึ้นไป วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทต่อคนไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยทุกๆ วันเวลา 08.00 น. ในสวนสาธารณะ กรุงมอสโคว รัสเซีย จะได้ยินเสียงบรรเลงเพลงชาติไทย ด้วยความเห็นชอบของ วลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีฯข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในไทย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานเดินทางไปยังประเทศในทวีปยุโรปได้ จริงหรือไม่ผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในไทย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานเดินทางไปยังประเทศในทวีปยุโรปได้ จริงหรือไม่วัคซีนโควิดMrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือ ไทยยืนยันยังไม่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินายกรัฐมนตรี เผย การท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น แต่ยืนยันยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก!!โควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกระทรวงสาธารณสุขออกเตือน มีไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงระบาดอยู่ จริงหรือสาธารณสุขออกเตือน มีไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงระบาด ให้หลีกเลี่ยง 6 ประเทศ และเฝ้าระวัง 8 จังหวัดของไทย จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไทยปลด จีน ฮ่องกง มาเก๊า และเกาหลีใต้ออกจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโรคติดต่อโควิดแล้ว จริงหรือในขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิดจากเกาหลีใต้และจีนยังไม่ค่อยเสถียร แต่ไทยปลดประทศเหล่านี้ออกจากกลุ่มเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พค.นี้เลย จริงหรือคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเสพไอซ์ ทำให้ผอม-ขาว ตรรกะวิบัติของเซเล็บไทยไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวคนมีชื่อเสียงเสพ“ยาไอซ์” แต่ก่อนหน้านี้ ดารา นักร้อง หรือนักกีฬาชื่อดัง เองก็เคยมีข่าวเสพยาไอซ์ พร้อมอุปกรณ์เต็มรูปแบบ โดยสถิติล่าสุด จากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ยาไอซ์ กลายเป็นยาเสพติด ที่คนไทยเสพมากที่สุดเป็นอันดับ 3รองจาก ยาบ้า และเฮโรอีน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีคนดังหลายราย ที่มีข่าวฉาวเกี่ยวกับยาไอซ์ เริ่มจาก นุกนิก เดอะสตาร์ 3 ที่ขนยาไอซ์ 1.2 กรัม ผ่านด่าน อ.อรัญประเทศ เข้ามาในประเทศไทย ตามมาด้วย ไมค์ กิ่งโพยม ที่ถูกตำรวจจับหลังพกยาไอซ์ในครอบครองเกินกำหนด และเสพยาเสพติดขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะที่ “แม็คก้า” หรือแม็ค ชวนชื่น โดนโทษหนักกว่า เพราะ ถูกตำรวจบุกจับคาคอนโดพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 2 กรัม และ แจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษอีกด้วย ช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ เสก โลโซ และ นก เชิญยิ้ม ก็มีข่าวเสพยาไอซ์เช่นเดียวกัน ตัวเลขของสถาบันธัญญารักษ์ ระบุว่า สัดส่วนการเสพยาไอซ์ในผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จากเดิม 2-3% เมื่อเทียบกับสัดส่วนการใช้ยาบ้า แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 25% หรือ 1 ใน 4 ของผู้หญิงที่ใช้ยาเสพติดทุกประเภท และ 15% ในผู้ชาย ของผู้ชายที่ใช้ยาเสพติดทุกประเภท ด้วยเหตุนี้ เอเย่นต์จึงเจาะจงขายาไอซ์ ให้กับผู้หญิงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงอายุน้อยๆ สำหรับ “ยาไอซ์” จัดเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ. 