(3285 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยโพสต์นี้เขียนขึ้นตอนเช้าเพราะผมรู้ว่าคุณยังพอมีเวลาอ่าน เขียนขึ้นโดยจะไม่มีการตั้งคำถามใด ๆ หรือต่อว่าใครทั้งสิ้นแล้ว (*ไม่ต้องเอาไปเป็นข่าวนะครับ) แต่เขียนขึ้นเพื่อ "เตือน" ย้ำให้หนักแน่นอีกครั้งหลังผมฟังข้อมูลสำคัญจาก WHO ผ่านทาง TNN 1. ทั่วโลกตายจาก COVID19 เกิน 3 ล้านคนแล้ว ...ล้านคนแรกตายภายใน 5 เดือนแรกที่ระบาด ... ล้านที่ 2 ตายภายใน 4 เดือน และ "ล้านที่ 3" ใช้เวลาทำสถิติอันหดหู่นี้เพียง 3 เดือน ...หมายความว่า "เชื้อมันเร่งการทำลายล้าง" แล้วล่ะ... 2. เชื้อที่กลายพันธุ์ทวีความรุนแรง มีหลายแหล่งที่มา (ตามภาพ) เขาตั้งชื่อเชื้อ ชื่อรหัสไว้หมดแล้ว โดยทั้งหมดเรายังไม่ได้แต่งตั้งว่าเป็นสายพันธุ์ไทย หรือสายพันธุ์วีไอพีไหน ? ...แต่ที่แน่ ๆ เชื้อเข้าร่างกายคนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกชื่อชั้น ตำแหน่ง ฐานะ ยากดี มีจน มันโจมตีได้หมด ...หมอ-พยาบาลขนาดระวังตัวมาก ๆ ก็ติดได้ หากหน้ากาก Leak ใส่ไม่ดี ขยับปากพูดมาก ๆ ไหวกายไปมา มันย่อมพลาดได้ 3. เชื้อที่พัฒนามาระลอกนี้มันดันคร่าคนหนุ่มสาวได้ อายุ 20, 30 หรือ 40 ปี ก็มีรายงานการตายออกมาแล้ว (ซึ่งจำนวนตายนี่จริงแท้แน่ เพราะต้องออกใบมรณะบัตร) ฉะนั้นจากความมั่นใจที่เคยมีที่ว่า COVID19 คร่าแต่คนแก่ คนชรา ...ไม่ใช่แล้วนะ ถ้าคุณอ่อนแอ อ้วน นอนน้อย โรครุมเร้า เป็นโรคแนว NCD อยู่แล้ว (โรคไม่ติดต่อแต่เป็นโรคแนว 'ทำเอง' ทั้งหลาย 80% มาจากพฤติกรรม ...ไป Search เอา) ...คุณมีโอกาสม่องเท่ง 4. ผลการศึกษาจากต่างประเทศชี้ว่าบุคคลที่มีกรุ๊ปเลือด A ติดโควิดง่ายกว่ากรุ๊ปอื่น แต่ผู้ป่วยทั้งหมดในเวลานี้ก็มีเลือดคละกันทุกกรุ๊ป ยังไม่มีรายงานว่ากรุ๊ปไหนป่วยมากกว่าใคร ...มีแต่รายงานจากอังกฤษว่าที่ป่วยแล้วตายส่วนมากคือกลุ่มผู้นอนน้อย มีนิสัยการนอนต่ำกว่า 8 ชั่วโมงมาเป็นเวลานาน ... ติดปุ๊ปเชื้อลงปอดไวกว่า ภูมิต้านทานต่ำล่ะว่าง่าย ๆ 5. โลกยังไม่มียารักษาโควิดโดยตรง (มีแต่ยาต้านไวรัสที่ชื่อว่า ‘ฟาวิพิราเวียร์’ แต่ก็ไม่ใช่ไวรัสโคโรน่าโดยตรง) เครื่องมือที่ดีที่สุดทางการแพทย์ ณ เวลานี้คือ "การฉีดวัคซีน" ... ไทยเรามีสัญญาณอัตราเร่งแล้ว ...40 เอกชนรวมตัวกันในนามหอการค้าจะให้พื้นที่รัฐมาเปิดบริการระดมฉีดแบบปูพรม (แบบอเมริกาที่ฉีดได้เร็วมาก 200 ล้านโดสแล้วและเหลือพอต่อทุก ๆ คนที่เข้าประเทศ ฉีดในห้างยา-ร้านรวงเลย ฉีดได้โดยไม่ต้องจอง *มีไลฟ์ของ beartai แบไต๋ ที่ผมจัดไปแล้ว บ้านเรากำลังจะลงทะเบียนกันอีกแล๊ะ 1 พค.นี้กับแอปตัวใหม่ให้คนไทยงงกันอีกครั้งด้วยนาาาา.. เอ้อ~ไม่เอา ๆ ไม่ว่า ๆ โพสต์นี้ไม่ต้องการจะว่าใคร *แค่จะเตือน) แต่การฉีดวัคซีนที่จะเริ่มเห็นผลแบบสงครามสงบได้ ต้องครอบคลุมให้มากกว่า 25% ของจำนวนประชากร ขณะนี้เรายังไปได้แค่ 1.4% (หากคุณไม่ได้อ่านโพสต์นี้ในวันที่ 28 เมษายน ให้ไปดูรายงานสด ๆ ได้จาก https://ourworldindata.org/covid-vaccinations ) วัคซีนทุกตัวมีรายงานผลข้างเคียงที่อาจเกิดทั้งสิ้น เรียกง่าย ๆ มีความเสี่ยงทุกตัว แต่น้อยมากกับเคสที่เกิดเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ฉีด ...ฉะนั้นฉีดเถอะเมื่อมันมาถึงคิวคุณ การดื้อดึงไม่เป็นผลดีเพราะคิวจะรวน แถวจะแกว่ง สังคมสับสน ~$#%&£€×¥ ฉีดครบ โลกก็กลับมาไหวกายกันได้ไว ...*และ In Case ว่าคุณไม่ยอมฉีด คุณก็เสี่ยงติด Covid อยู่ดี เพราะเชื้อไม่ได้หายไป มันยังล่องลอยอยู่ในโลก ...โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วทำใจยอมรับซะ ...ความเสี่ยงติดโควิดแล้วตายมีมากกว่าความเสี่ยงในการฉีดแล้วตาย ...ย้อนกลับไปอ่านอัตราเร่งในข้อ 1 ได้นะ สรุป... ทุกวันนี้ให้ทำอย่างไร ? - ออกจากบ้านให้น้อย ล้างมือบ่อย ๆ - สวมหน้ากาก 100% เต็มเมื่อออกนอกชานบ้านหรือมีคนมาหา - รักษาระยะห่าง : อย่าเกรงใจกัน หากกลัวเขามองว่าคุณไม่ไว้ใจเขา ให้เราชิงพูดก่อนเลย "อย่าเข้ามา!! เพราะฉันยังไม่มั่นใจตัวเองเล๊ย~" ... *เมื่อวานผมผ่าน RCA บล็อก D บริษัทอะไรซักอย่างจัดคัดเลือกคน คนตรึมเลย มามุงกันอย่างใกล้ชิด โถ หนุ่มน้อยสาวน้อยทั้งหลาย นาทีนี้ถ้าบริษัทที่คุณทำงานด้วยเขายังไม่มีวิธีป้องกันหรือแสดงออกในการปกป้องคุณ ให้คุณพิจารณางานใหม่เถอะ งานยังมีเยอะแยะ เอกชนยังไม่หยุดจ้างงาน ล็อกดาวน์ก็ไม่กลัวนะเอาจริง ๆ แต่ทั้งนี้ผมก็เชื่อนะว่า การใส่หน้ากากอย่างมิดชิดจริง ๆ (ทับ 2 ชั้นด้วยหลักคิด : หน้ากากอนามัยปิดชั้นแรกแล้วตามด้วยหน้ากากผ้าเพื่อรัดแน่น ไม่ให้ลมหายใจ Leak ออกมา *เช็กได้ด้วยการเป่าปาก หากลมรั่วจะรู้) สามารถบุกตะลุยไปไหนต่อไหนได้เท่าที่จำเป็น ...แล้วผมก็ "เชื่อ" อีกนะว่า ถึงเราจะเผลอสูดไวรัสโคโรน่าเข้าตัวมาแล้ว แต่หากเรา Keep ความแข็งแรงไว้กะร่าง ร่างกายเราจะต่อสู้กับมันได้ ยามว่าง อย่าเอาเวลาไปมัวกิน ให้ยึดหลักสร้างภูมิต้านทานในยามมีศึกสงคราม - ออกกำลังกายในบ้านในแบบที่ทำได้ ทำจำนวนครั้งจนกว่าจะไม่ไหว อย่าปล่อยให้กล้ามเนื้อเหลว ทำให้มันแข็งเข้าไว้ ด้วยการสร้างแรงต้าน - ตัดหวาน เลิกกินน้ำตาล ซึ่งกดภูมิต้านทาน จำไว้ #Sugarเท่ากับฆ่าเรา - เพิ่มภูมิต้านทานด้วยการออกนอกชานบ้านบ้าง มองไปหาแดด ตากแดด ตอนตากแดดถอดรองเท้าด้วย เสียบปลั๊กร่างกายกับผืนโลกหน่อย.. (เรียก #earthing ไปค้นกูเกิล!) พื้นดินกับแดดนี่ปัจจัยลบเพื่อรบกับโควิดเลยนะ ...