(3188 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยPhase I: Slow the Spread เฟสที่ 1 - ชะลอการระบาด ด้วยวิธี - มาตรการเพื่อลดการติดต่อ เช่น physical distancing, lockdown. - เพิ่มความสามารถในการ test ให้ครอบคลุมผู้ป่วยที่นอน รพ. บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สัมผัสโรค และ คนทั่วไปที่มีอาการ - เพิ่มความสามารถในการจัดการข้อมูล - เพิ่มความสามารถของระบบสาธารณสุขในการดูแลผู้ติดเชื้อ เช่น เพิ่มเตียงธรรมดาและเตียงผู้ป่วยหนัก รวมทั้งจัดหาเวชภัณฑ์ให้พอ จัดหาชุดป้องกันและหน้ากากให้เพียงพอ - เพิ่มความเข้มข้นในการหาตัวผู้สัมผัสมากักตัว โดยรัฐจัดหาที่พักอาหารให้ - เน้นย้ำให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือ *** จะย้ายไปเฟสที่ 2 ได้ ต้องมีสัญญาณดังนี้ *** - เคสใหม่ลดลงเรื่อยๆ ต่อเนื่อง 14 วัน - รพ. ต้องรักษาผู้ป่วยที่นอน รพ.ได้อย่างสบายๆ - รัฐสามารถตรวจทุกคนที่มีอาการได้ - รัฐต้องติดตามผู้่ติดเชื้อและผู้สัมผัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ - เมื่อไหร่ก็ตามที่จำนวนเคสใหม่เพิ่มขึ้น ต้องกลับที่เฟสแรกตามเดิม Phase II: Reopen, State by State - ค่อยๆ เปิดเมืองทีละส่วน เช่น เปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย บริษัท แต่จำกัดการชุมนุมในที่ปิด เช่น ห้ามจัดคอนเสิร์ต (ของไทยคงห้ามจัดชกมวย) ยังให้รักษาระยะห่าง ควบคุมการชุมนุมให้น้อยกว่า 50 คน - ทำความสะอาดสถานที่สม่ำเสมอ - เฝ้าระวังและกักตัวผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัส รวมทั้ง test - สำหรับผู้สูงอายูและผู้ที่มีความเสี่ยง ยังคงแนะนำให้อยู่บ้านจนกว่าจะมีการค้นพบการรักษาที่ได้ผล - หาตัวผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถกลับไปทำงาน หรือ ช่วยงานที่อาจสัมผัสผู้ป่วยได้ หรือ ช่วยดูแลคนแก่ - Phase III: Establish Protection Then Lift All Restrictions *** จะเข้าสู่เฟสสามได้ต่อเมื่อ มีการพัฒนาวัคซีนจนนำมาใช้ได้สำเร็จ (ผ่าน FDA) - ป้องกันการติดเชื้อด้วยการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก - สำรวจหาผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน Phase IV: Rebuild Our Readiness for the Next Pandemic - เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการระบาดครั้งหน้า - พัฒนาวิธีการให้ได้มาซึ่งวัคซีนสำหรับไวรัสตัวใหม่ให้เร็วขึ้น เป็นเดือน ไม่ใช่เป็นปี - เพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขโควิด 2019anonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยรายงานอาฟเตอร์ช็อก เหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศเมียนมาร์ อาฟเตอร์ช็อก ครั้งที่ 1 เวลา 13.32 น. ขนาด 7.1 ครั้งที่ 2 เวลา 13.45 น. ขนาด 5.5 ครั้งที่ 3 เวลา 14.24 น. ขนาด 4.0 ครั้งที่ 4 เวลา 14.37 น. ขนาด 5.2 ครั้งที่ 5 เวลา 14.42 น. ขนาด 3.9 ครั้งที่ 6 เวลา 14.57 น. ขนาด 4.7 ครั้งที่ 7 เวลา 15.21 น. ขนาด 4.0 ครั้งที่ 8 เวลา 15.45 น. ขนาด 3.7 ครั้งที่ 9 เวลา 15.52 น. ขนาด 3.8 และยังสามารถเกิดอาฟเตอร์ช็อคขึ้นได้อีก ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด #กรมอุตุนิยมวิทยา #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #แผ่นดินไหวไม่ระบุชื่อ• 1 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยผลร้ายของการใส่หูฟังทุกคนรู้มั้ยว่า ผลร้ายของการใส่หูฟัง ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยถึงรู้ตัว และตอนนี้ผลร้ายของมันก็เริ่มแสดงออกแล้ว เพราะหูฟังบูมขึ้นมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน . มีข่าวว่าคนญี่ปุ่นวัย 40 สูญเสียการได้ยิน เพราะชอบใส่หูฟังมาก ชอบฟังเพลงมาก แต่ไม่ใช่หูหนวกแบบเงียบนะ คือมีเสียงดังวี้ดอยู่ในหูตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จะนอนก็ลำบาก ไม่ได้ยินสิ่งที่อยากได้ยิน แล้วยังไม่มีวันได้อยู่ในความเงียบอีกเลยด้วย (แค่นึกก็ทนไม่ไหวแล้ว) . ถ้าย้อนไปราว 10 กว่าปีที่แล้ว ราวปี 2010 เป็นต้นมา เป็นจุดเริ่มต้นยุคที่ผู้คนใช้หูฟังกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่เด็กๆ วัยรุ่น ไปจนผู้ใหญ่ แล้วในวันนี้ คนกลุ่มนี้ก็เติบโตเป็นวัย 10-40 และเริ่มออกอาการ . ในญี่ปุ่น มีรายงานว่า คนวัย 10-40 สูญเสียการได้ยินกันเยอะมากในช่วงที่ผ่านมานี้ . ผลร้ายของหูฟังใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยถึงรู้ตัว เพราะว่าการเสื่อมของหู ค่อยๆ เกิดขึ้นแบบทีละนิด จนเราไม่รู้สึกตัว ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่รู้ตัวอีกทีก็คือสายเกินไปแล้ว . น่ากลัวมาก ยังไงทุกคนก็ระวังกันด้วยน้า ไม่ฟังนาน ไม่ฟังดัง และพักบ้าง . ที่มา https://news.livedoor.com/article/detail/27553414/admin• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่ห้ามใช้น้ำนมแม่หยอดตาเด็ดขาด!"