(3188 ข้อความ)
- 1 คนสงสัยหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ . จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ . - อายุ 60 - 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน - อายุ 70 - 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน - อายุ 80 - 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน035gameover• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อผ่าน แอปAomsin plusตามที่มีข้อมูลการเงินในสื่อออนไลน์เรื่องออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ผ่านเพจ Aomsin Plus ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีผู้ลงโฆษณาในเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาระบุว่า “ยืม 30,000 บาท ปลอดชำระต้นดอก 1 เดือนแรก ยืม 200,000 บาท ปลอดชำระต้นดอก 6 เดือนแรก ดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือน ยื่นก่อนเต็มจำนวนวงเงิน” ทางธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ Aomsin Plus ได้แอบอ้างนำชื่อและโลโก้ธนาคารออมสิน ไปทำรูปโปรไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำแอดโฆษณาผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารไปดัดแปลงจัดทำข้อความขึ้นใหม่ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงเผยแพร่ต่อสาธารณะ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของธนาคารออมสิน ซึ่งเพจดังกล่าวไม่ใช่เพจของธนาคารออมสิน และธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลของเพจดังกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น website 2022 ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือประชาชนให้งดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จไปในช่องทางสื่อโซเชียลต่าง ๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกสื่อโซเชียลโพสต์ข้อมูลหลอกลวง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือหากมีข้อสงสัยข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธนาคารออมสิน โปรดสอบถาม GSB Contact Center โทร.1115แอคปลอมsupitcha245677• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยการเพิ่มเงินบำนาญผู้สูงอายุตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ – อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน – อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน – อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน - อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนPXN• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ3,000บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ – อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน – อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน – อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน – อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนข่าวการเมืองเลือกตั้งPXN• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยภาคเหนือแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เผชิญไฟป่าครั้งใหญ่พื้นที่ทางภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังที่สุดของสหรัฐฯ เผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อย วันนี้ (10 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ทางภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ต้องเผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ป่าและย่านพักอาศัยของผู้คนไปแล้วราว 120,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 303,000 ไร่ ใน 3 เขตใหญ่ๆ ได้แก่เมืองนาป้า โซโนม่า และเมนโดซิโน่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ปลูกองุ่น เพื่อผลิตเหล้าไวน์ที่สำคัญที่สุดของสหรัฐ โดยเฉพาะนาป้า และโซโนม่า 2 เขตนี้ จะส่งผลกระทบต่อไวน์คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาทต่อเขตstd46747• 3 ปีที่แล้ว
- 5 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทตามที่มีการโพสต์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์เรื่องหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าเนื้อหาดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ จากการพบข้อมูลเผยแพร่เรื่องผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ – อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน – อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน – อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน – อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนThamonwan Meehin• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย#คนที่ใช้แก้สต้องอ่าน พลาดนิดเดียว ตาย 3 ศพ หมดบ้าน (!)(อย่า) อันตรายถึงชีวิต (ล้ม) (ชี้) #คนที่ใช้แก้สต้องอ่าน พลาดนิดเดียว ตาย 3 ศพ หมดบ้าน (!) สามีภรรยาคู่หนึ่งกลับเข้าบ้านประมาณเที่ยงคืน หลังอาหารเย็นที่ร้านอาหาร @กลิ่นแก้สในบ้าน!! สามีรีบไปที่ห้องครัวเพื่อหากลิ่นที่แรงกว่าเดิม *จิตใต้สำนึกบอกให้เขาเปิดไฟ แล้วห้องครัวก็ระเบิด!! สามีเสียชีวิตทันที!! ส่วนภรรยาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 90% ของแผล ไหม้!! พบเฟอร์นิเจอร์ของพวกเขา ตกอยู่ห่างจากบ้าน 100 เมตร ซึ่งหมายความว่า การระเบิดของแก๊ส มีพลังมากกว่าระเบิด!! *บทเรียนที่ต้องเรียนรู้ จากเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้ คือ.. *👉เมื่อได้กลิ่นแก๊ส (no)ห้ามเปิดไฟ! แต่ให้เปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน อย่างเงียบๆ ช้าๆ (=)เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟ 👉 ถอดเรกกูเลเตอร์ บนถังแก๊ส และ(no)อย่าเปิดไฟ! จนกว่ากลิ่นแก๊สจะหมดลง นอกจากนี้ (no)อย่าเปิดตู้เย็น! เพราะจะทำให้เกิดการระเบิด และ(no)ไม่ควรเปิดพัดลมดูดอากาศ เพราะมีประจุไฟฟ้า เพียงแค่เปิดประตูและหน้าต่างก็พอ (อย่า)อย่ากดโทรศัพท์มือถือเด็ดขาด ถ้า ทำได้ เปิดประตูออกมาด้านนอก ปิดโทรศัพท์ก่อน ป้องกันคนโทรเข้า (@)คุณไม่ควรอ่านข่าวนี้คนเดียว (@)แชร์ให้มากที่สุด* ขอขอบคุณ.. อธิบดีกรมป้องกันพลเรือนผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 3 ปีที่แล้วmeter: middle1 ความเห็น
- 2 คนสงสัย(อย่า) อันตรายถึงชีวิต (ล้ม) (ชี้) #คนที่ใช้แก้สต้องอ่าน พลาดนิดเดียว ตาย 3 ศพ หมดบ้าน (!) สามีภรรยาคู่หนึ่งกลับเข้าบ้านประมาณเที่ยงคืน หลังอาหารเย็นที่ร้านอาหาร @กลิ่นแก้สในบ้าน!! สามีรีบไปที่ห้องครัวเพื่อหากลิ่นที่แรงกว่าเดิม *จิตใต้สำนึกบอกให้เขาเปิดไฟ แล้วห้องครัวก็ระเบิด!! สามีเสียชีวิตทันที!! ส่วนภรรยาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 90% ของแผล ไหม้!! พบเฟอร์นิเจอร์ของพวกเขา ตกอยู่ห่างจากบ้าน 100 เมตร ซึ่งหมายความว่า การระเบิดของแก๊ส มีพลังมากกว่าระเบิด!! *บทเรียนที่ต้องเรียนรู้ จากเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้ คือ.. *👉เมื่อได้กลิ่นแก๊ส (no)ห้ามเปิดไฟ! แต่ให้เปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน อย่างเงียบๆ ช้าๆ (=)เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟ *👉 ถอดเรกกูเลเตอร์ บนถังแก๊ส และ(no)อย่าเปิดไฟ! จนกว่ากลิ่นแก๊สจะหมดลง* นอกจากนี้ (no)อย่าเปิดตู้เย็น! เพราะจะทำให้เกิดการระเบิด และ(no)ไม่ควรเปิดพัดลมดูดอากาศ เพราะมีประจุไฟฟ้า เพียงแค่เปิดประตูและหน้าต่างก็พอ (อย่า)อย่ากดโทรศัพท์มือถือเด็ดขาด ถ้า ทำได้ เปิดประตูออกมาด้านนอก ปิดโทรศัพท์ก่อน ป้องกันคนโทรเข้า (@)คุณไม่ควรอ่านข่าวนี้คนเดียว (@)แชร์ให้มากที่สุด* ขอขอบคุณ.. อธิบดีกรมป้องกันพลเรือนผู้บริโภคเฝ้าระวังMrs.Doubt• 4 ปีที่แล้วmeter: middle2 ความเห็น
