ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
แชร์ผ้าเช็ดตัวเสี่ยง HPV แบบไม่รู้ตัว
ไม่ระบุชื่อ
 •  2 เดือนที่แล้ว
meter: true
1 ความเห็น

สุขภาพผู้บริโภคเฝ้าระวัง

ZhangTaehun เลือกให้ข้อความนี้✅ มีเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด

เหตุผล

เชื้อไวรัส HPV (human papillomavirus) เป็นไวรัสที่มีหลากหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ ในขณะที่บางสายพันธุ์มีความเสี่ยง

ที่มา

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/ไวรัส-hpv-ต้นตอโรคร้ายในช่/

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    เขียนได้โดนมากๆ ขอแชร์ให้คนไทยทุกคนได้อ่าน “ชีวิตจะดีหรือเลว อยู่ที่ตัวคุณเอง ไม่ใช่รัฐบาล” ไม่ทราบชื่อผู้เขียน…แต่เขียนสะท้อนความจริงได้ดีมาก วันนี้ ผมอยากให้คุณเปิดใจเป็นกลาง มองโลกแห่งความเป็นจริง แล้วอ่านสิ่งที่ผมเขียน... ประชาชน เรียกร้องหา การพัฒนาที่ดี เศรษฐกิจที่ดี ชีวิตที่ดี สวัสดิการที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ขอให้ทุกคนรวยขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีคนจนหมดไป แต่ตัวเองกลับทำตัวตรงข้าม คือ ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น อยากให้ประเทศพัฒนา แต่ไม่เคยพัฒนาคุณภาพตัวเอง นายกคนไหน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าคนในประเทศยังขี้เกียจ ขาดจิตสำนึก ขาดคุณธรรม ขาดสติ ไร้ปัญญา ไร้การศึกษา หรือมีการศึกษาสูง แต่จิตสำนึกต่ำ คุณธรรมต่ำ คิดแต่จะด่าว่า โทษแต่คนอื่น ไม่เคยโทษตัวเอง หรือนอนรอแต่ความหวัง ลมๆแล้งๆ หวังคนอื่นมาช่วย แต่ไม่เคยช่วยตัวเองอย่างจริงจัง ประเทศนี้ มีปัญหามาตั้งแต่ รากเหง้าของประเทศ เป็นศูนย์รวม ของคนจำ นวนไม่น้อย ที่จอม 'ขี้เกียจ' 'มักง่าย' และ 'รอคอยความหวัง' เห็นแก่ตัว เก่งแต่พูดเก่งแต่โพสต์ พอลงมือทำจริงๆ ก็ทำไม่ได้ อย่างที่คุยโม้โอ้อวด จริงไหม? ต่อให้นายกรัฐมนตรี เก่งกาจแค่ไหน แก้ปัญหาชาติได้ดีเพียงไร หรือ มีทีมงานไม่โกงกิน แต่บางที ปัญหามาจากรากเหง้าของประเทศ ที่จริงๆแล้ว แก้เท่าไหร่ ก็ไม่สำเร็จหรอก เพราะอาจจะต้องแก้ที่ "คนในชาติก่อน" “จิตสำนึกที่ดี นั้น มีกันบ้างมั้ย” - ด้านสถาบันครอบครัว เพราะความเคยชินของคนไทย ปลูกฝังสั่งสอน ความมักง่าย ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เลี้ยงเด็กตามมีตามเกิด บางคน แม้รวย ก็เลี้ยงดูลูกแบบตามใจ จนมากเกินไป เหมือนนิทานเรื่อง พ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงผิดๆ ถูกๆ บางบ้าน พูดจาหยาบคาย มึงกูกับลูกตั้งแต่เด็กๆ ปัญหาไม่พร้อมที่จะมีลูกก่อนวัยอันควร สอนกันมาแบบผิดๆ สมองเด็ก ก็ฝังลึกกันแบบผิดๆ​ ที่น่ากลัวคือ พ่อแม่คนเหล่านั้น สอนลูกไม่ เป็น ไม่รู้จักผิด/ชอบ/ชั่ว/ดี แม้บางคน พ่อแม่ เป็นถึง ศ.บ้าง รศ.บ้าง บางคนพ่วง ดร. อีกด้วย แต่มีลูกสาว ขนาดเป็นนิสิตจุฬาฯ ในปี 2563 กล้าที่จะแก้ผ้าให้ผู้ชายถ่ายรูปที่เสาชิงช้า อนาคตของชาติ จึงดูไร้คุณภาพ หรือที่เราเรียกว่า อนาคตของสังคมไทย มีแต่ “ขยะสังคม” รัฐบาล ไม่ได้มีหน้าที่ อยู่บ้านเดียวกับคุณ และคอยอบรมสั่งสอน จนลูกคุณโต หรือ จนมีหน้าที่การงาน - ด้านความยากจน หนักไม่เอา เบาไม่สู้ หมิ่นเงินน้อย คอยวาสนา บ้าเรื่องดวง ผัวทิ้งทำเสน่ห์คุณไสย งานไกลขี้เกียจไป อ้างว่าไม่มีรถขับ งานใกล้ เงินน้อยขี้เกียจทำ กู้เงินมาขายอาหาร ขายไม่เป็น ทำไม่สะอาด ทำไม่อร่อย ปากไม่ดี พอเจ๊ง ก็โทษรัฐบาล โทษเศรษฐกิจ โทษอากาศมันร้อน ฝนมันตก โทษคนไม่เดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง เพราะไม่เคยมองเห็นตัวเอง ที่เป็นต้นเหตุปัญหาทั้งปวง คนจน ที่ขยันก็มีเยอะ แต่ต้องฉลาด มีสมองพัฒนา ใฝ่สูงใฝ่ก้าวไปข้างหน้า เป็นคนจนไม่ผิด แต่จนแล้วโง่ แถมขี้เกียจ เเบบนี้ผิด บางคนที่จน ไม่มีเงินจะเรียน ก็เรียนจบได้ด็อคเตอร์ ก็มีไม่น้อย มิใช่ เอาแต่มานั่งบ่น สิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ไม่ดี แต่ไม่เคยโทษตัวเอง ใครจะมาช่วยได้ล่ะ แล้วทำไมคนจน ที่เค้ามีฐานะดีขึ้น ทำงานด้วยสมอง และ มีสองมือเหมือนกัน ก็มีเยอะมากมายที่เขาได้ดี มีความเจริญก้าวหน้า เพราะเค้าไม่มีข้ออ้างแบบคุณนั่นเอง - ด้านการศึกษา ไม่รู้เค้าเลี้ยงลูกกันยังไง เด็กบางคนถึงไม่สนใจการเรียน ไม่ชอบมีการ บ้าน ไม่ชอบการสอบเก็บคะแนน อ้างว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดความเครียด ไม่ต้องการใส่เครื่องแบบ ไม่ต้องการไว้ผมทรงนักเรียน ไม่เห็นคุณค่าการศึกษา เพราะมีพ่อแม่ไร้คุณภาพ เด็กหลายคนจึงไร้การศึกษาที่ดีและสูง แทนที่จะสอนลูกว่า เรามันจนนะลูก ต้องตั้งใจเรียน​ จะได้​ทุนเรียนปริญญา เอาจริงๆนะ ถ้าลูกรักเรียนต่อ ให้พ่อแม่จนแค่ไหน ก็หาเงินมาให้ลูกเรียนจนจบปริญญาได้ เด็กหลายคนเกเร ไม่สนใจการเรียน พ่อแม่ก็ตัดหางปล่อยวัด ไม่รู้จะทำอะไร ก็กลายเป็นเด็กเกเร เด็กแว๊นซ์ ลักขโมย ดื่มเหล้า ข่มขืน ติดยา ขายตัว สร้างความเดือดร้อน พ่อแม่มันยังไร้คุณภาพ จะเอาปัญญาที่ไหนไปสอนลูก บางครอบครัว พ่อแม่ มีคุณภาพดี แต่ไม่เคยสอนเรื่องคุณ ธรรมและจริยะธรรมที่ดีให้แก่ลูก พอเกิดเรื่องก็บอก “ลูกฉันเป็นคนดี” กันทั้งนั้น ก็เพราะคิดแบบนี้ ลูกมันถึงเป็นแบบนี้ ผิด/ชอบ/ชั่ว/ดี คนเป็นพ่อแม่ ยังแยกแยะไม่ออก - ด้านสิ่งแวดล้อม ถามซิ เลิกเผาป่า เลิกเผาขยะกันหรือยัง​ ข่าวออกมาโครมๆ แต่จิตสำนึกไม่ มีเลย อ้างว่าต้องทำมาหากิน ก็ทำแบบนี้ทุกปี จริงๆแล้วการเผาป่ามันถูกต้องหรือไม่ มันก่อให้เกิดฝุ่นพิษ ควันพิษ เป็นการทำร้ายสุขภาพ หรือเราปล่อยให้ทำๆกันมาจนชิน ไม่รู้สึกอะไร พอรัฐหรือหน่วยงาน เข้ามาห้ามก็ด่า...นี่คือสันดานคนเหล่านั้น คือความเห็นแก่ตัว ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม​ เสียหายปีละเท่าไหร่​...กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น คนที่อาศัยตามริมคลอง ก็ทิ้งลงคลองง่ายดี พอน้ำเน่าเหม็น ก็บ่น แล้วมาบอกว่า มันเป็นหน้าที่ของคนเก็บขยะ มีหน้าที่เก็บก็เก็บไป​ คุณจะให้บ้านเมืองมันเจริญได้ไง! ในเมื่อจิตใจคุณยังต่ำตมอยู่เลย -โกง/คอรัปชั่น​ เจอกันเยอะมั้ย​ ไม่ว่าจะคนรวย คนจน คนในระดับไหน การศึกษาสูง ต่ำ ไม่แตกต่างกัน ​ เป็นเรื่องนิสัย​/สันดาน พอมีโอกาส​ ก็โกงกันทั้งนั้น จิตสำนึกความซื่อสัตย์ไม่มี คนรวยโกงคนจน นักการเมืองโกงชาติ จิตใจทำด้วยอะไร ความเห็นแก่ตัวไง เงินคือพระ เจ้าสำหรับพวกมัน และค่านิยมคนไทย “มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่” เป็นพวก ไอ้/อี ที่บ้าเงิน - ด้านการจราจร มีกี่คนที่ทำตามกฎจราจร 100% บ้าง ทางม้าลายรถต้องหยุดให้คนข้าม พวกคุณทราบกันหรือเปล่า ใช้ถนน ผิดกฎหมาย แล้วคิดว่าตัวเองถูก ดูอย่างข่าวป้าทุบรถ และข่าวจอดรถขวางหน้าบ้าน ทางเข้าออกคนอื่น โดยไร้จิตสำนึกว่า คนในบ้านเขาขับรถเข้า/ออกไม่ได้ มีบ่อย มีหลายๆคดี เรียกตัวเองว่า ชาวพุทธ แต่ไร้ ศีลธรรม การยับยั้งอารมณ์ ใครมีปืนมีมีด ก็ยิงก็ฟันเลย เถื่อนมาก แม้แต่ในโรงพยาบาล ก็ยังบุกไปทำร้ายร่างกายกัน และ พาลไปทำร้ายหมอและพยาบาลอีก แบบนี้ก็มีอยู่ในสังคมไทย แกล้งขับรถขวางทาง ไม่ให้รถ Ambulance ผ่าน ก็มีข่าวมาแล้ว ขับช้า เสือกขับแช่ยาว ในเลนขวาสุด ก็มีให้เห็นบ่อยๆในเวลาไปต่างจังหวัด อยากจอดข้างทางก็จอด เพื่อกินข้าว ที่ร้านอร่อยของตน บนถนนรถติด ขายของริมฟุตบาท ล้นออกมาบนพื้นที่ถนนรถวิ่ง รถยนต์/รถมอเตอร์ ไซค์ก็จอดซื้อกันตรงนั้น ทำให้รถติดในซอย ในเมื่อพฤติกรรมคนไทยจำนวนไม่น้อย มันเป็นแบบเนี้ย รัฐบาลจะไปช่วยอะไรได้ หวังแต่จะให้รัฐแก้ปัญหา และพัฒนาชาติ ตัวคุณเองยังแก้ปัญ หาตัวเองไม่ได้ และพัฒนาสมอง คุณภาพตัวเองไม่ได้เลย ถามตัวเองก่อน ด่ารัฐบาล "ทำหน้าที่ตัวเอง" ในฐานะพลเมืองของชาติ ดีที่สุดรึยัง พูดให้คิด มองความจริงให้ออก อย่าหลอก อย่าหลงตัวเอง เจ็บแต่จริง​ หันมามองตัวเองกันหน่อย​ ค่อยๆแก้​ ต่อให้รัฐบาล​/ผู้นำคนไหนๆ​ แปลงร่างมาจากเทวดาชั้นฟ้า​ ปัญหา​เมืองไทย ก็ไม่มีวันหมด แก้รัฐธรรม นูญ ก็เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง เป็นสำคัญ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชา ชนอย่างแท้จริง แก้แล้ว ก็เพื่อให้นัก การเมืองกลุ่มใหม่ เข้ามาแสวงหาอำนาจ และ ผลประโยชน์ในกลุ่มพรรคพวกเพื่อนพ้องเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องนมนานมา แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น มาให้เห็นตลอดเวลา​ที่ผ่านมา นักการเมืองโกงแล้ว หนีคดีไปต่างประเทศ ส่วนลูกน้อง ที่เคยเป็นคนดี แต่ยอมทำตาม ด้วยเกรงบารมี ก็ต้องติดคุกหัวโตไป เรายังอยากให้คนกลุ่มนี้ มาหาวิธีโกงชาติ โกงแผ่นดินกันอีกหรือ รักชาติ รักแผ่นดิน​ ให้จริงๆกันบ้างเถิด อย่าอ้างความรักชาติ จนน้ำลายไหล เพราะอดอยากปากแห้งมานาน หันกลับมามองตน แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองและ คนใกล้ตัวกันหน่อย สงสารนักรบชุดขาว และ อสม. ที่เขาเสียสละ และเสี่ยงกับโรค​ COVID-19 ที่ มากกว่าเรา อย่าได้เพิ่มปัญหาให้สังคมและประเทศของเราให้มากกว่า ที่มีอยู่ และเป็นอยู่เลย ในปัจจุบัน ทุกประเทศก็มีปัญหาเศรษฐกิจ ประชา ชนทุกประเทศก็ย่ำแย่เดือดร้อนกันทั้งนั้น มิใช่คนไทยเท่านั้นที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ. ขอบคุณผู้เขียน และ ขอบคุณทุกคนที่แชร์กันต่อไปและแชร์ให้มากก่อนถึงวันเลือกตั้ง.
