ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
อินเดียสั่งล็อกดาว
ไม่ระบุชื่อ
 •  2 เดือนที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    "ศาลโลก" รับฟ้อง "พญาอินทรีย์" ปล่อยโควิด-19 สงครามชีวภาพ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 คือพญาอินทรีย์เอง... ************** โควิด-19 มาจากฝีมือมนุษย์ สั่งทำโดย โดนัล ทรัมป์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ ของสหรัฐอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทีวีที่ 1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ หรือสงครามเชื้อโรค:- - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือ ทดลองในทหารส่งไปแพร่ระบาดในการแข่งขันกีฬาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ลุกลามไปอิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายเกรก ก็ได้ ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวี (HIV) ได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด-19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจาก ค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก! ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มีมาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ (เกิดก่อนการระบาดที่อู่ฮั่น) - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าว ลี่เจียง ได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกาที่มาแข่งกีฬาทหาร นำเชื้อมาแพร่ที่เมืองอู่ฮั่น ในจีน >>>>สหรัฐอเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่เมืองอู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อ เขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลป ที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด-19 ว่า เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสหรัฐอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด-19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาดเท่านั้น แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ กรืออาวุธเชื้อโรค เหมือนไวรัสโรคไข้หวัดเสปน เมื่อ 100 ปีก่อนที่ทหารอเมริกานำไปแพร่ในเสปน >>>ความไร้ยางอายนี้ ทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าสหรัฐอเมริกา เป็นฆาตกรผู้วางยาพิษคนทั้งโลก เพียงเพื่อจะขายวัคซีนป้องกันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิต กล่าวหาให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไป แล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นาย เกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริค มาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไปอย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียมผลิตยาแก้ยาพิษนั้นๆไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***สหรัฐอเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งมลรัฐนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 !! >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและประชาชนทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่า จะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัว และให้ความสาคัญในระดับสูง แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! https://youtu.be/Y04Qm8QVQXE ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ขวัญชัย เสธนันท์