เชื้อโคโรน่าไม่ชอบอยู่ในอุณหภูมิเกิน 56 องศา ฉะนั้นดื่มน้ำร้อนบ่อย ๆ จิบไว้ตลอดวัน ...ชาร้อน กาแฟดำร้อน ตามชอบ แต่อย่ากินหวาน (ย้ำ) ความขมที่ถมให้หวานได้นี่บัดซบที่สุดฮะ - ส่วนใครจะกินวิตามินใด อาหารเสริม หรือสมุนไพรใด อันนี้ตามศรัทธาของแต่ละคน ผมไม่กล้าแนะนำ เพราะขนาดน้องเภสัชหน้าตาสวยพริ้ม ยังมีดราม่าได้ ... แต่ผมบอกได้เพียงว่า "อะไรที่เขาอัดเม็ดมาขายคุณได้ *มันมีอยู่แล้วในอาหาร" เพียงแต่คุณต้อง "เลือกกิน อย่ากินไม่เลือก" เราอยู่ในยุคอาหารไม่ปลอดภัย ต้องเลือกความ Raw Material อย่าไปถวิลหาการดัดแปรง แปรรูปมากนัก ...ทุกฉลากมี อ่านเยอะ ๆ ตรงนี้เขาโกหกคุณไม่ได้ แต่เขาแค่เขียนตัวเล็กมาก พยายามมองก่อนเอาเข้าปาก (ไว้ผมจะจัดไลฟ์สอนอ่านอีกที) เอาเท่านี้ก่อน....พอแก่แล้วพิมพ์เยอะชิบเป๋งเลย ...แต่เพราะห่วงใยคุณนะถึงเขียน https://www.facebook.com/nuishow/posts/10157850217666976โควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยคดีชิงเงินสด 3 ล้าน ที่ลานจอดรถ แมคแวลลู แยกพัฒนาการ หลังจาก ถอนเงินจากธนาคาร ตรงนั้น เรื่องเป็นแบบนี้ คนถอนเงินไอ้แจ๊ค มาถอนแบบนี้บ่อยๆ วันนั้นเรียกให้พวกเดียวกันที่นิสัยไม่ดี คือไอ้บอล ให้มาดูเส้นทางเงิน ว่าเป็นอย่างนี้ ! เดี๋ยวคราวหน้า มึงลงมือจัดการ แล้วค่อยมาแบ่งกับกู ปรากฏว่าไอ้บอล เหนือกว่าไอ้แจ๊ค คือ กูมาดู ตามที่มึงบอก แต่กูไม่รอ ครั้งหน้า! กูชิงเอาเงิน วันนี้เลย ! ไอ้แจ๊คก็คิดไม่ถึง ! วันที่เป็นคดีดัง และตำรวจมากันเต็ม เพราะเงินเยอะ ไอ้แจ๊ค ก็ยังไม่กล้าบอกตำรวจ เพราะเดี๋ยว ความลับตัวเองจะแตก ! และเจ้าของเงิน ในบัญชีที่กูรับจ้างถอน จะตามเก็บกู ! ไอ้แจ๊คเป็นผู้รับจ้างถอนเงินจากบัญชีม้า ได้เงินค่าจ้างถอนครั้งละ 2,000 บาท เป็นบัญชีม้าที่กำลังสุกงอม! ยังไม่โดนตำรวจจับ และอายัด ตำรวจบอก บัญชีนี้ มีเงินเข้าออกถึงวันละ 5 ล้านบาท มีรวม 3 บัญชี เจ้าของบัญชีเป็นคนไทย ทั้งหมด อยู่เชียงราย , อยู่พังงา , อยู่สมุทรปราการ ไอ้แจ๊ค รู้จักกับไอ้บอล ตอนเรียนเป็นเด็กช่าง ในสถาบันนึง มาก่อน! ไอ้บอล นี่เป็นโจรในสันดาน ! ก่อคดีมาเพียบ ! เคยก่อคดีข่มขืน มา 2 ราย มีรายนึง ผู้เสียหายจอดรถอัลพาร์ด เพื่อเปิดแอร์นอน! ที่แห่งนึง ไอ้บอล มันบุกเข้าไปในรถฯ และกระทำการ! ตำรวจตามจับได้ จนติดคุกไป ! จนออกมาจากคุก! ล่าสุด! ไอ้บอล ไปปล้นร้านทองที่ สปป.ลาว ได้ทองหนัก 3 บาท และหนีข้ามด่านกลับไทยมาได้ ตำรวจ สปป.ลาว กำลังล่าหัว ! หนีกลับมาปุ๊บ ! ไอ้บอล ได้รับการติดต่อจากไอ้แจ๊ค โดยไอ้แจ๊คให้ไอ้บอลวางแผน ให้ตามไปชิงเงิน ที่มันรับจ้างเบิกมา ให้ไปส่งนาย โดยไอ้บอลบอกว่า โอเค ! เดี๋ยวกูจะขับมอไซค์ ตามไปชิงเงินจากนายของมึง ! แต่ไอ้บอล หักหลัง! ไอ้แจ๊ค! โดยกูชิงจากมึงนี่แหละ จะง่ายกว่า ! ถ้ากูชิงจากนายมึง เดี๋ยวนายมึงจะมีลูกน้อง และมีปืน ตอนนี้ตำรวจยังตามจับไอ้บอล ไม่ได้ ! แต่ไอ้แจ๊คเพิ่งจะสารภาพทั้งหมด แบบนี้! ตำรวจกำลังตามล่าตัว เจ้าของบัญชีทั้งสามคน ! ซึ่งตอนนี้! #ตำรวจไม่ได้มองเจ้าของบัญชีเป็นเจ้าทุกข์ < โพสต์นี้ ไม่ได้ ชี้นำให้ คนอ่านเป็นโจร < แต่เล่าเบื้องหลังความเป็นมาของโจร จะได้ทันโจร < คนอ่าน!คงมีวุฒิภาวะจะได้ระวังตัว ไม่เปิดโอกาสให้โจร < จะมีแต่คนไม่ฉลาดเท่านั้นแหละ < ที่มาลบข้อความ และลบโพสท์ออกไป ~ ออกตัวก่อน!!! ~ เมื่อวาน แพลตฟอร์ม บอกว่าเราเป็นมิจฉาชีพ!555การเงินผู้บริโภคเฝ้าระวังมีมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยคุมเข้มโฆษณาไม่ตรงปก ดูเลยคำไหนห้ามใช้ ฝ่าฝืนมีโทษหนักทั้ง ปรับ-จำคุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้การโฆษณาสินค้าเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ไม่ใช้คำอวดอ้างสรรพคุณที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ รวมถึงสาระกฎหมายมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์สื่อที่มีหลายช่องทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา เรื่อง แนวทางการใช้ข้อความโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอันยากแก่การพิสูจน์ และแนวทางการพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงเกี่ยวกับข้อความโฆษณา พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 66 ซึ่งมีสาระสำคัญ อาทิ การใช้ข้อความโฆษณาไม่ว่าจะกระทำทางสื่อโฆษณาใดก็ตาม จะต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็น ฟัง หรืออ่านได้ชัดเจนตามประเภทของสื่อโฆษณา ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ถ้าข้อความโฆษณาทำเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับข้อความที่เป็นสาระสำคัญด้วยทุกครั้ง มากไปกว่านั้น ในประกาศ ยังห้ามไม่ให้มีข้อความปัดความรับผิดชอบหรือสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ (1) สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องของราคาและตัวสินค้า ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า, ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า, ภาพสินค้าเป็นเพียงตัวอย่างอาจไม่ตรงกับรุ่นที่จัดโปรโมชั่นหรือข้อความอย่างอื่นที่มีลักษณะในทำนองเดียวกัน (2) ข้อความเสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ เรียกคนรัก แก้เคราะห์ แก้กรรม (3) ข้อความที่เน้นเจาะเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล หรือเจาะกลุ่มคนที่กำลังมีปัญหาและความทุกข์ ต้องการที่พึ่งทางใจ เรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง อาจจะหลงเชื่อได้ง่าย ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น เมื่อใช้แล้วจะเห็นผลทันที เห็นผลภายใน 7 วัน รับทำพิธีเรียกคนรักกลับคืนมา รับแก้เคราะห์ แก้กรรม เสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ ใครเห็นใครรัก (4) หากใช้ข้อความที่มีการเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรืออ้างอิงผลวิจัย สถิติต่างๆ ต้องมีข้อมูลยืนยันชัดเจน และเมื่อถูกเรียกตรวจสอบในการพิสูจน์ข้อความโฆษณาต้องรวบรวมหลักฐานดำเนินการภายใน 15 วัน นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า หากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อความใดที่ใช้ในการโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความจริงดังกล่าว คณะกรรมการฯ อาจออกคำสั่งให้นำข้อมูลมาพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงได้ และในกรณีเร่งด่วน คณะกรรมการฯ จะออกคำสั่งระงับการโฆษณาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการพิสูจน์ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ซึ่งในปี 65 เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณา มีจำนวน 2,764 เรื่องnukandap• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยผู้สูงอายุไม่ควรฉีดวัคซีน4 เหตุผลที่ไม่ควรให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีน ศาสตราจารย์นายแพทย์สุจริต ภักดีเป็นนักไวรัสวิทยาชาวเยอรมันและศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยา เขาเป็นคนไทยที่เกิดในสหรัฐอเมริกาและได้รับการศึกษาที่โรงเรียนในสวิตเซอร์แลนด์อียิปต์และไทย เขาเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เขาเป็นอดีตหัวหน้าสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสุขอนามัยในเยอรมนี นายแพทย์สุจริต ภักดี อายุ 73 ปี บอกว่าจะไม่ยอมให้ฉีดวัคซีนป้องกัน Covid -19 อย่างเด็ดขาดและนี่คือ 4 เหตุผลของท่าน 1. วัคซีน เฉพาะตัวมันเองก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ว : วัคซีนป้องกัน Covid - 19 นี้ไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุ เกือบทั้งหมดทดลองกับคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง เท่านั้น ราวครึ่งนึงมีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ มีภาวะบวมน้ำเหลือง ปวดหัว และไม่สบาย ดังนั้นถ้าฉีดวัคซีนนี้ให้กับคนสูงอายุที่มีอาการเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว ก็จินตนาการไม่ออกว่าหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วจะเป็นอย่างไร 2. วัคซีนมีส่วนประกอบหลายอย่างซึ่งสารหรือสิ่งที่ถูกห่อหุ้ม (mRNA) อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง 3. วัคซีนนี้อาจทำให้เกิดปฎิกริยาเกินจริง (Overreaction) กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตามมา เช่นไข้หวัดใหญ่ วัคซีนจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานเกินจริง ผลการทดลองในสัตว์ สำหรับเชื้อไวรัส ซาร์ - โควิด -1 พบว่ามันทำให้เกิดการขยาย (Amplification) ของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อทำปฎิกริยากับโรค ส่งผลให้สัตว์ทดลองเกือบเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อคุณฉีดวัคซีนเข้าไป ภายในเวลาไม่กี่นาที วัคซีน (mRNA) จะกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว และมันจะเข้าไปยังเซลล์ที่ไม่ได้ติดเชื้อด้วย และมันจะผลิตไวรัสโปรตีนในเซลล์ของเรา ทำเซลล์ของเราให้เป็นโรงงานผลิตโปรตีน และจะทำให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้งอาจส่งผลถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ 4. วัคซีนนี้ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์ (BioNtechไบโอเอนเทค ถึงกับห้ามให้วัคซีนกับสตรมีครรภ์เลยทีเดียว) และหากสตรีได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้วก็ไม่ควรมีครรภ์ในระยะ 2 เดือนหลังจากได้รับวัคซีน Cr. V.Chalermchai ผู้แปลโควิด 2019วัคซีนโควิดMrs.Doubt• 5 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ข่าวบิดเบือน แพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ . ตามที่มีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน . กรณีการโพสต์ให้ข้อมูลโดยระบุว่าพบกรดเบนโซอิกในก๋วยเตี๋ยวประเภทต่างๆ โดยแพทย์เตือนให้เลิกกินก๋วยเตี๋ยว