❌ ห้ามใช้น้ำนมแม่หยอดตาเด็ดขาด! ❌ น้ำนมแม่จะมีสารเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น Secretory IgA และ Human Milk Oligosaccharides ที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในทารก แต่การนำมาหยอดตาไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยเลยค่ะ 👁️💧 เพราะน้ำนมแม่มีน้ำตาลแลคโตสสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของเชื้อโรค 🦠 และอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามจนรุนแรงถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้ จักษุแพทย์แนะนำว่า หากมีปัญหาดวงตา ไม่ควรใช้น้ำนมแม่หยอดตา เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มเติมมากกว่าช่วยรักษา! 🩺 หากมีอาการระคายเคืองหรือเจ็บตา ควรทำตามคำแนะนำง่าย ๆ ดังนี้: • ล้างตาด้วยน้ำอุ่น 🧴 • ใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้น 💧 • หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด 🚫🤲 • หากอาการไม่ดีขึ้น รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่เหมาะสมนะคะ 👩⚕️👨⚕️ อย่าเสี่ยงกับดวงตาของคุณ เพราะความเชื่อผิด ๆ นะคะ 💙 ที่มา: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข #อย่าใช้น้ำนมแม่หยอดตา #สุขภาพตาสำคัญ #ข้อมูลสุขภาพ #กรมการแพทย์ #มมส #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม #นิเทศมมสสุขภาพนอ นอ• 1 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! เอื้องหมายนา สุดยอดสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเอื้องหมายนา สุดยอดสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้โพสต์ระบุว่า สามารถใช้ลำต้นของเอื้องหมายนานำไปต้มกิน เชื่อว่าเป็นยาต้านโรคมะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเอื้องหมายนาสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ โดยเอื้องหมายนา (Costus speciosus หรือ Cheilocostus speciosus) มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น อัลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ และซาโปนิน เป็นต้น ข้อมูลวิชาการด้านการรักษาโรคมะเร็งมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งการศึกษาวิจัยในคนถือได้ว่ามีความสำคัญและจำเป็นต้องศึกษาหลายด้าน เช่น กลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารที่ออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การทดสอบด้านพิษวิทยา และความปลอดภัย ตลอดจนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งการรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณาหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษา และขอคำแนะนำจากแพทย์สุขภาพมะเร็งยาสมุนไพรstd46661• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยก้าวไกลเผย "พิธา" ไม่รู้ประวัติ "พี่ต้นบอดี้การ์ด" เคยต้องคดีอดีต ผบก.ป. "พล.ต.ต.สุพิศาล" แกนนำพรรคก้าวไกล เผย "พิธา" ไม่รู้ประวัติ "พี่ต้นบอดี้การ์ด" เคยต้องคดีอ้างเป็นตร.อุ้มรีดทรัพย์ ยอมรับกระทบภาพลักษณ์ "พิธา" ยืนยันพรรคพร้อมให้โอกาสทุกคนเท่าเทียมกัน วันนี้ (25 ก.ค.2566) จากกรณีที่มีกระแสสังคมตั้งคำถามถึง "ผู้กองต้น" บอดี้การ์ดประจำตัว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าเคยถูกดำเนินคดีอ้างเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้วขูดรีดทรัพย์เหยื่อเจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งขณะนั้น พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ดำรงตำแหน่ง ผบก.ป. เป็นผู้แถลงผลการจับกุม โดยปัจจุบันเป็นหนึ่งในแกนนำพรรคก้าวไกลคนสำคัญ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต ผบก.ป. และเป็นแกนนำพรรคก้าวไกล ที่บ้านพักใน จ.