ตรวจสอบข่าว

รายการความเห็น


14483 ความเห็น

❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 24 ก.ค. 68 เวลา 12.54 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพเครื่องบินทิ้งระเบิด พร้อมข้อความบรรยายว่า “ด่วน! F-16 ทิ้งบอมบ์ 2 กองบัญชาการกัมพูชา กระเจิง หลังยิงปืนใหญ่ใส่บ้านเรือนคนไทย…” โคแฟคตรวจสอบด้วยการนำภาพจากวิดีโอไปสืบค้นด้วยเครื่องมือ Google Reverse Image พบเป็นคลิปที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์มานานหลายปีก่อนเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาวันนี้ โดยคลิปนี้ถูกแชร์กันอย่างแพร่หลายในบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ภาษาอาหรับ มีการอ้างอิงว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย เช่น การสู้รบระหว่างอินเดีย –ปากีสถาน และการทิ้งระเบิดในประเทศซูดาน อย่างไรก็ตาม โคแฟคยังไม่สามารถตรวจสอบได้คลิปนี้เป็นภาพเหตุการณ์ใด ที่ไหน หรือเป็นภาพที่สร้างจากเอไอหรือไม่
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เนื้อหาโดยสรุป: ช่วงสายของวันที่ 25 ก.ค. 68 เพจเฟซบุ๊ก "Army Military Force - สำรอง" โพสต์ข้อความว่า "ด่วน! เวลา 09.25 น. ทหารไทยเข้ายึดพื้นที่ปราสาทพระวิหารและวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระที่เคยเป็นของไทยได้สำเร็จแล้ว…" ซึ่งต่อมานายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้นำไปรายงานในรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" ที่เผยแพร่ทางช่องยูทูบ เวลา 10.30 น. กองทัพบกชี้แจงว่าเนื้อหาดังกล่าว #ไม่เป็นความจริง โดยได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army ว่า "เป็นข่าวปลอม อย่าหลงเชื่อ" แม้ทางกองทัพบกจะออกมาปฏิเสธข่าว และเพจต้นทางก็ได้ลบเนื้อหาออกแล้ว แต่โคแฟคพบว่าในติ๊กตอกยังมีการแชร์เนื้อหาเท็จนี้อย่างกว้างขวาง โดยบางโพสต์ได้ตัดต่อคลิปจากรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" มาเผยแพร่
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
วันที่ 25 ก.ค. 68 ผู้ใช้ติ๊กตอกและเฟซบุ๊กหลายรายโพสต์คลิปวิดีโอที่มีเสียงบรรเลงเพลงชาติไทย อ้างว่าชาวชาวกรุงบรัสเซลส์บรรเลงเพลงชาติไทยเพื่อส่งกำลังใจให้คนไทยในช่วงที่เผชิญความขัดแย้งกับกัมพูชา บางคลิปถูกแชร์ไปมากกว่า 3 หมื่นครั้ง โคแฟคตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว พบว่าเป็นภาพที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบันทึกในพิธีมอบชุด "ยิงกระต่าย เด็ดดอกไม้" แก่รูปปั้นเด็กฉี่ (Manneken Pis) ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ ที่มีผู้เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. 68 เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ โพสต์ภาพบรรยากาศและพิธีมอบชุดไทยแก่รูปปั้นเด็กซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 68 ว่า "...มีการเคลื่อนขบวนเพื่อไปมอบชุดแก่ Manneken Pis โดยได้รับเกียรติจากวงดุริยางค์แห่งกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร ราชอาณาจักรเบลเยียม บรรเลงบทเพลงอันทรงเกียรติ ได้แก่ เพลงชาติไทย เพลงชาติเบลเยียม และเพลงมหาฤกษ์ บริเวณกลาง Grand Place ก่อนเคลื่อนขบวนท่ามกลางผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมขบวนแห่กันอย่างคับคั่ง" พร้อมกับเผยแพร่คลิปการบรรเลงเพลงชาติไทยของวงดุริยางค์ ซึ่งมีภาพและเสียงใกล้เคียงกับคลิปที่ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นการบรรเลงเพลงชาติให้กำลังใจคนไทย
