(3331 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขความสวยความงามอย. เพิกถอนผู้บริโภคเฝ้าระวังstd48058• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 3 คนสงสัยข่าวปลอม! อย่าแชร์ต่ออ้างรัฐทบทวนสิทธิให้เงิน 5,000 บาทโฆษกรัฐบาลเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม รัฐทบทวนสิทธิโอนเงินเข้าบัญชี 5,000 บาทภายในเดือน มิ.ย.นี้ วอนอย่าแชร์ต่อ ป้องกันความสับสนและเข้าใจผิดstd47731• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยน้ำทองขายปลาเค็มแล้วปลากินแล้วบินได้ได้ข่าวว่าปลาของน้ำทองกินแล้วบินได้มีมstd48158• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยข่าวปลอม! กรมการขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่แบบเร่งด่วนทุกชนิดผ่านไลน์ตามที่มีการแชร์ข่าวสารในสื่อออนไลน์ถึงประเด็นเรื่องกรมการขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่แบบเร่งด่วนทุกชนิดผ่านไลน์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จstd46278• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยอย่าแชร์! ก.ล.ต. รับรองงานออนไลน์ รับสมัครผ่านบัญชีแอปพลิเคชันสีฟ้ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนช่องทางออนไลน์เรื่อง ก.ล.ต. รับรองงานออนไลน์ รับสมัครผ่านบัญชีแอปพลิเคชันสีฟ้า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จstd47677• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยสินเชื่อออมสินเพื่อธุรกิจ เงินกู้ด่วน กู้ได้ทุกอาชีพตามที่มีการตรวจพบข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อออมสินเพื่อธุรกิจ เงินกู้ด่วน กู้ได้ทุกอาชีพ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จstd47694• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! DSI แจ้งให้ดาวน์โหลดแอปฯ ป้องกันการฉ้อโกงของ DSI สามารถล็อกข้อมูลการฉ้อโกงได้ทั้งหมดตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง DSI แจ้งให้ดาวน์โหลดแอปฯ ป้องกันการฉ้อโกงของ DSI สามารถล็อกข้อมูลการฉ้อโกงได้ทั้งหมด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จข่าวการเมืองstd47669• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมิจฉาชีพหลอกซื้อกองทุน “ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ก.ล.ต.” คนแห่สนใจอันดับ 1ดีอีเอส พบโจรไซเบอร์แสบ! ปั่นข่าวปลอมสุดสัปดาห์ ล่าสุดประชาชนแห่ให้ความสนใจและหลงเชื่อ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ กับ ก.ล.ต.” เปิดซื้อกองทุน เริ่มต้น 1,000 บาท ขึ้นแท่นอันดับ 1 ระวัง! ถูกหลอกให้ลงทุน อย่าหลงเชื่อ SMS เพจ เว็บไซต์ปลอม พร้อมย้ำเป็นข้อมูลเท็จstd46678• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอมนะ! ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’โต้รัวข่าวลือเสียชีวิต ย้ำยังปลอดภัยดี-ไม่ต้องเป็นห่วง... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/457800/ล่าสุดหนุ่มฟิล์มได้ออกมาอัพเดทรูปข่าวดังกล่าว พร้อมข้อความเคลียร์ชัดๆว่า “ยังปลอดภัยดีอยู่นะครับ ไม่ต้องตกใจกันนะครับ ยังลงพื้นที่ไม่ได้หยุดเลย ยังช่วยชาวบ้านอยู่ตลอดน่าจะตายยากครับ555”std46683• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยEXO ย่างหมากินหลังหอข่าวลือเรื่องEXOย่างหมากินหลังหอเกิดจากเหตุผลที่คริสต้องออกจาก EXO เพราะรับไม่ได้ที่เมมเบอร์ย่างหมากินหลังหอมีมล้อเลียน เสียดสีstd46403• 3 ปีที่แล้ว