2522 โดยเม็ดยามีลักษณะเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มา ของชื่อ “ยาไอซ์” ความบริสุทธ์สูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามาก ส่วนวิธีใช้ จะใช้ละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นบาง ขณะที่บางคนนำไปเผาแล้วสูดดมควัน เหมือนเสพยาบ้า ยิ่งเสพก็ยิ่งให้อารมณ์เคลิ้ม ที่น่าตกใจคือด้วยฤทธิ์ยาที่แรงขนาดนั้น ทำให้เสพติดทันทีใน 1-2 ครั้ง โดยอุปกรณ์การเสพ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีสูบเข้าปอดโดยตรง ผ่านอุปกรณ์ ลักษณะคล้ายบ้องกัญชา เรียกว่า “โจ๋” โดยผู้เสพสามารถทำขึ้นเอง หรือหากไม่อยากทำ ตลาดมืดใต้ดินหลายแห่งก็มีวางจำหน่าย ทว่า ด้วยราคาที่แพง ถึงกรัมละ 3,000 – 4,000 บาท และมักนิยมเสพกันในหมู่คุณหนูไฮโซ และส่วนใหญ่จะเปิดห้องจัดปาร์ตี้เฉพาะกลุ่ม และเกิดการ ระบาดนอกจากในสถานบันเทิง ด้วยเหตุนี้ ทำให้คนที่เสพยาเชื่อแต่เพียงว่า จะมีฤทธิ์เบากว่ายาบ้า ในความเป็นจริงแล้ว ยาไอซ์จะออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมอง รวมถึงสูญเสียส่วนควบคุมการทรงตัวขณะที่ ความเข้าใจว่า เสพยาไอซ์ จะทำให้ผอม เนื่องจากทำให้กินน้อยลงนั้น อาจเป็นไปได้ในช่วงแรก เพราะเมื่อยาออกฤทธิ์เข้าสู่เส้นเลือด ก็จะทำให้ผู้ที่เสพไม่อยากกินอาหาร และเบื่ออาหาร จึงทำให้เหมือนกับผอมไปพักหนึ่ง ขณะที่หลังจากนั้น ฤทธิ์ของยา จะทำให้เข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายซีด จนถูกคิดว่าเป็นยาที่กินแล้วขาว แต่ในระยะยาวก็จะดำคล้ำขึ้น เพราะไม่เหลือสารอาหารเข้าไปบำรุงผิวอีกต่อไป ในระยะแยก ผู้เสพจะเริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอย เบื่ออาหาร กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย หน้าตาซูบที่ขอบแก้มด้านหน้า ส่วนขอบตาด้านล่างจะดำ แต่หลังจากนั้น พิษของยาไอซ์ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นจากการทำลายสมอง ยาไอซ์มีฤทธิ์ทำลายสมองที่รุนแรงมาก คนที่เข้ามารับการบำบัดส่วนใหญ่มักเป็นคนที่เสพติดต่อกันนาน 3–5 ปี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสมอง กระทั่งมีอาการทางประสาท รวมไปถึงจิตหลอนตามมา ยิ่งเสพมากเข้า ยิ่งอาจเป็นอันตรายถึงขั้นคลุ้มคลั่ง หนักกว่ายาบ้า เพราะยาไอซ์ มีผลข้างเคียงล้วนๆ ต่อสมอง ต่างจากยาบ้าที่พอจะมีแป้งผสมบ้าง ขณะที่การบำบัดอาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ 4เดือน ไปจนถึง 1 ปี ตามปริมาณการเสพ และอาการของผู้เสพ โดยส่วนใหญ่ต้องเริ่มจากรักษาอาการทางจิต และตามมาด้วยขั้นตอนการฟื้นฟูอีกเป็นเวลานานความสวยความงามNontawattahom• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยวันตรวจสอบข่าวลวงโลกโคแฟคเปิดตัวแคมเปญใหญ่”เมื่อข่าวลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลก” รับมือวิกฤตข้อมูลบิดเบือนและภัยAI ในวันตรวจสอบข่าวลวงโลกAIผู้บริโภคเฝ้าระวังสุชัย เจริญมุขยนันท• 1 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกกต. ชี้ข่าวเท็จ 10 ส.ส.ก้าวไกลจะโดนใบแดง-ไม่ดำเนินคดียุบพรรคอนาคตใหม่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจงข่าวเท็จ ยัน ดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งจากการยุบพรรคอนาคตใหม่แล้ว ไม่เคยให้ข่าว 10 ส.ส.