1 คนสงสัย
* ข่าวดีคือ * ในที่สุด Ram นักศึกษาชาวอินเดียที่มหาวิทยาลัยพอนดิเชอร์รีได้พบยาสามัญประจำบ้านสำหรับ * Covid 19 * ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก WHO เป็นครั้งแรก เขาพิสูจน์แล้วว่า * พริกไทยป่น 1 ช้อนชาน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาน้ำขิงเล็กน้อยที่รับประทานติดต่อกัน 5 วันสามารถกำจัดผลของโคโรนาได้ถึง 100% * ทั่วโลกเริ่มรับการรักษานี้ในที่สุดก็เป็นประสบการณ์แห่งความสุขของปี 2021 * ส่งถึงทุกกลุ่มของคุณ ... *
ไม่มีอะไรจะหลวมจากการลองสิ่งนี้
ไม่ระบุชื่อ
 •  2 เดือนที่แล้ว
1 คนว่า ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ
meter: false
2 ความเห็น

โควิด 2019

ffera2 เลือกให้ข้อความนี้❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง

เหตุผล

ขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันเกี่ยวกับการรับประทานน้ำขิง น้ำผึ้ง พริกไทย ว่าสามารถป้องกัน และรักษาผู้ติดเชื้อไวรัส COVI

ที่มา

https://www.antifakenewscenter.com/ข่าวปลอม-อย่าแชร์-น้ำขิ/
https://www.antifakenewscenter.com/ข่าวปลอม-อย่าแชร์-ดื่มน-2/
anonymous เลือกให้ข้อความนี้⚠️️ ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ

เหตุผล

ไม่มีข้อมูลวิจัยที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุน ยาพื้นบเ้านสูตรนี้และไม่ควรลองทำด้วย ยาที่รักษาโควิดในขณะนี้ยังต้องมาจาก โรงพยาบาลและแพทย์ปัจจุบันส
  • มี 1 ความเห็น เจ้าของลบไปแล้ว.
  • เพิ่มความเห็นใหม่

    กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

    คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    โควิด ติดแล้ว ปอดจะทำงานไม่เหมือนเดิมตลอดไป จริงหรือไม่
    Don't mean to scare you, folks, but be very cautious, be protective & be safe to you all. ********************************************************** บอย วรพล สิงห์เขียวพงษ์ December 29, 2020 at 4:55 PM โควิด-19 เป็นแล้วโอกาสตายน้อยกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ จริงครับ > แต่หายแล้ว ปอดอาจพังตลอดชีวิต > ลิเดีย-แข็งแรง เหลือปอดทำงาน หกสิบเปอร์เซ็นต์ > ล่าสุด...31 ธันวาคม 2563 ผู้ว่าจังหวัดสมุทรสาครน่าจะเป็นเคสนี้ครับ บทความนี้ถูกส่งต่อกันมา ผมพอทราบว่ามีส่วนจริง แต่ให้แน่ใจ จึงส่งไปถามเพื่อนที่เป็น...’หมอ’ ! เขาตอบว่า...จริง !!! > โควิด-19 เป็นแล้วตายก็จบไป แต่ถ้าไม่ตายก็ต้องลุ้น ! > คุยกันครั้งใด เขาบอกผม...พี่อย่าให้เป็นนะ อายุเยอะแล้ว ตายก็ลำบากก่อนตาย ไม่ตายก็แย่ไปตลอดชีวิต ยกมา > "ผมกลัว" ที่จะติดเชื้อ Covid-l9 ผมจึงทำตามที่รัฐบาลบอก คือ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" และจะออกจากบ้าน เมื่อจำเป็นจริง ๆ ผมบอกว่า ผมเชื่อว่าใครที่ติดเชื้อ Covid-l9 จะไม่มีวันกลับไป "ปกติ" เพราะปอดจะไม่ทำงานเต็มร้อยอีกแล้ว > แต่...แต่ก่อนที่จะเสียชีวิต หากคุณติดเชื้อ รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน > คุณรู้ไหมว่า การรักษาโรคปอดติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2ol9 หรือ Covid-19 มันไม่ใช่แค่ใส่หน้ากากออกซิเจน แล้วนอนอ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์ อยู่บนเตียงสบาย ๆ ในโรงพยาบาล > เพราะเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วย Covid-19 (บางคน-ไม่ทุกคน) มันสร้างความเจ็บปวด ต้องสอดท่อลงไปในลำคอและคาไว้ จนกว่าจะหาย หรือตายภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยแทบไม่สามารถขยับตัว > การรักษานี้ คนไข้จะถูกจับให้นอนคว่ำกลับหัว มีท่อหายใจต่อจากปากขึ้นไปที่เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถพูด กิน หรือขับถ่ายได้ตามปกติ แถมเจ็บปวดตลอดเวลา > สิ่งที่แพทย์ช่วยได้ก็คือ ให้ยานอนหลับและยาแก้ปวด เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้สามารถทนต่อความเจ็บจากการใส่ท่อช่วยหายใจ เหมือนอยู่ในอาการโคม่าเทียม > ผ่านไป 20 วัน ผู้ป่วยจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ สี่สิบเปอร์เซนต์ และมีแผลในปากหรือหลอดลม เช่นเดียวกับปอด เกิดภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ > นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนแก่ หรือผู้ป่วยโรคอื่น เช่น ความดัน หัวใจ ไม่สามารถทนการรักษาได้ และอาจตายในที่สุด >>> ย้ำ..นี่ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ ! การให้อาหารเหลวใส่หลอดเข้าไปในท้องของคุณ ไม่ว่าจะผ่านจมูกหรือเส้นเลือด การที่ต้องมีพยาบาลมาช่วยขยับแขนขาทุกสoงชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับ และต้องนอนบนเตียงน้ำที่เย็น เพื่อช่วยลดอุณหภูมิ 40 องศาของคุณ "มันไม่ใช่เรื่องสนุก" และคนที่บ้านเป็นทุกข์แน่ ๆ นี่คือหนึ่งในเหตุผล ที่ชาติตะวันตก ปล่อยให้ตาย ไม่รับรักษา เพราะสิ้นเปลือง > ผมกลัว...ผมจึงอยู่บ้าน ถ้าคุณไม่กลัว ก็ตามสบายนะครับ ไม่สวมหน้ากากตอนออกจากบ้าน ไม่รักษาระยะห่าง ไปในที่สุ่มเสี่ยง เป็นเรื่องความรับผิดชอบที่คุณมีต่อครอบครัวของคุณเอง > ที่เล่ามาทั้งหมด ก็เพื่อคนที่คุณรัก เพื่อคนที่รักคุณ และ เพื่อตัวคุณเอง #เรียบเรียงบางส่วนจาก LIND ใครจะหาว่าผมตื่นตูม ก็ตามสะดวก แต่ผมว่าเราต้อง ‘ตื่นตัว’ แม้คนที่เป็น ไม่ทุกคนที่จะมีสภาพนี้ แต่ก็มีไม่น้อยที่หายแล้วปอดไม่เต็มร้อย > ผมว่าปอดพังเร็วมาก ยิ่งกว่าสูบบุหรี่ซะอีก > แชร์ได้ ไม่ต้องขอครับ > รักใคร ห่วงใคร ก็แชร์กันไป ถ้าคุณได้รับแชร์นี้มาแสดงว่ามีคนรักคุณ
    Mrs.Doubt
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อนุทิน ให้ทุกจังหวัด เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีน COVID-19 เข็มแรกได้ จริงหรือ
    ที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 /2564 มีมติเห็นชอบเพิ่มการจัดหาจำนวนวัคซีน COVID-19 อีก 50 ล้านโดส เพื่อเตรียมไว้ฉีดให้กับประชากร ทำให้ไทยจะมีวัคซีน COVID-19 ในปี 2565 จำนวน 150 ล้านโดส และเร่งเจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เพื่อจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมการกลายพันธุ์ รวมทั้ง​ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เร็วที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค เริ่มได้ทันทีตามความพร้อมของแต่ละจังหวัด โดยการฉีดวัคซีนจะมี 3 รูปแบบ​ คือ 1.นัดหมายผ่าน แอปหรือไลน์ หมอพร้อม 2.การนัดหมายเป็นกลุ่มก้อน ของทางหน่วยงาน เพื่อขอรับวัคซีน 3.รับการฉีดแบบไม่นัดหมายล่วงหน้า หรือ วอร์กอิน
    anonymous
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กปน. ลดค่าน้ำ 3% เป็นเวลา 3 เดือนช่วยอุ้มภาระช่วงโควิด ไม่ต้องลงทะเบียน
    ลดให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภท ตั้งแต่ พ.ค.-มิ.ย. และก.ค.นี้ รับสิทธิได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีลงทะเบียนใดๆ ให้ยุ่งยาก การประปานครหลวง (กปน.) ลดค่าน้ำ 3 % เป็นเวลา 3 เดือน ตามมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID – 19 ) ให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภท สำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม 2563 ซึ่ง กปน. จะให้ส่วนลดค่าน้ำประปากับผู้ใช้น้ำทุกราย 3 % ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์นี้
    anonymous