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
สุชัย เจริญมุขยนันท
ยาลดไขมัน statin เป็นประโยชน์ช่วยชีวิตคนจำนวนมาก มีเพียงบางคนที่ใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
💬 มีความเห็นส่วนตัว
Joke Air
เจ้าตัวเชื่อว่าเป็นเพราะสาเหตุดังกล่าว
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนจากผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้กู้ยืมบางรายได้ชําระหนี้ปกติตามงวดรายปีหรือชําระหนี้เกินกว่างวดที่ต้องชําระแล้วนั้น กยศ. ได้ตรวจสอบสาเหตุพบว่า เกิดจากความคลาดเคลื่อนของระบบการคํานวณหนี้ใหม่ การหักบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชําระเงินคืนแบบอัตโนมัติ (Auto Debit) เฉพาะผู้กู้ยืมที่ กยศ. คํานวณหนี้ใหม่แล้วยังมียอดหนี้ค้างชําระ โดยระบบได้ดําเนินการหักเงินตามยอดหนี้ที่คํานวณคลาดเคลื่อนนั้น ส่งผลให้เกิดการหักซ้ําซ้อนในบางราย หรือหักเงินเกินยอดที่จะต้องชําระ ทั้งนี้ กยศ. จะเร่งดําเนินการคืนเงินที่หักเกินพร้อมคืนค่าธรรมเนียมการโอนเงินเข้าบัญชีเดิมของผู้กู้ยืม โดยอัตโนมัติให้เร็วที่สุด (ภายใน 3 วัน) หลังจากได้รับการตรวจสอบร่วมกับผู้พัฒนาระบบแล้ว และขอให้ความมั่นใจว่า จะดําเนินการอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ต้องเสียประโยชน์ พร้อมหาเครื่องมือมาช่วยในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนจากผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้กู้ยืมบางรายได้ชําระหนี้ปกติตามงวดรายปีหรือชําระหนี้เกินกว่างวดที่ต้องชําระแล้วนั้น กยศ. ได้ตรวจสอบสาเหตุพบว่า เกิดจากความคลาดเคลื่อนของระบบการคํานวณหนี้ใหม่ การหักบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชําระเงินคืนแบบอัตโนมัติ (Auto Debit) เฉพาะผู้กู้ยืมที่ กยศ. คํานวณหนี้ใหม่แล้วยังมียอดหนี้ค้างชําระ โดยระบบได้ดําเนินการหักเงินตามยอดหนี้ที่คํานวณคลาดเคลื่อนนั้น ส่งผลให้เกิดการหักซ้ําซ้อนในบางราย หรือหักเงินเกินยอดที่จะต้องชําระ ทั้งนี้ กยศ. จะเร่งดําเนินการคืนเงินที่หักเกินพร้อมคืนค่าธรรมเนียมการโอนเงินเข้าบัญชีเดิมของผู้กู้ยืม โดยอัตโนมัติให้เร็วที่สุด (ภายใน 3 วัน) หลังจากได้รับการตรวจสอบร่วมกับผู้พัฒนาระบบแล้ว และขอให้ความมั่นใจว่า จะดําเนินการอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ต้องเสียประโยชน์ พร้อมหาเครื่องมือมาช่วยในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
ใช้ใน 0 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
มีกรณีผู้ใช้บริการตู้แจกบัตรจอดรถของห้างแห่งหนึ่งร้องเรียนว่าถูกไฟดูด ทั้งที่ยังไม่สัมผัสตัวเครื่อง โดยมีอาการชา จี๊ดขึ้นศีรษะ เบื้องต้นช่างไฟและทีมวิศวกรตรวจสอบไม่พบไฟรั่วหรือความผิดปกติในระบบไฟ จึงสรุปว่าอาจเกิดจาก “ไฟฟ้าสถิต” ซึ่งสามารถเกิดได้จริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่นั่งอยู่ในรถนาน เปิดแอร์ และมีการเสียดสีกับเบาะที่ทำให้ร่างกายสะสมประจุ เมื่อมือเข้าใกล้โลหะของตู้ ระบบประจุอาจถ่ายเทอย่างรวดเร็วจนเกิดการช็อตแบบแรงชั่วขณะ ทางห้างจึงได้ติดแผ่นอะคริลิกหุ้มจุดรับบัตรเพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิต และเพิ่มการตรวจสอบอุปกรณ์อย่างเข้มงวด
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
