(3250 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยเบี้ยผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น 3000 บาทแล้ว จริงหรือตามที่ได้มีคลิปวิดีโอข่าว ในประเด็นเรื่อง กมธ.สวัสดิการสังคม อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 3,000 บาทnaydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยนอนยกขาชิดกำแพงวันละ 20 นาที จะช่วยให้สุขภาพดีได้ จริงหรือข่าวนี้มีคนเชื่อกันหลายคนว่า นอนยกขาชิดกำแพง จะทำให้เลือดไหลเวียนดี ขับถ่ายคล่องและมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย มันจริงหรือคะanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อนุมัติจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท งวดแรกรับวันที่ 10 มิ.ย. 63 จริงหรือคะมีข่าวปรากฏในช่องทางสื่อ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง พม. อนุมัติจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท งวดแรกรับวันที่ 10 มิ.ย. 63 จริงหรือคะanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยมีการแชร์กันมาว่า หากดื่มน้ำมะพร้าว 5 ลูก จะช่วยรักษาอาการบ้านหมุนได้ จริงหรือคะมีข่าวแชร์กันในไลน์ว่า ดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยโรคบ้านหมุน จริงหรือคะยาสมุนไพรanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเตือน April Fool's Day วันโกหกโลก 1 เมษานี้ ใครโพสท์โกหกหลอกลวง บิดเบือนข้อมูลหรือโพสท์ข่าวปลอมเกี่ยวกับ #โควิด19 มีโทษหนักจำคุก 5 ปีและปรับ 1 แสนบาทโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยนิยายเรื่องเงินดิจิทัลฉบับลูกทุ่ง ตอนที่1... เนื่องจากในขณะนี้มีการพูดถึงการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปเป็นจำนวนเงิน เทียบเท่าเงินบาทที่เป็นกระดาษที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ 10,000 บาทต่อคน กันอย่างกว้างขวาง ทำให้ชาวบ้านทั่วๆไปงุนงง ฟังคนโน้นพูดที คนนี้พูดที บางคนว่าดี บางคนว่าไม่ดี สับสนไปหมด ผมเลยอยากจะเอาเรื่องนี้มาพูดอธิบายใหม่เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ เอาแบบลูกทุ่งที่ไม่ใช่แบบนักวิชาการ หรือนักการเมืองพูด เริ่มแรก โปรดเข้าใจก่อนว่า รัฐบาลไม่ได้เอาเงินกระดาษใบแดงๆมาแจกให้ หรือไม่ได้เอาเงินไปเข้าธนาคารให้เราแต่อย่างใด แต่รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่แทนธนาคารทั้งๆที่ไม่ใช้ธนาคาร เอาเงินดิจิทัลที่ตีมูลค่าว่าเท่ากับ 10,000 บาทมาจ่ายให้เราแทน ไอ้เงินดิจิทัลนี้พรรคเพื่อไทยก็สร้างขึ้นมาลอยๆโดยไม่มีอะไรมาค้ำเป็นหลักประกันมูลค่า เหมือนพิมพ์แบ็งค์กงเต็ก หรือคูปองออกมาแจก ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ให้นึกย้อนไปถึงยุคดึกดำบรรพ์ สมัยที่คนเรายังไม่มีเงินตราใช้ แต่เอาเปลือกหอยมาตีเป็นมูลค่า ไปใช้แรกสินค้าชนิดต่างๆ มายุคนี้พรรคเพื่อไทยก็ให้คอมพิวเตอร์มันมาสร้างเหรียญ (แทนที่จะเป็นเปลือกหอยแล้วตีมูลค่าว่าหนึ่งเหรียญมีคาเท่ากับหนึ่งบาท) ที่จับต้องไม่ได้ เก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ลงทะเบียนไว้ว่าเหรียญดิจิทัลเลขที่เท่าไรถึงเลขที่เท่าไรเป็นของนายแดง เลขที่เท่าไรถึงเลขที่เท่าไรเป็นของนายดำ เลขที่ไหนบ้างเป็นของนายเขียว ฯลฯ .....ทำบัญชีแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 56 ล้านคน ทุกอย่างควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ไม่มีใครเห็นอะไร ไม่มีใครจับต้องอะไรได้ เพราะมันเป็นประจุไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเวลาที่คุณถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ คุณจับต้องรูปไม่ได้ แต่รู้ว่ามันมีอยู่และเปิดดูได้จากโทรศัพท์ ฉันใดก็ฉันนั้น ก่อนที่จะไปในรายละเอียดอื่นๆ ผมอยากจะขอเล่าประวัติความเป็นมาของเงินดิจิตทัลก่อน เมื่อเข้าใจที่มาที่ไปของเงินดิจิทัลนี้แล้วคุณจะมองเห็นภาพทั้งหมดชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องให้คอมพิวเตอร์สร้างเงินดิจิทัลขึ้นมานี้ พรรคเพื่อไทยหรือคนในพรรคเพื่อไทย หรือท่านนายกเศรษฐาไม่ได้เป็นคนคิดขึ้นมาคนแรกของโลก แต่เรื่องนี้มีคนญี่ปุ่นชื่อนายนากาโมโต้เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเป็นคนแรกของโลกเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นนายคนนี้เรียกมันว่า เหรียญคริปโต หรือคริปโตเคอร์เร็นซี่ และตั้งชื่อให้เหรียญชนิดนี้ของตนว่า “บิทคอยล์” พรรคเพื่อไทยก็ยืมไอเดียนี้มาใช้บ้าง ทีนี้มาดูกันว่าเรามีเงินที่พิมพ์บนกระดาษเป็นร้อยๆสกุลเงิน ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยใช้กันมาหลายร้อยปีแล้ว ทำไมจะต้องคิดเงินดิจิทัลออกมาอีก? อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้คิด ประเด็นมันก็คือ เงินที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันไม่ตอบโจทย์ของมนุษย์บางกลุ่ม คนบางจำพวก กล่าวคือ ปัญหาข้อที่ 1 เงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ เวลาเราจะส่งไปให้คนอื่น เราต้องส่งผ่านธนาคาร มีธนาคารเป็นตัวกลาง เพราะเราต้องเปิดบัญชีไว้กับธนาคารเอาเงินแดงๆฝากเข้าบัญชีไว้ ตอนเราจะส่งไปให้คนอื่น เราต้องแจ้งธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ว่า เราจะส่งเงินจากบัญชีของเราไปให้ใคร ชื่ออะไร มีบัญชีอยู่กับธนาคารไหน เลขที่บัญชีอะไร จำนวนเงินเท่าไร การแจ้งนั้นก็ทำได้หลายวิธี จะเดินไปที่ธนาคารที่เราเปิดบัญชีไว้ หรือจะแจ้งทางโทรศัพท์มือถือก็ได้ ถ้าส่งกันภายในประเทศก็จบแค่นี้ ไม่มีค่าโอน ไม่มีการซักถามอะไรอีก แต่ที่สำคัญมากๆคือ การทำธุรกรรมนี้ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของธนาคารไปอีกหลายปี ดังนั้นกำนันนกคนดังแห่งนครปฐมจะโอนไปให้ใครที่ไหน ไม่ว่าพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฯลฯ กี่ครั้ง กี่หน เป็นจำนวนรวมทั้งหมดเท่าไร สามารถเช็คเส้นทางการเงินได้หมด (แต่ท่านบิ๊กโจ๊กชอบพูดสั้นๆเวลาให้สัมภาษณ์ว่า “เส้นเงิน” นั่นแหละ) ดังนั้นมนุษย์มาเฟีย นักการเมืองที่ฉ้อโกงทั่วโลกไม่ชอบการโอนเงินแบบนี้ เพราะมันจะนำมาเป็นหลักฐานมัดตัวได้ ปัญหาข้อที่ 2 หากเราโอนไปให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศ แบ็งค์ชาติก็มีกฎเกณฑ์แถมเข้ามาอีก ว่าจำนวนเงินโอนที่จะโอนไปแต่ละครั้ง ต้องไม่เกินเท่าไร ถ้าเกินต้องขออนุญาตก่อน ต้องบอกว่าโอนไปทำไม ถ้าโอนไปเป็นค่าซื้อขายสินค้า ก็ต้องมีเอกสารต่างๆประกอบอีกเป็นบึกๆ นอกจากนั้นธนาคารยังคิดค่าโอนอีกเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่โอนไป เสียส่วนต่างในอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับสกุลเงินต่างประเทศอีกด้วย สรุปแล้วไม่ถูกจริตกับพวกค้าขายผิดกฎหมาย มาเฟีย นักการเมืองที่ฉ้อโกง พวกที่ต้องการฟอกเงิน ฯลฯ นี่แหละที่เป็นสาเหตุจูงใจ หรือแรงผลักดันให้นาย Nakamoto มานั่งคิดหาวิธีการว่าประชาชนชาวมาเฟียจะโอนเงินให้กันด้วยวิธีไหน จึงไม่ต้องผ่านธนาคารที่เป็นตัวกลาง ไม่ต้องเสียเงินให้ธนาคาร และที่สำคัญที่สุดไม่มีใครรู้ใครเห็น