(3120 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยพายุหลิ่นฟาและดานัง จะเข้าไทย 11-20 ต.ค นี้ จริงหรือช่วงนี้มีข่าวพายุหลายข่าวที่จะเข้ามาไทย ข่าวจริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปภาษากัมพูชาอ้างเขื่อนแตกทำให้เกิดน้ำท่วมที่ประเทศไทยไม่ระบุชื่อ• 3 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยปัจจุบันสะพานไทย - เบลเยี่ยม เปิดให้บริการปกตินะคะข่าวปลอม อย่าแชร์ ⚠️ 📍ปัจจุบันสะพานไทย - เบลเยี่ยม เปิดให้บริการปกตินะคะ . 📲 สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูล ผ่าน Application Line "ตอนนี้อย่าผ่านไป สะพานไทย-เบลเยี่ยม นะ สะพานแอ่นลง กลัวอันตราย จส.100 แจ้งมาค่ะ ........" 📍สำนักการโยธาได้ตรวจสอบแล้ว ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้สำนักการโยธา ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ ไม่พบความผิดปกติ สะพานมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถใช้งานได้ตามปกติ ข้อมูล ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2566std48871• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยภาพทหารกัมพูชายืนปัสสาวะริมกำแพงพระราชวังจตุมุขมงคลในกรุงพนมเปญข่าวไทยกัมพูชา เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 4 เดือนที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยระวัง 5 ข่าวลือป่วนวัคซีนโควิด-19 โคแฟคแนะเช็กก่อนแชร์แผนการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 กลับไม่ราบรื่นนัก เพราะเกิด “ข่าวลือข่าวลวง (Misinformation)” ในสังคมที่สร้างความตื่นตระหนก การเข้าใจแบบผิดๆ นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค ประเทศไทย (cofact.org) ได้เปิดเผย 5 ข่าวลือข่าวลวงที่เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังถูกพูดถึงในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ 1.วัคซีนฝังไมโครชิป: เป็นประเด็นที่ถูกลือกันมากที่สุดในสังคมตะวันตก ตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดในช่วงแรกๆ โดยเชื่อว่าเป็นแผนการของพวกนายทุนด้านเทคโนโลยีที่ต้องการปูทางไปสู่การฝังไมโครชิปประชากรทั่วโลก เช่น ข่าวจาก BBC รายงานว่าผลการสำรวจของ ยูกอฟ (YouGov) บริษัทรับทำโพลชื่อดังของอังกฤษ ที่สอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันจำนวน 1,640 คน สรุปผลได้ว่า 28% เชื่อเรื่องแผนการฉีดวัคซีนเพื่อฝังไมโครชิป เป็นต้น ข่าวลือนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. 2563 เจ้าพ่อไอที บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ออกมาพูดเปรยๆ ว่าในอนาคตจะมีการออกใบรับรองดิจิทัลสำหรับผู้ที่เคยป่วยจากไวรัสโควิดและได้รับการรักษาจนหายแล้วไปจนถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ข่าวลือเรื่องวัคซีนโควิดฝังไมโครชิปกลับมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงปลายปี 2563 เมื่อสหรัฐฯ เตรียมการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยไฟเซอร์ (Pfizer) ทำให้ทางไฟเซอร์ต้องชี้แจงส่วนผสมของวัคซีนซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ชนิด ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้ในวัคซีนหลายๆ ชนิดอยู่แล้ว และไม่มีส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับไมโครชิป เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย ก็ได้ออกมายืนยันว่า ไม่พบการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือไมโครชิปในวัคซีนโควิด-19 ในชนิดใดๆ ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ จากการตรวจสอบทางบีบีซี สรปได้ว่า ข่าวลือนี้ไม่เป็นความจริง 2.วัคซีนเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอมนุษย์: ข่าวลือนี้ที่ถูกพูดถึงพร้อมสร้างความเป็นกังวลกันเป็นอย่างมากในสังคมไทยและต่างประเทศ โดยกล่าวถึงพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ในกระบวนการผลิตและการทำงานของวัคซีน จะส่งผลข้างเคียงทำให้ดีเอ็นเอของผู้ที่ได้รับวัคซีนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า วัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีทั้ง 2 ชนิด คือ mRNA เช่น วัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่นำรหัสพันธุกรรมส่วนเล็กๆ ของไวรัสมาใช้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กับ Viral Vector เช่น วัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ใช้วิธีฝากสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ไปกับไวรัสชนิดอื่น แต่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 ด้วย และถึงแม้จะส่งสารพันธุกรรมเข้าไปในร่างกายมนุษย์ แต่สารนั้นจะไม่เข้าไปถึงนิวเคลียสอันเป็นที่เก็บดีเอ็นเอ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อดีเอ็นเอแต่อย่างใด ทางสำนักข่าวบีบีซีและรอยเตอร์ตรวจสอบแล้วพบว่าข่าววัคซีนเปลี่ยนดีเอ็นเอนี้ไม่เป็นความจริง 3.