มีการแชร์คลิปไวรัลที่อ้างว่าเป็นหน่วยรบทหารกัมพูชากำลังฝึกร้องเพลงและทำท่าข่มขวัญศัตรู แต่ความจริงคือคลิปดังกล่าวเป็นของทหารอินโดนีเซียที่ฝึกอยู่ในประเทศอินโดนีเซียเอง โดยร้องเพลงปลุกใจเป็นภาษาอินโดนีเซีย คลิปต้นฉบับมาจากผู้ใช้ TikTok ชื่อ “wahyusetiawan009” ซึ่งระบุว่าเป็นกิจกรรมหลังการฝึกเพื่อให้กำลังใจเพื่อนทหาร และสถานที่ก็อยู่ที่ Gunungkidul จังหวัดยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย การนำคลิปมาอ้างว่าเป็นทหารกัมพูชานั้นจึงไม่ถูกต้อง และอาจมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือปลุกปั่นกระแสในโซเชียล สรุปแล้วข้อความที่ว่าเป็นทหารกัมพูชานั้น ไม่จริง.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนจากผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้กู้ยืมบางรายได้ชําระหนี้ปกติตามงวดรายปีหรือชําระหนี้เกินกว่างวดที่ต้องชําระแล้วนั้น กยศ. ได้ตรวจสอบสาเหตุพบว่า เกิดจากความคลาดเคลื่อนของระบบการคํานวณหนี้ใหม่ การหักบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชําระเงินคืนแบบอัตโนมัติ (Auto Debit) เฉพาะผู้กู้ยืมที่ กยศ. คํานวณหนี้ใหม่แล้วยังมียอดหนี้ค้างชําระ โดยระบบได้ดําเนินการหักเงินตามยอดหนี้ที่คํานวณคลาดเคลื่อนนั้น ส่งผลให้เกิดการหักซ้ําซ้อนในบางราย หรือหักเงินเกินยอดที่จะต้องชําระ ทั้งนี้ กยศ. จะเร่งดําเนินการคืนเงินที่หักเกินพร้อมคืนค่าธรรมเนียมการโอนเงินเข้าบัญชีเดิมของผู้กู้ยืม โดยอัตโนมัติให้เร็วที่สุด (ภายใน 3 วัน) หลังจากได้รับการตรวจสอบร่วมกับผู้พัฒนาระบบแล้ว และขอให้ความมั่นใจว่า จะดําเนินการอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ต้องเสียประโยชน์ พร้อมหาเครื่องมือมาช่วยในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
ใช้ใน 0 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
อย่ากดลิงก์เด็ดขาด เพราะ OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว และ ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์สำหรับเช็กแต้มคะแนนแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร อย่าหลงเชื่อกลอุบายของมิจฉาชีพ
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน
Factcheck - 1
การกินผลไม้ที่มีรอยช้ำหรือเน่าเสีย แม้จะตัดส่วนที่เสียออกแล้ว ก็ยังเสี่ยงเพราะเชื้อราและแบคทีเรียอาจแพร่กระจายทั่วผลไม้ เชื้อราบางชนิดผลิตสารอะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ หากสะสมในร่างกายนาน ๆ การกินผลไม้เน่ายังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการกินผลไม้ที่เริ่มเน่าเสีย เลือกผลไม้สดใหม่ และล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน ข้อความนี้เป็นจริงบางส่วน มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่โอกาสเสี่ยงจริงในชีวิตประจำวันขึ้นอยู่กับปริมาณและความถี่ในการบริโภค.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เรื่อง “ปรากฏการณ์ Red Rain ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์” ไม่ใช่เรื่องจริง และเป็นการแต่งขึ้นเองโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งตั้งชื่อศัพท์ “Red Rain” เอง โดยอ้างว่าเป็นฝนตกหนักผิดธรรมชาติ เกิดจากเทคโนโลยีมนุษย์ เช่น โครงการ “ดวงอาทิตย์เทียม” หรือการรั่วของก๊าซไฮโดรเจน ทำให้เกิดฝนตกหนักผิดฤดูกาล รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ชี้แจงว่า ไม่มีปรากฏการณ์ Red Rain แบบที่กล่าวอ้างนี้ทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “Blood Rain” ซึ่งเกิดจากฝุ่นหรือสปอร์ในอากาศทำให้ฝนมีสีแดง และไม่เกี่ยวกับพายุหรือฝนตกหนักรุนแรงอย่างที่กล่าวอ้าง การโพสต์ลักษณะนี้เป็นการสร้างความตื่นตระหนกโดยไร้หลักฐาน และควรใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข้อมูลบนโซเชียล.