ไม่มีหลักฐาน ในที่สุดแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อนนายคนนี้ก็คิดสำเร็จ ออกเหรียญดิจิทัลของตัวเองออกมาชื่อเหรียญ “บิตคอยล์ (Bitcoin)” โดยระบุว่าจะแจกเหรียญนี้ให้กับประชาชนฟรีๆ โดยจะออกมาทั้งหมดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น (เมืองไทยก็กำหนดว่าจะแจกแค่ ห้าแสนหกหมื่นล้านเหรียญเท่านั้น – ประเด็นนี้สำคัญนะครับจำไว้ให้ดี) ใครอยากได้เหรียญให้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาดึงเอาเหรียญไป ---- ศัพท์ที่นักล่าเหรียญเค้าใช้คือ “การขุดหาเหรียญ” ผมจะไม่อธิบายในทางเทคนิคว่าทั้งหมดมันมีการทำงานอย่างไร เดี๋ยวเอกสารนี้จะกลายเป็นวิทยานิพนธ์ไป ประชาชนกินข้าวแกงอย่างเรารู้แค่นี้ก็พอ พอมีคนขุดเหรียญได้ คอมพิวเตอร์ควบคุมกลางของนายนากาโมโต้มันก็ลงบัญชีไว้ทันทีว่าเหรียญหมายเลขอะไรบ้างไปอยู่ที่คนไหน แต่มันไม่บอกให้ใครรู้ ใครจะมาบีบบังคับยังไงก็ไม่ได้ และพื่อให้ตัวเองปลอดภัยจากพวกมาเฟียที่จะมาจับตัวเอาไปรีด บีบบังคับ เอาความลับพวกนี้ไป นายนากาโมโต้ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ และปรากฏต่อมาชื่อที่ใช้ก็เป็นชื่อปลอม ในตอนนั้นก็มีแนวร่วมของนายคนนี้ออกมารณรงค์ให้คนออกมาใช้เหรียญนี้ในการซื้อขายจิรง โดยให้กำหนดมูลค่าของเหรียญกันเองตามความพอใจ มีประวัติระบุว่าการใช้เหรียญบิตคอยล์ในการซื้อขายครั้งแรกนั้น ทำกันแบบสนุกๆในอเมริกา โดยมีร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งขายพิซซ่าไปสองถาดแลกกับบิตคอยล์จำนวน 10,000 เหรียญ พอเหรียญนี้ตกไปอยู่ในมือของร้านขายพิซซ่า เจ้าคอมพิวเตอร์ก็ลงบัญชีต่อท้ายจากเจ้าของเดิมว่าเหรียญนี้ไปเป็นของร้านพิซซ่าแล้ว ทุกครั้งที่เหรียญเปลี่ยนเจ้าของ คอมพิวเตอร์ก็จะลงรหัสของเจ้าของใหม่ต่อท้ายไปเรื่อยๆยาวเป็นบัญชีเป็นหางว่าว เทคนิคนี้เรียกว่าบล็อกเชน เห็นไม๊ครับว่าการเปลี่ยนมือของเหรียญนั้นไม่มีธนาคารใดๆมาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครรู้ใครเห็นเก็บข้อมูลไม่ได้ นอกจากคอมพิวเตอร์ของนายนากาโมโต้ ที่มุดหายลงใต้ดินไปแล้ว มันก็เลยเป็นความลับที่บิ๊กโจ๊ก ปิ๊กต่อ ก็สืบไม่เจอ ครั้นพอเรื่องนี้รู้ไปถึงหูกลุ่มมาเฟีย พวกนี้ก็มองเห็นสวรรค์ของการฟอกเงินขึ้นมาทันใด อยากลองบ้าง ก็เลยมีการเปิดเว็บไซต์รับแลกเหรียญบิตคอยล์กับเงินแดงๆขึ้น ไม่ต้องไปเสียเวลาชุดหาเหรียญ โดยไม่ต้องเอาเหรียญนี้ไปซื้อสินค้าใดๆให้เสียเวลา ยิ่งความต้องการมีมากขึ้นเท่าไร คนก็ยิ่งให้ราคาที่ต้องการซื้อสูงขึ้นไป เหรียญก็มีจำนวนจำกัด คนก็แห่กันเข้าไปขุดมากขึ้น กว่าจะขุดได้ก็ใช้เวลาเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น......ตั้งแต่วันที่มีการใช้เหรียญบิตคอยล์ 10,000 เหรียญไปแลกซื้อพิซซ่าได้สองถาด จนถึงวันที่บิตคอยล์มีราคาสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบิตคอยล์ ซึ่งอยู่ที่มากกว่า US$ 30,000. นั้นใช้เวลาไม่กี่ปี !!!!! จากนั้นคนก็แห่เข้ามาสร้างเงินดิจิทัลแบบเดียวกันอีกมากมายทั่วโลก ตั้งชื่อเหรียญไปต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยก็มีผู้ออกเหรียญต่างๆมาหลายชื่อ จนกระทั่งรัฐบาลแทบทุกประเทศทั่วโลกตกใจกลัวว่าหากไม่มีการหยุดยั้งการใช้เงินดิจิทัลนี้ การเงินของโลกคงจะเข้าขั้นวิกฤตเป็นแน่ ก็พากันมาออกกฎระเบียบต่างๆในการควบคุมการออกเหรียญดิจิทัล ไม่ปล่อยให้ออกกันแบบเสรีและมีกฎอื่นๆตามมาอีกเยอะ เช่นไม่อนุญาตให้ใช้จ่ายในการชำระหนี้แทนเงินแดงๆเป็นต้น ทำให้เหรียญที่ออกมาใหม่ๆในระยะหลังๆนี้ ไม่มีผู้สนใจ และมูลค่าไม่สูงมากเหมือนรุ่นแรกๆ เหรียญที่ออกโดยคนไทยก็แห้วแขวนดอยรอวันตายกันไป เอาละครับผมเล่าประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสร้างเงินดิจิทัลขึ้นมาในโลกนี้ของนายนากาโมโต้ในการแก้ปัญหาที่ต้องโอนเงินผ่านธนาคารมาให้ท่านฟังแล้ว แรงบันดาลใจออกจะสีเทาๆชอบกลนะ ท่านพอมองเห็นอะไรในการเอาเงินดิจิทัลที่ออกโดยพรรคเพื่อไทยในนามของรัฐบาล มาให้คนไทยใช้ในการซื้อสินค้าแทนที่จะแจกเงินแดงๆแบบที่มีอยู่ในกระเป๋าทุกวันนี้ โดยการอ้างเหตุผลนานาประการ ผมคงจะขอจบตอนที่1 ไว้แค่นี้ก่อน ให้ท่านได้นอนคิดไปสักสองสามวัน ว่าท่านเห็นอะไร ...........................ในระหว่างที่ผมเขียนตอนที่ 2 เมื่อผมเขียนตอนที่สองเสร็จก็จะส่งมาให้ท่านอ่านต่อไป ...ขอกระซิบบอกให้ท่านทราบเบาๆว่า ในตอนหน้าผมจะบอกเคล็ดลับที่รัฐบาลไม่บอก ในการที่ท่านจะทำเงินได้มหาศาลจากเงินดิจิทัลของไทยได้อย่างไร เป็นเพียงเกาะกระแสร์ไว้ให้ดี อย่าพลาดนะครับ อ่านดีๆมีสิทธิรวยจ้า..... เขียนโดย ณรงค์ กุลาข่าวการเมือง เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยพบบัตรเลือกตั้งสีม่วงและสีเขียวทิ้งอยู่ในกองขยะ”วันที่ 22 พ.ค.2566 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งโพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า ตามที่มีผู้ใช้สังคมออนไลน์ 2 บัญชี นำเสนอข่าวที่เป็นความเท็จว่า “พบบัตรเลือกตั้งสีม่วงและสีเขียวทิ้งอยู่ในกองขยะ” โดยนำเสนอภาพนิ่งและคลิปวิดีโอเผยแพร่ให้แก่สื่อสารมวลชนในรูปแบบต่างๆ จนทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าได้พบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวอยู่ในกองขยะ นั้น กกต. ขอเรียนชี้แจงว่า ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ที่ได้นำมาเสนอต่อสาธารณชนเป็นความเท็จทั้งสิ้น กล่าวคือ เหตุการณ์ตามที่นำเสนอ เกิดขึ้นในวันที่ 20 พ.ค. 2566 โดยวันดังกล่าวมีกลุ่มบุคคลที่สร้างความวุ่นวายจำนวนหนึ่ง บุกเข้ามาในสถานที่เก็บรักษาบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ ณ ศาลาประชาคม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยในขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำเขตเลือกตั้งที่ 10 ได้นำบัตรเลือกตั้งที่เหลือจากการออกเสียงลงคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 10 จำนวน 151 หน่วย นำมากองรวมกันไว้บนพื้นห้องโถงของอาคารศาลาประชาคม อำเภอสัตหีบ เพื่อทำการคัดแยกจัดหมวดหมู่ของบัตรเลือกตั้งและเอกสารที่ได้รับจากเขตเลือกตั้งที่ 10 ทั้งหมด เพื่อที่จะนำไปเก็บรักษาไว้ ณ สนง.กกต.จังหวัดชลบุรี ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต 10 ได้มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหญิงผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ได้เข้าไปหยิบฉวยถุงบรรจุบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อที่บรรจุไว้ในถุงพลาสติก อย่างละ 1 ถุง ออกไปจากความครอบครองของเจ้าหน้าที่ประจำเขตเลือกตั้งที่ 10 และนำบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ออกไปจากสถานที่เก็บรักษา นำไปแสดงให้แก่ประชาชนที่รออยู่นอกอาคาร กล่าวหาโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า ได้พบบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ถุง ทิ้งอยู่ในกองขยะ กกต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่ามีกองขยะอยู่ภายในอาคารดังกล่าวแต่อย่างใด ภาพที่ปรากฏในสื่อสารมวลชน คือ กองวัสดุอุปกรณ์, ถุงต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งที่เหลือจากการเลือกตั้งเป็นบัตรที่ถูกทำลายด้วยวิธีการเจาะรูและร้อยเชือกแล้วทั้งสิ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ของ กกต. และกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 10 เป็นผู้ควบคุมดูแลและตรวจสอบ เพื่อคัดแยกบัตรดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ดังนั้น การนำเสนอภาพข่าวและคลิปวิดีโอ จึงเป็นความเท็จ คำเตือน ผู้ใดแชร์ข่าวดังกล่าวด้วยวิธีการกดไลก์ กดแชร์ รีทวิต รีโพสต์ ทางยูทูบ ทางติ๊กต๊อก ส่งต่อทางไลน์ไปยังกลุ่มต่างๆ หรือช่องทางสื่อสารอื่นๆ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2560 มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับข่าวการเมืองเลือกตั้งstd46432• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดหุ้นโรงไฟฟ้า กำไรสูงจากที่มีการปรากฏข้อมูลบนสื่อออนไลน์เรื่องตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดหุ้นโรงไฟฟ้า กำไรสูง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าเพจดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จPhuwadet Takotha• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยโฆษกตร.เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลวงปิดถนนสุขุมวิทโฆษกตร.เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลวงปิดถนนสุขุมวิท ขาเข้ากรุงเทพฯ 2 ช่องทาง ตั้งแต่โรงเรียนนายเรือสมุทรปราการ-ทางด่วนบางนาดินแดง และปิดการจราจรบนทางด่วนบางนา-ดินแดง 2 ช่องทางstd48072• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยลดอาการข้อเท้าบวมจริงหรือไม่เรื่องหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยลดอาการข้อเท้าบวม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบ โดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จstd47766• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญชวนร่วมลงทุนธุรกิจก่อสร้างจากที่มีการปรากฏข้อมูลบนสื่อออนไลน์เรื่องตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญชวนร่วมลงทุนธุรกิจก่อสร้าง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าเพจดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมNuttachai Nutapao• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยวัตสัน 1 แถม 1 จริงไหมได้ข่าวมาว่าวัตสันตอนนี้มีโปรโมชั่น 1 แถม 1 เลยไม่มั่นใจว่าหมดหรือยัง หรือของเดือนไหนค่ะAnynch• 3 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมพัฒนาธุรกิจฯ รับสมัครพนักงานนำเที่ยว รายได้ 1,500 บาท/วันกรณีที่มีการโฆษณาข้อมูลว่า กรมพัฒนาธุรกิจฯ รับสมัครพนักงานนำเที่ยว รายได้ 1,500 บาท/วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์tanchanuk2551• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ก.ล.ต. เปิดให้นักลงทุนมือใหม่เทรดหุ้นแบบรายวันตามที่มีข่าวสารในประเด็นเรื่อง ก.ล.