- 1 คนสงสัยCOVID-19: ญี่ปุ่นประกาศปิดประเทศ ป้องกัน "โอไมครอน" เริ่มเที่ยงคืนนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ (29 พ.ย. 64) ว่านายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ แถลงระงับการเข้าเมืองของชาวต่างชาติจากทุกประเทศ จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่เที่ยงคืนนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกเว้นเหตุผลด้านมนุษยธรรม หรือความจำเป็นเร่งด่วน ส่วนพลเมืองญี่ปุ่นยังสามารถกลับเข้าประเทศได้ แต่ต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ มาตรการที่ออกมา ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สองต่อจากอิสราเอล ที่ใช้มาตรการขั้นสูงสุด ป้องกันโควิดสายพันธุ์ใหม่ แม้จะเพิ่งประกาศผ่อนคลายมาตรควบคุมพรมแดนและลดเวลากักตัวได้เพียง 3 สัปดาห์ #TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #ญี่ปุ่น #ปิดประเทศไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยจริงหรือไม่? ฉีดวัคซีนฟรีกว่า 35000 โดส แบบไม่ต้องจอง ที่ศูนย์ OTOP อุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา 08.30 น.เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 13 ตุลา 64ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า “ในวันที่ 13ตุลาคม 2564 นี้ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 รับบริการฉีดวัคซีนฟรีกว่า 35000 โดส แบบไม่ต้องจอง สามารถมารับบริการได้ที่ศูนย์ OTOP อุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา 08.30 น.เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร”นั้น ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดอุบลราชธานี ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นข้อเท็จจริง ในวันพรุ่งนี้ ที่ศูนย์ OTOP จะเปิดให้บริการเฉพาะนักเรียนโรงเรียนนารีนุกูลเท่านั้น 🔴 สำหรับท่านที่ต้องการเข้ารับวัคซีน สามารถเข้ารับบริการได้ในหน่วยบริการตามที่แต่ละอำเภอกำหนด จึงขอแจ้งประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน 📍สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีราชธานี 12 ตุลาคม 2564 เวลา 19.30น.วัคซีนโควิดภาคอีสานสุชัย เจริญมุขยนันท• 4 ปีที่แล้วmeter: false1 ความเห็น
- 1 คนสงสัย(siren) ประกาศข่าวจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (siren) ท่านใดเป็นนายจ้าง ที่มีลูกจ้าง "ต่างด้าว" และต้องการให้ลูกจ้างฉีดวัคซีนหลักของรัฐบาล อาจจะเป็น SNV หรือ ASTRA ซึ่งเราจะเลือกไม่ได้ แต่ "ฟรี" ไม่มีค่าใช้จ่าย (แต่ถ้าอยากบริจาคเพื่อบำรุงราชวิทยาลัยฯ ก็บริจาคแยกต่างหากได้ค่ะ) ขอให้รวบรวมรายชื่อและรายละเอียดให้ครบถ้วนตามไฟล์ excel แล้วส่งมาที่เมล์ nunuyuikus2885@gmail.com ลำดับการได้รับวัคซีน... จะเป็นไปตามคิว ปล. ท่านใดประสงค์ให้ลูกจ้างต่างด้าวได้รับวัคซีนชิโนฟาร์ม ต้องลงทะเบียนตามระบบจากหน้า webpage จนกว่าราชวิทยาลัยฯ จะประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นค่ะ กรอกรายละเอียดใน excel แล้วส่งมาให้ทางเมล์ ที่แจ้ง ได้เลยนะคะ (คุณยุ้ย) หรือ กรอกแบบฟอร์ม ในลิ้งค์ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1Ndc7Bo9VMHI9bJUP-iy-wAZQ25qT5I9-/edit?usp=sharing&ouid=115425985614154892345&rtpof=true&sd=true *** หมายเหตุ ถ้าเป็นกรณีลูกจ้างต่างด้าวที่มีนายจ้าง รบกวนขอชื่อ-สกุล เบอร์ของนายจ้างด้วยนะคะ *** และถ้ามีกรณีลูกจ้างต่างด้าวอนาถา คือ ตกงานถูกนายจ้างเลิกจ้าง หรือนายจ้างปิดกิจการ สามารถส่งมาได้เช่นกัน แต่ขอให้แยกไฟล์กับกรณีลูกจ้างต่างด้าวที่ยังคงมีนายจ้างปกติค่ะโควิด 2019วัคซีนโควิดไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยสารโอเลอันดริน ที่พบในดอกยี่โถ สามารถใช้รักษาโควิด ได้ จริงหรือมีการวิจัย สาร โอเลอันดริน เป็นสารเคมีที่พบในยี่โถซึ่งเป็นไม้พุ่มไม้ดอกประดับหรือต้นไม้ขนาดเล็ก มันคือไกลโคไซด์เกี่ยวกับการเต้นของหัวใจซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถเพิ่มความเร็วและแรงในการหดตัวของหัวใจ คุณสมบัตินี้ได้รับการควบคุมในยาดิจอกซินซึ่งเป็นสารเคมีที่คล้ายคลึงกันซึ่งได้มาจากพืชฟ็อกโกลฟ Digoxin เป็นยาที่ได้รับอนุญาตซึ่งยังคงใช้เป็นครั้งคราวในการรักษาปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว อย่างไรก็ตามผู้ที่รับประทานยานี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เนื่องจากอาจทำให้เกิดพิษและผลเสียที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ ข่าวดังกล่าวติดตามผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าโอเลแอนดรินฆ่าไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิด COVID ในห้องปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อไวรัสยังไม่ได้รับการทดสอบในสัตว์ซึ่งมีน้อยกว่าในมนุษย์มาก จริงหรือโควิด 2019ยาสมุนไพรanonymous• 6 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
- 1 คนสงสัยจ่อเลิกขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 95 และE85 ดัน E20 ขึ้นแท่นน้ำมันหลัก พร้อมอัพราคาพืชเอทานอล . รถยนต์ส่วนใหญ่บนท้องถนนในประเทศไทยนิยมใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของปริมาณการใช้น้ำมันทุกประเภทในยานพาหนะ แต่อีกไม่นานเราอาจไม่ได้เติมน้ำมันประเภทนี้อีกต่อไป รวมถึงน้ำมัน E85 ด้วย เพราะมีข่าวว่ากระทรวงพลังงาน โดยเจ้ากระทรวงที่ควบต่ำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอย่างนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เดินหน้าแผนพลังงานระยะยาวแน่! . สำหรับการยกเลิกน้ำมันทั้ง 3 ประเภทนั้น หากมองเหตุผลเบื้องต้นอย่างแรกคือ รถที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงปริมาณลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา รถใหม่ๆ จะใช้น้ำมัน E85 E20 หรือเติมน้ำมันได้หลากหลายประเภทอยู่แล้ว แต่เมื่อเจาะลึกลงไปดูต้นทางที่จะทำให้เกิดการยกเลิกนี้ ก็มาจากแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว หรือ TIEB ฉบับใหม่ระหว่าง พ.