รายการความเห็น
13334 ความเห็น
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
วันที่ 29 ส.ค. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง "พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (29 ส.ค. 68) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยเมื่อเวลา 10.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงบ่ายวันที่ 30 ส.ค. 68
หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตามแนวร่องมรสุม เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 ส.ค. 68 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 ส.ค. 68
จากอิทธิพลดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 68 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ
ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 ส.ค. 68 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ทั้งนี้ ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวสารทางสื่อออนไลน์ว่า กองกำลังฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่ใส่ฐานทหารไทยใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดศรีสะเกษ นั้น กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยในพื้นที่แล้ว ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยเสียงระเบิดที่ประชาชนได้ยิน สันนิษฐานว่าเกิดจากทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาเองเคยลักลอบวางไว้ ไม่ใช่การโจมตีด้วยอาวุธหนักตามที่มีข่าวแพร่กระจาย
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
โพสต์ข้อความเตือนการมาของพายุโซนร้อนที่อาจกระทบต่อประเทศไทยตอนบนตามภาพข่าวนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากแบบจำลองฯ เพียงแบบจำลองเดียว ซึ่งอาจให้ผลการพยากรณ์ที่แตกต่างจากแบบจำลองฯ อื่น ๆ และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามระยะเวลาและข้อมูลที่มีการประมวลผลใหม่ รวมทั้งต้องวิเคราะห์จากผลการตรวจวัดร่วมด้วย คำเตือนดังกล่าวอาจใช้เป็นแนวทางในการติดตามเท่านั้น แต่ไม่ควรตื่นตระหนก และงดเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
กระทรวงการคลัง
- มอบหมายสถาบันการเงินของรัฐ ดำเนินมาตรการทางการเงิน เช่น พักชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของประชาชน
กระทรวงพาณิชย์
- ออกมาตรการเชิงรุกระยะเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อช่วยผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เกษตรกร/ผู้ประกอบการผลไม้และผัก ผู้ค้ารายย่อยและชาวบ้าน และผู้ส่งออก-นำเข้า/ผู้ประกอบการในกัมพูชา)
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือ “โดรน” ที่ควบคุมการบินจากภายนอก, ทุกวัตถุประสงค์การใช้งาน, และทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) รวมถึงสามารถดำเนินการทำลายโดรนจากภาคพื้นดินได้ทันที
ในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ถึง 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ถึง 4 ดำเนินมาตรการตามแนวทางดังต่อไปนี้
• ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้รับผิดชอบในการหารือและประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคเป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมและวางแผนภาพรวมในการป้องกันและต่อต้านการใช้โดรนไม่ทราบฝ่าย
• ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด หน่วยงานความมั่นคง ภาคเอกชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยกำลังจากฝ่ายพลเรือน ตลอดจนตำรวจจากสถานีตำรวจภูธร และสารวัตรทหาร เพื่อดำเนินการสกัดกั้นและติดตามจับกุมผู้บังคับหรือใช้โดรนไม่ทราบฝ่าย
.
