(3237 ข้อความ)
- 1 คนสงสัย‘FALSE BASE STATION’ จากเครื่องมือสืบสวนอาชญากรรม สู่อุปกรณ์ก่อเหตุ‘SMSดูดเงิน’ของมิจฉาชีพเมื่อเร็วๆ นี้ บทความเตือนภัยมิจฉาชีพส่ง SMS ตีเนียนเป็นธนาคารหลอกให้คลิก Link ของผู้เขียนเพิ่งได้รับการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ cofact.org ซึ่งรวบรวมคำเตือนของผู้รู้ทั้ง อ.ปริญญา หอมเอนก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) รวมถึง พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ว่าด้วยอุปกรณ์ “False Base Station (FBS)” ที่สามารถส่ง SMS ปลอมเป็นใครก็ได้เข้าเครื่องโทรศัพท์มือถือของผู้ที่เข้ามาอยู่ในรัศมีทำการ โดยไม่ต้องอาศัยผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ (เช่น AIS , DTAC , True) อีกทั้งเครื่องนี้สามารถติดตั้งในห้องพักหรือแม้แต่ในรถยนต์ มีขนาดไม่ใหญ่และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย จึงยากต่อการเฝ้าระวัง บทความที่แล้วผู้เขียนยังอ้างถึงรายงานข่าวในต่างประเทศ ซึ่งย้อนไปในปี 2557 ที่ประเทศจีนมีการกวาดล้างอุปกรณ์ FBS ครั้งใหญ่ เนื่องจากมีรายงานมิจฉาชีพนำเครื่องติดตั้งไว้ในรถแล้วขับตระเวนไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน แล้วยิง SMS ปลอมเป็นธนาคารหรือหน่วยงานของรัฐ กระทั่งในที่สุด เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ก็มีหลักฐานยืนยันได้ว่า อุปกรณ์ FBS ได้ถูกมิจฉาชีพนำมาใช้ในประเทศไทยแล้ว หลังมีการรายงานข่าวเรื่องนี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์ FBS ที่ติดตั้งในรถยนต์ ขับตระเวนก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เว็บไซต์ firstpoint-mg.com ของ FirstPoint บริษัทซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัยสำหรับโทรศัพท์มือถือในอิสราเอล อธิบายการทำงานของ False Base Station ซึ่งยังมีอีกหลายชื่อเรียก เช่น Fake Base Station , IMSI catchers , Rogue Base Station , Stingray , Fake Cellular Tower ว่าเป็นการแทรกแซงการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (โทรศัพท์มือถือ) กับเสาส่งสัญญาณ (เสาจริง) การโจมตีสามารถทำได้ภายใต้รัศมีทำงานของอุปกรณ์ และแฮ็กเกอร์สามารถรับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของอุปกรณ์ ติดตามตำแหน่งของโทรศัพท์มือถือ หรือโจมตีระบบ DoS ที่บล็อกหรือครอบงำการเชื่อมต่อสัญญาณทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่มีการทิ้งร่องรอยใด ๆ ฮาซีบ อาวาน (Haseeb Awan) ซีอีโอของ Efani บริษัทซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัยระบบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เขียนบทความ “How to Protect Your Device from IMSI Catchers?” เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2565 ระบุว่า ในอดีต อุปกรณ์ IMSI Catchers ใช้กันเฉพาะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อค้นหาข้อมูลระบุตัวตนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างประเทศ (IMSI) ที่เชื่อมโยงกับซิมการ์ดของผู้ต้องสงสัยในการสืบสวนคดีอาชญากรรม แต่ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถหาซื้อได้อย่างแพร่หลาย กลายเป็นภัยที่ทุกคนต้องระวัง IMSI Catcher ใช้การโจมตีแบบ “ตัวกลาง (MITM)” พร้อมกัน ฝั่งหนึ่งทำงานด้วยการปลอมเป็นตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือเพื่อแสดงกับเสาสัญญาณโทรศัพท์จริง ส่วนอีกฝั่งก็ปลอมเป็นเสาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อแสดงกับตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือจริงที่มีผู้ใช้งานกันทั่วไป อุปกรณ์สามารถระบุการรับส่งข้อมูล (traffic)บนเครือข่ายมือถือ และกำหนดเป้าหมายสำหรับการสกัดกั้นและการวิเคราะห์ โดยสามารถใช้งานได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิต IMSI Catchers จะให้ฟังก์ชั่นอะไรมาให้ใช้งานบ้าง ดังนี้ 1.ติดตามตำแหน่งที่อยู่ (Location Tracking) IMSI Catchers สามารถบังคับเครื่องโทรศัพท์มือถือเป้าหมายให้ตอบสนองด้วยตำแหน่งเฉพาะโดยใช้ GPS หรือความเข้มของสัญญาณของเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ติดกัน ทำให้สามารถจำลองสัญญาณตามตำแหน่งที่รู้จักของเสาสัญญาณเหล่านี้ได้ ซึ่งผู้ใช้งานก็จะสามารถเฝ้าจับตาเพิ่มเติมในรายละเอียด เช่น จุดที่อยู่แน่นอนหากเป้าหมายอยู่ในอาคาร หรือสถานที่ที่เป้าหมายมักเดินทางไปบ่อยๆ เป็นการตีวงจำกัดพื้นที่ให้แคบลงในการติดตามพฤติกรรมของเป้าหมาย 2.แทรกแซงการเชื่อมต่อ (Data Interception) IMSI Catchers บางชนิดสามารถเปลี่ยนเส้นทางการโทรศัพท์และส่งข้อความ เปลี่ยนแปลงการสื่อสาร รวมถึงปลอมแปลงตัวตนในการโทรศัพท์และส่งข้อความ 3.ส่งสปายแวร์ (Spyware Delivery) IMSI Catchers บางชนิดตั้งราคาขายไว้ค่อนข้างแพงเพราะอ้างว่าสามารถส่งสปายแวร์ (Spyware-โปรแกรมจารกรรมข้อมูล) ไปยังโทรศัพท์มือถือเป้าหมายได้ โดยสปายแวร์สามารถเชื่อมตำแหน่งของเป้าหมายโดยไม่ต้องใช้ตัวจับ IMSI และรวบรวมภาพและเสียงผ่านกล้องและไมโครโฟนของเครื่องโทรศัพท์มือถือของเป้าหมาย 4.ดักรับข้อมูล (Data extraction) IMSI Catchers ยังอาจรวบรวมข้อมูลอภิพันธุ์ (metadata) เช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อ ระยะเวลาการโทร และเนื้อหาของการสนทนาทางโทรศัพท์และข้อความที่ไม่ได้เข้ารหัส ตลอดจนรูปแบบการใช้ข้อมูลบางรูปแบบ (เช่น เว็บไซต์ที่เยี่ยมชม) “IMSI catchers ที่มีความสามารถขั้นสูงสามารถแทรกแซงข้อความและฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ยังอาจดักรับ-ส่งข้อมูล เช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรออก หน้าเว็บที่เรียกดู และข้อมูลอื่นๆ IMSI catchers มักจะติดตั้งเทคโนโลยีการรบกวน (เพื่อทำให้โทรศัพท์ 3G และ 4G เชื่อมต่อด้วยความเร็ว 2G) และคุณสมบัติการปฏิเสธการให้บริการอื่นๆ IMSI catchers บางตัวอาจสามารถดึงข้อมูลต่างๆ เช่น รูปภาพและ SMS จากโทรศัพท์เป้าหมายได้” ฮาซีบ อาวานกล่าว ด้านเว็บไซต์ simoniot.com ของบริษัท Simon IoT ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตของทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ อธิบายความหมายของ IMSI ไว้ในบทความ “What Is an IMSI? /iˈmˈsē/” เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2564 ว่า IMSI (International Mobile Subscriber Identity) คือรหัสเลข 15 หลัก สำหรับซิมการ์ดของระบบโทรศัพท์มือถือ GSM แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1.