เพราะมีสารกันบูดเกินเกณฑ์ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากที่มีการแชร์ข้อมูลผลตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเมื่อปี 2550 ซึ่งสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านการตรวจวิเคราะห์อาหารของประเทศ ได้มีการตรวจวิเคราะห์เฝ้าระวังการใช้วัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิคและกรดซอร์บิค) ในอาหารประเภทเส้นมาอย่างต่อเนื่อง . นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งการผลิตอาหารประเภทเส้น บางชนิดมีการใช้วัตถุกันเสีย เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต หรือทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุให้อาหารเน่าเสีย หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกรดเบนโซอิกทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย แต่หากได้รับในปริมาณน้อยร่างกายสามารถขับออกไปได้ ซึ่งข้อมูลของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การอาหารและเกษตรและองค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ (The joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives, JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (ADI) พบว่า มีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์น้อย . อย่างไรก็ตามวัตถุกันเสียทั้งสองชนิดมีข้อกำหนดการใช้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2563 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2) สำหรับกรดเบนโซอิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในอาหารประเภทเส้นที่ผ่านกระบวนการต้ม การนึ่ง การปรุงให้สุกการพรีเจลาทิไนซ์ (Pre-gelatinized) หรือแช่เยือกแข็ง และเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป ส่วนกรดซอร์บิกให้ใช้ได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เฉพาะอาหารประเภทเส้นแบบกึ่งสำเร็จรูป . เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเส้นที่ทำจากแป้งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาผู้ผลิตให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้วัตถุกันเสียอย่างถูกต้อง ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ซึ่งผู้ผลิตจะต้องควบคุมกระบวนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP สำหรับผู้บริโภคควรเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ สะอาด ถูกสุขอนามัย และไม่ควรรับประทานอาหารซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ . ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www3.dmsc.moph.go.th หรือโทร. 02 9510000 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่มีการบอกต่อดังกล่าวเป็นข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์เมื่อปี 2550 แต่ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ประเภทเส้นที่ทำจากแป้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน GMP . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข . 📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม . Website : https://www.antifakenewscenter.com/ผู้บริโภคเฝ้าระวังชุมพล ศรีสมบัติ• 4 ปีที่แล้ว3 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ จริงหรือไม่ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง... ************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. >>>>อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ >>>#”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก. เพื่อขายวัคซีนป้องกันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! **Ny Ny*โควิด 2019Mrs.Doubt• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยฟังหูไว้หูนะครับ นี่เป็นข้อมูอีกชุดเกี่ยวกับโควิด ❌ความจริงก็คือความจริง❌ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย ************************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ ***นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ***ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? ***บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง ***ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ #”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก” เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก***ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!!