รายการความเห็น
13805 ความเห็น
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
กรมศุลกากรได้ออกมาชี้แจงเพื่อสยบข่าวลือ โดยยืนยันว่าการนำเข้านั้น "ทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย" ภายใต้เงื่อนไขดังนี้: สิทธิพิเศษอาเซียน (ATIGA): การนำเข้ามะม่วงสดจากกัมพูชาดำเนินการภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง
กรมศุลกากร ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบันประเทศไทย มีการนำเข้ามะม่วงสด (Fresh Mango) จากกัมพูชาผ่านท่าเรือใน จ.ชลบุรี จำนวน 36 ใบขนสินค้า โดยสินค้าดังกล่าวใช้สิทธิพิเศษภายใต้ "ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน" (ATIGA) ซึ่งการนำเข้ามะม่วงเข้ามาในประเทศไทย สามารถทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดนั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ประเด็นเรื่อง "จังหวัดบุรีรัมย์เติมน้ำมันได้ไม่อั้น" ในขณะที่จังหวัดอื่นถูกจำกัด เป็นข่าวที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 26 มีนาคม 2569 พบว่าข้อมูลนี้ "ไม่เป็นความจริง" และถูกระบุว่าเป็น ข่าวปลอม (Fake News)
โดย นายประสพโชค วรรณขาว รักษาการพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ว่าข่าวที่ว่าบุรีรัมย์เติมน้ำมันได้ไม่อั้น ไม่เป็นความจริง ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ยังคงต้องบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อทุกคนตามมาตรการเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ
ในขณะเดียวกันนั้นศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี และยืนยันเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น "ข่าวปลอม" ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและงดส่งต่อข้อมูลนี้
แม้จะมีกระแสข่าวลือหรือภาพปรากฏในโซเชียลมีเดียว่าบางปั๊มให้เติมได้มากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีการ "จำกัดวงเงิน" เพื่อป้องกันการกักตุนและกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง ดังนี้
- รถยนต์ 4 ล้อ : จำกัดการเติมไม่เกิน 1,000 บาท (ปรับขึ้นจากเดิม 500 บาท เพื่อความคล่องตัว)
- รถ 6 ล้อขึ้นไป : จำกัดการเติมไม่เกิน 1,500 บาท
- นโยบายภาพรวม : เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 4/2569) ที่มุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรพลังงานในช่วงวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางอย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ
อาจเกิดจากการที่บางสถานีบริการในบุรีรัมย์มีการปรับเพิ่มโควตาการเติมต่อคัน (จาก 500 เป็น 1,000 บาท) เพื่อลดคิวที่ยาวเหยียด ทำให้คนเข้าใจผิดว่า "เติมได้ไม่จำกัด" การนำภาพการเติมน้ำมันในพื้นที่ไปตัดต่อหรือใส่แคปชันที่สร้างความเข้าใจผิดว่าบุรีรัมย์ได้รับสิทธิพิเศษ เหนือจังหวัดอื่น ซึ่งไม่เป็นความจริงตามหลักการบริหารจัดการพลังงานของภาครัฐ
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ...เป็นข่าวลวง...มิจฉาชีพ สร้างเรื่องราว โอกาสทองของเด็กนักเรียนที่จะจบการศึกษา และต้องการศึกษาต่อปริญญาตรีแบบมีทุนเรียนต่อ โดยใช้ กลโกง "ค่าธรรมเนียมแฝง" เช่น ค่าประกันสิทธิ หรือ ค่าดำเนินการเปิดบัญชีรับทุน จำนวน 2,500 - 5,000 บาท โดยการเร่งรัดโอนจนขาดสติ
🚩 รายละเอียดเรื่องราว
1. การสร้างเรื่องราว "โอกาสทองของเด็กนักเรียนต่างจังหวัด"
ข่าวลวง: มักปรากฏในรูปแบบโพสต์โซเชียลมีเดียหรือการโทรศัพท์แอบอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่วนกลาง หรือ "มูลนิธิเพื่อการศึกษาต่างประเทศ" บอกว่ามีโควตาพิเศษสำหรับเด็กนักเรียนในจังหวัดอำนาจเจริญที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยจะให้ทุนเรียนฟรี 100% จนจบปริญญาตรี พร้อมค่าครองชีพรายเดือน
2. กลโกง "ค่าธรรมเนียมแฝง" (The Fee Trap)
ข่าวลวง: หลังจากเหยื่อหลงเชื่อและกรอกข้อมูลสมัคร มิจฉาชีพจะแจ้งว่า "ยินดีด้วย! คุณได้รับทุน" แต่ต้องทำการโอนเงินเพื่อเป็น "ค่าประกันสิทธิ" หรือ "ค่าดำเนินการเปิดบัญชีรับทุน" จำนวน 2,500 - 5,000 บาท โดยอ้างว่าเงินก้อนนี้จะได้คืนพร้อมกับทุนงวดแรก
ความจริง: ทุนการศึกษาของหน่วยงานรัฐหรือมูลนิธิที่ได้มาตรฐาน จะไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าจากนักเรียนเด็ดขาด เงินก้อนนี้คือรายได้หลักที่มิจฉาชีพต้องการ
3. การเร่งรัดเพื่อให้ขาดสติ (The Urgency)
ข่าวลวง: มักบอกว่าเหลือโควตาสุดท้ายของจังหวัดแล้ว ถ้าไม่โอนภายใน 1 ชั่วโมงจะมอบสิทธิ์ให้ลำดับสำรองจากจังหวัดอื่นทันที
ความจริง: นี่คือจิตวิทยาเพื่อให้เหยื่อไม่มีเวลาปรึกษาครูหรือผู้ปกครอง และเร่งให้เกิดการโอนเงินโดยเร็วที่สุด
⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง (Red Flags):
ติดต่อผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ: เช่น ใช้ LINE ส่วนตัวโทรหา หรือทักข้อความ Facebook มาหาโดยตรง
ขอข้อมูลรหัสผ่าน: มีการขอรหัส OTP หรือเลขหลังบัตรประชาชนเพื่อ "ลงทะเบียนในระบบ"
บัญชีธนาคารเป็นชื่อบุคคล: หากมีการให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อนาย... หรือนางสาว... (บัญชีม้า) แทนที่จะเป็นชื่อหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัย ให้มั่นใจได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
คาร์โบไฮเดรตไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนอ้วนโดยตรง สาเหตุของความอ้วนเกิดจาก "การได้รับแคลอรี่รวมต่อวันมากกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ" เช่น การกินคาร์โบไฮเดรตแปรรูป (แป้งขาว, ขนมปัง, น้ำตาล) มากเกินไป สามารถเกิดขึ้นในหลายกรณี เช่น ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตรวมต่อวันมากเกินกว่าการนำไปใช้และการเก็บในแต่ละวันจนร่างกายเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินไปเป็นไขมันสะสม หรือการทานเยอะเกินไปในคราวเดียวจนทำให้ร่างกายไม่สามารถกักเก็บพลังงานได้ทัน ทำให้ร่างกายเลือกที่ลดปริมาณน้ำตาลโดยการจัดเก็บในรูปแบบของไขมันที่ง่ายและเร็วกว่า
ในทางตรงกันข้าม การตัดคาร์โบไฮเดรตไปเลยก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะการที่ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำมากๆ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารกลุ่ม วิตามินบี และด้วยที่คาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานหลักในการดำรงค์ชีวิต การทดแทนพลังงานโดยการเพิ่มปริมาณการทานไขมันและเนื้อสัตว์ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเรสเตอรอล ที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตได้
ดังนั้น การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ใยอาหารสูง) คุมปริมาณให้สมดุล และออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยป้องกันความอ้วนได้ และเป็นการควบคุมน้ำหนักที่ดีกว่าการงดคาร์โบไฮเดรตไปเลย
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
นี่คือ "เหยื่อล่อ" ของมิจฉาชีพ นี่คือกลโกงรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการโทรขู่ มาเป็นการใช้ "ของฟรี" เพื่อหลอกดูดเงินจนเกลี้ยงบัญชีของฟรีเป็นเพียงเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดคนให้ยอมแอดไลน์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวเหยื่อได้โดยตรง เมื่อแอดไปแล้วจะใช้จิตวิทยาหลอกให้ตายใจ ด้วยการยอมจ่ายเงินหรือผลตอบแทนก้อนเล็กให้ก่อนในครั้งแรก พอเหยื่อเกิดความโลภและทุ่มโอนเงินก้อนใหญ่ มิจฉาชีพจะอ้างว่าระบบผิดพลาด ถอนเงินไม่ได้ และบล็อกหนีทันที
🚩 4 ของฟรี ที่มิจฉาชีพชอบใช้เป็นเหยื่อล่อ:
มักจะยิงแอดโฆษณาใน Facebook หรือ TikTok แจกสิ่งของเหล่านี้เพื่อดึงดูดความสนใจ:
ต้นไม้ (โดยเฉพาะพันธุ์ที่กำลังฮิต)
หนังสือ (เช่น หนังสือธรรมะ สวดมนต์)
อาหารเสริม / วิตามินบำรุงสุขภาพ
ชุดออกกำลังกาย / เสื้อผ้าแฟชั่น
⚠️ เจาะลึก 5 สเต็ปสูบเงิน (รู้ทันก่อนหมดตัว):
สเต็ป 1: ใช้ของฟรีบังหน้า - โพสต์แจกของฟรี ใครสนใจต้องทักแชท
สเต็ป 2: บังคับแอด LINE - อ้างว่าต้องแอดไลน์ส่วนตัวหรือเข้ากลุ่ม เพื่อ "ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ" รับของ
สเต็ป 3: ชวนทำงาน/ลงทุน - แอดมินจะไม่พูดถึงของฟรีแล้ว แต่จะเริ่มชวนทำ "ภารกิจพิเศษ" เช่น กดไลก์สินค้า หรือลงทุนออนไลน์ อ้างว่าได้ผลตอบแทนดี
สเต็ป 4: ปล่อยให้ได้เงินจริง (หลอกให้ตายใจ) - ลงทุนครั้งแรกหลักร้อย มิจฉาชีพจะโอนเงินต้นพร้อมกำไรคืนให้จริงๆ เพื่อกระตุ้นความโลภให้เราอยากลงทุนเพิ่มเป็นหลักหมื่นหลักแสน
สเต็ป 5: บล็อกหนี ถอนไม่ได้ - เมื่อเราทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไป ระบบจะอ้างว่า "ทำผิดขั้นตอน" หรือ "ต้องโอนค่าภาษีเพิ่ม" พอเราไม่มีเงินโอนต่อ ก็จะถอนเงินไม่ได้ และถูกบล็อกช่องทางติดต่อทันที
💡 คาถาป้องกันตัว: "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" ของฟรีไม่มีในโลก หากเจอแอดไลน์แจกของ ให้ท่องไว้เลยว่าจุดจบคือการชวนลงทุนหลอกลวงแน่นอน!
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
ในความเป็นจริงงานวิจัยได้เปิดเผยว่า ผลไม้และผักแช่แข็งมีวิตามินมากพอๆ กับผลไม้และผักสด และบางครั้งอาจมีมากกว่าด้วยซ้ำ
“ในแง่ของวิธีการที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อถนอมอาหาร การแช่แข็งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสารอาหาร” อาลี บูซารี นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารและผู้เขียนหนังสือ “ ส่วนผสม: การเปิดเผยองค์ประกอบสำคัญของอาหาร ” กล่าว “หากคุณไม่สามารถซื้อของสดได้ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่หาซื้อผักผลไม้ได้เพียงร้านขายของชำใกล้บ้านเท่านั้น การที่ผู้คนรู้ว่าอาหารแช่แข็งเป็นทางเลือกที่ใช้ได้ผลจึงเป็นสิ่งสำคัญ”
นอกจากจะช่วยรักษาวิตามินแล้ว การแช่แข็งยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสารประกอบจากพืชที่มีประโยชน์ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่างๆ ดังที่แมรี แอนน์ ลิลา ผู้อำนวยการสถาบันพืชเพื่อสุขภาพของมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยรัฐนอร์ทแคโรไลนาได้กล่าวไว้
จีน เลสเตอร์ นักสรีรวิทยาพืชและหัวหน้าโครงการระดับชาติของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ซึ่งดูแลงานวิจัยด้านอาหารจากสัตว์และพืชหลังการเก็บเกี่ยวทั้งหมด กล่าวว่า ผลผลิตแช่แข็งเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเป็นพิเศษหากคุณไม่ได้วางแผนที่จะรับประทานผลไม้และผักภายในหนึ่งหรือสองวัน
เลสเตอร์กล่าวว่า “ผลไม้แช่แข็งถูกเก็บเกี่ยวในเชิงพาณิชย์เมื่อสุกเต็มที่ จากนั้นจึงนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วทีละชิ้นและบรรจุในบรรยากาศไนโตรเจน” การนำผลไม้และผักไปสัมผัสกับไนโตรเจนจะช่วยรักษาสารอาหารที่ออกซิเจนทำลายลง และยังเกิดขึ้นกับผักสดบางชนิด เช่น ผักใบเขียวที่บรรจุถุงด้วย
