ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
หน้าฝนนี้ ให้ระวังโรคทางผิวหนัง "โรคผื่นกุหลาบ" โรคผิวหนังที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส หากหญิงตั้งครรภ์แรกเริ่มติด อาจเสี่ยงแท้งได้ จริงหรือ
โรคผื่นกุหลาบเป็นโรคผิวหนังมีอาการเฉียบพลัน ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด พบมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส ผื่นมีลักษณะเฉพาะ รูปร่างกลมหรือรี
มีการกระจายเป็นแนวตามร่องบนผิว คล้ายกับลักษณะของต้นสน โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดในคนอายุน้อย โดยเฉพาะช่วงอายุ 10-35 ปี พบได้ในทุกเชื้อชาติ
โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในอัตรา 2:1 ผื่นมักเกิดอยู่นานประมาณ 6-8 สัปดาห์แล้วหายได้เอง แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นนานถึง 5 เดือนหรือมากกว่า การวินิจฉัยแยกกับผื่นผิวหนังอักเสบอื่นๆ มีรายงานว่า การเกิดผื่นกุหลาบในผู้ป่วยตั้งครรภ์ เป็นความเสี่ยงทำให้เกิดการแท้งได้ โดยเฉพาะช่วง 15 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์
naydoitall
 •  6 ปีที่แล้ว
meter: true
1 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)
Ad.tar เลือกให้ข้อความนี้✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด

เหตุผล

แพทย์ผิวหนังเตือน "โรคผื่นกุหลาบ" โรคผิวหนังที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส พบบ่อยในช่วงฤดูฝน เผยอาการแสดงเบื้องต้น พร้อมแนะวิธีการรักษ

ที่มา

https://www.thairath.co.th/news/local/1876461

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกกรณี..! ความเพียรของคุณฉลาดและระมัดระวังตนเองอย่างถูกวิธี ด่วน!... FDA (อย.สหัฐ) และ Pfizer แพ้คดี ไฟเซอร์ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนให้เปิดเอกสารผลข้างเคียง 9 หน้า ทั่วโลกตกตะลึง !... เนื่องด้วยคำตัดสินของศาล ทำให้บริษัทผู้ผลิตพัฒนาวัคซีน Pfizer จะต้องรายงาน ซึ่งเดิมทีมีกำหนดจะนำข้อมูลออกให้ประชาชนรู้ในปี 2085 คืออีก 63 ปีข้างหน้า รายงานนี้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร PHPMPT ฟ้อง FDA ในเขต Northern District of Texas เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว โดยตั้งคำถามกับ FDA เรื่องการปกปิดข้อมูลจริงเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนต่อมนุษย์จากบริษัทยาเช่น ไฟเซอร์ FDA ได้ปฏิเสธว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 55 ปี ในการเปิดเผยตามกฎหมาย แต่ตอนรับเรื่องจากบริษัท Pfizer และอนุมัติ ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ดังนั้น ด้วยการพ่ายแพ้ต่อศาลนี้ จึงทำให้บริษัท Pfizer จะต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะเป็นชุดๆ หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้ FDA แพ้คดี (ไม่งั้นก็เข้าคุก) นี่เป็นผลข้างเคียงของวัคซีน (Vaccine Side Effect) ที่เผยแพร่ครั้งแรกต่อสายตาชาวโลก ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่ากลัวมาก โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข้าไปแล้ว ไม่มีทางแก้ไข รอผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดกับบุคคล เพราะในเอกสารข้อมูลระบุชัดว่า ทางบริษัท Pfizer ได้ใส่เชื้อไวรัส อันก่อให้เกิดโรคเข้าไป เพื่อให้ประชาชนเจ็บป่วย เพื่อจะได้ขายยารักษาโรคนั้นๆ ในอนาคต ไวรัสที่ผสมในวัคซีนและฉีดให้ผู้คนได้แก่ ไวรัสที่กระตุ้นโรค ดังนี้ - โรคลูปัสผิวหนังเฉียบพลัน, - โรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน, - การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน, - จอประสาทตา macular