ตรวจสอบข่าว

รายการความเห็น


13334 ความเห็น

✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
เรื่องนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น ได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ได้รับคำตอบว่า “เป็นความจริง” โดยมีประกาศจังหวัดขอนแก่น เรื่อง การเปลี่ยนแปลงชื่อการจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว งานกาชาดจังหวัดขอนแก่น และงานขอนแก่นซอฟต์พาวเวอร์ ประจำปี 256 โดยเปลี่ยนแปลงเป็น “งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด "ร้อยเรียงไหม ร้อยรวมใจ น้อมแสดงความอาลัยถวายแด่พระพันปีหลวง" โดยลงประกาศ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ลงชื่อ นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
เรื่องนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น ได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ได้รับคำตอบว่า “เป็นความจริง” โดยเรื่องนี้มีข้อมูลยืนยันจากเพจ ISAN Insight ที่ได้มีการนำข้อมูลตัวเลขจากการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากรปี 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ภาคอีสานมีสัดส่วน “นักดื่ม” สูงที่สุดในประเทศไทย มากถึง 43.4% ซึ่งหมายความว่าในทุก 100 คน จะพบผู้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 43 คนนั่นเอง และยังพบอีกว่า “ขอนแก่น” มีสัดส่วนผู้ดื่มมากถึง 64.1% สูงที่สุดอันดับ 1 ของประเทศ ขณะที่ ”นครราชสีมา“ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอีสาน กลับมีผู้ดื่มหนักเพียง 31.1% เท่านั้น ซึ่งต่ำที่สุดของภาคอีสาน
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 พบว่าเป็นความจริง โดยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้ประชุมร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดขอนแก่นสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและยั่งยืนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ การให้บริการรถประจำทางแบบไฟฟ้าหรืออีวีบัส เส้นทางสัญจรในอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและยกระดับขนส่งที่เข้มแข็ง โดยจะศึกษาเส้นทางเดินรถใหม่เพื่อเป็นแกนหลักในการเดินรถของอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดและลดปัญหามลพิษด้วย
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 พบว่า ไม่เป็นความจริง โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก ดร.จักรสันต์ เลยหยุด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ. รองบรรณาธิการด้านบริหาร วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า สถิติการเสียชีวิตของคนขอนแก่นในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมาพบว่าสถิติการเสียชีวิตอันดับหนึ่งคือโรคทางระบบทางเดินหายใจส่วนล่างจำนวน 1,589 คน อันดับ 2 คือโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 1084 คน อันดับ 3 ติดเชื้อในกระแสเลือด 830 คน อันดับ 4 โรคไต 638 คน อันดับ 5 โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม จำนวน 528 คน อันดับ6 โรคหัวใจขาดเลือด 517 คน และอันดับ 7 โรคมะเร็งตับ 478 คน ทั้งนี้โรคมะเร็งท่อน้ำดี มีตัวเลขว่าปัจจุบันคนอีสานเสียชีวิตจากโรคพยาธิใบไม้ตับและนำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีปีละ 6,500 คน รัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษาปีละกว่า 13,500 ล้านบาท.
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 พบว่า เป็นความจริง โดยนายกำพล สีกา โยธาธิการและผังเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเมืองขอนแก่น โดยได้มีการขุดท่อระบายน้ำจำนวน 14 เส้นทาง โดยโครงการนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2566 ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 55.25% ในระหว่างการก่อสร้างสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ไปได้บางส่วน เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถช่วยป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ครอบคลุมบริเวณ ถ.กสิกรทุ่งสร้าง-เขตพื้นที่ประมงขอนแก่น ถ.หลังศูนย์ราชการ ถ.มิตรภาพ ถ.บ้านไทรทอง และถ.สีหราชเดโชชัย สิ้นสุดไปจนถึงบึงหนองโคตร ซึ่งเฟสแรก ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท โดยการดำเนินการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองขอนแก่นเป็นโครงการระยะยาว ดำเนินการเฟสละ 3 ปี รวม 3 โดยใช้งบประมาณรวม 1 พันล้านบาท.
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 พบว่า เป็นความจริง โดยเรื่องนี้ นายสมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เฮือนโบราณที่ก่อสร้างบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการเมื่อปี 2665 โดยแต่ละอำเภอระดมช่างไม้ฝีมือดี มาสร้างเฮือนโบราณตามโครงสร้างและองค์ประกอบแบบไทอีสานดั้งเดิม ตั้งแต่การยกเสาเอก เสาโท ทำพิธีตามฮีตคอง พร้อมเครื่องประกอบพิธีตามความเชื่อ และเฮือนโบราณทั้ง 26 หลังเป็นสมบัติของแต่ละอำเภอที่ลงทุนสร้างด้วยงบประมาณของตนเอง อำเภอจึงมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะประมูลขาย นำไปรื้อสร้างที่อื่น หรือมอบให้หน่วยงานหรือองค์กรใดต่อไป โดยได้มีการรื้อถอนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผานมา.
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 พบว่า เป็นความจริง โดยเรื่องนี้ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้แถลงข่าว จัดคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งการให้...ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์” เพื่อระดมทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนและช่วยบรรเทาวิกฤตการเงินโรงพยาบาลขอนแก่นที่มีปัญหาเงินติดลบกว่าพันล้าน โดยจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ต ในวันที่ 25 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ไคซ์ (KICE) เวลา 18.00 - 24.00 น. โดยมีศิลปินลูกทุ่งหมอลำที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิเช่น บอย ศิริชัย-แอน อรดี และ ใหม่ พัชรี มาร่วมแสดงคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่โรงพยาบาลขอนแก่นต่อไปโดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ประกาศมอบเงินเดือนของตนเองส่วนหนึ่งเป็นทุนตั้งต้นของการจัดงานครั้งนี้ด้วย
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมพบว่าเป็นความจริง โดยการจัดงานดังกล่าว จัดโดย บริษัทเอแอนด์เอ็มมันนี่ 888 โดยจังหวัดขอนแก่นได้ มีการจัดประชุมกัน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.68 เวลา 16.00 น.ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีหน่วยงานของรัฐประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ,สภ.อ.เมืองขอนแก่น ,อำเภอเมืองขอนแก่น, วัฒนธรรมจังหวัด, ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัด, เทศบาลเมืองเก่า, ผู้จัดการตลาดอู้ฟู่, ผู้จัดคอนเสิร์ต, ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และสื่อมวลชน โดยได้หารือภายใต้กรอบกฎหมายในการจัดงานมหรสพและได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง MOU เพื่อจัดระเบียบสังคมร่วมกัน ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 พบว่า ไม่เป็นความจริง โดยเรื่องนี้นายสมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนและเสนอให้มีการก่อสร้างหอแคนเกียรติยศของจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า กรณีการเสนอให้มีการก่อสร้างหอแคนเกียรติยศนั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยผ่านคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชนหรือ กรอ.ขอนแก่น ได้มีมติเห็นชอบตั้ง ตั้งคณะทำงาน 2 คณะเพื่อศึกษาหาข้อมูลทุกด้านจากผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญแต่ละด้านเป็นคณะทำงานศึกษา งานบวงสรวงเจ้าเมืองขอนแก่นคนแรก พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา ดูในทุกมิติ 2 ชุด รับหลักการการสร้างหอแคน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เชิดชูศิลปวัฒนธรรม ของจังหวัดขอนแก่น ล่าสุดเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แม้จะมีการเสนอเรื่องในระดับจังหวัดและมีความเห็นชอบทั้งหมดแล้ว แต่ไม่มีการนำเสนอต่อไปยังส่วนกลางหรือระดับกระทรวงแต่อย่างใด ทำให้เรื่องอยู่แค่ในระดับจังหวัดเท่านั้น