วัคซีนทำให้คนเป็นหมัน: การมีลูกเพื่อสืบทอดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในหลายๆ ครอบครัว ข่าวลือนี้ได้สร้างความเครียด กังวลใจและมีแนวโน้มว่าในกลุ่ม สามี-ภรรยาหลายคู่จะปฏิเสธการรับวัคซีน เพราะเชื่อว่าวัคซีนวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย โดยหน่วยงานบริหารสินค้าด้านอายุรเวท (Therapeutic Goods Administration-TGA) ได้ระบุว่า ข่าวลือนี้อ้างถึงโปรตีนซินซิติน-1 (Syncytin-1) ที่ช่วยการพัฒนารก ซึ่งมีอยู่ในหนามแหลมของเชื้อโควิด-19 เหมือนกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าการได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือแม้แต่วัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์หรือการพัฒนาของรกแต่อย่างใด ข่าว "แนะท่านชายนำเชื้ออสุจิไปแช่แข็งก่อนรับวัคซีนโควิด” ได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริงด้วยเช่นกัน โดยศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย บมจ.อสมท ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูล #SureVac โดย Newtral.es 4.วัคซีนช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย: สาเหตุที่ประเด็นนี้ถูกพูดถึงเนื่องจากมีการอ้างถึงงานวิจัยชิ้นนึงว่า วัคซีนโควิด-19 จะช่วยเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้น ทำให้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เมื่อต้นเดือน ม.ค. 64 ถึงกรณีมีการส่งต่อภาพที่อ้างว่าเป็นข่าวจากสำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา ที่พาดหัวข่าวว่า แพทย์สนับสนุนให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่อวัยวะเพศชาย เพราะจะทำให้วัคซีนกระจายไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นมีการแชร์ไปถึงขนาดว่า ยังจะช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้นได้ถึง 3 นิ้ว โดยทั้ง 2 ข่าวได้กล่าวถึงอ้างงานวิจัย แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอมทั้งหมด ตั้งแต่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ทำการศึกษาจากลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,500 คน นั่นไม่มีอยู่จริง หรืออ้างถึงวารสารวิชาการ The New England Journal of Merdecine นั้นก็ไม่มีอยู่จริง โดยวารสารที่มีจริงคือ The New England Journal of Medicine ซึ่งก็ไม่เคยตีพิมพ์บทความทำนองนี้แต่อย่างใด แม้กระทั่งสำนักข่าว CNN ก็ไม่เคยเสนอข่าวตามภาพที่นำมาอ้างกันด้วย เช่นเดียวกับตรวจสอบจากสำนักข่าว AFP และ อีกหลายสำนักสรุปตรงกันข่าวที่อ้าง CNN นี้เป็นข่าวลวง 5. วัคซีนมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ต้องห้ามตามหลักศาสนา: ในบางศาสนานั้นมีข้อห้ามการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของสัตว์บางชนิด เช่น ศาสนาฮินดูห้ามบริโภคเนื้อวัว ศาสนาอิสลามห้ามบริโภคเนื้อหมู ทำให้เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวลือผิดๆ ว่าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ทำจากส่วนประกอบของสัตว์ดังกล่าว ดังนั้นจึงนำไปสู่การปฏิเสธการรับวัคซีนจากบรรดาศาสนิกชน ที่ประเทศอังกฤษ ช่วงต้นปี 2564 ดร. ฮาร์พรีท สูท (Harpreet Sood) หัวหน้าหน่วยต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ยอมรับว่าทีมงานทำงานกันอย่างหนักและยากลำบากด้วยข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม จากกรณีพบผู้มีเชื้อสายเอเชียใต้ (ภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน และมัลดีฟส์) ที่อาศัยอยู่ในอังกฤษมีแนวโน้มปฏิเสธการรับวัคซีนโควิด-19 โดยต้องทำงานร่วมกับผู้นำศาสนา อธิบายให้ศาสนิกชนเหล่านี้มั่นใจว่าวัคซีนโควิด-19 ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม และทาง Newsweek เองก็มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข่าวลวง โดยเฉพาะในวัคซีนของไฟเซอร์ และในส่วนของประเทศอินโดนีเซียที่ประชากรนับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนกันไปแล้ว ความสับสนและข่าวปลอมเรื่องวัคซีนที่เกิดขึ้นและแพร่กระจายออกไปในวงกว้างดังกล่าวนี้ สุภิญญา ยอมรับว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องวัคซีนไม่นิ่งและอลหม่านมากจึงทำให้คนกลัว ไม่ใช่แค่ในประเทศแต่ทั่วโลก มีทั้งมิติวิทยาศาสตร์และการเมืองปนกัน เรื่องวัคซีนยังเป็นนโยบายสาธารณะด้วย ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งตอบคำถามจากสังคมให้ชัดเจน เช่น ทำไมเราได้รับฉีดวัคซีนช้า มีตัวเลือกอื่นหรือไม่ การบริหารจัดการโปร่งใสหรือเปล่า และ การเข้าถึงวัคซีนเป็นสิทธิ์ทั่วถึงเป็นธรรม รวมถึงการให้ข้อมูลที่สร้างความมั่นใจในความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งภาครัฐต้องสร้างความเชื่อมั่น ส่วนประชาชนควรแยกแยะว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความคิดเห็นหรือความเชื่อ จะได้ไม่สับสนและมีความมั่นใจมากขึ้น ถ้าไม่แน่ใจอะไร ส่งมาให้สื่อมวลชน เช่น สำนักข่าว AFP ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สมาคมนักข่าวฯ และ โคแฟคเพื่อช่วยตรวจสอบได้เช่นกันstd46896• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยืนยัน “สะพานไทย-เบลเยี่ยม” ใช้งานได้ตามปกติ เตือน แชร์ข่าวปลอมมีความผิดยืนยัน “สะพานไทย-เบลเยี่ยม” ใช้งานได้ตามปกติ เตือน แชร์ข่าวปลอมมีความผิด วันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวทางโซเชียลมีเดีย ระบุ “ตอนนี้อย่าผ่านไป สะพานไทย-เบลเยี่ยม นะ สะพานแอ่นลง กลัวอันตราย จส.100 แจ้งมา” เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร มีการเข้าไปตรวจสอบสะพานไทย-เบลเยี่ยมแล้ว ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติ และสะพานมีความมั่นคงแข็งแรงดี สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติstd46539• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวรัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คนกลับจากประเทศอิตาลีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เผยแพร่ข้อมูลจากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นที่รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คนกลับจากประเทศอิตาลีนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกระทรวงการต่างประเทศ พบว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งขณะนี้มีคนไทยในประเทศอิตาลีเพียง 30 คน ที่แจ้งความประสงค์จะกลับไทยโดยที่สายการบินพาณิชย์ยังเปิดให้บริการอยู่ จึงสนับสนุนให้คนไทยเดินทางกลับด้วยตนเองก่อน ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารที่มาจากกระทรวงการต่างประเทศได้ ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 0 2203 5000ข่าวการเมืองโควิด 2019std47779• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย'พิธา' เป็นคนเขมร พร้อมงัดหลักฐานคือรูปใน IG ของ พิธาเองหลังจาก ซีเกมส์2023 'เขมร' ที่เป้นเจ้าภาพได้มีการเครม กีฬามากมายว่ามีต้นกำเนิดมาจาก ชาติของตัวเอง รวมถึง กีฬา 'ยูยิตสู' ที่เขมรได้โชว์กำแพงวัด ว่า กีฬาประเภทนี้ได้มีมามากกว่า 1,000 ปี แล้ว ที่กัมพูชาsophistha.kam2551• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! โครงการไทยมีงานทำ จากกรมการจัดหางาน รับสมัครคนมีเวลาว่าง จำนวนจำกัดX mobile-menu Logo ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand searchiconmobile mobile-menu Logo ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand searchiconmobile จำนวนผู้เข้าชม 15,590,327 ข่าวปลอม นโยบายรัฐบาล-ข่าวสาร ข่าวปลอม อย่าแชร์! โครงการไทยมีงานทำ จากกรมการจัดหางาน รับสมัครคนมีเวลาว่าง จำนวนจำกัด 14 มิถุนายน 2023 | 13:30 Facebook Twitter Link Youtube กรณีที่มีการโฆษณาว่า โครงการไทยมีงานทำ จากกรมการจัดหางาน รับสมัครคนมีเวลาว่าง จำนวนจำกัด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีข่าวสารเผยแพร่เกี่ยวกับกรมการจัดหางาน โครงการไทยมีงานทำ รับสมัครคนมีเวลาว่าง รายได้ 300-1,500 บาท รับจำนวนจำกัด ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า