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    Bonnie Henry เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำจังหวัดบริติชโคลัมเบียซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งนี้ เธอยังเป็นรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย เธอมีพื้นฐานด้านระบาดวิทยาและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและเวชศาสตร์ป้องกัน เธอยังมาจาก PEI (เกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ด) ภูมิปัญญาของดร. บอนนี่เฮนรี่ 1. เราอาจต้องอยู่กับ COVID-19 เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี อย่าปฏิเสธหรือตื่นตระหนก อย่าทำให้ชีวิตของเราไร้ประโยชน์ มาเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อเท็จจริงนี้กันเถอะ 2. คุณไม่สามารถทำลายไวรัส COVID-19 ที่เจาะผนังเซลล์ได้โดยการดื่มน้ำร้อนมากๆ อีกทั้งจะทำให้คุณเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นด้วย 3. การล้างมือและรักษาระยะห่างทางกายภาพสองเมตรเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันของคุณ 4. หากคุณไม่มีผู้ป่วย COVID-19 ที่บ้านก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเชื้อพื้นผิวที่บ้านของคุณ 5. ตู้สินค้า ปั๊มน้ำมัน รถเข็น และตู้เอทีเอ็ม ไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ หากมีการล้างมือบ่อย จากใช้ชีวิตตามปกติ 6. โควิด -19 ไม่มีความเสี่ยง ที่แสดงให้เห็นว่า COVID-19 ติดต่อทางอาหารได้ 7. คุณสามารถสูญเสียความรู้สึกในการดมกลิ่น ด้วยอาการแพ้ และการติดเชื้อไวรัสจำนวนมาก นี่เป็นเพียงอาการไม่เฉพาะเจาะจงของ COVID-19 8. เมื่ออยู่บ้าน คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วนแล้วไปอาบน้ำ ไม่ควรถึงกับหวาดระแวง 9. ไวรัส COVID-19 ไม่ค้างอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน นี่คือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่ต้องสัมผัสใกล้ชิด 10. อากาศสะอาด คุณสามารถเดินผ่านสวนและผ่านสวนสาธารณะ (เพียงแค่รักษาระยะป้องกันทางกายภาพของคุณ) 11. ควรใช้สบู่ธรรมดาเพื่อป้องกันไวรัสโควิด -19 ไม่ใช่สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย เพราะนี่คือไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย 12. คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการสั่งอาหารของคุณ แต่คุณสามารถอุ่นทั้งหมดในไมโครเวฟได้หากต้องการ 13. โอกาสที่จะนำ COVID-19 กลับบ้านพร้อมกับรองเท้าก็เหมือนกับการถูกฟ้าผ่า 2 ครั้งในหนึ่งวัน ฉันทำงานกับไวรัสมา 20 ปี การติดเชื้อไม่แพร่กระจายแบบนั้น 14. คุณไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ด้วยน้ำส้มสายชูน้ำอ้อยและขิง! สิ่งเหล่านี้มีไว้เพื่อภูมิคุ้มกันไม่ใช่การรักษา 15. การสวมหน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน อาจจะรบกวนการหายใจและระดับออกซิเจนของคุณลดลง จงสวมใส่ในฝูงชนเท่านั้น 16. การสวมถุงมือก็เป็นความคิดที่ไม่ดีเช่นกัน ไวรัสสามารถสะสมเข้าไปในถุงมือและแพร่เชื้อได้ง่ายหากคุณสัมผัสใบหน้า ดังนั้นจึงควรล้างมือเป็นประจำ จะดีกว่า ภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลงเมื่อ ร่ายกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อ แม้ว่าคุณจะกินอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ควรจะออกจากบ้าน ไป สวนสาธารณะ / ชายหาดเป็นประจำ ภูมิคุ้มกันจะเพิ่มขึ้นตามการสัมผัส ไม่ใช่โดยการนั่งอยู่บ้านและบริโภคอาหารทอด / เผ็ด / หวานและเครื่องดื่มเติมอากาศ จงฉลาด ใช้ชีวิต รับทราบข้อมูล อย่างมีเหตุผล อย่าวิตก จนเกินไป ชีวิตจะปลอดภัย
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ผู้สูงอายุไม่ควรฉีดวัคซีน