ก้าวไกลจะโดนใบแดงข่าวการเมืองมีมKanpitcha Suksakan• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยFrenkie de jong มาแมนยูFrenkie de jong ตกเป็นข่าวในการซื้อขายกับ Manchester united และ Frenkie de jong ตกลงที่จะมา Manchester United ซึ่งเป็นข่าวปลอม เพราะทางเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธmeenyapat• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยที่ประชุมทีมโฆษกทุกสังกัดเห็นชอบ โต้ข่าวปลอม ด้วยความจริงให้เร็วที่สุดโฆษกรัฐบาล ประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวง กรมประชาสัมพันธ์ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย รับทราบข้อสั่งการนายกฯ จัดการข่าวปลอม ให้ตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดข่าวการเมืองpotter17652• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่น มีผลพรุ่งนี้เลยครับ … ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ ‘กัญชา’ เป็นสมุนไพรควบคุม คุ้มครองผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ห้ามจำหน่ายกัญชาให้ ผู้มีอายุต่ำกว่า20ปี และสตรีมีครรภ์ / ห้ามสูบในที่สาธารณะ บทกำหนดโทษ ผู้ใดที่ใช้กัญชาที่ขัดกับประกาศฉบับนี้ จะมีโทษทางอาญา มาตรา 78 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ 2565 โดยที่พิจารณาเห็นว่า กัญชา เป็นสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 44 มาตรา 43(3) และ (5) แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้กัญชาหรือสารสกัดจากกัญชาซึ่งเป็นพืชในตระกูล แคนนาบิส(Cannabis) เป็นสมุนไพรควบคุม ข้อ 2 ให้ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปสามารถครอบครองใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา ขนย้าย จำหน่ายสมุนไพรควบคุมตามข้อ 1 ได้ ยกเว้นการใช้ประโยชน์ดังต่อไปนี้ (1)การใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะโดยการสูบ (2)การใช้ประโยชน์ในสตรีมีครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร (3)การจำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร ข้อ 3 อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สามารถใช้ประโยชน์จากสมุนไพรควบคุมตามข้อที่ 1 ให้กับผู้ป่วยของตน ข้อ 4อนุญาตให้ผู้ป่วยตามข้อ 3 สามารถครอบครอง ขนย้าย ดูแล เก็บรักษา ใช้ประโยชน์ในปริมาณที่จ่ายให้สำหรับการใช้ประโยชน์ เป็นเวลาสามสิบวัน ข้อ 5 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2565”ยาสมุนไพรไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยสื่ออาเซียนเผย “Fake News” เกี่ยวกับ "โควิด-19" หลายครั้ง “รัฐ” เผยแพร่เองนักข่าวฟิลิปปินส์ - อินโดฯ – มาเลย์ ย้ำบทบาท “สื่อ” สำคัญ ยุติข่าวปลอม ห่วงรัฐบาลอาศัยอำนาจพิเศษละเมิดสิทธิ์ประชาชนช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดstd48063• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเรื่องเงินผู้สูงอายุ กรมประชาสัมพันธ์เขาแถลงข่าวแล้วของเขต 2 อ่ายแคนบอกข่าว (เกี่ยวกับผู้สูงอายุ) ได้สวัสดิการเป็นบางกลุ่มภาคอีสานไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยดีอีเอส เผยสถิติ "เฟคนิวส์" ปี 65 พบบิดเบือนนโยบายรัฐมากสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยสถานการณ์ข่าวปลอมปี 2565 พบข่าวปลอมมุ่งบิดเบือนเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลและข่าวสารราชการมาแรงทั้งปี รองลงมาด้านสุขภาพและเตือนภัยพิบัติPimyada Thongjan• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยงดใช้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยทุกตู้ ที่ไม่มีไฟกระพริบตรงที่เสียบบัตร เนื่องจากโดนแฮกข้อมูลไม่ระบุชื่อ• 4 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย ผ่านเพจ จัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ ทั่วไทยแอคปลอมไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