รหัสประเทศ (Mobile Country Code : MCC) คือเลขชุด 2 ตัว หรือ 3 ตัวแรก ระบุประเทศของผู้ใช้งาน (เช่น รหัส MCC ของไทยคือ 520) 2.รหัสผู้ให้บริการ Mobile Network Code : MNC) คือเลขชุด 1-3 ตัวถัดไปจาก MCC ระบุเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงกับซิมการ์ด (เช่น ในประเทศไทยคือ AIS , DTAC , True) 3.หมายเลขประจำตัวของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ (Mobile Subscription Identification Number) คือเลขชุด 9 หรือ 10 ตัวสุดท้ายของ IMSI โดยเป็นชุดตัวเลขที่ไม่ซ้ำกันเพื่อระบุผู้ใช้ซิมการ์ด หมายเหตุ : ผู้สนใจสามารถดูเลข MCC ของแต่ละประเทศ และเลข MNC ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือได้ที่เว็บไซต์ mcc-mnc.com หรือเว็บไซต์ mcc-mnc-list.com/list ทั้งนี้ต้องบอกว่า การป้องกันภัยจาก IMSI Catchers หรือ False Base Station ไม่ใช่เรื่องง่าย บุคคลทั่วไปไม่มีทางรู้เว้นแต่จะติดตั้งซอฟท์แวร์ตรวจจับในเครื่องโทรศัพท์มือถือ (ซึ่งในต่างประเทศมีจำหน่ายหลายยี่ห้อ แต่ความคุ้มค่าในการลงทุนน่าจะเหมาะกับบุคคลระดับ VIP หรือองค์กรที่ต้องรักษาข้อมูลสำคัญจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าสูงเสียมากกว่า) “สำหรับบุคคลทั่วไป ในเบื้องต้นหากเป็น SMS แนบ Link อ้างว่ามาจากธนาคาร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าปลอมแน่ๆ ลบทิ้งได้เลยไม่ต้องกดเข้าไป เพราะธนาคารเกือบทุกเจ้าที่ให้บริการในไทยได้ยกเลิกการส่ง SMS ลักษณะนี้แล้ว ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อป้องกันมิจฉาชีพสวมรอย” ส่วนหากเป็นหน่วยงานอื่นๆ ส่งมาแล้วไม่มั่นใจ ขอให้ท่านหาหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้องของหน่วยงานนั้นๆ แล้วโทรไปสอบถามก่อนจะดีที่สุด!!! -/-/-/-/-/-/-/-/-/-/- ขอบคุณและรับชมคลิปประกอบเรื่องจาก รายการข่าวสามมิติผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมstd47921• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลการศึกษาพบ ‘เฟซบุ๊ค’ ขาดประสิทธิภาพตรวจจับ ‘ข่าวลวงโควิด-19’ผลการศึกษาจากสหรัฐฯ พบว่า เฟซบุ๊คนั้นเต็มไปด้วยข่าวปลอมและทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งคงอยู่บนแพลตฟอร์มนานพอที่จะทำให้ผู้คนนับล้านตกอยู่ในความเสี่ยง ก่อนหน้านี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของเฟซบุ๊คและทีมงานประกาศกับสาธารณะว่าตนจะมอนิเตอร์เฟซบุ๊ค และขจัดเนื้อหาที่เป็นข่าวลวงที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ก่อนที่จะแพร่กระจายเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ดี Avaaz องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคลื่อนไหวในหลากหลายประเด็น รวมทั้งประเด็นสิทธิมนุษยชนและความขัดแย้ง พบว่าการทำงานของเฟซบุ๊คไม่ประสบผลเท่าที่ควร ทั้งยังมีความพยายามไม่เพียงพอที่จะหยุดข่าวลวงstd47848• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยลองอ่านข้อเขียนของคนระดับ เอกอัครราชทูตไทย ซึ่งท่านเห็นเหตุที่เกิดขึ้น ผ่านประสพการณ์ต่าง ๆ มาทั่วโลก เหมือนกับเราเมื่อโตขึ้นมาระดับหนึ่ง ความคิดความอ่าน จะแตกต่างจาก เมื่อตอนยังเด็ก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีมากขึ้น เพราะเราเห็นโลกมามากขึ้น และเป็นบทสรุปในใจเราได้ว่า อะไร เป็นอะไร เมื่อคนไทยต้องการ พรรคก้าวไกล ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องยินดีด้วย และ ปล่อยให้ระบบมันเดินไป แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแบบค่อยๆซึมเข้ามาคือการ ล่าอาณานิคมแบบใหม่ของสหรัฐอเมริกา และ ประเทศตะวันตก วันนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้นของการล่มสลายของประเทศไทย ก้าวไกลได้อะไร --> ได้เงินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ถูกหรือผิด ชั่วหรือดี พรรคก้าวไกลเป็นพรรคหนึ่งที่ได้ Fund จากประเทศอเมริกา ผ่านองค์กร มูลนิธิลับ ๆ หลายแห่ง ในการขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อเปิดช่องให้อเมริกาสามารถแทรกแซงทางการเมืองไทยได้ สังเกตได้จากกลุ่ม NGO ต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุนการล้มล้างสถาบันฯ กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงการนำทูตสหรัฐและ ประเทศตะวันตกเข้ามา observe การประชุม สัมมนา หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ มันคือการล่าอาณานิคมแบบใหม่ที่คนสมัยนี้ไม่ค่อยคำนึงถึง อเมริกาต้องการทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ของประเทศ และ การนำประเทศไทยตั้งฐานทัพ เพื่องัดอำนาจจากประเทศจีน ซึ่งทางอเมริกา พยายามจะเข้ามาตั้งหลายครั้งหลายหนแล้วแต่ทางทหารไทยไม่ยอม ได้แค่เข้ามาฝึกซ้อมรบ คนจนของอเมริกามากกว่า 43 ล้านคน เท่ากับประชากร 1 ประเทศ แต่เศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ในอเมริกา มันยิ่งเป็นการบอกว่าทุนการเงินมันสร้างการกระจุกตัวไว้ที่คนจำนวนหนึ่ง นี่คือความเหลื่อมล้ำจากระบบเสรีนิยมและ ทุนนิยม (ซึ่งไม่เคยมีอยู่จริง) ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีทางเลี่ยง อเมริกาอยู่ได้ด้วยอาวุธ แต่ถ้าไม่มีสงครามก็ขายไม่ออก อวกาศก็เหมือนกัน หรือถ้าอเมริกาต้องการนำอาหารเป็นตัวจูงเศรษฐกิจตัวเอง พื้นที่การผลิตอาหารไม่พอฉะนั้นต้องขยายดินแดน อเมริกาต้องการให้เกิดสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อที่จะได้ขายอาวุธ และ คานอำนาจกับจีน ซึ่งได้เริ่มทำไปแล้วในฟิลิปินส์ เกาหลีไต้ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีโอกาสเกิดสงครามกับจีนและรัสเซียตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตหากยังดำเนินแบบนี้ต่อไป คงได้เห็นสงคราม ไทย-จีน! ไทยก็เช่นเดียวกัน อยู่ในชัยภูมิที่ดี มีทางออกทะเล และมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ต่างชาติยกย่องว่าเป็นครัวของโลก จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของอเมริกาและชาติตะวันตก แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการเข้ามาแทรกซึมประเทศไทยมี ความมั่นคงทางวิถึชีวิต และความภักดีใน สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คานอำนาจและเป็นเสาหลักของประเทศ จึงเป็นงานยากของอเมริกาที่ต้องลดบทบาทของสถาบันหลักเหล่านี้ให้อ่อนแอที่สุด จนถึงเป็นแค่สัญลักษณ์ เพื่อที่จะเข้ามายึดครองได้โดยง่าย (ไม่แปลกอะไรที่ ก้าวไกล ขอยกเลิก ม.112 มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ ประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย บอกว่าเสนอเป็นญัตติมาอภิปรายไม่ได้ เพราะญัตตินี้ ผิด รธน.) สิ่งที่ชาติตะวันตกและอเมริกาได้ทำมาอย่างต่อเนืองมากว่า 60 ปี คือการสร้าง soft power แบบซึมเข้ามาในรูปแบบ การศึกษาที่ทันสมัย ภาพยนตร์ การให้ทุนนักเรียนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมการล้างสมองให้คนของเราเสพติด คำว่าประชาธิปไตย ความทันสมัย ศิวิไลซ์ของเขา ของประเทศเสรีนิยม ทุนนิยม และ ผลักดันให้คนกลุ่มนี้กลับเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ พร้อมจะเปลี่ยนประเทศโดยไม่สนใจรากเหง้าเดิม คนเหล่านี้จะมีแนวความคิดแบบชาติตะวันตกเต็มตัว พร้อมที่จะทำตามและอ้าแขนรับอำนาจตะวันตก โดยถึงขั้นมองว่าถ้าต้องเป็นประเทศอาณานิคมก็ไม่แปลกอะไร เพราะคงจะได้รับความรู้ความเจริญมา ในฐานะ"นักเรียนนอก" และวันนี้พวกเค้าทำสำเร็จแล้ว ก้าวแรกของการล่าอาณานิคมใหม่ เริ่มขึ้นโดยการต้องเริ่มกระบวนการลดกำลังทหาร และ ลดบทบาทสถาบันกษัตริย์ คนหนุ่มสาวของประเทศ มีแนวคิดแบบตะวันตกมากกว่าครึ่งประเทศถูกเสพติดด้วยข้อมูลบิดเบือนมาเป็นเวลานาน เริ่มแสดงตัวตน แบบคนกระหายความสำเร็จ กระหายความเจริญ และ ศิวิไลย์ แบบชาติตะวันตก ดูได้จากการแสดงออกใน social media ที่พยายามแสดงถึงความ หรูหรา ฟุ่มเฟือย ชีวิตที่ดี กินหรู อยู่สบายใช้ของ brand ผู้คนเหล่านี้มีความรู้ มีฐานะ การงานที่ดี และคิดว่า "กูโตมาได้้ หาเงินได้ ด้วยความสามารถตัวเอง พ่อแม่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับสถาบันฯ" ส่วนคนจนก็จะโทษทุกสิ่งอย่างรอบตัวที่ไม่ใช่ตัวเอง ความคิดแบบนี้กำลังจะพังประเทศตัวเอง เป็นความคิดแบบเห็นแก่ตัวแบบสุดขั้ว และการกอบโกยทรัพยากรเต็มที่ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนรุ่นเก่าๆอีกหลายคน แต่เมื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต้องการให้เป็นแบบนี้ก็ต้องปล่อยให้เกิดไป อาจจะยังไม่ได้เกิดในปี สองปีนี้ อาจจะค่อยๆซึมเข้ามาเป็น 5-10ปี ก็คงต้องคอยดูต่อไป ขอให้ประเทศไทยพ้นผองภัย ขอให้ฝ่ายค้านที่ยังเป็นคนเจ็นคุณภาพ รักบ้านเกิดเมืองนอนตนเอง ได้ทัดทาน ไม่ให้คนชั่วคว่ำฟ้าพลิกดิน คบต่างชาติให้เข้ามากลืนชาติ นำพาสู่สงคราม ได้สำเร็จ เข้าทางไอ้กันมันแล้ว มันเริ่มให้ไอ้พวกนี้ออกมาก่อกวน แล้วค่อยๆรุนแรงขึ้นเหมือน Hong-Kong Model จนเกิดกลียุคสงครามกลางเมือง จนทางการคุมไม่อยู่จนต้องใช้ความรุนแรง (เคยทราบไหม หยก เด็กหญิง อายุ 15 ปี มายืนกลางถนน อ่านหนังสือด่าในหลวง เพื่อให้ถูกจับ เมื่อตำรวจจับไป ไม่มีใครมายื่นประกัน เพื่อเอาเป็นข้อเรียกร้องว่า จับเด็ก 15 ขวบ ขัง ไม่ให้เรียนหนังสือ) แล้วมันก็จะฟ้องไปทาง UN จนไอ้กันขนทหารเข้ามาควบคุมประเทศ อันตรายมากที่จะเกิดวิกฤตแบบ Hong-Kong ตอนนี้ก็เตรียมย้อนอดีตไปสมัยช่วงสงครามเวียดนาม ที่ไทยเรายอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยเพื่อประจัญหน้ากับจีน ก่อนหน้านี้ US ก็ทำสำเร็จแล้วที่ ฟิลิปปินส์ ได้ลูกชายของอดีตปธน.มาร์คอส ขึ้นมา และทันทีก็หันไปซบอเมริกายอมให้ใช้ฐานทัพเพื่อเผชิญหน้ากับจีน และก็ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดที่การเลือกตั้งในไทยก็ได้พรรคที่มีแนวโน้มโปร US ขึ้นมาเพราะเขาได้วางแผนการในการใช้สื่อเกลี้ยกล่อมและ convince คนรุ่นใหม่จนประสบผลสำเร็จ ด้วย keywords คำว่า “ประชาธิปไตย” “ยกเลิก ม.112” “ความเหลื่อมล้ำในสังคม” ”นายทุนผูกขาด” มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รัฐบาลฝ่ายขวาที่อนุรักษ์นิยมทำอะไรไม่ได้เลย เพราะยุทธศาสตร์การเมืองยุคใหม่คือ ใครครองหรือครอบงำสื่อโซเชียลได้ ผู้นั้นครองโลก ! ก็ไม่ต่างจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ที่มีคำพูดว่า ใครครองน่านน้ำคนนั้นครองโลก หรือที่เรียกกันว่า “การทูตเรือปืน” ( Gunship Diplomacy) สมัยนั้นเราต้องเสียดินแดนไแก็เพราะยุทธศาสตร์แบบนี้ พอยุคสงครามเย็นก็ใครครองอวกาศผู้นั้นครองโลก พอมายุคนี้ใครครอบครองสื่อโซเชียล หรือ สื่อออนไลน์ได้ ผู้นั้นก็ครอบงำโลกได้เช่นกัน ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางแบบนี้เลย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กลุ่มทุนสามานต์ต่างชาติที่เป็นนอมินีให้กับ US นั้นมีหุ้นใหญ่อยู่ใน FB Twitter และเดี๋ยวนี้ลงไปถึง Netflix / HBO เป็นต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังทุกเรื่องหากมีพากย์ไทยจะถูกสอดแทรกเรื่องการเมืองลงไปเท่าที่เขาจะสอดแทรกได้เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมกับคนรุ่นใหม่ให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในไทยให้ได้ ผมอยู่ที่ Film Board ได้รับรู้อะไรเยอะมากครับว่าพวกเขาทำกันยังไง ไม่เว้นแม้แต่ในบริษัทผลิตยาและวัคซีนมหาเทพ ก็มีกลุ่มทุนสามานย์ นอมินีของ US ถือหุ้นอยู่ คงจำกันได้ที่วัคซีนมหาเทพที่ถูกปั่นในหมู่ศิลปิน ดารา นักร้อง นางงาม เซ็เล็บ แล้วก็ด่าจีนเรื่องวัคซีนน้ำเกลือ วัคซีนเซินเจิ้น ไม่เว้นแม้แต่การดูถูกวัคซีน AZ ที่ไทยเราผลิตได้ในประเทศก็กลายเป็นประเด็นกระทบถึงสถาบัน นั่นคือผลงานของการปั่นจากผู้ที่ครอบงำสื่อได้ เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ เพราะคงวางแผนลงไปทุกอณูของสื่อ ไม่เว้นแ้แต่การ์ตูนอานิเมะ เพจหมาแมว สัตว์เลี้ยง กีฬาสีเด็กประถม/มัธยมนยังมีเดินขบวนล้อการเมืองเลย ยังจำภาพเด็กมัธยม รร.แห่งหนึ่งใน จ.