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    เศรษฐีอินเดียแห่เช่าเหมาลำ บินหนีโควิด-19 บางลำบินเข้าไทย🛬
    #เพื่อนบอกโปร - เศรษฐีอินเดียแห่เช่าเหมาลำ บินหนีโควิด-19 บางลำบินเข้าไทย🛬 . 🦠 สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่อินเดีย มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงกว่าวันละ 300,000 คน ทำลายสถิติโลกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ทำสถิติสูงสุดในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย. 64 จำนวน 346,786 คน . การระบาดหนักรุนแรงทำให้หลายประเทศทั่วโลก มีคำสั่งห้ามผู้เดินทางจากประเทศอินเดียเดินทางเข้าประเทศเพื่อป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย เล็ดลอดเข้าประเทศ . ในระหว่างนี้เศรษฐีอินเดียจึงพากันช่วงชิงโอกาสเดินทางไปยังประเทศที่ยังไม่มีมาตรการห้ามผู้เดินทางจากอินเดียเข้าประเทศ . สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนเศรษฐีอินเดียในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินโดยสารพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว . สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ราคาตั๋วเครื่องบินเมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. เที่ยวบินจากเมืองมุมไบไปยังดูไบ ราคาพุ่งขึ้น 10 เท่าตัว และราคาตั๋วจากกรุงนิวเดลีไปยังดูไบพุ่งขึ้น 5 เท่าตัว . สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศระงับเที่ยวบินไปยังประเทศอินเดียตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย. 64 . เที่ยวบินจากอินเดียไปยังดูไบในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย. เต็มทุกเที่ยวบิน . สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เครื่องบินเจ็ตเช่าเหมาลำก็บินออกจากอินเดียกันขวักไขว่ . “ลูกค้าส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดบินไปดูไบ แต่มีบางรายที่บินไปประเทศไทย” บริษัทบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพี . 📲 แหล่งข่าว : https://bit.ly/3njqsVE ภาพจาก AP . #เพื่อนบอกข่าว
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    💥#ข่าวด่วนที่สุด‼️😱😱😱💢 เดือนหน้า (พฤษภาคม) สหประชาชาติจะประชุมกันเพื่ออัปเดต สนธิสัญญาระหว่างทุกประเทศ และ WHO เรื่องการมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการจัดการโรคระบาด ที่จะทำให้ WHO (บิล เกตส์) สามารถออกคำสั่งให้ประเทศต่างๆ ทำสิ่งเขาสั่ง โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภาของแต่ละประเทศ (Centralization of Power) แปลว่าอะไร? แปลว่าถ้าเขาสั่งต้อง ล็อกดาวน์ หรือ ฉีดยา (ฉีดยา) ทุกคนต้องฉีดไม่ว่ากฎหมายของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้จะเหนือกฏหมายของทุกประเทศ https://fb.watch/kdacOwikG1/ ถ้าทุกท่านคิดว่าเกมส์การบังคับฉีดจบแล้ว หรือ จะไม่มีล้อกดาวน์อีก ... ท่านอาจต้องคิดใหม่ครับ ภายในปีนี้ ปีหน้า เราจะมี Climate ล็อกดาวน์ โรคระบาดล็อกดาวน์ ​และ บังคับฉีดยาอีก https://youtu.be/Zkk3MAH4koA _____ ลงนามหยุดสนธิสัญญา WHO จากการมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการจัดการโรคระบาด https://forms.gle/HzwJjXAXn9WBCoCW8
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    สว.สหรัฐร่อนแถลงการณ์ประณาม ‘ประยุทธ์’ โกงเลือกตั้ง-สั่งยิงเด็ก-ตั้งพรรคทหาร-สว.ขี้ข้า 250 คน แถมประกาศลั่น พร้อมคว่ำบาตรไทย !!! . สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สหรัฐฯ ร่อนแถลงการณ์ประณาม ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลเผด็จการไทย บิดเบือนประชาธิปไตย ตั้งพรรคทหารโกงเลือกตั้งเข้ามาเสวยสุข ขยายอำนาจศักดินา แต่งตั้งขี้ข้า สว.250 คน ซ้ำยังสั่งฆ่าราษฎร ปราบม็อบเด็ก ไปจนถึงเรื่องการใช้กฎหมายล้าหลังขัดกับสิทธิมนุษยชนสากล (ม.112-ม.116-พรบ.คอม) แถมระบุชัดเสี่ยงตัดความสัมพันธ์กับไทย ถ้าหากมีการปฏิวัติ-รัฐประหาร ..... ยินดีต้อนรับสู่ยุค โจ ไบเดน (ประธาณาธิบดีคนใหม่ สหรัฐ) . สหรัฐอเมริกา เริ่มแสดงความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆหลังจากได้ ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่มาจากพรรคฝ่ายซ้าย สบช่องโต้กลับรัฐบาลไทยและคนรักสถาบันที่ใส่ร้ายว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังม็อบ ครั้งนี้จัดหนักแฉยับให้ทั่วโลกรู้กันไปทั่วว่าประเทศไทยมันเผด็จการขนาดไหน สมควรขายขี้หน้าต่างชาติหรือไม่ ? . [[[ สหรัฐ ประณามไทย ]]] . คำแถลงการณ์ ในช่วงหนึ่งมีการระบุว่า ในปี 2560 รัฐบาล คสช.ของประยุทธ์ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่บิดเบือนความเป็นประชาธิปไตยและลดคุณค่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะ สว.250 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตลอดจนองค์กรอิสระที่ประยุทธ์แต่งตั้งทั้งหมด (ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช.และ กกต.เป็นต้น) จนนำไปสู่การโกงเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งทั่วโลกรายงานว่ามีการบิดเบือนผลเลือกตั้ง ตลอดจนบิดเบือนกติกาเอื้อให้พรรคทหาร (พลังประชารัฐ) ได้เป็นรัฐบาล นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมยุบพรรคอนาคตใหม่ ด้วยคำตัดสินผลที่ค้านกับความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก . นอกจากความบิดเบี้ยวทางระบบการปกครองแล้ว รัฐบาลประยุทธ์ยังใช้ความรุนแรงอุ้มฆ่าผู้เห็นต่าง (เช่น วันเฉลิม ซึ่งสำนักข่าวต่างชาติระบุถึงความเกี่ยวโยงกับ ราชองครักษ์ แต่รัฐบาลไทยไม่สืบสวนและเปิดเผยความจริง) จนมาถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ทั่วโลกย่อมรับไม่ได้คือการ “สั่งยิงเด็ก” ด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนและรถฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งถือเป็นการขัดต่อหลักประชาธิปไตยสากลและขัดต่อหลักการคุ้มครองเด็กขององค์กรยูนิเซฟ รัฐบาลประยุทธ์ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปราบปรามราษฎรด้วยข้อหาเกินจริงและกฎหมายที่ล้าหลังไม่เป็นที่ยอมรับ เช่น กฎหมายปิดปากห้ามพูด-ห้ามวิจารณ์-ห้ามฟ้องร้อง (ทั้งที่ประเทศไทยเลิกใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมานานแล้ว) โดยพบว่ากฎหมายเหล่านั้นล้วนมีโทษติดคุกที่สูงเกินจริง โดยเฉพาะตัวเลขเยาวชนที่ถูกจับกุม 170 คน ทั้งที่เป็นม็อบมือเปล่า ไม่ใช้ความรุนแรง บุกจู่โจมหรือเผาทำลายทรัพย์สินราชการ . [[[ สหรัฐ ขู่คว่ำบาตร ไทย ]]] . แถลงการณ์ในช่วงต่อมาระบุว่า สหรัฐพร้อมคว่ำบาตรประเทศไทยและยุติบทบาทความสัมพันธ์หากกองทัพไทยตัดสินใจทำรัฐประหาร โดยจะนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯเลือกชัดเจนแล้วว่าจะยืนอยู่ข้างกระบวนการประชาธิปไตยบนสิทธิเสรีภาพของมนุษโดยชอบธรรม ตลอดจนการส่งเสริมชุมนุมแบบสันติ และเสรีภาพในการแสดงออกตามสิทธิพื้นฐานสากล ทั้งนี้ สหรัฐ ยืนยันว่าจะต่อต้านการคุกคามเยาวชนโดยไม่ชอบธรรมทุกรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศและกติกาประชาธิปไตยของโลกใบนี้ . สอดคล้องกับคำพูดของ ทูตนอกแถว "รัศม์ ชาลีจันทร์" ระบุว่าไม่มีประเทศไหนต้อนรับประยุทธ์เท่าเคยต้อนรับยิ่งลักษณ์ ส่วนใหญ่ให้ไปแค่ประชุมตามกำหนดการ ไม่มีกองเกียรติยศต่างชาติต้อนรับ ทำเกียรติประเทศตกต่ำ ด้านข้าราชการกระทรวงต่างประเทศรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่โอเคกับเผด็จการ . [[[ โจ ไบเดน ไม่เอาสลิ่ม ]]] . โจ ไบเดน ประธาณาธิบดีป้ายแดงของสหรัฐ มีแนวคิดส่งเสริมประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดอนุรักษ์นิยม รวมถึงรัฐบาลเผด็จการที่ใช้อำนาจรักษาผลประโยชน์ศักดินา โดยเฉพาะรัฐบาลที่เลือกข้างจีนและใส่ร้ายสหรัฐ โจ ไบเดน มีความมุ่งมั่นที่จะรวบรวมพันธมิตในเอเชียเพื่อต่อต้านอำนาจจีน เขามีแผนใช้มาตรการกดดันการเมืองในประเทศต่างๆมากขึ้นในเอเชีย จากเดิมที่โอบาม่าเคยเน้นไปที่ตะวันออกกลาง และต่างจากทรัมป์ที่ไม่เคยกดดันชาติใดๆให้ต่อต้านจีน . มาตรการภาคีทางการค้าเพื่อต่อต้านจีนจะถูกนำกลับมาใช้ทั้ง GSP, FTA, IMF และ GSP เพื่อให้ชาคิในเอเชียเลือกว่าจะเข้าร่วมเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ยอมอยู่กับจีนแล้วโดนคว่ำบาตรทางการค้า ในวันที่ไทยมีตัวเลขเศรษฐกิจติดลบมากสุดในประวัติศาสตร์ . ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เป็นรัฐบาลทหารที่เลือกข้างจีนมาตลอด มีการทำซูเปอร์ดีลทางการค้า ตั้งแต่ รถถังยันรถไฟความเร็วสูง และผลงานล่าสุดของคนรักสถาบันที่กล่าวโจมตีใส่ร้ายว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังม็อบไทย-ฮ่องกง แน่นอนว่าคล้ายกับรัฐบาลไทยประกาศสงครามกับสหรัฐ โดยมีจีนเป็นที่ปรึกษา จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุให้โดนตัดสิทธิ์ GSP ครั้งล่าสุด เพราะฝรั่งเขารู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังม็อบคนรักสถาบันและระบอบประยุทธ์ . ‘โจ ไบเดน’ มีแนวคิดฝ่ายประชาธิปไตย เขาพร้อมสนับสนุนองค์กรขับเคลื่อนประชาธิปไตยทั่วเอเชีย เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มพลังม็อบนักศึกษาที่ลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจเผด็จการ เช่น ไทย เมียนมา สปป.