ตรวจสอบข่าว

รายการความเห็น


13334 ความเห็น

❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากกระแสในโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อมูลว่า... การโอนเงินไปมาระหว่างบัญชีของตนเอง เสี่ยงถูกตรวจสอบและอายัดบัญชี นั้น ซึ่ง ตรวจสอบจากแหล่งข่าวข้อมูลแล้ว พบว่า ไม่เป็นความจริง เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ!!
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบข้อมูลครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากกองกำลังนอกประเทศในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติที่อพยพออกจากภูมิลำเนา มากกว่า 8 วัน ได้รับสิทธิการเยียวยา 5,000 บาท/ครัวเรือน โดยต้องแจ้งความประสงค์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผ่านการรับรองโดยเวทีประชาคมรับรองให้ความเห็นชอบ
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานคลังจังหวัด เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่า ไม่มีแนวทางการติดต่อโดยโทรศัพท์ไปหาข้าราชการบำนาญ การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจะติดต่อโดยหนังสือราชการเป็นสำคัญ โปรดระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง!
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบ พบว่า กรมบัญชีกลาง ออกหนังสือ ที่ กค 0416.2/ว 537 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2568 กำหนดอัตราเบิกจ่ายยารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคมะเร็งและโลหิตวิทยา กลุ่มโรครูมาติก โรคผิวหนังเรื้อรัง จำนวน 31 รายการ มีผล 1 พฤศจิกายน 2568
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 จากเว็บไซต์ของกองทัพภาคที่ 2 พบว่าเหตุการณ์ชายแดนยังเป็นปกติดี ไม่มีปัญหาการปะทะของทหารทั้ง 2 ฝ่าย
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
วันนี้ (21 ม.ค.2569) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง พบจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่ โดยหลายจังหวัดได้ออกประกาศเรื่องมาตรการทางกฎหมาย ในการควบคุมการเผาในที่โล่งและเขตควบคุมการเผาของจังหวัด และสั่งการไปยังท้องถิ่นเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น สำหรับการเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและที่โล่ง มีโทษทั้งปรับและจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีโทษและกฎหมายดังนี้ - การเผาในพื้นที่ตนเองหรือในพื้นที่สาธารณะทั่วไปจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น การเผาขยะมูลฝอย เผาสิ่งต่างๆ กลางแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับเหตุรำคาญดังกล่าว หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ภายในระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท - การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว หรือเผาในที่โล่ง จนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและทรัพย์ของผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - การเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้ง 20,000 - 200,000 บาท ในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 2,000,000 บาท อธิบดี คพ. กล่าวอีกว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่กระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายระบบ จึงขอความร่วมมือประชาชน "งดเผาทุกชนิด" โดยเฉพาะช่วงที่มีประกาศห้ามเผา
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ตรวจสอบข้อมูลกับด่านศุลกากรช่องสะงำ พบว่า ด่านช่องสะงำเปิดให้บริการประชาชนทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 22.00 น. แต่ด่านชายแดนฝ่ายราชอาณาจักรกัมพูชา ยังไม่เปิดด่าน มีเพียงการเปิดด่านเพื่อมนุษยชน โดยเปิดให้นักเรียนข้ามมาเรียนที่ประเทศไทยเท่านั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ตรวจสอบข้อมูลจากเพจกองทัพภาคที่ 2 ยังไม่ปรากฏข่าวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขอพี่น้องประชาชนอย่าแตกตื่นและติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ปัจจุบันยังไม่มีการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และมีอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ - 60-69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน - อายุ 70-79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน - อายุ 80-89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยถึงผลการดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ นายเวทางค์ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 มกราคม 2569 กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายแล้วจำนวน 220,486 รายการ เฉพาะเดือนธันวาคม 2568 เดือนเดียว สามารถปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายได้มากถึง 116,397 รายการ สำหรับประเภทของการปิดกั้นในระยะเวลากว่า 3 เดือน (ปีงบประมาณ 2569) พบว่า URLs ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ มีการปิดกั้นมากที่สุดเป็นจำนวน 183,977 รายการ รองลงมาคือ URLs ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 14,618 รายการ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 10,139 รายการ ซื้อ-ขายกัญชา จำนวน 2,943 รายการ ค้าประเวณี จำนวน 2,040 รายการ อาวุธปืน จำนวน 1,990 รายการ และอื่นๆ (บิดเบือน หลอกลวง หมิ่นสถาบัน hate speech อนาจาร ) จำนวน 4,779 รายการ “กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยจากการใช้แพลตฟอร์ม “WebD” เข้ามาช่วยเร่งรัดกระบวนการระงับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย โดยใช้เทคโนโลยี AI และ RPA ในการค้นหา เก็บหลักฐาน สร้างคำร้องต่อศาลแบบ Paperless และส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) โดยอัตโนมัติ พร้อมระบบ “URLs Checker” ตรวจสอบการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สามารถดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ เว็บไซต์ และ URLs ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พนันออนไลน์ได้กว่า 183,000 รายการ” นายเวทางค์ กล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ที่ผ่านมากรมทางหลวงได้เปิดให้ประชาชนได้มีการทดลองใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ตลอดสายระยะทาง 96 กม. ครบทั้ง 8 ด่าน ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้งานติดตั้ง และทดสอบระบบต่าง ๆ เช่น ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ระบบบริหารและควบคุมการจราจรอัจฉริยะ (ITS) บนสายทาง พร้อมศูนย์ควบคุมและสั่งการ ระบบควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ ระบบโครงข่ายสื่อสารข้อมูล ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ทั้งนี้ กรมทางหลวงจึงได้กำหนดเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางสำหรับมอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป โดยใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกินอัตราที่กำหนด ดังนี้ - รถยนต์ 4 ล้อ ไม่เกิน 120 กม./ชม. - รถโดยสาร/รถบรรทุก ไม่เกิน 100 กม./ชม. - รถบรรทุกหนัก/รถลากจูง (มากกว่า 6 ล้อ) ไม่เกิน 80 กม./ชม. รถยนต์ 4 ล้อ กรณีเดินทางจากบางใหญ่ไปยังนครชัยศรี จะต้องชำระค่าผ่านทาง 45 บาท แต่หากวิ่งตลอดเส้นทางจากบางใหญ่ไปถึงกาญจนบุรี จะคิดค่าผ่านทางในอัตราสูงสุดที่ 150 บาท ขณะที่รถยนต์ 6 ล้อ สูงสุด 240 บาท และมากกว่า 6 ล้อสูงสุด 350 บาท รองรับทั้งระบบเงินสด ระบบอัตโนมัติ (M-Pass/Easy Pass) และแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-lane Free Flow) หรือระบบ M-Flow
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เป็นกลโกงของมิจฉาชีพ 100% โดยทาง สภ.ห้วยใหญ่ ได้แชร์คลิปของ พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รองผกก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ และแอดมินช่อง TikTok wasuthep191 ซึ่งระบุว่า มิจฉาชีพมักแฝงมาในรูปแบบของแอปพลิเคชันดูซีรีส์แนวตั้ง เพื่อหลอกล่อให้ประชาชนเข้าไปดาวน์โหลด และรับชม, สิ่งที่แฝงอยู่คือการแสดง โฆษณาเว็บพนันออนไลน์ หรือ การเสี่ยงโชค ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอบ่อยครั้ง เพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่ออยากลองเล่นจนสูญเสียเงินในที่สุด นอกจากนี้ ผู้ที่หลงเชื่ออาจ สูญเสียข้อมูลส่วนตัว และเงินที่ได้รับมาในช่วงแรกอาจเป็นเงินที่มิจฉาชีพหลอกโอนมาจากผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลให้บัญชีธนาคารของเหยื่อถูกอายัดไปด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อว่าการดูหนังแล้วได้เงินมีอยู่จริง หากพบเห็นโฆษณาในลักษณะนี้ หรือ ถูกข่มขู่ให้ดำเนินการต่อ ควรบล็อกช่องทางการติดต่อนั้นทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ และช่วยลดการแพร่กระจายของข้อมูลที่บิดเบือนบนโลกโซเชียล
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อมูลชี้แจงว่า แม้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้สภาพอากาศมีความแปรปรวน และ ปัญหาด้านน้ำมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลคาดการณ์ใด ๆ จากหน่วยงานภาครัฐที่แจ้งเตือนตามข้อมูลในโพสต์ดังกล่าวระบุไว้ องค์กรที่เกี่ยวข้องได้ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และยืนยันว่ายังไม่มีการคาดการณ์จากหน่วยงานรัฐที่ระบุถึงเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงและจมน้ำถาวรในปี 2027 ตามที่กล่าวอ้าง. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการติดตาม วิเคราะห์ ประเมินข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ รวมถึงบูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งแม้ว่าจะมีรายงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ระบุว่าใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่ายาเคมีบำบัดนั้น แต่ข้อมูลนี้เป็นเพียงงานวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งใบทุเรียนเทศมีสารบางชนิดที่มีฤทธิ์เป็นยาระงับปวด สามารถต้านการอักเสบ และต้านการเกิดเนื้องอก ทั้งนี้การศึกษาวิจัยในคนมีความสำคัญและจำเป็นต้องศึกษาหลายด้าน เช่น กลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารที่ออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การทดสอบด้านพิษวิทยาและความปลอดภัย ตลอดจนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากใบทุเรียนเทศวางจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปแปบ แคปซูลหรือชาชง ผู้บริโภคควรศึกษาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และหากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ด้านการผลิต ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตข้าวนาปี ปี 2568/69 ให้เงินสนับสนุนไร่ละ 1,200 บาท ครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่ สูงสุด 12,000 บาท
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมาย และระเบียบจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าว มีความคลาดเคลื่อนในส่วนของสถานะทางกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง คือ การเคลือบเอกสารสูติบัตรนั้น ไม่เป็นโมฆะ โดย กรมการปกครองยืนยันว่า การเคลือบพลาสติก “ไม่ใช่เหตุที่ทำให้เอกสารสูติบัตรเป็นโมฆะ” หากสูติบัตรนั้นออกโดยชอบตามกฎหมาย ก็ยังคงสถานะเป็นเอกสารทางราชการที่ใช้ยืนยันตัวตนในการทำนิติกรรม ธุรกรรม หรือขอรับสวัสดิการจากภาครัฐได้ตามปกติ ประสิทธิภาพทางกฎหมายของเอกสารยังคงเดิมทุกประการ ไม่ได้สิ้นผลบังคับใช้เพียงเพราะการเคลือบพลาสติก ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขรายการในสูติบัตรที่เคลือบไปแล้ว นายทะเบียนมีวิธีปฏิบัติรองรับ คือการใช้ปากกาเคมีชนิดลบไม่ได้เขียนแก้ไขบนพลาสติก หรือนายทะเบียนจะคัดและรับรองสำเนาคำร้อง (ท.ร. 31) เพื่อใช้ควบคู่กับสูติบัตรฉบับที่เคลือบพลาสติกนั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
คำกล่าวข้างต้น มีพื้นฐานมาจากงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่พบว่า โบรมีเลน (bromelain) ในสับปะรด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่า การดื่มน้ำสับปะรด มีผลต่อการรักษาหรือป้องกันมะเร็งได้จริง ดังนั้นการระบุว่า “น้ำสับปะรดเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับมะเร็ง” จึงอาจเป็นการสรุปที่เกินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โบรมีเลน (bromelain) เป็นเอนไซม์โปรตีเอสซึ่งพบในสับปะรด มีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนบางชนิด จากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและการศึกษาในสัตว์ทดลองบางรายงาน พบว่า โบรมีเลนอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เต้านม และปอด ผ่านกลไกการกระตุ้นการตายของเซลล์ (apoptosis) ลดกระบวนการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ปริมาณโบรมีเลนที่ใช้ในการทดลองเหล่านี้มักสูงกว่าปริมาณที่ได้รับจากการบริโภคสับปะรดตามปกติอย่างมาก ขณะที่การดื่มน้ำสับปะรดยังต้องผ่านกระบวนการย่อยและการดูดซึม ซึ่งอาจทำให้ปริมาณสารออกฤทธิ์ลดลง จึงไม่อาจสรุปได้ว่า การบริโภคในชีวิตจริงจะให้ผลเช่นเดียวกับที่พบในการทดลอง อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุขนาดหรือปริมาณการบริโภคน้ำสับปะรดที่เหมาะสมในการออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งในมนุษย์อย่างชัดเจน ดังนั้น ผลการศึกษาที่ได้จากสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุม เช่น หลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง ควรถูกตีความอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่สามารถสะท้อนสภาวะที่ซับซ้อนในร่างกายมนุษย์ได้โดยตรง และที่สำคัญยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่า โบรมีเลนจากน้ำสับปะรดมีผลต่อการยับยั้งมะเร็งในร่างกายมนุษย์ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่า น้ำสับปะรดเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็งในมนุษย์ ในเชิงโภชนาการสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ได้มีหลักฐานว่า การบริโภคสับปะรดสามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้โดยตรง ดังนั้นน้ำสับปะรดควรถูกมองว่า เป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่งมากกว่าจะเป็นวิธีการรักษาหรือแนวทางหลักในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง อย่าหลงเชื่อข้อมูลสุขภาพผิด ๆ
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
“ปี๊บสังกะสี” มักจะหมายถึงภาชนะที่ทำจากโลหะที่เรียกว่า “เหล็กชุบสังกะสี” (Galvanized Steel หรือ Galvanized Iron) หรือในบางกรณีอาจหมายถึง “เหล็กเคลือบดีบุก” (Tinplate) ซึ่งใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารหรือสารเคมี สารเคลือบสังกะสีนี้จะถูกกัดกร่อนและละลาย (Leach) ออกมาปนเปื้อนในอาหารได้ง่ายขึ้น เมื่อภาชนะสัมผัสกับอาหารที่เป็นกรดสูง เช่น ส้มตำ, น้ำส้มสายชู, น้ำมะนาว, แกงส้ม, หรือเครื่องดื่มที่เป็นกรด และการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูง (โดยเฉพาะถ้าเกิน 200 องศาเซลเซียส) อาจทำให้เกิดการปล่อยไอระเหยของสังกะสีออกไซด์ได้ การรับประทานอาหารปนเปื้อนสังกะสีออกไซด์ (ZnO) จะเปลี่ยนไอออนของสังกะสี เมื่อละลายกับกรดของกระเพาะอาหาร และหากร่างกายได้รับสังกะสีในปริมาณที่สูงเกินไปในระยะเวลาอันสั้น จะเกิดภาวะสังกะสีเป็นพิษเฉียบพลัน ถ้าได้รับปริมาณมากกว่า 200 มิลลิกรัม อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน และยังพบรายงานอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารเมื่อได้รับเพียง 50 มิลลิกรัม ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง และปวดศีรษะ หากรับประทานอาหารที่มีสังกะสีปริมาณสูงมากเป็นเวลานาน อาจทำให้ลดการดูดซึมทองแดง เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง รบกวนการทำงานของเอนไซม์บางชนิด โดยปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน (RDA) ของธาตุสังกะสีในผู้ใหญ่ประมาณ 10-11 มิลลิกรัมต่อวัน และปริมาณสูงสุด (UL) ไม่เกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โพสต์ข้อความโดยระบุว่า "ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วม หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ในยามที่พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนจากอุทกภัย กลับมีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมความทุกข์ ใช้ความเดือดร้อนเป็นเครื่องมือหากิน รู้ทันกลโกง SMS เยียวยาทิพย์ 1. ส่งข้อความล่อใจ : มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งว่า 'ท่านได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาน้ำท่วม' พร้อมแนบลิงก์ปลอม 2. หลอกให้กรอกข้อมูล : เมื่อกดลิงก์ จะเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่ทำเลียนแบบหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือรหัสผ่าน 3. ดูดเงินเกลี้ยง : เมื่อได้ข้อมูลไป คนร้ายจะรีบโอนเงินออกจากบัญชีจนหมดตัวทันที แนวทางป้องกัน ไม่กดลิงก์ที่แนบมากับ SMS โดยเด็ดขาด ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือรหัสผ่านในเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ จำให้ขึ้นใจ หน่วยงานราชการ ไม่มีนโยบาย ส่งลิงก์ผ่าน SMS เพื่อให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับเงิน ข้อแนะนำ หากต้องการตรวจสอบสิทธิ์ หรือติดตามข่าวสารการเยียวยา ให้ติดตามข้อมูลจาก เว็บไซต์หรือเพจทางการของหน่วยงานราชการ เท่านั้น หรือสอบถามสายด่วนของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามการยืนยันของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แม้ว่าชื่อย่อของโรคที่ปรากฏในข่าวลือจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือ : - ชื่อโรคที่ถูกต้องคือ SFTS : ชื่อโรคคือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) ไม่ใช่ SFTVS - สถานการณ์ในไทย (ปี 2568) : กรมควบคุมโรคได้ออกมายืนยันว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรค SFTS จำนวน 3 ราย และผู้ป่วยทั้ง 3 รายเสียชีวิตทั้งหมด โดยผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสเห็บจากสุนัขที่เลี้ยงไว้ - พาหะ และการแพร่เชื้อ : โรคนี้เกิดจากไวรัส (SFTSV) ที่มี เห็บ เป็นพาหะ การติดเชื้อหลักเกิดจากการถูกเห็บกัด เหตุผลที่ "ห้ามบี้เห็บ" เป็นคำแนะนำที่ถูกต้อง การบี้เห็บด้วยมือเปล่าทำให้เลือด หรือสารคัดหลั่งของเห็บที่อาจมีเชื้อไวรัสอยู่ สัมผัสกับผิวหนัง หรือบาดแผล ของมนุษย์โดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย การกำจัดเห็บที่ถูกต้อง คือ ควรใช้แหนบคีบดึงออก หรือใช้ยาฆ่าเห็บ การเผยแพร่โพสต์ดังกล่าวมีรายละเอียดของโรค และตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และคำเตือนอย่างเป็นทางการของกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุขหลักของประเทศ ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการสะกดชื่อย่อของโรค (SFTVS แทน SFTS) แต่เจตนาหลักคือการเตือนภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นจริง จุดสังเกตที่สำคัญ ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่หลังจากที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจริงในประเทศไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงความรุนแรงของโรคที่ อัตราการเสียชีวิตสูง (ประมาณ 20% โดยรวม) และปัจจุบัน ยังไม่มียาจำเพาะหรือวัคซีน ในการรักษา การป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงการถูกเห็บกัดและการไม่สัมผัสเห็บโดยตรงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ข้อแนะนำเพิ่มเติม : หากในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเคยสัมผัสเห็บหรือสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บ และมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือเริ่มมีจุดเลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสเห็บให้แพทย์ทราบ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
มารู้จักโรค SFTS โรคร้ายที่มากับเห็บ !🕷️ โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) เกิดจากเชื้อไวรัส SFTSV ซึ่งมีเห็บเป็นพาหะหลัก สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค ได้แก่ สุนัข แมว แพะ แกะ หมู วัว และสัตว์ป่า และอาจแพร่จากสัตว์สู่คนผ่านการถูกเห็บกัด 🕷️ >> SFTS เป็นหนึ่งในโรคอุบัติใหม่ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในรายชื่อ "กลุ่มโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในอนาคต”<< 🧠 อาการของโรค ผู้ป่วยมักมี ไข้สูง มีจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามตัว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย **ในบางรายที่รุนแรงอาจเกิด ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ (multi-organ dysfunction) เช่น ไตวาย กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือ ภาวะเลือดออกผิดปกติได้ ⚠️ 🚨 หากมีอาการดังกล่าว และเคยถูกเห็บกัด หรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงในช่วง 14 วันก่อนป่วย ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการสัมผัสเห็บหรือสัตว์เลี้ยงให้แพทย์ทราบ 🛡️ คำแนะนำในการป้องกันโรค SFTS ✔️ ห้ามจับและบี้เห็บด้วยมือเปล่า เด็ดขาด! ✔️ รักษาความสะอาดบริเวณบ้าน