สำหรับแนวทางการใช้อาวุธในการต่อต้านอากาศยานไร้นักบิน แบ่งเป็นกรณี ดังนี้
1.กรณีมีการใช้อาวุธก่อน หรือพบพฤติการณ์เป็นภัยคุกคามร้ายแรง ที่อาจกระทบต่อชีวิตของกำลังพลและประชาชน รวมถึงอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ให้หน่วยที่วางกำลังตามแนวชายแดนสามารถใช้อาวุธประจำกายหรืออาวุธประจำหน่วยเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามได้ทันที
2.กรณีตรวจพบในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2
• พื้นที่แนวหน้า: สามารถใช้ทั้งมาตรการ Soft Kill และ Hard Kill ได้
• พื้นที่ส่วนหลัง: ให้ใช้ Soft Kill เป็นลำดับแรก หากไม่สามารถดำเนินการได้ จึงให้ใช้ Hard Kill โดยต้องใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน
3.กรณีตรวจพบในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และ 4
• ให้เน้นการใช้มาตรการ Soft Kill ก่อนเป็นลำดับแรก หากสถานการณ์จำเป็น ให้ใช้มาตรการ Hard Kill ตามความเหมาะสม
• การใช้อาวุธให้ถือเป็นความรับผิดชอบหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหน่วยทหารสามารถใช้อาวุธได้เฉพาะในขอบเขตที่ตั้งและพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย โดยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการบังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้นักบิน ที่อาจฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนความมั่นคง 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
กองทัพอากาศ ยืนยันว่า
1. ปฏิบัติการทางอากาศของไทยดำเนินการอย่างแม่นยำ มุ่งเป้าหมายทางทหารที่ได้รับการยืนยันแล้ว ไม่มีการโจมตีพื้นที่พลเรือน และเป็นไปตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
2. ระเบิดที่พบในฝั่งกัมพูชามีสภาพเก่า สนิมขึ้นชัดเจน ลักษณะคล้ายถูกขุดขึ้นจากใต้ดินมากกว่าการตกจากอากาศ ทั้งความลึกของหลุมและทิศทางไม่สอดคล้องกับแรงปะทะจากอากาศยาน
3. การทิ้งระเบิดของฝูงบิน F-16 และ Gripen เกิดขึ้นก่อนข้อตกลงหยุดยิง โดยลูกระเบิดทำงานสมบูรณ์ ตรวจสอบซากได้ครบถ้วน
กองทัพอากาศไทยดำเนินภารกิจด้วยความรับผิดชอบสูงสุด ปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมโดยไม่มุ่งสร้างความเสียหายต่อพลเรือนโดยเด็ดขาด
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน. 6) ดอนเมือง พล.ท.อานุภาพ ศิริมณฑล รองเสนาธิการทหารบก พล.อ.ท.ณรัฐ บุญประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ(จก.กร.ทอ.)
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.นฤดล สุขมา เจ้ากรมจเรทหารทบ ในฐานะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.ต.ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ นำเอกอัคราชทูต อุปทูต 11 ประเทศ คณะทูตทหาร และผู้ช่วยทูตทหาร 23 ประเทศ สื่อมวลชนไทย ประมาณ 110 คน จาก 18 หน่วยงาน/สำนักข่าวและสื่อต่างประเทศประมาณ 40 คนจาก 26 สำนักข่าว ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารให้ประชาคมโลกทราบถึงข้อมูลหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริง
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เปิดให้คณะผู้แทนทางการทูตและสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่จริง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลก โดยจะได้เห็นภาพจริงของความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาที่พุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางพลเรือนที่ไม่ใช่ทางทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎการปะทะและ กฎหมายมนุษยธรรม ระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ฝ่ายไทยยืนยันจะไม่สร้างภาพลวง ไม่โกหกรายวัน ไม่ให้ข่าวบิดเบือน และไม่กล่าวหาด้วยข้อมูลที่ไม่มีมูล ไม่มีพยานหลักฐาน แต่รัฐบาลไทยจะสะท้อนข้อเท็จจริงจากพื้นที่ให้ประชาคมโลกเห็นด้วยตาตนเอง และตัดสินด้วยข้อมูลจากพื้นที่จริง
สำหรับกำหนดการในพรุ่งนี้ จะรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ ที่ มทบ.22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี จากนั้นจะลงพื้นที่สังเกตการณ์พื้นที่เสียหายต่าง ๆ และพบปะประชาชนที่อพยพจากแนวชายแดนด้วย
นายจิรายุ กล่าวว่า การลงพื้นที่จะเป็นไปภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ฝ่ายไทยจะยึดถือความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาไทยไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน และไม่เคยโจมตีพื้นที่โรงพยาบาลโรงเรียนของพลเรือน อีกทั้งจะเป็นการสะท้อนภาพความจริงใจในการหยุดยิงและนำพาสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคนี้ต่อไป