ภายนอกเฉียบพลัน, - cardiomyopathy เฉียบพลัน, - ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน, - vasculitis บริเวณที่ฉีด, - อาการชัก, - ผมร่วงเป็นหย่อมๆ, - อาการช็อกจากภูมิแพ้, - แอนาฟิแล็กซิสของการตั้งครรภ์, - โรคโลหิตจางชนิดอะพลาสติก, - ภาวะโรคลิ่มเลือด, - หัวใจเต้นผิดจังหวะ หอบหืด, - หลอดลมหดเกร็ง, - หัวใจหยุดเต้น, - หัวใจล้มเหลว, - ไม่สบายแน่นหน้าอก, สำลัก, -glomerulonephritis แพ้ภูมิตัวเองเรื้อรัง, - โรคลูปัสผิวหนังเรื้อรัง erythematosus, - ลมพิษที่เกิดขึ้นเองเรื้อรัง, - โรคโลหิตจาง hemolytic, - อาการลำไส้ใหญ่บวม, - โรคผิวหนัง, - โรคเบาหวาน, - งูสวัดกระจาย, - เส้นเลือดอุดตันในสมอง, - ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ, - อาการคัน, ตาบวม, - ใบหน้าอัมพาต, - เริมที่อวัยวะเพศ, - อัมพาตเส้นประสาท - glossopharyngeal, - vasculitis ริดสีดวงทวาร, - ปากมดลูกอักเสบ, - โรคลูปัส โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, - โรคลูปัส โรคไข้สมองอักเสบ, - หลายเส้นโลหิตตีบ, - myasthenia gravis ทารกแรกเกิด, - โรคไขข้อ, - โรคหูน้ำหนวกไม่ติดเชื้อ, - ไทรอยด์อักเสบ, - โรคตับอักเสบ... ตัวอย่างไวรัสดังกล่าวยังไม่หมด นี้เป็นเพียงข้อมูล 10 แผ่นที่เปิดเผยออกมาจากทั้งหมด 85,000 แผ่น ที่จะทะยอยออกมาตามคำสั่งของศาล เชื้อไวรัสที่ผสมในวัคซีน ดังปรากฏข้างต้นมีปฏิกิริยามากกว่าหนึ่งพันแบบ ไม่จำกัดเฉพาะผลข้างเคียง/อาการไม่สบายกายที่หลายคนจะมี เป็นพฤติกรรมทางเลือกที่ทำร้ายตัวเองเพราะกลัว... จากการทดสอบ 46,000 คน 42,000 คนมีอาการไม่พึงประสงค์ ! เสียชีวิต 1,200 ราย CR :: AFP, Reuter, CNN
    ไม่ระบุชื่อ
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน!* * ความเพียรของคุณ ฉลาดและถูกต้องอย่างยิ่ง! ** ด่วน!...FDA (อย.สหัฐ) และ Pfizer แพ้คดี !! ไฟเซอร์ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน! เปิดเอกสารผลข้างเคียง 9 หน้า! ทั่วโลกตกตะลึง!... เนื่องด้วยคำตัดสินของศาล ทำให้บริษัทผู้ผลิตพัฒนาวัคซีนPfizer จะต้องรายงาน ซึ่งเดิมที่มีกำหนดเดิมจะนำข้อมูลออกให้ประชาชนรู้ในปี 2085 คืออีก 63 ปีข้างหน้า รายงานนี้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร PHPMPT ฟ้อง FDA ในเขต Northern District of Texas เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยตั้งคำถามกับ FDA เรื่องการปกปิดข้อมูลจริงเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนต่อมนุษย์จากบริษัทยาเช่น ไฟเซอร์ FDA ได้ปฏิเสธว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 55 ปีในการเปิดเผยตามกฎหมาย แต่ตอนรับเรื่องจากบริษัทPfizer และอนุมัติ ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ดังนั้น ด้วยการพ่ายแพ้ต่อศาลนี้ จึงทำให้บริษัทPfizer จะต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะเป็นชุดๆ หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้ FDA แพ้คดี(ไมงั้นก็เข้าคุก) นี่เป็นผลข้างเคียงของวัคซีน(Vaccine Side Effect) ที่เผยแพร่ครั้งแรกต่อสายตาชาวโลก ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่ากลัวมาก โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข้าไปแล้ว ไม่มีทางแก้ไข รอตายอย่สงเดียว !!! เพราะในเอกสารข้อมูลระบุชัดว่า ……… ทางบริษัท Pfizer ได้ใส่เขื้อไวรัส อันก่อให้เกิดโรคเข้าไป เพื่อให้ประชาชนเจ็บป่วย เพื่อจะได้ขายยารักษาโรคนั้น ๆ ในอนาคตไวรัสที่ผสมในวัคซีนและฉีดให้ผู้คนได้แก่ ไวรัสที่กระตุ้นโรค ดังนี้ โรคลูปัสผิวหนังเฉียบพลัน, โรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน, การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน, จอประสาทตา macular ภายนอกเฉียบพลัน, cardiomyopathy เฉียบพลัน, ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน, vasculitis บริเวณที่ฉีด, อาการชัก, ผมร่วงเป็นหย่อม, อาการช็อกจากภูมิแพ้, แอนาฟิแล็กซิสของการตั้งครรภ์, โรคโลหิตจางชนิดอะพลาสติก, ลิ่มเลือด, หัวใจเต้นผิดจังหวะ หอบหืด, หลอดลมหดเกร็ง, หัวใจหยุดเต้น, หัวใจล้มเหลว, ไม่สบายหน้าอก, สำลัก, glomerulonephritis แพ้ภูมิตัวเองเรื้อรัง, โรคลูปัสผิวหนังเรื้อรัง erythematosus, ลมพิษที่เกิดขึ้นเองเรื้อรัง, โรคโลหิตจาง hemolytic, อาการลำไส้ใหญ่บวม, โรคผิวหนัง, โรคเบาหวาน, งูสวัดกระจาย เส้นเลือดอุดตันในสมอง, ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ, อาการคัน, ตาบวม, ใบหน้าอัมพาต, เริมที่อวัยวะเพศ, อัมพาตเส้นประสาท glossopharyngeal, vasculitis ริดสีดวงทวาร, ปากมดลูกอักเสบ, โรคลูปัสโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, โรคลูปัสโรคไข้สมองอักเสบ, หลายเส้นโลหิตตีบ, myasthenia gravis ทารกแรกเกิด, โรคไขข้อ, โรคหูน้ำหนวกไม่ติดเชื้อ, ไทรอยด์อักเสบ, โรคตับอักเสบ... ตัวอย่สงไวรัสดังกล่าวยังไม่หมด นี้เป็นเพียงข้อมูล 10 แผ่นที่เปิดเผยออกมาจากทั้งหมด 85,000 แผ่น ที่จะทะยอยออกมาตามคำสั่งของศาล เชื้อไวรัสที่ผสมในวัคซีน ดังปรากฏข้างต้นมีปฏิกิริยามากกว่าหนึ่งพันแบบ ไม่จำกัดเฉพาะผลข้างเคียง/อาการไม่สบายกายที่หลายคนจะมี เป็นพฤติกรรมทางเลือกที่ทำร้ายตัวเองเพราะกลัว... จากการทดสอบ 46,000 คน 42,000 คนมีอาการไม่พึงประสงค์! เสียชีวิต 1200 ราย! CR :: AFP, Reuter, CNN เครือข่ายข้อมูล :: US168 2022-03-05 02:17
    ไม่ระบุชื่อ
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อาการและอาการแสดงของฝีดาษลิง
    อาการในระยะแรกของผู้ป่วยได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ อ่อนเพลียโดยอาจเป็นอาการคล้ายคลึงกับที่พบในผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่โรคที่มีอาการคล้ายคลึงกันได้แก่ อีสุกอีใส หัด และฝีดาษ แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงมักมีต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วยโดยจะพบที่ต่อมน้ำเหลืองหลังหู ใต้ขากรรไกร คอ หรือขาหนีบ โดยจะพบก่อนที่จะมีผื่นหลังมีไข้ได้ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะมีผื่นที่มีลักษณะเฉพาะ มักขึ้นที่ใบหน้าก่อนบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยมักพบที่ส่วนนอกของร่างกายมากกว่าตำแหน่งอื่นผู้ป่วยประมาณสามในสี่จะมีรอยโรคที่ฝ่ามือฝ่าเท้า สองในสามจะมีในปาก หนึ่งในสามจะมีที่อวัยวะเพศ และหนึ่งในห้าจะมีที่ตา รอยโรคในระยะแรกเริ่มจะเป็นผื่นจุดแบน (macule) จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นตุ่มนูน (papule) เป็นตุ่มน้ำใส (vesicle) เป็นตุ่มหนอง (pustule) ตามลำดับ ก่อนที่จะกลายเป็นสะเก็ดและหลุดลอกออกไปในที่สุดผู้ป่วยอาจมีรอยโรคได้ตั้งแต่มีเล็กน้อย 2-3 จุด ไปจนถึงมีมากหลายพันจุด ซึ่งหากมีมากๆ บางครั้งรอยโรคหลายๆ อันอาจรวมกันเป็นรอยโรคขนาดใหญ่ได้ ผื่นในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะที่ตรงกันและมีลักษณะเหมือนผื่นที่พบในโรคฝีดาษระยะที่มีผื่นมักเป็นอยู่ประมาณ 10 วันโดยผู้ป่วยอาจยังคงรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ 2-4 สัปดาห์[1] หลังจากหายแล้วบริเวณที่เคยเป็นผื่นจะมีรอยจางอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะกลายเป็นแผลเป็นสีเข้ม
    pocky18b
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ข่าวปลอม หมักผมด้วย "กระเทียม" รักษาผมร่วง