ภาพประกาศเชิญชวนรับสมัครงาน ที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์กรมการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต นั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง กรมการจัดหางานตรวจสอบพบว่าข้อความดังกล่าวมิได้มาจากส่วนราชการของกรมการจัดหางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หากพบเห็นข้อความดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ เพราะอาจมีการขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปใช้ในทางมิชอบ หรืออาจถูกหลอกลวงจนเกิดความเสียหายstd47606• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยพายุระวังพายุ 2 ลูก เตือนฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้ . ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องระวังพายุ 2 ลูก เตือนฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอพยากรณ์อากาศว่า เตือนภัย! ระวังพายุ 2 ลูกถล่มไทย ฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 17-25 ก.ค. นี้นั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข่าวปลอม เป็นข้อมูลที่มิได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีพายุเกิดขึ้นจริง กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน . ซึ่งในช่วงวันที่ 11-13 ก.ค. 66 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร . ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ก.ค. 66 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร . ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในช่วงวันที่ 14-16 ก.ค. 66 ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าได้แชร์หรือส่งต่อข่าวลือนี้ และติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th , Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weather หรือ โทรสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง) . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลดังกล่าว เป็นข่าวปลอม โดยวันที่ 11-13 ก.ค. มีจะมีฝนลดลง แต่ยังตกหนักในบางแห่ง ส่วนวันที่ 14-16 ก.ค. มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักในบางแห่ง ในช่วงนี้ขอประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวภัยพิบัติ #พายุฝนฟ้าคะนอง #พยากรณ์อากศ #เตือนฝนตกหนักตั๋งหน้าติ๋ม จิ๋มหลงไหล• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย.เตรียมจะบุกวัดอีกรอบเพื่อจะกลบข่าวข้างล่างนี้ ...... ข่าวล่ามาเร็วและร้ายแรง มีการเร่งรัดจากเจ้าของสนช.อิสลาม 63 คน หรือ 27% ให้นำร่างกฎหมายศาลอิสลาม หรือศาลซารีอะห์ เข้าสภาสนช.โดยด่วน เพราะคนไทยส่วนใหญเริ่มรู้ตัวแล้วและทุกคนมัวไปสนใจกับข่าววัด จึงเตรียมเอาเข้าสภาเร็วๆนี้แน่ สาระสำคัญคือ การตั้งศาลอิสลาม ที่เคยเสนอมาเมื่อปี 2540 แล้วไม่ผ่าน จะมาเสนอใหม่ ถ้าผ่านได้คนไทยสิ้นอิสระภาพจริงๆ เพราะกฎหมายนี้จะใช้กับทุกคนในชาติ ทุกคนที่เกิดคดีความกับชาวมุสลิม จะต้องไปขึ้นศาลนี้ โดยมีผู้พิพากษาเป็นนักบวชอิสลาม ผลคือชาวมุสลิมทั่วโลกจะทะลักเข้ามาอยู่เมืองไทย เพราะทำอะไรผิดก็ขึ้นศาลศาสนาของเขา สรุป ยิ่งกว่าเสียกรุงอีกครับ เรียกว่าสิ้นชาติเลยต้องช่วยกันติดตามสอดส่อง สภา สนช.ของเราแล้วครับ นอกจากสมาชิกสนช.อิสลาม 63 คน แล้วเขาต้องการเสียงอีก 54 คน เป็น 117 เสียง ซึ่งเกินครึ่งของ 233 แล้ว ไม่ยาก เพราะเขามีทั้งเงินทั้งเครื่องแบบ ทั้ง ม.3 ม.4 ครบเครื่องยิ่งกว่าสมัยใดทั้งสิ้น ตื่นเถิดเพื่อนไทย ตอนนี้ศึกหลายด้านแล้วครับ ทั้งวัดทั้งสภา ตื่นๆๆ ติดตามข่าว ออกมาปกป้องอิสระภาพของคนไทยทั้งชาติกันได้แล้ว ================ ไม่รอส่งพรุ่งนี้แล้ว ส่งวันนี้เลย ช่วยกันแชร์ ช่วยกันส่งด่วน เผื่อจะถึงผู้นำประเทศ ให้คิดแก้ไขทันภาคใต้อันดามันไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยมีข่าวเหตุการณ์ปะทะยิงกันเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา ในเมืองชเวก๊กโก เมืองหลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้านตรงข้าม จ.ตาก แหล่งข่าวบางกระแสระบุว่า จีนส่งกำลังเข้ามาร่วมกับกองทัพของพม่า เปิดยุทธการเข้าลุยทลาย กวาดล้างแหล่งทำมาหากินของแก๊งคอลฯในเมืองชเวก๊กโก้ สาเหตุที่ต้องลุยก่อน เพราะขอความร่วมมือจาก จนท.ฝ่ายความมั่นคงของไทย รวมทั้งตำรวจไทยในเขต จ.