อุดร ถือป้ายในงานกีฬาสีเขียนชื่อป้ายประเทศว่า Repuplic of Thailand ! เดิม US เคยเกือบทำสำเร็จใน Hong Kong แต่จีนไม่ยอมง่ายๆ จีนใช้ไม้แข็งเพราะเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ จึงคุม Hong Kong ได้ในที่สุด แต่ตอนนี้ US ประสบความสำเร็จแล้วที่ฟิลิปปินส์ และไทย ผมมองเห็นอนาคตว่าเราจะถูกผลักให้จำเป็นต้องเลือกข้าง US ซึ่งตรงนี้จะมีความน่ากลัวเพราะจีนเองก็คงไม่ยอม และไทยเราอาจกลายเป็นสนามประลองกำลังของมหาอำนาจในที่สุด ยิ่งตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินของ US อยู่ในขั้นวิกฤต อาจผิดสัญญาชำะหนี้ต่างชาติได้ (ญี่ปุ่นและจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่) ทางเดียวที่อาจจะช่วย US ได้คือ คือการทำ Trade War Business ! พวกผมเคยผ่านและเคยได้เห็นสภาพตอนที่เราต้องยอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยถึง 7 แห่งในช่วงสงครามเวียดนามมาแล้ว แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้ ไม่เคยศึกษา อิทธิพลของสหรัฐฯที่ทิ้งไว้ก็คือวัฒนธรรมแบบแยงกี้ บาร์เบีย / เมียเช่า / อะโกโก้ โชว์ลามก นั่นคือจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของไทย จากเดิมสังคมวัฒนธรรมไทย ที่ผู้หญิงขี้อายรักศักดิ์ศรี ก็กลายเป็นผู้หญิงไทยโดนหมิ่นเกียรติเยอะมากเวลาไปต่างประเทศ เราอาจกลายเป็น สมรภูมิแห่งความขัดแย้งในภูมิภาค เราอาจกลายเป็นแบบยูโกสลาเวีย หรือ เนปาล ยูเครน โมเดล ต่อไปนี้คงคาดเดาลำบาก เพราะทุกอย่างก็เริ่มเข้าเค้าตามแนวทาง New World Order ของ US ไปทุกที พวกผมคงอยู่กันอีกไม่นาน ถึงตอนนั้นก็เป็นความรับผิดชอบของคนที่ออกคะแนนเสียงในวันนี้ว่าคุณต้องเลือกหนทางเดินให้ประเทศไทยให้ได้ อย่าให้อายคนรุ่นเก่าที่เขายอมเสียสละปกป้องประเทศไทยมาได้นะครับ ________ Cr: Fuangrabil Narisroj (นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา)Mrs.Doubt• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยลองอ่านข้อเขียนของคนระดับ เอกอัครราชทูตไทย ซึ่งท่านเห็นเหตุที่เกิดขึ้น ผ่านประสพการณ์ต่าง ๆ มาทั่วโลก เหมือนกับเราเมื่อโตขึ้นมาระดับหนึ่ง ความคิดความอ่าน จะแตกต่างจาก เมื่อตอนยังเด็ก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีมากขึ้น เพราะเราเห็นโลกมามากขึ้น และเป็นบทสรุปในใจเราได้ว่า อะไร เป็นอะไร เมื่อคนไทยต้องการ พรรคก้าวไกล ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องยินดีด้วย และ ปล่อยให้ระบบมันเดินไป แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแบบค่อยๆซึมเข้ามาคือการ ล่าอาณานิคมแบบใหม่ของสหรัฐอเมริกา และ ประเทศตะวันตก วันนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้นของการล่มสลายของประเทศไทย ก้าวไกลได้อะไร --> ได้เงินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ถูกหรือผิด ชั่วหรือดี พรรคก้าวไกลเป็นพรรคหนึ่งที่ได้ Fund จากประเทศอเมริกา ผ่านองค์กร มูลนิธิลับ ๆ หลายแห่ง ในการขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อเปิดช่องให้อเมริกาสามารถแทรกแซงทางการเมืองไทยได้ สังเกตได้จากกลุ่ม NGO ต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุนการล้มล้างสถาบันฯ กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงการนำทูตสหรัฐและ ประเทศตะวันตกเข้ามา observe การประชุม สัมมนา หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ มันคือการล่าอาณานิคมแบบใหม่ที่คนสมัยนี้ไม่ค่อยคำนึงถึง อเมริกาต้องการทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ของประเทศ และ การนำประเทศไทยตั้งฐานทัพ เพื่องัดอำนาจจากประเทศจีน ซึ่งทางอเมริกา พยายามจะเข้ามาตั้งหลายครั้งหลายหนแล้วแต่ทางทหารไทยไม่ยอม ได้แค่เข้ามาฝึกซ้อมรบ คนจนของอเมริกามากกว่า 43 ล้านคน เท่ากับประชากร 1 ประเทศ แต่เศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ในอเมริกา มันยิ่งเป็นการบอกว่าทุนการเงินมันสร้างการกระจุกตัวไว้ที่คนจำนวนหนึ่ง นี่คือความเหลื่อมล้ำจากระบบเสรีนิยมและ ทุนนิยม (ซึ่งไม่เคยมีอยู่จริง) ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีทางเลี่ยง อเมริกาอยู่ได้ด้วยอาวุธ แต่ถ้าไม่มีสงครามก็ขายไม่ออก อวกาศก็เหมือนกัน หรือถ้าอเมริกาต้องการนำอาหารเป็นตัวจูงเศรษฐกิจตัวเอง พื้นที่การผลิตอาหารไม่พอฉะนั้นต้องขยายดินแดน อเมริกาต้องการให้เกิดสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อที่จะได้ขายอาวุธ และ คานอำนาจกับจีน ซึ่งได้เริ่มทำไปแล้วในฟิลิปินส์ เกาหลีไต้ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีโอกาสเกิดสงครามกับจีนและรัสเซียตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตหากยังดำเนินแบบนี้ต่อไป คงได้เห็นสงคราม ไทย-จีน! ไทยก็เช่นเดียวกัน อยู่ในชัยภูมิที่ดี มีทางออกทะเล และมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ต่างชาติยกย่องว่าเป็นครัวของโลก จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของอเมริกาและชาติตะวันตก แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการเข้ามาแทรกซึมประเทศไทยมี ความมั่นคงทางวิถึชีวิต และความภักดีใน สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คานอำนาจและเป็นเสาหลักของประเทศ จึงเป็นงานยากของอเมริกาที่ต้องลดบทบาทของสถาบันหลักเหล่านี้ให้อ่อนแอที่สุด จนถึงเป็นแค่สัญลักษณ์ เพื่อที่จะเข้ามายึดครองได้โดยง่าย (ไม่แปลกอะไรที่ ก้าวไกล ขอยกเลิก ม.112 มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ ประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย บอกว่าเสนอเป็นญัตติมาอภิปรายไม่ได้ เพราะญัตตินี้ ผิด รธน.) สิ่งที่ชาติตะวันตกและอเมริกาได้ทำมาอย่างต่อเนืองมากว่า 60 ปี คือการสร้าง soft power แบบซึมเข้ามาในรูปแบบ การศึกษาที่ทันสมัย ภาพยนตร์ การให้ทุนนักเรียนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมการล้างสมองให้คนของเราเสพติด คำว่าประชาธิปไตย ความทันสมัย ศิวิไลซ์ของเขา ของประเทศเสรีนิยม ทุนนิยม และ ผลักดันให้คนกลุ่มนี้กลับเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ พร้อมจะเปลี่ยนประเทศโดยไม่สนใจรากเหง้าเดิม คนเหล่านี้จะมีแนวความคิดแบบชาติตะวันตกเต็มตัว พร้อมที่จะทำตามและอ้าแขนรับอำนาจตะวันตก โดยถึงขั้นมองว่าถ้าต้องเป็นประเทศอาณานิคมก็ไม่แปลกอะไร เพราะคงจะได้รับความรู้ความเจริญมา ในฐานะ"นักเรียนนอก" และวันนี้พวกเค้าทำสำเร็จแล้ว ก้าวแรกของการล่าอาณานิคมใหม่ เริ่มขึ้นโดยการต้องเริ่มกระบวนการลดกำลังทหาร และ ลดบทบาทสถาบันกษัตริย์ คนหนุ่มสาวของประเทศ มีแนวคิดแบบตะวันตกมากกว่าครึ่งประเทศถูกเสพติดด้วยข้อมูลบิดเบือนมาเป็นเวลานาน เริ่มแสดงตัวตน แบบคนกระหายความสำเร็จ กระหายความเจริญ และ ศิวิไลย์ แบบชาติตะวันตก ดูได้จากการแสดงออกใน social media ที่พยายามแสดงถึงความ หรูหรา ฟุ่มเฟือย ชีวิตที่ดี กินหรู อยู่สบายใช้ของ brand ผู้คนเหล่านี้มีความรู้ มีฐานะ การงานที่ดี และคิดว่า "กูโตมาได้้ หาเงินได้ ด้วยความสามารถตัวเอง