    เรื่องจริงของกระเทียม แม้จะใช้หมักผมเพื่อรักษาผมร่วงไม่ได้ แต่มีประโยชน์อื่นที่ไม่ควรมองข้าม ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล เรื่อง หมักผมด้วยกระเทียม เพื่อรักษาผมร่วง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยการแชร์สูตรหมักผมด้วยกระเทียม ระบุสรรพคุณว่าช่วยรักษาผมร่วง ทำให้ผมแข็งแรง ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากยังไม่มีเอกสารทางวิชาการหรืองานวิจัยที่น่าเชื่อถือ สำหรับนำมายืนยันว่ากระเทียมสามารถรักษาผมร่วงได้จริง โรคผมร่วง หรือผมบางเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ผมบาง เส้นผมเปราะแล้วหัก ผมไม่ขึ้น อาจเกิดจากโรคประจำตัว การได้รับยาหรือสารเคมีบางประเภท การได้รับเคมีบำบัด การฉายรังสี ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้ และกระเทียมนั้นมีสรรพคุณตามข้อมูลสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน คือ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด รักษาอาการกลากเกลื้อน จึงไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาผมร่วง   ข้อมูลจากกรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วเส้นผมของคนเรามีประมาณ 80,000 ถึง 1,200,000 เส้น งอกยาวขึ้นวันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตรและมีอายุนาน 2 ถึง 6 ปี โดยปกติคนเราจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30 ถึง 50 เส้น สาเหตุของภาวะผมร่วง ได้แก่ 1. ผมร่วงจากกรรรมพันธุ์ สามารถพบได้ทั้งชายและหญิง มักพบในเพศชายมากกว่า เห็นเป็นเส้นขนอ่อน ๆ ทำให้ผมบริเวณนั้นดูบางลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะและหน้าผาก 2. ผมผลัด เกิดผมร่วงเนื่องจากผมหยุดเจริญชั่วคราวจากการเจ็บป่วยหรือความเครียดหรือขาดสารอาหาร เช่น เหล็กหรือวิตามินดี ทำให้วงจรชีวิตเส้นผมที่กำลังเจริญมีการหยุดเจริญและหลุดร่วงมากกว่าปกติ 3. ผมร่วงเป็นหย่อม เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด จะมีอาการผมร่วงเฉพาะที่ บริเวณผมที่ร่วงจะมีลักษณะกลมหรือรี ขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มีเส้นผมหนังศีรษะในบริเวณนั้น ไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นสะเก็ด หรือเป็นขุย 4. ผมร่วงจากการถอน พบได้บ่อยในผู้ใหญ่และเด็กที่มีความเครียดจากสาเหตุต่าง ๆ ผู้ป่วยจะดึงผมตัวเองจนผมแหว่ง หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงจะไม่มีผื่นคัน หรือเป็นขุย และจะพบเส้นผม ที่เป็นตอสั้น ๆ 5. ผมร่วงจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่ศีรษะ กลากที่ศีรษะ อาจพบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากการติดเชื้อราโรคนี้ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ เป็นผื่นแดงคัน และเป็นขุย หรือก้อนอักเสบคล้ายฝี อาจจะมีโรคเชื้อรา (กลาก) ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้  6. ผมร่วงจากการทำผม การม้วนผม ย้อมสีผม  ดัดผม เป่าผมหรือวิธีอื่น ๆ อาจทำให้มีอาการผมร่วงได้จากการที่มีหนังศีรษะอักเสบ หรือเส้นผมเปราะหัก 7. ผมร่วงจากโรคอื่น ๆ ผู้ป่วยที่มีโรคบางอย่าง เช่น  โรคเอสแอลอี ก็อาจมีอาการผมร่วง ผมบาง ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง ปวดตามข้อ มีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่หน้า โรคผมร่วงบางอย่างอาจมีการอักเสบที่บริเวณสเต็มเซลล์ทำให้เกิดผมร่วงแบบเป็นแผลเป็นซึ่งแผลเป็นจะไม่หาย
    std48423
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กัญชาสามารถรักษา14โรคนี้ได้จริงหรอครับ