ราชบุรี ก่อนได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อปี 2554 ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้แถลงผลการจับกุม ผู้กองต้น หรือ พร้อมพวกรวม 3 คน ก่อเหตุอุ้มเหยื่อเจ้าของร้านขายของชำไปทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์ มีทองรูปพรรณ ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน และเงินสด 60,000 บาท รวมทรัพย์สิน 276,800 บาท ก่อนปล่อยตัวและข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินให้อีก โดยศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 12 ปี แต่ได้รับการลดหย่อนโทษและถูกปล่อยตัวมาเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่ออยู่หลายครั้ง และเข้าทำงานเป็นพนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยประมาณปี 2562ข่าวการเมืองมีมstd46598• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยเพื่อนทะเลาะกันคว้าปืนยิงดับ 1 บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ตร.เร่งหาสาเหตุการขัดแย้งวันที่ 23 ก.ค.66 เวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับเเจ้งเหตุ มีคนยิงกันภายในหมู่บ้านวิลล่า 2 ซอย ลาดพร้าววังหิน 68 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกคือนาย ฤทธิชัย หรือ บิว อายุ 30 ปี ถูกยิงที่หน้าท้อง 2 นัด เเละสะโพก 2 นัด เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี รายที่สอง นาย นิติพล หรือ เเชมป์ อายุ 31 ปี (ขายของออนไลน์) ถูกยิงที่ ขมับ 1 เเขนซ้าย เเขนขวา เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโลเกษตร ส่วนผูัก่อเหตุ ทราบชื่อคือนาย รัชกฤษ์ หรือ หนู อายุ 32 ปี ประกอบอาชีพขายน้ำกระท่อม ซึ่งทั้งสามคนเป็นเพื่อนกัน เเละรู้จักกันมาก่อน ส่วนรายละเอียดสาเหตุยังไม่ทราบเเน่ชัด หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลไปยัง รพ. ทราบว่าตอนนี้ ผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงศีรษะเสียชีวิตเเล้ว ล่าสุดทางทีมงานได้ลงพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านเลขที่ 96 พบว่าคนในบ้านอยู่ระหว่างทำความสะอาด หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.ก.) เข้าเก็บหลักฐานและคราบเขม่าดินปืนในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำหลักฐานทั้งหมดมายัง สน.โชคชัย นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้นำตัวนายตี๋ มาสอบสวนเพิ่มเติมในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วย ซึ่วอย๊ระหว่างการสอบสวนของตำรวจstd48563• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่! คนแก่กินปาท่องโก๋ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ไตทำงานหนักจากข้อมูลในโลกออนไลน์ เรื่อง คนชรากินปาท่องโก๋ที่ใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย หน่วยงานสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตไม่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปจึงไม่ได้ทำให้ไตทำงานหนัก สำหรับส่วนประกอบของปาท่องโก๋ จะมีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด ช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟู โดยสารแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดการขึ้นฟูในขั้นตอนที่ต่างกัน ได้แก่ ผงฟู ยีสต์ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (NH₄HCO₃) นอกจากนี้ หากทอดปาท่องโก๋แบบผ่านความร้อนนาน ๆ หรือผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำ ยังอาจเสี่ยงจะเกิดสารก่อมะเร็งได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้ทอดและผู้บริโภค แม้ว่าการรับประทานปาท่องโก๋จะไม่มีโซเดียม ไม่ให้ไตทำงานหนัก แต่ปาท่องโก๋ก็เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรรับประทานปาท่องโก๋เป็นประจำ โดยพลังงานของปาท่องโก๋จะสูงราว 120 – 180 กิโลแคลอรี อีกทั้งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากไขมัน เพราะในปาท่องโก๋มีไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากรับประทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพผู้บริโภคเฝ้าระวังstd46529• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่แบบเร่งด่วนทุกชนิดผ่านไลน์ตามที่มีการแชร์ข่าวสารในสื่อออนไลน์ถึงประเด็นเรื่องกรมการขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่แบบเร่งด่วนทุกชนิดผ่านไลน์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีข้อมูลระบุว่า กรมขนส่งเปิดอบรมใบขับขี่ออนไลน์ที่บ้าน ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อของกรมการขนส่งทางบกโดยมิจฉาชีพ ซึ่งการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถ ขอเตือนประชาชนอย่าให้บัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญที่มีข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้อื่น เสี่ยงข้อมูลถูกนำไปก่อคดีต่าง ๆ หรือใช้แอบอ้างทำธุรกรรมผิดกฎหมายได้ ดังนั้นขอประชาชนอย่าหลงเชื่อหากมีผู้ใดแอบอ้างอาสาดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถให้โดยเด็ดขาด ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร หากเผยแพร่โดยบัญชีที่ไม่คุ้นเคยหรือเป็นบุคคลธรรมดา สามารถแจ้งเบาะแสมายังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทรสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมstd46631• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะทำอาหารในห้องครัวจะเป็นอันตรายตามที่มีคำแนะนำเผยแพร่บนสื่อออนไลน์เรื่องห้ามใช้โทรศัพท์ขณะทำอาหารในห้องครัวจะเป็นอันตราย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบว่าข้อความที่ปรากฏนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลให้คำแนะนำเกี่ยวกับห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ หรือรับโทรศัพท์ในห้องครัว ขณะกำลังทำอาหารจะเป็นอันตรายนั้น ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การใช้หรือรับโทรศัพท์ในห้องครัว ในขณะที่เตาแก๊สยังเปิดอยู่ ไม่ได้เป็นอันตราย กล่าวคือไอของแก๊สที่ออกจากเตาขณะที่เรากำลังทำอาหาร แก๊สนั้นถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นแล้วจนไม่สามารถไปจุดประกายไฟที่อื่นได้อีก website 2439 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.nectec.or.th หรือ โทร. 02-564-6900 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การใช้โทรศัพท์ในขณะที่แก๊สเปิดอยู่ ไม่มีผลกับโทรศัพท์ และไอของแก๊สที่ออกจากเตาขณะที่เรากำลังทำอาหาร แก๊สนั้นถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นแล้วจนไม่สามารถไปจุดประกายไฟที่อื่นได้อีกข่าวการเมืองstd47948• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! อาหารเสริมมณฑาและอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง เป็นยาอายุวัฒนะกรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอาหารเสริมมณฑาและอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง เป็นยาอายุวัฒนะ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์สุขภาพว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมณฑา และอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง และเป็นยาอายุวัฒนะ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในชื่อ มณฑา (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลข อย. 50-1-05258-5-0406 และ อัคคี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลข อย. 50-1-05258-5-0404 ซึ่งการแสดงภาพผลิตภัณฑ์และข้อความ มณฑาช่วยเรื่อง ลดความดันสูง ขยายหลอดเลือดหัวใจ และสมอง อัคคีช่วยเรื่อง ขับไขมันในร่างกาย ไขมันอุดตันในหัวใจ ไขมันในเลือด และ ทานคู่กันสามารถป้องกัน เส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง และเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรstd47737• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสูตรน้ำอาร์ซี รักษาโรคมะเร็ง เป็นข้อมูลเท็จ อย่าแชร์ต่อ!ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ถึงประเด็นเรื่อง สูตรเครื่องดื่มธัญพืชหรือน้ำอาร์ซี สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีคำแนะนำชวนเชื่อถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยระบุว่าน้ำชีวจิตหรือน้ำอาร์ซีช่วยต้านและรักษามะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นข้อมูลและชี้แจงว่า น้ำชีวจิตหรือน้ำอาร์ซี (Rejuvenating Concoction, RC) เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของธัญพืช 9 ชนิด ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ ลูกเดือย ลูกบัว ข้าวฟ่าง ข้าวมันปู ข้าวซ้อมมือ และข้าวเหนียวกล้อง โดยนำมาต้มจนสุก แล้วรินเอาเฉพาะน้ำมาดื่มstd48306• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 6 คนสงสัยดื่มน้ำโซดาช่วยทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้นตามที่มีการแชร์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นเรื่องดื่มน้ำโซดาช่วยทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีข้อความชวนเชื่อที่ระบุว่า ดื่มน้ำโซดาช่วยทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้นนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า โซดา คือ น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งไม่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาใดยืนยันได้ว่า การดื่มโซดาช่วยย่อยอาหารได้ ซึ่งโซดามีฤทธิ์เป็นกรดเล็กน้อย ไม่มีฤทธิ์ในการย่อยอาหาร นอกจากนี้แล้วความเป็นกรดของโซดาเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งเสริมให้เกิดกรดไหลย้อนและฟันผุ ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารควรหลีกเลี่ยงการดื่มโซดาสุชญา ชูจันทร์• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยฟันธง!! สมุนไพรพิลังกาสา “ไม่” รักษาโรคมะเร็งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับสมุนไพรพิลังกาสารักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีข้อสรุปว่าเป็นข้อมูลเท็จ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้แจงว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าพิลังกาสาสามารถใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ มีเพียงการวิจัยเพื่อตรวจหาสารประกอบที่สำคัญในผลหรือใบของพิลังกาสาและทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาระดับเซลล์ในห้องทดลองเท่านั้น ทั้งนี้ “พิลังกาสา” ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารแอนโธไชยานิน สารฟีโนลิค ฟลาโวนอยด์ และในยอดอ่อนของพิลังกาสา พบสาร frieelin มีฤทธิ์ลดการอักเสบ และสาร rapanone สามารถต้านการเจริญของเชื้อโรคเรื้อน ในงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องทดลองstd46209• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการจัดหางานเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอยู่บ้าน สามารถสร้างรายรับเพิ่มได้ตามที่มีการส่งต่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องกรมการจัดหางานเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอยู่บ้าน สามารถสร้างรายรับเพิ่มได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีผู้โพสต์ให้ข้อมูลในเฟซบุ๊กโดยระบุว่า กรมการจัดหางานเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอยู่บ้าน สามารถสร้างรายรับเพิ่มได้ ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ภาพประกาศเชิญชวนรับสมัครงานที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์กรมการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริง ซึ่งข้อความดังกล่าวมิได้มาจากส่วนราชการของกรมการจัดหางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หากพบเห็นข้อความดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ เพราะอาจมีการขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปใช้ในทางมิชอบ หรืออาจถูกหลอกลวงจนเกิดความเสียหาย website 1273 ดังนั้นขอให้ผู้สนใจทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทจัดหางานให้รอบคอบก่อน เพื่อป้องกันมิให้ถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02-248-4792 สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน และเว็บไซต์ https://www.doe.go.th/prd/ บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ภาพประกาศเชิญชวนรับสมัครงานที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์กรมการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงaeslehc• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยดรีมจมูกโด่งเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้แชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีม หรือเซรั่ม ที่สามารถทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกดั้งโด่งภายใน 7 วันนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะโครงสร้างของจมูก ประกอบด้วยโครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อนห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้นครีมที่ทำให้ดั้งโด่ง จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกาย รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใดๆ ของร่างกายได้ ทั้งนี้ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือเกินความจริง มีความผิดต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รองเลขาธิการ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า อย.