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง และถือเป็นคำเตือนที่สำคัญจาก รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เกี่ยวกับ ค้างคาว ที่พบในบ้าน — ซึ่งเป็นสัตว์ที่สามารถนำเชื้อไวรัสอันตราย เช่น โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) มาสู่คนได้ แม้เพียงการสัมผัสน้ำลายหรือปัสสาวะของมัน หากมีแผลหรือเยื่อเมือกก็เสี่ยงติดเชื้อทันที อาจารย์เจษฎาแนะนำชัดเจนว่า อย่าแตะหรือพยายามจับค้างคาวเองเด็ดขาด ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญให้เข้าจัดการ เพราะการเคลื่อนย้ายโดยไม่มีความรู้ อาจเป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เรื่อง “มะขามหวานมีแค่ที่ประเทศไทย” ไม่เป็นความจริง ตามคำชี้แจงของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ มะขามหวานสามารถปลูกได้ในหลายประเทศทั่วโลก โดยต้นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา และปัจจุบันมีการปลูกมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เช่น อินเดีย แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ฯลฯ ส่วนในไทย แม้ “เพชรบูรณ์” จะมีชื่อเสียงเรื่องมะขามหวาน แต่จังหวัดอื่นก็ปลูกได้เช่นกัน เช่น อุตรดิตถ์ เลย ขอนแก่น ฯลฯ ความหวานของมะขามเกิดจากสายพันธุ์และการคัดปรุงพันธุ์ ไม่ได้จำกัดแค่พื้นที่เดียว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะเรื่องพืชเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและเป็นทรัพยากรของหลายประเทศ.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เรื่อง "ข้าวกล่องเซเว่นใส่สารกันบูด" ไม่เป็นความจริง — ทาง 7-Eleven ชี้แจงว่า ไม่ได้ใส่สารกันบูด แต่ใช้วิธีควบคุมอุณหภูมิและกระบวนการผลิตที่สะอาดปลอดเชื้อแทน โดยแช่เย็นหรือแช่แข็งเพื่อยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ข้าวกล่องแบ่งเป็น 3 สีตามประเภทและกระบวนการผลิต: - ถาดสีแดง ผลิตโดยซีพีแรม เป็นอาหารสด เก็บได้ 3-4 วัน - ถาดสีดำ ผลิตโดย CPF ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อ เก็บได้ประมาณ 7 วัน - ถาดสีขาว เป็นแบบแช่แข็ง เก็บได้นานถึง 6 เดือน (ต้องเก็บที่ -18°C) ดังนั้น อายุการเก็บขึ้นอยู่กับวิธีผลิตและการควบคุมอุณหภูมิ ไม่ใช่เพราะใส่สารกันเสีย.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
เรื่อง “แก๊งมิจฉาชีพพันผ้าชุบยาสลบแขวนรถ” ไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นข่าวลือเก่าในโลกโซเชียลที่ถูกนำกลับมาแชร์ซ้ำเพื่อเรียกยอดไลก์-แชร์เท่านั้น ไม่มีหลักฐานว่าเคยเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย และวิธีการใช้สารคลอโรฟอร์มก็ไม่ง่ายอย่างที่เล่า เพราะต้องใช้ในที่ปิด และดมติดต่อกันนานถึงจะออกฤทธิ์ สารนี้ยังถูกควบคุมทางกฎหมาย ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไป การเตือนภัยแบบนี้จึงเข้าข่ายสร้างความตื่นตระหนก อาจผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกหรือปรับได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจรถโดยรอบก่อนขึ้นรถก็ยังเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อความปลอดภัยตามปกติ.