และที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง ✔️ อาบน้ำสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ และใช้ยากำจัดเห็บตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือ : พายุแม่เหล็กโลกเกิดขึ้นจริง โดยปัจจุบันดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีการปลดปล่อยพลังงานสูงสุดในวัฏจักรสุริยะ ทำให้เกิดการปะทุของพายุสุริยะ (Solar Flare) และการปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) ที่พุ่งเข้าสู่สนามแม่เหล็กโลก ซึ่งนำไปสู่การเกิดพายุแม่เหล็กโลกในระดับความรุนแรงสูง (เช่น ระดับ G4-G5) ความรุนแรงของพายุส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีใน เขตละติจูดสูง (ใกล้ขั้วโลก) ได้แก่ ระบบนำทาง (GPS), ระบบดาวเทียมสื่อสาร, และระบบสายส่งไฟฟ้าในบางพื้นที่ แต่ไม่กระทบต่อมนุษย์ที่อยู่บนพื้นผิวโลกโดยตรง ประเทศไทยตั้งอยู่ใน ละติจูดต่ำ ซึ่งได้รับการปกป้องจากสนามแม่เหล็กโลกและชั้นบรรยากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าหรือสุขภาพของประชาชนโดยตรง ผลกระทบจะมีเพียงเล็กน้อยต่อความแม่นยำของระบบ GPS มนุษย์ที่อยู่บนพื้นผิวโลกในประเทศไทย (ซึ่งตั้งอยู่ในละติจูดต่ำ) ได้รับการปกป้องจากสนามแม่เหล็กโลก และชั้นบรรยากาศอย่างสมบูรณ์ ทำให้รังสี และอนุภาคพลังงานสูงไม่สามารถทะลุทะลวงมาถึงในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ จึงไม่มีกลไกทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ที่ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกจะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมอง อัตราการเต้นของหัวใจ หรือการเกิดไมเกรน ผลกระทบที่แท้จริงจะเกิดกับระบบดาวเทียม ระบบไฟฟ้า และสัญญาณวิทยุในเขตใกล้ขั้วโลกเท่านั้น การเผยแพร่โพสต์ดังกล่าวเป็นการนำเสนอความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งอาจนำไปสู่ ปัญหาที่ ประชาชนเกิดความวิตกกังวลและรู้สึกมีอาการเจ็บป่วยตามที่ถูกเตือน ทั้งที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ จุดสังเกตที่สำคัญ : ข้อมูลนี้มักถูกเผยแพร่โดย ไม่ได้อ้างอิงแหล่งที่มาทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน (เช่น GISTDA, NOAA, หรือ NARIT) แต่ใช้การกล่าวอ้างถึงความรู้สึกทางกายภาพที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สร้างความตื่นตระหนกทางสุขภาพได้ง่าย อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่กล่าวอ้างผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติทางอวกาศกับหน่วยงานที่เป็นทางการ เช่น GISTDA หรือ NARIT โดยตรงเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือวิตกกังวลในสังคม
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวปลอม" และมีเจตนาหลอกลวงหรือชักชวนให้เข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยข้อมูลโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 8 ประเทศตามรายชื่อที่ระบุมา ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือกรมการท่องเที่ยว การชักชวนให้คลิกปุ่มหรือลิงก์แปลก ๆ เพื่อลุ้นรับรางวัลหรือลงทะเบียน เป็นกลวิธีมาตรฐานของมิจฉาชีพเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว (Phishing) หรือนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลลักษณะนี้หลายครั้งว่า เป็นข่าวปลอม ที่แอบอ้างชื่อกรมการท่องเที่ยวเพื่อชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมและกดลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้ง กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism): ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจหรือกิจกรรมดังกล่าว และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือลงทะเบียนใด ๆ กับเพจเฟซบุ๊กที่น่าสงสัย หากได้รับแจ้งการแจกรางวัลหรือการลุ้นโชคในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลโกง ห้ามคลิก ที่ลิงก์ใด ๆ เด็ดขาด หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงินลงในเว็บไซต์ที่มีลักษณะน่าสงสัย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการของรัฐบาลหรือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ให้ตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้น ๆ เท่านั้น เช่น กรมการท่องเที่ยว หรือ ททท.