ผักที่ตั้งใจจะนำไปแช่แข็งเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์นั้นก็ถูกเก็บเกี่ยวเมื่อสุกเต็มที่เช่นกัน แต่ต่างจากผลไม้ตรงที่ผักจะถูกลวกก่อนแช่แข็ง โดยการแช่ในน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิระหว่าง 90 ถึง 95 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งจะทำลายเอนไซม์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสี การไหม้เกรียม และการสูญเสียรสชาติ
เลสเตอร์กล่าวว่า “การลวกช่วยรักษาสีเขียวสดใสของผักเอาไว้ได้ แม้หลังจากแช่แข็งและเก็บรักษาแล้ว มิเช่นนั้นผักอาจเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลได้” การลวกยังช่วยเปลี่ยนโครงสร้างของเส้นใย ทำให้ผักนุ่มขึ้น ไม่กรอบ และเคี้ยวง่ายขึ้นด้วย
ข่าวดีก็คือ เช่นเดียวกับผลไม้ ผักที่ตั้งใจจะนำไปแช่แข็งมักจะถูกเก็บเกี่ยวเมื่อสุกเต็มที่ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด เมื่อเทียบกับผลผลิตที่ตั้งใจจะขายสด ซึ่งจะถูกเก็บเกี่ยวเมื่อยังไม่สุกเต็มที่และมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่า เพื่อให้เก็บรักษาได้นานขึ้นระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผักที่จะนำไปแช่แข็งนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าตั้งแต่แรก ซึ่งช่วยชดเชยการสูญเสียสารอาหารระหว่างการลวก และยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าเมื่อเทียบกับผลผลิตสดที่วางขายทั่วไป
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ...เป็นข่าวลวง มิจฉาชีพไม่ได้ต้องการแจกของจริงๆ แต่ "ต้องการข้อมูลส่วนตัว" ของคุณ เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำไปขยายผลหลอกลวงต่อในรูปแบบต่างๆ
🔎 เจาะลึกรายละเอียดรูปแบบการหลอกลวง (ขบวนการดูดข้อมูล)
มิจฉาชีพทำงานกันเป็นขบวนการ โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
1. สร้าง "เหยื่อล่อ" ด้วยความโลภและของถูก
วิธีการ: มิจฉาชีพจะสร้างเพจปลอม หรือยิงแอดโฆษณา โดยใช้รูปภาพสินค้ายอดนิยม (เช่น โทรศัพท์มือถือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ทองคำ) มาโพสต์แจกฟรี หรือขายในราคาที่ถูกจนเหลือเชื่อ (เช่น ลด 90%)
จุดประสงค์: เพื่อดึงดูดความสนใจของเหยื่อจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น และกระตุ้นให้รีบตัดสินใจ
2. บังคับให้พิมพ์ข้อมูลส่วนตัวใน "ที่สาธารณะ"
วิธีการ: กำหนดกติกาว่า หากต้องการรับสิทธิ์ ต้องพิมพ์ "ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่จัดส่ง, และเบอร์โทรศัพท์" ลงในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์ทันที
จุดประสงค์: เพื่อรวบรวมข้อมูลดิบ (Database) จำนวนมากได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องทักแชททีละคน และสร้างภาพลักษณ์ว่ามีคนสนใจเยอะ (สร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ)
3. นำข้อมูลไปขยายผลสร้างความเสียหาย (4 ภัยร้ายที่ตามมา) ข้อมูลที่คุณพิมพ์ทิ้งไว้ จะถูกนำไปใช้ทำเรื่องไม่ดี ดังนี้:
ภัยที่ 1: สวมรอยทำธุรกรรม: นำชื่อและเบอร์โทรไปเปิดบัญชีออนไลน์, สมัครบริการต่างๆ หรือใช้แอบอ้างในการหลอกลวงผู้อื่นต่อ
ภัยที่ 2: แฮกบัญชีโซเชียล: นำเบอร์โทรและชื่อไปเดารหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ Facebook, LINE หรือแอปธนาคารของคุณ
ภัยที่ 3: พัสดุเก็บเงินปลายทางปลอม (COD Scam): ส่งกล่องพัสดุเปล่า หรือของไร้ค่ามาที่บ้าน โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง (เช่น 200-500 บาท) พ่อแม่พี่น้องที่บ้านไม่รู้ก็อาจจะจ่ายเงินไปเพราะคิดว่าเป็นของที่คุณสั่ง
ภัยที่ 4: ขายข้อมูลต่อ: ขายรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคุณให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ ทำให้คุณโดนโทรศัพท์กวนใจไม่หยุด
4. ทักแชทส่วนตัวเพื่อหลอกฟันเงินซ้ำ
วิธีการ: มิจฉาชีพจะทักแชท (Inbox) หาคนที่คอมเมนต์ อ้างว่า "ยินดีด้วย! คุณได้รับสิทธิ์" แต่ต้องโอนเงินค่าจัดส่ง, ค่าประกันสินค้า, หรือค่าตีทะเบียนล่วงหน้า (ประมาณ 100-300 บาท)
ผลลัพธ์: เมื่อเหยื่อโอนเงินไปแล้ว มิจฉาชีพจะบล็อกหนีทันที ไม่ได้รับสินค้า และเสียเงินฟรี
🔰 ข้อแนะนำในการป้องกันตนเอง (คาถาป้องกันมิจฉาชีพ)
"อย่าพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวในคอมเมนต์เด็ดขาด": หากต้องการสั่งซื้อสินค้าจริงๆ ให้ทักแชทส่วนตัว (Inbox) เท่านั้น
"ของฟรี/ถูกเกินจริง ไม่มีอยู่จริง": ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ
"ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจ": ดูยอดไลก์, วันที่สร้างเพจ, และรีวิวจากลูกค้าจริง (ระวังรีวิวปลอมที่หน้าม้าเขียนชมกันเอง)
"แจ้งคนในบ้านเรื่องพัสดุ COD": หากไม่ได้สั่งของ อย่ารับและอย่าจ่ายเงินเด็ดขาด
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
วันที่ 26 มี.ค. 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า ครม. ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน และต้องได้รับการดำเนินการโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
การดูแลกลุ่มเปราะบาง ผ่าน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" โดย ครม. เห็นชอบในการเติมเงิน 100 บาท เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค จากเดือนละ 300 บาท/คน เป็น 400 บาท/คน.