เคยออกข่าวเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2561 และกลับมาเตือนซ้ำอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ขอให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่างๆ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556Std48358• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมสรรพากรเริ่มเก็บภาษีทุกวัดตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกรมสรรพากรเริ่มเก็บภาษีทุกวัด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความว่า วันนี้วัดต้องเสียภาษี วันข้างหน้าพระต้องเสียอะไรอีก พร้อมแนบรูปภาพบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นชื่อวัดต่าง ๆ ทั้งนี้ ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะวัดไม่ได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร จึงไม่มีหน้าที่ในการเสียภาษี ดังนั้นรายได้ที่วัดได้รับจึงไม่มีภาระภาษี และกรมสรรพากรไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบรายได้หรือตรวจสอบการเสียภาษีของวัดแต่อย่างใด website 2347 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องภาษีต่าง ๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะวัดไม่ได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร จึงไม่มีหน้าที่ในการเสียภาษีstd49576• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ทำสีผมช่วงมีประจำเดือน อาจทำให้แพ้สารเคมีตามที่มีการปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการทำสีผมช่วงมีประจำเดือน อาจทำให้แพ้สารเคมี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์เรื่องห้ามทำสีผมช่วงมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้แพ้สารเคมีได้นั้น ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การทำสีผมช่วงระยะเวลาใดของเดือนก็ได้ การแพ้สารเคมีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นประจำเดือนหรือไม่ เพียงแต่การทำสีผมไม่ควรจะบ่อยจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ผมเสีย แห้ง และขาดง่าย ทั้งนี้ หลังทำสีผมแล้วควรใช้ครีมบำรุงผมร่วมด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์std47909• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! น้ำมันว่าน 801 บวรเวช บรรเทาอาการปวด ไหล่ติด ปวดหลัง คอบ่าไหล่ ออฟฟิศซินโดรม นิ้วล็อก ปวดเข่า รองช้ำตามที่มีการโฆษณาถึงน้ำมันว่าน 801 บวรเวช บรรเทาอาการปวด ไหล่ติด ปวดหลัง คอบ่าไหล่ ออฟฟิศซินโดรม นิ้วล็อก ปวดเข่า รองช้ำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้บอกต่อคำแนะนำด้านสุขภาพว่า น้ำมันว่าน 801 บวรเวช บรรเทาอาการปวด ไหล่ติด ปวดหลัง ออฟฟิศซินโดรม นิ้วล็อก รองช้ำ ปวดเข่า ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากการสืบค้นฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่พบผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าว ดังนั้นการนำเอาผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวมาใช้เพื่อ “บรรเทาอาการปวด ไหล่ติด ปวดหลัง คอบ่าไหล่ ออฟฟิศซินโดรม นิ้วล็อก ปวดเข่า รองช้ำ” อาจไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต การกล่าวอ้างสรรพคุณรักษาโรคหรืออาการอื่น ๆ จึงไม่น่าเชื่อถือยาสมุนไพรอย. เพิกถอนแอคปลอมstd48910• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยช่วงประจำเดือนมีอาการปวดศีรษะ ตึงผิว ตัวร้อน เนื่องจากสารเคมีสะสมที่ตับ ตกค้างที่เอ็นตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเรื่องช่วงประจำเดือนมีอาการปวดศีรษะ ตึงผิว ตัวร้อน เนื่องจากสารเคมีสะสมที่ตับ ตกค้างที่เอ็น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบ โดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้โพสต์ส่งต่อข่าวสารในสื่อโซเชียลว่า ช่วงมีประจำเดือนมีอาการปวดศีรษะ ตึงผิว และตัวร้อน เนื่องจากมีสารเคมีสะสมที่ตับ ตกค้างที่เอ็น ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า อาการที่ข้อความกล่าวเป็นข้อมูลสั้น ๆ และไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง กล่าวคืออาการดังข้อความกล่าวไม่มีความจำเพาะต่อโรค หรือมีความสัมพันธ์ไปตับ หรือเอ็นใด ๆ website 2338 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี สามารถติดตามได้ที่ www.rajavithi.go.th หรือโทร 02 206 2900 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : อาการที่ข้อความกล่าวเป็นข้อมูลสั้น ๆ ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และอาการดังข้อความกล่าวไม่มีความจำเพาะต่อโรค หรือมีความสัมพันธ์ไปตับ หรือเอ็นใด ๆstd48871• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยอย่าแชร์! ออมสินเปิดลงทะเบียนกู้เงิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตามที่มีการตรวจพบข้อมูลเกี่ยวกับออมสินเปิดลงทะเบียนกู้เงิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการส่งต่อข่าวสารเรื่องออมสินเปิดลงทะเบียนกู้เงิน 