ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
แจ้งเพื่อทราบครับใครมีญาติที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะ ระยะสุดท้าย ตอนนี้ มีเครื่องรักษา โดย ไม่ต้องผ่าตัด ชื่อเครื่อง HIFU เป็นเทคโนโลยีร่วมพัฒนา ญี่ปุ่น กับ จีน ยิงฆ่าเซลล์มะเร็ง จากภายนอก ไม่เจ็บ มีเครื่องเดียว ในไทย และ เป็นเครื่องทันสมัยที่สุด ในเอเชีย ติดต่อ.. ศูนย์การแพทย์ มศว. องครักษ์ ได้ตั้งแต่วันนี้ เวลาราชการ เป็นโรงพยาบาลในสังกัด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์
Tel. 037-395085-6 ตอนนี้รักษาได้เฉพาะ 5 ชนิดได้แก่

1.โรคมะเร็งตับ
2.มะเร็งทางเดินน้ำดี
3.มะเร็งตับอ่อน
4.มะเร็งต่อมลูกหมาก
5.มะเร็งเนื้องอกมดลูก

ช่วยส่งต่อด้วยครับ ได้บุญครับ
ไม่ระบุชื่อ
 •  1 ชั่วโมงที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    (มะนาว)(มะนาว)(มะนาว)(มะนาว)(มะนาว)(มะนาว) ที่บ้าน ท่านปลูก มะนาวหรือยัง ศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีเเพทย์ศิริราช.ได้แนะวิธีทำน้ำด่างทานง่ายๆ (น้ำมะนาวแช่ใส่น้ำเย็น/โซดา ) ตัดชิ้นบางๆของมะนาว🍋ใส่ในแก้ว(มะนาว)หรือโถ แล้วดื่มมันจะกลายเป็นน้ำที่มีความเป็นด่างสูงมาก เชื้อโรคในร่างกายไม่สามารถเติบโตในสภาพที่มีความเป็นด่าง ดังนั้น การทานน้ำด่างทุกวัน จึงช่วยทำลายเชื้อโรค ดื่มน้ำด่างจะทำให้มีสุขภาพดีขึ้นมาก สถาบันทางวิทยาศาตร์อนามัย ระบุว่า นี่คือยาที่มีผลต่อมะเร็งดีเยี่ยมล่าสุดของโลก มะนาว(มะนาว)(มะนาว)เป็นผลไม้ที่มหัศจรรย์มากที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้เป็น 1หมื่นเท่ามากกว่า-เคโมเทอราฟี .. ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะว่า ปฏิบัติการห้องแล็บส่วนใหญ่นั้นไม่ยอมพูดเรื่องนี้เพราะมันจะทำให้สูญเสียผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไป เราท่านทั้งหลายสามารถช่วยเพื่อนท่านได้ ในการบอกให้เขาหรือเธอเหล่านั้น ว่า (มะนาว)น้ำมะนาวนั้น มีประโยชน์ยิ่งในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ มีรสชาติที่ดี และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการฉีดคีโมฯ คนมากมายอาจตาย ในขณะที่ความลับที่ป้องกันมะเร็งนี้ได้ถูกเก็บงำเอาไว้ เพื่อไม่ให้ต้องการทำลายผลประโยชน์ นับล้านๆ ของบริษัทยาใหญ่ๆ ทราบไหมว่า (มะนาวแป้น มะนาวทุกชนิด) ท่านจะกินมะนาวเหล่านี้ในวิธีต่างๆก็ได้ เช่น กินเปลือก กินน้ำ หรือคั้น หรือเตรียมเป็นเครื่องดื่มใดๆ ก็ตาม แต่ที่เราชอบ และมันทำได้หลายอย่าง แต่ถ้าดื่มน้ำ(มะนาว)มะนาวผสมกับโซดาจะทำให้น้ำมะนาว ดูดซึมเข้าร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ที่น่าสนใจ คือ มันขจัด ซีสต์ได้ (ก้อนเนื้อร้าย) .. ผลไม้ชนิดนี้ พิสูจน์แล้วว่า สามารถต่อต้านมะเร็งได้ อย่างดีเยี่ยม มีคนกล่าวไว้ว่า (มะนาว)มันมีผลประโยชน์ในการกำจัดมะเร็งหลายชนิด (มะนาว)ป้องกันการอักเสบของเชื้อแบตทีเรีย เชื้อราได้ (มะนาว)สามารถที่จะต่อต้านพาราไซส์ที่อยู่ข้างใน (มะนาว)ทำให้เกร็ดลือดที่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป เข้าสู่ภาวะปกติ (มะนาว)ทำให้คลายเครียด (มะนาว)ต่อต้านโรคประสาท (มะนาว)ป้องกันโรคฟุ้งซ่าน ข่าวสารเรื่องนี้มาจากบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่มากกว่า 20 บริษัทในโลกได้ทำการทดลองเรื่องนี้ผลการทดลองเปิดเผยออกมาได้ว่า (มะนาว)มะนาวสามารถทำลาย มะเร็งเนื้อร้ายที่รุนแรงได้ถึง 12 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - มะเร็งลำไส้เล็ก - มะเร็งเต้านม - มะเร็งต่อมลูกหมาก - มะเร็งปอด - มะเร็งตับอ่อน (มะนาว)ส่วนผสมของไซทัสหรือมะนาว มีความสามารถในการทำลายมะเร็งได้มากกว่ายาที่ใช้การทำคีโมทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหยุดอยู่กับที่(คงที่) นอกจากนี้มันยังเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากในการรักษาด้วยมะนาวนี้ สามารถทำลายต่อต้านมะเร็งได้อย่างรุนแรง โดยไม่มีผลข้างเคียง มาดื่มน้ำมะนาวกันเถอะ ส่งให้คนที่รักนะ แต่ถึงเกลียดก็ส่งเถอะได้บุญใหญ่หลวงนะ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ให้ความเห็นนี้ จริงหรือไม่
    ถามความเห็นของหมอสันต์ ผมแนะนำในฐานะแพทย์ประจำครอบครัวว่า 1.. เกิดเป็นผู้ชายหากอายุมาก (เกิน 75 ปี) และอยู่สุขสบายดี ไม่ต้องไปตรวจ PSA 2.. หากเผลอตรวจ PSA ไปแล้วพบว่าได้ค่าสูงแต่อยู่สุขสบายดียังฉี่ออกและอั้นฉี่ได้ ก็ไม่ต้องไปตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก 3.. หากเผลอไปตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปและยืนยันว่าเป็นมะเร็งแล้ว โดยที่ยังอยู่สบายดีฉี่ออกอยู่ก็ไม่ควรไปตรวจการแพร่กระจาย (bone scan, MRI) 4. หากเผลอไปตรวจการแพร่กระจายแล้วไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่ต้องเดินหน้ารักษามะเร็งด้วยผ่าตัดฉายแสงหรือฮอร์โมนบำบัดหรือเคมีบำบัด คำแนะนำข้อ 1 และ 2 นั้นเป็นไปตามคำแนะนำล่าสุดของคณะกรรมการป้องกันโรคของรัฐบาลสหรัฐฯ (USPSTF) ว่าเกิดเป็นชายที่อยู่มาได้ถึงอายุ 75 ปีแล้ว อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนโดยการเที่ยวตรวจ PSA เพราะผลที่ได้ออกมาจะนำไปสู่การตรวจและการรักษาที่ไม่จำเป็นต่างๆนาๆ โดยที่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่นิ่งๆอยู่เปล่าๆโดยไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้ว อัตราตายจากมะเร็งต่อมลูกหมากโหลงโจ้งแล้วก็ไม่แตกต่างกัน ส่วนคำแนะนำข้อที่ 3 และ 4 นั้นเป็นผลจากการใช้ดุลพินิจเทียบประโยชน์และความเสี่ยงของการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในคนแก่อายุ 84 ปี กล่าวคือในการจะรักษาด้วยวิธีการรุนแรงรุกล้ำทั้งหลาย วงการแพทย์มุ่งประโยชน์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งในสองอย่างคือ (1) ความยืนยาวของชีวิต (2) คุณภาพชีวิต หากทำไปแล้วไม่ได้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้ การรักษานั้นเรียกว่าเป็นการรักษาไร้ประโยชน์ (futile treatment) ซึ่งตามหลักจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ แพทย์ไม่พึงให้การรักษาที่ไร้ประโยชน์แก่คนไข้ ข้อมูลการแพทย์ปัจจุบันพิสูจน์ไม่ได้ว่าการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากที่แพทย์ทำไปสาระพัดนั้นจะยืดอายุคนป่วยให้ยืนยาวออกไปได้จริงหรือเปล่า แปลไทยให้เป็นจีนก็คือรักษาไม่รักษาก็แปะเอี้ย คือตายในเวลาเท่าๆกัน เพราะทุกวันนี้วงการแพทย์ยังไม่ทราบเลยว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมากนี้ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ (natural course) มันจะเป็นอย่างไร ถ้ายังไม่รู้เลยว่าปล่อยโรคไว้จะเป็นอย่างไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าการเข้าไปรักษาผ่าตัดคีโมฉายแสงจะดีกว่าโรคปล่อยไว้ จริงแมะ ดังนั้นมะเร็งต่อมลูกหมากนี้จะใช้หลักคิดแบบมะเร็งที่อื่นที่ว่าตรวจวินิจฉัยได้เร็ว รักษาได้เร็ว อัตราการหายสูงนั้น ใช้ไม่ได้ งานวิจัยเรื่องนี้ที่ดีที่สุดชื่อ PIVOT study ซึ่งเอาคนเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกมา 695 คน จับฉลากแบ่งเป็นสองพวก พวกแรกผ่าตัดรักษาไปตามสูตร พวกที่สองทิ้งไว้ไม่ทำอะไรเลย แล้วตามดูไป 10 ปี พบว่าพวกที่ทำผ่าตัดเกิดมะเร็งขยายตัวและแพร่กระจายน้อยกว่าพวกไม่ทำอย่างมีนัยสำคัญ แต่อัตราการรอดชีวิต (length of life) ของทั้งสองพวก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการรักษา กลับพบว่าไม่ต่างกันเลย ส่วนเรื่องประโยชน์ในด้านคุณภาพชีวิตนั้น คุณพ่อของคุณตอนนี้ฉี่ได้อั้นได้นี่เรียกว่ามีคุณภาพชีวิตที่สุดยอดแล้ว การรักษามีแต่จะทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีๆอยู่นี้แย่ลง ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาล ยังไม่นับว่าจะโดนพิษของรังสีและของยาอีก เมื่อความยืนยาวของชีวิตก็ไม่ได้ คุณภาพชีวิตก็มีแต่จะขาดทุน แล้วจะรักษาไปทำพรือละครับ คำแนะนำของผมอาจไม่เหมือนกับของหมอคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา คำแนะนำของผมเกิดจากการชั่งน้ำหนักหลักฐานวิทยาศาสตร์จากมุมมองแบบองค์รวมของแพทย์ประจำครอบครัว ย่อมแตกต่างจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาที่มองมาจากมุมของการมุ่งรักษาโรคนั้นให้สุดๆกันไปเลยรู้ดีรู้ชั่วกันไปข้างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง การแพทย์แผนปัจจุบันนี้มันมีสองด้าน ด้านสว่างก็คือการมุ่งเอาวิทยาศาสตร์มาช่วยรักษาคนเจ็บไข้ให้หาย อีกด้านหนึ่งซึ่งผมขอเรียกว่าเป็นด้านมืดของการแพทย์แผนปัจจุบันก็คือการที่ธุรกรรมทั้งหมดมีธรรมชาติเป็นการเสนอขายสินค้า ผมหมายถึงว่าทั้งการวินิจฉัยก็ดี