- 7 คนสงสัยข่าวปลอม! แก้โรคความดันโลหิตสูง แค่กำมือ – แบมือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบเรื่อง ความดันโลหิตสูงแก้ได้โดยการกำมือ-แบมือ กับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การกำมือและแบมือดังไม่มีผลทางการแพทย์ที่สามารถอธิบายหรือยืนยันได้ว่า สามารถลดความดันโลหิตได้Itsaree Rungninrat• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยMr.bean เสียชีวิตMr.bean เสียชีวิตจริงหรือไม่ จากการพาดหัวข่าว ตายซ้ำตายซากทุกๆปีใน FacebookNurhaiyuu Saree• 5 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยฉีดวัคซีน astrazeneca อันตรายไหมที่ผ่านมามีข่าวเรื่องการฉีดวัคซีนastrazeneca แล้วมีผลข้างเคียงตั้งแต่อาการเบาคือ มีไข้ จนไปถึงอาการหนักที่สุดคือเสียชีวิต เราจึงอยากรู้ว่าการฉีดวัคซีนอันตรายต่อกันทุกคนไหม?Supawat• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยต่างประเทศ ออกข่าวของ vaccine Pfizer, Moderna ที่มีส่วนผสมของแม่เหล็ก อาจมีผลกระทบต่อร่างกายในอีก 1-2 ปี ภายหน้า ตั้งใจฟังให้ดีค่ะ วัตถุดิบที่วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเที่ยวบินเช่าเหมาลำจาก "อินเดีย" เข้ามายังประเทศไทย จริงหรือมีกระแสข่าวว่ามีเครื่องบินเช่าเหมาลำจากประเทศอินเดียซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรง เข้ามายังประเทศไทยนั้น จริงหรือโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยนักข่าวสาวที่นั่งไขว่ห้าง ถูกสั่งห้ามห้ามเข้าทำเนียบรัฐบาล จริงหรือผู้สื่อข่าวสาวคนดังกล่าว ได้ถูกขอความร่วมมือ ให้งดเข้าพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงนี้ สืบเนื่องจากกรณีจากกรณีดังกล่าว ที่สร้างความไม่พอใจให้กับ นายกรัฐมนตรี และทีมงาน โดยอ้างว่ามีปัญหาด้านทัศนคติการทำงานในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกรมทางหลวง แจกเงินผู้เสียชีวิตบนทางหลวง รายละ 15,000 บาท จริงหรือข่าวลือที่ระบุว่า หากเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงถนนสายต่างๆ แล้วเสียชีวิต ญาติสามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือจากแขวงการทางฯ ได้รายละ 15,000 บาท จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเงินค่าน้ำ 100 บาท ค่าไฟ 230 บาท ทุกคน โดยไม่ต้องจ่ายตามจริง จริงหรือมีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเงินค่าน้ำ 100 บาท ค่าไฟ 230 บาท ทุกคน โดยไม่ต้องจ่ายตามจริงเลย จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือ ปี 64 รัฐบาลเตรียมกู้เงินเพิ่มจำนวน 3 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะทะลุ 9 ล้านล้านบาทจากที่การเผยแพร่ข่าวว่ารัฐบาลมีการวางแผนกู้เงินในปี 2564 จำนวน 3 ล้านล้านบาท เป็นการกูเงินที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หนี้สาธารณะทะลุ 