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 พบว่า จริงบางส่วน โดยเรื่องนี้ นายเอกพล พรหมแสง ในฐานะผู้อำนวยการส่วนจัดการที่ราชพัสดุ ธนารักษ์จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยในงานเสวนา “อนาคตบขส. 1” ว่า พื้นที่ บขส.1 เป็นที่ดินราชพัสดุขึ้นทะเบียนไว้เป็นแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ข.103 มีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 87 ตารางวา เดิมกรมการขนส่งทางบกใช้ประโยชน์เพื่อราชการเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการถ่ายโอนภารกิจสถานีขนส่งผู้โดยสารให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลนครขอนแก่นได้เข้ามาดูแลใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนี้เรื่อยมา และในปี 2560 ได้มีการย้ายสถานีขนส่งไปยังสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ปัจจุบัน เทศบาลนครขอนแก่นยังไม่ได้ส่งคืนที่ราชพัสดุแปลงนี้ให้กรมธนารักษ์ และยังคงอยู่ในความดูแลของเทศบาล โดยที่ผ่านมาเทศบาลนครขอนแก่นเคยเสนอโครงการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่นี้โดยเสนอให้ดำเนินการเป็น ตลาดประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาของกรมธนารักษ์ เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นที่ราชพัสดุ และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากสถานีขนส่งผู้โดยสารไปสู่การดำเนินการในเชิงเศรษฐกิจ หน่วยงานที่ดูแลอย่างเทศบาลจะต้องขออนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อน และหากมีการดำเนินการในเชิงเศรษฐกิจ เทศบาลจะต้องเช่าพื้นที่ เนื่องจากเดิมใช้ประโยชน์เพื่อราชการซึ่งไม่ต้องเช่า
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Nataphon Ditthabanjong
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวลวงจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 พบว่า เป็นความจริง โดยเรื่องนี้กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ระบุว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพในรูปแบบ “เงินบุญ” ลักษณะคือ มีคนมาชักชวนประชาชนโอนเงิน หรือลงทุน ทีละร้อยสองร้อย หรือแล้วแต่ โดยอ้างว่าจะได้บุญ โดยจะมีคนใหญ่คนโตมาจากต่างประเทศเอาเงินก้อนใหญ่มาให้ตามสัดส่วนเงินที่ลงไป หรือหลอกลวงว่า ลงร้อยได้ล้านหรือ ลงน้อยได้รถ Benz รถ BMW และหากโอนเงินทำบุญตลอดจะได้เงินตอบแทนถึง 2 ล้านบาท ซึ่งมีคนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้หลายราย และการหลอกใช้วิธีเดินไปพูดคุยและบอกเล่าทำให้เหยื่อหลงเชื่อไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพเพราะมีตัวตนจริง ๆ ทั้งนี้ ทางตำรวจกำลังติดตามเพื่อหาข้อมูลและจับกุมมาดำเนินคดี และเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่ออย่าตกเป็นเหยื่อ
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
AZ
โคแฟคตรวจสอบ: จากการสืบค้นคำให้สัมภาษณ์ของ รศ.ดร.ปณิธานในประเด็นการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาระลอกล่าสุดพบว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ช่องยูทูบของสำนักข่าว Top News ได้เผยแพร่วิดีโอสัมภาษณ์ รศ.ดร.ปณิธาน ความยาว 19.06 นาที พร้อมคำโปรยว่า “อ.ปณิธานเชื่อ ปะทะครั้งนี้อาจมี ‘นักรบรับจ้างต่างชาติ’ ร่วม ชี้ไทยยังไม่กล้าถล่มลึกถึงฐานใหญ่เขมร” ในช่วงนาทีที่ 3.54 – 5.54 มีการพูดถึงเรื่องการต่อสู้โดยใช้โดรนติดระเบิด ซึ่ง รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า ทหารกัมพูชาอาจไม่ได้ใช้โดรนด้วยตนเองเพียงลำพัง แต่มีกลุ่มที่รับฝึกและรับคุมการปฏิบัติงาน ทำให้มีความพร้อมในการใช้งานโดรนมากขึ้น และเมื่อพิธีกรถามว่าหมายถึงนักรบรับจ้างใช่หรือไม่ รศ.ดร.ปณิธานตอบว่าสมรภูมิเปิดแบบนี้ก็เหมือนสมรภูมิทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคนที่มีความชำนาญสูงกว่ากองกำลังท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ฝึกการใช้ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่มากนัก โคแฟคตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ของ รศ.ดร.ปณิธานตลอดทั้งคลิป ไม่พบว่ามีการเอ่ยถึง “ทหารรับจ้างอเมริกัน” แต่อย่างใด โคแฟคยังได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับ รศ.