ศ. 2561 - 2580 โดยมีองค์ประกอบหลักๆ 5 แผนด้วยกัน ได้แก่ - แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan) - แผนอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency Plan) - แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan) - แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) - แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ถือว่าเป็นพลังงานชนิดที่มีสัดส่วนการใช้สูงมากๆ ในภาคการขนส่ง . เบื้องต้นรองนายกผู้เป็นเจ้ากระทรวงก็ได้เห็นชอบให้คงเป้าหมายของแผนบูรณาการข้างต้นต่อไป เนื่องจากจัดทำกันมาตั้งแต่ยุคของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเจ้ากระทรวง พร้อมสั่งให้มีการวัดผลสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงทุกๆ ปี ตลอดระยะเวลาแผนช่วง 5 ปีที่ต้องชัดเจน โดยเฉพาะแผนบริหารจัดการน้ำมัน ด้วยกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B10 และ E20 กลายมาเป็นน้ำมันมาตรฐานของประเทศ และยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และ E85 แทน . เมื่อหาเหตุผลอื่นๆ ประกอบเพิ่มเติมในการยกเลิกการใช้น้ำมันเหล่านี้ มันมีปัจจัยหนึ่งมาจาการที่ภาครัฐต้องการเข้าไปช่วยเพิ่มราคาของวัตถุดิบที่เป็นผลิตผลทางการเกษตรก็คือ มันสำปะหลัง และอ้อย เนื่องจากปัจจุบันถูกนำมาใช้ผลิตเป็นเอทานอล ในสัดส่วนประมาณ 27% ของการผลิตเอทานอลทั้งหมด . โดยก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานก็เคยมีการประกาศให้น้ำมันดีเซล B10 หรือน้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ในทุกลิตรกลายเป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานของประเทศเมื่อ 1 มกราคม 2563 เพื่อสนับสนุนราคาผลผลิตปาล์ม โดยปั๊มน้ำมันทุกแห่งก็จะมีเวลาปรับตัวมา 4 - 5 เดือน ในการเปลี่ยนป้ายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ตู้จ่ายน้ำมัน จาก “ดีเซลB10” เป็น “ดีเซล” ซึ่งน้ำมันดีเซลที่ขายกันทุกวันนี้ จะถูกเปลี่ยนชื่อเรียกว่า ดีเซล B7 ให้กลายเป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับรถเก่าและรถยุโรป น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ก็ให้เป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคมนี้ . หากมีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ น้ำมันไบโอดีเซล B10 จะช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบหรือ CPO ได้ปีละ 2.2 ล้านตัน และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ หรือ B100 ได้วันละ 6.5 ล้านลิตร . กลับมาที่การยกเลิกน้ำมันโซฮอล์ 91 กันต่อ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า มันสร้างความสันสนงุนงงพอควรให้หมู่ประชาชนที่ต้องเจอกกับการเปลี่ยนแปลในช่วงแรกๆ แต่ไม่ใช่ประชาชนที่สับสนอย่างเดียว ทางผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันก็สับสนพอควร และปั๊มน้ำมันในบ้านเราส่วนใหญ่มีหัวจ่ายไม่มากนัก การจะเก็บสำรองน้ำมันหลายๆ ชนิดไว้ก็ล้วนเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งนั้น หากรวมน้ำมันเบนซิน กับดีเซลในบ้านเรารวมๆ กันมีถึง 11 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นสูตรพรีเมียม หรือสูตรธรรมดา ให้เป็นประเภทเดียวกันในหมวดหมู่เดียวกัน ก็จะเป็นการประหยัดต้นทุนของปั๊มน้ำมัน ฉะนั้นปั๊มน้ำมันขนาดกลาง และขนาดเล็กก็จะได้ให้บริการได้ลงตัวมากขึ้น . ถัดมาคือเรื่องของแก๊สโซฮอล์ E20 ที่ถูกมองเป็นพระรองมาตลอด แม้ว่าจะเป็นน้ำมันราคาถูกกว่า ประหยัดกว่า คุณภาพตามมาตรฐาน แต่คนเลือกเติมน้อยกว่าเนื่องจากมองว่าเวลาขับขี่แล้วรู้สึกเครื่องยนต์ไม่แรง การเผาไหม้สู้น้ำมันสูตรอื่นไม่ได้ จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเดินหน้าครั้งสำคัญของวงการพลังงานไทยอีกครั้ง เพื่อส่งเสริมให้ลดประเภทน้ำมันลง และใช้ E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน ด้วยการตั้งเป้าปริมาณการใช้ E20 ไม่ต่ำกว่า 50% ของความความต้องการใช้น้ำมันเบนซินภายในปี 2564 และยกมาตรฐานน้ำมันของไทยเป็นมาตรฐานยุโรป ระดับ 5 ในปี 2567 . ส่วนมาตรฐานน้ำมันยูโร คืออะไร เป็นมาตรฐานการรับมือมลพิษทางอากาศ หรือ Euro Emissions Standards เพื่อควบคุมอัตราการปล่อยมลพิษของรถยนต์ หากย้อนไปดูการกำหนดใช้ครั้งแรกที่เริ่มกันมาตั้งแต่ปี 1992 โดยรายละเอียดทางเทคนิคเบื้องต้นนั้น ข้อกำหนดของมาตรฐานยูโร 1 จะมีการระบุว่ารถยนต์ต้องเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบไร้สารตะกั่ว และให้มีอุปกรณ์เครื่องฟอกไอเสียเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จนพัฒนามาต่อเนื่องมาเป็น ยูโร 2 ในปี 1996, ยูโร 3 ในปี 2000 ยูโร 4 ที่บ้านเราใช้กันอยู่คือการกำหนดให้รถยนต์ที่ผ่านการทดสอบจะต้องมีปริมาณการปล่อยสารมลพิษไอเสียต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ประกอบไปด้วย คาร์บอนมอนออกไซด์ต้องไม่เกิน 0.5 g/km. ไนโตรออกไซด์ต้องไม่เกิน 0.25 g/km ขณะที่ยูโร 5 จะเพิ่มความเข้มงวดขึ้นไปอีกขั้น โดยต้องลดลง 28% จากยูโร 4 . ขณะที่คุณนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานบอกไว้ว่า หากรัฐมนตรีเห็นชอบน่าจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือนหลังจากแผนอนุมัติ โดยแบ่งเป็นช่วง 3 เดือนแรก จะทำการสนับสนุนให้ประชาชนมาเติมน้ำมัน E20 เพิ่มขึ้น ทั้งการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาสนับสนุนด้านราคา ต่อจากนั้นช่วง 3 - 6 เดือน ก็ทำการกำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันหยุดทำการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 พร้อมใช้กลไกราคาให้โซฮอล์ 91 กับโซฮอล์ 95 มีราคาเท่ากัน ลดส่วนต่าง E20 ให้ถูกกว่า 95 และเมื่อครบแผนการ 9 เดือน ก็เชื่อว่าจะสามารถดันให้ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานได้เต็มรูปแบบ . แล้วรถยนต์รุ่นเก่าจะทำอย่างไร?...ทางแรกอาจจะเปลี่ยนไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ก่อน เพราะยังไม่ยกเลิก ซึ่งมีราคาสูงกว่า 91 ไม่มากนัก หากรวมๆ กับประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีขึ้นก็ถือว่ารับได้อยู่ อีกทางที่สายประหยัดสามารถเลือกได้นั่นคือ การนำรูปไปติดกล่องจูนเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 แต่ต้องยอมรับว่าการจะไปติดกล่องอะไรก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกับเครื่องยนต์ ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของท่อน้ำมันเร็วขึ้น ยิ่งหากถึงคราวซวยเจอช่างหรืออู่รถติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็ย่อมมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่งอกมาอีกด้วย . หากทางเลือกแรกไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งการจูนกล่องเครื่องยนต์ให้รองรับ หรือเปลี่ยนน้ำมัน ยังไม่โดนใจคุณ ทางเลือกอื่นก็ยังมีให้ แต่ทางนี้ต้องเป็นคนที่ทำใจได้ตอนขายรถ เนื่องจากให้นำรถไปติดแก๊ส เพราะแก๊ส LPG NGV ใดๆ ก็ตามจะทำให้รถยนต์สุดรักของคุณราคาตกลงไปด้วย ประกอบกับความเสี่ยงจากความร้อนในการเผาไหม้ระบบแก๊ส สูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้นกว่าเดิม รถยนต์เสื่อมสภาพไวกว่าปกติ และเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนความร้อนสูงมากนัก รวมถึงโอกาสเวลาเกิดอุบัติเหตุมักจะรุนแรงกว่า แม้อุบัติเหตุบนถนนไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ยิ่งเกิดขึ้นกับรถติดแก๊สนั้นจะยิ่งอันตราย เพราะแก๊สรั่วแล้วติดไฟได้ง่าย ด้วยคุณสมบัติการเป็นเชื้อเพลงชั้นดี ฉะนั้นต้องมองให้หลายมิติ . ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทางเลือกอื่นๆ ก็ยังมี ไม่ว่าจะเป็นการยกเครื่องยนต์ใหม่ ใส่เครื่องยนต์ตัวใหม่เลย ไปจนถึงหาเครื่องยนต์เก่าตามเซียงกงมาให้อู่รถจัดการให้ แต่ต้องมีความเชี่ยวชาญเสียหน่อย และทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่มีกำลังทรัพย์อาจเลือกการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ ที่ตอบโจทย์มากกว่า อย่างไรก็ตามต้องคำนวนค่าใช้จ่ายที่ตามมาด้วย ดีไม่ดีอาจจะเข้าสุภาษิตที่ว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเอาได้ . ทั้งนี้ การจะเคาะเริ่มการยกเลิกเมื่อไหร่นั้น ยังต้องดูความชัดเจนจากเจ้ากระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะประกาศชัดๆเมื่อใด . #น้ำมัน #แก๊สโซฮอล์ #91 #E20 #พลังงานข่าวการเมืองผู้บริโภคเฝ้าระวังไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้วmeter: mostly-true--middle2 ความเห็น
- 2 คนสงสัยได้ข้อมูลจาก คุณ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร มติชน อ่านเลย! มีประโยชน์ช่วยคนได้ครับ.... ท่านผู้นี้ชื่อจริงไชยวรรณ พิมพนิช คนส่วนมากเรียกติดปากว่าพ่อเลี้ยงวรรณ เป็นคนแม่สอดจ.ตาก มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกมันสำปะหลังปลูกอ้อย ปลูกส้ม สุดท้ายก็มาปลูกกล้วยส่งต่างประเทศ ก็ทำมาสิบกว่าปีแล้ว มีลูกชายสามคนจบปริญญาโทด้านการเกษตรทั้งสามคน คนโตเรียนพืชไร่ คนที่สองเรียนพืชสวน คนที่สามเรียนส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบันอายุก็หกสิบกว่าแล้ว ปกติจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย สุขภาพก็แข็งแรงดี เพื่อนๆหรือคนรู้จักจะชมว่าทำไมอายุมากขนาดนี้ถึงแข็งแรงเดินเหินได้สบาย @ เข้าตรวจอาการที่โรงพยาบาล @ อยู่มาไม่นานเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกิดอาการปวดที่หลังและไม่หายประมาณ 2 เดือนกว่า รักษาหลายวิธีทั้งแช่น้ำอุ่นและให้หมอนวด ก็ไม่หาย วันหนึ่งไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯเพื่อนเป็นหมอ อาตมาเล่า(ขณะที่เล่า..บวชแล้ว) ให้เพื่อนฟังว่าปวดหลังมา สองเดือนกว่าแล้วไม่หายสักที เพื่อนก็นิ่งแล้วมองหน้ากันเขาไม่พูดอะไร สักพักเพื่อนก็พูดขึ้นมาว่าเอกซเรย์หน่อยดีไหม เพราะคนปกติปวดธรรมดาทั่วๆไป กล้ามเนื้ออักเสบเอ็นพลิก ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ก็หายแล้ว แต่พ่อเลี้ยงวรรณ ปวดจากหลังลามมาถึงหน้าอก 2 เดือนแล้วไม่หายต้องเอกซเรย์หน่อย พอเอกซ์เรย์เสร็จ ก็เห็นว่ามันมีรอยจุดด่างๆอยู่ 2 จุด หมอบอกว่ายังไม่แน่ใจนะต้องเข้าเครื่องสะแกน เข้าเครื่อง สะแกน 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ทราบผล พอออกมาจากเครื่องสะแกนก็กลับบ้าน หมอบอกว่า 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ค่อยมาฟังผล เพราะ ฟิมล์ผลตรวจจะออกมาวันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้น 10 โมงเช้าก็ไปโรงพยาบาล มีหมอ 4-5 คนอยู่ในห้องคุณหมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันพูดขึ้นมาว่า ไม่น่าจะเกิดกับเพื่อนเราเลย อีกประมาณ 20 นาทีก็ให้หมอผู้หญิง ที่เป็นหมออายุรกรรมมาบอกว่า พ่อเลี้ยงวรรณ ต้อง ( ATMID) แอดมิด แล้วละ หมายถึงต้องนอนที่โรงพยาบาล ตกลงวันนั้นก็ต้องนอนโรงพยาบาล หมอก็เอาเลือดไปตรวจเข้าเครื่องอัลตร้าซาวด์ ตรวจคลื่นหัวใจ วันนั้นผลเลือด หมอส่วนใหญ่ก็จะรู้แล้วว่าเป็นมะเร็ง เพราะว่า PHA ค่าของเลือดอยู่ที่ 300.800 สำหรับคนปกติ จะอยู่ที่ 000.000-4.0000 ถัดไปประมาณ 2-3 วันหมอก็ตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ แล้วลงมติว่าเป็นมะเร็ง หลังจากทราบผลว่าเป็นมะเร็งที่กระดูกสันหลังขั้นสุดท้าย ก็ตกใจช็อกไปประมาณ 20 นาที 20 นาทีที่บอกไม่ถูก เป็น 20 นาทีที่ทรมานมาก ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี ความดันก็ขึ้นไป 180 จากปกติ 110 ถึงขั้นสุดท้ายแล้วจะทำยังไงดี หมอบอกว่าต้องให้คีโม ( เคมีบำบัด ) ต้องฉายแสง ต้องฝังแร่ ก็เลยถามกลับไปว่า ถ้าฝังแร่แล้วอยู่ได้นานเท่าไหร่ หมอบอกว่าอยู่ได้ปีหนึ่งไม่รับรองมากกว่านี้ พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่อเมริกา เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง เขาบอกให้ไปที่นั่น เขาจะดูแลให้ ก็ถามเขาว่าไปแล้วจะให้ไปทำอะไร เขาบอกให้ไปฝังแร่ ผมก็ไม่ไป ยังไงหนึ่งปีก็ตายอยู่แล้วจะไปทำไมให้เสียเงิน @ ตัดสินใจบวชหนีโรคร้าย @ ตัดสินใจเข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่ 1 อาทิตย์ ก็เลยนั่งคิดต่อว่าถ้าอยู่แต่ที่วัดจะรอดไหม น่าจะสู้กับมัน จะต้องสู้ให้ได้ จะต้องชนะ ชีวิตเกิดมาเพียงแค่ชีวิตเดียวอยู่ๆจะมายอมตายง่ายๆได้อย่างไร ผมคิดขึ้นมาได้ว่ากษัตริย์สีหนุ ท่านเคยเป็นมะเร็ง เมื่ออายุ 40 กว่าปีก่อนไปรักษาที่ต่างประเทศเวลานี้อายุตั้ง 90 ปียังมีชีวิตอยู่ คิดถึงตรงนี้ เลยโทรศัพท์หาน้องที่เป็นกงสุลใหญ่อยู่ต่างประเทศ ตรวจสอบข้อมูลทราบว่าที่ประเทศที่สาม ( เกาหลีเหนือ ) มีสถานที่บำบัดมะเร็งจริงแต่การเดินทางไปลำบากมาก @ หนีความตายไปประเทศที่สาม @ มะเร็งระยะสุดท้าย ฟังแล้วน่ากลัวจริงๆ หนทางรอดแทบไม่มี จึงตัดสินใจทำพินัยกรรมให้ลูกๆแล้วรวบรวมเงินทองที่หามาได้ตลอดชีวิตเดินทางไปประเทศที่สามเผชิญความตายด้วยใจสงบ ถ้าโชคดีคงได้กลับมาอีกมันเป็นภาวะจนตรอกที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ถึงแม้ชีวิตของคนเราจะเกิดมาแล้วต้องตายกันทุกคน แต่ถึงวินาทีนั้นคนเราต่างก็กลัวความตายโดยสัญชาตญาณ อยากจะยืดชีวิตต่อลมหายใจออกไปอีก นั่งเครื่องบินไปลงที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วจึงนั่งรถยนต์ไปอีก 8 ชั่วโมง แทบเอาตัวไม่รอดสุดทรมานโดยเฉพาะช่วงที่นั่งบนเครื่องบิน นั่งพิงเบาะไม่ได้ ปวดหลังอึดอัดทรมานมากนั่งเอามือเกาะเบาะด้านหน้าร้องโอดครวญตลอดการเดินทาง น้ำตาลูกผู้ชายมันหยดไหลอย่างไม่รู้ตัว นึกในใจว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่ได้กลับเมืองไทยอีกแล้ว ยิ่งช่วงการเดินทางโดยรถยนต์ไปยังประเทศที่สาม ลำบากมากทั้งเจ็บปวดสุดทรมานตลอดการเดินทาง 8 ชั่วโมงเต็ม ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็นศูนย์บำบัดตั้งอยู่บนเขา ผู้ที่มาบำบัดรักษาส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป อเมริกา อาหรับ ญี่ปุ่น คนไทยมีอาตมาเพียงคนเดียว เน้นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ใช้แสงตะวัน ใช้สายน้ำ ใช้หิมะ อาหารทุกอย่างต้องสด คนป่วย 1 คน จะมีพยาบาลประจำตัว 1 คนดูแลเราอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เช้า 05.00-20.00 น.ไปไหนไปด้วยกันนอนด้วยกัน ดูแลทุกย่างก้าว เข้าห้องน้ำก็ไปนั่งเฝ้า เป็นพี่เลี้ยงตลอด อาบน้ำก็ไปดูว่าน้ำได้อุณหภูมิไหม อุ่นพอไหมเย็นพอไหม อาหารการกินก็กินโอสถ เน้นธรรมชาติล้วนๆ อยู่ที่นี่ยาสักเม็ดก็ไม่มี ศูนย์ธรรมชาติบำบัดแห่งนี้ จะมีคอร์สบำบัดรักษา 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ของผม 30 วันอาการก็ดีขึ้นมาก ผิดกับตอนที่มาใหม่ๆ เจ็บปวดจนทนไม่ไหว คนที่มาที่นี่ป่วยเป็นมะเร็งทุกชนิดบางคนปฏิบัติตัวได้ตามที่เขาให้ทำให้กินก็ประสบความสำเร็จ ในแต่ละวันตื่นเช้าขึ้นมาประมาณ 05.00น.