9 ล้านล้านบาทnaydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยในประเทศไทย จะมีข้อบังคับการสื่อสารใหม่ จริงหรือข่าวเก่าเอามาแชร์กันใหม่ ว่าในประเทศไทยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ไม่ได้ระบุวัน จะมีข้อบังคับการสื่อสารใหม่หลายข้อ เช่นบันทึกข้อความสื่อสารต่างๆตามโซเชี่ยล จริงหรือanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยโรงพยาบาลสงฆ์ ขอรับบริจาคสิ่งของจริงหรือมีข่าวแชร์กันในโลกออนไลน์ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลสงฆ์ขอรับบริจาคสิ่งของ โดยมีการระบุถึงสิ่งของที่ต้องการรับบริจาคในช่วง โควิด เช่น หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์และอาหารเครื่องดื่มต่างๆโควิด 2019anonymous• 7 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: mostly-false--middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยลือเด็กทารกอายุ 3 วันพูดได้ บอกให้รับประทานไข่ต้มป้องกันไวรัสโควิด-19มีกระแสข่าวลือในหลายจังหวัด ว่าเด็กทารกอายุ 3 วันพูดได้ บอกให้รับประทานไข่ต้มก่อนเที่ยงคืนวันนี้ 27 มี.ค.63 ป้องกันไวรัสโควิด-19โควิด 2019naruemonjoy• 7 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยนิยายเรื่องเงินดิจิทัลฉบับลูกทุ่ง ตอนที่1... เนื่องจากในขณะนี้มีการพูดถึงการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปเป็นจำนวนเงิน เทียบเท่าเงินบาทที่เป็นกระดาษที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ 10,000 บาทต่อคน กันอย่างกว้างขวาง ทำให้ชาวบ้านทั่วๆไปงุนงง ฟังคนโน้นพูดที คนนี้พูดที บางคนว่าดี บางคนว่าไม่ดี สับสนไปหมด ผมเลยอยากจะเอาเรื่องนี้มาพูดอธิบายใหม่เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ เอาแบบลูกทุ่งที่ไม่ใช่แบบนักวิชาการ หรือนักการเมืองพูด เริ่มแรก โปรดเข้าใจก่อนว่า รัฐบาลไม่ได้เอาเงินกระดาษใบแดงๆมาแจกให้ หรือไม่ได้เอาเงินไปเข้าธนาคารให้เราแต่อย่างใด แต่รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่แทนธนาคารทั้งๆที่ไม่ใช้ธนาคาร เอาเงินดิจิทัลที่ตีมูลค่าว่าเท่ากับ 10,000 บาทมาจ่ายให้เราแทน ไอ้เงินดิจิทัลนี้พรรคเพื่อไทยก็สร้างขึ้นมาลอยๆโดยไม่มีอะไรมาค้ำเป็นหลักประกันมูลค่า เหมือนพิมพ์แบ็งค์กงเต็ก หรือคูปองออกมาแจก ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ให้นึกย้อนไปถึงยุคดึกดำบรรพ์ สมัยที่คนเรายังไม่มีเงินตราใช้ แต่เอาเปลือกหอยมาตีเป็นมูลค่า ไปใช้แรกสินค้าชนิดต่างๆ มายุคนี้พรรคเพื่อไทยก็ให้คอมพิวเตอร์มันมาสร้างเหรียญ (แทนที่จะเป็นเปลือกหอยแล้วตีมูลค่าว่าหนึ่งเหรียญมีคาเท่ากับหนึ่งบาท) ที่จับต้องไม่ได้ เก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ลงทะเบียนไว้ว่าเหรียญดิจิทัลเลขที่เท่าไรถึงเลขที่เท่าไรเป็นของนายแดง เลขที่เท่าไรถึงเลขที่เท่าไรเป็นของนายดำ เลขที่ไหนบ้างเป็นของนายเขียว ฯลฯ .....ทำบัญชีแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 56 ล้านคน ทุกอย่างควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ไม่มีใครเห็นอะไร ไม่มีใครจับต้องอะไรได้ เพราะมันเป็นประจุไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเวลาที่คุณถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ คุณจับต้องรูปไม่ได้ แต่รู้ว่ามันมีอยู่และเปิดดูได้จากโทรศัพท์ ฉันใดก็ฉันนั้น ก่อนที่จะไปในรายละเอียดอื่นๆ ผมอยากจะขอเล่าประวัติความเป็นมาของเงินดิจิตทัลก่อน เมื่อเข้าใจที่มาที่ไปของเงินดิจิทัลนี้แล้วคุณจะมองเห็นภาพทั้งหมดชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องให้คอมพิวเตอร์สร้างเงินดิจิทัลขึ้นมานี้ พรรคเพื่อไทยหรือคนในพรรคเพื่อไทย หรือท่านนายกเศรษฐาไม่ได้เป็นคนคิดขึ้นมาคนแรกของโลก แต่เรื่องนี้มีคนญี่ปุ่นชื่อนายนากาโมโต้เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเป็นคนแรกของโลกเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นนายคนนี้เรียกมันว่า เหรียญคริปโต หรือคริปโตเคอร์เร็นซี่ และตั้งชื่อให้เหรียญชนิดนี้ของตนว่า “บิทคอยล์” พรรคเพื่อไทยก็ยืมไอเดียนี้มาใช้บ้าง ทีนี้มาดูกันว่าเรามีเงินที่พิมพ์บนกระดาษเป็นร้อยๆสกุลเงิน ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยใช้กันมาหลายร้อยปีแล้ว ทำไมจะต้องคิดเงินดิจิทัลออกมาอีก? อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้คิด ประเด็นมันก็คือ เงินที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันไม่ตอบโจทย์ของมนุษย์บางกลุ่ม คนบางจำพวก กล่าวคือ ปัญหาข้อที่ 1 เงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ เวลาเราจะส่งไปให้คนอื่น เราต้องส่งผ่านธนาคาร มีธนาคารเป็นตัวกลาง เพราะเราต้องเปิดบัญชีไว้กับธนาคารเอาเงินแดงๆฝากเข้าบัญชีไว้ ตอนเราจะส่งไปให้คนอื่น เราต้องแจ้งธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ว่า เราจะส่งเงินจากบัญชีของเราไปให้ใคร ชื่ออะไร มีบัญชีอยู่กับธนาคารไหน เลขที่บัญชีอะไร จำนวนเงินเท่าไร การแจ้งนั้นก็ทำได้หลายวิธี จะเดินไปที่ธนาคารที่เราเปิดบัญชีไว้ หรือจะแจ้งทางโทรศัพท์มือถือก็ได้ ถ้าส่งกันภายในประเทศก็จบแค่นี้ ไม่มีค่าโอน ไม่มีการซักถามอะไรอีก แต่ที่สำคัญมากๆคือ การทำธุรกรรมนี้ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของธนาคารไปอีกหลายปี ดังนั้นกำนันนกคนดังแห่งนครปฐมจะโอนไปให้ใครที่ไหน ไม่ว่าพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฯลฯ กี่ครั้ง กี่หน เป็นจำนวนรวมทั้งหมดเท่าไร สามารถเช็คเส้นทางการเงินได้หมด (แต่ท่านบิ๊กโจ๊กชอบพูดสั้นๆเวลาให้สัมภาษณ์ว่า “เส้นเงิน” นั่นแหละ) ดังนั้นมนุษย์มาเฟีย นักการเมืองที่ฉ้อโกงทั่วโลกไม่ชอบการโอนเงินแบบนี้ เพราะมันจะนำมาเป็นหลักฐานมัดตัวได้ ปัญหาข้อที่ 2 หากเราโอนไปให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศ แบ็งค์ชาติก็มีกฎเกณฑ์แถมเข้ามาอีก ว่าจำนวนเงินโอนที่จะโอนไปแต่ละครั้ง ต้องไม่เกินเท่าไร ถ้าเกินต้องขออนุญาตก่อน ต้องบอกว่าโอนไปทำไม ถ้าโอนไปเป็นค่าซื้อขายสินค้า ก็ต้องมีเอกสารต่างๆประกอบอีกเป็นบึกๆ นอกจากนั้นธนาคารยังคิดค่าโอนอีกเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่โอนไป เสียส่วนต่างในอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับสกุลเงินต่างประเทศอีกด้วย สรุปแล้วไม่ถูกจริตกับพวกค้าขายผิดกฎหมาย มาเฟีย