ตาก แต่ จนท. ไทยทำมึน ทำเฉย ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ที่จะให้ความร่วมมือในการปราบปรามสกัดกั้นแก๊งคอลฯเลยแม้แต่น้อย สีจิ้นผิงจึงส่งกำลังเข้าไปลุยเองเลย (ร่วมกับกำลังของ จนท.พม่า เข้าลุยในเขตอิทธิพลของกะเหรี่ยงเทา ในเมืองชเวก๊กโก) สาเหตุที่จีนชิงลงมือก่อน (หากเป็นจริงตามที่แหล่งข่าวว่า) เพราะจีนรู้ดีว่ายังไงๆไทยก็ทำเฉย เพราะ จนท.ไทย ทุกฝ่ายในเขตชายแดนล้วนรับส่วยและรับผลประโยชน์ต่างๆจากกะเหรี่ยงเทา และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งสิ้น จึงทำเฉยไม่รู้ ไม่ชี้ จนจีนเหลืออด เปิดยุทธการลุยเองข่าวการเมืองภาคเหนือ เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยคลิปน้ำท่วมใหญ่ใน "ประเทศใกล้กัมพูชา"ไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมกรณีที่มีการโพสต์ข้อความประกาศว่า กระทรวงการต่างประเทศ ไม่แจ้งเตือนคนไทยในรัสเซียถึงเหตุการณ์รุนแรง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ออกประกาศแจ้งเตือนให้คนไทยในรัสเซียจากเหตุการณ์รุนแรง ทางกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2566 กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้ออกประกาศเตือนให้คนไทยในสหพันธรัฐรัสเซียทราบแล้ว โดยขอให้คนไทยในเมืองรอสตอฟ – ออน – ดอน ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลท้องถิ่นตามที่นายจ้างแนะนำ และให้คนไทยที่พำนักในสหพันธรัฐรัสเซียหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเมืองรอสตอฟ – ออน – ดอน ในช่วงเวลานี้แอคปลอมstd46685• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย"ดีอีเอส" เตือนอย่าคลิกลิงก์ข่าวปลอมแบงก์ใหญ่ปล่อยกู้ผ่านเอสเอ็มเอสโฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม 2 แบงก์ใหญ่ปล่อยสินเชื่อประชาชนผ่านเอสเอ็มเอส และให้สิทธิ์คนติดแบล็กลิสต์ หลังพบเป็นข่าวที่มีผู้สนใจมากสุด 10 อันดับแรกประจำสัปดาห์ วันนี้ (13 ก.พ.2565) น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4-10 ก.พ. 65 พบข้อมูลเชิงลึก (Insight) ว่า ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจมากสุด 10 อันดับแรก หลายข่าวเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องแบงก์ใหญ่เปิดสินเชื่อประชาชนรายย่อยแบบง่ายๆ จนไม่ควรหลงเชื่อ หรือโครงการเราชนะเฟส 4 จะแจกเงินเพิ่ม เป็นต้น ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.ออมสิน ส่ง SMS ให้ประชาชนกดรับสิทธิ์ขอสินเชื่อ GSB จำนวน 60,000 บาท 2.วันที่ 10-20 ก.พ. 65 ฝนตกหนักทุกภาค ทั่วประเทศไทย 3.รักษาโควิด 19 ด้วยสมุนไพรขมิ้นชัน กระชาย พริกไทย ทับทิม 4. คนไทยจ่ายเงินซื้อน้ำมันราคาแพงที่สุดในโลก 5. ดื่มน้ำต้มต้นไมยราบ แทนน้ำเปล่า ช่วยรักษาโรคมะเร็งเต้านม 6.โครงการเราชนะ เฟส 4 แจกเงินคนละ 7,000 บาท เริ่มโอน 10 ก.พ. 65 7. คลิปข้าวสารถูกผลิตจากถุงพลาสติก 8. ธ.กรุงไทย เปิดสินเชื่อกรุงไทยเพื่อนักสู้ ดอกเบี้ย 0.5% ผ่อนนาน 48 เดือน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้ 9. ใช้หม้อทอดไร้น้ำมันปรุงอาหาร ทำให้ก่อมะเร็ง และ 10. ติดเชื้อไวรัส Parabola จากสุนัขและแมว ทำให้ไขกระดูกไม่สร้างเลือดสุขภาพมะเร็งโควิด 2019ยาสมุนไพรผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมstd46535• 2 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือลือ!!พบโอไมครอน สายพันธุ์BA4.5 ในไทย จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จข่าวปลอม!! อย่าแชร์ ลือ!!พบโอไมครอน สายพันธุ์BA4.5 ในไทย จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ #ข่าวปลอม#กรมควบคุมโรค #กระทรวงสาธารณสุขโควิด 2019ชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--middle4 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเจอข้อความสแปม ข้อความขยะในระบบของ IOS เกี่ยวข้องกับหลังการใช้ "ไทยชนะ" หรือเปล่าคะมีข่าวลงมากมายว่าหลังจากที่ได้ใช้ "ไทยชนะ"ในการบันทึกการเข้าออกของร้านค้าต่างๆ มีหลายท่านได้รับข้อความขยะ หรือข้อความสแปม โดยเฉพาะระบบ IOS เกี่ยวข้องกับการใช้ ไทยชนะหรือเปล่าคะanonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 2 คนสงสัยแอปเป๋าตัง ให้กู้เงิน 1 หมื่นบาท ลงทะเบียนได้ทุกอาชีพแอปเป๋าตัง ให้กู้เงิน 1 หมื่นบาท ลงทะเบียนได้ทุกอาชีพ . ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง แอปเป๋าตัง ให้กู้เงิน 1 หมื่นบาท ลงทะเบียนได้ทุกอาชีพ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย ธนาคารกรุงไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีการโพสต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอสินเชื่อกับธนาคารกรุงไทย ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังนั้น ทางธนาคารกรุงไทยได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีบริการให้สินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งแอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินระบบเปิด สามารถใช้บริการแม้ไม่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย ให้บริการครอบคลุมทั้งบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) รองรับการทำธุรกรรมโอนเงิน เติมเงิน และชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ (G-wallet) รองรับการทำนโยบายของภาครัฐ บริการกระเป๋าสุขภาพ (Health Wallet) ตรวจเช็กสิทธิด้านสุขภาพผ่านเป๋าตัง บริการด้านการลงทุนพันธบัตรของรัฐผ่านวอลเล็ต สบม.รวมถึงบริการเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ช่วยให้การจัดการบัญชีกยศ. สะดวก และรวดเร็ว . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้หากพบ SMS อีเมล หรือ LINE ที่มีลิงก์แอบอ้างเป็นธนาคาร หรือพบเหตุผิดปกติ สามารถแจ้งผ่าน Facebook Fanpage Krungthai Care และ Krungthai Contact Center โทร 02-111-1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยยังไม่มีบริการให้สินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : ธนาคารกรุงไทย . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #กู้เงิน #อstd48354• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยพาวเวอร์แบงก์ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ดูดเงินจริงหรือไม่?จากข่าวลือเรื่องพาวเวอร์แบงก์ของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สามารถดูดเงินจากบัญชีของลูกค้าได้นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีการโพสต์เตือนเกี่ยวกับที่ชาร์จแบตเตอรี่ (พาวเวอร์แบงก์) จาก SCB สามารถดูดเงินไปเข้าบัญชีมิจฉาชีพได้นั้น ทางธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยังไม่เคยมีกรณีลูกค้าถูกดูดเงินจากการใช้พาวเวอร์แบงก์ โดยธนาคารมีการมอบที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) เป็นของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ตามเงื่อนไขในช่วงการจัดโปรโมชัน ไม่ใช่อุปกรณ์ขโมยข้อมูลหรือดูดเงินแต่อย่างใด ( ข้อมูลจากเว็บไซต์ : https://www.antifakenewscenter.com/ และ https://www.scb.co.th/th/personal-banking.html) ทั้งนี้ ก่อนที่จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ใด ๆ เข้ากับเครื่องโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนใดชำรุด และสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ( ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2567 ) ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารหรือบริการต่าง ๆ ของธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถติดตามที่เว็บไซต์ www.scb.co.th หรือโทร 0 2777 7777 #ธนาคารไทยพาณิชย์ #ชมรมสื่อสร้างสรรค์มมส #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม #อีสานโคแฟค #สื่อสร้างสรรค์มมสofficialการเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังนอ นอ• 1 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยาพนกฝูงหนึ่งบินเหนือพื้นที่ชายแดน โดยกล่าวอ้างว่าเป็น “แร้ง” ที่ลงมารอกินศพทหารกัมพูชามีภาพนกฝูงหนึ่งบินเหนือพื้นที่ชายแดน โดยกล่าวอ้างว่าเป็น “แร้ง” ที่ลงมารอกินศพทหารกัมพูชา—ฟังดูสยอง และสร้างภาพจำรุนแรง จริงหรือไม่สุชัย เจริญมุขยนันท• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเผย 6 แนวโน้มข่าวลวงสุขภาพ ปี 2022! ระวังหยด "น้ำมันกัญชา" เอง เสี่ยงอันตรายข่าวลวงยังเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะข่าวลวงด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อร่างกาย รุนแรงได้ถึงชีวิต หากไม่รู้เท่าทัน! เมื่อวันที่ 23 ส.ค. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีโคแฟค (COFACT) ประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาไฮบริด นักคิดดิจิทัล ครั้งที่ 23 จากมะนาวโซดา ถึงกัญชารักษา (ไม่) ทุกโรค บทเรียนการรับมืออินโฟเดอมิกของสังคมไทย ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สสส. โดยเปิดเผย 6 แนวโน้มข่าวลวงสุขภาพ ปี 2022 Cofact Health Infodemics Trends 2022 โดย ChangeFusion เปิดเผยข่าวลวงที่พบได้ ดังนี้ 1.ข่าวลวงด้านสุขภาพยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นกระแสสังคม เช่น กัญชา วัคซีน 2.พื้นที่ข่าวลวงใน Social Media แบบเปิดสาธารณะมีแนวโน้มดีขึ้นบ้าง แต่มีแนวโน้มขยายและเพิ่มความลึกขึ้นในพื้นที่เทคโนโลยีแบบปิด เช่น กลุ่มเฉพาะที่ไม่เปิดสาธารณะและกลุ่มไลน์ ซึ่งยากต่อการเฝ้าระวังด้วยเครื่องมือ Social Listening 3.ผู้ริเริ่มเผยแพร่ข่าวลวงอาจแบ่งได้เป็นอย่างน้อย 5 กลุ่ม (BBC) แต่ละกลุ่มมีบทบาทแตกต่างไปในข่าวลวงแต่ละลักษณะ แบ่งเป็น Joker, Scammer, Politicians, Conspiracy theorist, Insider 4.ข่าวลวงที่ตอกย้ำอคติหรือความเชื่อ/การเมืองในสังคม มีผลมากทั้งในเชิงความเสี่ยงสุขภาพและความแตกแยกในสังคม เช่น เรื่องฝีดาษลิงกับรักร่วมเพศ วัคซีนกับประเด็นทางศาสนา 5.เนื้อหาของข่าวลวงมีความเป็นสากลมากขึ้น เชื่อมโยงข้ามประเทศมากขึ้น จากหลายเหตุปัจจัย และ 6.การแสวงหาความจริงร่วมมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิทางสังคมร่วมกัน โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความซับซ้อน เช่น เรื่องข้าวหุงสุกแช่ตู้เย็นกับค่าน้ำตาลในเลือด นางญาณี รัชต์บริรักษ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า หากย้อนกลับไปปี 2563 เป็นช่วงที่โคแฟคและเครือข่ายภาคีก่อร่างสร้างตัว สอดรับกับสถานการณ์อินโฟเดอมิก การทะลักไหลบ่าของข้อมูลที่เป็นข่าวลวง จนผู้บริโภคไม่ทราบว่าข่าวไหนข่าวจริง เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับสังคมไทย จากการสำรวจทั้งจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการสำรวจออนไลน์ของโคแฟค พบว่า สังคมไทยได้รับข่าวลวงมาตลอด ความสำคัญของการรับมือข่าวลือ จึงต้องเร่งพัฒนาคนในสังคมไทยให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่รู้เท่าทันสื่อ รู้จักที่จะรับมือและมีภูมิคุ้มกัน ตรวจสอบข้อมูลข่าวลือ คัดง้าง และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งไม่สื่อสารข้อมูลที่ยังไม่แน่ใจว่า เป็นข้อมูลที่ถูกหรือผิด ซึ่งจะมีเครื่องมือของโคแฟคที่จะมาช่วยตรวจสอบข้อมูล ควบคู่กับภารกิจของโคแฟคที่จะพัฒนา ทำความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อ เพื่อยกระดับให้สื่อของประเทศไทยเป็นสื่อที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ สมกับเป็นประตูที่ตั้งรับข้อมูลในสังคม ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา โคแฟคทำความร่วมมือกับชุมชนต่าง ๆ สร้างชุมชนในการตรวจสอบข่าวลวง 7 พื้นที่ทุกภูมิภาค และทำความร่วมมือกับ 40 องค์กร มาร่วมปฏิญญาตรวจสอบ ป้องกันข่าวลวงในสังคมไทย และไปสู่ความร่วมมือในระดับนานาชาติ ขณะที่ นายสันติภาพ เพิ่มมงคลทรัพย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของข่าวปลอมนั้นมีคนเชื่อลดน้อยลง สิ่งสำคัญคือ การทำให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องข่าวปลอม สิ่งที่จะทำให้ข่าวปลอมหายไปหรือลดลงก็ต่อเมื่อได้รับความรู้ที่ถูกต้อง การแพร่กระจายจะสั้นลง แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่ข่าวปลอมที่ต้องกังวล ยังมีเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การซื้อขายออนไลน์ ที่ต้องระวังเช่นกัน ภกญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันข่าวปลอมที่พบมักจะครึ่งหนึ่งเป็นข่าวปลอม อีกครึ่งหนึ่งเป็นข้อเท็จจริง ในเรื่องสมุนไพรมีความซับซ้อนมากกว่ายาแผนปัจจุบัน ตัวสมุนไพรใช้น้อยเป็นอาหาร ใช้มากขึ้นก็เป็นยา บางครั้งการนำงานวิจัยไปจับทั้งหมดแล้วมาบอกว่าได้ไม่ได้ ก็ต้องมีการสื่อสารข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียด หากบอกว่าไม่ได้ เหมือนการผลักผู้ป่วยออกไปอยู่กับโฆษณาชวนเชื่อทันที เพราะผู้ป่วยอาจไปกินสิ่งที่โฆษณาแทน ซึ่งในบริบทของคนไทยนั้นไม่ค่อยเชื่อข้อมูล แต่เลือกเชื่อจากคนที่ให้ข้อมูลซึ่งตนเองเชื่อถือ ด้านนายเชลศ ธำรงฐิติกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ตำบลหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เสริมว่า