ดร.ปณิธาน ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ ตนไม่เคยระบุสัญชาติของนักรบรับจ้างหรือผู้เชี่ยวชาญที่เข้าไปบังคับโดรนในกัมพูชา แต่อาจเป็นการตีความหรือขยายความเพิ่มเติมจากเพจเฟซบุ๊กที่นำคำให้สัมภาษณ์ไปเผยแพร่ต่อ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Thai Tribune และ IMCT Thai Tribune เว็บไซต์ Thaitribune.org ให้ข้อมูลว่า Thaitribune เป็น “กองทุนสื่อสาธารณะอิสระของประชาชน เป็นสื่อของประชาชนอย่างแท้จริง มุ่งปฏิบัติหน้าที่โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ตามอาชีวปฏิญาณแห่งวิชาชีพที่เคยได้รับการยกย่องเป็นฐานันดร 5 Thaitribune International News Agency (TTIN) หนังสือพิมพ์ Thaitribune, เว็บไซต์ Thaitribune Online และ Facebook Thaitribune จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพสื่อสารมวลชน ให้สามารถปฏิบัติภาระหน้าที่ได้อย่างอิสระ รับใช้ประเทศชาติและสังคมไทยหยัดยืนต่อสู้กับกระแสทุนธุรกิจสื่อ ทุนผูกขาด ทุนนิยมข้ามชาติ ที่บีบรัด บังคับ ควบคุม สร้างข้อจำกัด จนสื่อฯขาดอิสระในการนำเสนอ ข่าว สารข้อมูล ข้อเท็จจริง บทวิเคราะห์อย่างถูกถ้วน ที่ประชาชนควรได้รับรู้” IMCT เพจเฟซบุ๊ก IMCT News Thai Perspectives on Global News และเว็บไซต์ imctnews.com ดำเนินการโดยสมาคมสื่อมวลชนนานาชาติ ประเทศไทย (International Media Association of Thailand: IMCT) ข้อมูลบนเว็บไซต์สมาคมฯ ระบุว่า “สมาคมสื่อมวลชนนานาชาติ ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2023 จากการรวมตัวโดยคณะบุคคลที่อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนไทยและนานาชาติและอีกหลากหลายอาชีพ ที่มองเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลข่าวสารเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงจากทั่วโลก เปิดกว้างสำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศโดยไม่มีข้อจำกัด สมาคมฯ มุ่งหวังนำเสนอทางเลือกให้สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากรอบด้าน ลดการผูกขาดข้อมูลจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมตัวและประสานงานสื่อมวลชนต่างประเทศในประเทศไทย “เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงจากทุกพื้นที่ทั่วมุมโลก เป็นทางเลือกให้สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากรอบด้าน ลดการผูกขาดข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” หมายเหตุ: รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Information Integrity Towards Fact Free Fair Elections in Thailand ซึ่งโคแฟค Thai PBS Verify และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย
ใช้ใน 1 ข้อความ10 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
AZ
โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ ซึ่งเป็นองค์กรภาคประสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของไทยในบทความเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ: รัฐธรรมนูญไทย 20 ฉบับ แก้สำเร็จมาแล้ว 22 ครั้ง” ที่เผยแพร่เมื่อเดือน ส.ค. 2562 ว่า นับตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ประเทศไทยประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 22 ครั้ง โดยเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญชั่วคราวทั้งหมด 8 ฉบับ “หลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองและเริ่มใช้รัฐธรรนูญครั้งแรก รัฐธรรมนูญเคยถูกแก้ไขสำเร็จมาแล้ว 22 ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระด้วยกัน โดยในยุคที่มีการเลือกตั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญไป 10 ครั้งส่วนเรื่องที่แก้ไขหลายครั้งเป็นอันดับต้นๆ เช่น ระบบเลือกตั้ง ส.ส. อำนาจ ส.