อย่างไรก็ตาม แม้ครม.จะเห็นชอบงบกลางและวงเงินแล้ว แต่ต้องขอความเห็นชอบจาก กกต.ด้วย
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ...เป็นข่าวจริง โดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือและประกาศ แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนทุกท่าน โปรดทราบว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ยกเลิกการส่งข้อความพร้อมลิงก์ทุกรูปแบบแล้ว
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประกาศแจ้งเตือน
แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนทุกท่าน เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัว โปรดทราบว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ยกเลิกการส่งข้อความพร้อมลิงก์ทุกรูปแบบแล้ว
จำให้ขึ้นใจ : ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน เจอลิงก์อ้างชื่อรัฐ: ปลอม 100% ห้ามกดเด็ดขาด! พบเบาะแส: รีบแจ้งหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ด้วยความปรารถนาดีจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ... ไม่จริง! เป็นข่าวลวง (กลอุบายมิจฉาชีพ) พฤติกรรมการโฆษณาชักชวนไปทำงานต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดียที่เน้นให้ "ทักแชทไลน์" และ "เรียกเก็บเงินล่วงหน้า" เป็นรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพ โดยใช้เพจปลอมหรือบัญชีติ๊กต็อกอ้างชื่อหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เร่งรัดให้โอนเงิน อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการ ค่าวีซ่า หรือค่าจองตำแหน่งงาน มักปิดคอมเมนต์หรือจำกัดการเข้าถึง
กรมการจัดหางาน แนะ 5 วิธีสังเกตเพจปลอม ป้องกันถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ
.นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบขบวนการหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก เป็นเครื่องมือหลักในการโฆษณาชักชวนรับสมัคร เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย คือ สร้างเพจปลอม และบัญชีผู้ใช้ปลอม เพื่อประกาศรับสมัครงานในต่างประเทศ โดยอ้างผลตอบแทนสูงและขั้นตอนดำเนินการที่ง่ายและอ้างว่าเคยส่งคนไปทำงานมาแล้ว เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือจากนั้นจะชักชวนผู้สนใจให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมจัดตั้งกลุ่มสนทนาเพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครงาน และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อาทิ ค่าดำเนินการ ค่าวีซ่า หรือค่าจองตำแหน่งงาน
.นายสมชาย กล่าวว่า เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ กรมการจัดหางานขอแนะนำแนวทางการสังเกตเพจปลอม ดังนี้
1. ตรวจสอบประวัติและความโปร่งใสของเพจ โดยดูการเปลี่ยนชื่อเพจและตำแหน่งแอดมินว่าอยู่ในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบหรือไม่
2. สังเกตการตั้งค่าการกล่าวถึง โดยเฉพาะเพจที่ปิดการแท็ก หรือจำกัดการแสดงความคิดเห็น ปิดกั้นการแจ้งเตือน หรือการร้องเรียนจากผู้เสียหาย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
3. ตรวจสอบความคิดเห็น (คอมเมนต์) ระวังเพจที่มีการปั๊มคอมเมนต์ ซ่อนความคิดเห็นจริง หรือมีแต่ข้อความลักษณะชักชวน เช่น “สนใจครับ” หรือ “ทักแชท”
4. ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อ โดยต้องมีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน และสามารถติดต่อได้จริง ไม่ใช่เพียงการเชิญเข้ากลุ่มไลน์ส่วนตัว
และ 5. หากพบข้อสงสัยว่าเป็นเพจปลอม ให้กดปุ่ม “รายงาน (Report)” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ
“กรมการจัดหางานได้เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และสกัดกั้นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบจัดส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ รวมถึงบริษัทจัดหางานเถื่อน หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอฝากเตือนคนหางานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd
เสียก่อน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง” นายสมชาย กล่าว
.
ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศปลายทางได้จากเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน
วิธีป้องกันเบื้องต้น
จำไว้ว่า: การไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต หรือกรมการจัดหางานเท่านั้น และจะไม่มีการเรียกเก็บเงินผ่านแอปฯ ไลน์ในลักษณะส่วนตัว
สรุป: หากพบประกาศรับสมัครงานที่โฆษณาว่า "รายได้สูง ขั้นตอนง่าย โอนจองทางไลน์" ให้ถือว่าเป็น ข่าวลวง และห้ามโอนเงินเด็ดขาด
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ...ไม่จริง เป็นข่าวปลอม เนื่องจากตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบแล้วพบว่า รูปแบบการชักชวนลักษณะนี้เป็นอุบายของกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อและสมัครงาน ซึ่งนำไปสู่การเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการถูกบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย
ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัย! อย่าหลงเชื่อ "งานแอดมิน เงินดี ทำที่บ้าน" อาจกลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ข้ามแดน
รายละเอียด:
รูปแบบการหลอกลวง: มิจฉาชีพจะโพสต์รับสมัครงานผ่านช่องทางออนไลน์ โดยระบุคุณสมบัติง่ายๆ รายได้สูง ทำงานที่บ้านได้ หรือมีอุปกรณ์ให้ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้สมัครงาน
อุบาย: มิจฉาชีพจะนัดพบผู้สมัครงานโดยอ้างว่าเพื่อไปอบรมหรือรับอุปกรณ์ทำงาน แต่จะพาไปยังพื้นที่ชายแดนและลักลอบพาออกนอกประเทศ
เมื่อถึงจุดหมาย: เหยื่อจะถูกกักขัง ยึดเครื่องมือสื่อสาร และบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย เช่น เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
หากหมดประโยชน์: เหยื่ออาจถูกทิ้งในพื้นที่เสี่ยงหรือส่งตัวดำเนินคดี
ข้อควรปฏิบัติ:
ตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครงานอย่างรอบคอบ: จากแหล่งที่เชื่อถือได้
อย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง: หากงานดูง่ายเกินไปและรายได้สูงเกินจริง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
ไม่ควรนัดพบหรือเดินทางไปกับบุคคลแปลกหน้า: โดยเฉพาะการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน
หากพบเห็นโพสต์รับสมัครงานที่น่าสงสัย: ให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่าตกเป็นเหยื่อ! ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงานใดๆ!
.
ตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครงานอย่างรอบคอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า ... ไม่จริง! นี่คืออุบายใหม่ของมิจฉาชีพที่เกาะกระแสความเดือดร้อนของประชาชน โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วน เนื่องจากตรวจพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกองทุน สมาคม หรือชมรมที่เกี่ยวกับ "ฌาปนกิจสงเคราะห์" เพื่อหลอกดูดเงินและขโมยข้อมูลส่วนตัวของประชาชน โดยมีรายละเอียดกลโกงดังนี้:
🔎 รูปแบบการหลอกลวง (กลโกงเกาะกระแส)
มิจฉาชีพจะเลือกใช้วิธีการติดต่อที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อสร้างความตกใจหรือความหวัง:
ช่องทางติดต่อ: ส่ง SMS, โทรศัพท์สายตรง หรือทักข้อความผ่านแอปพลิเคชัน LINE แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตัวแทนสมาคมฯ
สร้างเรื่องราว: อ้างว่าท่านมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล เงินสงเคราะห์ หรือต้องอัปเดตข้อมูลสมาชิกเพื่อให้กองทุนคงอยู่
เหยื่อล่อ: ส่งลิงก์ปลอมให้กด เพื่อนำไปสู่หน้าเว็บที่ให้ กรอกข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ, เลขบัตรประชาชน, เลขบัญชีธนาคาร)
ขั้นตอนเผด็จศึก: หลอกเอา รหัส OTP หรือให้ สแกนใบหน้า เพื่อเข้าควบคุมแอปธนาคารและโอนเงินออกจากบัญชีจนหมด
🛡️ คาถาป้องกันภัย (แนวทางรับมือ)
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ โปรดจำหลักการสำคัญดังนี้:
ไม่กด ไม่กรอก: ห้ามกดลิงก์ที่แนบมากับ SMS หรือ LINE จากบุคคลที่ไม่รู้จักเด็ดขาด
ไม่มีนโยบายออนไลน์: หน่วยงานราชการหรือสมาคมฌาปนกิจที่ถูกต้อง ไม่มีนโยบาย ติดต่อให้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือขอรหัสผ่านผ่านทางโทรศัพท์
เช็กให้ชัวร์: หากสงสัย ให้ติดต่อสอบถามที่สำนักงานสมาคมฯ หรือหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงด้วยตนเอง
📢 ช่องทางแจ้งเหตุและสอบถาม
หากท่านหลงเชื่อหรือพบเห็นเบาะแส สามารถดำเนินการได้ทันทีที่:
สายด่วนตำรวจไซเบอร์: โทร. 1441 (ปรึกษาและระงับอายัดบัญชี)
แจ้งความออนไลน์: ต้องที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น (โปรดระวังเว็บไซต์ปลอมที่ขึ้นโฆษณาบน Google)
"อย่าให้ความกังวลเรื่องเงินฌาปนกิจ กลายเป็นโอกาสให้มิจฉาชีพมาซ้ำเติม"
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วว่า... "ไม่จริง และอันตรายมาก!"
นี่คือกลอุบายของมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์โลก (เช่น สงคราม หรือวิกฤตเศรษฐกิจ) มาหลอกล่อให้ประชาชนหลงเชื่อ มีวิธีการหลอกลวงที่แนบเนียน โดยแอบอ้างชื่อกูรู/บริษัทดัง ดึงเข้ากลุ่มลับโชว์กำไรปลอมจากแอปฯ เทรดเก๊ที่คุมกราฟได้เอง พร้อมอ้างข้อมูลวงในเร่งรัดให้โอนเงินลงทุนทอง-น้ำมันตามกระแสโลก
🕵️ เปิดหน้ากาก! วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพ
สร้างโปรไฟล์ปลอม (Impression): มักใช้รูปภาพบุคคลที่ดูภูมิฐาน น่าเชื่อถือ หรือแอบอ้างเป็น "กูรูด้านการลงทุน" หรือ "นักวิเคราะห์ชื่อดัง" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตั้งแต่แรกเห็น
ใช้กลุ่มโซเชียลลับ (Closed Groups): ดึงเหยื่อเข้ากลุ่ม Line หรือ Facebook ที่มีหน้าม้าคอยโพสต์สลิปการโอนเงินหรือกำไรปลอมๆ เพื่อกระตุ้นความโลภและทำให้รู้สึกว่า "ใครๆ ก็ทำได้"
แอปพลิเคชันปลอม (Fake Trading Platform): หลอกให้ดาวน์โหลดแอปฯ ที่ดูเหมือนกราฟหุ้นหรือราคาทองจริง แต่เป็นแอปฯ ที่มิจฉาชีพควบคุมตัวเลขได้เอง ช่วงแรกอาจถอนเงินออกมาได้จริงเพื่อหลอกให้ตายใจและลงเงินเพิ่ม
อ้างข้อมูลวงใน (Inside Info): อ้างว่ามีข้อมูลลับจากแหล่งพลังงานหรือเหมืองทองคำที่กำลังจะพุ่งสูงขึ้น เพื่อบีบให้เรา "ต้องรีบลงทุนเดี๋ยวนี้" ก่อนจะพลาดโอกาส
⚠️ 4 สัญญาณอันตราย... อย่าหลงเชื่อ!
อ้างกำไรดีเกินจริง: การันตีผลตอบแทนสูงผิดปกติในระยะเวลาอันสั้น (เช่น วันละ 10-20%)
อ้างสถานการณ์โลก: ใช้ข่าวเด่นเรื่อง ทองคำ น้ำมัน หรือพลังงาน มาสร้างความน่าเชื่อถือ
อ้างผู้เชี่ยวชาญ/วงใน: ปลอมโปรไฟล์หรืออ้างข้อมูลลับที่คนอื่นไม่รู้
เร่งรัดให้ตัดสินใจ: บีบบังคับด้วยเวลาเพื่อให้เราขาดสติและรีบโอนเงิน
🛡️ วิธีป้องกัน: "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน"
ก่อนจะควักเงินในกระเป๋า ให้ใช้สูตรเช็กชัวร์จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.):
เช็กก่อน: ค้นหาชื่อบริษัทหรือผู้แนะนำการลงทุนผ่านแอป SEC Check First
ถามก่อน: ตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้องหรือไม่
ตัดวงจร: หากพบลิงก์แปลกปลอม หรือการชักชวนผ่านกลุ่มไลน์/เฟสบุ๊คที่ไม่ชัดเจน ให้กดรายงาน (Report) และบล็อกทันที
"จำไว้ว่า... การลงทุนมีความเสี่ยง แต่มิจฉาชีพเสี่ยงกว่า เพราะเงินคุณจะเหลือศูนย์!"
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วพบว่า... "ไม่จริง! และเป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้สวมรอย"
จากการตรวจสอบประกาศเตือนภัยล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า บัญชี LINE เป็นสิ่งที่ปลอมแปลงได้ง่ายที่สุด เพียงแค่มิจฉาชีพนำรูปภาพจากอินเทอร์เน็ตมาตั้งเป็นโปรไฟล์และใช้ชื่อแอบอ้าง ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ขึ้นมาได้ทันที
🎭 มิจฉาชีพมักปลอมเป็นใครได้บ้าง?
นักธุรกิจ/คนดัง: เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการชวนลงทุนหรือขอยืมเงิน
ตำรวจ/เจ้าหน้าที่รัฐ: เพื่อข่มขู่ให้ตกใจเกี่ยวกับคดีความ หรืออ้างว่าตรวจสอบทรัพย์สิน
หน่วยงานรัฐและเอกชน: แอบอ้างเป็นธนาคาร, กรมสรรพากร หรือบริษัทขนส่ง เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว
🚨 2 สัญญาณอันตราย... ที่ต้องระวัง!
