ทีมนักวิทย์ระดับโลกเตือนว่า ภายในปี 2100 กรุงเทพฯ จมอยู่ใต้น้ำ! และภายในปี 2050 จะมีคนไทยถึง 12 ล้านคน ที่ต้องตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่ระดับพื้นดินต่ำกว่าระดับน้ำท่วมประจำปี!...
.
ภาพแผนที่ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองกรุงเทพฯ กำลังจมน้ำอยู่นี้ มาจากงานวิจัยเชิงวิชาการที่น่าเชื่อถือขององค์กรไคลเมทเซ็นทรัล (Climate Central) ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์คอมมิวนิเคชันส์ (Nature Communications) ในปี 2019 และถูกนำมาสร้างภาพแผนที่เพื่อแสดงภาพรวมโดยองค์กรเอิร์ธ (Earth Organization) ในปี 2020
.
แม้เวลาจะผ่านมา 6 ปีแล้ว แต่ข้อมูลและคำทำนายนี้ก็ยังคงมีความแม่นยำและใช้งานได้จริงในปัจจุบัน! เพราะอิงจากหลักการทางฟิสิกส์พื้นฐานเลย นั่นคือการขยายตัวของปริมาตรน้ำทะเลเมื่อดูดซับความร้อน และมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งทั่วโลก (สิ่งที่ดีของวิทยาศาสตร์คือ มันเป็นความจริง ไม่ว่าคุณจะเชื่อในมันหรือไม่ก็ตาม - Neil deGrasse Tyson)
.
ความน่าสนใจคืองานวิจัยนี้ได้ใช้ AI (Machine Learning) เข้ามาช่วยประมวลผลในแบบจำลองความสูงของพื้นที่ชายฝั่ง (CoastalDEM) เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนของข้อมูลดาวเทียมแบบเก่า ทำให้เราได้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า กรุงเทพฯ ของเรานั้นได้ไปตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มต่ำที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1.5 เมตรเท่านั้น !
.
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างด้านล่างยังเป็นชั้นดินเหนียวที่บอบช้ำจากปัญหาแผ่นดินทรุดตัวเพราะการสูบน้ำบาดาลในอดีตด้วย จนตอนนี้บางพื้นที่ก็ทรุดต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไปแล้วถึง 1 เมตร!
.
ด้วยอิทธิพลของภาวะโลกร้อน (Global warming) นักวิจัยประเมินว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้น 1 ถึง 2 เมตรภายในสิ้นศตวรรษนี้ (ปี 2100) และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากต้องเจอกับพายุและภาวะน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกัน ระดับน้ำอาจพุ่งทะยานไปถึง 3 ถึง 5 เมตรได้เลย!
.
ปริมาณน้ำมหาศาลขนาดนี้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ปากอ่าว… แต่จะรุกขยายลึกเข้ามาท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวงกว้างเลย มีการประเมินตัวเลขไว้เลยว่า ภายในปี 2050 จะมีคนไทยถึง 12 ล้านคนที่ต้องตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่ระดับพื้นดินต่ำกว่าระดับน้ำท่วมประจำปี !
.
จากปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักที่เราเคยพอบริหารจัดการได้ ก็จะยกระดับความรุนแรงและท่วมขังยาวนานขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากบ้านเรายังไม่เร่งสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง (Coastal defenses) อย่างเช่นกำแพงกันคลื่นหรือเขื่อนให้แข็งแรงและครอบคลุมเพียงพอ
.
จนถึงปัจจุบัน ข้อมูลความเสี่ยงทั้งหมดนี้ก็ยังสอดคล้องกับรายงานการประเมินฉบับล่าสุด (ครั้งที่ 6) ของ IPCC อย่างชัดเจน นี่จึงไม่ใช่การนั่งเทียนทำนายเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่มันคือชุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พวกเราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตระหนักและลงมือวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่เมืองหลวงของเราจะรับมือไม่ไหวในอนาคตครับ
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Kulp, S. A., & Strauss, B. H. (2019). New elevation data triple estimates of global vulnerability to sea-level rise and coastal flooding. Nature Communications.
[2] Mulhern, O. (2020). Sea Level Rise Projection Map - Bangkok. Earth Organization.
[3] Muis, S., Verlaan, M., Winsemius, H. C., Aerts, J. C., & Ward, P. J. (2016). A global reanalysis of storm surges and extreme sea levels. Nature Communications.
#ภาวะโลกร้อน #น้ำท่วมกรุงเทพ #ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง #วิทยาศาสตร์ #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #สิ่งแวดล้อม #กรุงเทพมหานคร #สาระน่ารู้ #ข่าววิทยาศาสตร์ #ความรู้รอบตัว
.
ภาพแผนที่ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองกรุงเทพฯ กำลังจมน้ำอยู่นี้ มาจากงานวิจัยเชิงวิชาการที่น่าเชื่อถือขององค์กรไคลเมทเซ็นทรัล (Climate Central) ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์คอมมิวนิเคชันส์ (Nature Communications) ในปี 2019 และถูกนำมาสร้างภาพแผนที่เพื่อแสดงภาพรวมโดยองค์กรเอิร์ธ (Earth Organization) ในปี 2020
.
แม้เวลาจะผ่านมา 6 ปีแล้ว แต่ข้อมูลและคำทำนายนี้ก็ยังคงมีความแม่นยำและใช้งานได้จริงในปัจจุบัน! เพราะอิงจากหลักการทางฟิสิกส์พื้นฐานเลย นั่นคือการขยายตัวของปริมาตรน้ำทะเลเมื่อดูดซับความร้อน และมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งทั่วโลก (สิ่งที่ดีของวิทยาศาสตร์คือ มันเป็นความจริง ไม่ว่าคุณจะเชื่อในมันหรือไม่ก็ตาม - Neil deGrasse Tyson)
.
ความน่าสนใจคืองานวิจัยนี้ได้ใช้ AI (Machine Learning) เข้ามาช่วยประมวลผลในแบบจำลองความสูงของพื้นที่ชายฝั่ง (CoastalDEM) เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนของข้อมูลดาวเทียมแบบเก่า ทำให้เราได้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า กรุงเทพฯ ของเรานั้นได้ไปตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มต่ำที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1.5 เมตรเท่านั้น !
.
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างด้านล่างยังเป็นชั้นดินเหนียวที่บอบช้ำจากปัญหาแผ่นดินทรุดตัวเพราะการสูบน้ำบาดาลในอดีตด้วย จนตอนนี้บางพื้นที่ก็ทรุดต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไปแล้วถึง 1 เมตร!
.
ด้วยอิทธิพลของภาวะโลกร้อน (Global warming) นักวิจัยประเมินว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้น 1 ถึง 2 เมตรภายในสิ้นศตวรรษนี้ (ปี 2100) และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากต้องเจอกับพายุและภาวะน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกัน ระดับน้ำอาจพุ่งทะยานไปถึง 3 ถึง 5 เมตรได้เลย!
.
ปริมาณน้ำมหาศาลขนาดนี้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ปากอ่าว… แต่จะรุกขยายลึกเข้ามาท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวงกว้างเลย มีการประเมินตัวเลขไว้เลยว่า ภายในปี 2050 จะมีคนไทยถึง 12 ล้านคนที่ต้องตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่ระดับพื้นดินต่ำกว่าระดับน้ำท่วมประจำปี !
.
จากปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักที่เราเคยพอบริหารจัดการได้ ก็จะยกระดับความรุนแรงและท่วมขังยาวนานขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากบ้านเรายังไม่เร่งสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง (Coastal defenses) อย่างเช่นกำแพงกันคลื่นหรือเขื่อนให้แข็งแรงและครอบคลุมเพียงพอ
.
จนถึงปัจจุบัน ข้อมูลความเสี่ยงทั้งหมดนี้ก็ยังสอดคล้องกับรายงานการประเมินฉบับล่าสุด (ครั้งที่ 6) ของ IPCC อย่างชัดเจน นี่จึงไม่ใช่การนั่งเทียนทำนายเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่มันคือชุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พวกเราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตระหนักและลงมือวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่เมืองหลวงของเราจะรับมือไม่ไหวในอนาคตครับ
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Kulp, S. A., & Strauss, B. H. (2019). New elevation data triple estimates of global vulnerability to sea-level rise and coastal flooding. Nature Communications.
[2] Mulhern, O. (2020). Sea Level Rise Projection Map - Bangkok. Earth Organization.
[3] Muis, S., Verlaan, M., Winsemius, H. C., Aerts, J. C., & Ward, P. J. (2016). A global reanalysis of storm surges and extreme sea levels. Nature Communications.
#ภาวะโลกร้อน #น้ำท่วมกรุงเทพ #ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง #วิทยาศาสตร์ #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #สิ่งแวดล้อม #กรุงเทพมหานคร #สาระน่ารู้ #ข่าววิทยาศาสตร์ #ความรู้รอบตัว