ว. และวิธีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นต้น” ไอลอว์ระบุในบทความ อย่างไรก็ตาม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับโคแฟคเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 ว่าบทความชิ้นนี้เผยแพร่ก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เมื่อปี 2564 ในประเด็นสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจำนวน 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน /บัตรเลือกตั้ง /การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อรวมการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ด้วยจึงสรุปได้ว่า นับตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จนถึงปัจจจุบัน (ธ.ค. 2568) ประเทศไทยมีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด 23 ครั้ง โดยเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด 9 ฉบับ ดังนี้ รัฐธรรมนูญปี 2475 แก้ไข 3 ครั้ง รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 2490 แก้ไข 3 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2517 แก้ไข 1 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2521 แก้ไข 2 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2534 แก้ไข 6 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2540 แก้ไข 1 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2550 แก้ไข 2 ครั้ง รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 2557 แก้ไข 4 ครั้ง รัฐธรรมนูญปี 2560 แก้ไข 1 ครั้ง ดูรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญทั้ง 20 ฉบับ และรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขได้ที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์รัฐสภา หมายเหตุ: รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Information Integrity Towards Fact Free Fair Elections in Thailand ซึ่งโคแฟค Thai PBS Verify และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย
ใช้ใน 1 ข้อความ11 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
AZ
นายอาทิตย์ มานัสสา ซึ่งหมายเรียกระบุว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์โคแฟคทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า ร.อ.ธรรมนัสได้มอบหมายให้เขาแจ้งความดำเนินคดีกับสุภาภรณ์จริง เนื่องจากพบว่าเธอโพสต์ข้อความที่สร้างความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิดต่อ ร.อ.ธรรมนัส  นายอาทิตย์กล่าวว่าเขามีตำแหน่งเป็นกรรมการมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า และเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัสร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาท ร.อ.ธรรมนัสจำนวนหลายราย แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดว่าขณะนี้มีบุคคลที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งหมดกี่คน โคแฟคติดต่อไปที่ สภ.เมืองพะเยา เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ร.ต.อ. สุชาติ วงศ์ประกา  เป็นพนักงานสอบสวนประจำ สภ.เมืองพะเยาจริง แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเรียกในคดีนี้ หมายเหตุ: รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Information Integrity Towards Fact Free Fair Elections in Thailand ซึ่งโคแฟค Thai PBS Verify และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย
ใช้ใน 1 ข้อความ11 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
มีการเผยแพร่ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล สวมเสื้อสีส้มติดหมายเลข 46 พร้อมข้อความอ้างว่าลาออกจากพรรคภูมิใจไทย ภาพดังกล่าวถูกแชร์ในกลุ่มเฟซบุ๊กช่วงวันที่ 2–3 ก.พ. 2569 การตรวจสอบพบว่าเป็นภาพตัดต่อและแอบอ้างบัญชีเฟซบุ๊ก “Anutin Charnvirakul” ภาพต้นฉบับจริงเผยแพร่วันที่ 2 ก.พ. 2569 เป็นภาพอนุทินสวมเสื้อสีน้ำเงินติดหมายเลข 37 หมายเลข 37 เป็นบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่พรรคประชาชน ข้อความที่แนบมากับภาพถูกแต่งขึ้น ไม่ได้มาจากอนุทิน การตัดต่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าอนุทินเปลี่ยนพรรค การเผยแพร่ลักษณะนี้อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
ใช้ใน 1 ข้อความ11 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Thanathun.
มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความอ้างว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า “รัฐไทยไม่ควรจะอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ” ภาพดังกล่าวถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กพร้อมข้อความโจมตี และถูกแชร์ต่อจำนวนมาก การตรวจสอบพบว่าภาพต้นทางมาจากบทสัมภาษณ์ของธนาธรในนิตยสาร GM เมื่อปี 2562 คำให้สัมภาษณ์จริงของธนาธรกล่าวถึงหลักการที่รัฐควรเป็นกลางทางศาสนา เขาอธิบายในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การอุปถัมภ์ศาสนาใดศาสนาหนึ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ธนาธรเสนอว่ารัฐไม่ควรอุปถัมภ์ศาสนาใดเลย เพื่อให้ทุกศาสนามีที่ยืนเท่าเทียมกัน แต่ผู้โพสต์ได้นำคำพูดมาตัดตอนและแต่งเติมข้อความโจมตี ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าธนาธร “ไม่เอาศาสนาพุทธ” โดยสิ้นเชิง
ใช้ใน 1 ข้อความ11 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Thanathun.
ทอท. (AOT) มีแผนปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 390 บาท การปรับขึ้นดังกล่าวได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการการบินพลเรือนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงนาม คาดมีผลบังคับใช้ช่วงกลางปี 2569 ทอท. คาดว่าการขึ้นค่า PSC จะเพิ่มรายได้ราว 13,000 ล้านบาทต่อปี รายได้จะนำไปลงทุนโครงการ South Terminal มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ลดการพึ่งพาเงินกู้ ทอท. ยืนยันว่าค่า PSC ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีแผนศึกษาการจัดเก็บ PSC จากผู้โดยสารเปลี่ยนลำในอนาคต เป้าหมายคือยกระดับสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
ใช้ใน 1 ข้อความ11 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
AZ
โคแฟคตรวจสอบรายงานข่าวของเนชั่นออนไลน์โดยละเอียดพบว่า ไม่มีข้อความใดที่ระบุว่าคณะทูตและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) “ไม่ค้านให้ไทยเปิดศึกใส่เขมรได้เลย” ตามที่เพจเฟซบุ๊กข้างต้นกล่าวอ้าง เมื่อฟังคลิปย้อนหลังการแถลงข่าวของนายนิกรเดชที่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊กกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่พบข้อความดังกล่าวเช่นกัน ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายนิกรเดชพูดถึงท่าทีของคณะทูตต่างประเทศและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทยซึ่งมีทั้งหมด 71 คน จาก 59 ประเทศ 1 องค์กรและ 4 องค์การระหว่างประเทศ ว่าคณะทูตได้ถามถึงแนวทางการดำเนินการของไทยหลังเกิดเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิดครั้งล่าสุด ซึ่งโฆษก กต. ระบุว่านายสีหศักดิ์ตอบคณะทูตว่า “ไทยขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และไทยจะดำเนินการตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่” ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวถามนายนิกรเดชว่า “มีคณะทูตท่านใดที่แสดงความกังวลหรือไม่เห็นด้วยต่อท่าทีของไทยที่ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชาที่ลงนามในมาเลเซียเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 หรือไม่” โฆษก กต. ตอบว่า “ไม่มีครับ ทุกคนแสดงความเข้าใจ…แน่นอนก็มีข้อห่วงกังวลว่าไม่อยากให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย อยากให้กลับเข้าสู่แนวทางการเจรจาพูดคุย แต่ว่าไม่มีใครแสดงความข้อห่วงกังวล แสดงความเข้าใจด้วยซ้ำ” เจ้าหน้าที่กรมสารนิเทศ กต. ยืนยันกับโคแฟคว่า กต. ไม่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับท่าทีของคณะทูตหรือคณะผู้สังเกตการณ์ตามที่เพจเฟซบุ๊กเหล่านี้อ้าง หมายเหตุ: รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Information Integrity Towards Fact Free Fair Elections in Thailand ซึ่งโคแฟค Thai PBS Verify และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย
ใช้ใน 1 ข้อความ12 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
AZ
ข้อบังคับพรรคประชาชนระบุไว้จริงว่า เมื่อพรรคเลิกดำเนินการและมีการชำระบัญชีโดยหักหนี้สินและค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้โอนแก่มูลนิธิคณะก้าวหน้า ซึ่งปัจจุบันมีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ข้อความในโพสต์เพจเฟซบุ๊กและบัญชี X “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” และ “The METTAD” ที่เขียนว่า “หากพรรคส้มปิดหรือถูกยุบไป เงินและทรัพย์สินที่ประชาชน และ ภาษีที่ กกต. จัดสรรไปให้พรรคส้ม จะถูกโอนไปยัง ‘มูลนิธิก้าวหน้า’ ที่มีบอสเอกเป็นประธานมูลนิธิ” และ “ตามข้อบังคับของพรรค เมื่อพรรคส้มถูกยุบ เงินบริจาคทั้งหมดจะโอนเข้า มูลนิธิคณะก้าวหน้า” นั้นเป็นการบิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเงินที่ประชาชนอุดหนุนให้พรรคการเมืองผ่านการจ่ายภาษีเงินได้ และเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองที่ กกต. จัดสรรให้พรรคการเมืองนั้นจะถูกโอนแก่มูลนิธิคณะก้าวหน้า โคแฟคตรวจสอบจาก พ.ร.ป. พรรคการเมือง, คู่มือการจัดสรรและการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองที่ได้รับจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองประจำปี, คู่มือการเงินและบัญชีของพรรคการเมือง และจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่สำนักบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต. ได้ข้อสรุปว่า เงินภาษีที่ประชาชนอุดหนุนให้พรรคการเมืองนั้นจัดเป็นรายได้ของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อพรรคการเมืองถูกยุบหรือเลิกกิจการ เงินที่พรรคได้รับการจัดสรรจากกองทุนฯ จะถูกนำไปชำระหนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หากมีเงินเหลือจะต้องโอนคืนเข้ากองทุนฯ เงินและทรัพย์สินที่จะโอนแก่มูลนิธิคณะก้าวหน้าตามที่ระบุในข้อบังคับพรรคประชาชนนั้นมีเพียงทรัพย์สินของพรรคการเมืองเอง ซึ่งตาม พ.ร.ป. พรรคการเมืองระบุว่ารายได้ของพรรคการเมืองอาจมาจากเงินทุนประเดิมจากการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรค เงินที่ได้จากกิจกรรมระดมทุน เป็นต้น สังเกตได้ว่าเนื้อหาดังกล่าวใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือว่า “เงินบริจาค” หรือ “เงินและทรัพย์สินที่ประชาชนให้” นั้นหมายถึงอะไร อาจมีเจตนาทำให้เข้าใจว่ารวมถึงเงินภาษีที่ประชาชนเลือกอุดหนุนให้พรรคการเมืองตอนเสียภาษีเงินได้ประจำปีด้วย ทั้งที่จริงแล้ว เงินส่วนนี้ถือเป็นเงินที่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจัดสรรให้พรรคการเมือง ซึ่งพรรคที่ถูกยุบหรือเลิกกิจการต้องโอนคืนเข้ากองทุนฯ หากยังเหลืออยู่หลังการชำระบัญชี การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการบริหารจัดการรายได้ของพรรคการเมืองหลังการยุบพรรคเช่นนี้ ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจผิดต่อ พ.ร.ป. พรรคการเมืองและการดำเนินการของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การทำลายความเชื่อมั่นและความไม่ไว้วางใจในระบบพรรคการเมืองได้
ใช้ใน 1 ข้อความ12 วันที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
AZ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร ได้เสนอให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณา ชะลอการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะมีผลในวันที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อใช้เวลาในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพบริการ และขยายการเข้าถึงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
