ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
การดื่มน้ำเย็นจัด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย
การดื่มน้ำเย็นจัด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย
Nataphon Ditthabanjong
 •  1 วันที่แล้ว
meter: false
1 ความเห็น

สุขภาพ

Nataphon Ditthabanjong เลือกให้ข้อความนี้❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง

เหตุผล

จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันยังไม่พบว่า การดื่มน้ำเย็นในคนสุขภาพดีจะก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาว แม้จะปลอดภัยแต่อาจส่งผลกระทบชั่วคราวได้

ที่มา

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ดมตดมีผลเสียต่อสภาพร่างกายภายในหรือไม่ อย่างไร ?
    ดมตดมีผลเสียต่อสภาพร่างกายภายในหรือไม่ อย่างไร ?
    Basir MKP
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จริงหรือไม่? "ดื่มน้ำอัดลมมาก เสี่ยงฟันผุ"
    จริงหรือไม่? "ดื่มน้ำอัดลมมาก เสี่ยงฟันผุ" กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เตือนคนไทยดื่มน้ำอัดลมมาก จะส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก เป็นต้นเหตุของการเกิดฟันสึกกร่อนมากที่สุด และเสี่ยงเกิดโรคฟันผุและโรคอ้วนตามมาได้ แนะนำควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ดีที่สุด พร้อมแปรงฟันด้วยสูตร 2-2-2 เพื่อสร้างสุขภาพช่องปากที่ดี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ได้แก่ ฟันสึกกร่อน ฟันผุ อ้วน กระดูกพรุน และกระดูกเปราะ เนื่องจากน้ำหวานชนิดอัดลมมีกรดคาร์บอนิกค่อนข้างมาก ซึ่งสารดังกล่าวจะกีดขวางการดูดซึมแคลเซียมของกระดูก และยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ เพราะร่างกายจะหลั่งสารอินซูลินออกมามากเกินจำเป็น ซึ่งในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินได้น้อยลง จนทำให้ร่างกายเกิดโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว ซึ่งน้ำอัดลม 1 กระป๋อง (ขนาด 325 ซีซี) มีปริมาณน้ำตาล 8-12 ช้อนชา จะเท่ากับน้ำตาลในลูกอม จำนวน 17 เม็ด หากกินรวมกันหลายอย่างอาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย และเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หรือปริมาณ 6 ช้อนชา นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า น้ำอัดลมยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฟันสึกกร่อนได้มากที่สุด เพราะนอกจากน้ำอัดลมจะมีกรดคาร์บอนิกแล้ว ยังมีส่วนประกอบคือน้ำตาลกับน้ำ หากไม่มีการทำความสะอาดช่องปากและฟันจะก่อให้เกิดฟันผุได้ จากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพประเทศไทยครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า เด็กเล็กอายุ 5 ปี มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 75.6 เด็กวัยเรียนอายุ 12 ปี มีฟันแท้ผุ ร้อยละ 52.0 และกลุ่มอายุ 15 ปี มีฟันแท้ผุ ร้อยละ 62.7 สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปาก และพฤติกรรมการบริโภคของเด็กที่นิยมกินอาหารหรือขนมที่หาซื้อได้ง่าย เช่น น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุแล้ว ยังก่อให้เกิดความเจ็บปวด การติดเชื้อและสร้างปัญหาการบดเคี้ยวอาหาร มีผลต่อน้ำหนัก การเจริญเติบโตและบุคลิกภาพ รวมถึงมีผลกระทบต่อการเรียนด้วย ที่สำคัญ ปัญหาฟันผุยังนำไปสู่การสูญเสียฟันที่เริ่มต้นในวัยเด็กและสะสมจนกลายเป็นการสูญเสียฟันทั้งปากจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ในวัยสูงอายุ ทั้งนี้ เครื่องดื่มที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับร่างกายก็คือน้ำเปล่า เพราะในน้ำเปล่ามีส่วนช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ เพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยให้ระบบย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ไตแข็งแรง โดยใน 1 วัน ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อสุขภาพที่ดีและควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดอื่น ๆ ที่มีการเติมน้ำตาลอีกด้วย เช่น ขนมหวาน ลูกกวาด เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในแต่ละวันเกินจำเป็นจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้ ควรแปรงฟันให้สะอาดทั่วถึงทั้งในตอนเช้า หลังอาหารกลางวัน และก่อนนอน ด้วยสูตร 2 2 2 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้ทั่วทุกซี่ทุกด้านนานอย่างน้อย 2 นาที แปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน และไม่ควรกินอาหารหลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาช่องปากสะอาดนานที่สุด และยังเป็นการป้องกันโรคฟันผุในระยะยาวอีกด้วย ข้อมูล : ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2564 ที่มา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เครือข่าย : มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