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ข้อมูลดังกล่าว เป็นจริง ประกาศของ กพท. มีเจตนาเพื่อความมั่นคง และมีผลบังคับใช้จริงในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเป็นการดำเนินการที่อิงตามกฎหมายอย่างชัดเจน
เจตนาของผู้เผยแพร่
เนื้อหานี้มุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในสถานการณ์พิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ข่าวเรื่องการควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นาย โดยฝ่ายไทยพร้อมให้การดูแลตามหลักมนุษยธรรม เป็นข่าวจริง มีหลักฐานจากคำแถลงของโฆษกกองทัพบก และข้อมูลจากกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งยืนยันตรงกันทุกประการ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ข้อมูลที่ระบุว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และฝ่ายไทยตอบโต้กลับนั้น เป็นความจริง อ้างอิงจากแถลงการณ์ทางราชการและรายงานสถานการณ์จากพื้นที่โดยตรง ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูง และได้รับการยืนยันจากโฆษกกองทัพบก
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ภาพต้นฉบับที่ใช้ในโพสต์ ไม่ได้มาจากเหตุการณ์ในประเทศไทย แต่เป็นภาพของเครื่องบินดับเพลิงในสหรัฐอเมริกา ที่กำลังโปรย “สารดับไฟป่า” สีแดง เพื่อควบคุมไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568
เพจ SMART SOLDIERS STRONG ARMY ได้ยืนยันว่า “กองทัพไทยไม่ได้ใช้แก๊สพิษหรืออาวุธเคมีใด ๆ” และได้ชี้แจงว่าภาพดังกล่าวถูกนำมาตัดต่อเพื่อสร้างความเกลียดชังและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไม่มีแหล่งข่าวใดทั้งในและต่างประเทศที่ยืนยันว่าประเทศไทยใช้อาวุธต้องห้าม หรืออาวุธเคมีตามที่กล่าวอ้างในโพสต์
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
เนื้อหาที่ว่า “สุรินทร์ประกาศเขตภัยสงครามเป็นจังหวัดแรก” เป็น ข่าวจริงในหลักการ คือ จังหวัดสุรินทร์ได้ยกระดับการรับมือเหตุการณ์ชายแดนเทียบเท่า “ภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน แต่ ไม่ได้มีการประกาศ "สงคราม" อย่างเป็นทางการ ตามความหมายในทางทหารหรือกฎหมายระหว่างประเทศ
เอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือทางราชการจริง มีตราครุฑ ลายเซ็น และออกโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
เนื้อหาในหนังสือสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่ระบุว่าสามารถพิจารณาเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบประชาชนว่าเป็น “สาธารณภัย” ได้
ไม่มีข้อความใดที่ระบุว่า “ประกาศสงคราม” อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการซักซ้อมแนวทางให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินตามกฎหมาย
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวจริง" และมีความสอดคล้องกับแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหลักการของมหาเถรสมาคม เป็นการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าสำคัญในการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้อ้างอิงข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเอกสารการลงนามของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รวมถึงคำชี้แจงจากศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม
อุบลฯ สื่อดี ภายใต้อีสานโคแฟค ได้มีการตรวจสอบโดยการสืบค้นจากเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมถึงสำนักข่าวหลักที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีรายงานมติสำคัญของมหาเถรสมาคม และการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจของมหาเถรสมาคมตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
สรุปข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ พบว่า ข้อมูลที่ว่ามหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมกฎมหาเถรสมาคม 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม และ ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สอดคล้องกับการรายงานข่าวของสื่อหลักหลายสำนักและแถลงการณ์อย่างไม่เป็นทางการของบุคคลที่เกี่ยวข้อง สาระสำคัญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมคือ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าพระภิกษุกระทำความผิดถึงขั้นปาราชิก (เช่น เสพเมถุนธรรม) หรือความผิดร้ายแรงอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคณะสงฆ์ ผู้มีหน้าที่และอำนาจต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วัน