ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
ผึ้งตอมอาหาร ก็เสี่ยงนำเชื้อโรคได้
ไม่ระบุชื่อ
 •  2 ชั่วโมงที่แล้ว
meter: middle
1 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)
Factcheck - 1 เลือกให้ข้อความนี้:◑ มีเนื้อหาที่เป็นจริงบางส่วน

เหตุผล

กรณีคลิปขนมฝอยทองที่มีแมลงจำนวนมากบินตอม มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแมลงวัน ก่อนมีคนชี้แจงว่าเป็นผึ้งที่ชอบตอมอาหารรสหวาน
อย่างไรก็ตาม แม้ผึ้งจะ

ที่มา

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    เด็กทารกห้ามกินน้ำผึ้ง จริงหรือคะ
    วัยทารกเป็นวัยที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากเด็กในวัยนี้มีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ต่ำ น้ำผึ้งอาจมีเชื้อปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่ปนเปื้อนในอาหารซึ่งอาจทำให้เกิดโรคโรคโบทูลิซึมได้ จริงหรือคะ
    anonymous
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จุดจบประเทศไทย
    เพื่อนส่งมาจาก USA จุดจบประเทศไทย ...... เรื่องนี้"คนไทยทุกคน"ควรที่จะได้รู้ ..... ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค ซึ่งเป็นสถาบันที่ สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศ ที่จะเกิดตามมา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า "ประเทศไทย"จะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน ! ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ "การค้าเสรี"จะมีผลสมบูรณ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่า. สินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก ไม่ถึง10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ "วิกฤต"ที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย "รัฐบาลไทย"จะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจาก"ธนาคารไทย"กลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร (เช่น สัมปทาน พลังงาน ที่กำลังเป็นอยู่ขนะนี้ ) ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้ ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา "คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ " ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ (เช่น ภาคกลาง จ.สุพรรณ อ่างทอง ชัยนาท อยุธยา ฯ ) และธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Lotus, Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ ดังนั้น "เงินตรา"ของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ อย่างไร? (นี่คือโจทย์ ใหญ่ ที่ คสช.พลเอก ประยุทธ ต้องรีบแก้ปัญหาคนจนก่อนฯ) 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็น"ความล้มเหลวของรัฐบาลไทย " การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณ"จันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา " จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของ"ต่างชาติ"หมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง "การซื้อประเทศไทยคล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เรา "คนไทย "จะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ? ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองธุรกิจการเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามองอาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ ก่อนล่มจริง ... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ โลตัสเหมือนกัน นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่ เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง? ทั่วประเทศ คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธี"สิ้นชาติ"แบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ ได้ผล ... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน ... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มาก พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ์ ) ให้ลูกฟัง ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน ขนม"ต่างชาติ" ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์ เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว ปล . ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ คิดว่า ช่วย กัน "ชาวไทย พิทักษ์ชาติไทย" ครับ ขอบคุณ ทุกท่าน ที่ "รักชาตินะครับ
    Mrs.Doubt
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    นิสิตจุฬาถูกลอยแพจากหอพัก ! “หรือหอพักมีไว้เพื่อเป็นที่ขูดรีดเอาเปรียบนิสิต ไม่ใช่มีไว้เพื่อสนับสนุนการศึกษา?” สิทธิทางการศึกษาของลูกหลานชนชั้นกลาง คนจน และคนในต่างจังหวัด ซึ่งมีโอกาสน้อยอยู่แล้วในระบบการศึกษาราคาแพง ยังต้องมาเผชิญกับค่าหอพักราคาแพงอีก จึงถูกกีดกันออกไปอย่างสิ้นเชิง หอพัก U-Center จุฬาฯ แจ้งให้นิสิตย้ายออกกะทันหัน . การจะหาห้องพักราคาดีใกล้มหา’ลัยใจกลางเมืองอย่างจุฬาลงกรณ์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ประเด็นหอพักราคาถูกที่มีไม่เพียงพอสำหรับนิสิตก็เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ . หอพักของจุฬาฯ มีไม่มาก มีหอพักในจุฬาฯ ที่รองรับนิสิตได้เพียง 3,320 คน (จากนิสิตปริญญาตรีอย่างน้อย 26,000 คน) และหอพักนอกจุฬา ได้แก่ หอพักเรือนวิรัชมิตร (CU I-House) และหอพักพวงชมพู (U-Center) ที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับหอพักภายนอก . แต่เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา หอพักพวงชมพู หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หอยู’ ประกาศกะทันหันให้นิสิตที่อยู่อาศัยเข้าพักได้ถึงแค่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น และให้ย้ายของออกจากหอพักภายในวันดังกล่าว . “เนื่องจากหอพักพวงชมพู (โครงการ U-Center 1,2) จะสิ้นสุดสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ดังนั้น นิสิตที่พักอยู่ในหอพักพวงชมพูสามารถพักได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เป็นวันสุดท้าย” . “บริษัทฯ จะทำการปิดอาคาร U-Center 1 และ U-Center 2 เพื่อปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป โดยบริษัท LPP จะเป็นผู้เข้ามาดำเนินการบริหารต่อ” คือข้อความที่ปรากฎบนประกาศ . นอกจากทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางไปเรียนแล้ว เหตุที่นิสิตส่วนใหญ่ชอบพักที่หอยู (U-Center) เพราะค่าเช่าหอราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหอพักอื่นๆ หากแชร์ห้องกับรูมเมตจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,800-4,200 บาท/เดือน (ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ) . ประกาศนี้จึงส่งผลให้นิสิตจำนวนมากต้องเสียสิทธิที่จะอาศัยในหอพักราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัย และต้องรีบหาหอพักใหม่ภายในระยะเวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น แถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงสอบปลายภาคอีกด้วย . เค (นามสมมติ) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ปี 2 บอกกับ The MATTER ว่า ทางนิสิตไม่มีใครรู้เรื่องการย้ายออกอย่างเป็นทางการเลย มีเพียงข่าวลือเท่านั้น ก่อนจะมาเป็นข่าวจริงที่แจ้งล่วงหน้าแค่เดือนกว่าๆ “เตรียมตัวไม่ทัน ยิ่งเป็นช่วงไฟนอลก็ทำให้ทุกอย่างยุ่งยากไปหมด” . “ตอนรู้ว่าต้องออกคือโกรธมาก ไม่เห็นหัวของนิสิตเลย เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตอะไรไม่รู้ที่มาขออยู่อาศัย ทั้งๆ ที่จ่ายเงินเพื่อพักด้วยซ้ำ” เค ระบุ . หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมไม่อยู่หออื่นของจุฬาแทน ต้องบอกก่อนว่าการอยู่หอพักในจุฬาฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์และคัดกรอง เคเล่าว่าตนเคยสมัครหอในแล้ว แต่หอในไม่รับ ทางเลือกที่ดีที่สุดจึงเป็นหอยู (U-Center) เพราะราคาถูกและใกล้มหาวิทยาลัย . การต้องออกจากหอยู (U-Center) ทำให้นิสิตอย่างเคต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เคเล่าว่า “ต้องไปอยู่ไกลขึ้น เสียค่าเดินทางซึ่งทำให้รายจ่ายในการใช้ชีวิตมากขึ้น จากที่ปกติก็สูงอยู่แล้ว” . “ค่าใช้จ่ายคงจะเพิ่มขึ้นมาก ปกติเวลาทานอาหารก็มักจะทานในมหา’ลัย หรือนั่งรถ ปอพ. (รถเมล์ฟรีของจุฬาฯ) จากหน้าหอไปกินข้าวที่คณะ แต่ถ้าย้ายไกลออกไป การจะทานข้าวที่คณะคงยากขึ้น ทำให้ต้องกินละแวกนั้น ซึ่งอาหารไม่ใช่ราคานักศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็น่าจะเพิ่มขึ้น” . “อยากให้จุฬาฯ ช่วยหาทางเลือกหอพักอื่นๆ และเยียวยาสภาพจิตใจของนิสิตที่ถูกกระทำแบบนี้ เช่น ช่วยหาหอให้นิสิตที่ยังไม่มีที่พัก หรือช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพราะพื้นฐานการเงินทางบ้านของแต่ละคนไม่เท่ากัน อยากให้สนับสนุนตรงนี้ด้วย ในเมื่อคุณเลือกที่จะทิ้งเด็กกว่า 500 กว่าคนเอง” เค กล่าว . "หอพักของนิสิตมีไว้เพื่อเอื้อต่อการศึกษาของนิสิต หรือเป็นสถานที่ขูดรีดและเอาเปรียบชีวิตของนิสิตโดยกลุ่มผู้บริหารของจุฬากันแน่” นิสิตปี 2 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถาม . ทั้งนี้ The MATTER สอบถามข้อมูลผ่านไลน์ของ LPP บริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่จะรับช่วงดูแลหอยู (U-Center) ได้ความว่า มีกำหนดปรับปรุงหอพักตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม โดยโครงสร้างห้องยังเหมือนเดิมแต่จะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และนิสิตที่เคยพักจะได้อยู่ลำดับต้นๆ ที่จะนำมาพิจารณาเข้าพักในอนาคต . เมื่อถามว่าราคาจะแพงขึ้นไหม ไลน์ของ LPP ตอบว่า ราคาหอพัก “มีปรับขึ้นนิดหน่อยค่ะ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” คำชี้แจงนี้จะได้รับการปฎิบัติหรือไม่ นิสิตยังคลางแคลงใจอยู่ เพราะข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์กรณีรื้อทุบตึกในย่านสามย่าน ผู้เช่าเดิมไม่มีโอกาสได้ย้ายกลับเข้าไปใหม่เลย หรือกรณีความพยายามยึดคืนวิทยาลัยอุเทนถวาย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่คลางแคลงใจของบรรดานิสิตทราถูกขับไล่ให้ย้ายออกจากหออย่างกระทันหัน . . . อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100083064352226 https://www.chula.ac.th/academics/life-at-cu/dormitory/ https://www.rcu.sa.chula.ac.th/rcu_web/index.php/aboutus http://www.sa.chula.ac.th/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9-u-center/ https://twitter.com/eayostudio/status/1648637984869335041/photo/1 https://www.chula.ac.th/about/overview/facts-and-stats/#:~:text=%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%20%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C,%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%202%2C627%20%E0%B8%84%E0%B8%99 #หอยู #จุฬา #UCenter #TheMATTER
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false