นักการเมืองที่ฉ้อโกง พวกที่ต้องการฟอกเงิน ฯลฯ นี่แหละที่เป็นสาเหตุจูงใจ หรือแรงผลักดันให้นาย Nakamoto มานั่งคิดหาวิธีการว่าประชาชนชาวมาเฟียจะโอนเงินให้กันด้วยวิธีไหน จึงไม่ต้องผ่านธนาคารที่เป็นตัวกลาง ไม่ต้องเสียเงินให้ธนาคาร และที่สำคัญที่สุดไม่มีใครรู้ใครเห็น ไม่มีหลักฐาน ในที่สุดแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อนนายคนนี้ก็คิดสำเร็จ ออกเหรียญดิจิทัลของตัวเองออกมาชื่อเหรียญ “บิตคอยล์ (Bitcoin)” โดยระบุว่าจะแจกเหรียญนี้ให้กับประชาชนฟรีๆ โดยจะออกมาทั้งหมดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น (เมืองไทยก็กำหนดว่าจะแจกแค่ ห้าแสนหกหมื่นล้านเหรียญเท่านั้น – ประเด็นนี้สำคัญนะครับจำไว้ให้ดี) ใครอยากได้เหรียญให้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาดึงเอาเหรียญไป ---- ศัพท์ที่นักล่าเหรียญเค้าใช้คือ “การขุดหาเหรียญ” ผมจะไม่อธิบายในทางเทคนิคว่าทั้งหมดมันมีการทำงานอย่างไร เดี๋ยวเอกสารนี้จะกลายเป็นวิทยานิพนธ์ไป ประชาชนกินข้าวแกงอย่างเรารู้แค่นี้ก็พอ พอมีคนขุดเหรียญได้ คอมพิวเตอร์ควบคุมกลางของนายนากาโมโต้มันก็ลงบัญชีไว้ทันทีว่าเหรียญหมายเลขอะไรบ้างไปอยู่ที่คนไหน แต่มันไม่บอกให้ใครรู้ ใครจะมาบีบบังคับยังไงก็ไม่ได้ และพื่อให้ตัวเองปลอดภัยจากพวกมาเฟียที่จะมาจับตัวเอาไปรีด บีบบังคับ เอาความลับพวกนี้ไป นายนากาโมโต้ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ และปรากฏต่อมาชื่อที่ใช้ก็เป็นชื่อปลอม ในตอนนั้นก็มีแนวร่วมของนายคนนี้ออกมารณรงค์ให้คนออกมาใช้เหรียญนี้ในการซื้อขายจิรง โดยให้กำหนดมูลค่าของเหรียญกันเองตามความพอใจ มีประวัติระบุว่าการใช้เหรียญบิตคอยล์ในการซื้อขายครั้งแรกนั้น ทำกันแบบสนุกๆในอเมริกา โดยมีร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งขายพิซซ่าไปสองถาดแลกกับบิตคอยล์จำนวน 10,000 เหรียญ พอเหรียญนี้ตกไปอยู่ในมือของร้านขายพิซซ่า เจ้าคอมพิวเตอร์ก็ลงบัญชีต่อท้ายจากเจ้าของเดิมว่าเหรียญนี้ไปเป็นของร้านพิซซ่าแล้ว ทุกครั้งที่เหรียญเปลี่ยนเจ้าของ คอมพิวเตอร์ก็จะลงรหัสของเจ้าของใหม่ต่อท้ายไปเรื่อยๆยาวเป็นบัญชีเป็นหางว่าว เทคนิคนี้เรียกว่าบล็อกเชน เห็นไม๊ครับว่าการเปลี่ยนมือของเหรียญนั้นไม่มีธนาคารใดๆมาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครรู้ใครเห็นเก็บข้อมูลไม่ได้ นอกจากคอมพิวเตอร์ของนายนากาโมโต้ ที่มุดหายลงใต้ดินไปแล้ว มันก็เลยเป็นความลับที่บิ๊กโจ๊ก ปิ๊กต่อ ก็สืบไม่เจอ ครั้นพอเรื่องนี้รู้ไปถึงหูกลุ่มมาเฟีย พวกนี้ก็มองเห็นสวรรค์ของการฟอกเงินขึ้นมาทันใด อยากลองบ้าง ก็เลยมีการเปิดเว็บไซต์รับแลกเหรียญบิตคอยล์กับเงินแดงๆขึ้น ไม่ต้องไปเสียเวลาชุดหาเหรียญ โดยไม่ต้องเอาเหรียญนี้ไปซื้อสินค้าใดๆให้เสียเวลา ยิ่งความต้องการมีมากขึ้นเท่าไร คนก็ยิ่งให้ราคาที่ต้องการซื้อสูงขึ้นไป เหรียญก็มีจำนวนจำกัด คนก็แห่กันเข้าไปขุดมากขึ้น กว่าจะขุดได้ก็ใช้เวลาเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น......