ลาว และอินเดีย เป็นต้น ประธานาธิบดีคนใหม่จะมีมาตรการตอบโต้รัฐบาลเผด็จการที่กดขี่ประชาธิปไตยแน่นอน . ดังนั้นไทยต้องเดินเกมการทูตอย่างประนีประนอม เพราะเสี่ยงโดนกดดันทางการค้าหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ ประยุทธ์ ที่ถูกประณามไปทั่วโลก เช่น การสลายม็อบ และ คนรักสถาบันทำร้ายนักศึกษาทั่วประเทศ เช่นเดียวกับสถานทูตสหรัฐที่ลงข่าวประจานคนรักสถาบันที่ใส่ร้ายอเมริกาหลายครั้งเรื่องม็อบ . เอกสารต้นฉบับ วุฒิสภา สหรัฐฯ https://www.foreign.senate.gov/imo/media/doc/DAV20G50%20-%20Thailan.pdf?fbclid=IwAR0IegRDe3m7BF73IjLPrzEEZGP6ZTsq-mTfqwAR5oeqYSbyHKYymio91lo
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    ของจริง....มาแล้วนะครับ โควิด - 19 สายพันธุ์อังกฤษ British variant ( B.1.1.7 ) ที่ตอนนี้กำลังระบาดหนักไปทั้งโลกนะครับ ไม่ใช่แค่ที่ไทย ประเทศไทยน่ะหรือ ... ยังแค่เริ่มต้น แค่เริ่มต้นจริงๆนะ ที่อังกฤษ ต้นทางของเจ้าสายพันธุ์ดุนี้ มีคนเสียชีวิตกับไวรัสตัวนี้ไปแล้วประมาณ "หนึ่งแสนสองหมื่นคน" ช่วงที่พีคมากๆ มีคนตาย"ต่อวัน" คือ พันกว่าคน (ตายวันละพันกว่านะครับ พันหก เกือบๆพันเจ็ด เห็นตัวเลขแล้ว ขนลุกเลย) ช่วงผ่อนปรนล็อคดาวน์ที่อังกฤษตอนคริสมาสต์ มีการติดเชื้อแบบที่ติดกันทั้งครอบครัว เข้าโรงพยาบาลกันทั้งครอบครัว และ ตายกันทั้งครอบครัวเกิดขึ้นแล้วที่นั่น ช่วงที่เชื้อนี้กระจายกันแบบพีคๆ มีรายงานว่า ติดกันที่ตัวเลขต่อวันคือ หกหมื่นกว่าราย ย้ำ... วันละ หกหมื่นราย มีหลักฐานสนับสนุนทางการแพทย์ชัดเจน ว่าสายพันธุ๋นี้ติดง่ายกว่าสายพันธุ์อู่ฮั่น และ สายพันธุ์อินเดีย ที่เราเจอมาก่อนหน้านี้ และถ้าเราคิดว่า ที่ผ่านมา เรายังรอด ตอนนี้ก็สบายๆเหมือนเดิมก็ได้ ก็น่าจะประเมินเชื้อนี้ต่ำไปแล้ว... และถ้ายังเชื่อว่า สายพันธุ์นี้ อาการไม่รุนแรง ก็คิดใหม่นะครับ มีรายงานในประเทศไทยของเราพบว่า พบอาการรุนแรงในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาการเจ็บคอมาก เหมือนมีดบาด เสมหะมีเลือด หายใจได้ไม่ปกติ จนกระทั่งพัฒนาไปสู่อาการปอดบวม ( pneumonia ) เกิดขึ้นได้เยอะมากนะครับ ลงปอดกันเป็นว่าเล่นเลย ซึ่ง ณ จุดนั้น ต้องรักษาแบบซีเรียสแล้วนะครับ โอกาสไปถึงโคม่า นอนไอซียู ใกล้เข้ามาแล้ว และแพทย์หลายๆท่านให้ความเห็นว่า การจัดการตอนอยู่ในไอซียูของโรคนี้ มีความซับซ้อนมาก ถ้าได้หมอเก่งๆระดับเทพ ว่าไปอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆ บ้านเราไม่ได้มีหมอในระดับนั้น มากอย่างที่เราคิด คนสูงวัย น้ำหนักตัวเยอะ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ คนที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน หัวใจ หอบหืด ไม่จำกัดวัย ถ้าเราเข้าข่าย ก็ระวังให้มากกว่าคนอื่นๆเถอะครับ โอกาสรุนแรงไปถึงปอด สูงมากกก และที่เรายังไม่ได้ยินข่าวคนเสียชีวิตในครั้งนี้ จนทำให้หลายๆคนคิดแค่ว่า เป็นแค่หวัดกระจอกๆธรรมดาๆนั้น