**Ny Ny*โควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว2 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมูตามที่มีข้อความปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียเรื่องเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ระบาด มาพร้อมกับโรคติดต่อของหมู ทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข่าวนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของประชาชนที่น่าจะเกิดความสับสนกับกรณีการเกิดโรคสเตรปโตคอกคัส หรือ โรคหูดับ จากการบริโภคเนื้อสุกรสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินการเฝ้าระวังไวรัสโควิด 19 และไวรัสกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นโรคอุบัติใหม่ ทั้งในปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเฝ้าระวังโรคเมอร์ซาร์ เป็นต้น รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดโรคสัตว์ การดำเนินการเตรียม ความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยกรมปศุสัตว์จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเตรียมรับมือ เพื่อลดผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และความมั่นคงของประเทศ ด้านความปลอดภัยด้านอาหาร ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ยังมีการจัดทำโครงการปศุสัตว์ OK เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารจากปศุสัตว์ ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ส่วนการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น ต้องปรุงอาหารให้สุก สะอาด ทุกกรณี และไม่แนะนำให้ทานอาหารดิบ ๆ สุก ๆ เด็ดขาด การทานอาหารที่สุก ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคหูดับ รวมทั้งไวรัสโควิด 19Chinnaphat Oattaphinyo• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยสาวเล่าเจอดวงไฟสีแดงๆ คล้าย "กระสือ" ที่ราชบุรี หมอปลา เตรียมบุกพิสูจน์ (คลิป)หนีอุตลุด สาววัยรุ่นเล่านาทีระทึก เจอดวงไฟสีแดงๆ ลอยขึ้นๆ ลงๆ อยู่เหนือยอดต้นมะพร้าว เชื่อเป็นกระสือแน่นอน บริเวณดังกล่าวเป็นสวน ขณะที่ "หมอปลา" และทีมงาน เตรียมบุกพิสูจน์ใช่เรื่องลี้ลับหรือไม่ จากกรณีที่มีผู้ใช้ติ๊กต่อกโพสต์คลิป พบแสงปริศนาสีแดงลอยอยู่บนเหนือยอดต้นไม้ในเวลากลางคืน บริเวณบ้านพักในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งคนพบยืนยันก่อนหน้านี้ว่าไม่เคยพบเห็น แล้วคิดว่าน่าจะเป็นกระสือ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุปกานต์ หรือน้องกรีน พรานพนัส อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้พบแสงประหลาดคล้ายกระสือ และเป็นคนหนึ่งที่ถ่ายคลิป ได้พาทีมข่าวไปดูยังจุดที่พบเห็นแสงดังกล่าวและเล่าว่า เมื่อช่วงห้าทุ่มของวันที่เกิดเหตุ ตนและเพื่อนรวม 6 คน ได้นั่งเล่นอยู่ที่บริเวณริมคลองซึ่งห่างจากบ้าน 500 เมตร จนน้องในกลุ่มมองไปเห็นแสงประหลาด และทุกคนหันมองไปที่แสงนั้น ก่อนพี่อีกคนจะบอกว่า “กระสือ” จึงพากันตกใจและรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยความหวาดกลัว เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่าแสงที่เห็นนั้นเป็นกระสือstd46224• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือนข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน . ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น เราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ รับ 8,000 บาท/คน ส่วนคนละครึ่งเพิ่มเป็น 5,000 บาท 3 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลถึงมาตรการเยียวยารอบใหม่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน ได้รับเงิน 4,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน และโครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินเป็น 5,000 บาท นาน 3 เดือนนั้น ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลข้างต้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีการอนุมัติโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่แต่อย่างใด และสำหรับโครงการคนละครึ่ง ขณะนี้ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2564) . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่ถูกนำมาแชร์ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบใหม่ และโครงการคนละครึ่ง ยังคงจ่ายเงินให้แค่ 3,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่มีการแชร์แต่อย่างใด . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังข่าวการเมืองstd47779• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาสิวได้ จริงหรือไม่ ?สาวๆ ในโลก TikTok เห่อเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์เพื่อผิวสวย ช่วยลดสิว ในโลก TikTok สาวๆ ที่รักสวยรักงามกำลังเห่อเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์กันเป็นจำนวนมาก โดยเข้าใจว่ามันช่วยลดสิวและสร้างผิวสวยได้ จากความฮอตฮิตดังกล่าวก่อให้เกิดแฮชแท็ก #chlorophyllwater ขึ้น และมีผู้เข้าชม TikTok ของเทรนด์ดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ไปแล้วกว่า 29.3 ล้านครั้ง ส่งผลให้กระแสความต้องการผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ที่มีจำหน่ายตามร้านออนไลน์กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ทั้งนี้เราไม่อยากให้สาวไทยเห่อตามเทรนด์จนลืมพิจารณาข้อมูลที่ถูกต้องของคลอโรฟิลล์ก่อนจะซื้อมาชงแล้วดื่มไปตามเทรนด์ (ข้อมูลจากTiktok :https://www.tiktok.com/@aamnaadel/video/6957714253071617286?