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
ทยานแห่งชาติเกาะพีพี ออกประกาศจะเปิดให้บริการอ่าวมาหยาถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ก่อนจะปิดการท่องเที่ยวเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 30 กันยายน 2568 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
กำหนดวันลาคลอดจากเดิม 98 วันเป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดลาอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะความเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือภาวะความพิการ รวมทั้งให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสผู้คลอดบุตร เลี้ยงบุตรได้ รวมถึงเพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์เพื่อลาคลอดบุตร โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงต่อเนื่อง โดยให้จ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลาร้อยละ 50 ของค่าจ้างวันลา และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิ์ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างวันทำงานตลอดระยะวันลา แต่ไม่เกิน 15 วัน
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
กำหนดวันลาคลอดจากเดิม 98 วันเป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดลาอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะความเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือภาวะความพิการ รวมทั้งให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสผู้คลอดบุตร เลี้ยงบุตรได้ รวมถึงเพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์เพื่อลาคลอดบุตร โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงต่อเนื่อง โดยให้จ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลาร้อยละ 50 ของค่าจ้างวันลา และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิ์ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างวันทำงานตลอดระยะวันลา แต่ไม่เกิน 15 วัน
ใช้ใน 0 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
รมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 19-24 กรกฎาคม 2568) ฉบับที่ 4 (184/2568) ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
HIV เป็นเชื้อไวรัสที่ทําลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิด ซีดี 4 (CD4) ส่วนเอดส์เป็นระยะที่ภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อ HIV ถูกทําลายอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอาจเสียชีวิตได้ โดยในปี 2568 (ตุลาคม 2567 – เมษายน 2568) ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV สะสม 547,556 คน วินิจฉัย HIV รายใหม่ จํานวน 13,357 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยและทราบสถานะการติดเชื้อในปี 2568 แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ติดเชื้อมาตั้งแต่เมื่อใด หรือติดเชื้อนานแค่ไหน เนื่องจากหลายคนไม่ได้ตรวจ และไม่ทราบสถานะติดเชื้อ HIV ดังนั้นการกล่าวได้ว่า คนไทยติดเชื้อ HIV 6 แสนคน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คนนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด
Factcheck - 1
อันตรายจากการบริโภคหอยนางรมดิบ อาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ เนื่องจากเชื้อวิบริโอ เป็นแบคทีเรียที่พบในทะเล โดยเฉพาะแหล่งน้ำกร่อย มักแฝงอยู่ในหอยนางรมสดที่ไม่ได้ผ่านความร้อน เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วหลุดไปยังกระแสเลือด อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50% หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่ใช่แค่การรับประทานเท่านั้นที่เสี่ยง แต่หากมีบาดแผลแล้วไปสัมผัสหอยหรือสัตว์ทะเล เชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังได้เช่นกัน ซึ่งแนวการป้องกันความเสี่ยงจากหอยนางรม คือ ให้เลือกรับประทานหอยที่ผ่านความร้อน เช่น หอยนึ่ง หอยอบชีส หลีกเลี่ยงหอยสด หอยดิบจากร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน และหากมีแผล อย่าลงน้ำทะเล หรือสัมผัสสัตว์ทะเล ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสของทะเล
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
Factcheck - 1
HIV เป็นเชื้อไวรัสที่ทําลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิด ซีดี 4 (CD4) ส่วนเอดส์เป็นระยะที่ภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อ HIV ถูกทําลายอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอาจเสียชีวิตได้ โดยในปี 2568 (ตุลาคม 2567 – เมษายน 2568) ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV สะสม 547,556 คน วินิจฉัย HIV รายใหม่ จํานวน 13,357 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยและทราบสถานะการติดเชื้อในปี 2568 แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ติดเชื้อมาตั้งแต่เมื่อใด หรือติดเชื้อนานแค่ไหน เนื่องจากหลายคนไม่ได้ตรวจ และไม่ทราบสถานะติดเชื้อ HIV ดังนั้นการกล่าวได้ว่า คนไทยติดเชื้อ HIV 6 แสนคน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คนนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
ใช้ใน 0 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว
❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง
AZ
ขณะที่ฤดูกาล #ทุเรียน กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก ได้มีการแชร์ข้อความ “เตือนภัย” ในโซเชียลมีเดียว่า “ห้ามซื้อทุเรียนแกะเปลือกที่นำเข้าจากเวียดนาม เพราะถูกแบนจากจีนหลังตรวจพบสารก่อมะเร็งชนิดร้ายแรง” โคแฟคตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้พบว่า เคยมีการตรวจพบสารก่อมะเร็งในทุเรียนไทยที่ส่งออกไปจีน ส่วนทุเรียนแกะเปลือกนำเข้าจากเวียดนามนั้น ยังไม่มีรายงานยืนยันการตรวจพบสารก่อมะเร็ง เป็นเพียงการกล่าวอ้างของผู้ใช้โซเชียลมีเดียโดยไม่ระบุที่มาของข้อมูล นายณัฐฐศรัณฐ์ วงศ์เตชะ หัวหน้างานโภชนบริการและการกำหนดอาหาร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้ข้อมูลในรายการโคแฟค #รวมพลคนเช็คข่าว วันที่ 15 ก.ค. 68 ว่าช่วงต้นปีนี้ ทางการจีนตรวจพบสารย้อมสีเปลือกทุเรียน Basic Yellow 2 (BY2) ที่มีสารก่อมะเร็งและอาจซึมผ่านเปลือกเข้าสู่เนื้อทุเรียนได้ ทำให้ทุเรียนที่ส่งออกจากไทยไปจีนถูกตีกลับ โคแฟคตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 68 กรมวิชาการเกษตรได้ทำลายทุเรียนปนเปื้อนสาร BY2 กว่า 60 ตัน ที่จีนปฏิเสธการนำเข้าและส่งกลับเนื่องจากตรวจพบสารอันตรายต่อสุขภาพ หลังจากนั้นกรมวิชาการเกษตรได้สอบสวนสาเหตุการปนเปื้อน ระงับการส่งออกของล้งที่มีปัญหา และเพิ่มมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของสารต้องห้ามในทุเรียน ขณะที่สื่อเวียดนามรายงานในช่วงต้นปี 68 ว่า หลังจากที่จีนตรวจพบสาร BY2 ในทุเรียนของไทย จีนได้ยกระดับการตรวจสารปนเปื้อนในทุเรียนทำให้การส่งออกทุเรียนจากเวียดนามไปจีนได้รับผลกระทบไปด้วย และมีรายงานว่าทุเรียนเวียดนามบางล็อตไม่ผ่านการตรวจสอบและถูกส่งกลับจากจีนเช่นกัน นายณัฐฐศรัณฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุเรียนที่ไม่ผ่านมาตรฐานส่งออกและถูกตีกลับก็อาจถูกนำเข้ามาขายในไทยได้หากไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด แต่ผลผลิตทุเรียนในประเทศที่รู้แหล่งที่มาชัดเจน ไม่มีรายงานว่าพบการปนเปื้อนสารก่อมะเร็งและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ใช้ใน 1 ข้อความ・1 ปีที่แล้ว