    1. รักษาภาวะเบื่ออาหาร กัญชาใช้เป็นสารกระตุ้นความอยากอาหาร จะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง 2. การป้องกันการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด 3. รักษาโรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง 4. รักษาภาวะปวดประสาทส่วนกลาง ที่ใช้วิธีการรักษาอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล 5. บรรเทาหอบหืด ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม6. การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติและในคนที่ความดันลูกนัยน์ตาสูงจากต้อหิน การให้กัญชาทางปากหรือทางหลอดเลือดดำให้ผลเหมือนกัน ซึ่งขึ้นกับชนิดอนุพันธ์กัญชามากกว่า จะเกิดจากฤทธิ์กล่อมประสาทของกัญชา กัญชาไม่ได้รักษาโรคขาด แต่ช่วยยับยั้งการบอดไม่ให้เป็นมากขึ้น เมื่อยาทั่วไปไม่อาจช่วยได้ และการผ่าตัดเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป 7. ลดอาการปวด สารในกลุ่มแคนนาบินอยด์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะ THC สามารถช่วยลดอาการปวดเรื้อรัง และช่วยให้สามารถนอนหลับได้เพิ่มขึ้น และช่วยลดอาการปวดข้อ แต่สำหรับอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยมะเร็งนั้นยังไม่มีข้อสรุปทางคลินิกที่ชัดเจน 8. รักษาโรคพาร์กินสัน แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม 9. รักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม 10. รักษาโรคปลอกประสาทอักเสบอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง) แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม 11. นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ เปิดเผยถึงข้อมูลในตำราพระโอสถพระนารายณ์ และตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พบตำรับยาไทยที่เข้ากัญชาอยู่หลายตำรับ เช่น - ตำรับศุขไสยาศน์ สรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย แก้ปวด เจริญอาหาร นำมาใช้ทดแทน/เสริมกับยาแผนปัจจุบันในกลุ่มยานอนหลับ ยาคลายเครียด - ตำรับทำลายพระสุเมรุ มีฤทธิ์ช่วยแก้อาการแข็งเกร็งจากอัมพฤกษ์ อัมพาต - ตำรับน้ำมันสนั่นไตรภพ ช่วยเรื่องท้องมาน ท้องบวม คลายลมในท้อง ท้องอืดจากโรคมะเร็งตับ ใช้ทาบริเวณท้อง - ตำรับทัพยาธิคุณ ช่วยเรื่องโรคเบาหวาน ลดน้ำตาล 12. รักษาโรคริดสีดวงทวาร เมื่อทายาริดสีดวงและโรคผิวหนังเป็นประจำ พบว่าอาการอักเสบและอาการปวดลดลง หัวริดสีดวงที่โผล่ออกมานอกหรืออยู่รอบๆรูทวารฝ่อลง 13. รักษามะเร็ง สารสกัดจากกัญชาอาจยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดและยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกมะเร็งบางอย่างในหนูทดลองได้ หลังจากนั้น เมื่อมีการวิจัยเพิ่มขึ้น พบว่าสารสกัดจากกัญชาสามารถต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ได้จริง โดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดของก้อนมะเร็ง (Angiogenesis) และลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่นๆ (Metastasis) ในโรคมะเร็งหลายชนิด ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรแกรมการตายของเซลล์มะเร็ง (Program cell death) ผ่านกระบวนการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง แต่อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งด้วยสารสกัดกัญชา จึงต้องมีการศึกษาวิจัยในรายละเอียดแต่ละประเด็นต่อไป 14. คลายความวิตกกังวล จากประวัติการใช้กัญชาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายในอดีตทำให้มีความเป็นไปได้ที่สารกลุ่มแคนนาบินอลน่าจะมีฤทธิ์คลายความวิตกกังวล แต่อย่างไรก็ตามพบว่ากลไกการออกฤทธิ์นั้นซับซ้อนและยังไม่มีการอธิบายที่ชัดเจน จากรายงานทางคลินิกพบว่าการใช้สาร Fatty acid amide hydrolase inhibitors (FAAH inhibitors) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Endocannabinoids มีความสามารถในการลดอาการวิตกกังวลได้ ปัจจุบันสารหลายชนิดในกลุ่มนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิก
    Klamongkhon Klinhom
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false