พ่อแม่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับสถาบันฯ" ส่วนคนจนก็จะโทษทุกสิ่งอย่างรอบตัวที่ไม่ใช่ตัวเอง ความคิดแบบนี้กำลังจะพังประเทศตัวเอง เป็นความคิดแบบเห็นแก่ตัวแบบสุดขั้ว และการกอบโกยทรัพยากรเต็มที่ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนรุ่นเก่าๆอีกหลายคน แต่เมื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต้องการให้เป็นแบบนี้ก็ต้องปล่อยให้เกิดไป อาจจะยังไม่ได้เกิดในปี สองปีนี้ อาจจะค่อยๆซึมเข้ามาเป็น 5-10ปี ก็คงต้องคอยดูต่อไป ขอให้ประเทศไทยพ้นผองภัย ขอให้ฝ่ายค้านที่ยังเป็นคนเจ็นคุณภาพ รักบ้านเกิดเมืองนอนตนเอง ได้ทัดทาน ไม่ให้คนชั่วคว่ำฟ้าพลิกดิน คบต่างชาติให้เข้ามากลืนชาติ นำพาสู่สงคราม ได้สำเร็จ เข้าทางไอ้กันมันแล้ว มันเริ่มให้ไอ้พวกนี้ออกมาก่อกวน แล้วค่อยๆรุนแรงขึ้นเหมือน Hong-Kong Model จนเกิดกลียุคสงครามกลางเมือง จนทางการคุมไม่อยู่จนต้องใช้ความรุนแรง (เคยทราบไหม หยก เด็กหญิง อายุ 15 ปี มายืนกลางถนน อ่านหนังสือด่าในหลวง เพื่อให้ถูกจับ เมื่อตำรวจจับไป ไม่มีใครมายื่นประกัน เพื่อเอาเป็นข้อเรียกร้องว่า จับเด็ก 15 ขวบ ขัง ไม่ให้เรียนหนังสือ) แล้วมันก็จะฟ้องไปทาง UN จนไอ้กันขนทหารเข้ามาควบคุมประเทศ อันตรายมากที่จะเกิดวิกฤตแบบ Hong-Kong ตอนนี้ก็เตรียมย้อนอดีตไปสมัยช่วงสงครามเวียดนาม ที่ไทยเรายอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยเพื่อประจัญหน้ากับจีน ก่อนหน้านี้ US ก็ทำสำเร็จแล้วที่ ฟิลิปปินส์ ได้ลูกชายของอดีตปธน.มาร์คอส ขึ้นมา และทันทีก็หันไปซบอเมริกายอมให้ใช้ฐานทัพเพื่อเผชิญหน้ากับจีน และก็ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดที่การเลือกตั้งในไทยก็ได้พรรคที่มีแนวโน้มโปร US ขึ้นมาเพราะเขาได้วางแผนการในการใช้สื่อเกลี้ยกล่อมและ convince คนรุ่นใหม่จนประสบผลสำเร็จ ด้วย keywords คำว่า “ประชาธิปไตย” “ยกเลิก ม.112” “ความเหลื่อมล้ำในสังคม” ”นายทุนผูกขาด” มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รัฐบาลฝ่ายขวาที่อนุรักษ์นิยมทำอะไรไม่ได้เลย เพราะยุทธศาสตร์การเมืองยุคใหม่คือ ใครครองหรือครอบงำสื่อโซเชียลได้ ผู้นั้นครองโลก ! ก็ไม่ต่างจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ที่มีคำพูดว่า ใครครองน่านน้ำคนนั้นครองโลก หรือที่เรียกกันว่า “การทูตเรือปืน” ( Gunship Diplomacy) สมัยนั้นเราต้องเสียดินแดนไแก็เพราะยุทธศาสตร์แบบนี้ พอยุคสงครามเย็นก็ใครครองอวกาศผู้นั้นครองโลก พอมายุคนี้ใครครอบครองสื่อโซเชียล หรือ สื่อออนไลน์ได้ ผู้นั้นก็ครอบงำโลกได้เช่นกัน ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางแบบนี้เลย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กลุ่มทุนสามานต์ต่างชาติที่เป็นนอมินีให้กับ US นั้นมีหุ้นใหญ่อยู่ใน FB Twitter และเดี๋ยวนี้ลงไปถึง Netflix / HBO เป็นต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังทุกเรื่องหากมีพากย์ไทยจะถูกสอดแทรกเรื่องการเมืองลงไปเท่าที่เขาจะสอดแทรกได้เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมกับคนรุ่นใหม่ให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในไทยให้ได้ ผมอยู่ที่ Film Board ได้รับรู้อะไรเยอะมากครับว่าพวกเขาทำกันยังไง ไม่เว้นแม้แต่ในบริษัทผลิตยาและวัคซีนมหาเทพ ก็มีกลุ่มทุนสามานย์ นอมินีของ US ถือหุ้นอยู่ คงจำกันได้ที่วัคซีนมหาเทพที่ถูกปั่นในหมู่ศิลปิน ดารา นักร้อง นางงาม เซ็เล็บ แล้วก็ด่าจีนเรื่องวัคซีนน้ำเกลือ วัคซีนเซินเจิ้น ไม่เว้นแม้แต่การดูถูกวัคซีน AZ ที่ไทยเราผลิตได้ในประเทศก็กลายเป็นประเด็นกระทบถึงสถาบัน นั่นคือผลงานของการปั่นจากผู้ที่ครอบงำสื่อได้ เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ เพราะคงวางแผนลงไปทุกอณูของสื่อ ไม่เว้นแ้แต่การ์ตูนอานิเมะ เพจหมาแมว สัตว์เลี้ยง กีฬาสีเด็กประถม/มัธยมนยังมีเดินขบวนล้อการเมืองเลย ยังจำภาพเด็กมัธยม รร.แห่งหนึ่งใน จ.อุดร ถือป้ายในงานกีฬาสีเขียนชื่อป้ายประเทศว่า Repuplic of Thailand ! เดิม US เคยเกือบทำสำเร็จใน Hong Kong แต่จีนไม่ยอมง่ายๆ จีนใช้ไม้แข็งเพราะเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ จึงคุม Hong Kong ได้ในที่สุด แต่ตอนนี้ US ประสบความสำเร็จแล้วที่ฟิลิปปินส์ และไทย ผมมองเห็นอนาคตว่าเราจะถูกผลักให้จำเป็นต้องเลือกข้าง US ซึ่งตรงนี้จะมีความน่ากลัวเพราะจีนเองก็คงไม่ยอม และไทยเราอาจกลายเป็นสนามประลองกำลังของมหาอำนาจในที่สุด ยิ่งตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินของ US อยู่ในขั้นวิกฤต อาจผิดสัญญาชำะหนี้ต่างชาติได้ (ญี่ปุ่นและจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่) ทางเดียวที่อาจจะช่วย US ได้คือ คือการทำ Trade War Business ! พวกผมเคยผ่านและเคยได้เห็นสภาพตอนที่เราต้องยอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยถึง 7 แห่งในช่วงสงครามเวียดนามมาแล้ว แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้ ไม่เคยศึกษา อิทธิพลของสหรัฐฯที่ทิ้งไว้ก็คือวัฒนธรรมแบบแยงกี้ บาร์เบีย / เมียเช่า / อะโกโก้ โชว์ลามก นั่นคือจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของไทย จากเดิมสังคมวัฒนธรรมไทย ที่ผู้หญิงขี้อายรักษักดิ์ศรี ก็กลายเป็นผู้หญิงไทยโดนหมิ่นเกียรติเยอะมากเวลาไปต่างประเทศ เราอาจกลายเป็น สมรภูมิแห่งความขัดแย้งในภูมิภาค เราอาจกลายเป็นแบบยูโกสลาเวีย หรือ เนปาล ยูเครน โมเดล ต่อไปนี้คงคาดเดาลำบาก เพราะทุกอย่างก็เริ่มเข้าเค้าตามแนวทาง New World Order ของ US ไปทุกที พวกผมคงอยู่กันอีกไม่นาน ถึงตอนนั้นก็เป็นความรับผิดชอบของคนที่ออกคะแนนเสียงในวันนี้ว่าคุณต้องเลือกหนทางเดินให้ประเทศไทยให้ได้ อย่าให้อายคนรุ่นเก่าที่เขายอมเสียสละปกป้องประเทศไทยมาได้นะครับ ________ Cr: Fuangrabil Narisroj (นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา)ข่าวการเมืองเลือกตั้ง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จKtxnic Ez• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง มีน้ำใช้ได้ 50% กลาง-ตะวันออก เหลือแค่ 42%ไม่ระบุชื่อ• 1 เดือนที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกินหมูกระทะไม่แยกตะเกียบเสี่ยงโรคไข้หูดับจริงหรือไม่?