ก็จะเอาน้ำโอสถมาให้ดื่ม 1 ลิตร รสชาดจืดชืดสีเขียวเข้ม เวลาประมาณ 06.30น. ก็จะพาไปเดินออกกำลังกาย แล้วพาไปรับแสงตะวัน เรียกว่าแสงตะวันบำบัด นั่งรถประมาณชั่วโมงครึ่ง ไปกลับวันละ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะพาเดินบนหิมะประมาณ 1 ชั่วโมงทุกวัน เสร็จแล้วมาประคบน้ำอุ่นที่ฝ่าเท้า ถามเขาว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ เขาบอกว่าเพื่อสร้างภูมิภูมิต้านทานขึ้นมา บางคนก็ทำไม่ได้ ทำได้ประมาณ 20-30 % แต่ของอาตมาอาศัยเป็นนักกีฬาเก่า วันแรกก็ไม่ไหวเหมือนกันเย็นจัด วันที่สองวันที่สามก็เริ่มทำได้ และทำได้มาตลอด พอทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีขึ้น ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ สำหรับโอสถสีเขียวเข้มจะดื่มช่วงเช้า 1 ลิตร บ่าย 1 ลิตร ตอนเย็นอีก 1 ลิตร และก่อนนอนอีก 1 ลิตร วันหนึ่งจะดื่มโอสถวันละ 4 ลิตร น้ำนี้น่าจะเข้าไปช่วยกำจัดอาจจะเป็นน้ำที่เชื้อมะเร็งไม่ชอบ เอาไปล้างพิษในร่างกายออกมา เพราะเรากินเข้าไปวันละตั้ง 4 ลิตรก็ต้องมีการถ่ายเทออกมา แต่เป็นเรื่องที่แปลกนะ เวลาเรากินน้ำกินยาแคปซูลอะไรก็แล้วแต่ เวลาเราปัสสาวะออกมาจะเป็นสีเหลือง แต่เวลาเราดื่มโอสถพวกนี้เวลาปัสสาวะออกมาก็ยังใส แสดงว่ามันเอาไปใช้หมด เป็นเรื่องที่แปลก ใสกว่าปกติด้วยซ้ำไป ช่วงไปอยู่ทีนั่นใหม่ๆนอนหงายไม่ได้ มันปวดหลังมากต้องนอนคว่ำเหมือนจระเข้ หลังมันปวดร้าวไปหมดเพราะถูกมะเร็งทำลายไปเยอะรวมไปถึงหัวเข่าด้านซ้ายด้วย เวลานั่งหลังก็พิงไม่ได้ เรื่องอาหารการกิน เขาจะให้ทานข้าวบาร์เลย์ กับข้าวก็เป็นกับข้าวพื้นๆไม่มีอะไรมากมายเน้นผักเป็นส่วนใหญ่ ผักที่นี่เขาปลูกเอง ปลูกในกระโจม ปรับอุณหภูมิและไร้สารพิษ ดินที่ใช้ปลูกเปลี่ยนทุก 3 เดือน เขาบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดล้วนๆแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าใช้จ่ายต่อวันเขาคิด 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ ผมอยู่ที่นี่ 30 วัน ปฏิบัตตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดมีระเบียบวินัย ถึงเวลาออกกำลังกายก็ต้องออก พักผ่อนก็ต้องพักผ่อน ถึงเวลากินก็ต้องกิน มั่นใจว่าดีขึ้นแน่ อาการป่วยของผมดีขึ้นตามลำดับ เพียง 10 วันแรกเราจะสัมผัสได้เลยว่าเรามาถูกทางแล้วอาการปวดเริ่มลดลงๆ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ผิดกับวันแรกๆที่นอนร้องโอดโอยตลอดเวลา พอร่างกายแข็งแรงก็ขยับตัวเองไปเป็นพี่เลี้ยงช่วยคนอื่นต่อ ก็คิดว่าเราน่าจะนำวิชาความรู้เหล่านี้ไปช่วยเหลือเพื่อนคนไทยที่ต้องทุกข์ทรมานกับมะเร็งร้าย ถ้าจะให้ดีต้องบุกครัวเข้าไปช่วยในครัวจะได้จดจำโอสถยาให้ได้ แต่โชคร้ายเขาไม่อนุญาต ผมจึงตัดสินใจว่าไหนๆก็เดินทางมาถึงที่สุดของชีวิตแล้ว จึงทรุดตัวลงคุกเข่าก้มกราบเขาจนกระทั่งเขาสงสาร จึงอนุญาตให้เข้าไปช่วยในครัว คิดถึงบ้านขอกลับ ผมรู้สึกร่างกายเราแข็งแรงแล้วเราไม่ตายแล้ว คิดถึงบ้านก็เลยขอกลับ เขาก็มาตรวจร่างกาย เขาบอกร่างกายแข็งแรงดีเขาก็ให้กลับ ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องบินก็คิดว่าเราน่าจะกลับไปช่วยคนที่เป็นมะเร็งได้ เพราะคนที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตรงไหนก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ 90 % จิตใจมันตายแล้ว มันเหลือแค่ 10 % เท่านั้นในร่างกาย จะมีสักกี่คนที่ใจสู้แล้วยอมหาวิธีรักษาตนเอง มีน้อยมาก ผมตั้งใจว่าถ้ากลับถึงเมืองไทยจะช่วยคนที่เป็นมะเร็ง ถึงช่วยได้ไม่ถึง 100 % ช่วยได้ 50 % ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว กลับมาเลยปรึกษาญาติๆว่าจะตั้งมูลนิธิเป็นของตัวเองชื่อว่ามูลนิธิวรรณ จุดเป้าหมายก็คือ ดูแลพวกที่เป็นโรคร้ายเกี่ยวกับมะเร็ง ส่งเสริมให้การศึกษาเด็กดีขยันเรียน คืนป่าให้แผ่นดิน มูลนิธิเราคงมีรายได้จากการปลูกผักไร้สารจากอำเภอแม่สอดจังหวัดตากส่งมาขายที่กรุงเทพฯ หลายคนพอทราบข่าวก็ยินดีให้การสนับสนุน หลังจากกลับจากต่างประเทศแล้วก็ไปตรวจร่างกายตรวจเลือดที่โรงพยาบาลที่เคยตรวจ ผลเลือดที่เรียกว่า PHA ( ช่วงที่ป่วยก่อนรักษาอยู่ที่ 311.800) หมอใช้เวลาตรวจ 6 ชั่วโมง วัดได้ 5.090 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ไปตรวจอีกครั้งวัดได้ 0.268 หมอไม่แน่ใจส่งเลือดไปให้โรงพยาบาลอีก 2 แห่งตรวจอีก ผลการตรวจออกมาตรงกันหมด ถือว่าเยี่ยมแล้ว คนปกติทั่วไปที่ไม่มีเชื้อมะเร็ง จะอยู่ที่ 0.000-4.000 ของเราเลือดดีกว่าคนปกติอีก หมอถามว่าไปทำอะไรมา อาตมาบอกไปรักษามา อาตมาไม่ยอมตาย คิดว่ามะเร็งยังหลบอยู่ในตัวเรา แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน เราก็ไม่ชะล่าใจ มะเร็งเกิดจากภูมิบกพร่องของชีวิต มันต้องการอาหาร อาหารโปรดของมันคือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งเราก็ไม่ให้มันกินเลย มะเร็งถ้าเราไม่ให้อาหารมัน มันก็จะฝ่อ และอ่อนแรง เราไม่ให้กินนานๆเข้ามันก็จะตายในที่สุด บ้านเราผู้ป่วยใหม่ที่เป็นมะเร็งมี 284 คน/วัน ตายชั่วโมงละ 11 คน เราต้องมาปรับเปลี่ยนวิธีกินอยู่กันใหม่ การเจริญเติบโตของมะเร็ง เขาจะก้าวกระโดด จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 จาก 8 เป็น 16 บวกขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคนที่ป่วยเป็นมะเร็งส่วนใหญ่ที่ตายเพราะโลเล ตัดสินใจไม่เด็ดขาด มะเร็งหยุดได้ถ้าใจสู้” “ เราต้องมีวินัยถ้ามีวินัยเราสามารถหยุดมะเร็งได้ ต้องยึดกฎเหล็กดูแลเรื่องอาหารการกิน การปฏิบัติตัว สิ่งแวดล้อมอากาศบริสุทธิ์ การออกกำลังกาย ผมอาจจะมีบุญเพราะเป็นมะเร็งแต่ไม่เคยคิดว่าเป็นมะเร็ง คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรถึงจะชนะ ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ยืนยาวดูแลลูกเต้าต่อไป ไม่เคยกังวลเลย แล้วเรื่องพืชผักต้องไร้สารจริงๆไม่ใช่ปลอดสาร ไร้สารคือดูแลการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้ยา แต่ถ้าปลอดสารคือใช้เคมีพอใกล้วันเก็บเกี่ยวประมาณ 15 วันก็จะหยุดใช้สารเคมีอันนี้ไม่ปลอดภัย จะมีสารตกค้างตามมา” มะเร็งไม่น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าเรารู้จักวิธีป้องกันดูแลสุขภาพเราก็สามารถชนะมันได้ขอเพียงอย่างเดียวจิตใจต้องเข้มแข็ง บางรายเกิดวิตกจริตนอนไม่หลับเพราะญาติพี่น้องเสียชีวิตเพราะมะเร็งไม่รู้จะถึงตัวเองเมื่อไหร่ หลายรายทำตามคำแนะนำของพ่อเลี้ยงวรรณอาการดีขึ้นทันตาเห็น ปัจจุบันพ่อเลี้ยงวรรณมีโครงการสร้างศูนย์ธรรมชาติบำบัดที่สวนเกษตรของพ่อเลี้ยงเองที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ผมเลยแนะนำพ่อเลี้ยงให้สร้างหิมะเทียมขึ้นเอง ในอนาคตเราคงได้เห็นศูนย์ธรรมชาติบำบัด ของมูลนิธิวรรณ ในเมืองไทย ซึ่งที่ อ.แม่สอด จ.