_r=1&_t=8qdhQ98uaee&fbclid=IwY2xjawGUNvpleHRuA2FlbQIxMAABHaXqcdmLbcuZLwjEgF4LHUtCvimBLCyE6ZXC1s4Lt2U6VD6kfMVxqnLtvg_aem_MUFudll4aFN8GRf41uKyzQ ) (ข้อมูลจากเว็ปไซต์ : https://thestandard.co/chlorophyll-water-tiktok-acne-skin/ )สุขภาพความสวยความงามยาสมุนไพรApinya• 2 ปีที่แล้วmeter: false2 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(รถ) ข้อมูลจากเพื่อนที่เป็น"วิศวกร-ยานยนต์" ที่จบจากไทยแล้วไปเรียนจบวิศวะที่ UK แล้วอยู่ที่นั่นถึงปัจจุบัน(!) รถไฟฟ้า ถ้าไม่รวย อย่าซื้อนะ..(!!)(!!) (*)จงคิดดู ให้ดีๆ ไม่ไหลตามกระแส (1) เวลาซ่อม แพงกว่ารถน้ำมัน มากนัก เข้าศูนย์อย่างเดียว ราคา 3 แสน 5 แสน จะยังเปลี่ยน ซ่อม ขับต่อไหม (2) ล้านห้า ล้านสอง ซื้อมา ขายต่อไม่ได้ หมายความว่า ล้านห้า ล้านสอง นี่คือ ทิ้งไปเลยนะ ถ้าไม่สู้เรื่องค่าซ่อม หลักแสน หลายๆแสน (3) คุยกับศูนย์ซ่อม ได้ไหม ไม่เหมือนรถน้ำมัน มีอู่ข้างนอก นะ แล้ว อะไหล่เปลี่ยนเป็น ตัวๆ ได้นะ แต่ไฟฟ้าคือ ยกทั้งหมด แพงจัด (4) ทุกอย่างต้องอัพเดท ซอฟแวร์ อะไรเนี่ยะ จ่ายเงินทั้งนั้น พอถึงจุดหนึ่งก็ อัพเดทไม่ได้ จะทำไงต่อ (5) ตอนนี้คนเห่อกัน น้ำมันแพง แต่ถ้ารวย ไม่เป็นไรหรอก เพราะรถไฟฟ้า คนจน เขาไม่ซื้อหรอก การขายต่อเป็นมือ (2) จึงไม่ค่อยมี ..เต๊นท์รถก็ไม่เอาด้วย นานๆไป จะเป็นสุสาน นะ?(เอ๊ะ) .. รถน้ำมัน จะจ่ายเป็นเงิน สองพัน ห้าพัน แปดพัน สองหมื่น สามหมื่น รถไฟฟ้าเวลาจ่ายที 200,000, 300,000- 500,000 เงินก้อนเลย ไหวไหมล่ะ .. ต้องคิดเยอะๆ นะครับ แต่ถ้ารวยแล้ว ซื้อได้ (โอเค)(โอเค)ผู้บริโภคเฝ้าระวังมีม เสียดสีไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยB Longan สเปรย์พ่นช่องคอ สารสกัดจากลำไย ป้องกันไวรัสเกาะ📣 B longan สเปรย์พ่นลำคอผสมสารสกัดจากลำไยและโพรโพลิส 📣 ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นลำคอที่มี2ส่วนผสมล้ำค่าที่สำคัญ ได้แก่ลำไยและโพรโพลิส 💯 จากงานวิจัยและตำราแพทย์แผนไทยพบว่า ✅ สารสกัดจากลำไย ✅ มีคุณสมบัติป้องกันการยึดเกาะของไวรัสที่เยื่อบุอ่อน ทำให้ไวรัสไม่สามารถเจริญเติบโตและเดินทางไปยังทางเดินหายใจได้ ✅ สารสกัดโพรโพลิส ✅ สารต้านภูมิแพ้จากธรรมชาติ ลดการอักเสบ ให้ความชุ่มชื้นกับคอ บรรเทาอาการเจ็บคอ วิธีใช้ : พ่นครั้งละ1-2 ครั้ง เช้าและเย็น แนะนำหลังมื้ออาหาร เลขอย. 10-1-04741-5-0008 #สเปรย์พ่นคอ #สเปรย์พ่นคอสารสกัดลำไย #สเปรย์พ่นคอลำไย #สเปรย์พ่นคอโพรโพลิส #BLongan #BLongan #บี ลองแกน สเปรย์ #บีลองแกนสเปรย์ยาสมุนไพรผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47627• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยบัณฑูร ล่ำซํา : ถึงคนรุ่นใหม่ เชื่อผม "รวยเร็ว ไม่มีจริง"หลายวันมาแล้วผมจะเขียนอะไรสักเรื่องหนึ่งที่มีเนื้อหาสาระคล้ายๆกับที่คุณบัณฑูร ลํ่าซํา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของธนาคารกสิกรไทยเคยพูดจาเอาไว้ก็เลยลองเข้าค้นในกูเกิลในชื่อของ บัณฑูร ลํ่าซำ เผื่อจะเจอบทความหรือบทให้สัมภาษณ์ของคุณบัณฑูรเกี่ยวกับเรื่องที่ผมอยากเขียน ผลกลับกลายเป็นว่า ผมไม่เจอประเด็นที่ตั้งใจไว้ว่าจะเขียน แต่ไปเจออีกประเด็นหนึ่งที่คุณบัณฑูรพูดไว้และน่าหยิบมาเขียนมากกว่า...ขออนุญาตถ่ายทอดต่อเลยนะครับกูเกิลนำคลิปในยูทูบที่คุณ บัณฑูร ไปแสดงปาฐกถาพิเศษให้ THE STANDARD เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2565 หรือประมาณ 4 เดือนที่แล้วนี่เอง...มาลงไว้ พร้อมมีตัวอักษรบรรยายว่า “บัณฑูร ลํ่าซำ ถึงคนรุ่นใหม่ รวยเร็ว ไม่มีจริง” ผมรีบคลิก...ทั้งดูทั้งฟังหลายรอบ เพราะมีความยาวแค่ 8 นาที 44 วินาทีเท่านั้น ท่านที่สนใจเข้าดูในยูทูบได้เลย โดยพิมพ์ข้อความว่า “บัณฑูร ลํ่าซำ ถึงคนรุ่นใหม่” ก็จะปรากฏคลิปที่ว่านี้ขึ้น เนื้อหาในคลิปมี 2 ประเด็นคือ คำสอนถึงคนรุ่นใหม่ เรื่อง “รวยเร็ว ไม่มีจริง” กับ “ข้อเสนอแก้ความเหลื่อมลํ้าในประเทศไทย”std48916• 3 ปีที่แล้ว
- 5 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำจากกรณีที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.ความสวยความงามstd46389• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยผลิตภัณฑ์ไวท์โรสพลาเซนต้า ช่วยบำรุงหน้าใสลดจุดด่างดำผลิตภัณฑ์ ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ช่วยบำรุงให้หน้าขาวใส และลดจุดด่างดำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากฐานข้อมูลใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม” จึงได้ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ พบว่าอย. ได้เคยประกาศผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “ไวท์โรส พลาเซนต้าครีม ครีมรกแกะ หน้าขาวใสลดจุดด่างดำ” ว่าพบสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ จัดเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย.48048• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยราชบัณฑิตยสภาสะกดชื่อนายกฯผู้ดีคนใหม่ ‘ริชี ซูแน็ก’ พลันที่อังกฤษได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยจำนวนมาก คือชื่อของนาย Rishi Sunak จะใช้ตัวสะกดภาษาไทยอย่างไร และได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ล่าสุดในวันที่ 26 ตุลาคม นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะสะกดชื่อผู้นำอังกฤษคนใหม่ว่า ริชี ซูแน็กข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย5 "ผลไม้" กระตุ้นภูมิคุ้มกันต้าน "โควิด-19""โควิด-19" กลับมาระบาดรอบนี้ สาวๆ อาจต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ เพราะผู้ที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่สาวๆ ควรทำมากที่สุด ณ เวลานี้ คือการเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส โดยอาหารการกิน...