เพราะมันยังเป็นแค่การเริ่มต้น สงสัยว่าติด ไปตรวจ เข้าโรงพยาบาลได้เลย มีที่นอน มีหมอดูแล โคม่าขึ้นมา ยังมีหมอดูแล มีเครื่องช่วยหายใจอยู่ในตอนนี้ ก็เลยพอจะช่วยเหลือกันทัน แต่ว่า... ดูสถิติของวันนี้ 15 เมษายน ตามรูปสิครับ ไม่ต้องดูที่จำนวนคนติดเชื้อ 1,543 นะ ... มองผ่านไปได้เลย พันห้า บางคนจะคิดในใจว่า แล้วไง ไปดูที่จำนวนคนที่กำลังรักษาตัว นอนโรงพยาบาลอยู่ตอนนี้สิครับ ช่องสีเขียวๆน่ะ " 8,973 ราย " นี่คือคนที่กำลังนอนโรงพยาบาลตอนนี้อยู่ ซึ่งจะถึงหมื่นเตียง ในอีกวันสองวันนี้แน่นอน และคนพวกนี้จะยังต้องนอนยึดเตียงไปอีกเรื่อยๆ ไม่ต่ำกว่า 10 วัน นั่นหมายความว่า ถ้าเราเกิดติดโควิดขึ้นมา ในวันถัดๆไปหลังจากนี้ จะเหลือเตียงให้เรานอนรักษา .... น้อยลงไปทุกที และเตียงจะเริ่มทยอยกันเต็มไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหมือนต่างประเทศ คือ ไม่มีเตียงให้ใครอีก คราวนี้ ต่อให้มีเงิน ก็หาเตียงนอนไม่ได้หรอกครับ จะโทรร้องเรียนที่เบอร์ไหน ใครก็คงช่วยไม่ได้ มีประกันกี่ฉบับ ก็ไม่มีผล ไม่ต้องพูดถึงโรงพยาบาลเอกชนหรอกนะครับ โรงพยาบาลสนาม .... ก็จะเต็มไปด้วย แย่ไปกว่านั้นก็คือ ... เรามีเครื่องช่วยหายใจไม่มากพอ เราหาซื้อตอนนี้ ไม่ทันหรอกนะครับ ทั้งโลก ใครก็อยากได้ แล้วในวันที่เกิดซวย ปอดบวม อาการโคม่า เราต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อยื้อชีวิตนะครับ ถ้าในเวลานั้น ไม่มีเครื่องช่วยหายใจเหลือเลย เพราะคนก่อนหน้านี้ก็เอาไปใส่กันหมดแล้ว มันก็จะเหมือนกับที่ต่างประเทศ คือ เครื่องช่วยหายใจที่เหลืออยู่ 1 เครื่อง จะเลือกใส่ให้ใคร และที่เหลือ ก็ต้องปล่อยให้ตาย.... วันนั้นแหละ เราจะเข้าใจความหมายว่า ทำไม เราจึงควรช่วยกัน ในวันที่ยังทำได้ในวันนี้... ........................................ ....................................... พรุ่งนี้ จะมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ ทุกคนดูชินชากับโควิด รอดมาแล้วหลายครั้ง ยังไม่เห็นมีอะไร เดี๋ยวก็ลดลงไปเอง ตั้งแต่ระดับผู้นำ จนถึงคนธรรมดาๆข้างถนน ที่ผมยังเห็นนั่งดื่มกันสนุกสนานกันอยู่เลย ประเทศไทยเราโชคร้าย ตรงที่ได้เจอกับสายพันธุ์ที่ติดง่ายที่สุด ในวันที่เราประมาทที่สุด เพราะถ้ามาตั้งแต่รอบแรก ที่เรายังตื่นตัวกันอยู่ ก็คงไม่น่ากลัวอะไรมากนัก อ่านจบแล้ว ไม่ต้องประสาทกินหรอกนะครับ แต่ต้องกลับมายอมรับ และตระหนักจริงๆจังๆได้แล้ว ว่าเรากำลังเจอกับอะไรที่หนักหนาและรุนแรงกว่าเดิม ออกบ้านเท่าที่จำเป็นเถอะครับ หลีกเลี่ยงการไปในที่ซึ่งคนเยอะๆ งดไปเลย อย่าใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง แบบที่ทำไปอย่างงั้นๆเอง แต่จงทำมัน เหมือนเป็นสิ่งเดียวที่กำลังรักษาชีวิตเราไว้ เพราะมันช่วยได้จริงๆ... อย่าเบื่อการอยู่บ้าน เพราะเชื่อเถอะว่า สบายกว่าโรงพยาบาลสนาม สบายกว่าแอร์ในห้องไอซียู และไม่ต้องต่อคิวเครื่องช่วยหายใจจากใครนะครับ แล้วมันก็จะผ่านไป ไม่มีอะไรอยู่กับเราไปได้ตลอดหรอก แต่ต้องช่วยกัน และให้มันผ่านไปให้เร็วที่สุด อย่าให้มีสถิติการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ แล้วค่อยมาเสียใจ ไม่ต้องไปหวังพึ่งวัคซีนตอนนี้ ยี่ห้อแอสตร้า ---> เดนมาร์คสั่งหยุดใช้ถาวรแล้ว ส่วนยี่ห้อจอห์นสัน ---> อเมริกา สั่งหยุดใช้ไปแล้ว ซินโนแวคของจีน ประสิทธิภาพต่ำ แถมไม่ยอมเปิดเผยผลการทดลองเฟส 3 และตอนนี้จีนยังเร่งศึกษาทำวัคซีนตัวใหม่ แสดงว่า อีที่ออกมาขายนี้ ไม่ดีอย่างที่คิด ดีจริง จะปิดไว้ทำไม แล้วจะไปทำอันใหม่ทำไมอีก... คิดง่ายๆแค่นี้พอ ที่สำคัญ ประเทศไทย ยังฉีดได้ไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งประเทศ ฉีดไป ก็เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งถ้ามันไปตันในที่สำคัญๆ คือ ตายได้เลยนะครับ พึ่งตัวเอง ดูแลตัวเอง คือทางออกที่ดีที่สุด ที่ต้องทำในตอนนี้แล้ว... ช่วงนี้ครูโยคะทั้งหลาย งานอาจจะน้อยลงหน่อย ลำบากหน่อย แต่ยังหายใจได้ ยังแข็งแรง คือดีที่สุดแล้ว... งาน กับ เงิน ไม่ได้หายไปไหน มันแค่เลื่อนออกไปรอเราข้างหน้า คำว่า "เงินทอง ถ้าไม่ตาย หาใหม่ได้" น่าจะประโลมใจได้ดีที่สุดจริงๆในตอนนี้ ถ้าเราบอกว่า โควิดไม่กลัว กลัวอดตาย มากกว่า ..ก็ไม่ผิดหรอกครับ คนเรามีชีวิตที่ต่างกัน เพียงแต่เรากลัวอดตายได้ และก็กลัวโควิดไปด้วยพร้อมๆกันได้ โดยใช้สติคอยกำกับ ออกไปทำงาน ออกไปหาเงิน ถ้ามันจำเป็น แต่ก็ไปด้วยสติ ไปด้วยความระวังตัวที่สุด ไม่ได้เขียนเพื่อให้กลัวและอดตายอยู่ที่บ้านครับ แต่เขียนเพื่อให้ ออกไปทำงาน ด้วยความไม่ประมาท และระวังตัวให้มากที่สุด เท่านั้นเอง สำหรับใครที่พอจะเลือกได้... ก็ถึงเวลาที่เราจะได้เห็นตัวตนของเราจริงๆแล้วนะครับว่า "สุขภาพ กับ เงิน" เราเป็นคนที่จะเลือกอะไร...
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เรียนทุกท่าน ข่าวช่องสาม ประเทศอินเดีย ฟ้าผ่า ทันที ตาย 24 คน ๆ หนึ่งในกระเป๋าเสื้อ มีโทรศัพท์มือถือ เป็นสายล่อฟ้า แบบเดียวกับสุพรรณบุรี นั่งคุยโทรศัพท์มือถือ ฟ้าผ่า ลงทันที เรียบร้อย ดังนั้น ใครใช้มือถือ ถ้ามีฟ้าคะนอง สั่งตนเองปิดมือถือก่อนทำอย่างอื่น มันคือสายล่อฟ้า
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ในประเทศจีน Coca-Cola จะถูกขายเป็นเครื่องกำจัดสิ่งปฏิกูล และเครื่องดื่ม Coca-Cola ที่ผลิตโดย American Coca-Cola Company จะถูกโอนตามการตัดสินใจของคณะกรรมการกลางเพื่อคุณภาพอาหารของจีน ให้เป็นประเภทของเหลวสุขาภิบาล แนะนำการล้างท่อ... เหตุผลของการตัดสินใจที่เข้มงวดนี้คือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเนื้อหาของเครื่องดื่มและผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ นักโทษมากกว่า 500 คนได้รับเลือกในเรือนจำของจีนเพื่อทำการทดลองและการวิจัย พวกเขาดื่มโคคา-โคลาสามครั้งต่อวันเป็นเวลาหกเดือน การทดลองสิ้นสุดลงโดยมีผู้เสียชีวิต 75 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 150 ราย คนอื่นๆ พิการ และส่วนที่เหลือพบว่ามีอาการกำเริบของโรคเรื้อรัง และได้รับความเสียหายต่อสุขภาพในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน... จากข้อมูลเหล่านี้ ทางการได้ข้อสรุปเกี่ยวกับอันตรายของน้ำอัดลมที่มีต่อสุขภาพและชีวิตของมนุษย์ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจถอน Coca-Cola ออกจากร้านขายของชำทุกแห่งในจีน