ตากอากาศดีมาก นอกจากได้สูดอากาศบริสุทธ์แล้วยังมีแปลงเกษตรไร้สารพิษอีกด้วย พ่อเลี้ยงวรรณมีปณิธานว่าสำหรับผู้ยากไร้ มูลนิธิวรรณจะรักษาให้ฟรี สำหรับผู้มีอันจะกินให้สนับสนุนค่าโอสถเพียงวันละ 100 บาท ทางมูลนิธิจะจัดส่งโอสถไปให้ เรียกว่าคนมีฐานะช่วยคนด้อยโอกาสนะครับ ถ้าท่านอยากทราบรายละเอียดและขอคำ ปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม ติดต่อมูลนิธิวรรณ(ปัจจุบันลูกชาย-ภรรยาดูแลอยู่) เลขที่ ๓/๖๘๑ ประชานิเวศน์ ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ ลาดยาวจตุจักร กรุงเทพฯ โทร. ๐-๒๑๕๘-๐๖๕๘ ช่วยกันเผยแพร่นะครับ ได้บุญมะเร็งไม่ระบุชื่อ• 4 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาสีฟันรักษาสิวได้จริงหรือไม่ ?ยาสีฟันไม่สามารถรักษาสิวได้ ในส่วนประกอบของยาสีฟันไม่สามารถรักษาสิวได้การใช้ยาสีฟันกับผิวหน้าจะทำให้หน้าที่เป็นสิวอักเสบ . นพ.สรรญชัญ เจริญไหมไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิดหนัง โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า สิว มีกลไกการเกิดอยู่ในขั้นตอนครับขั้นตอนแรกในการสร้างไขมันมากเกินไปก่อให้เกิดการอุดตันเรียกว่าคนมีโจทย์แล้วก็มีแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังปกติเรา เข้าไปย่อยใครทั้งนั้นก็ทำให้เกิดการอักเสบซึ่งประกอบด้วยน้ำเป็นหลักเลยนะครับประมาณ 50% ให้คนซื้องาน 15-17 มีผงขัดฟันอาจจะมีคิดถึง 50% มีสารลดแรงตึงผิวค่ะกลิ่นมีกลิ่นสตอเบอรี่หรือมิ้นจะทำให้ความหวานในประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ทำให้ 2% แล้วก็ต้องมีฟลูออไรด์ 0.15% ส่วนประกอบพรุ่งนี้ดูแล้วมันมันไม่น่าจะตอบโจทย์ในเรื่องของการรักษาสิวได้เลย . ดังนั้นคิดว่าการเอามาใช้ น่าจะเป็นการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ชื่อว่ายาสีฟัน ขัดฟันขาวในฝันแข็งแรงเรือทำความสะอาดฝั่ง เขาจะมารักษาสิวเขียวมาทาหน้าซึ่งมันทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบมากกว่ารู้จักส่วนประกอบของยาสีฟันที่ใช้ทำถ้าเกิดว่าสัมผัสระยะเวลานานมันก็ทำให้เกิดระคายเคืองแต่ถ้าสัมผัสแป๊บเดียว 5 นาที 10 นาทีสังเกตว่าจะมีอาการแสบได้เพราะว่าถ้าผิวหนังที่มีการอักเสบ เปิดดูแล้วมันก็จะเข้าสู่ผิวหนังโดยตรงซึ่งไม่ควรขายนะครับขอแนะนำว่าคิดเรื่องการใช้ดีกว่าไปใช้ยารักษาสิวโดยเฉพาะซึ่งเขาผลิตมาเพื่อรักษาสิวโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นยาพอกผิวยาลดการอักเสบของสิวยาละลายหัวสิวหรือยาลดรอยดำรอยแดงผลิตออกมาตอบโจทย์อยู่แล้วนะครับให้เป็นกลุ่มนั้นจะเหมาะสมกว่าสรุปว่าไม่น่าจะใช้รักษาสิวได้นะครับไม่ว่าสิวอุดตันสิวอักเสบสิวเสี้ยนสิวทุกชนิด เกิดผลข้างเคียงด้วยซ้ำคือการระคายเคืองกันไม่ถึงจะมากขึ้น . ข้อมูลสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์ผิวหนัง ที่ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เครือข่ายอีสานโคแฟค มหาวิทยาลัยมหาสารคามอีสานโคแฟค• 4 ปีที่แล้ว1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบmeter: false3 ความเห็น
- 1 คนสงสัยครม.ผ่าน โครงการคนละครึ่ง และ เพิ่มวงเงินบัตรคนจน 3 เดือน จริงหรือ1. “โครงการคนละครึ่ง” ในลักษณะการร่วมจ่าย (Co-pay) ระหว่างประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและรัฐบาล โดยจะสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 10 ล้านคน ภาครัฐจะสนับสนุนโยร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าทั่วไป ไม่รวมสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและบริการต่าง ๆ ร้อยละ 50 ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวันหรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ผ่าน g-wallet (“เป๋าตัง” สำหรับประชาชน และ “ถุงเงิน” สำหรับร้านค้า) ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม- 31 ธันวาคม 2563 โดยมีวงเงินจำนวน 30,000,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน 10 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างน้อย 100,000 ร้านค้า เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 60,000 ล้านบาท ส่งผลให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 0.18 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้า) จำนวน 500 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยเป็นกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13,948,518 คน วงเงิน 20,922.7770 ล้านบาท รวมระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม - ธันวาคม 2563 เนื่องจากกลุ่มผู้มีบัตรฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีรายได้ลดลงและไม่สามารถหารายได้จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ โครงการ ฯ จะทำให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 13,948,518 คนได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา เพิ่มกำลังซื้อ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็น รวมทั้งยังก่อให้เกิดการใช้จ่ายในท้องถิ่นผ่านร้านธงฟ้าฯ อีกด้วยanonymous• 5 ปีที่แล้วmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยเส้นสีขาวในหอยแมลงภู่คือพยาธิข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ เส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธิ . ตามที่มีข้อความชวนเชื่อเรื่องเส้นสีขาวในตัวหอยแมลงภู่คือพยาธินั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ . จากกรณีมีผู้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพโดยระบุว่า กระเพาะหรือเส้นขาว ๆ ของหอยแมลงภู่เป็นแหล่งรวมของหนอนพยาธิ ควรหลีกเลี่ยงรับประทานแม้ปรุงสุก ทางสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เส้นสีขาว ๆ ยาว ๆ คล้ายตัวพยาธิที่พบ แท้จริงเป็นลำไส้หอย ไม่ใช่พยาธิอย่างที่เข้าใจ . ซึ่งหอยแมลงภู่เป็นหอยสองฝา อยู่ในไฟลัมมอลลัสคา สีของเปลือกเปลี่ยนไปตามสภาพการอยู่อาศัย ถ้าอยู่ใต้น้ำตลอดเวลามีสีเขียวอมดำ ถ้าอยู่บริเวณน้ำขึ้นน้ำลง ถูกแดดบ้างเปลือกจะออกเหลือง เปลือกด้านนอกมีสีเขียว ส่วนท้ายจะกว้างกว่าส่วนหน้า เนื้อหอยมีสีเหลืองนวลหรือสีส้ม มีหนวดหรือเส้นใยเหนียวสำหรับเกาะหลักเรียกว่า เกสร หรือ ซัง . โดยในหอยส่วนใหญ่สามารถพบจุลินทรีย์ก่อโรคได้แก่ เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบเชื้อชนิดนี้ มีระยะฟักตัว 4 - 96 ชั่วโมง หลังจากได้รับเชื้อจากการกินอาหาร แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการจะเกิดประมาณ 15 ชั่วโมง หลังได้รับเชื้อผู้ที่ได้รับเชื้อจะเกิดอาการท้องเสีย เป็นตะคริวในช่องท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว มีไข้ จึงควรล้างทำความสะอาดให้ดีและนำมาปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึงก่อนรับประทาน . ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่ www.foodsan.anamai.moph.go.th หรือโทร. 0-2590-4188 . บทสรุปของเรื่องนี้คือ : เส้นสีขาว ๆ ยาว ๆ คล้ายตัวพยาธิที่พบ แท้จริงเป็นลำไส้หอยไม่ใช่พยาธิอย่างที่เข้าใจ โดยในหอยส่วนใหญ่สามารถพบจุลินทรีย์ก่อโรคได้แก่ เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้ . หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขNannapat• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัย"กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ลาออกกรรมการบอร์ด ปตท. แบบฟ้าผ่า โดยเผยว่าสาเหตุการลาออกคือ "เนื่องจากมีภารกิจอื่น" . สำหรับสาเหตุการลาออกที่มีการแจ้งในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า "เนื่องจากมีภารกิจอื่น" แต่มีการตั้งข้อสังเกตุ เป็นการลาออกก่อนวาระอย่างกระทันหัน และโดยปกติการลาออกของประธานคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่เป็นบริษัทระหว่างประเทศ แบบ ปตท. เป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ส่งสัญญาณผิด ที่กระทบกับภาพลักษณ์บริษัท และอาจทำให้มีการตีความว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นใน ปตท. รายงานข่าวแจ้งว่า ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ลาออกจากกรรมการบอร์ด ปตท. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใน ปตท. เพราะแทบไม่มีเหตุผลใดจะต้องลาออกช่วงเวลานี้ ทั้งนี้ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ ได้รับแต่งตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งบอร์ด ในฐานะ "กรรมการอิสระ" เมื่อปี 2558 และได้รับเป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ซึ่งช่วงที่เข้าไปใน ปตท.นั้น ก็เป็นรัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก็ยังเป็นนายกฯ อยู่ในปัจจุบัน แมัจะเปลี่ยนเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สื่อที่เกาะติดปัญหาทุจริตในปตท.ทราบกันดีว่า ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ มีผลงานเป็นประจักษ์ด้านการตรวจสอบทุจริต ตามคำประกาศวาระแห่งชาติปราบทุจริตของรัฐบาล เพราะได้สะสางปมทุจริตเรื่องใหญ่ๆ ที่คาใจสังคมและผู้ถือหุ้นไปได้หลายเรื่อง นอกจากนี้ ส่วนสำคัญในการดึงองค์กรตรวจสอบมืออาชีพ และผู้สอบบัญชีระดับ big four ของโลก (บริษัท Deloitte Touche Tohmatsu) เข้าไปทำ forensic investigation จนสามารถเปิดโปงหลักฐานที่ชัดเจน ของขบวนการโกงปาล์มอินโดฯ กระทั่งส่งสำนวนให้ ป.ป.ชไต่สวนต่อได้สำเร็จ แต่ส่งไปนานถึง 4 ปี คดียังไม่คืบหน้า สำหรับคดี "ปาล์มอินโดฯ" เป็นกรณีของ บริษัท พีทีที กรีนเอเนอร์ยี่ฯ หรือ PTT.GE. บริษัทลูกของ ปตท. ถูกกล่าวหาว่าลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่พบความไม่ชอบมาพากลในการลงทุน และมีการจ่ายค่านายหน้าแพงเกินจริงกว่า 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ ยังมีส่วนสำคัญในการร่วมมือกับประธานตรวจสอบ บริษัทโกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC จนสามารถเปิดโปงขบวนการโกงทั้งระหว่างบริษัทในเครือ ปตท. ด้วยกันเอง และโยงใยสู่เครือข่ายภายนอก จากกรณีสต๊อกน้ำมันปาล์มในคลังคู่ค้าสูญหาย ส่อว่าจะเป็น "สต็อกลม" ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญากับผู้เกี่ยวข้อง สำหรับ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ มีประวัติการทำงานเป็นที่ยอมรับในเรื่อง "มือสะอาด" และความตรงไปตรงมา อีกทั้ง ในอดีตเคยเป็นอัยการ และข้ามฟากมาเป็นผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีหลายกรม ก่อนขึ้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่งยาวนานหลายปี นอกจากนี้ เคยมีบทบาทมากในคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มี ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน โดยช่วงหลัง ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ มาบุกงานที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ เน้นการทำงานร่วมกับต่างประเทศและสหประชาชาติ ขณะเดียวกัน ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ ยังปรากฏชื่อเป็นแคนดิเดต "นายกฯคนกลาง" แทบทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย ฉะนั้นการลาออกจาก ปตท. แบบ "ฟ้าผ่า" ครั้งนี้ จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถาม ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นใน ปตท.ข่าวการเมืองไม่ระบุชื่อ• 5 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัวmeter: true1 ความเห็น
- 1 คนสงสัยขอตรวจสอบข่าวนี้ครับ เพื่อนส่งมาครับ จาก FB อ. สมเกียรติ โอสถสภา ครับ Covid-19: Red Alert in Myanmar "พม่าแตกแล้ว" เตือนภัยระดับสูงมากนะครับ เมียนมา เข้าสู่ 2nd Wave ที่รุนแรงอย่างแน่นอนแล้ว ทุกๆคนครับ คงต้องเตรียมยกการ์ดสูงสุด และถ้าเป็นไปได้ กองทัพบกและทัพเรือควรรีบปิดชายแดนทางบก และทางทะเลโดยทันทีครับ ณ จุดนี้ต้องตามสถานการณ์เมียนมาทุกวัน และพร้อมล็อคพรมแดนตะวันตกทั้งแนวครับ ถ้าเมียนมาเอาไม่อยู่ เราน่าจะมีเวลาจากวันนี้ไปอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่จะยัน ทางฝั่งเรา หรือส่งกองหนุนไปช่วยเมียนมารบ Covid ในบ้านของเขาเลยครับ ถ้าเมียนมาแพ้ เราก็อันตรายมากครับ Time Line: วันที่ 16 ส.ค. 63 ที่ผ่านมาตรวจพบ Local Transmission ในเมียนมาขึ่้น 1 กรณี หลังจากที่ไม่เกิดมาเลย 1 เดือนเต็ม นี่คือวันแรกของ 2nd Wave ในเมียนมา วันที่ 21 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 45 คนหลังจากผ่านมาได้ 6 วันนับจากวันแรก วันที่ 24 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 100 คน เพิ่มขึ้น 2 เท่าภายใน 3 วัน มีแนวโน้มว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อเร็ว มี Doubling Day แค่ 3 วัน วันที่ 26 ส.ค. 63 ตรวจพบ Total Case ของ 2nd Wave รวม 206 คนยืนยัน Doubling Day แค่ 2-3 วัน สถานการณ์ช่วง 10 วันที่ผ่านมา ยืนยันได้แน่นอนว่า 2nd Wave แน่นอนแล้ว และรุนแรงกว่า 1st Wave มาก ตอนนี้รัฐบาลเมียนมารับรู้แล้ว และเริ่ม Partial Lockdown บางส่วน ซึ่งต้องตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะได้ผลแค่ไหนนะครับ แต่เชื่อได้ว่า รอบนี้ผู้ติดเชื้อมีโอกาสหลุดไประดับอย่างน้อย 2000 - 3000 สูงมาก และอาจไปไกลกว่านั้นมากถ้าเอาไม่อยู่ กรณีนี้ตัวเลขเริ่มต้นแย่และร้ายแรงกว่ากรณีดานังของเวียดนามที่เพิ่งผ่านมามากครับ Prediction: จุดเช็คว่ารัฐบาลเมียนมาเอาอยู่หรือไม่ จุดที่ 1 : ตัวเลขเฉพาะ 2nd Wave ถึง 800 คน ก่อน 1 ก.ย. คือเอาไม่อยู่ (คำนวณจาก Total Case ลบด้วย 374 คนของเวฟแรก) จุดที่ 2 : ตัวเลขเฉพาะ 2nd Wave ถึง 5,000 คน ก่อน 8 ก.ย. คือ เอาไม่อยู่อยู่และหนักมาก ด้วยความเคารพต่อท่านนายกประยุทธ รัฐบาลและกองทัพนะครับ ผมเชื่อว่า ภายใน 2-3 วันข้างหน้านี้ เราอาจจะต้องตัดสินใจในด้านปฏิบัติการทางทหารบางอย่าง เพื่อป้องกันชายแดนตะวันตกของเรา และรักษาประเทศของเราให้ปลอดภัยครับ ณ ปัจจุบัน ชายแดนฝั่งนั้น มีคนลักลอบเดินข้ามไปมามากมายเหลือเกิน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้นับจากนี้ไปแล้วครับ ผมจะตาม Update สถานการณ์ในเมียนมารายวัน คาดว่าภายใน 2-3 วันข้างหน้า เราน่าจะเห็นความเสี่ยงต่างๆชัดเจนมากขึ้นอีกมาก ซึ่งน่ากังวลใจเหลือเกินว่าอาจจะหนักครับ และถ้าเมียนมาพังหนักแบบฟิลิปปินส์ เราไม่รอดแน่ครับ ถ้าเป็นไปได้ ส่งกองหนุนไปช่วยเมียนมารบ Covid ในบ้านของเขาเลย น่าจะเป็นการต่อสู้เชิงรุกที่ดีที่สุดครับ ยังหวังอยู่ว่าอีก 2-3 วันตัวเลขจะกลายเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้ายครับโควิด 2019ไม่ระบุชื่อ• 6 ปีที่แล้ว2 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยภัยอินเตอร์เน็ตภัยอินเทอร์เน็ต 4 กลลวง มุกเก่าที่มิจฉาชีพยังนิยม . เช็กให้ดีก่อนคลิก คิดให้ดีก่อนโดนหลอก . 