(3121 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยสมชัย”วิเคราะห์เลือกตั้งล่วงหน้า 300,000 ซอง ข่าวเฟคนิวส์ หรือข่าวจริงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เลือกตั้งล่วงหน้า 300,000 ซอง ข่าวเฟคนิวส์ หรือ ข่าวจริง กกต.รีบออกมาแถลงข่าวว่าเรื่องนี้เป็นเฟคนิวส์ โดยบอกว่าจริงๆ แล้วมีแค่หมื่นกว่าซองและจัดส่งถึงปลายทางเป็นที่เรียบร้อย 1.ขอให้ กกต.แสดงยอดของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจากต้นทางจำแนกเป็นรายเขต เพื่อให้ไปตรวจสอบปลายทางว่าไปถึงครบถ้วน ไม่ขาดไปหรือหลงไปเขตอื่น กล้าไหม 2.ขอให้ กกต.แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้บริหารไปรษณีย์ไทย ที่ออกมาให้ข่าวต่อสื่อมวลชน กล้าไหม 3.หากทั้งสองประการข้างต้น กกต. ไม่กล้าทำ ชาวบ้านจะบอกว่า ที่ กกต.ประกาศว่า ข่าวนี้เป็นเฟคนิวส์ ประกาศของ กกต.เองจะเข้าข่ายเฟคนิวส์ #เสรีรวมไทยร่วมต่อต้านเฟคนิวส์Suwijak Konaharn• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจับสายลับกัมพูชา ลอบเข้าชายทะเลโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมโดรนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชี้เป้าโจมตีกองบิน 5ข่าวไทยกัมพูชาภาคตะวันออกไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปฝูงแร้งและอีกาบินว่อน คาดมากินซากศพทหารกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเปิดคลิป! กษัตริย์นโรดมแห่งกัมพูชายกพระหัตถ์ไหว้ฮุนเซน ระหว่างทรงตรัสกับสองพ่อลูก จนกระทั้งตอนส่งฮุนเซนขึ้นรถกลับก็ยังทรงไหว้ ! ภายหลังคลิปนี้ถูกลบออกจากเว็บไซต์รัฐบาลกัมพูชา . ทั้งนี้ สื่อกัมพูชาระบุว่า ท่านจอมพล สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน พาพลเอก สมเด็จสมเด็จมหาบวรธิบดีมาเน็ต เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จนโรดม สีหมุนี เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งลูกชายของตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ที่พระราชวังจตุมุขสิริมงคลข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 7 เดือนที่แล้ว
- 1 คนสงสัยไทยไม่ทน ไล่บิ๊กตู่ ขยับทุบฐานอำนาจ : ข่าวลึกปมลับ 25/5/64 https://youtu.be/Wg36IeQ7pHM ไทยไม่ทน ไล่บิ๊กตู่ ขยับทุบฐานอำนาจ : ข่าวลึกปมลับ 25/5/64 https://fb.watch/5IqB53e3DV/ข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภาพชาวเขมรประท้วงเกาหลีใต้ กรณีนักศึกษาเสียชีวิตในกัมพูชาข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปทหารกัมพูชา "ทัพแตกหนีตาย" ขณะสู้รบกับทหารไทยไม่ระบุชื่อ• 1 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปพลทหารกัมพูชาวัย 87 ปี รอร่ำลาลูกสาวก่อนไปรบที่ชายแดนไม่ระบุชื่อ• 5 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"ไทยสร้างไทย" ย้ำจุดยืน "งดออกเสียง" ไม่สนับสนุนรัฐบาลข้ามขั้วเมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม 2566) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทยขอยืนยันและแสดงความชัดเจนว่าจะไม่มีการสลับขั้ว-ย้ายฝั่ง งดออกเสียงไม่โหวตสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว และไม่เป็นที่เหยียบยืนให้กับเผด็จการอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะยุติการสืบทอดอำนาจของ 2 ลุงอย่างถาวร "เรายืนยันว่าจะยึดมั่นในสิ่งที่สัญญาเป็นสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน ทั้งการไม่เป็นนั่งร้านให้เผด็จการ และผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งพรรคขอยืนยันจุดยืนที่เคยประกาศ เป็นสัญญาประชาคม" กระแสข่าวออกมาว่า พรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลพยายามทาบทาม ส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ให้ไปช่วยสนับสนุนการ โหวตเลือก นายกรัฐมนตรีที่จะเสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน นั้น ซึ่งจากข้อมูลและกระแสข่าวที่ออกมา ก็ยอมรับว่าได้รับข้อมูลข่าวสารในลักษณะเช่นนั้นจริง สอดคล้องกับคำพูดของรองหัวหน้าพรรคแกนนำบางคนที่เคยให้ข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า อาจมี ส.