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 4 คนสงสัย
    บำบัดโควิดแบบแผนไทย หายได้จริงหรือ
    เมื่อคืนก่อนสองยาม ได้ฟังเรื่องดี ข่าวดี เริ่อง การรักษาโควิด แบบแผนไทย หายได้จริง ในรายการเพลงกับข่าว ของคุณ ทิพวรรณ ปิ่นภิบาล นักร้องชื่อดัง -เล่าเรื่องจริง ครอบครัวที่เธอรู้จักดี สามีติดโควิดจากที่ทำงาน อย่างไม่รู้ตัว พลอยรับเคราะห์ทั้งบ้าน มี ภรรยา พ่อตา แม่ยาย เครียดจนไม่ต้องบรรยาย ติดต่อ รพ. บางแห่งก็เต็มให้รอ ในที่สุดคว้ายาไทยตามที่ได้ยินมา ช่วยตัวเอง และ ทำตัวตามที่ได้ยินมา ว่า โควิด กลัวของร้อน และ น้ำมะนาว เธอตั้งสติ ต้มน้ำขิง กินทั้งวัน และ กินฟ้าทะลายโจร 3 เวลา ครั้งละ 5 เม็ด ดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำอุ่น เช้าเย็น กินอาหารสมุนไพรไทย แบบกินแล้ว เหงื่อแตก-เหงื่อแตน พอ 5 วันผ่านไป ตรวจใหม่ ผล ออกมาเป็น ลบ ไชโย กันทั้งบ้าน พร้อมเล่าเรื่องจริง ให้ทุกคนที่เป็น หรือเสี่ยง ทำตามนี้ืเป็นบุญ เป็นวิทยาทาน--
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    "(one)(two) คำเตือน" ถ้าหากโควิดอยู่ยาวไปอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี By adminPosted (one). เก็บทุนไว้ให้มากที่สุด ถ้าจะลงทุนให้ดูผลตอบแทนระยะสั้น อย่าคิดหวังระยะยาว (two). ถ้าไม่มีทุน ให้ประหยัดมากที่สุด งดรายจ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์ งดท่องเที่ยว หากิจกรรมที่ทำแล้วเกิดรายได้เพิ่มหรือทดแทน (three). ขายของที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิต ยิ่งอะไรที่พอมีกำไรแนะนำให้ขาย ขายตอนที่ยังมีคนพอมีกำลังซื้อ แล้วไม่ต้องริซื้อเข้ามาอีก (four). อย่าไปโลภพวกทองหุ้น เพราะนั่นคือ กับดักที่จะทำให้ชีวิตจม ถ้ามีเงิน คิดสองอย่างลงทุนที่เกิดดอกผลมากกว่า 7% หรือ เก็บในรูปแบบประกันสะสมทรัพย์ เพราะเป็นอะไรไป มีหลักที่มั่นคงช่วย (five). ข้าราชการ คุณยังพอมีความมั่นคงจากรัฐ แต่ถ้ารัฐล้มเหลว คุณคือคนกลุ่มแรกที่จะดับก่อน เพราะถ้าคุณไม่เพิ่มทักษะ ในการทำมาหากิน ไม่มีรัฐล้มเหลวจะเลี้ยงคุณได้ โดยเฉพาะคนที่เกษียณอายุ (six). รัฐวิสาหกิจ คุณยังมีความสุขได้ แต่หลายรัฐวิสาหกิจก็กำลังตาย และ ตายไปแล้ว เพียงแค่ยังไม่ฝังพวกคุณโดน d i s r u p t โดยไม่รู้ตัว อันที่มั่นใจว่าไม่ล้มแน่ อันนั้นแหละจะล้มก่อนเพื่อน ต่อไปหมดยุค m o n o p o l y แล้ว (seven). เอกชน ส่วนนึงตายแน่ แต่จะมีส่วนรอด ถ้าปรับตัวทัน ใครทำงานเอกชนวันนี้ต้องปรับตัวเองขนาดหนัก รักงานที่ทำให้มาก และ หางานเพิ่มให้เยอะ มิงั้นจะตาย แบบสองประเภทข้างบน (eight). เจ้าของกิจการ เน้นที่ต้นทุน อะไรเพลาได้เพลา อะไรเสี่ยงอย่าทำ ต้นทุนสำคัญที่สุด มันคือความอยู่รอดของกิจการ คุมให้ดีอย่าขี้เกียจ เรียนรู้เรื่องการเงินและบัญชีเพิ่ม ใครว่า งก ช่างหัวมัน เพราะเวลาพัง มันไม่ได้มาช่วยเรา (nine). การศึกษาต่อไปมหา'ลัย ความสำคัญจะน้อยลง คนเรียนน้อยลง ปริญญาอาจไม่ช่วยให้ ทำมาหากินได้หมด เรียนเก่ง แต่ ใช้ชีวิตไม่เก่ง มีเยอะมาก เวลานี้ความรู้นอกห้องเรียนสำคัญ ไม่ใช่ท่องจำอย่างเดียวแล้ว (one)(zero) .คิดว่าตื่นขึ้นมาคือ วันแรกของช่วงสุดท้าย ที่จะมีชีวิตอยู่ จงใช้ชีวิตให้มีความสุขกับครอบครัวคนรัก และ พี่น้อง จะดับตอนไหนยังไม่รู้ (one)(one). ขวนขวายหาความรู้ ไม่ว่าสิ่งนั้น จะถนัดหรือไม่ รู้ไว้ดีกว่าไม่รู้ ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันๆ (one)(two). ตั้งแต่บัดนี้ สถานการณ์จะดิ่งหนักเรื่อยๆ คนที่มีอย่าชะล่าใจ เพียงแค่มันยังไม่ถึงคิวของคุณ แต่ถ้าคุณไม่เตรียมรับมือ ต่อให้พระเจ้าก็ช่วยคุณไม่ได้ และสุดท้ายโชคดีครับทุกคน (:)) ขอให้รอดไปให้ได้ แต่ไม่มีใครการันตีว่า..จะรอดทุกคน เอาว่า ดวง บวก ความเตรียมพร้อม อย่าลืมว่า..เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีเงิน..ทุกสิ่งก็จบ ที่มา : Ramet Tanawangsri
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ปากกาฟอกฟันขาวอันตรายจริงหรือไม่ ?
    “ปากกาฟอกฟันขาว” อันตรายจริงหรือไม่ ? ปากกาฟอกฟันขาวที่กำลังเป็นที่นิยมบนโลกออนไลน์ อุปกรณ์ช่วยเสริมความมันใจให้กับรอยยิ้ม ที่ราคาจับต้องได้ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีอันตรายที่ซ่อนอยู่ จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า กรมอนามัยได้ให้ข้อมูลว่าอุปกรณ์ฟอกฟันขาว ที่ขายกันตามอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะมีสาร "ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์" สูงกว่า6 % และอาจจะสูงถึง15 % ซึ่งปกติ ถ้าสูงกว่า 6% ต้องได้รับความควบคุม โดย อย. เพราะสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ ซึ่งมีฤทธิ์ในการฟอกสีให้ขาวขึ้นนั้น ถ้ามีความเข้มข้นสูงมาก จะเป็นอันตราย กัดกร่อนเนื้อฟัน ทำให้เนื้อฟันเสียหาย และเสียวฟันมากขึ้นได้ ถาดที่ใช้ครอบฟัน ในการฟอกสีฟัน ก็ควรทำเป็นรายบุคคลโดยทันตแพทย์ จึงจะพอดีกับฟันของแต่ละคน เพราะถ้าไม่พอดี สารฟอกฟันจะไปโดนเหงือก อาจทำให้เหงือกบวม อักเสบได้ การฟอกสีฟัน สิ่งแรกที่ควรทำคือการมาพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุของสีฟันเพื่อวางแผนการรักษา ตรวจสุขภาพฟันให้แน่ชัดว่าไม่มีฟันผุ อาการเสียวฟัน เนื่องจากภาวะเหงือกร่น หลังจากนั้นจะขูดหินปูน หรือขัดคราบสีออก แล้วจึงพิมพ์ปากคนไข้เพื่อสร้างแบบจำลองฟัน นำมาทำถาดฟอกสีฟันโดยทำการบันทึกสีของฟันก่อน จากนั้นจึงทำการรักษาต่อไป (แหล่งข้อมูล : https://www.thaihealth.or.th และ https://cofact.org) ทพ.