500,000 บาท ไม่เกิน 2 ปี ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ร้อยละ 1.25% ต่อปี ผ่านเพจ Mymo ทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊ก “Mymo” ไม่ใช่เพจของธนาคาร และไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับธนาคารออมสิน ข้อมูลที่เพจนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง ธนาคารไม่มีการเปิดให้ลงทะเบียนเงินกู้ และไม่มีนโยบายให้บริการเงินกู้ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งการที่เพจดังกล่าวได้แอบอ้างนำชื่อ และโลโก้ผลิตภัณฑ์ MyMo ธนาคารออมสินไปใช้ทำรูปโปรไฟล์ และแอบอ้างนำชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคารออมสินไปใช้ในการโฆษณา โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลปลอมอันแสดงเจตนารมณ์หลอกลวงประชาชน ส่งผลให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนได้ ซึ่งหากใครพบเจอข้อความลักษณะนี้บนสื่อใด ๆ ถือว่าเป็นข้อมูลปลอมทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจดังกล่าว ที่มีการแอบอ้างชื่อของธนาคารในการชักชวนในลักษณะนี้ โดยสามารถติดตามข่าวสารจากสื่อช่องทางหลักของธนาคารออมสิน ได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th , แอปพลิเคชัน MyMo , Social Media ช่องทาง GSB Society และ GSB Now หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เท่านั้นแอคปลอมstd46438• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ . จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ . - อายุ 60 - 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน - อายุ 70 - 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน - อายุ 80 - 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน035gameover• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อผ่าน แอปAomsin plusตามที่มีข้อมูลการเงินในสื่อออนไลน์เรื่องออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ผ่านเพจ Aomsin Plus ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้ลงโฆษณาในเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาระบุว่า “ยืม 30,000 บาท ปลอดชำระต้นดอก 1 เดือนแรก ยืม 200,000 บาท ปลอดชำระต้นดอก 6 เดือนแรก ดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือน ยื่นก่อนเต็มจำนวนวงเงิน” ทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ Aomsin Plus ได้แอบอ้างนำชื่อและโลโก้ธนาคารออมสิน ไปทำรูปโปรไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำแอดโฆษณาผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารไปดัดแปลงจัดทำข้อความขึ้นใหม่ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงเผยแพร่ต่อสาธารณะ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของธนาคารออมสิน ซึ่งเพจดังกล่าวไม่ใช่เพจของธนาคารออมสิน และธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลของเพจดังกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น website 2022 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือประชาชนให้งดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จไปในช่องทางสื่อโซเชียลต่าง ๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกสื่อโซเชียลโพสต์ข้อมูลหลอกลวง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือหากมีข้อสงสัยข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธนาคารออมสิน โปรดสอบถาม GSB Contact Center โทร.1115แอคปลอมsupitcha245677• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยการเพิ่มเงินบำนาญผู้สูงอายุตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ – อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน – อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน – อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนPXN• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ3,000บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ – อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน – อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน – อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน – อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนข่าวการเมืองเลือกตั้งPXN• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