ส. บางคนจากบางพรรค ยกมือสนับสนุนสวนมติพรรค โดยถือเป็นเอกสิทธิ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเสียมารยาทและเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างน่าเกลียดข่าวการเมืองstd47988• 2 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเรือสุพรรณหงส์ กำลังจะตกเป็นของกัมพูชาข่าวการเมืองมีม เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 8 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกสิกรไทยส่ง ข้อความประกาศเรื่องด่วน#เตือนภัย #ข่าวปลอม #กสิกรไทย ระวังไว้นะครับ มาแนวมุขอ้างธนาคารกสิกรไทย ประกาศเรื่องด่วน แต่สุดท้ายเป็นลิงค์ข่าวปลอม กดไปแล้วอาจเสี่ยงเจอลิงค์ปลอม เว็บปลอม ของพวกโจรมิจฉาชีพ พวกเดียวกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #จีนเทา แน่นอนครับstd47876• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยชายแดนสระแก้วมีมาตรการเข้มงวด หลังกัมพูชาพบไข้หวัดนก H5N1 ระบาดสุขภาพภาคตะวันออกไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยรัฐบาล เตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คน กลับจากอิตาลีเพจเฟซบุ๊ก Anti-fake news center หรือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เผยแพร่ข้อมูลจากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นที่รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คนกลับจากประเทศอิตาลีนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกระทรวงการต่างประเทศ พบว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งขณะนี้มีคนไทยในประเทศอิตาลีเพียง 30 คน ที่แจ้งความประสงค์จะกลับไทยโดยที่สายการบินพาณิชย์ยังเปิดให้บริการอยู่ จึงสนับสนุนให้คนไทยเดินทางกลับด้วยตนเองก่อนstd48451• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยแม้จะ Geek รถไฟขนาดใหน ยังเพิ่งรู้ว่า รถไฟ กัมพูชาเรียกว่า รถเพลิงภาคอีสานภาคตะวันออก มีมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกรุงไทย โร่แจง ข่าวปลอมแจกเงินเยียวยา 25,000 บาท ยันไม่มีนโยบายแจกประชาชนธนาคารกรุงไทย แจงแล้ว ข่าวปลอมรับเงินเยียวยา 25,000 บาท ยืนยัน ไม่มีนโยบายแจกเงิน ขออย่าหลงเชื่อเฟกนิวส์ หลังมีชาวบ้านแห่ไปต่อคิวหน้าตู้เอทีเอ็ม วันที่ 15 ส.ค. 2564 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งข้อมูล เพจ Krungthai Care ว่า "ข่าวปลอม!! อย่าหลงเชื่อ ธนาคารกรุงไทยไม่มีนโยบายแจกเงินให้ประชาชน โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมดังกล่าว"std46355• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกองทัพภาคที่ 2 สั่งอพยพประชาชนแนวชายแดน 4 จังหวัด หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อนข่าวไทยกัมพูชาไม่ระบุชื่อ• 1 เดือนที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย"อาวุธใหม่ของจีน ที่ทหารไทยยึดจากกัมพูชา จีนขายให้มาเลเซียประเทศเดียว"ข่าวไทยกัมพูชาAIไม่ระบุชื่อ• 25 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปมวลน้ำจากเวียดนามไหลเข้าท่วมกัมพูชาข่าวไทยกัมพูชาสภาพอากาศมีมไม่ระบุชื่อ• 3 เดือนที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกัมพูชา จัดตั้ง Hotline แก้ปัญหาฝุ่นหมอกควันข้ามพรมแดนภาคอีสานภาคตะวันออก สภาพอากาศไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยืนยัน ข่าวรัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คนกลับจากประเทศอิตาลี เป็นข้อมูลเท็จ พร้อมขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและแชร์ต่อเพจเฟซบุ๊ก Anti-fake news center หรือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เผยแพร่ข้อมูลจากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นที่รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับคนไทย 7,000 คนกลับจากประเทศอิตาลีนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกระทรวงการต่างประเทศ พบว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งขณะนี้มีคนไทยในประเทศอิตาลีเพียง 30 คน ที่แจ้งความประสงค์จะกลับไทยโดยที่สายการบินพาณิชย์ยังเปิดให้บริการอยู่ จึงสนับสนุนให้คนไทยเดินทางกลับด้วยตนเองก่อน ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆพอเถอะบัง ตังผมหมด• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยพายุหลิ่นฟาและดานัง จะเข้าไทย 11-20 ต.ค นี้ จริงหรือช่วงนี้มีข่าวพายุหลายข่าวที่จะเข้ามาไทย ข่าวจริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยคลิปภาษากัมพูชาอ้างเขื่อนแตกทำให้เกิดน้ำท่วมที่ประเทศไทยข่าวไทยกัมพูชาข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 6 วันที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยปัจจุบันสะพานไทย - เบลเยี่ยม เปิดให้บริการปกตินะคะข่าวปลอม อย่าแชร์ ⚠️ 📍ปัจจุบันสะพานไทย - เบลเยี่ยม เปิดให้บริการปกตินะคะ . 📲 สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูล ผ่าน Application Line "ตอนนี้อย่าผ่านไป สะพานไทย-เบลเยี่ยม นะ สะพานแอ่นลง กลัวอันตราย จส.100 แจ้งมาค่ะ ........" 📍สำนักการโยธาได้ตรวจสอบแล้ว ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้สำนักการโยธา ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ ไม่พบความผิดปกติ สะพานมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถใช้งานได้ตามปกติ ข้อมูล ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2566std48871• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยภาพทหารกัมพูชายืนปัสสาวะริมกำแพงพระราชวังจตุมุขมงคลในกรุงพนมเปญข่าวไทยกัมพูชา เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 4 เดือนที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยระวัง 5 ข่าวลือป่วนวัคซีนโควิด-19 โคแฟคแนะเช็กก่อนแชร์แผนการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 กลับไม่ราบรื่นนัก เพราะเกิด “ข่าวลือข่าวลวง (Misinformation)” ในสังคมที่สร้างความตื่นตระหนก การเข้าใจแบบผิดๆ นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค ประเทศไทย (cofact.org) ได้เปิดเผย 5 ข่าวลือข่าวลวงที่เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังถูกพูดถึงในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ 1.วัคซีนฝังไมโครชิป: เป็นประเด็นที่ถูกลือกันมากที่สุดในสังคมตะวันตก ตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดในช่วงแรกๆ โดยเชื่อว่าเป็นแผนการของพวกนายทุนด้านเทคโนโลยีที่ต้องการปูทางไปสู่การฝังไมโครชิปประชากรทั่วโลก เช่น ข่าวจาก BBC รายงานว่าผลการสำรวจของ ยูกอฟ (YouGov) บริษัทรับทำโพลชื่อดังของอังกฤษ ที่สอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันจำนวน 1,640 คน สรุปผลได้ว่า 28% เชื่อเรื่องแผนการฉีดวัคซีนเพื่อฝังไมโครชิป เป็นต้น ข่าวลือนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. 