ทักมาก่อน: อยู่ดีๆ ก็ทักมาหาโดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ
พยายามให้โอนเงิน: ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพื่อ "ตรวจสอบ", "ค่าธรรมเนียม" หรือ "ช่วยปิดคดี" หากมีการพูดเรื่องเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
🛡️ วิธีป้องกันและรับมือ
ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง: อย่าติดต่อผ่าน LINE ที่ทักมาเอง ให้หาเบอร์โทรศัพท์หรือเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าหน้าที่
ไม่กดลิงก์แปลกปลอม: ที่ส่งมาทางแชท LINE เพราะอาจเป็นลิงก์ดูดเงินหรือขโมยข้อมูล
แจ้งเหตุทันที: หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
"แค่มีรูป + ตั้งชื่อ ก็หลอกได้ อย่าหลงเชื่อเพียงแค่ภาพโปรไฟล์ที่เห็น"
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วพบว่า...ไม่จริง (เป็นกลโกงมิจฉาชีพ) โดยมีการแจ้งเตือนภัยจากตำรวจไซเบอร์ว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพแฝงตัวบนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อหลอกลวงประชาชน โดยใช้ความโลภและความต้องการสร้างรายได้มาเป็นเครื่องมือ หากคุณเจอข้อเสนอที่ "ดีเกินจริง" ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยมี 2 รูปแบบหลักที่พบบ่อย ดังนี้:
1. กลโกง "นายหน้าเก๊" (Affiliate Scam)
คำอ้าง: รับสมัครคนทำภารกิจ/นายหน้า รายได้วันละ 1,000 - 5,000 บาท งานง่าย ได้เงินไว
พฤติกรรม: หลอกให้ "โอนเงินค่าสมัคร" หรือ "สำรองเงินจ่ายล่วงหน้า" เพื่อปลดล็อกภารกิจ
ข้อเท็จจริง: งานนายหน้า (Affiliate) ของแท้ ต้องไม่เสียค่าสมัคร และไม่มีการบังคับให้โอนเงินสำรองจ่ายก่อนเด็ดขาด
2. กลโกง "สินค้าราคาถูกผิดปกติ"
คำอ้าง: ขายมือถือ แท็บเล็ต หรือสินค้าแบรนด์เนมในราคาถูกกว่าท้องตลาด 70-80%
พฤติกรรม: พยายามจูงใจให้ "โอนเงินนอกระบบ" (เข้าบัญชีส่วนตัวโดยตรงไม่ผ่านตะกร้า) หรือส่งของปลอม/ของไม่ตรงปกมาเก็บเงินปลายทาง
ข้อเท็จจริง: สินค้าที่มีราคาถูกเกินจริงมักเป็นกับดักเพื่อหลอกให้โอนเงินแล้วบล็อกหนี
วิธีป้องกัน "สายช้อป-สายครีเอเตอร์" ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
ช้อปผ่านตะกร้าเท่านั้น: ซื้อสินค้าผ่านระบบชำระเงินของ TikTok โดยตรง ห้ามโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ของผู้ขายเด็ดขาด เพื่อให้มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
เช็กประวัติก่อนควักเงิน: ตรวจสอบรีวิวร้านค้า คะแนนความน่าเชื่อถือ และยอดขายจริง
กฎเหล็กงานออนไลน์: หากงานไหนบอกว่า "ต้องโอนเงินก่อน" หรือ "เติมเงินทำภารกิจ" ให้ฟันธงทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
จำไว้เสมอ: ไม่มีงานไหนที่ให้เราโอนเงินไปก่อนเพื่อที่จะได้เงินกลับมา และไม่มีของดีราคาถูกจนเหลือเชื่อในโลกออนไลน์โดยไม่มีเงื่อนงำ
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ในช่วงที่ผ่านมา พบรายงานผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญหลายราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ข้าราชการเกษียณ และผู้รับเงินบำนาญ (รวมถึงเครือข่ายทหารผ่านศึกและครอบครัว) ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานต้นสังกัด ทำให้สูญเสียทรัพย์สินในบัญชีเงินฝากไปเป็นจำนวนมาก
พฤติการณ์ของมิจฉาชีพ (กลโกงที่ใช้ในพื้นที่)
การเข้าถึงตัว: มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ติดต่อเข้ามือถือส่วนตัวของผู้เสียหาย โดยมักจะมีข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อ-นามสกุล หรือหน่วยงานที่เคยสังกัด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
สร้างเรื่องหลอกลวง (เหยื่อล่อ): อ้างว่าผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเงินตกค้างจากทางราชการ เช่น เงินบำเหน็จบำนาญตกเบิก เงินสวัสดิการชุมชน เงินฌาปนกิจ หรือสิทธิประโยชน์ของผู้เกษียณอายุที่ยังรับไม่ครบ
ขั้นตอนการหลอกเอาเงิน (ดูดเงิน): * มิจฉาชีพจะออกอุบายให้ผู้เสียหายรีบ "อัปเดตข้อมูลส่วนตัว" เพื่อรับเงินดังกล่าว
หลอกให้เพิ่มเพื่อนทาง LINE (แอดไลน์) ซึ่งมักตั้งโปรไฟล์เป็นโลโก้หน่วยงานรัฐ
ส่งลิงก์ให้กดเพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล
หลอกให้ทำตามขั้นตอน เช่น การกดรหัส หรือเปลี่ยนภาษาในหน้าจอ ซึ่งแท้จริงแล้วคือการเปิดสิทธิให้มิจฉาชีพเข้าควบคุมโทรศัพท์มือถือจากระยะไกล (Remote Access)
สุดท้าย มิจฉาชีพจะทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายจนหมด และล็อกหน้าจอโทรศัพท์ไว้
ข้อเท็จจริงเพื่อการเฝ้าระวัง
หน่วยงานราชการทุกแห่ง (รวมถึงกรมบัญชีกลาง) "ไม่มีนโยบาย" ในการโทรศัพท์แจ้งสิทธิประโยชน์ หรือให้แอดไลน์เพื่อโอนเงินสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น
การรับเงินสวัสดิการของรัฐ จะโอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ตามรอบปกติเท่านั้น ไม่มีการเร่งรัดให้ทำธุรกรรมผ่านลิงก์ด่วน
แนวทางการป้องกันสำหรับพี่น้องชาวอำนาจเจริญ
"ไม่เชื่อ ไม่คุย" หากมีสายเรียกเข้าแอบอ้างเรื่องเงินสวัสดิการรัฐ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ ให้รีบวางสายทันที ห้ามสนทนาต่อ
"ไม่กด ไม่แอด" ห้ามกดลิงก์แปลกปลอมที่ส่งมาทาง SMS หรือ LINE และห้ามดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่ได้มาจาก App Store หรือ Google Play อย่างเด็ดขาด
"ปิดเครื่องทันที" หากเผลอกดลิงก์ หรือรู้สึกว่าหน้าจอมือถือค้าง/ถูกควบคุม ให้รีบกดปุ่ม Power ค้างไว้เพื่อปิดเครื่องตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เร็วที่สุด
"แจ้งเบาะแส" หากพบเหตุสงสัย สามารถสอบถามผู้นำชุมชน เครือข่ายต้านทุจริตในพื้นที่ หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
อีสานโคแฟค ตรวจสอบแล้วพบว่า... จริง และควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตามประกาศแจ้งเตือนจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพออกอาละวาดหนัก โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุและข้าราชการบำนาญเป็นหลัก เพื่อหลอกลวงให้โอนเงินผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐต่าง ๆ
พฤติกรรมของมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะทำงานเป็นระบบและใช้จิตวิทยาในการข่มขู่ โดยมีขั้นตอนที่พบบ่อยดังนี้:
การติดต่อครั้งแรก: โทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ปปง., ไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่วนท้องถิ่น
การสร้างเรื่องราว: อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน, มีพัสดุผิดกฎหมายถูกอายัด หรือมีการค้างชำระภาษี/หนี้สินที่ต้องตรวจสอบด่วน
การโน้มน้าว: มักจะบังคับให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์เพื่อส่งเอกสารปลอม (เช่น หมายเรียก หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ปลอม) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
การปิดดีล: ใช้วิธีพูดจาเร่งรัด ข่มขู่ให้เกิดความกลัว และหลอกให้ "โอนเงินเพื่อไปตรวจสอบบัญชี" หรือขอ รหัส OTP เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันธนาคารของผู้เสียหาย
3 จุดสังเกต: วิธีป้องกันตัวเองและครอบครัว
เพื่อให้เท่าทันกลโกง ขอให้ยึดหลักปฏิบัติ "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" ดังนี้:
หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายโทรหาประชาชนเพื่อขอเงิน: ไม่มีการโอนเงินไปตรวจสอบ และไม่มีการขอรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์เด็ดขาด
ตั้งสติและตัดบท: หากปลายทางพูดจาข่มขู่หรือเร่งรัดให้โอนเงิน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และควรวางสายทันที
ตรวจสอบกลับเสมอ: หากไม่แน่ใจ ห้ามทำธุรกรรมตามคำบอก แต่ให้ติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดด้วยตนเองผ่านเบอร์โทรศัพท์กลางที่สืบค้นเอง (ไม่ใช่เบอร์ที่มิจฉาชีพให้มา)
ช่องทางการแจ้งเหตุ
หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือตกเป็นเหยื่อแล้ว ให้รีบดำเนินการดังนี้:
สายด่วน 1441: ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์คดีทางเทคโนโลยี
สายด่วน 191: แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายในกรณีฉุกเฉิน
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบข้อมูลข้างต้นนั้น พบว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงเรื่องไม่อนุญาตให้แรงงานกัมพูชาทำงานในประเทศไทย และจะผลักดันออกนอกประเทศดังกล่าวแต่อย่างใด
ประกอบกับข้อความในสื่อโซเชียล เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสต์ ซึ่งไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน ขอประชาชนไตร่ตรองข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนกดแชร์ข้อมูลใด ๆ ออกไป และไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
Thai PBS Verify พบโพสต์อ้างว่าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เตรียมเสนอให้ยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาทนั้น ไม่เป็นความจริง อีกทั้งภาพที่ใช้ประกอบโพสต์ยังถูกตรวจสอบพบว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI ขณะที่โครงการบัตรทอง “30 บาทรักษาทุกโรค” ยังคงดำเนินต่อไป และในปี 2569 ยังได้รับงบประมาณเพิ่มพร้อมขยายสิทธิประโยชน์ใหม่
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ฟันผุเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อของลิ้นหัวใจของคนไข้ และลิ้นหัวใจเทียมที่เปลี่ยนให้คนไข้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุมักเป็นเชื้อโรคในช่องปากได้แก่แบคทีเรียกรัมบวกพวก streptococcus การติดเชื้อนี้เป็นปัญหาที่พบได้หลังการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
การติดเชื้อของลิ้นหัวใจเทียมจากแบคทีเรียในช่องปากอาจเกิดได้ตลอดชีวิตคนไข้ คนไข้สูงวัยที่ไม่มีฟันเหลือก็จะไม่มีความเสี่ยงนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังไปตลอด การติดเชื้อมักเป็นตรงไหมเย็บเนื้อเยื่อของหัวใจกับลิ้นเทียม เชื้อโรคจะทำลายเนื้อเยื่อหัวใจ ทำให้เกิดการรั่วข้าง ๆ ลิ้นหัวใจเทียม อาจรุนแรงจนเกิดหัวใจวายและต้องการรักษาโดยการผ่าตัดเร่งด่วน
คนไข้ที่ฟันผุมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสโลหิตซึ่งเชื้อโรคอาจกระจายไปทั่วร่างกายและเกิดการติดเชื้อของลิ้นหัวใจได้ โดยเฉพาะลิ้นหัวใจที่ไม่ปกติมาก่อนเช่นเป็นโรคลิ้นหัวใจไข้รูมาติคทำให้มีการอักเสบของลิ้นหัวใจ แม้ไม่มีอาการจากการตีบหรือรั่วของลิ้น การติดเชื้อมักทำลายเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจเกิดโรคลิ้นหัวใจรั่ว
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
หลายคนเข้าใจว่าการทำพินัยกรรมต้องไปทำที่สำนักงานเขตหรืออำเภอเท่านั้นถึงจะมีผลทางกฎหมาย แต่ความจริงแล้ว กฎหมายไทยเปิดให้ทำพินัยกรรมได้หลายรูปแบบ ไม่จำกัดแค่ที่หน่วยงานรัฐ (อ้างอิงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
❌ พินัยกรรมไม่จำเป็นต้องทำที่เขตเท่านั้น
พินัยกรรมสามารถทำเองที่บ้านได้ เช่น การเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเองทั้งฉบับ โดยต้องมีวันที่และลายเซ็นครบถ้วน ก็มีผลทางกฎหมายเช่นกัน
✅ รูปแบบพินัยกรรมที่ทำได้ตามกฎหมาย
แบบเขียนเองทั้งฉบับ (ไม่ต้องมีพยาน แต่ต้องเขียนเองทั้งหมด)
แบบมีพยาน (ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน)
แบบทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ (ที่เขต/อำเภอ)
แบบพิเศษ (เช่น กรณีฉุกเฉิน)
✅ ทำที่เขตมีข้อดี
แม้ไม่จำเป็น แต่การทำพินัยกรรมที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารถูกโต้แย้ง หรือถูกมองว่าไม่ถูกต้องในภายหลัง
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ
พินัยกรรมแบบเขียนเอง ต้องเขียนด้วยลายมือทั้งหมด ห้ามพิมพ์
พยานต้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในมรดก
ต้องระบุทรัพย์สินและผู้รับให้ชัดเจน
ความรู้เพิ่มเติม
📌 รูปแบบที่คนมักเข้าใจผิด
“ต้องไปเขตเท่านั้นถึงจะถูกกฎหมาย” ❌
“เขียนเองจะใช้ไม่ได้” ❌ (จริง ๆ ใช้ได้ถ้าถูกต้องตามเงื่อนไข)
สรุป
ดังนั้น ข้อความที่ว่า “พินัยกรรมต้องทำที่เขตเท่านั้น” ไม่ถูกต้อง เพราะสามารถทำเองที่บ้านได้ตามกฎหมาย เพียงแต่การทำผ่านเจ้าหน้าที่จะช่วยให้เอกสารมีความน่าเชื่อถือและลดปัญหาในอนาคต
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
เมื่อได้รับบาดเจ็บ ในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือหากบาดแผลสกปรกมาก อาจใช้สบู่อ่อนชะล้างสิ่งสกปรกออกไปก่อน จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่ามาก ๆ หากทำได้ให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผลหรือแช่แผลในน้ำอุณหภูมิห้องอย่างน้อย 5 นาที แต่ไม่ควรเกิน 20 นาที ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้บาดแผลลึกมากขึ้นได้ จากนั้นใช้ผ้าสะอาดปิดแผลและไปพบแพทย์ ไม่ควรใช้ยาสีฟันหรือครีมอื่นใดชะโลมบนแผล เพราะอาจทำให้แผลมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
ในเดือนเมษายน 2569 ความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ
วันที่ 30 มีนาคม 2569 ทางทีมงานอีสานโคแฟคได้ตรวจสอบข่าว จากที่กระแสข่าวใขช่วงนี้เรื่องอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มมากขึ้น และสถานการณ์ความกังวลด้านพลังงาน จากข่าว “ในเดือนเมษายน 2569 ความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ” เป็นข่าวที่มีเนื้อหาที่เป็นจริง ที่เป็นค่าค่าดัชนีความร้อน (Heat Index)
การตรวสอบ จากแหล่งข่าว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ยืนยันประเด็นสภาพอากาศที่ระบุว่า ดัชนีความร้อน 60 องศา ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 เป็น "ข่าวจริง" ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง ไม่ใช่อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้จากเครื่องมือทั่วไป โดยดัชนีความร้อนนี้คำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ดีกว่าอุณหภูมิปกติ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อนและอึดอัดมากขึ้น
ความรู้เรื่อง “ดัชนีความร้อน (Heat Index) จากกรมอุตุนิยมวิทยา
ระดับความเสี่ยงของดัชนีความร้อน
เฝ้าระวัง (สีเขียว): 27-32.9°C (อ่อนเพลีย)
เตือนภัย (สีเหลือง): 33-41.9°C (ตะคริว, อ่อนเพลีย)
อันตราย (สีส้ม): 42-51.9°C (ฮีทสโตรก)
อันตรายมาก (สีแดง): > 52 °C (ฮีทสโตรกสูงมาก)
ดัชนีความร้อนที่สูง จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช รวมถึง ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง) จึงควรดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างสม่ำเสมอ
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบและสั่งซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าออนไลน์ บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Mookrin Shop ป ล่ อ ย” โดยได้เก็บตัวอย่างเครื่องสำอาง Chermook Bright Face Cream Melasma Perfect White Cream เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสารปรอทและสารประกอบของปรอท และสารสเตียรอยด์ ที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ จึงขอประกาศผลการตรวจสอบหรือผลวิเคราะห์เครื่องสำอางให้ประชาชนทราบ ดังนี้
ผลตรวจวิเคราะห์เครื่องสำอางดังกล่าว ตรวจพบปรอทและสารประกอบของปรอท (Mercury and its compounds – Mercury) อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบและพบสารสเตียรอยด์ คือ Betamethasone 17-valerate (Glucocorticoids) อาจทำให้ผิวบาง เกิดรอยแตก เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ หน้าแดงตลอดเวลา เกิดผื่นแพ้ เกิดสิวผด ผิวหนังมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดด่างขาว
ข้อแนะนำ
ขอให้เลือกซื้อเครื่องสำอางด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ ประชาชนควรเลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน ฉลากภาษาไทยมีข้อความตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน ได้แก่ ชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า ประเภทเครื่องสำอาง ชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตหรือปีเดือนที่ผลิต คำเตือน (ถ้ามี) และเลขที่ใบรับจดแจ้ง สำหรับร้านค้าที่ซื้อเครื่องสำอางเพื่อจำหน่าย ควรซื้อจากผู้มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ และมีหลักฐานการซื้อขายที่ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ขายอย่างชัดเจน
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Nataphon Ditthabanjong
ปัจจุบันยาสีฟันสูตร Whitening ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะหลายคนต้องการมีฟันขาวสะอาด แต่ความเข้าใจที่ว่าใช้แล้วจะทำให้ฟันขาวขึ้นทันทีหรือขาวถาวรนั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด
✅ ยาสีฟัน Whitening ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีสารช่วยขจัดคราบบนผิวฟัน เช่น คราบชา กาแฟ หรือบุหรี่ เมื่อคราบลดลง ฟันจึงดูสะอาดและสว่างขึ้น
❌ อย่างไรก็ตาม ยาสีฟันไม่สามารถเปลี่ยนสีฟันตามธรรมชาติหรือทำให้ฟันขาวลึกถึงเนื้อฟันได้ เพราะไม่ได้ซึมลึกเหมือนการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์
⚠️ บางสูตรมีสารขัดฟันสูง หากใช้มากเกินไปหรือแปรงแรง อาจทำให้เคลือบฟันสึกและเกิดอาการเสียวฟันได้
ความรู้เพิ่มเติม
📌 ความต่างที่ควรรู้
Whitening Toothpaste = ลดคราบ ทำให้ “ดูขาวขึ้น”
Teeth Whitening = เปลี่ยนสีฟันจริง (โดยทันตแพทย์)
📌 สาเหตุที่ฟันเหลือง
คราบอาหาร/เครื่องดื่ม (ชา กาแฟ)
การสูบบุหรี่
อายุและพันธุกรรม
📌 วิธีดูแลให้ฟันขาวอย่างปลอดภัย
แปรงฟันอย่างถูกวิธีวันละ 2 ครั้ง
ใช้ไหมขัดฟันและพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดคราบ
ใช้ใน 1 ข้อความ・5 วันที่แล้ว