1. สินค้าราคาถูก แต่ของจริงไม่ตรงปก โดนกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ โดนลวงด้วยของคุณภาพดี ราคาถูก ซื้อแล้วไม่ได้ของ หรือส่งของไม่ตรงปก หรือโดนหลอกเงินเพิ่มซ้ำเพื่อให้ได้ของชิ้นนั้น . 2. เฟซบุ๊กปลอม สวมบทบาทหลอกเงิน วิธีนี้มีหลายแบบมาก ๆ ทั้งโดนแฮกเฟซบุ๊ก โทรศัพท์ เพื่อที่จะปลอมเป็นตัวบุคคลนั้น ๆ หลอกเอาเงินเพื่อน ญาติ หรือคนที่เรารู้จัก โดยจะมีการสืบข้อมูลเบื้องต้นมาแล้วพอสังเขป . 3. โรแมนซ์สแกม หลอกให้รัก หลอกลงทุน ใช้ชื่อปลอม รูปปลอม ข้อมูลปลอม มาหลอกให้รัก ส่วนมากจะมาในแอปพลิเคชันหาคู่ต่าง ๆ หรือช่องทางออนไลน์ทุกช่องทาง ระวังให้ดี! อย่าคิดลงทุน หรือโอนเงินให้ถ้ายังไม่รู้จัก ยังไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ . 4. ใช้รูปคนอื่นมาตีสนิท แต่คิดหลอกลวง ในยุคอินเทอร์เน็ตแพร่หลาย มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยจะใช้รูปบุคคลที่มีหน้าตาสวย หล่อ พิมพ์นิยมมาใช้เป็นตัวเอง ตั้งชื่อ สร้างข้อมูลปลอม หลอกคุยกัน เหยื่อเชื่อใจ แล้วขอนัดเจอในสถานที่ลับตาคน เจอแบบนี้ต้องคิดไว้ก่อนว่ามาร้ายแน่ ๆ . ที่มา : ตำรวจภูธรภาค 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ . #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ภัยอินเทอร์เน็ต #มิจฉาชีพ #ของไม่ตรงปก #โดนหลอกผู้บริโภคเฝ้าระวังแอคปลอมSpark Forme• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! ร่างกายอักเสบ ตัวร้อน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกได้ตามที่มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องร่างกายอักเสบ ตัวร้อน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการให้ข้อมูลโดยระบุว่า ร่างกายอักเสบ ตัวร้อน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกได้ ทางสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า โรคหลอดเลือดสมอง มี 2 ประเภทคือ สมองขาดเลือด และภาวะเลือดออกในเนื้อสมอง โดยพบโรคหลอดเลือดตีบตันมากกว่าเส้นเลือดแตกในสมอง ซึ่งภาพรวมพบภาวะสมองขาดเลือดมากกว่าเลือดออกในสมอง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทั้งสองภาวะนี้คือ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ โรคไต โรคภาวะอุดกั้นลมหายใจขณะนอน (OSA) เป็นต้น อาการแสดงสำคัญที่ควรรู้ และควรสังเกตอย่างสม่ำเสมอ มีดังนี้ ชา หรืออ่อนแรงที่หน้า แขน หรือขา ซีกใดซีกหนึ่งอย่างทันทีทันใด พูดลำบาก พูดไม่ได้หรือไม่ชัด หรือไม่เข้าใจคำพูดอย่างทันทีทันใด มีปัญหาการมองเห็น ตามัว หรือเห็นภาพซ้อนของตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างอย่างทันทีทันใด มีอาการมึนงง เวียนศีรษะ เดินไม่ได้ เดินลำบาก เดินเซ หรือสูญเสียการทรงตัวในการยืนและเดินอย่างทันทีทันใด ปวดศีรษะรุนแรงอย่างทันทีทันใดโดยไม่ทราบสาเหตุStd47935• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยข่าวปลอม อย่าแชร์! อาหารเสริมมณฑาและอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง เป็นยาอายุวัฒนะกรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอาหารเสริมมณฑาและอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง เป็นยาอายุวัฒนะ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์สุขภาพว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมณฑา และอัคคี ทานคู่กันสามารถป้องกันเส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง และเป็นยาอายุวัฒนะ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในชื่อ มณฑา (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลข อย. 50-1-05258-5-0406 และ อัคคี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลข อย. 50-1-05258-5-0404 ซึ่งการแสดงภาพผลิตภัณฑ์และข้อความ มณฑาช่วยเรื่อง ลดความดันสูง ขยายหลอดเลือดหัวใจ และสมอง อัคคีช่วยเรื่อง ขับไขมันในร่างกาย ไขมันอุดตันในหัวใจ ไขมันในเลือด และ ทานคู่กันสามารถป้องกัน เส้นเลือดตีบ แขนขาอ่อนแรง และเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืน พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522 ต่อไปยาสมุนไพรอย. เพิกถอนผู้บริโภคเฝ้าระวังstd47603• 3 ปีที่แล้ว1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
- 1 คนสงสัยท้องถิ่นทำเงิน! ชาวบ้านพลิกวิกฤติน้ำแห้ง งมหอยแครงน้ำจืด สร้างรายได้งามชาวบ้านโคราช พลิกวิกฤติน้ำแห้งเป็นโอกาส แห่งมหอยแครงน้ำจืดในอ่างเก็บน้ำลำห้วยสะกาด น้ำลดจนวัว-ควายเดินลงไปกินหญ้าได้ โดยงมหอยนำไปขายสร้างรายได้งาม เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า วันนี้ที่อ่างเก็บน้ำลำห้วยสะกาด ตำบลนิคม อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้มีชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากพลิกวิกฤติน้ำลด พากันออกมางมหอยแครงน้ำจืดในอ่างเก็บน้ำลำห้วยสะกาด ในช่วงที่น้ำกำลังลดhithammarat• 3 ปีที่แล้ว
- 1 คนสงสัยยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมันเรื่องยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้คำแนะนำว่า ยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า แผ่นแปะลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ตามที่ปรากฏดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรส่วนประกอบของสมุนไพร โดยมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คือ ใช้สำหรับลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย ช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งจากการสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ไม่พบผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใดanuchit631710• 3 ปีที่แล้ว
- 2 คนสงสัยยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมันกรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับประเด็นเรื่องยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้ให้คำแนะนำว่า ยาสมุนไพรจีนแผ่นแปะลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า แผ่นแปะลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ตามที่ปรากฏดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรส่วนประกอบของสมุนไพร โดยมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คือ ใช้สำหรับลดน้ำหนัก ผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย ช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งจากการสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ไม่พบผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวนี้std48363• 3 ปีที่แล้ว

ไม่พบข้อความที่คุณค้นหา
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็นข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ที่ยังไม่พบใน Cofact กรุณาคลิกที่
สร้างข้อความ