หมูกระทะ อาหารยอดฮิตของคนไทยที่หากินได้ง่าย และหลายคนคงไม่ได้แยกตะเกียบที่ใช้คีบหมูดิบ อาหารทะเล เครื่องในต่างๆที่อยู่ในภาชนะเดียวกัน จริงหรือไม่ถ้าไม่แยกตะเกียบคีบหมูกระทะเสี่ยงเป็นโรคไข้หูดับสุขภาพผู้บริโภคเฝ้าระวังPare Petchara• 1 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยAOT ร่วมกับสายการบินเอกชน เปิดรับสมัครบุคลากรทำงานที่บ้าน ลงทะเบียนฟรีAOT ร่วมกับสายการบินเอกชน เปิดรับสมัครบุคลากรหลายอัตรา ทำงานที่บ้าน ลงทะเบียนฟรีพร้อมเริ่มทดลองงานทันที ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง และ ทอท. มิได้มีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะที่ให้ลงทะเบียนสมัครงานผ่านสื่อ Social Media และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโฆษณาดังกล่าวแต่อย่างใดstd47227• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย่าหลงเชื่อ SMS "หลอกให้อัปเดทข้อมูลบัตรทอง"แจ้งเตือนมิจฉาชีพแอบอ้างส่ง SMS ให้อัปเดทข้อมูลบัตรทอง มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ ย้ำอย่าหลงเชื่อ ระวังโดนแฮกข้อมูลหรือถูกหลอกให้โอนเงิน ยันบัตรทองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับคนไทยทุกคน ไม่มีการตัดสิทธิแน่นอน หากสงสัยอะไรให้โทรสอบถามที่สายด่วน 1330 ก่อนstd47983• 3 ปีที่แล้ว
- 24 คนสงสัยอย่าหลงเชื่อ SMS "หลอกให้อัปเดทข้อมูลบัตรทองสปสช.แจ้งเตือนมิจฉาชีพแอบอ้างส่ง SMS ให้อัปเดทข้อมูลบัตรทอง มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ ย้ำอย่าหลงเชื่อ ระวังโดนแฮกข้อมูลหรือถูกหลอกให้โอนเงิน ยันบัตรทองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับคนไทยทุกคน ไม่มีการตัดสิทธิแน่นอน หากสงสัยอะไรให้โทรสอบถามที่สายด่วน 1330 ก่อนผู้บริโภคเฝ้าระวังChelsea Inthanakom• 3 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมแรงทั่วไทย ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ถึง 4 ส.ค. นี้กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และคลื่นลมแรงทั่วไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ถึง 4 ส.ค. นี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง จริงหรือคะanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย“เภสัชพังงา” โพสท์ลงโซเชี่ยลว่าคนไทยทำประมงเพิ่งกลับจากอินโดฯ ขึ้นฝั่งที่ภูเก็ต ไม่ถูกกักตัว 14 วัน จริงหรือคะเภสัชกรโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.พังงา แฉคนไข้ชาวไทยกลับจากเรือประมงที่อินโดฯ ขึ้นฝั่งที่ภูเก็ตตั้งแต่วันศุกร์ ไร้การกักตัว ผ่านการคัดกรองโควิด-19 เพราะไม่มีอาการ เข้ามาขอรับยาต้านวันจันทร์ ยอมเผยประวัติเพราะถูกพยาบาลซักประวัติ จริงหรือคะanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการทั่วประเทศ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคในแต่ละระดับ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด -19 ในพื้นที่ จริงหรือคะเนื่องจากทางประเทสไทยต้องการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ทางมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขอให้จังหวัดดำเนินการตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค หรือ ศปก.ในแต่ละระดับ จริงหรือคะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเป็นแรงงานต่างด้าว สามารถรับสิทธิประโยชน์ชดเชยในกรณีว่างงานได้ จริงหรือไม่ในกรณีที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย สามารถรับสิทธิ์ชดเชยในกรณีที่สถานที่จ้างงานปิดเพราะสถานการณ์โควิด จริงหรือไม่คะโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยรัฐบาลประมูลขายชุดตรวจ COVID-19 ราคา 1,000 บาทมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ระบุว่า “คนต่างประเทศตรวจโควิด-19 ฟรี โดยรัฐบาลจัดซื้อชุดตรวจ ราคา 120 บาท แต่กระทรวงสาธารณสุขไทย เปิดประมูลขายในราคาเกิน 1,000 บาทต่อชุดโควิด 2019Ad.tar• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแชร์ค่ะ...! แถลงการณ์กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม คัดค้านการกระทำขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ในการเปลี่ยนแปลงเพลงประจำมหาวิทยาลัย ตามที่องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ได้เสนอเปลี่ยนแปลงเพลงประจำมหาวิทยาลัยจากเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เป็นเพลงมอญดูดาว ในการทำกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยอมธ. โดยให้เหตุผลว่ามีเนื้อหาตรงกับเจตนารมณ์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมากกว่า พร้อมทั้งนำเสนอผลการสำรวจความเห็นจากผู้ตอบแบบสำรวจ นั้น กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรมขอคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. การกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักการประชาธิปไตยและหลักการสันติประชาธรรม อันเป็นหัวใจหลักของชาวธรรมศาสตร์ทั้งหลายทั้งมวล แม้นผู้กระทำจะอ้างผลการสำรวจซึ่งมิทราบที่มาที่ไปและขาดหลักการตามระเบียบวิธีทางสถิติที่ถูกต้องมาสนับสนุน อมธ.จะต้องสำนึกว่าเป็นเพียงกลุ่มคนที่ได้รับการคัดเลือกจากนักศึกษาปัจจุบัน แม้จะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและดำเนินกิจกรรม อมธ.ก็ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งได้แก่ประชาคมธรรมศาสตร์ทั้งมวล ที่มีจำนวนหลายแสนคน การอ้างผลสำรวจจากกลุ่มคนเพียง ๕,๐๐๐ กว่าคน มิได้เป็นการเคารพสิทธิของผู้อื่น เป็นการดำเนินการตามหลักคณาธิปไตยที่พวกท่านต่อต้านเสียเอง การพยายามสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงโดยไม่เข้าใจบริบทที่แท้จริง ไม่เคารพสังคมและประชาคม ย่อมนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาและเกิดกระแสต่อต้านจากสังคมทั่วไป ทำให้ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเสียหายและเป็นที่ดูหมิ่นดูแคลนจากสังคม ดังนั้นอมธ. จึงควรใช้สติและปัญญาอย่างรอบคอบ ปลอดจากการถูกครอบงำทางความคิด เพื่อให้สมกับฐานะที่ยกตนเองเป็นปัญญาชน สร้างหรือแสวงหาการเปลี่ยนแปลงที่ดีในหลักการ “เข้าใจ เคารพ สงบสุข” 2. ผู้ดำเนินการขาดความรู้ความเข้าใจในประวัติความเป็นมาของเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทองอันเป็นที่รักและภาคภูมิใจของชาวธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๖ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประพันธ์ทำนองและพระราชทานให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ ในคราวเสด็จมาทรงดนตรีที่หอประชุมธรรมศาสตร์และทรงปลูกต้นยูงทองจำนวน ๕ ต้นในคราวเดียวกัน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่มีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เข้าเฝ้าและขอพระราชทานเพลงเพื่อแทนเพลงมอญดูดาวที่ประพันธ์โดยขุนวิจิตรมาตรา ในคราวที่เสด็จทรงดนตรีที่สวนอัมพรในปี ๒๕๐๔ ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงยูงทองคือนายจรัญ บุณยรัตนพันธุ์ ซึ่งได้ประพันธ์ตามแนวที่มรว.