ข้อมูลนี้ตรงกับเนื้อหาในข่าว การยอมรับพยานหลักฐานจากยุคสมัยใหม่ เช่น คลิปวิดีโอ หรือข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกลั่นแกล้ง เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการพิจารณารวดเร็วขึ้น ในส่วนข้อมูลที่ระบุว่าหากพระภิกษุไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สละสมณเพศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสามารถประสานขอกำลังและอารักขาจากฝ่ายบ้านเมืองเพื่อดำเนินการได้ เป็นความจริง และเป็นการให้อำนาจแก่สำนักพุทธฯ ในการบังคับใช้มติสงฆ์ให้มีผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ข่าวยังคงย้ำหลักการสำคัญว่าการวินิจฉัยอธิกรณ์และการลงนิคหกรรมยังคงเป็นเรื่องที่คณะสงฆ์ดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่รัฐต้องเอื้อเฟื้อสนับสนุน ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ แหล่งอ้างอิง ที่สอดคล้องกับข้อมูลสำนักข่าวหลัก เช่น ไทยรัฐ, มติชน, ผู้จัดการออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ และเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)
ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของคณะสงฆ์ในการจัดการปัญหาให้สอดรับกับยุคสมัยและความคาดหวังของสังคม ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าของกฎมหาเถรสมาคมฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อมีการประกาศลงในหนังสือแถลงการณ์คณะสงฆ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงในวันถัดจากวันประกาศ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
"กรมอุตุนิยมวิทยา" เตือนฉบับที่ 6 "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" บริเวณประเทศไทย เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
วันที่ 19 ก.ค. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีผลกระทบในช่วงวันที่ 19-24 กรกฎาคม 2568" ฉบับที่ 6 โดยระบุว่า ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
อนึ่ง พายุโซนร้อนวิภา มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่า ในช่วงวันที่ 20-21 ก.ค. จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือหรืออพยพ หากสถานการณ์อยู่ในสภาวะวิกฤตและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
วันที่ 20 ก.ค. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตสถานการณ์และเส้นทางพายุโซนร้อนกำลังแรง "วิภา (WIPHA)" ค่ำวันนี้ว่า พายุโซนร้อนกำลังแรง "วิภา" มีศูนย์กลางอยู่บริเวณชายฝั่งเมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก (พายุนี้เคลื่อนตัวเร็ว) คาดว่าจะเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งประเทศจีน เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ช่วงวันที่ 21-22 ก.ค. 68 และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณ สปป.ลาว ตามลำดับ
แม้พายุนี้จะกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วก็ตาม แต่จะส่งผลกระทบทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ต้องระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะช่วง 22-24 ก.ค. 68 ต้องเตรียมการรับมือและเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องอพยพ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.น่าน พะเยา เชียงราย
อิทธิพลของพายุฯ จะทำให้มรสุมมีกำลังแรง ตั้งแต่ 20 - 24 ก.ค. 68 ทำให้ภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมมีกำลังแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระวัง คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งแม้ว่าจะมีรายงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ระบุว่าใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่ายาเคมีบำบัดนั้น แต่ข้อมูลนี้เป็นเพียงงานวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้
ซึ่งใบทุเรียนเทศมีสารบางชนิดที่มีฤทธิ์เป็นยาระงับปวด สามารถต้านการอักเสบ และต้านการเกิดเนื้องอก ทั้งนี้การศึกษาวิจัยในคนมีความสำคัญและจำเป็นต้องศึกษาหลายด้าน เช่น กลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารที่ออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การทดสอบด้านพิษวิทยาและความปลอดภัย ตลอดจนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากใบทุเรียนเทศวางจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปแปบ แคปซูลหรือชาชง ผู้บริโภคควรศึกษาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และหากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ “ระบำละครหลวงของกัมพูชา” (Royal Ballet of Cambodia) ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) (อ้างอิง: UNESCO - Royal Ballet of Cambodia) ประเภทของการขึ้นทะเบียน “ระบำละครหลวง” เป็น ศิลปะการแสดง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมฯ ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนกรรมสิทธิ์ใน ตัวบทวรรณกรรม แต่อย่างใด