ตั้งแต่วันที่มีการใช้เหรียญบิตคอยล์ 10,000 เหรียญไปแลกซื้อพิซซ่าได้สองถาด จนถึงวันที่บิตคอยล์มีราคาสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบิตคอยล์ ซึ่งอยู่ที่มากกว่า US$ 30,000. นั้นใช้เวลาไม่กี่ปี !!!!! จากนั้นคนก็แห่เข้ามาสร้างเงินดิจิทัลแบบเดียวกันอีกมากมายทั่วโลก ตั้งชื่อเหรียญไปต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยก็มีผู้ออกเหรียญต่างๆมาหลายชื่อ จนกระทั่งรัฐบาลแทบทุกประเทศทั่วโลกตกใจกลัวว่าหากไม่มีการหยุดยั้งการใช้เงินดิจิทัลนี้ การเงินของโลกคงจะเข้าขั้นวิกฤตเป็นแน่ ก็พากันมาออกกฎระเบียบต่างๆในการควบคุมการออกเหรียญดิจิทัล ไม่ปล่อยให้ออกกันแบบเสรีและมีกฎอื่นๆตามมาอีกเยอะ เช่นไม่อนุญาตให้ใช้จ่ายในการชำระหนี้แทนเงินแดงๆเป็นต้น ทำให้เหรียญที่ออกมาใหม่ๆในระยะหลังๆนี้ ไม่มีผู้สนใจ และมูลค่าไม่สูงมากเหมือนรุ่นแรกๆ เหรียญที่ออกโดยคนไทยก็แห้วแขวนดอยรอวันตายกันไป เอาละครับผมเล่าประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสร้างเงินดิจิทัลขึ้นมาในโลกนี้ของนายนากาโมโต้ในการแก้ปัญหาที่ต้องโอนเงินผ่านธนาคารมาให้ท่านฟังแล้ว แรงบันดาลใจออกจะสีเทาๆชอบกลนะ ท่านพอมองเห็นอะไรในการเอาเงินดิจิทัลที่ออกโดยพรรคเพื่อไทยในนามของรัฐบาล มาให้คนไทยใช้ในการซื้อสินค้าแทนที่จะแจกเงินแดงๆแบบที่มีอยู่ในกระเป๋าทุกวันนี้ โดยการอ้างเหตุผลนานาประการ ผมคงจะขอจบตอนที่1 ไว้แค่นี้ก่อน ให้ท่านได้นอนคิดไปสักสองสามวัน ว่าท่านเห็นอะไร ...........................ในระหว่างที่ผมเขียนตอนที่ 2 เมื่อผมเขียนตอนที่สองเสร็จก็จะส่งมาให้ท่านอ่านต่อไป ...ขอกระซิบบอกให้ท่านทราบเบาๆว่า ในตอนหน้าผมจะบอกเคล็ดลับที่รัฐบาลไม่บอก ในการที่ท่านจะทำเงินได้มหาศาลจากเงินดิจิทัลของไทยได้อย่างไร เป็นเพียงเกาะกระแสร์ไว้ให้ดี อย่าพลาดนะครับ อ่านดีๆมีสิทธิรวยจ้า..... เขียนโดย ณรงค์ กุลาข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! นอนมากกว่า 8-9 ชม. เสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2ตามที่มีการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์เรื่องนอนมากกว่า 8-9 ชม. เสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากการตรวจพบข้อความบนสื่อออนไลน์ว่า การนอนมากกว่า 8-9 ชม. เป็นสัญญาณปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวานประเภท 2 ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่สัมพันธ์กับข้อมูลจริงทางการแพทย์ เพระการนอนมากกว่า 8-9 ชม. จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตามที่มีการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์เรื่องนอนมากกว่า 8-9 ชม. เสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากการตรวจพบข้อความบนสื่อออนไลน์ว่า การนอนมากกว่า 8-9 ชม. เป็นสัญญาณปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวานประเภท 2 ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่สัมพันธ์กับข้อมูลจริงทางการแพทย์ เพระการนอนมากกว่า 8-9 ชม. จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2std47971• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำจากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า พบสารประกอบของปรอท ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จstd48395• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