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เตือนภัย มิจฉาชีพมาแล้ว! โปรดระวัง ธนาคารกรุงไทย ยืนยัน โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์ให้ประชาชนกรอกข้อมูลลงทะเบียนแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ กดลงทะเบียนผ่านลิงก์ดังกล่าว โครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
วันที่ 29 ส.ค. 68 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ที่เป็นพลาสติกแบบพิเศษ ไม่ดูดซับความชื้นและสิ่งสกปรก มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่าธนบัตรกระดาษ จึงช่วยให้ธนบัตรหมุนเวียนมีสภาพใหม่ สะอาด และมีอายุการใช้งานนานขึ้น จากการออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 20 บาทที่ผ่านมา พบว่าธนบัตรมีอายุการใช้งานเฉลี่ยนานถึง 8 ปี หรือนานกว่าธนบัตรกระดาษถึง 4 เท่า ซึ่งจะช่วยลดการผลิตธนบัตรใหม่เพื่อทดแทนที่ชำรุดได้อย่างน้อยปีละ 350 ล้านฉบับ เป็นการลดต้นทุนของระบบ ลดการใช้ทรัพยากร และเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ยังคงมีลักษณะโดยรวมเหมือนกับธนบัตรกระดาษที่หมุนเวียนในปัจจุบัน และมีการต่อต้านการปลอมแปลงด้วยมาตรฐานที่สูงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีจุดสังเกตที่เด่นชัดกว่าธนบัตรกระดาษ คือ มีช่องใสที่สามารถมองทะลุได้ทั้งสองด้าน และมีลายดุนนูนบอกชนิดราคาในช่องใส รวมถึงพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์พิเศษที่เมื่อพลิกเอียงจะเปลี่ยนสีหรือเหลือบสีได้ นอกจากนี้ ธนบัตรทั้งสองชนิดราคานี้ยังเพิ่มจุดสังเกตสำหรับผู้มีข้อจำกัดในการมองเห็นด้วยการพิมพ์ดุนนูนสัญลักษณ์ในลักษณะอักษรเบรลล์ที่สื่อถึงชนิดราคา และมีเส้นเฉียงนูนใสบริเวณขอบธนบัตรทั้งสองด้าน ซึ่งช่วยให้มีจุดสัมผัสที่เด่นชัดมากขึ้น ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท มีกำหนดออกใช้หมุนเวียนในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นี้ ประชาชนสามารถเบิกถอนผ่านธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง โดยธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 100 บาท สามารถเบิกถอนผ่านเครื่องฝากถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM/CDM) ได้ และธนบัตรทั้งสองชนิดราคาสามารถใช้กับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติได้ ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถใช้ธนบัตรกระดาษชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาทที่หมุนเวียนในระบบได้ตามปกติ
ใช้ใน 1 ข้อความ6 วันที่แล้ว