พิชัย งามวิริยะพงศ์ ทันตแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า สารที่ใช้ในการฟอกสีฟันมีส่วนประกอบหลัก คือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือ คาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ แส่วนมากจะใช้ความเข้มข้นอยู่ที่ประมาณ 25-40% แล้วนำน้ำยาทาบนฟันทิ้งไว้ ทำ 3 รอบ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยมีการใส่อุปกรณ์ที่ทำมาเพื่อป้องกันเหงื่อให้คนไข้ โดยจะได้รับการพิมพ์ฟันทั้งฟันบนและฟันล่าง เป็นถาดสำหรับแต้มน้ำยาฟอกสีฟันเฉพาะบุคคลนั้น ๆ เพราะแต่ละบุคคลจะมีลักษณะฟันที่ไม่เหมือนกัน เป็นการป้องกันไม่ให้ตัวน้ำยาไหลไปโดนเหงือกได้ และหลังทำเสร็จควรจะงดอาหารประเภทที่มีการติดสีมาก ๆ เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ และงดการสูบบุหรี่ บางครั้งสามารถเกิดอาการเสียวฟันได้ชั่วคราวประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารเย็นจัดไปก่อน ทั้งนี้ ทพ.พิชัย ให้ข้อแนะนำว่า ทันตแพทย์ไม่แนะนำการซื้อปากกาฟอกฟันขาวที่ให้ไปทำด้วยตนเอง การฟอกฟันขาวหรือการรักษาฟันจากอาการต่าง ๆ ควรปรึกษาก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ตรวจและเลือกแนวทางการรรักษา หากซื้อผลิตภัณฑ์ทำเองอาจเกิดผลที่เป็นอันตรายได้ และถ้าหากตัดสินใจการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และดูว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ไม่สูงกว่า 6% ตามที่ อย. กำหนด และควรมีคาร์บอกซี่โพลิเมทิลีน เป็นสารหนืดที่ทำไม่ไห้น้ำยาเหลวจนเกิน เพื่อให้น้ำยาเกาะติดบนผิวฟันได้ เพราะถ้าน้ำยาไหลไปโดยเหงือกอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือไปทำให้เกิดเคมีคอลเบิร์นต่อเหงือกจะเกิดปัญหาตามมาได้ คนที่ไม่สามารถฟอกฟันขาวได้ 1.หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 2.คนที่อายุต่ำกว่า 16 ปี เพราะชั้นเคลือบยังไม่ได้แข็งแรงมากพอ 3.ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพฟัน ควรได้รับการรักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน เช่น ฟันผุแบบไม่รู้ตัว ฟันเป็นรู ฟันสึกจากการแปรงฟันแรงเป็นช่องเว้าเข้าไปแถวเหงือก ฟันร้าว มีรอยร้าวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือเดิมคนไข้เสียวฟันอยู่แล้วแค่กินน้ำเย็นกับไอศกรีมก็เสียวฟัน แล้วยังพยายามจะไปฟอกสีฟันก็จะเกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมาได้ 4.คนที่มีการอุดฟัน อาจจะต้องมาตรวจกับทันตแพทย์ก่อนว่าวัสดุต่าง ๆ มันอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือเปล่า เพราะบางคนแบบอาจจะอุดตั้งแต่เด็กแล้วมีรูหรือมีช่อง น้ำยาเคมีเกิดมันเล็ดลอดแทรกเข้าไป ทำให้เกิดโพรงประสาทฟันอักเสบได้ 5.ไม่เคยรักษาโรคเหงือก เลือดออกตามไรฟัน หินปูนเกาะเต็มฟันหน้าทั้งบนทั้งล่าง ต้องรักษาโรคเหงือกให้เรียบร้อยเสียก่อน ดังนั้น การฟอกสีฟันควรทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การจะซื้อปากกาฟอกฟันขาวมาใช้เองอาจจะไม่ได้เห็นผลเท่าที่ควร หรือเกิดอันตรายต่อตัวผู้บริโภคได้ และควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนรักษาฟันทุกครั้ง
    ธนกฤต ราชัย
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ต้มน้ำขิง กินทั้งวัน และ กินฟ้าทะลายโจร 3 เวลา ครั้งละ 5 เม็ด ดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำอุ่น เช้าเย็น กินอาหารสมุนไพรไทย รักษาโควิดได้
    *** ข่าวดีจาก คุณทิพวรรณ ปิ่นภิบาล นักร้องชื่อดัง เล่าเรื่องจริง..... ครอบครัวที่เธอรู้จักดี สามีติดโควิดจากที่ทำงาน อย่างไม่รู้ตัว พลอยรับเคราะห์ทั้งบ้าน มี ภรรยา พ่อตา แม่ยาย เครียดจนไม่ต้องบรรยาย ติดต่อรพ. บางแห่งก็เต็มให้รอ ในที่สุดคว้ายาไทยตามที่ได้ยินมา ช่วยตัวเอง และ ทำตัวตามที่ได้ยินมา ว่า โควิด กลัวของร้อน และ น้ำมะนาว เธอตั้งสติ ต้มน้ำขิง กินทั้งวัน และ กินฟ้าทะลายโจร 3 เวลา ครั้งละ 5 เม็ด ดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำอุ่น เช้าเย็น กินอาหารสมุนไพรไทย แบบกินแล้ว เหงื่อแตก-เหงื่อแตน พอ 5 วันผ่านไป ตรวจใหม่ ผลออกมาเป็น ลบ ไชโย กันทั้งบ้าน พร้อมเล่าเรื่องจริง ให้ทุกคนที่เป็น หรือเสี่ยง ทำตามนี้ืเป็นบุญ เป็นวิทยาทาน
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    จริงหรือ คนจีน แห่ยกเลิกมาไทย..ห่วงความปลอดภัย หวั่นเผลอใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาโดยไม่รู้ตัว พาชีวิตติดคุก!!