    4 เหตุผลที่ไม่ควรให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีน ศาสตราจารย์นายแพทย์สุจริต ภักดีเป็นนักไวรัสวิทยาชาวเยอรมันและศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยา เขาเป็นคนไทยที่เกิดในสหรัฐอเมริกาและได้รับการศึกษาที่โรงเรียนในสวิตเซอร์แลนด์อียิปต์และไทย เขาเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เขาเป็นอดีตหัวหน้าสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสุขอนามัยในเยอรมนี นายแพทย์สุจริต ภักดี อายุ 73 ปี บอกว่าจะไม่ยอมให้ฉีดวัคซีนป้องกัน Covid -19 อย่างเด็ดขาดและนี่คือ 4 เหตุผลของท่าน 1. วัคซีน เฉพาะตัวมันเองก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ว : วัคซีนป้องกัน Covid - 19 นี้ไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุ เกือบทั้งหมดทดลองกับคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง เท่านั้น ราวครึ่งนึงมีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ มีภาวะบวมน้ำเหลือง ปวดหัว และไม่สบาย ดังนั้นถ้าฉีดวัคซีนนี้ให้กับคนสูงอายุที่มีอาการเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว ก็จินตนาการไม่ออกว่าหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วจะเป็นอย่างไร 2. วัคซีนมีส่วนประกอบหลายอย่างซึ่งสารหรือสิ่งที่ถูกห่อหุ้ม (mRNA) อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง 3. วัคซีนนี้อาจทำให้เกิดปฎิกริยาเกินจริง (Overreaction) กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตามมา เช่นไข้หวัดใหญ่ วัคซีนจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานเกินจริง ผลการทดลองในสัตว์ สำหรับเชื้อไวรัส ซาร์ - โควิด -1 พบว่ามันทำให้เกิดการขยาย (Amplification) ของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อทำปฎิกริยากับโรค ส่งผลให้สัตว์ทดลองเกือบเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อคุณฉีดวัคซีนเข้าไป ภายในเวลาไม่กี่นาที วัคซีน (mRNA) จะกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว และมันจะเข้าไปยังเซลล์ที่ไม่ได้ติดเชื้อด้วย และมันจะผลิตไวรัสโปรตีนในเซลล์ของเรา ทำเซลล์ของเราให้เป็นโรงงานผลิตโปรตีน และจะทำให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้งอาจส่งผลถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ 4. วัคซีนนี้ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์ (BioNtechไบโอเอนเทค ถึงกับห้ามให้วัคซีนกับสตรมีครรภ์เลยทีเดียว) และหากสตรีได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้วก็ไม่ควรมีครรภ์ในระยะ 2 เดือนหลังจากได้รับวัคซีน Cr. V.Chalermchai ผู้แปล
    Mrs.Doubt
     •  3 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    อ่านหน่อยนะ เตรียมตัวไว้นะ คนเยอะแยะบอกเราว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ติดไวรัสโคโรน่า แต่ไม่ยักมีใครสักคนบอกว่า ถ้าเกิดติดไวรัสแล้ว จะต้องทำอย่างไร ขอบคุณนะ คุณพยาบาลในจักรภพอังกฤษที่รวบรวมคำแนะนำนี้ให้เรา นี่เป็นคำแนะนำที่มีเหตุผลบางประการ จากพยาบาลทั่วไปในอังกฤษ นี่เป็นสิ่งที่ดิฉันเจอคำแนะนำว่า แรกที่สุดต้องทำอย่างไร จึงจะหลีกพ้นจากการติดไวรัส: • ล้างมือให้สะอาดหมดจด รักษาอนามัยร่างกาย อยู่ห่างๆ​ ผู้คน แต่ที่ดิฉันไม่เคยเห็นเลย คือ คำแนะนำว่า ถ้าเกิดติดไวรัสขึ้นมาจริงๆ​ จะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ซึ่งนี่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเราได้นะ ดังนั้น ในฐานะเป็นพยาบาลเพื่อนใกล้บ้าน ดิฉันขอให้คำแนะนำบางประการ: ถ้าคุณ เกิดติดเชื้อ โควิด-19 ขึ้นมา คุณต้องรู้จักเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน คล้ายๆกับว่า คุณรู้แล้วว่าคุณโดนไอ้เจ้าเชื้อทางเดินลมหายใจเล่นงานเข้าแล้ว เช่น เป็นมีภาวะหลอดลมอักเสบ หรือ ภาวะปอดบวม คุณต้องนึกไว้นะว่าอาการเหล่านี้จะเกิดกับตัวคุณ คุณต้องเริ่มทำสิ่งต่อไปนี้เดี๋ยวนี้เลย : ให้แสงแดดชะโลมทั่วตัววันละ 20 นาทีทุกวัน (หรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้) แสงแดดจะเพิ่มระดับไวตามิน D ให้คุณมากมาย นี่จะไปเสริมความสามารถของภูมิคุ้มกันของตัวคุณ ถ้ามีกำลังทรัพย์ ให้กินอาหารเสริมดีๆ ร่วมกับไวตามิน C 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน รวมทั้ง สังกะสี ซิลิเนียม และ สารกลูทาไธโอน น้ำมันตับปลายี่ห้อ Scott’s Emulsion ก็เป็นอาหารบำรุงชั้นดีทีเดียว (น้ำมันตับปลาค้อด) สิ่งที่คุณจำเป็นต้องซื้อล่วงหน้าเข้าไว้ก่อน คือ: *กระดาษ Kleenex* *ยาพาราเซตามอล Paracetamol* *ยาแก้ไอ ตามที่ชอบ (ให้ดูฉลากยาด้วย เพื่อให้แน่ใจว่า ยาแก้ไอจะไม่มียาพาราเซตามอลไปเพิ่มอีก) *ยาอมผสมสังกะสี *สะเปรย์พ่นคอ เช่น Andolex หรือ TCP *น้ำผึ้งกับมะนาวก็ได้นะ ดีทีเดียวละ​ ! ยาหม่อง Vicks* vaporub ก็ดีนะ คนใช้กันเยอะ *เครื่องลดความชื้น ก็ควรจะซื้อมาใช้ในห้องที่คุณจะนอนทั้งคืน (คุณอาจจะใช้วิธีอาบน้ำอุ่นจากฝักบัว และนั่งในห้องน้ำ หายใจเอาไอน้ำเข้าตัวก็ได้นะ) ถ้าคุณเคยเป็นหอบหืด และหมอเคยจ่ายยาพ่นให้ ต้องแน่ใจนะว่า มันยังไม่หมดอายุ ให้หายาพ่นมาสำรองไว้นะ *อาหารการกิน* นี่เป็นเวลาเหมาะแก่การทำอาหารดีๆกิน ให้ทำซุบไว้เยอะๆเลย ใส่ตู้เย็นเอาไว้ พร้อมทุกเมื่อ *น้ำ น้ำ น้ำ* ตุนไว้เลยนะ ของเหลวใสๆที่คุณชอบนั่นแหละ เอาไว้ดื่มกิน น้ำประปาก็น่าจะดีนะ บางครั้งบางคราวคุณอาจนะต้องใช้ *การจัดการกับอาการที่เกิดขึ้น เมื่อมีไข้สูงกว่า 38°c ให้กินยา Paracetamol จะดีกว่ายา Ibuprofen. *พักผ่อนเยอะๆ * คุณไม่ควรออกจากบ้านนะ​ ! ถึงแม้ว่าคุณรู้สึกดีขึ้น ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ก็อาจจะมีเชื้อไวรัสอยู่กับตัวไปตั้ง 14 วัน ดังนั้น คนแก่กับคนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว อย่าไปใกล้เขานะ *ใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัย* เพื่อป้องกันไม่ให้กระจายเชื้อไปให้คนอื่นในบ้านของคุณเอง *กักตัว* ในห้องนอน ถ้าคุณไม่ได้อยู่แต่ลำพัง ให้บอกเพื่อนและคนในครอบครัวให้ วางสิ่งที่จะส่งให้คุณไว้ภายนอก เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสติดต่อ *ทำความสะอาด* ซักผ้าปูที่นอน เสื้อผ้าบ่อยๆ และล้างห้องน้ำด้วยน้ำยาทำความสะอาดด้วย *คุณไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล เว้นไว้แต่ว่า คุณกำลังหายใจลำบาก หรือมีไข้สูงมาก(มากกว่า 39°C) แล้ว ใช้หยูกยาต่างๆ​ ไม่ได้ผล กับผู้ใหญ่ ที่มีสุขภาพดีแล้ว 90% สามารถดูแลได้ที่บ้าน โดยการพักผ่อน ดื่มน้ำ กินยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา ถ้าคุณกังวล หรือไม่สบายใจ​ รู้สึกว่า ตัวเองอาการจะหนักขึ้น *ความเสี่ยงที่มีอยู่แล้ว* ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพปอด (เช่น​ หายใจติดขัด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด) หรือกำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ต้องคุยกับหมอแล้วละว่า คุณควรจะทำอย่างไร หากคุณเกิดไม่สบายขึ้นมา *สำหรับเด็กๆ* พ่อแม่ออกจะโล่งใจว่า โคโรนาไวรัส ญาติดีกับเด็กมาก มันมักจะเป็นไม่กี่วันก็หาย (แต่มันก็ยังเป็นเชื้อโรคติดต่อนะ) จึงต้องคำนึงถึงสภาพเด็กๆ​ ด้วย . *ให้มีสติและตระเตรียมตามควรแก่เหตุ* แล้วทุกอย่างจะไม่เสียหาย จะบอกคุณเอาไว้ว่า ค่า pH ของโคโรนาไวรัสทั้งหลาย มีได้ตั้งแต่ 5.5 ถึง 8.5. สิ่งที่เราต้องทำ ในการจัดการกับไวรัสโคโรนา คือ เราต้องกินอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง โดยมีค่า pH สูงกว่าของไวรัส ดังที่บอกไว้ข้างบนนี้ อาหารเหล่านั้น เช่น *มะนาวฝรั่ง - 9.9pH* *มะนาว - 8.2pH* *อะโวคาโด - 15.6pH* *กระเทียม - 13.2pH* *มะม่วง - 8.7pH* *ส้มเขียวหวาน - 8.5pH* *สับปะรด - 12.7pH* *ดอกเก็กฮวย(?) - 22.7pH* *ส้ม - 