Fanta... ในเวลาเดียวกันจะมีการบันทึกคุณสมบัติเชิงบวกของของเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบประปาในฐานะน้ำยาทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพสำหรับท่อระบายน้ำทิ้งและห้องส้วมในห้องน้ำ ห้องครัว... ในตุรกี และเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการทดลองกับบริษัท Coca-Cola ในอเมริกา เนื่องจากมีส่วนประกอบของเครื่องดื่มซึ่งอาจทำให้ปอด ตับ ต่อมไทรอยด์ และมะเร็งเม็ดเลือดขาว... ในอินเดีย ศาลฎีกาสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ... ลัตเวียสั่งห้ามจำหน่ายโคคา-โคลาและเป๊ปซี่ในโรงเรียนประถมศึกษา และในอังกฤษและยูเครน มีการห้ามการบริโภคโคคา-โคล่าและเป๊ปซี่ในโรงเรียน... ❌ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโคคา-โคลา: กำจัดสนิมหรือที่เรียกว่าตะกรันออกจากกาต้มน้ำและคราบจุลินทรีย์ในห้องน้ำได้ดี เนื่องจากมีกรดออร์โธฟอสฟอริกอยู่ในนั้น... ในบางประเทศในเอเชีย เกษตรกรใช้โคคา-โคลาเพื่อฆ่าแมลงศัตรูพืชและอื่นๆ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าสารเคมี และให้ผลเช่นเดียวกัน... ★ ทุก ๆ วินาที มีการบริโภคเครื่องดื่ม Coca-Cola กว่า 8,000,000 แก้วทั่วโลก... ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่เพียงแต่ใช้กับ Coca-Cola เท่านั้น แต่น้ำอัดลมอื่นๆ ทั้งหมดล้วนเป็นอันตราย เช่น เป๊ปซี่ และเครื่องดื่มอื่นๆ ทุกชนิด... เราต้องจำไว้ว่าบริษัทผู้ผลิตให้ความสำคัญกับผลกำไรเท่านั้น และไม่ได้ใส่ใจสุขภาพของมนุษย์เพียงเพื่อจุดประสงค์ทางการค้าเท่านั้น ส่วนการดูแลสุขภาพนั้นก็อยู่ในมือคุณเท่านั้นจึงต้องงดดื่มและแนะนำคนรอบข้างว่าอย่าดื่มเลย...ดื่มแล้วอร่อยจริง ๆ เพราะมีกรด น้ำตาล และสารเคมี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอันตรายถึงชีวิตและนำมาซึ่งโรคมะเร็ง โรคกระดูกพรุน และความจำเสื่อมในระยะเริ่มต้น....
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จริงหรือ จ.ตากสั่งล็อกดาวน์ศูนย์พักพิงเพราะเจอคนพม่าติดเชื้อโควิด
    ตากสั่งล็อกดาวน์ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยม ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ หลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 1 ราย เป็นผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา อายุ 48 ปี ส่งรักษาที่โรงพยาบาลพบพระแล้ว เบื้องต้นพบผู้สัมผัสใกล้ชิด 10 ราย เร่งติดตามเข้ากระบวนการคัดกรองและสืบสวนโรคต่อไป
    naydoitall
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    บิ๊กตู่ สั่งเตรียมการ ถกยกระดับคุมโควิด เล็งล็อกดาวน์ กทม.-เชียงใหม่-ประจวบฯ-ชลฯ | Khaosod | LINE TODAY https://liff.line.me/1454988218-NjbXbq18/v2/article/gwqJlp?utm_source=lineshare
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จริงหรือ รัฐบาลสั่งคลายล็อคดาวน์ใช้บัตรทองที่โรงพยาบาลไหนก็ได้
    เห็นข่าวพาดหัว นายกรัฐมนตรี สั่งคลายล็อกบัตรทอง รักษาได้ทุกที่ ไม่ต้องมีใบส่งตัว เป็นไปได้หรือ
    naydoitall
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false