เสนีย์ ปราโมช อดีตเสรีไทยที่มีความใกล้ชิดกับท่านผู้ประศาสน์การณ์ปรีดี พนมยงค์ และผู้นำคณะราษฎร์แนะนำให้ ดังนั้นเนื้อหาเพลงจึงกล่าวถึงสถานที่ที่สงบร่มเย็น มีธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ มีพระธรรมสถิตย์เพื่อรักสามัคคี รักความเป็นธรรม ดั่งเช่นอุดมการณ์ของท่านผู้ประศาสน์การณ์ เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทองจึงถูกนำมาขับร้องในทุกครั้งก่อนที่จะมีการเริ่มกิจกรรมของชาวธรรมศาสตร์ เพื่อความสามัคคีและเป็นสิริมงคลแก่ชาวธรรมศาสตร์ทั้งมวล ฉะนั้นการกล่าวอ้างถึงเนื้อหาความเหมาะสมกว่าของเพลงมอญดูดาวจึงนับว่าเป็นการขาดการศึกษาอย่างถ่องแท้ ไม่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ได้ นับเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดีเพลงมอญดูดาวเป็นเพลงที่มีคุณค่าต่อจิตใจของชาวธรรมศาสตร์เช่นกันเพราะเนื้อหาระบุถึงความเป็นไทย รักชาติไทย บูชาไทย อีกทั้งมีทำนองเพลงไทยเดิม ซึ่งเป็นการอนุรักษณ์วัฒนธรรมที่ดีของชาวไทยไว้ 3. จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้น่าเชื่อได้ว่าผู้กระทำต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยมีเจตนาที่จะทำลายความศรัทธา ทำลายสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของสังคมไทยในทุกๆ ภาคส่วนอย่างเป็นกระบวนการ ดังจะเห็นได้จากการบิดเบือนหลักฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ วิทยานิพนธ์อัปยศ การให้ร้ายสถาบันต่างๆ การสร้างความแตกแยกทางสังคม สร้างความแตกแยกทางศาสนา มีขบวนการที่ดำเนินการในทุกระดับโดยมุ่งเป้าหมายไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ สถาบันการศึกษาต่างๆ ถูกแทรกซึมด้วยบุคลากรและนักวิชาการที่มุ่งร้ายต่อประเทศ เข้าข่ายล้มล้างสถาบันและทำลายชาติบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง พยายามยกเลิกเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ที่เป็นที่เคารพนับถือ ปลูกฝังความคิดและอุดมการณ์ที่เป็นผลร้ายต่ออนาคตของประเทศไทย โดยอ้างประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพแบบผิดๆ เป็นหน้าที่ที่ประชาชนคนไทยทุกคนต้องรู้เท่าทันและช่วยกันต่อต้านความเลวร้ายนี้ ดังนั้นกลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรมจึงไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกภาคส่วน โปรดทำความเข้าใจ ดูแลการจัดกิจกรรมของนักศึกษาให้มีเสรีภาพอย่างถูกต้อง ไม่ละเมิดต่อจิตวิญญาณและความรู้สึกของประชาคมธรรมศาสตร์และสังคมโดยรวม อีกทั้งต้องรักษาชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและบริหารจัดการให้เกิดความก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบไป จึงจักเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่เหมาะสมและรับผิดชอบตามที่ประชาคมได้มอบหมายต่อท่าน กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ๗ กรกฏาคม ๒๕๖๕ข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยมูลนิธิไทยรัฐจัดสัมมนาครู ร.ร.ไทยรัฐวิทยาภาคกลาง-ตะวันออกที่ จ.สุพรรณบุรีมูลนิธิไทยรัฐ จัดสัมมนาครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ภาคกลาง และภาคตะวันออก ปี 2565 ที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเน้นย้ำครูให้ถ่ายทอดเรื่องสื่อยุคใหม่ไม่ยัดเยียด หรือใส่ความรุนแรง สู้ข่าวปลอมข่าวลวงในโซเชียลstd48100• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกำมือ-แบมือ ข่าวปลอม! แก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือมีคนบอกว่าสามารถแก้โรคความดันโลหิตสูงได้เพียงแค่ กำมือ-แบมือ ข่าวปลอม! แก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือ | Hfocus.org แก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบเรื่อง ความดันโลหิตสูงแก้ได้โดยการกำมือ-แบมือ กับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47905• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยยาเพิ่มส่วนสูงวันนี้ (20 ก.พ.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Super Height ช่วยเพิ่มความสูง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จstd46420• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันวันนี้ (24 ธ.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จSupawadee Apiraklaosakul• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยศาลตัดสินเบอร์ 9 เขต 4 จำรูญศักดิ์ จันทรมัย รทสช.หมดสิทธิ์สมัคร ส.ส. จริงหรือจากที่มีการส่งข้อความในแอพลิเคชั่นไลน์ ข้อความว่า เรียนทุกท่าน กกต แจ้งว่า ผู้สมัคร เบอร์ 9 นายจรูญศักดิ์ จันทรมัย ศาลตัดสินหมดสิทธิ์ เป็นผู้สมัครเพิ่ม 1 คน นะคะ ป้ายไวนิล ที่แจกให้ ต้องเอากระดาษปิดทับใบหน้า และชื่อสกุล เบอร์ ด้วยนะคะ ข้อความดังกล่าวเป็นข่าวจริงหรือข่าวลวงข่าวการเมืองเลือกตั้งสุชัย เจริญมุขยนันท• 3 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