2563 เจ้าพ่อไอที บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ออกมาพูดเปรยๆ ว่าในอนาคตจะมีการออกใบรับรองดิจิทัลสำหรับผู้ที่เคยป่วยจากไวรัสโควิดและได้รับการรักษาจนหายแล้วไปจนถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ข่าวลือเรื่องวัคซีนโควิดฝังไมโครชิปกลับมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงปลายปี 2563 เมื่อสหรัฐฯ เตรียมการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยไฟเซอร์ (Pfizer) ทำให้ทางไฟเซอร์ต้องชี้แจงส่วนผสมของวัคซีนซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ชนิด ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้ในวัคซีนหลายๆ ชนิดอยู่แล้ว และไม่มีส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับไมโครชิป เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย ก็ได้ออกมายืนยันว่า ไม่พบการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือไมโครชิปในวัคซีนโควิด-19 ในชนิดใดๆ ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ จากการตรวจสอบทางบีบีซี สรปได้ว่า ข่าวลือนี้ไม่เป็นความจริง 2.วัคซีนเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอมนุษย์: ข่าวลือนี้ที่ถูกพูดถึงพร้อมสร้างความเป็นกังวลกันเป็นอย่างมากในสังคมไทยและต่างประเทศ โดยกล่าวถึงพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ในกระบวนการผลิตและการทำงานของวัคซีน จะส่งผลข้างเคียงทำให้ดีเอ็นเอของผู้ที่ได้รับวัคซีนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า วัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีทั้ง 2 ชนิด คือ mRNA เช่น วัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่นำรหัสพันธุกรรมส่วนเล็กๆ ของไวรัสมาใช้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กับ Viral Vector เช่น วัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ใช้วิธีฝากสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ไปกับไวรัสชนิดอื่น แต่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 ด้วย และถึงแม้จะส่งสารพันธุกรรมเข้าไปในร่างกายมนุษย์ แต่สารนั้นจะไม่เข้าไปถึงนิวเคลียสอันเป็นที่เก็บดีเอ็นเอ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อดีเอ็นเอแต่อย่างใด ทางสำนักข่าวบีบีซีและรอยเตอร์ตรวจสอบแล้วพบว่าข่าววัคซีนเปลี่ยนดีเอ็นเอนี้ไม่เป็นความจริง 3.วัคซีนทำให้คนเป็นหมัน: การมีลูกเพื่อสืบทอดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในหลายๆ ครอบครัว ข่าวลือนี้ได้สร้างความเครียด กังวลใจและมีแนวโน้มว่าในกลุ่ม สามี-ภรรยาหลายคู่จะปฏิเสธการรับวัคซีน เพราะเชื่อว่าวัคซีนวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย โดยหน่วยงานบริหารสินค้าด้านอายุรเวท (Therapeutic Goods Administration-TGA) ได้ระบุว่า ข่าวลือนี้อ้างถึงโปรตีนซินซิติน-1 (Syncytin-1) ที่ช่วยการพัฒนารก ซึ่งมีอยู่ในหนามแหลมของเชื้อโควิด-19 เหมือนกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าการได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือแม้แต่วัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์หรือการพัฒนาของรกแต่อย่างใด ข่าว "แนะท่านชายนำเชื้ออสุจิไปแช่แข็งก่อนรับวัคซีนโควิด” ได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริงด้วยเช่นกัน โดยศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย บมจ.อสมท ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูล #SureVac โดย Newtral.es 4.วัคซีนช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย: สาเหตุที่ประเด็นนี้ถูกพูดถึงเนื่องจากมีการอ้างถึงงานวิจัยชิ้นนึงว่า วัคซีนโควิด-19 จะช่วยเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้น ทำให้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เมื่อต้นเดือน ม.