9.2pH* คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณติดไวรัสโคโรนาเข้าให้แล้ว? 1. คันคอ 2. คอแห้ง 3. ไอแห้งๆ 4. มีไข้ตัวร้อน 5. หายใจถี่ หอบ 6. ไม่ได้กลิ่น และไม่รู้รส 7. นิ้วเท้า มีสีเขียวคล้ำ หรือดำ ดังนั้น เมื่อใดมีอาการอย่างนี้ให้กินน้ำอุ่น ร่วมกับน้ำมะนาวเข้าไปเลย อย่าเก็บข้อมูลนี้ไว้ กรุณาส่งต่อๆไปให้คนในครอบครัวและเพื่อนๆด้วยนะ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมากฎหมายของสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้: 🎯สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย คำเตือนที่ 99-33 ออกห้ามสิ่งต่อไปนี้ อาหารญี่ปุ่นที่นำเข้าสู่สหรัฐอเมริกา: 📎นมสด 📎เนย 📎ผงนม 📎นมผงทารกและอื่น ๆ 📎ผลิตภัณฑ์นม 📎ผัก มันเทศ เกลือ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 📎ข้าว 📎ข้าวสาลีทั้งหมด 📎ปลา; 📎เนื้อสัตว์และสัตว์ปีก 📎หอย; 📎หอยเม่น; 📎ส้มโอ ส้ม; 📎แอปเปิ้ล กีวีและผลไม้อื่น ๆ ❌สาเหตุคือการปนเปื้อนของ Radionuclide ในที่สุดญี่ปุ่นก็ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมการปล่อยน้ำเสียกัมมันตภาพรังสีวันละหลายล้านตันของฟุกุชิมะซึ่งไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้หลายคนป่วยด้วยโรคมะเร็งหรือ โรคต่างๆส่งผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทั่วโลกนึกไม่ถึง! ❌อย่ากินอาหารญี่ปุ่น 💢ในน่านน้ำชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาพบว่าค่ากัมมันตภาพรังสีสูงขึ้นเรื่อย ๆ พยายามอย่าไปญี่ปุ่นให้มากที่สุดจะดีที่สุดไม่ควรไป 💢รัฐบาลออสเตรเลียหยุดการออกวีซ่าสำหรับชาวญี่ปุ่น 💢สหรัฐอเมริกายังหยุดการอพยพชาวอเมริกันของชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันสถานการณ์ในญี่ปุ่นเลวร้ายกว่าที่เราคิดมากกว่า 70 ของดินแดนทั้งหมดของญี่ปุ่นเต็มไปด้วยมลพิษ วัสดุกัมมันตภาพรังสีของญี่ปุ่นได้ไหลลงสู่มหาสมุทรและพื้นที่ของมหาสมุทรที่ได้รับผลกระทบก็กว้างขึ้น เป็นเรื่องร้ายแรงกว่าที่คิดรัฐบาลญี่ปุ่นกลัวว่าจะเกิดความตื่นตระหนกพวกเขาจะยอมแพ้หรือโกหกเพื่อบอกคนรอบข้าง ห้ามรับประทานอาหารทะเลหรือเห็ดใด ๆ ในญี่ปุ่น หลังจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดวัสดุกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เสียหายในญี่ปุ่นเริ่มไหลลงสู่มหาสมุทรหรือบริเวณโดยรอบและเริ่มถูกค้นพบ ❌อาหารทะเลและพืชที่มีรูปร่างผิดปกติ ❌เห็ดแปรรูป ❌ปลาเผา ❌อาหารทะเลแปรรูป อาหารที่สัมผัสกับสารกัมมันตภาพรังสีจะกระตุ้นภายใน 1-2 ปีหลังรับประทานอาหาร 🅾️มะเร็งหลอดอาหาร 🅾️มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 🅾️มะเร็งเม็ดเลือดขาว ฯลฯ โดยเฉพาะเด็กเล็กและสตรีมีครรภ์จะส่งผลกระทบมากขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านหยุดการค้าอาหารทะเลกับญี่ปุ่น: ห้ามนำเข้า📎แฮร์ริ่งหอยเห็ดหอมจากญี่ปุ่น กัมมันตภาพรังสีของปลาที่จับได้ในน่านน้ำใกล้ญี่ปุ่นถึง 380 เท่า จากนี้ไปไม่เคยกินอาหารทะเลญี่ปุ่นหรือซาซิมิ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สึนามิระเบิดนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นการสำรวจนักท่องเที่ยวชาวจีนในญี่ปุ่นที่เดินทางไปญี่ปุ่นและรับประทานอาหารญี่ปุ่นมาหลายครั้งพบว่ามีโรคแปลก ๆ ที่แตกต่างกันไปและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ! และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่ปนเปื้อนจากนิวเคลียสกัมมันตภาพรังสีก็ถูกส่งไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ! ญี่ปุ่นกินอาหารนำเข้าจากประเทศอื่น! เพื่อนที่รักและเพื่อนร่วมชาติ เพื่อสุขภาพของคนที่คุณรักและคนรุ่นต่อไปโปรดแบ่งปันในพื้นที่ WeChat ของคุณและต่อต้านอาหารที่ปนเปื้อนนิวเคลียร์ทั้งหมดในญี่ปุ่นทันที อย่าซื้อ. จำไว้!