- 2 คนสงสัยBoom D-naxช่วยลดเซลมะเร็งข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ BOOM D - NAX ช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง . กรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง BOOM D - NAX ช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากที่มีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์สุขภาพว่า BOOM D - NAX ฟื้นคืนสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็ง เส้นเลือดตีบ พาร์คินสัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบภายใน ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ BOOM D - NAX บูม ดี - แนกซ์ 20 Effervescent Tablets แสดงข้อความ “BOOM D - NAX บูม ดี - แนกซ์ ฟื้นคืนสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็ง เส้นเลือดตีบ พาร์คินสัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบภายใน ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง” เป็นการโฆษณา คุณประโยชน์ คุณภาพ ของอาหารอันเป็นเท็จโดยไม่สมควร ซึ่ง อย. จะดำเนินการทางกฎหมาย กับผู้กระทำการฝ่าฝืน พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522 ต่อไป . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : หากผู้ป่วยหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน เพื่อหวังผลในการรักษาโรคมะเร็ง ลดการแพร่กระจายเซลล์มะเร็ง และลดการอักเสบภายใน จะเสียเงินเปล่า เสียโอกาส ในการรักษา ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวสุขภาพ #บูมดีแนกซ์ #เซลล์มะเร็ง #ลดการแพร่เซลล์มะเร็งยาสมุนไพรstd48130• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยต่างหูเเม่เหล็ก ช่วยลดน้ำหนัก ล้างสารพิษใน 7 วันข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ต่างหูเเม่เหล็ก ช่วยลดน้ำหนัก ล้างสารพิษใน 7 วัน . ตามที่มีคำแนะนำด้านสุขภาพเรื่องต่างหูเเม่เหล็ก ช่วยลดน้ำหนัก ล้างสารพิษใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากที่มีข้อความระบุว่า ต่างหูแม่เหล็ก ช่วยลดน้ำหนักและล้างสารพิษใน 7 วัน ทางโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง กล่าวคือ ไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งทางทฤษฎี และจากการวิจัยว่า ต่างหูแม่เหล็กมีผลดังที่โฆษณาชวนเชื่อกล่าวถึง . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithirangsit.go.th หรือโทร 02-592 9550-99 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง กล่าวคือ ไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งทางทฤษฎี และจากการวิจัยว่าต่างหูแม่เหล็กมีผลดังที่โฆษณาชวนเชื่อกล่าวถึง . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87 . #ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวสุขภาพ #ต่างหูแม่เหล็ก #ต่างหู #ลดน้ำหนักลดความอ้วนธัญวรัตม์ ทานศรี• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคนทำ! จะรู้มั้ยพ่อแม่ นิว วงศกร เป็นยังไง หลังเห็นข่าวลูกโดดตึกตาย (คลิป)อยู่ดีๆ ก็มีข่าวหลอกลวงชาวบ้าน สำหรับพระเอก นิว วงศกร ที่ถูกเว็บปลอมกุข่าวขึ้นมาว่า กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาเคลียร์แล้ว ว่าไม่ใช่อย่างที่ข่าวปลอมออกมา อยู่ดีๆ ก็เจอข่าวออกมาว่า เรากระโดดตึกฆ่าตัวตาย? “ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยครับ วันที่เกิดเรื่อง ผมถ่าย สกาวเดือน อยู่ แล้วคุณพ่อก็โทรมาถามว่า นิวไปถ่ายละคร ไปกระโดดตึกอะไร ผมก็ถามกลับไปว่า กระโดดตึกอะไร ไม่รู้เรื่อง ไม่มี พ่อก็บอกเนี่ยในเฟซบุ๊กพ่อเค้าส่งๆ กันมา ผมก็บอกไม่รู้ แล้วก็วางสายไป ไม่ได้สนใจ คิดว่าพ่อคงดูผิด ก็กลับมาถ่ายละครเหมือนเดิม สักพักหนึ่งเริ่มมีคนโทรมา ส่งข้อความมา ส่งไลน์มา บางคนโทรมาร้องห่มร้องไห้ ผมก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่ามีเพจหนึ่งเขียนข่าวเราตกตึก เป็นเรื่องเป็นราวเลย ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว น่าจะเป็นใครสักคนไม่รู้มีจุดประสงค์อะไร พยายามทำเพจปลอม ผมก็พยายามบอกว่ามันไม่ใช่นะ คือถ้าเป็นคนแก่ หรือคนที่เป็นโรคหัวใจเค้ารู้ เค้าก็อาจจะหัวใจวายตายได้ อาจจะช็อกได้ เราก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกแล้ว มันทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันอันตรายนะ มาเล่นแบบนี้ ทำทำไม”มีมแอคปลอมstd48849• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยทฤษฎีความร้อนบำบัดโดยก้อนถ่านหุงต้มสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกระยะและทุกอวัยวะของร่างกายmobile-menu Logo ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand searchiconmobile mobile-menu Logo ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand searchiconmobile จำนวนผู้เข้าชม 15,300,421 ข่าวปลอม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ข่าวปลอม อย่าแชร์! ทฤษฎีความร้อนบำบัดโดยก้อนถ่านหุงต้มสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกระยะและทุกอวัยวะของร่างกาย 9 มิถุนายน 2023 | 11:30 Facebook Twitter Link Youtube จากที่มีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีความร้อนบำบัดโดยก้อนถ่านหุงต้มสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกระยะและทุกอวัยวะของร่างกายนั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้ส่งต่อคลิปวิดีโอโดยมีเนื้อหาระบุว่า ทฤษฎีความร้อนบำบัดโดยใช้ก้อนถ่านหุงต้มสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ทุกระยะและทุกอวัยวะของร่างกาย ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีให้ความร้อนเฉพาะที่ (Hyperthermia) คือ การใช้คลื่นกำเนิดความร้อน เช่น คลื่นวิทยุ เพิ่มอุณหภูมิให้กับร่างกายหรือเนื้อเยื่อทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งรวมถึงหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่เข้ามาหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะเป็นการเสริมการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ร่วมกับการรักษาหลัก เช่น การฉายรังสี หรือ การให้ยาเคมีบำบัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด ในกระบวนการรักษาจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคำนวณจำนวนพลังงานความร้อนที่เหมาะสมต่อผู้ป่วย รวมถึงมีการควบคุมระดับความร้อนให้สม่ำเสมอเหมาะสมตามแผนการรักษาและป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดจากความร้อน จากการสืบค้นข้อมูลในประเด็นความร้อนบำบัดโดยใช้ก้อนถ่านหุงต้มช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ทุกระยะและทุกอวัยวะของร่างกายนั้น พบว่าปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่าการใช้ความร้อนจากถ่านหุงต้มช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ดังนั้นผู้ป่วยโรคมะเร็งควรพิจารณาและศึกษารายละเอียดการรักษาอย่างรอบคอบ เลือกวิธีการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิดมะเร็งผู้บริโภคเฝ้าระวังApichaya.10• 3 ปีที่แล้ว4 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false2 ความเห็น

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