    อีสานโคแฟค
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ยาน้ำบำรุงเลือดสำหรับสตรีไม่ควรดื่มต่อเนื่องจริงหรือ
    รับประทานยาน้ำบำรุงเลือดสำหรับสตรีในปริมาณที่พอเหมาะ จะเห็นได้ว่ายาสตรีมีประโยชน์ต่อผู้หญิงมาก แต่การรับประทานมากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ จริงหรือ
    anonymous
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่
    น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คือ น้ำมันที่ได้จากเนื้อมะพร้าวสดโดยไม่ใช้ความร้อนสูงในกระบวนการสกัด หรือที่เรียกว่าวิธีการสกัดเย็น ซึ่งการสกัดแบบนี้จะช่วยรักษาสารอาหารและคุณสมบัติที่ดีของน้ำมันมะพร้าวไว้ได้มากที่สุด สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็นที่ช่วยในการลดน้ำหนัก คือ 1. กรดไขมันกลาง การรบริโภคกรดไขมันสายกลางสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย 2. เพิ่มความอิ่ม การบริโภคน้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยเพิ่มความอิ่มและลดความอยากอาหาร 3. เพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมัน กรดไขมันสายกลางในน้ำมันมะพร้าวที่ร่างกายสามารถนำมาใช้ได้ทันที วิธีรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น - ทานก่อนมื้ออาหาร 1 ช้อนโต๊ะประมาณ 20 นาที จะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดปริมาณการทานอาหารในมื้อนั้น - ใส่น้ำมันมะพร้าวในอาหารเช้า เช่น โยเกิร์ตหรือข้าวโอ๊ต เพื่อเพิ่มพลังงานและช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน (ข้อมูลจากเว็ปไซต์ : https://www.bedee.com/articles/wellness/virgin-coconut-oil-for-weight-loss ) แต่เนื่องจากยังไม่มีผลวิจัยที่ชัดเจนจึงไม่ควรรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักเสียเอง หรืออาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง ท้องเสีย หรือเกิดอาการแพ้ได้ แม้กระทั่งอาจเป็นการเพิ่มคอเรสเตอรอลในเลือดจำนวนมากทำให้เสี่ยงเกี่ยวกับโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ ข้อแนะนำในการรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคือ ควรรับประทานในปริมาณที่พอดี ใช้เป็นเพียงตัวช่วยเสริมในการลดน้ำหนัก หมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยนช์ และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย และควรเลือกซื้อยี้ห้อที่เป็นสากลและต้องมีการขออนุญาตและได้รับรับรองแล้ว (ข้อมูลจาก : เภสัชกรณภัทร นวลสกุลกฤป)
    jirachyaa
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ถ้ามีแผลไหม้ ให้รีบเอาน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดประคบ
    ถ้ามีแผลไหม้ ให้รีบเอาน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดประคบ
    Nataphon Ditthabanjong
     •  1 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูก รักษาโรคไซนัสได้
    วันนี้ (28 ม.ค.2566) จากที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการรักษาโรคไซนัส ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะหยอดจมูกทุกวัน ทำให้อาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนหายขาดในที่สุดนั้น ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และทางคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ โดยน้ำปัสสาวะเป็นของเสีย หรือสารที่เป็นส่วนเกินของร่างกายที่ไตขับออกมา แม้ว่าจะมีสารต่าง ๆ อยู่มาก ทั้งยูเรีย เกลือแร่ แคลเซียม และโซเดียมคลอไรด์ รวมถึงสารอื่น ๆ แต่สารเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกินความต้องการของร่างกาย หากสะสมไว้มากเกินไปกลับจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตสูง น้ำท่วมปอด หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น ร่างกายจึงขับทิ้งตามระบบ ดังนั้นหากนำกลับเข้าไปซ้ำอีก จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย หากต้องการรักษาโรค ประชาชนควรเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วย หรือปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในโรงพยาบาลในพื้นที่ เพราะการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นวิธีการรักษาโรคที่ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพมากกว่าทางเลือกอื่น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
    std48415
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    หน้าหนาวนี้ใครใส่ถุงเท้านอน ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
    หน้าหนาวนี้ใครใส่ถุงเท้านอน ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
    thanathun
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false