    ไม่ระบุชื่อ
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    วันนี้ "หนังสือ​พิมพ์​เดอะซัน" ของอังกฤษเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของบิลเกตส์ จดหมาย​ฉบับ​นี้​ได้รับ​การ​ให้​ความ​สนใจ​เป็น​อย่างมาก​ และถูกส่งต่อ​จากคนในวงกว้าง​ คนทั้งหลาย​ต่างกล่าวขาน​ชื่นชม​ว่า​บิลเกตส์​เป็น​ผู้​เปี่ยม​สติสัมปชัญญะ​อย่าง​แท้จริง​ ******************************************** ต่อไปนี้​คือ​ จดหมาย​เปิดผนึก​ของ​บิลเกตส์​: ฉัน​เชื่ออย่างสนิทใจว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วน​มีจุดประสงค์ทางจิตใจ​อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าเราจะคิดว่ามันดีหรือไม่ดีก็ตาม​ ใน​ขณะที่​ฉัน​ได้​นั่ง​คิด​อย่าง​มี​สติรอบคอบ​ ฉัน​จึงอยาก​จะ​ขอ​ร่วม​แบ่งปัน​เสียงสะท้อน​จากใจของ​ฉัน​ให้​กับ​ท่านทั้งหลาย​ ว่าแท้จริง​ไวรัสโคโรน่าได้ทำอะไ​ร​กับพวกเรา​ไปบ้าง​ 1)ไวรัส​นี้​ได้มาเตือน​บอก​เราทั้งหลาย​ ว่า​มนุษย์​ทุกคน​ล้วนเท่าเทียมกัน​ ไม่ว่า​วัฒนธรรม​ ศาสนา​ อาชีพ​ สภาพการณ์​เศรษฐกิจของ​เรา​จะ​ต่างกัน​อย่างไร​ หรือต่อให้​เป็น​คนที่มีชื่อเสียง​ที่สุด​คน​หนึ่ง​ก็​ตาม​ ในสายตา​ของ​ไวรัส​แล้ว​เราทุกคน​ล้วน​เสมอภาค​เท่ากัน​ เราทุกคน​ก็​ควร​ปฏิบัติ​ต่อ​คนอื่น​ด้วย​ความ​เสมอ​ภาค​เช่นกัน​ ถ้า​คุณ​ไม่​เชื่อ​ใน​สิ่ง​ที่​ฉัน​พูด​มา คุณ​ก็​ไปถามทอมแฮ็งค์ดู​ 2)ไวรัส​นี้​ได้มาเตือนเรา​ ว่า​ชะตากรรมของเราทุกคน​ล้วนเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน​ สิ่งที่ส่งผลต่อคน ๆ หนึ่งก็สามารถ​ส่งผลต่ออีกคนเช่นเดียวกัน​ ไวรัสยังเตือนเรา พรมแดนเท็จที่เราสร้างไว้นั้นมัน​ไร้ค่าเสียจริง​ เพราะไวรัสไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางก็ข้ามระหว่าง​ประเทศ​ได้ 3)ไวรัส​เตือนสติ​เรา​ว่า​ สุขภาพ​ที่​ดี​มีค่าแค่ไหน แต่เรากลับ​ละเลย​สุขภาพ​นี้​ ไปกินอาหาร​ขยะ​ทั้งหลาย​ ดื่มน้ำที่ปนเปื้อน​สารเคมี​ต่างๆ​ ถ้า​เรา​ไม่​ดูแล​ตนเอง​ แน่นอน​ว่า​เรา​ต้อง​เจ็บ​ป่วย​ 4) ไวรัสเตือนเราว่า​ ชีวิตนั้นทุกข์​และ​แสน​สั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราควรทำคืออะไร โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ป่วยแล้ว. จุดมุ่งหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การซื้อกระดาษชำระแบบม้วน 5)ไวรัสเตือนเราว่า สังคมของเราเห็น​วัตถุ​กลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก​ เมื่อเราประสบ​กับ​ปัญหา​ความยากลำบาก เราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า​ ความต้องการพื้นฐานของเราคือ​ อาหาร​ น้ำและยา มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่​ได้​มีมูลค่าอะไร​เลย 6)ไวรัสเตือนเราว่า​ ครอบครัวมีความสำคัญเพียงใด แต่เรากลับ​มองข้ามจุดนี้ไปแล้ว ไวรัสบังคับให้เรากลับไปบ้านของ​เรา​ ดังนั้น​ เราจึง​สามารถ​สร้างบ้านให้เป็นครอบครัว และสร้างสายสัมพันธ์ที่​เข้มแข็งในครอบครัว 7)ไวรัสเตือนเราว่า​ งานที่แท้จริงของเราไม่ใช่งานที่เรากำลังรับจ้าง​อยู่​นั้น​ แน่นอนว่าเราต้องทำงาน แต่ทว่า​ตามพระประสงค์ของพระเจ้าในการสร้างเรามา ไม่ใช่เพื่อให้เรามา​ทำงาน งานที่แท้จริงของเราทุกคน​ คือการดูแลซึ่งกันและกัน ปกป้องคุ้มครอง​ซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน 8)ไวรัสเตือนเราว่า เราอย่าได้สำคัญ​ตัวเอง​ยิ่งใหญ่​ หยิ่งผยอง​ ไวรัสยังเตือนเราด้วยว่า​ ไม่ว่าคุณจะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่​เพียง​ใด​ ไม่ว่าคนอื่นจะคิดว่าคุณยิ่งใหญ่​เพียง​ใด​ ไวรัสขนาดเล็กๆ​เพียงแค่​นิดเดียว​ ก็​สามารถทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่งได้ทันที​ 9)ไวรัสเตือนเราว่า อิสรภาพอยู่ในมือของเราเอง เราสามารถเลือกที่จะร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เลือกที่จะ​แบ่งปันให้​ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน หรือเราสามารถเลือกที่จะเห็นแก่ตัว​ กัก​ตุน​เสบียง​เพื่อ​ดูแลแค่​เฉพาะ​ตัวเอง​เท่านั้น มี​เพียง​ในยามยากลำบาก​ เราจึงสามารถ​มองเห็น​ใบหน้า​ที่​แท้จริง​ของ​คนๆหนึ่งได้ 10) ไวรัสเตือนเราว่า​ เราสามารถอดทน​ หรือตื่นตระหนกได้ เรายัง​สามารถ​เข้าใจได้ว่าสถานการณ์เช่น​นี้​ เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในประวัติศาสตร์มาแล้ว​ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไป เราอาจ​ตื่นตระหนก คิดว่าวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว จนส่งผล​ทำร้ายตัวเรา​เอง 11)ไวรัสเตือนเราว่า การแพร่ระบาดของ​ไวรัส​เป็นทั้งจุดจบและจุดเริ่มต้น