วรรณกรรมที่ถูกอ้างถึงในข่าว (เช่น รามเกียรติ์, ไกรทอง, อิเหนา) หลายเรื่องมีรากฐานหรือได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งเดียวกัน เช่น มหากาพย์รามายณะจากอินเดีย ซึ่งแพร่หลายและถูกนำไปปรับปรุงให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมของแต่ละชาติในภูมิภาค โดยมักจะถูกใช้เป็นเนื้อหาสำหรับศิลปะการแสดงประจำชาติ การที่ระบำละครหลวงของกัมพูชานำเรื่องราวเหล่านี้มาใช้ในการแสดง จึงเป็นเรื่องปกติของการแลกเปลี่ยนและพัฒนาทางวัฒนธรรมในภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชา "เคลม" ว่าวรรณกรรมเหล่านั้นเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว
นอกจากนั้น สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2568 อ้างอิงคำชี้แจงจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่ระบุว่า กัมพูชาไม่ได้เสนอขอขึ้นทะเบียนวรรณกรรม จำนวน 22 เรื่อง ต่อองค์การยูเนสโก แต่กัมพูชาได้เสนอ ขึ้นทะเบียน The Royal Ballet of Cambodia ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงโบราณของกัมพูชา และยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003)
อีกทั้งตามมาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ได้ให้นิยามคำว่า “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” จำนวน 5 ลักษณะ ประกอบด้วย
1.ประเพณีมุขปาฐะและการแสดงออกทางวาจา รวมถึงภาษาในฐานะพาหนะของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Oral traditions and expressions, including language as a vehicle of the intangible cultural heritage)
2.ศิลปะการแสดง (performing arts)
3.แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเฉลิมฉลอง (social practices, rituals and festive events)
4.ความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล (knowledge and practices concerning nature and the universe)
5.งานฝีมือแบบดั้งเดิม (traditional craftsmanship)
ซึ่งวรรณกรรม หรือ Literature จำนวน 22 เรื่อง ตามข้อมูลในหนังสือ ไม่ถือว่าเป็นสาขา oral traditions and expressions, including language as a vehicle of the intangible cultural heritage ตามนิยามของยูเนสโก วรรณกรรมจึงไม่สามารถเสนอขอขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโกได้
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Thanathun.
มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าจังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่ที่มีการแจ้งความถูกมิจฉาชีพหลอกสูงที่สุดในประเทศ ศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 และยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง พ.ต.ท.นราภพ นวลเท่า เปิดเผยสถิติการแจ้งความคดีออนไลน์ผ่านระบบ Thai Police Online (TPO)
ข้อมูลสะสมตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 9 มกราคม 2569 พบคดีรวม 26,052 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 1,322 ล้านบาท คดีที่พบมากที่สุดคือการหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ คิดเป็น 42% รองลงมาคือคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ จังหวัดขอนแก่น และ สภ.เมืองขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่มีจำนวนคดีแจ้งความสูงที่สุดในประเทศ
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Thanathun.
มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินโครงการทำหมันช้างป่า จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องทั้งหมด
กรมอุทยานฯ ไม่ได้ใช้วิธีผ่าตัดทำหมันถาวร เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตช้าง โครงการที่ดำเนินการจริงคือการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดชั่วคราว (Immunocontraception) ใช้ปืนอัดลมยิงลูกดอกบรรจุวัคซีนไปยังช้างป่าเพศเมีย วัคซีนช่วยยับยั้งการตั้งท้องได้นานประมาณ 7 ปี และสามารถกลับมาสืบพันธุ์ได้หากไม่ฉีดกระตุ้น วิธีนี้ไม่กระทบต่อสุขภาพหรือพฤติกรรมฝูงช้าง มีเป้าหมายเพื่อลดการเพิ่มจำนวนช้างป่าและปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Thanathun.
สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ตรวจสอบสิทธิและเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด และ 9 ประเภทกิจการที่กำหนด ขณะเดียวกัน เพจ “กฎหมายแรงงาน” ให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่นายจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างอายุ 15–60 ปี ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แบบบังคับ นายจ้างต้องยื่นขึ้นทะเบียนและส่งเงินสมทบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มเป็นผู้ประกันตน ไม่สามารถอ้างว่ารอผ่านทดลองงานก่อนส่งประกันสังคมได้ หากไม่ยื่นแบบ ไม่หัก หรือหักเงินแต่ไม่ส่ง จะทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิ นายจ้างอาจต้องจ่ายเงินเพิ่ม ถูกอายัดทรัพย์ และมีโทษอาญาตามกฎหมาย
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
เพจเฟซบุ๊ก CSI LA เผยแพร่ภาพอ้างว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งรับประทานอาหารร่วมกับ เบน สมิธ นักธุรกิจที่ถูกพาดพิงเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
ภาพดังกล่าวถูกแชร์และแสดงความเห็นเป็นวงกว้าง จนสร้างความสงสัยต่อความสัมพันธ์ของทั้งสอง Thai PBS Verify ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือ Google Lens และพบลายน้ำดิจิทัล SynthID ผลยืนยันว่าภาพนี้เป็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Google นายอนุทินออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ภาพถ่ายจริง และสังเกตความผิดปกติหลายจุดในภาพ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทางธุรกิจกับเบน สมิธ แม้เคยพบกันในงานสังคมในฐานะ “เพื่อนของเพื่อน” แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องอื่นใด กรณีนี้สะท้อนผลกระทบของข้อมูลเท็จที่อาจบิดเบือนการรับรู้ของสังคม โดยเฉพาะในช่วงการเมืองอ่อนไหว
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Thanathun.
เพจเฟซบุ๊ก “ASEAN Skyline Rising” โพสต์ภาพแผนที่ประเทศในเอเชียที่กำหนดให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการ โดยระบุว่าประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
การตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้กำหนดวันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศ มติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2555 กำหนดให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการเฉพาะใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ต่อมาในปี 2556 มีมติให้จังหวัดสงขลาเป็นวันหยุดราชการในวันตรุษจีนเพิ่ม รวมเป็น 5 จังหวัด ในปี 2569 วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หน่วยงานราชการในทั้ง 5 จังหวัดได้ประกาศหยุดราชการตามมติ ครม.
หน่วยงานบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หยุดเฉพาะบางวิทยาเขต ขณะที่วิทยาเขตอื่นยังเปิดทำการตามปกติ ดังนั้น การอ้างว่าประเทศไทยหยุดราชการวันตรุษจีนในภาพรวมจึงไม่ครบถ้วน
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
กรมการแพทย์ แจงยาเสพติด “แสตมป์มรณะ” ใช้สารแอลเอสดี หยดลงกระดาษดูดซับ ใช้อมใต้ลิ้น ทำรูม่านตาขยาย ใจเต้นเร็ว ปากแห้ง มือสั่น ระยะแรกจะมีความสุข อารมณ์ดี คึกคัก จากนั้นเกิดประสาทหลอนรุนแรง อาจทำร้ายตัวเอง ผู้อื่น ฆ่าตัวตายได้
วันนี้ (14 ม.ค.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรีการจับกุมหนุ่มเยอรมันลอบค้า “แสตมป์มรณะ” ยาเสพติดใช้อมใต้ลิ้นระบาดงานปาร์ตี้เกาะพะงัน ว่าแสตมป์มรณะ หรือกระดาษเมา กระดาษมหัศจรรย์ เป็นการนำสาร “แอลเอสดี (LSD)” ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ออกฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อหยดลงบนกระดาษที่มีคุณสมบัติดูดซับ (blotter paper) อาจมีลวดลายและสีสันต่างๆ แล้วแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีลักษณะคล้ายแสตมป์ ใช้อมใต้ลิ้น โดยจะออกฤทธิ์ภายใน 30-90 นาที นาน 8-12 ชั่วโมง จะทำให้รูม่านตาขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตลดลง และอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เหงื่อออก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง และมือสั่น เมื่อเสพสารแอลเอสดีเข้าสู่ร่างกาย ในระยะแรกจะมีความสุข อารมณ์ดี รู้สึกคึกคัก หลังจากนั้นจะเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เห็นภาพหรือเหตุการณ์ในอดีต เกิดอาการหวาดกลัวจนกระทั่งอาจทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่นและอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า ผู้ที่เสพสารแอลเอสดีเกินขนาดมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาทางจิตเรื้อรัง เช่น โรคจิตเภท หรือโรคซึมเศร้า เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน แม้จะหยุดใช้ยาแล้วแต่อาการโรคจิตอาจเป็นซ้ำได้อีก การรักษาอาการดังกล่าวทำได้ยากและอาจต้องใช้เวลานานเพื่อให้อาการทุเลาลง ทั้งนี้ ฝากย้ำเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่นิยมเสพสารแอลเอสดี ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา การเสพสารแอลเอสดี ทำให้ผู้เสพมีปัญหาด้านการรับรู้ การคิดและการตัดสินใจ อาจนำมาซึ่งเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การทำร้ายตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นผลจากเกิดภาพหลอนหลังจากการเสพสารแอลเอสดี