ต. เปิดให้นักลงทุนมือใหม่เทรดหุ้นแบบรายวัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)tanchanuk2551• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยพัสดุไปรษณีย์เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19ข่าวลือเรื่องมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากจดหมายหรือพัสดุไปรษณีย์และให้ระมัดระวังการรับจดหมายหรือพัสดุที่มาส่ง เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในช่วงที่มีสถานการณ์ระบาดรอบแรกstd47725• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกรมจัดหางานร่วมเอกชนรับสมัครงานผ่านเพจหางานออนไลน์กรมจัดหางานร่วมกับภาคเอกชน เปิดรับสมัครงาน ผ่านเพจบริษัทจัดหางานออนไลน์นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่า ประเด็นดังกล่าวนั้นstd46392• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยกรมจัดหางานร่วมกับภาคเอกชน เปิดรับสมัครงาน ผ่านเพจบริษัทจัดหางานออนไลน์กรณีที่มีการโฆษณาข้อมูลว่า กรมจัดหางานร่วมกับภาคเอกชน เปิดรับสมัครงาน ผ่านเพจบริษัทจัดหางานออนไลน์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานข่าวการเมืองstd47690• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมีข่าวเกี่ยวกับพระอาการ องค์ภา หายประชวร อย่าเข้าไปดูนะครับ โดนดูดเงิน หมด พวกเลวเล่นของสูงผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: mostly-false--middle5 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวนักบอล 13 หมูป่า เสียชีวิตที่อังกฤษ อย่าไปกดดูคลิปนะครับ เป็นมิจฉาชีพครับผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจีนไม่มีมุสลิมแล้ว จริงหรือไม่ ? ในไลน์กลุ่มต่างๆได้มีการเเชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การกวาดล้างอิสลามมุสลิม เป็นข่าวจริงหรือไม่ มารับฟังกันได้เลยครับจากการแชร์ข้อผ่านกลุ่มไลน์ มูลลิมจีนไม่มีมุสลิมแล้ว จริงหรือไม่ ? ในไลน์กลุ่มต่างๆได้มีการเเชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การกวาดล้างอิสลามมุสลิม เป็นข่าวจริงหรือไม่ มารับฟังกันได้เลยครับชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยพระราชินี ทรงป่วยประชวรด้วยโรคโควิด -19 จริงหรือกรณีมีการเผยแพร่ข่าวใน สื่อสังคมออนไลน์ โดยมีข้อความระบุว่า “ด่วน!! ราชินีฯ สุทิดา ทรงพระประชวรด้วยโรคโควิด-19 มีพระอาการทรงตัว จริงหรือโควิด 2019anonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข้าราชการบำนาญเตรียมรับเงินเยียวยา จริงหรือมีการประกาศโดยใช้หัวกระทรวงการคลัง เรื่อง ข่าวดี ข่าวด่วน ข้าราชการบำนาญเตรียมรับเงินเยียวยาได้ที่ตู้ ATM เงินที่ได้จะไม่เท่ากัน จริงหรือanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยแมงดาทะเล มีพิษ กินแล้วอาจเสียชีวิตได้ จริงหรือมีข่าวว่ามีหญิงคนหนึ่งรับประทานแมงดาทะเล ถึงกับเสียชีวิตเพราะว่าพิษของแมงดาทะเล จริงหรือผู้บริโภคเฝ้าระวังanonymous• 6 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 2 คนสงสัยจริงหรือไม่..? กสทช. ลงโทษช่องไทยรัฐและช่องอัมรินทร์ ทีวี จากการนำเสนอข่าว คดี "น้องชมพู่"กสทช. ดำเนินการลงโทษช่องไทยรัฐทีวี และอัมรินทร์ ทีวี เนื่องจากนำเสนอ ข่าว คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิเด็กAd.tar• 6 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย“พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มโทษ หากออกนอกบ้านไม่ใส่หน้ากากอนามัย ปรับ 2,000 บาท ประกาศวันนี้บังคับใช้วันที่ 13 เม.ย. 63 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง”มีข่าวโพสต์สื่อต่างๆ “พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มโทษ หากออกนอกบ้านไม่ใส่หน้ากากอนามัย ปรับ 2,000 บาท ประกาศวันนี้บังคับใช้วันที่ 13 เม.ย. 63 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง”โควิด 2019naydoitall• 6 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