ก็ยังถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญ ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเสมอ MIRROR จึงรวบรวม "ผลไม้" 5 อย่างมาฝากสาวๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลไม้ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสทางเดินหายใจได้ดี ได้เเก่ มะขามป้อม ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน มะยม เเล้วก็ลิ้นจี่ โดยทางการแพทย์แผนไทย ระบุไว้ว่า ผลไม้ที่รสเปรี้ยวมาก จะมีความเป็นกรดสูง ส่งผลให้กรดในเลือดมากขึ้น ถ้าเรารับประทานผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินสูง และให้ฤทธิ์ทางยาไปทางรสร้อน อาจทำให้ร่างกายร้อนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การทานผลไม้ที่มีรสฝาดที่เป็นยาฤทธิ์เย็นแทรกอยู่ด้วย น่าจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น 5 ผลไม้ด้านล่างจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผลไม้ต้านโควิด-19โควิด 2019PYU room 11• 5 ปีที่แล้วmeter: true2 ความเห็น
- 2 คนสงสัยหลานของเพื่อนจบปริญญาโททำงานในโรงพยาบาลเซินเจิ้นถูกส่งตัวไปที่อู่ฮั่นวิจัยไวรัสสายพันธุ์ใหม่เขาโทรมาหาฉันบอกว่าส่งต่อให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเวลาเป็นหวัดหากมีน้ำมูกหรือไอยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นไวรัสสายพันธ์ใหม่เพราะไวรัสสายพันธ์ุใหม่จะไอแห้งๆไม่มีน้ำมูกจะสังเกตถึงความแตกต่างเได้ง่ายๆ เขายังบอกอีกว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ทนต่อความร้อนในอุณหภูมิที่26-27องศาเชื้อโรคนี้ก็จะตายหมดฉะนั้นควรดื่มน้ำร้อนให้มากๆเพื่อเป็นการป้องกันโรคให้รักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย ทานขิงให้มากหน่อยออกกำลังกายมากๆ ก็จะไม่ติดเชื้อนี้ หากมีอาการไข้ขึ้นสูงให้ห่มผ้าห่ม ดื่มน้ำขิง ให้ร่างกายมีระดับอุณหภูมิสูงขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปฉีดยา ทานขิงให้มากๆ กระเทียม พริก พริกไทยป่นก็จะช่วยได้ งดอาหารรสจัด อย่าไปสถานที่ที่มีอาศเย็น เชื้อโรคนี้หากถูกแดดจัดๆก็จะหายไปเอง ขอให้ทุกท่านช่วยกันส่งต่อ ช่วยได้1คนก็รอด1คนโควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัย#ไวรัสทุกชนิด... ชอบความเป็นกรดของเลือด และเจริญเติบโตได้ดี ในภาวะที่เลือดเป็นกรด เลือดเป็นกรด เกิดจากการกินหวาน หวานทุกชนิดแม้แต่ผลไม้หวาน ใครกลัวไวรัสให้งดหวานทุกชนิดก่อนเลย แล้วมาทำให้เลือดเป็นด่าง ด้วยวิธีข้างล่างนี้... ทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง เพื่อกำจัดไวรัส คือ ต้มน้ำขิงใส่ขมิ้นชัน ดื่มต่างน้ำ กินอาหารฤทธิ์ร้อน เช่นเครื่องเทศ พริกไทย หอมกระเทียมเยอะๆ เครื่องต้มยำ ต้มซุปกระดูกใส่หอมใหญ่ หรืออบตัวบ่อยๆ เพื่อเสริมกำลังเม็ดเลือดขาว กินมะนาว หรือวิตามินซี วันละ 1000 มก. เพื่อทำให้ผิวเม็ดเลือดแดงแกร่งเหนียว ไวรัสก็เจาะไม่ได้ แค่นี้ก็ป้องกันทุกไวรัสได้แล้ว... หน้ากากอนามัยแค่เกราะบางๆ ภูมิคุ้มกันร่างกาย คือของจริง ทำแบบนี้ให้ได้ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องกินยาเลยสักเม็ดเดียวแม้แต่พารา...โควิด 2019ยาสมุนไพรไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยภาพถ่ายติด "กระสือ" ทำคนผวา ผู้ใหญ่บ้านจัดทีมไล่ล่า คนเคยเจอบอก ไม่ใช่สีเขียวจากกรณีที่ น.ส.อรทัย อายุ 18 ปี แม่ค้าขายน้ำปั่น ม.9 ต.ท่าคา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ถ่ายแฟนของตนเองขณะที่นั่งเล่นหน้าร้าน เมื่อเย็นวันที่ 27 เมษายน 2566 โดยเมื่อกลับมาดูก็พบว่าภาพถ่ายดังกล่าวติดภาพวัตถุคล้ายคนมีหัวกับไส้ เหมือนผีกระสือ สีเขียว จากนั้นนางสาวพรพรรณ อายุ 28 ปี เจ้าของเต็นท์รถ ได้นำไปโพสต์ใน TikTok โพสต์ข้อความว่า"ถ่ายเล่นๆไปติดอะไรดูที" ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งทราบข่าวหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืนนั้น ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายธนากร เนตรสกุลณี ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 พร้อมนายอำนาจ เนตรสกุลณี ส.อบต.ม.9 ต.