ผู้สูงวัยคือกลุ่มเป้าหมายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ โดยหลอกว่า ลูกหลานทำความผิดต้องเสียค่าปิดคดี หรือการส่งข้อมูลหลอกลวงผ่านไลน์ เช่น มะนาวโซดารักษามะเร็ง ซึ่งคนที่ส่งข้อมูลมักจะมีตำแหน่ง มาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรือการส่งข้อมูลมาทางเฟซบุ๊กและไลน์ ผู้สูงวัยบางคนก็จะนำมาเล่าต่อ ส่วนใหญ่มักจะถูกหลอกเรื่องเงิน เรื่องกฎหมาย ถ้าเด็กจะถูกหลอกเรื่องการลงทุน "ผู้สูงวัยที่มีปัญหานอนไม่หลับ ก็จะเชื่อข่าวลวงเรื่องของกัญชาว่า ให้ใช้น้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น แล้วจะนอนหลับดี ก็ไปหาจากลูกหลาน นำมาหยดเอง หยดไป 3 หยด จนต้องส่งโรงพยาบาล เพราะใช้เกินขนาด ขาดความรู้ สูตรที่บอกมาก็ไม่แน่นอน ร่างกายของแต่ละคนไม่เท่ากัน หรือความเชื่อเรื่องน้ำใส่เกลือแช่เท้ารักษาเบาหวาน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อกันมา ข่าวต่าง ๆ สังคมชนบทจะนำมาพูดคุยกัน ก็จะเป็นการเริ่มต้นค้นหาความจริง ต้องสร้างเครื่องมือตรวจสอบข่าวลวงด้วยกัน ถ้าไม่รู้ก็ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลูกหลานช่วยกันค้นหาความจริง" นายเชลศ กล่าว นายสุชัย เจริญมุขยนันท Ubonconnect และเครือข่ายอีสานโคแฟค ยกตัวอย่างคุณแม่ทีมงานที่นำน้ำมันกัญชามาหยด จนต้องเข้าโรงพยาบาล กล่าวเสริมว่า คุณแม่ทีมงานนั้นไม่ได้เล่นไลน์ แต่เพื่อนแบ่งปันน้ำมันกัญชามาหยด จนต้องไปโรงพยาบาลเช่นกัน สิ่งสำคัญคือ ความเหลื่อมล้ำทางข้อมูลข่าวสาร อย่างคุณแม่คนนี้เชื่อว่า ข้อมูลที่ผ่านไลน์มา รัฐต้องกลั่นกรองแล้ว ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ ความจริงไม่ได้มีหนึ่งเดียว มีความเห็นหลายด้าน หรือเรื่องข้าวหุงสุกแช่ตู้เย็นกับค่าน้ำตาลในเลือด จึงต้องพิจารณาว่า ทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นสังคมละเอียดช้า รับข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ฟันธงเชื่อหรือไม่เชื่อเท่านั้น สังคมควรเป็นปัญญารวมหมู่ไม่ผูกขาดทางปัญญา กระจายอำนาจทางปัญญาไปสู่คนอื่น ๆยาสมุนไพรstd48013• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยขับไล่นายอำเภอมุสลิม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ปมนำพระพุทธรูปออกจากห้องทำงานกรณีมีการเผยแพร่คลปทางยูทูปแล้วเขียนประกอบว่า ขับไล่นายอำเภอมุสลิม ทนไม่ไหว #ขับไล่นายอำเภอมุสลิม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ปมนำพระพุทธรูปออกจากห้องทำงาน และพฤติกรรมอื่นๆ · รวมใจคนไทยพุทธ. รวมใจคนไทยพุทธ. ข่าวนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร หรือเป็นการนำคลิปเพื่อสร้างความเข้าใจผิด เพื่อสร้างความแตกแยก ในกลุ่มพี่น้องชาวไทย ที่มีความต่างในการนับถือศาสนา ชมลิงค์ด้านล่างชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงไหม ทัวร์จีนพร้อมาเที่ยวไทย พ.ค.นี้ข่าวจากมติชนรายงานว่ามีสัญญาณบวก ทัวร์จีนประสาน ททท.พร้อมเที่ยวไทยเดือน พ.ค.นี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของไทยด้วยซึ่งยังไม่ได้ตอบรับ และ ล่าสุดไทยมีมาตรการห้ามเครื่องบินเข้าต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓โควิด 2019supinya• 6 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวนี้ จริงหรือไม่ข่าวนี้ ไม่หลอกครับ ม.มหิดล เผยผลงานวิจัยล่าสุด พบว่ามีแกงไทยชนิดหนึ่ง(อร่อยด้วย) สามารถยับยั้งเซลมะเร็งได้ผลถึง 40% แกงนั้นคือแกง❓ โปรดชมและชวนกันทานแกงไทยที่ดีมีประโยชน์มากหมุนเวียนกันหลายเมนูนะคร้าบ ....https://youtu.be/BZUQWEN0TSYโควิด 2019ยาสมุนไพรMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยวงเสวนาชี้ปัญหาข่าวปลอมเรื่องของทุกฝ่าย แหล่งข่าว-ผู้รับสารต้องร่วมมือกัน2 เม.ย. 2565 โคแฟค (ประเทศไทย) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สำนักข่าว ThaiPBS FNF Thailand และภาคีเครือข่าย จัดเสวนา “บทบาทสื่อไทยในการสกัดข่าวปลอม: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ที่ รร.เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสัปดาห์ค้นหาข้อเท็จจริง ในวาระวันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2565 ระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-2 เม.ย. 2565std47990• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