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
ตามที่มีข้อความปรากฏในสิ่อสังคมออนไลน์เรื่องการ ธนาคารออมสินแจกเงิน 1000 บาท ขวัญปีใหม่ และมีประชนชนได้สงสัย ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ได้มีการตรวจสอบกับเว็ปไซต์หน่วยงานที่เป็นข่าว ทำให้ได้ข้อเท็จจริง ในรายละเอียด และมีประกาศที่ชัดเจนถึงเงื่อนไข วิธีการรับเงิน
จากการตรวจสอบของโคแฟคระดับภูมิภาค ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานจัดเตรียมขวัญปีใหม่ ธนาคารออมสินมีการจัดของขวัญปีใหม่ 2569 ให้แก่ลูกค้าธนาคาร ภายใต้โครงการ "วินัยดีมีเงิน" แต่ไม่ได้มอบให้ทุกคนแต่ต้องเข้าเงือนไข เข้าหลักเกณฑ์ของธนาคารออมสิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาทให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารไม่เกิน 200,000 บาทมีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้ไม่มีประวัติตัดหนี้สูญและมีสถานะหนี้ปกติ และกดรับสิทธิ์ผ่านแอป MyMo โดยธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อผู้กู้ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่
สรุปได้ว่า ข้อความ “ธนาคารออมสินแจกเงิน 1000 บาท ขวัญปีใหม่” ที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เป็นความจริงบางส่วน มีการตัดทอนสาระสำคัญของธนาคาร เป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ่วนงหรือสร้างความคาดหวังกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
กรมควบคุมโรค ห่วงเยาวชนตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเสพติดรุนแรง อันตรายถึงชีวิต
"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ ตรงกันข้าม กลับเป็นผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยสารพิษ สารนิโคตินปริมาณสูง และสารเสพติดหลายชนิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กและเยาวชนโดยตรง เสพติดรุนแรง เลิกยาก และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อีกทั้ง ประเทศไทยมีกฎหมายชัดเจน ห้ามนำเข้า ผลิต และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในทุกรูปแบบ แต่ยังคงพบการลักลอบโฆษณาและจำหน่ายในช่องทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก
นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ ตรงกันข้าม กลับเป็นผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยสารพิษ สารนิโคตินปริมาณสูง และสารเสพติดหลายชนิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กและเยาวชนโดยตรง เสพติดรุนแรง เลิกยาก และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อีกทั้ง ประเทศไทยมีกฎหมายชัดเจน ห้ามนำเข้า ผลิต และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในทุกรูปแบบ แต่ยังคงพบการลักลอบโฆษณาและจำหน่ายในช่องทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก
นายแพทย์ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและรักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กล่าวเพิ่มเติม บุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย มักถูกดัดแปลงกลิ่น สี และรส เพื่อจูงใจให้เยาวชนทดลองใช้ นำไปสู่การเสพติดในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังพบสารเสพติดรุนแรงในบุหรี่ไฟฟ้า เช่น เคตามีน น้ำมันกัญชา และเอโทมิเดต ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของต่างประเทศที่ตรวจพบส่วนผสมของกัญชา สารโอปิออยด์ (opioids) โคเคน (cocaine) สารหลอนประสาท และเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) ซึ่งล้วนเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างรุนแรง
กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือผู้ปกครอง สถานศึกษา และประชาชนร่วมกันป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า และขอเตือนผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าและยังเข้าข่ายได้รับโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าตามร้านค้า หรือช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินคดี ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ใน 1 ข้อความ・6 วันที่แล้ว