    จริงหรือจากมีการแชร์ต่อ ๆ กันมา ในกลุ่มไลน์ว่า คนจีน แห่ยกเลิกมาไทย..ห่วงความปลอดภัย หวั่นเผลอใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาโดยไม่รู้ตัว พาชีวิตติดคุก!! นักธุรกิจจีน ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งกับคมชัดลึก บอกห่วง #เสรีกัญชา ทำคนจีนเที่ยวไทย ...กลับประเทศติดคุก ผลตามมา #ยกเลิกแผนเดินทางท่องเที่ยวไทย เรื่องนี้ นางหลุ่ย แซ่กั๊ว ประธานบริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้คนจีนกำลังกังวลกับนโยบายเปิดเสรีกัญชาของไทย ไม่กี่วันที่ผ่านมาทางสถานทูตจีน ออกประกาศชี้แนะคนจีน ที่มีคำถามเกี่ยวกับกัญชา ซึ่งข้อชี้แนะมีหลายเรื่อง ยกเอากฎหมายจีนมาประกอบ อาทิ คนจีนที่มาเมืองไทย ถ้านำ #สินค้าหรือวัตถุที่มีส่วนผสมของกัญชา หรือ #กัญชง กลับประเทศจีนถือว่าเป็นการ #ขนส่งยาเสพติด มี #โทษทางกฎหมาย เหตุนี้ทำให้คนจีนเริ่มกลัว กังวลผู้ที่สูบหรือรับประทานหรือเสพกัญชาในไทยแล้วกลับจีน หากถูกตรวจเจอในร่างกายมีสารกัญชา จะมีโทษเท่ากับผิดกฎหมายยาเสพติดของจีน ซึ่งสารพวกนี้จะมีการตกค้างอยู่ในปัสสาวะ เลือด น้ำลาย หรือ เส้นผม โทษเสมือนเสพในประเทศจีน จะได้รับโทษแบบเดียวกัน ฉะนั้นจึงเตือนให้ระวังอย่างมากในการซื้อหรือเสพสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชา หรือถ้าจะนำสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชา กลับไปฝากญาติพี่น้องในประเทศจีนก็จะเข้าข่ายผิดกฎหมายการขนส่งยาเสพติด เขาไม่แยกว่าจะเป็นใบหรือดอก แค่มีส่วนผสมของกัญชาก็ถือว่าผิดกฎหมายทันที ยิ่งตอนนี้ไทยยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจนว่าสถานที่ตรงไหนเปิดให้ขายกัญชาเสรี หรือตรงไหนไม่อนุญาตให้ขาย ตรงไหนสูบได้ ตรงไหนสูบไม่ได้ ไปต่างจังหวัด ก็มีซุป ต้มยำ ที่มีส่วนผสมของกัญชาขาย ทำให้มีความกังวลกันอย่างมากในหมู่ชาวจีน เช่น ถ้าใช้บริการในสปาแล้ว เกิดมีการสูบกัญชาในนั้น แล้วคนที่เขาไม่ชอบต้องสูบควันเข้าไปด้วยจะทำอย่างไร หรือถ้าไปเที่ยวในผับ เผลอดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้าไปแล้วเดินทางกลับประเทศจีนจะทำอย่างไร? ทางการจีน ได้เตือนว่า กัญชาจะตกค้างใน #เส้นผม นานมาก แต่ถ้าอยู่ใน #ปัสสาวะ #เลือด หรือ #น้ำลาย อาจจะอยู่ได้ 3-5 วัน บางคนกลัวจนถึงขั้นปฏิเสธที่จะมาเที่ยวเมืองไทยเ บางครอบครัวตั้งใจจะมาอยู่เมืองไทยนานๆ ด้วยการส่งลูกเข้าเรียนในเมืองไทย ตามข้อยกเว้นของบัตรอีลิตวีซ่า อนุญาตชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสามารถอยู่ได้ระยะยาว อยู่ได้นานหลายเดือน พอเขาเห็นกฎหมายกัญชาเสรียกเลิกการขอวีซ่าเลย ทั้งนี้ ในบางประเทศแถบยุโรป ที่เปิดเสรีกัญชา แต่ไม่น่ากังวล ก็เพราะเราจะรู้ว่าสถานที่ตรงไหนอนุญาตให้ขายกัญชาได้ ก็หลีกเลี่ยงไปในสถานที่นั้นๆ แต่เมืองไทยไม่มีการจำกัดพื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้ว่าตรงไหนมีกัญชา ไม่มีคำเตือนที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความกลัวในหมู่ชาวจีนอย่างมาก #Thaitribune
    ชุมพล ศรีสมบัติ
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ⚠️เตือนภัย‼️ตอนนี้ มีพวกแฮกเกอร์ระบาด “มีข้อความเตือนแจ้งว่าเพจคุณจะถูกปิดเพจ และมีลิ้งค์ให้กด จะให้คลิกเข้าไปยืนยันตัวตน ” ห้ามกดเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นเพจจะถูกแฮก และจะส่งข้อความแบบนี้ไปหาคนอื่นอัตโนมัติ เพจแม่ครูเพิ่งโดนคนส่งข้อความมา ซึ่งเจ้าของเพจก็ไม่รู้ตัว ระวังกันด้วยนะคะ (ดูรูปได้ที่ใต้โพสต์👇🏻ค่ะ) อย่าลืมช่วยกันกดแชร์ออกไป หรือ tag ให้เพื่อนเพื่อนดูนะคะ ❗️
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    🚨 แชร์ด่วน! ส่งต่อให้ผู้สูงอายุในบ้านด่วนจ้า!! 🚨 💡 รู้หรือไม่? สูงวัยทาน "ข้าวไรซ์เบอร์รี่-ข้าวกล้อง" ทุกวัน เสี่ยงไตเสื่อม-หัวใจโตโดยไม่รู้ตัว!! หลายบ้านรักสุขภาพ สรรหาข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง ให้คุณตาคุณยายทานเพราะคิดว่าดี แต่ สมาคมแพทย์โรคไตและผู้เชี่ยวชาญ ออกมาเตือนแล้วว่า "ไม่จริงเสมอไป!" สำหรับผู้สูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไป ที่ระบบไตเริ่มทำงานช้าลงตามวัยจ้า! 🛑 🌾 ทำไมสูงวัยต้องกลับมาทาน "ข้าวขาว"? ในจมูกข้าวและรำข้าวของข้าวไรซ์เบอร์รี่/ข้าวกล้อง มีแร่ธาตุที่เรียกว่า "ฟอสฟอรัส" สูงมากๆ เมื่อไตของผู้สูงอายุเริ่มกรองได้น้อยลง แร่ธาตุตัวนี้จะสะสมในเลือด ทำให้ กระดูกพรุน เปราะหักง่าย และหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว คุณหมอจึงแนะนำว่า สูงวัยควรทาน "ข้าวขาวขัดสี" (เช่น ข้าวหอมมะลิ) ดีที่สุด! เพราะฟอสฟอรัสต่ำมาก ช่วยเซฟไต ไม่ให้ไตต้องทำงานหนักเกินไปจ้า 🌾✨ ❌ เช็กด่วน! 8 ผลไม้และผักสุดฮิต..ที่สูงวัย "ต้องเลี่ยง" หรือกินให้น้อยที่สุด ถ้าไม่อยากฟอสฟอรัส-โพแทสเซียมพุ่งรุนแรง! 💛 ทุเรียน / ขนุน: หวานจัด โพแทสเซียมสูงปรี๊ด ไตทำงานหนักแน่นอน 🥥 กระท้อน: ฟอสฟอรัสสูง แร่ธาตุสะสมเกินพิกัด ไตขับไม่ทันจ้า 🍌 กล้วยหอม / กล้วยน้ำว้า: แม้จะดีต่อระบบขับถ่าย แต่โพแทสเซียมสูงมาก ต้องคุมปริมาณนะจ๊ะ 🥑 อะโวคาโด: แหล่งไขมันดี แต่แร่ธาตุแน่นอันดับต้นๆ สูงวัยทานเยอะเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ! 🌴 อินทผาลัมสด / อินทผาลัมแห้ง: แร่ธาตุเข้มข้นเกินไปสำหรับไตผู้สูงอายุ ห้ามทานทีละมากๆ เด็ดขาด! 🍇 ลำไย / ลิ้นจี่: น้ำตาลสูงและแร่ธาตุเยอะ สะสมง่าย ไม่ดีต่อแร่ธาตุในเลือดจ้า ⚠️ เตือนภัยข่าวปลอม! ผักใบเขียวจัดๆ บางชนิด เช่น กระเจี๊ยบเขียว ที่ส่งต่อกันว่ากินแทนข้าวได้ สรุปคือ "ห้ามกินแทนข้าวเด็ดขาด" นะคะ! มีโพแทสเซียมสูงมาก กินเยอะไปไตวายเฉียบพลันและอันตรายต่อหัวใจมากๆ จ้า ‼️ ใสๆ ปลอดภัยต่อไต 🍏 ผลไม้ที่หมอแนะนำให้ทานแทน: ชมพู่, แอ๊ปเปิ้ลเขียว, สับปะรด, สาลี่ (ทานสลับกัน มื้อละ 6-8 คำเล็กๆ กำลังดีที่สุด) รักใครให้ส่งต่อ.. ปรับอาหารวันนี้ เพื่อจะได้อยู่กับลูกหลานไปนานๆ สุขภาพแข็งแรง ไตไม่เสื่อมจ้าาา 🙏❤️✨