ค. 64 ถึงกรณีมีการส่งต่อภาพที่อ้างว่าเป็นข่าวจากสำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา ที่พาดหัวข่าวว่า แพทย์สนับสนุนให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่อวัยวะเพศชาย เพราะจะทำให้วัคซีนกระจายไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นมีการแชร์ไปถึงขนาดว่า ยังจะช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้นได้ถึง 3 นิ้ว โดยทั้ง 2 ข่าวได้กล่าวถึงอ้างงานวิจัย แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอมทั้งหมด ตั้งแต่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ทำการศึกษาจากลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,500 คน นั่นไม่มีอยู่จริง หรืออ้างถึงวารสารวิชาการ The New England Journal of Merdecine นั้นก็ไม่มีอยู่จริง โดยวารสารที่มีจริงคือ The New England Journal of Medicine ซึ่งก็ไม่เคยตีพิมพ์บทความทำนองนี้แต่อย่างใด แม้กระทั่งสำนักข่าว CNN ก็ไม่เคยเสนอข่าวตามภาพที่นำมาอ้างกันด้วย เช่นเดียวกับตรวจสอบจากสำนักข่าว AFP และ อีกหลายสำนักสรุปตรงกันข่าวที่อ้าง CNN นี้เป็นข่าวลวง 5. วัคซีนมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ต้องห้ามตามหลักศาสนา: ในบางศาสนานั้นมีข้อห้ามการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของสัตว์บางชนิด เช่น ศาสนาฮินดูห้ามบริโภคเนื้อวัว ศาสนาอิสลามห้ามบริโภคเนื้อหมู ทำให้เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวลือผิดๆ ว่าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ทำจากส่วนประกอบของสัตว์ดังกล่าว ดังนั้นจึงนำไปสู่การปฏิเสธการรับวัคซีนจากบรรดาศาสนิกชน ที่ประเทศอังกฤษ ช่วงต้นปี 2564 ดร. ฮาร์พรีท สูท (Harpreet Sood) หัวหน้าหน่วยต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ยอมรับว่าทีมงานทำงานกันอย่างหนักและยากลำบากด้วยข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม จากกรณีพบผู้มีเชื้อสายเอเชียใต้ (ภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน และมัลดีฟส์) ที่อาศัยอยู่ในอังกฤษมีแนวโน้มปฏิเสธการรับวัคซีนโควิด-19 โดยต้องทำงานร่วมกับผู้นำศาสนา อธิบายให้ศาสนิกชนเหล่านี้มั่นใจว่าวัคซีนโควิด-19 ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม และทาง Newsweek เองก็มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข่าวลวง โดยเฉพาะในวัคซีนของไฟเซอร์ และในส่วนของประเทศอินโดนีเซียที่ประชากรนับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนกันไปแล้ว ความสับสนและข่าวปลอมเรื่องวัคซีนที่เกิดขึ้นและแพร่กระจายออกไปในวงกว้างดังกล่าวนี้ สุภิญญา ยอมรับว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องวัคซีนไม่นิ่งและอลหม่านมากจึงทำให้คนกลัว ไม่ใช่แค่ในประเทศแต่ทั่วโลก มีทั้งมิติวิทยาศาสตร์และการเมืองปนกัน เรื่องวัคซีนยังเป็นนโยบายสาธารณะด้วย ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งตอบคำถามจากสังคมให้ชัดเจน เช่น ทำไมเราได้รับฉีดวัคซีนช้า มีตัวเลือกอื่นหรือไม่ การบริหารจัดการโปร่งใสหรือเปล่า และ การเข้าถึงวัคซีนเป็นสิทธิ์ทั่วถึงเป็นธรรม รวมถึงการให้ข้อมูลที่สร้างความมั่นใจในความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งภาครัฐต้องสร้างความเชื่อมั่น ส่วนประชาชนควรแยกแยะว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความคิดเห็นหรือความเชื่อ จะได้ไม่สับสนและมีความมั่นใจมากขึ้น ถ้าไม่แน่ใจอะไร ส่งมาให้สื่อมวลชน เช่น สำนักข่าว AFP ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สมาคมนักข่าวฯ และ โคแฟคเพื่อช่วยตรวจสอบได้เช่นกันstd46896• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