การตรวจก็ดี และการรักษาก็ดี คือสินค้า โดยที่บริษัทยา บริษัทเครื่องมือ โรงพยาบาล ซึ่งเราเรียกรวมๆว่า medical industry เป็นผู้ขาย คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากด้านสว่าง แต่หลีกเลี่ยงการพลัดหลงเข้าไปสู่ด้านมืด นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    สรุปสาระสำคัญของบทความ “Exposure assessment of aflatoxins in Thai peanut consumption” งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1. ความเป็นมา อะฟลาทอกซิน (Aflatoxins; AFs) เป็นสารพิษที่สร้างโดยเชื้อรา Aspergillus flavus และ A. parasiticus มักพบในอาหารและวัตถุดิบ เช่น ข้าวกล้อง พริกแห้ง พริกป่น อาหารแห้ง เครื่องเทศ กาแฟ และถั่วลิสง AFs โดยเฉพาะ Aflatoxin B1 (AFB1) ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 โดย IARC และทนต่อความร้อนมากกว่า 260 องศา ทำให้ไม่ถูกทำลายด้วยการปรุงอาหาร ถั่วลิสงเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารไทยหลายชนิด เช่น ผัดไทย ส้มตำ ต้มยำกุ้ง จึงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษนี้ 2. วิธีการศึกษา เก็บตัวอย่าง ถั่วลิสงดิบ คั่ว และบด จำนวน 60 ตัวอย่าง จากตลาดค้าปลีกและค้าส่งในกรุงเทพฯ ระหว่าง พ.ย. 2013 – ม.ค. 2014 วิเคราะห์การปนเปื้อนอะฟลาทอกซินด้วยวิธีมาตรฐาน (AOAC) โดยใช้ HPLC เปรียบเทียบประสิทธิภาพของคอลัมน์ตรวจสอบเชิงพาณิชย์ (AflaTest IAC) และคอลัมน์ที่พัฒนาขึ้นเอง (KU-AF02 IAC) ประเมินการได้รับสารพิษ (exposure) โดยใช้ข้อมูลการบริโภคถั่วลิสงของคนไทยจากฐานข้อมูลของ ACFS 3. ผลการศึกษา อัตราการปนเปื้อน ถั่วลิสงดิบ: 80% พบ AFs ถั่วลิสงคั่ว: 100% พบ AFs ถั่วลิสงบด: 100% พบ AFs และมีระดับสูงที่สุด ปริมาณการปนเปื้อนสูงสุด ถั่วบด: AFs สูงสุด 362.48 ng/g (ค่าเฉลี่ย 68.22 ng/g) ถั่วดิบ: ค่าเฉลี่ย 47.11 ng/g ถั่วคั่ว: ค่าเฉลี่ยต่ำสุด 13.50 ng/g ค่าการได้รับเฉลี่ย (Average daily intake) ถั่วดิบ: 0.49 ng/kg bw/day ถั่วคั่ว: 0.40 ng/kg bw/day ถั่วบด: 2.13 ng/kg bw/day กลุ่มเด็ก (6–9 ปี) ที่บริโภคถั่วบดในระดับสูง (97.5 percentile) มีการได้รับสูงสุดถึง 11.24 ng/kg bw/day 4. ความเสี่ยงต่อสุขภาพ การบริโภคถั่วลิสงเป็นแหล่งหลักของการได้รับอะฟลาทอกซินในคนไทยถึง กว่า 90% ของปริมาณที่ได้รับจากอาหารทั้งหมด การบริโภคถั่วลิสงเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ และมะเร็งชนิดอื่นๆในประเทศไทย 5. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ถั่วบด เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการได้รับอะฟลาทอกซิน การปนเปื้อนในถั่วลิสงไทยยังเป็นปัญหาที่มีผลต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่บริโภคถั่วลิสงในปริมาณมาก จำเป็นต้องมีมาตรการ ควบคุมคุณภาพตั้งแต่การผลิต เก็บเกี่ยว และแปรรูป รวมถึงการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอะฟลาทอกซิน *** ประเทศไทยมีกฎหมายมาตรฐานบังคับสินค้าเกษตร การปนเปื้อนสารก่อมะเร็งอะฟลาทอกซินในถั่วลิสง ประกาศใช้มาสิบปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนจะสนใจใช้บังคับ ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นตกอยู่กับผู้บริโภค เป็นมะเร็งตายปีละเป็นแสนคน
    ไม่ระบุชื่อ
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    น้ำมะนาวนั้น มีประโยชน์ยิ่งในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ จริงไหม
    มะนาว ศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีเเพทย์ศิริราช.ได้แนะวิธีทำน้ำด่างทานง่ายๆ (น้ำมะนาวแช่ใส่น้ำเย็น/โซดา ) ตัดชิ้นบางๆของมะนาว🍋ใส่ในแก้ว(มะนาว)หรือโถ แล้วดื่มมันจะกลายเป็นน้ำที่มีความเป็นด่างสูงมาก เชื้อโรคในร่างกายไม่สามารถเติบโตในสภาพที่มีความเป็นด่าง ดังนั้น การทานน้ำด่างทุกวัน จึงช่วยทำลายเชื้อโรค ดื่มน้ำด่างจะทำให้มีสุขภาพดีขึ้นมาก สถาบันทางวิทยาศาตร์อนามัย ระบุว่า นี่คือยาที่มีผลต่อมะเร็งดีเยี่ยมล่าสุดของโลก มะนาวเป็นผลไม้ที่มหัศจรรย์มากที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้เป็น 1หมื่นเท่ามากกว่า-เคโมเทอราฟี .. ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะว่า ปฏิบัติการห้องแล็บส่วนใหญ่นั้นไม่ยอมพูดเรื่องนี้เพราะมันจะทำให้สูญเสียผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไป เราท่านทั้งหลายสามารถช่วยเพื่อนท่านได้ ในการบอกให้เขาหรือเธอเหล่านั้น ว่า น้ำมะนาวนั้น มีประโยชน์ยิ่งในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ มีรสชาติที่ดี และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการฉีดคีโมฯ คนมากมายอาจตาย ในขณะที่ความลับที่ป้องกันมะเร็งนี้ได้ถูกเก็บงำเอาไว้ เพื่อไม่ให้ต้องการทำลายผลประโยชน์ นับล้านๆ ของบริษัทยาใหญ่ๆ ทราบไหมว่า (มะนาวแป้น มะนาวทุกชนิด) ท่านจะกินมะนาวเหล่านี้ในวิธีต่างๆก็ได้ เช่น กินเปลือก กินน้ำ หรือคั้น หรือเตรียมเป็นเครื่องดื่มใดๆ ก็ตาม แต่ที่เราชอบ และมันทำได้หลายอย่าง แต่ถ้าดื่มน้ำ(มะนาว)มะนาวผสมกับโซดาจะทำให้น้ำมะนาว ดูดซึมเข้าร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ที่น่าสนใจ คือ มันขจัด ซีสต์ได้ (ก้อนเนื้อร้าย) .. ผลไม้ชนิดนี้ พิสูจน์แล้วว่า สามารถต่อต้านมะเร็งได้ อย่างดีเยี่ยม มีคนกล่าวไว้ว่า (มะนาว)มันมีผลประโยชน์ในการกำจัดมะเร็งหลาย ชนิด (มะนาว)ป้องกันการอักเสบของเชื้อแบตทีเรีย เชื้อราได้ (มะนาว)สามารถที่จะต่อต้านพาราไซส์ที่อยู่ข้างใน (มะนาว)ทำให้เกร็ดลือดที่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป เข้าสู่ภาวะปกติ (มะนาว)ทำให้คลายเครียด (มะนาว)ต่อต้านโรคประสาท (มะนาว)ป้องกันโรคฟุ้งซ่าน ข่าวสารเรื่องนี้มาจากบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่มากกว่า 