มีการเผยแพร่ภาพผู้คนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันบริเวณชายหาดในเวลากลางคืนในกลุ่มเฟซบุ๊ก “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ Fc” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 พร้อมคำบรรยายว่าเป็นภาพการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่พัทยา และอ้างว่ามีผู้ร่วมกิจกรรมเกือบล้านคน โคแฟคตรวจสอบภาพดังกล่าวด้วย Google Lens พบว่าไม่ใช่ภาพจากประเทศไทย ภาพนี้เคยถูกเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2568 โดยสื่อหลายประเทศ ระบุว่าเป็นภาพคอนเสิร์ตของเลดี้ กาก้า ที่ชายหาดโคปาคาบานา เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล สื่อต่างประเทศรายงานว่าคอนเสิร์ตดังกล่าวมีผู้ชมราว 2.1 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์คอนเสิร์ต ภาพถูกนำมาใช้ผิดบริบทและเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างไม่ถูกต้อง
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
มีการส่งต่อข้อความในกลุ่มไลน์เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 อ้างว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในโรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทย รวมถึงระบุว่ามีผู้ป่วยในจังหวัดจันทบุรี และอ้างข้อความจากเพจเฟซบุ๊กบางเพจว่าหน่วยงานรัฐเตรียมรับมือผู้ป่วยนิปาห์แล้ว ข้อความดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกในสังคม โคแฟคตรวจสอบข้อมูลกับกรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.พ. 2569 พบว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าข่าวลักษณะนี้เคยถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้และเป็นข้อมูลเท็จ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจึงขอความร่วมมือประชาชนหยุดส่งต่อข้อความที่ไม่ได้รับการยืนยัน
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
มีการแชร์ข้อความในโซเชียลอ้างว่า การใส่หน้ากากอนามัยนาน ๆ จะทำให้หายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับเข้าไป จนเกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงและเลือดเป็นกรด โคแฟคตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวลวงที่แพร่ซ้ำมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ปี 2563 แพทย์ยืนยันว่าการใส่หน้ากากไม่ทำให้สัดส่วนก๊าซในร่างกายเปลี่ยนไปอย่างอันตราย ภาวะเลือดเป็นกรดจากคาร์บอนไดออกไซด์สูงเกิดจากโรคระบบหายใจหรือการใช้ยาบางชนิด ไม่เคยมีรายงานเสียชีวิตจากการใส่หน้ากากอนามัย อย่างมากอาจเกิดอาการอึดอัดหรือปวดศีรษะจากแรงรัด โดยเฉพาะหน้ากาก N95
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Thanathun.
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กทม. เรื่องหลักเกณฑ์การจดทะเบียนสุนัขและแมว ลงนามโดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ เมื่อ 23 ม.ค. 2569 ประกาศกำหนดให้สุนัขและแมวที่จดทะเบียนต้องฝังไมโครชิป RFID รหัส 15 หลัก ตามมาตรฐาน ISO และ ICAR มีผลใช้ตั้งแต่ 24 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป และเปิดให้จดทะเบียนทั้งที่สำนักงานเขต คลินิกสัตวแพทย์ และระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่กำหนด “บทบังคับ” และบทลงโทษ ได้ถูกสภา กทม. เห็นชอบให้ชะลอการบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี โดยจะเริ่มมีผลจริงในวันที่ 10 มกราคม 2570 ช่วงรอยต่อ กทม.ขอความร่วมมือให้ประชาชนนำสัตว์ไปจดทะเบียนและฝังไมโครชิปล่วงหน้า
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Thanathun.
มีการเผยแพร่ข้อความในไลน์และโซเชียลมีเดียว่า พรรคก้าวไกลเสนอ “ตัดลดบำนาญข้าราชตันชการ” เนื้อหาดังกล่าวอ้างคำพูดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากการอภิปรายงบประมาณปี 2566 โคแฟคตรวจสอบพบว่าเป็นการบิดเบือนคำพูดและสร้างความเข้าใจผิด ในการอภิปราย นายพิธาใช้คำว่า “ช้างป่วย” เพื่อเปรียบโครงสร้างงบประมาณรัฐ โดยชี้ให้เห็นว่างบบุคลากรและบำนาญข้าราชการมีสัดส่วนสูงและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เสนอให้ตัดเงินเดือนหรือบำนาญของข้าราชการแต่อย่างใด พรรคก้าวไกลยืนยันว่า นโยบายคือการลดงบประจำส่วนอื่นที่ไม่จำเป็น เช่น งบดูงาน อบรม หรือโครงการซ้ำซ้อน ไม่ใช่การตัดบำนาญ
ใช้ใน 1 ข้อความ13 วันที่แล้ว