    ไม่ระบุชื่อ
     •  10 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 2 คนสงสัย
    หมอ ORTHOPEDIC ศิริราช แชร์ประสบการณ์ ติดโควิดโดยไม่รู้ตัว ผมติดโควิดเมื่อ ผลตรวจยืนยัน 17 เมษายน 63 นะครับ ตอนนี้อยู่ศิริราชมา 7 วันแล้ว ขอแชร์เรื่องราวไว้ให้ทุกท่านนะครับ - ผมไม่ได้ไปที่เสี่ยงที่ไหนมาเลย ผับ บาร์ เลาจ์ ร้านเหล้า คอนเสิร์ต ตั้งแต่ 1 เมษายน ผมคิดว่าผมไม่มีความเสี่ยง ทำให้พอมีอาการน้อยๆ เช่น ไอ เจ็บคอ ไข้ต่ำๆ ผมรีรอที่จะไปตรวจ ตอนนั้นคิดว่า ถ้าไปตรวจเจอมันต้องยุ่งมากแน่ๆ ขอรอให้แน่ใจอีกซักนิด อย่ารอครับ ยิ่งรอยิ่งหนัก ไปตรวจเลยครับ - อาการเร็วมาก 15 เมษายน ตัวรุมๆ ครั้่นเนื้อครั่นตัวตอนบ่ายๆ ไอแห้งๆนิดเดียว , 16 เมษายน ไข้เริ่มสูงขึ้นตอนบ่ายๆ ตอนกลางคืนไข้ขึ้นสูง วัดไข้เอง สูงถึง 39 ไอแห้งมาก เริ่มมีเสมหะ เจ็บหน้าอก - กลัวตายครับ วันที่ 17 พอทราบผล ตอนนั้นมีไข้สูง ไอมาก เจ็บหน้าอก เริ่มได้ข้อมูลว่ารอบนี้ผู้ชาย อายุน้อย อาการหนัก ลงปอดเยอะ ตอนนั้นคือ คิดว่าเราน่าจะมี pneumonia แล้วถึงมีไข้สูง รพ.จะมารับเข้าไป admit วันนั้นเลย ความกลัวเกิดขึ้นจริงๆว่า เข้าไปแล้วจะได้กลับออกมาไหม กลัวจริงๆครับ ผล CXR ก็มี RLL infiltration จริงๆครับ - เสียใจ depress ทำเพื่อนๆ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ต้องโดน swab โดนกักตัว เยอะมาก วุ่นวายไปทั้งรพ. เนื่องจากผมไม่มีประวัติ contact confirm patient ที่ชัดเจน (ผมคิดว่าผมติดช่วงวันที่ 12 เมษายน เนื่องจากไปกินข้าวที่ street food เยาวราช มีช่วงที่ร้านคนแน่น และไม่ใส่ mask (แต่ ID คิดว่ามันไม่ชัดเจน ขอกวาดเอาคนที่ contact กับผมทั้งหมด 14 วันย้อนหลัง ต้องขอโทษทุกๆคนด้วยครับ) - โรงพยาบาล ไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่เลยครับ มาอยู่ศิริราช วอร์ดพิเศษ (มว2) แต่ด้วยความที่ทุกอย่างจำกัด ห้องพิเศษ ต้องนอนสองคน ยังดีที่ได้นอนเตียงผู้ป่วย เพื่อนร่วมห้องอีกคน ต้องนอนที่นอนญาติ ลำบากกว่ามาก การอยู่ในห้องเดิม ไปไหนไม่ได้ตลอด 7 วัน ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยครับ ไม่ป่วย อยู่ที่บ้านเราดีที่สุด - 5 วันแรก อาการค่อนข้างมาก ต้องได้ dexa + Favi ตลอด ขนาดได้ dexa ยังมีไข้ 37-38 อยู่ ไอตลอด แต่อาการก็ค่อยๆดีขึ้นโดยลำดับ CXR ดีขึ้นเรื่อยๆ - วันนี้ 24 เมษายน 2564 วันนี้อาการดีแล้วครับ ไม่มีไข้มา 3 วัน ไม่มีอาการไอแล้ว CXR clear แล้ว กำลังจะย้ายไป Hospitel อีก 7 วัน และ กักตัวที่บ้าน 7 วัน ตรวจซ้ำที่วันที่ 21 ถ้า ct > 30 จึงจะสามารถกลับไปทำงานได้ ยาววววเลย - ผมฉีดวัคซีน sinovac 7 เมษายน วัคซีนไม่ช่วยอะไรร ขอให้พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านระวังรักษาสุขภาพครับ ก่อนนี้ผมเคยคิดว่า ติดๆโควิดก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องห่วง คอยระแวงอะไรมากมาก แต่ติดแล้วมันแย่มากครับ ไม่ติดดีที่สุดครับผม ขอให้ทุกท่านปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง ครับ ณพล สินธุวนิช 24 เมษายน 2564
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เหนือ​จีนคือยิว เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงของหญิงชาวจีนเชื้อสายยิวท่านหนึ่ง ในปี 1992 ตอนที่ฉันตัดสินใจย้ายจากเมืองจีนไปปักฐานใหม่ยังอิสราเอล ลูกชายคนโตอายุ 13 ลูกชายคนที่สองอายุ 12 ส่วนลูกสาวคนเล็ก 10 ขวบ ฉันให้ลูกๆอยู่เมืองจีนไปก่อน ที่ตัดสินใจย้ายไปอิสราเอลในตอนนั้น ก็เพราะทนอยู่ในสภาพเดิมๆไม่ได้แล้ว พ่อของฉันเป็นชาวยิวขนานแท้ ย้ายหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอยู่เมืองจีน แต่งงานกับแม่ฉันซึ่งเป็นหญิงจีน หลังฉันเกิดไม่นาน แม่ก็ทิ้งพวกเราสองพ่อลูกไป พ่อฉันเสียตอนฉันอายุ 12 ฉันกลายเป็นเด็กกำพร้าเต็มตัว พอโตขึ้น ฉันได้ทำงานในโรงงานถลุงเหล็ก หลังแต่งงานก็มีลูก 3 คน แต่แล้วสามีก็ทิ้งพวกเราไป มันเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความขมขื่น พอดีเป็นช่วงเวลาที่จีนกับอิสราเอลเปิดสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศขึ้นมา ด้วยจิตใจที่อยากหนีให้พ้นๆจากดินแดนแห่งความทุกข์ใจ ฉันเลยกลายเป็นพวกอพยพกลุ่มแรกที่ขอย้ายจากจีนไปอยู่อิสราเอล ตอนถึงอิสราเอลใหม่ๆ ความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าอยู่ในเมืองจีนเสียอีก ฉันไม่เข้าใจภาษาฮีบรูยุคใหม่ของอิสราเอลเลย (ภาษาฮีบรูแบบโบราณที่พ่อเคยสอนฉันไว้บ้าง เขาเลิกใช้กันแล้ว) ท่ามกลางหมู่คนที่ฉันไม่รู้จักใครเลย แถมยังเป็นบ้านเมืองที่ฉันไม่คุ้นเคย เลยไม่ทราบว่าจะเริ่มทำมาหากินอะไร เงินที่พกติดตัวไปจากเซี่ยงไฮ้คงพอยาไส้ได้สักสามเดือน แต่ฉันมุ่งมั่นว่าต้องหาวิธีอยู่ให้รอด และจะต้องรับลูกๆมาอยู่กับฉันให้ได้ ฉันเริ่มเรียนภาษาเพื่อสื่อสารให้รู้เรื่อง แล้วฉันก็ตัดสินใจตั้งแผงริมถนนขายเปาะเปี๊ยะทอดยึดเป็นอาชีพไว้ก่อน วันๆจะมีกำไรสิบกว่าซิเกิล (หนึ่งซิเกิลเท่ากับเก้าบาทไทยโดยประมาณ) พอการค้าเล็กๆน้อยๆของฉันพอจะพึ่งพาได้ เดือนพฤษภาคมปี 1993 ฉันรับลูกทั้งสามคนมาอยู่ด้วยกันที่อิสราเอล ตอนอยู่ที่เมืองจีน แม้จะลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่ฉันไม่เคยให้ลูกๆต้องลำบากด้วย พอมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ยังคงเลี้ยงลูกในแบบเดิมๆ ซึ่งมันก็คงไม่ต่างจากคนจีนทั่วไป