20 บริษัทในโลกได้ทำการทดลองเรื่องนี้ผลการทดลองเปิดเผยออกมาได้ว่า มะนาวสามารถทำลาย มะเร็งเนื้อร้ายที่รุนแรงได้ถึง 12 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - มะเร็งลำไส้เล็ก - มะเร็งเต้านม - มะเร็งต่อมลูกหมาก - มะเร็งปอด - มะเร็งตับอ่อน (มะนาว)ส่วนผสมของไซทัสหรือมะนาว มีความสามารถในการทำลายมะเร็งได้มากกว่ายาที่ใช้การทำคีโมทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหยุดอยู่กับที่(คงที่) นอกจากนี้มันยังเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากในการรักษาด้วยมะนาวนี้ สามารถทำลายต่อต้านมะเร็งได้อย่างรุนแรง โดยไม่มีผลข้างเคียง มาดื่มน้ำมะนาวกันเถอะ ส่งให้คนที่รักนะ แต่ถึงเกลียดก็ส่งเถอะได้บุญใหญ่หลวงนะ
    Mrs.Doubt
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งจ้า! ข่าวดี.. ข่าวบุญ.. เกี่ยวกับ โรคมะเร็ง. ใครมีญาติที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะ ระยะสุดท้าย ตอนนี้ มีเครื่องรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ชื่อเครื่อง เป็นเทคโนโลยีร่วมพัฒนา ญี่ปุ่น กับ จีน ยิงฆ่าเซลล์ จากภายนอก ไม่เจ็บ มีเครื่องเดียวในไทยและเป็น เครื่องทันสมัยที่สุด ในเอเชีย ติดต่อ.. ศูนย์การ แพทย์ มศว. องครักษ์ ได้ตั้งแต่วันนี้ เวลาราชการ เป็นโรงพยาบาลในสังกัด คณะแพทยศาสตร์์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรก องครักษ์ Tel. 037-395085-6 ช่วยส่งต่อด้วยค่ะ ได้บุญ ค่ะ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    สตีฟ จอบส์ เขียนจริงหรือ
    สตีฟ จอบส์ เสียชีวิตลงในขณะที่เป็นมหาเศรษฐี... กับทรัพย์สินที่มีมูลค่าถึง 7พันล้านเหรียญ (ประมาณ 2แสนกว่าล้านบาท)... ด้วยอายุเพียง 56 ปี ด้วยโรคมะเร็งตับ และนี่คือคำพูดสุดท้ายของเค้า... "ในสายตาของคนอื่น... ชีวิตผมเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างเยี่ยมยอด... แต่นอกจากเรื่องงานแล้ว... ผมมีความสุขสนุกสนานน้อยมาก และในที่สุดแล้ว... ความร่ำรวยก็เป็นเพียงแค่ความจริงในชีวิต เพียงรูปแบบเดียวที่ผมมี" "ในตอนนี้... ที่ผมนอนอยู่บนเตียง... ป่วย และระลึกถึงชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด... ผมตระหนักได้ว่า ชื่อเสียง และเงินทองที่ผมมี ไม่ได้มีค่าใดๆกับผมเลย กับในตอนที่ผมใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตนี้ คุณอาจจะจ้างใครมาขับรถให้คุณนั่งได้... จ้างใครสักคนมาทำเงินให้กับคุณได้... แต่คุณไม่สามารถเช่าใครสักคน ให้มาแบกโรคภัยไข้เจ็บให้กับเราได้ เราอาจจะหาวัตถุสิ่งของทั้งหลายได้... แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถหามาเมื่อเราสูญเสียมันไปได้ นั่นก็คือ - "ชีวิต" ♥️ ดูแลตัวเองให้ดี... และชื่นชมยินดีกับผู้อื่น เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราจะฉลาดปราดเปรื่องขึ้น... และเราจะค่อยๆระลึกได้ว่า