เวลานี้​เราสามารถไตร่ตรองและทำความเข้าใจได้แล้ว เรียนรู้รับเอาบทเรียน​จากความผิดพลาดนี้​ การแพร่ระบาดของ​ไวรัส​อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเวียนว่าย​ และอาจ​จะดำเนินเช่นนี้​ต่อไป จนกว่าเราได้รับ​บทเรียนทั้งหมด​ 12)ไวรัสเตือนเราว่าโลกของเรากำลังป่วย ไวรัสยังเตือนเราด้วยว่า เราต้องดูว่าผืน​ป่าหายไปเร็วแค่ไหน นอกจากนี้คุณต้องดูความเร็วที่กระดาษชำระม้วนหนึ่งหายไปจากชั้นวางว่า​เร็ว​แค่ไหน​ เราทุกคน​ต่าง​ป่วยกันหมดแล้ว​ เพราะครอบครัวของ​เราป่วย​(โลกคือครอบครัว​ของเรา) 13)ไวรัสเตือนเราว่า ความยากลำบากมักจะผ่านไปได้เสมอ แล้วจากนั้น​ทุกอย่าง​ก็จะง่ายขึ้น​มา​ ชีวิตเป็นวัฏจักรวนเวียน​ ตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในวัฏจักร​เท่านั้น​ เราไม่ต้องตกใจ โรคระบาดจะผ่านไปได้แน่นอน​ 14)หลายคนคิดว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าเป็นหายนะ แต่ฉันคิดว่านี่จะ​เป็นการ "แก้ไขข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่​ที่สุด​"​
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ จริงหรือไม่
    ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 เอง... ************** โควิด19 มาจากฝีมือมนุษย์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3รัฐคาโรไลน่าเหนือของอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของอเมริกาให้สัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวช่องข่าวทีวีที่1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือส่งไปแพร่ระบาดในประเทศจีน อิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม นายเกรก ก็ได้ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด19จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าวลี่เจียงได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกานำเชื้อมาแพร่ที่อู่ฮั่น. >>>>อเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่อู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อเขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด19 มีต้นกำเนิดจากอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลปที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด19 เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาด แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ >>>#”ความไร้ยางอายทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าอเมริกาเป็นผู้วางยาพิษคนทั้งโลก. เพื่อขายวัคซีนป้องกันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิตให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไปแล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นายเกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริคมาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไป อย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียม# ยาแก้พิษไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***อเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด19 >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและ ปชช ทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัวและให้ความสาคัญในระดับสูง #แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! **Ny Ny*
    Mrs.Doubt
     •  2 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ค่าพีเอช (pH)​คือความเป็นกรดด่างที่มีอยู่ในกระแสเลือด ค่าพีเอชของไวรัสโคโรนามีค่า 5.5 ถึง 8.5 สิ่งที่เราต้องทำเพื่อเอาชนะไวรัสโคโรนาต้องกินอาหารที่มีค่าพีเอช มากกว่า พีเอช ในไวรัสโคโรนา ส่วนอาหารที่มีค่าพีเอช สูงกว่าโคโรนาไวรัสที่น่าสนใจคือ:   * มะนาว - 9.9pH **   * อะโวคาโด - 15.6pH *   * กระเทียม - 13.2pH *   * มะม่วง - 8.7pH *   * Tangerine(ส้มเขียวหวาน)​- 8.5pH *   * สับปะรด - 12.7pH *   * Dandelion(ดอกแดนดิไลออน)​ - 22.7pH *   * ส้ม - 9.2pH * ดังนั้นถ้ากินอาหารเหล่านี้จะทำให้เราเอาชนะไวรัสโคโรนาได้ คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณมี coronavirus(ไวรัสโคโรนา)​ 1. * มีอาการคันที่คอ * 2. * คอแห้ง * 3. * อาการไอแห้ง * 4. อุณหภูมิสูง​ 5. หายใจถี่ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ต้องรีบใช้น้ำอุ่นกับมะนาวและดื่ม อย่าเก็บข้อมูลนี้ไว้กับตัวคุณเองเท่านั้น ส่งต่อให้ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนของคุณ คนที่คุณรัก😘
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 เดือนที่แล้ว
    meter: false