ทุกวันหลังลูกๆ ไปโรงเรียน ฉันกขายปอเปียะไป พอตกบ่ายเลิกเรียน พวกเขาก็จะมาหาฉันที่แผง ฉันก็จะเก็บร้านเลิกขาย แล้วเริ่มหุงหาอาหารมื้อเย็นให้ลูกๆได้กินกัน มีอยู่วันหนึ่ง ตอนที่กำลังเตรียมปรุงบะหมี่ให้ลูกๆ เพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินมาหาพวกเรา แล้วก็ชี้หน้าลูกชายคนโตพร้อมตำหนิว่า "แกเป็นเด็กโตแล้ว ทำไมไม่ช่วยแม่ทำงานทำการบ้าง อย่าทำตัวเหมือนขยะไร้ค่า" แล้วเธอก็หันมาต่อว่าฉัน "อย่าเอารูปแบบผิดๆที่พกพาจากเมืองจีนมาเผยแพร่ที่นี่ อย่าคิดว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เป็นความรักที่ถูกต้อง" คำพูดของเธอทำพวกเราตกใจมาก เป็นการทำร้ายจิตใจที่ดูโหดร้าย พวกเรารู้สึกแย่เอามากๆ เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันได้แต่ปลอบลูกชายคนโตว่า "ไม่เป็นไรนะลูก แม่ทนได้ แม่รับไหว แม่มีความสุขที่ได้ดูแลลูกๆทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีที่สุดก็พอแล้ว” "แต่ว่า...." ลูกชายคนโตพูดอย่างครุ่นคิด "คุณน้าคนนั้นอาจจะพูดถูก ผมคิดว่า ผมน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระให้แม่ได้บ้าง" วันถัดมาเป็นวันที่ชาวบ้านไปโบสถ์กัน โรงเรียนเลิกเรียนตอนเที่ยง พอพวกเขามาถึงแผงขายของ ลูกชายคนโตมายืนข้างฉัน แล้วหยิบเอาแผ่นแป้งห่อเปาะเปี๊ยะใส่ไส้แล้วม้วนให้เรียบร้อย นำลงทอดในกระทะจนสุก แม้จะยังดูไม่คล่องแคล่วนัก แต่ความชำนาญก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นในชิ้นต่อๆไป การเปลี่ยนแปลงของลูกชายคนโตเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน นอกจากจะช่วยงานที่แผงขายของแล้ว เขายังเสนอว่าให้พวกเขาเอาเปาะเปี๊ยะทอดไปขายให้เพื่อนๆที่โรงเรียน พวกเขาเอาไปคนละ 20 ชิ้น พอเลิกเรียนกลับมา ทุกคนเอาเงิน 10 ซิเกิลมาให้ฉัน บอกตรงๆ ฉันรู้สึกสะเทือนใจมาก ปล่อยให้ลูกๆที่อายุยังน้อยต้องมาช่วยแบกภาระเรื่องทำมาหากิน แต่ว่าการแสดงออกของพวกเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจเลย พวกเขากลับบอกว่ารู้สึกมีความสุขและความภูมิใจกับการรู้จักหาเงินหาทองได้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อนบ้านมักจะแวะมาคุยกับฉันบ่อยๆ บอกเล่าถึงวิธีที่ชาวยิวเลี้ยงลูกหลานกันอย่างไร ต้องให้การศึกษาแก่พวกเขาอย่างไร ชาวยิวจะคิดว่า การหาเงินไม่จำเป็นต้องรอตอนโตแล้ว มันช่างแตกต่างจากคนจีนที่มักคิดว่า "ตอนเป็นเด็กมีหน้าที่ศึกษาหาความรู้อย่างเดียว" แต่ชาวยิวคิดว่า "ตอนเป็นเด็กก็ต้องเริ่มศึกษาวิธีหาเงินหาทองกันแล้ว" เพื่อนบ้านบอกฉันว่า ในครอบครัวชาวยิว ไม่มีอาหารฟรี ไม่มีบริการฟรี ทุกอย่างต้องตีค่าเป็นเงิน เด็กทุกคนต้องศึกษาวิธีการหาเงิน เพื่อจะให้ได้มาในสิ่งที่ตนอยากได้ ฉันรู้สึกว่าวิธีการนี้ดูโหดร้ายเกินไป ยอมรับไม่ค่อยได้ แต่ว่า จากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวพวกเรา เด็กๆถูกซึมซับให้ยอมรับความคิดแบบนี้ได้ง่ายกว่าฉันมากมาย ในที่สุด ฉันตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ฉันเคยดูแลพวกเขา ลองให้พวกเขาปรับเปลี่ยนไปในลักษณะชาวยิวเต็มตัว เราเริ่มจากทุกอย่างในบ้านก่อน ของทุกอย่างในบ้านตีเป็นมูลค่าหมด รวมค่าอาหารและบริการต่างๆที่แม่คนนี้ทำให้ลูกๆ ทุกคนต้องจ่ายค่าอาหาร 100 อาโกรอทต่อมื้อ (100 อาโกรอทเท่ากับ ซิเกิล) ซักเสื้อผ้าครั้งละ 50 อาโกรอท แต่ฉันก็หาโอกาสให้พวกเขามีทางทำมาหากิน ฉันขายเปาะเปี๊ยะทอดให้พวกเขาในราคาขายส่ง ชิ้นละ 30 อาโกรอท แล้วให้พวกเขาไปตั้งราคาขายกันเอง กำไรเป็นของพวกเขา วันแรกที่กลับจากโรงเรียน ถึงจะรู้ว่าทั้งสามคนล้วนมีวิธีการขายที่ไม่เหมือนกันเลย ลูกสาวคนเล็กซื่อหน่อย ขายให้เพื่อนๆในราคา 50 อาโกรอทต่อชิ้น ได้กำไรมาทั้งสิ้น 400 อาโกรอท คนที่สองใช้วิธีขายส่ง เขาขายทั้งหมดให้โรงอาหารของโรงเรียน ราคา 40 อาโกรอทต่อชิ้น ได้กำไรมาแค่ 200 อาโกรอท แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ โรงอาหารสั่งให้เขาไปส่งทุกวัน วันละ 100 ชิ้น ส่วนลูกคนโตคิดนอกกรอบกว่าคนอื่น เขาจัดรายการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง "มารู้จักประเทศจีนกันหน่อย" เขาเป็นผู้ดำเนินรายการเอง จุดดึงดูดอีกอย่างของงานก็คือ ทุกๆคนที่เข้าร่วมจะได้ลิ้มรสเปาะเปี๊ยะทอดแบบจีน โดยเขาเก็บค่าผ่านประตูคนละ 10 อาโกรอท เปาะเปี๊ยะทอดทุกชิ้นถูกหั่นเป็นสิบชิ้นเล็ก มีผู้เข้าร่วม 200 คนเต็มความจุ เก็บค่าผ่านประตูได้ 2000 อาโกรอท หลังหักค่าสถานที่ให้โรงเรียนไป 500 อาโกรอท เขายังเหลือกำไรสุทธิ 1500 อาโกรอท นอกจากวิธีการของลูกสาวที่อยู่ในความคาดคะเนของฉันแล้ว ต้องยอมรับว่าลีลาของลูกชายทั้งสองอยู่เหนือจินตนาการของฉันจริงๆ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น พวกเขาเปลี่ยนแปลงจากเด็กที่ทำอะไรไม่เป็น กลับกลายเป็นเด็กที่มีความคิดในลักษณะพ่อค้าเต็มตัว รู้คุณค่าของเงิน และมุ่งมั่นจะหาเงินให้มากยิ่งขึ้นในรูปแบบที่ถูกต้อง แต่การเรียนของพวกเขาก็ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนเลย ลูกชายคนโตได้มีโอกาสเรียนเกี่ยวกับกฏหมายของพวกผู้อพยพเข้าเมือง เขาบอกฉันว่า ครอบครัวที่อพยพเข้ามาในอิสราเอลอย่างบ้านเรา มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะเท็จหรือมันจะจริง แต่ก็ลองไปติดต่อทางการดู สุดท้ายก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นเงิน 