นาฬิกา ไม่ว่าจะราคาเรือนละ $30 (ประมาณ 900 กว่าบาท) หรือ เรือนละ $300 (ประมาณ 9,000 กว่าบาท) - ต่างก็บอกเวลาเหมือนๆกัน ไม่ว่าเราจะถือกระเป๋าใบละ $30 (ประมาณ 900 กว่าบาท) หรือใบละ $300 (ประมาณ 9,000 กว่าบาท) - จำนวนเงินในกระเป๋าสตางค์ก็ยังมีค่าเท่าเดิม ไม่วาเราจะขับรถคันละ $150,000 (ประมาณ 4ล้านกว่าบาท) หรือรถคันละ $30,000 (ประมาณ 9 แสนกว่าบาท) ถนน และระยะทางก็ยังเท่าเดิม เราไปถึงจุดหมายปลายทางเดียวกันได้ ถ้าเราดืมไวน์ขวดละ $300 (ประมาณ 9,000 กว่าบาท) หรือขวดละ $10 (ประมาณ 300 กว่าบาท) เมาแล้วก็เดินท่าเดียวกัน ถ้าบ้านที่เราอยู่มีขนาด 300 ตารางเมตร กับขนาด 3,000 ตารางเมตร ยังไงก็เหงาเหมือนๆกัน "ความสุขจากภายในไม่ได้มาจากสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในโลกนี้ 🌍 ไม่ว่าจะบินชั้นเฟิร์สคลาส หรือชั้นประหยัด ถ้าเครื่องบินตก เราก็ตกด้วยกันทั้งลำ" ดังนั้นแล้ว... ผมจึงหวังว่าคุณจะเข้าใจว่า เมื่อคุณมีเพื่อนๆ หรือใครสักคนเอาไว้พูดคุยด้วย - นั่นคือความสุขที่แท้จริง! 💥 5 สิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ 💥 1️⃣ อย่าสอนลูกหลานแค่เรื่องความรวย แต่ให้สอนพวกเค้าให้มีความสุข - เมื่อพวกเค้าเติบโตขึ้น พวกเขาจะรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ... ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา 2️⃣ จงกินอาหารให้เป็นยา... ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณจะต้องกินยาแทนอาหาร 3️⃣ ใครก็ตามทีรักคุณจริงๆ จะไม่ทอดทิ้งคุณ... แม้ว่าเค้าจะมีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันอย่างที่จะทิ้งคุณไป แต่เค้าก็จะหาเหตุผลเพียงข้อเดียวที่จะอยู่ต่อ 4️⃣ มันมีข้อแตกต่างที่ชัดเจนมากๆ ระหว่างการเป็นมนุษย์ กับการเป็นแค่คนๆหนึ่ง 5️⃣ ถ้าอยากไปได้เร็ว ให้ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปได้ไกล ให้ไปด้วยกัน (สุภาษิตของชาวแอฟริกัน) และในท้ายสุดนี้ หมอที่ดีที่สุด ทั้ง 6 อย่างในโลกนี้คือ... 1️⃣ Sunlight - แสงอาทิตย์ 2️⃣ Rest - การพักผ่อน 3️⃣ Exercise - การออกกำลังกาย 4️⃣ Diet - การควบคุมอาหาร 5️⃣ Self Confidence - ความมั่นใจในตนเอง 6️⃣ Friends - เพื่อนฝูง จงรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ดีในทุกช่วงของชีวิต และมีความสุขกับชีวิตที่มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงชีวิตไหนในตอนนี้... เมื่อกาลเวลาผ่าน... เราจะต้องเผชิญหน้ากับวันที่ม่านแห่งชีวิตเราได้ปิดลง ทนุถนอมความรักที่มีต่อครอบครัว... ความรักที่มีต่อคู่สมรส... ความรักที่มีต่อมวลมิตรไว้... ดูแลตัวเองให้ดี ชื่นชมยินดีต่อผู้อื่น ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้แปล ก้อ มิซูฟูกะ
    Mrs.Doubt
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false