ท่าคา นำกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และชาวบ้านกว่า 10 คน ลงพื้นที่ไล่ล่าหาผีกระสือในพื้นที่ ม.9 เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่หวาดกลัว โดยขับรถตระเวนตามถนนต่างๆ และลงเดินเท้าสำรวจในซอยที่ถ่ายติดผีกระสือ แต่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยทีมไล่ล่าผีกระสือจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่เวรตลอดทั้งคืน นายธนากร ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 กล่าวว่าหลังจากชาวบ้านทราบข่าวแล้วเกิดความหวาดกลัว จึงร้องเรียนมายังผู้นำในพื้นที่ ตนจึงนำทีมผู้นำท้องที่ท้องถิ่นมาสำรวจตรวจสอบเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน แต่ยังไม่พบสิ่งปกติ อย่างไรก็ตามช่วงนี้คงต้องลงพื้นที่กันทุกคืนเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้าน จนกว่าจะลืมๆกันไป นายอำนาจ ส.อบต.ม.9 อายุ 42 ปี กล่าวว่า จากกรณีที่เป็นข่าวนั้นหากเป็นสมัยนี้ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะจริงหรือไม่ เพราะปัจจุบันเป็นยุคไฮเทค มีความเจริญเข้ามามาก จึงแล้วแต่วิจารณญาณของแต่บุคคล ว่าใครจะเชื่อ ใครจะไม่เชื่อ ก็พิจารณากันเอง ซึ่งปัจจุบันตนไม่เคยเจอมานานแล้ว แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปี เมื่อตอนที่ตนอายุ 22 ปี สมัยก่อนที่ชาวบ้านยังใช้เว็จ หรือ ส้วมโบราณที่ขุดหลุดแล้วใช้ไม้พาด สำหรับนั่งถ่าย ตนเคยเห็นกับตา ว่าขณะที่ตนตื่นมาเข้าห้องน้ำประมาณ ตี 2 ห่างไปประมาณ 30 เมตร ตนเห็นแสงส้มๆ แดงๆ อยู่ในเวจดังกล่าว ตนจึงยืนมอง ไม่เกิน 20 วินาที แสงไฟก็ลอยขึ้นมาจากเวจสูงประมาณ 2 เมตร ตนเป็นคนขี้สงสัยจึงยืนมอง และค่อยๆย่องเข้าไปดู แสงไฟนั้นก็แว้บๆ ไปทางซ้ายทางขวาก่อนจะหายไป ตนจึงมาเล่าให้แม่ฟัง แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวหาว่าบ้า กระทั่งมีคนถ่ายภาพติดในครั้งนี้ แต่ตนก็ยังสงสัยว่าที่ตนเคยเห็นจะไม่ใช่สีเขียวแบบนี้ ก็คงแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล ไปห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่ปัจจุบันคงไม่มีแล้วเพราะตนไม่เคยเจออีกเลยstd46276• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยมีข่าวเกี่ยวกับพระอาการ องค์ภา หายประชวร อย่าเข้าไปดูนะครับ โดนดูดเงิน หมด พวกเลวเล่นของสูง มีลิ้งค์รูป ปลดประกาศให้อุบลรัตน์ พ้น จากฐานันดรศักด์ อย่ากด เข้าดู เป็นลิ้งค์ดูดเงินทันที 🔔อันตรายมาก เจ้าหน้าที่บอกโดนกันเป็นพันๆราย(มูลค่านับร้อยล้าน) เงินเก็บทั้งชีวิต หมดบัญชีครับ เตือนภัยครับตอนนี้มีพวกส่งลิงค์สติ๊กเกอร์คริสต์มาสกับปีใหม่มาให้กดรับ อย่ากดโดยเด็ดขาดนะครับเพราะมันเป็นโปรแกรม BOT ถ้าเรากดรับแล้วมันจะลิ้งค์ข้อมูลเราเหมือนกับโปรแกรมที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนมันใช้กัน ห้ามกดรับโดยเด็ดชาด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะครับ😬😬😬😬แอคปลอมไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยตอนนี้ ศาลอุทธรณ์ในสหรัฐอเมริกาสั่งให้ถอนวัคซีนป้องกันโควิด ๑๙ ประเภท mRNA ออกจากกลุ่มยาที่ได้ชื่อวัคซีนเรียบร้อยแล้ว เพราะวัคซีนหมายถึงยาที่ฉีดไปแล้วป้องกันโรคได้ แต่วัคซีนโควิด ๑๙ mRNA ฉีดไปแล้ว เกิดผลข้างเคียงเชิงลบต่อคนฉีด ทำให้มีคนเสียชีวิตไปจำนวนมาก ดังนั้น วัคซีนป้องกันโควิด ๑๙ ประเภท mRNA จึงไม่เข้ากับคำนิยามของวัคซีนและไม่นับเป็นวัคซีนอีกต่อไป โปรดกระจายข่าวให้ทราบทั่วกันตามนี้ด้วยครับ Cr ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ https://vigilantnews.com/post/court-rules-mrna-covid-19-jab-is-not-a-vaccine-under-traditional-medical-definitions/วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 2 ปีที่แล้วmeter: mostly-false--middle3 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(siren)ประกาศสำคัญจาก “ Momentumtrade ” เนื่องจากมีมิจฉาชีพ และ คนไม่หวังดี เข้ามาก่อกวนในกลุ่ม ของเรามากจนเกินไป เพื่อป้องกันความปลอดภัยของทุกคนในกลุ่มนี้ ทางเราจะทำการย้ายกลุ่มไปยัง แอพพลิชั่น👉“ LINE “👈 กลุ่มพรีเมียมของเรา ยังคงสามารถพูดคุย และส่งข้อความ ได้ตามปกติเหมือนเดิม 😘 ซึ่งเราจะส่งลิงก์สำหรับการเข้ากลุ่ม “ LINE “ ไว้ในกลุ่มนี้ (x mark)เราจะทำการลบกลุ่มนี้ใน(x mark) 📌วัน อาทิตย์ ที่ 8 ธ.ค. 2566📌 เวลา 00.00 น. และจะเริ่มทำการอัพเดทข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Signal ข่าว การเรียน การสอน ในกลุ่ม LINE ตั้งแต่ 📌วัน จันทร์ ที่ 11 ธ.ค. 2566📌 เป็นต้นไป🚀🚀🚀 เพื่อความปลอดภัย ของทุกคน จาก MOMENTUMTRADE🚀 (ลิงก์สำหรับเข้าห้อง LINE ) 🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻 t.ly/wHCh-แอคปลอมไม่ระบุชื่อ• 3 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม! ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วันเปิดเผยว่า ตามที่มีการโฆษณาทางสื่อโซเชียลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มช่วยทำให้ดั้งโด่ง ภายใน 7 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ระบุสรรพคุณว่า หากทาสามารถช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อทำความสะอาด สวยงามแต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้ความสวยความงามstd46535• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