6000 ซิเกิล นี่เป็นเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับครอบครัวเรา ลูกชายคนโตบอกฉันว่า เงินจำนวนนี้ได้มาเพราะคำแนะนำของเขาแท้ๆ เขาควรได้รับส่วนแบ่ง 10% ฉันตรึกตรองอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจแบ่งให้เขาไป 600 ซิเกิล หลังได้รับเงิน เขาซื้อของขวัญชิ้นงามให้ฉันและน้องๆคนละชิ้น เงินที่เหลือ เขาบอกว่าจะเอาไปต่อทุนเพื่อหาเงินให้ได้มากยิ่งๆขึ้น เขาใช้เงินจำนวนนั้นไปสั่งซื้อเครื่องเขียนจากเมืองจีนส่งผ่านมาให้ทางไปรษณีย์ ราคาเครื่องเขียนที่จีนถูกกว่าของอิสราเอลมากมาย เขานำมาขายให้เพื่อนๆในโรงเรียน พอได้กำไร เขาก็ยังเดินหน้าค้าขายต่อไป หนึ่งปีผ่านไป ตัวเลขบัญชีในธนาคารของเขาเพิ่มเป็น 2000 ซิเกิล แม้ลูกชายคนโตจะรู้จักหาเงินได้มาก แท้จริงแล้ว ลูกชายคนที่สองมีหัวการค้าแบบชาวยิวไม่แพ้พี่เขา ชาวยิวทั้งหลายมีหลักการง่ายๆว่า " ค้าขายอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องลงทุน จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ทำอะไรก็ได้ที่คนอื่นยังไม่ได้เริ่มทำ จะมีโอกาสที่ดีที่สุด" ในขณะที่ลูกคนโตกำลังทำเงินกับเครื่องเขียนจากจีน ลูกคนที่สองก็ทำเงินของเขาไปอย่างเงียบๆ เขาใช้หัวคิดจากมันสมองของเขาที่ไม่ต้องลงทุนเป็นตัวเงิน เขาเขียนบทความต่างๆเกี่ยวกับเมืองเซี่ยงไฮ้จากมุมมองของเด็กอายุ 14 คนหนึ่ง เขามีคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์ เขียนอาทิตย์ละ 2 บท บทละประมาณ 1000 ตัวอักษร รายได้ตกเดือนละ 8000 อาโกรอท ส่วนลูกสาวคนเล็กนั้น จะเก็บตัวหน่อยตามภาษาเด็กผู้หญิง ไม่ได้แสดงบทบาทเรื่องหาเงินหาทองมากมายนัก แต่จากตัวเธอ ฉันสามารถรับรู้ถึงกลิ่นไอของชาวยิวที่ชอบมองชีวิตความเป็นอยู่แบบสวยงาม เธอหัดชงชาและทำขนม ทุกๆเย็น เธอจะเตรียมชาไว้กาหนึ่ง แล้วก็มีขนมจากฝีมือเธอเองไม่ซ้ำแบบ พวกเราจะได้นั่งล้อมวง ดื่มชา ทานขนมและพูดคุยกัน ขนมของเธอก็มักจะมีกลิ่นไอจากจีนปะปนอยู่ด้วย ทุกคนที่บ้านชอบกันทั้งนั้น แน่นอน มันไม่ใช่ของฟรี พี่ๆต้องจ่ายค่าขนมให้เธอ หักค่าวัตถุดิบแล้ว น้องสาวสุดท้องก็มีรายได้ที่น่าพอใจ ตอนนี้บ้านเราไม่จนแล้ว เรามีเงินเก็บพอประมาณ เลยตกลงกันว่าจะเปิดร้านอาหารจีนขึ้นมาร้านหนึ่ง ฉันถือหุ้น 40% ลูกคนโต 30% คนรอง 20% และคนเล็ก 10% ร้านของเราประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นที่นิยมของเหล่านักชิมทั้งหลาย ผู้หญิงจากประเทศจีนคนนี้ก็เลยกลายเป็นคนที่ถูกสังคมจับตามองโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งฉันได้มีโอกาสเข้าพบนายกรัฐมนตรียิตซัค ราบินของอิสราเอล ฉันกลายเป็นคนโด่งดังในชั่วข้ามคืน ตอนนี้ฉันสามารถใช้ภาษาฮีบรูของอิสราเอลได้อย่างคล่องแคล่ว บวกกับฉันมีภาษาจีนเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ฉันถูกทาบทามโดยบริษัทค้าเพชรของรัฐบาลอิสราเอล ให้ไปเป็นตัวแทนคนแรกของบริษัทประจำประเทศจีน พอฉันย้ายกลับไปอยู่ประเทศจีนอีกครั้ง ลูกๆทั้งสามก็ตามฉันไปด้วย พอเอาลูกๆไปเปรียบเทียบกับเด็กทั่วๆไปในจีน ฉันรู้สึกว่าลูกฉันจะดูโดดเด่นกว่าพวกเขาพอสมควร ก่อนจะกลับไปที่จีนเที่ยวนี้ พวกเขาทั้งสามไปกว้านซื้อสิ่งของต่างๆจากอิสราเอลไว้มากมาย พอพวกเขาเข้าเรียนได้ไม่นาน ครูของโรงเรียนแวะมาคุยกับฉัน บอกว่าเด็กๆนำเอาของมากมายจากอิสราเอลไปขายที่โรงเรียน มีตั้งแต่เครื่องประดับ เสื้อผ้า ของเล่น หรือแม้กระทั่งปลอกกระสุนเปล่าก็ไม่เว้น ครูอยากให้ฉันช่วยดูแลเด็กๆให้อยู่ในกรอบหน่อย ฉันบอกครูว่า ฉันไม่สามารถห้ามการกระทำของพวกเขา นี่เป็นวิธีหาเงินเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนของพวกเขาเอง เพราะฉันไม่ได้รับผิดชอบค่าเล่าเรียนของพวกเขาอีกแล้ว ครูทั้งตกใจและแปลกใจ เขาไม่เข้าใจว่าคนมีเงินเดือนสูงในบริษัทข้ามชาติอย่างฉัน จะไม่รับผิดชอบค่าเล่าเรียนของลูกๆ ฉันเชิญครูทานขนมที่ลูกสาวคนเล็กทำไว้ขายในบ้าน ชิ้นละ 2 หยวน ฉันบอกครูด้วยรอยยิ้มว่า "นี่คือผลพลอยได้ของการได้อยู่อิสราเอลในหลายปีนี้ สอนให้เด็กๆได้เรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตของชาวยิว และฉันก็เชื่อว่าพวกเขาทุกคนจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพแน่นอน......." ในที่สุด ลูกคนโตตัดสินใจเข้าเรียนวิทยาลัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เขาต้องการจะเป็นมืออาชีพของวงการท่องเที่ยวให้ได้ เขาตั้งใจจะไปเปิดบริษัทบริการท่องเที่ยวที่อิสราเอล เพื่อเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญที่สุดเกี่ยวกับการเที่ยวประเทศจีน ลูกชายคนที่สองเข้าเรียนวิทยาลัยเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ เขาตั้งใจจะเป็นคอลัมน์นิสต์ เขาชอบงานขีดๆเขียนๆ ซึ่งสามารถทำเงินให้เขาได้โดยไม่ต้องควักเงินไปลงทุน ลูกสาวคนเล็กอยากไปเรียนทำครัวเกี่ยวกับอาหารจีน เพื่อเป็นเชฟระดับแนวหน้าให้ได้ โดยเฉพาะเป็นมือโปรด้านขนม ตั้งใจจะกลับไปเปิดร้านขนมที่อร่อยที่สุดในอิสราเอล กลับมาประเทศจีนเที่ยวนี้ ฉันรู้สึกว่าพ่อแม่ชาวจีนทั้งหลายมีจิตใจโลเลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรหลานของตน พวกเขาล้วนหวังจะเห็นลูกร่ำรวยมีเงินมีทองเป็นเศรษฐี แต่กลับไม่ได้ให้โอกาสเรียนรู้และลงมือทำ The capacity to learn is a GIFT.
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false