ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
บ ช นี้เป็น บชม้ามั้ยคะ
ไม่ระบุชื่อ
 •  1 ชั่วโมงที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 2 คนสงสัย
    กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน เปลวสีเงิน : ไทยโพสต์ 25 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 00:01 น. ผมทดลองแล้ว ลงทุนไป ๒๐ บาท รับประกันคุณภาพในการป้องกันได้กว่า ๘๐% UP! กล้วยครับ.... กล้วยน้ำว้าดิบๆ หั่นแว่นๆ ทั้งเปลือก คลุกเกลือ เคี้ยวให้เต็มปาก เจ้ายางและเมือกกล้วย จะเป็นด่านหน้า เคลือบในปากและลำคอ ฆ่าเชื้อแปลกปลอม ก่อนลงไปในท้อง ผมดูจากคลิป "ป้านิดดา หงษ์วิวัฒน์" นักธรรมชาติบำบัด สนทนากับ "รศ.ดร.โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์" ที่พวกเขาส่งมาให้ ผมมันพวก "กล้วยนิยม" ฟังเสร็จ ซื้อกล้วยดิบมาลองเลย ลองมา ๒ วัน เห็นผลทันตา ปกติตื่นนอน คอผมเหมือนผ่านการกินทราย ปรากฏว่าหายไปเลย! ผมถอดคำจากคลิปมาให้ อยากให้ทดลองกัน ระหว่างวัคซีนยังไม่มา ใช้ "วัคซีนกล้วยดิบ" ไปก่อน รับรอง "โควิดยกโคตรขยาด"! โกวิน : ผมไอ แสบคอ ก็ค้นในเน็ต พบว่า เมื่อเป็นไวรัส มีรายงานศึกษาว่า โควิดตัวนี้ มีความแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดธรรมดาอย่างไร อยู่ในกลุ่มเดียวกัน อาการคล้ายกันมาก แต่จุดต่างของเขา คือ จะแสบคอมาก จะไอ (แห้ง) มาก มีไข้ ก็ไข้มากเลย มีรายงานออกมาว่า จุดเริ่มต้นของเขาอยู่ที่ลำคอ จนกระทั่งต่อมรับรสที่อยู่ที่ปลายลิ้นไม่สามารถทำงานได้ดี กินอาหารไม่อร่อย รับรสไม่ได้ "ผมก็บอกว่า เอ้ย..ถ้าอย่างนั้น มันเริ่มต้นที่คอใช่มั้ย เราหาอะไรมาจัดการที่คอให้ได้สิ ถ้าเราจัดการได้ มันก็ไม่มีลามไปที่ปอด ปอดก็ไม่เป็นไร ปอดก็ทำหน้าที่ได้ การที่เอาปอดเข้าฟอกออกซิเจนได้ ระบบอื่นก็ไม่ล้มเหลว ไม่ล้มเหลวเราก็ไม่ป่วยซี" ผมก็เริ่มต้นศึกษา แล้วก็เจอกล้วย มีอยู่ราย ผมจำไม่ได้ ต้องขอบคุณเขา ที่เขาช่วยแนะนำ เขาบอกว่ากล้วยน้ำว้า ต้องกล้วยดิบนะเขียวๆ เนี่ย เอามาแล้วต้องหั่นเป็นแว่นๆ เอาลักษณะที่เราเคี้ยวง่ายๆ มีข้อมูลแพทย์แผนไทยโบราณว่า กล้วยดิบนี้สามารถหยุดยั้งการไอที่ลำคอได้ "ผมบอกเอ๊ะ...อย่างนั้นต้องทดลองดูซี" มันหยุดไอที่ลำคอเพราะอะไร เพราะว่าเมื่อมีเชื้อโรคมาเข้าร่างกาย จะผ่านระบบหายใจก่อน หรือผ่านมาที่ปาก ร่างกายก็จะมีระบบกักเชื้อโรค ลำคอนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะมีน้ำเมือกออกมา เพื่อกักเชื้อโรคจากอากาศที่มีเชื้อโรค ฉะนั้น เมื่อเชื้อโรคมาติดที่นี่ มันก็จะมีอาการอักเสบที่ลำคอก่อน พออักเสบปุ๊บ ร่างกายก็พยายามกำจัดมันออกด้วยอาการไอ ไอมากแสดงว่ามีเยอะ ถ้าแสบคอมาก แสดงว่ามีเยอะ แสบคอน้อยก็มีน้อย ผมก็เออ...เว็บไซต์ที่พูดถึงนี่ กล้วยเนี่ย ยางเขาสามารถจัดการได้ เขาบอกว่า เอายางเนี่ย แล้วก็เอาเกลือใส่เล็กน้อย แล้วก็เคี้ยว ยางก็จะค่อยๆ เคลือบลำคอ ยางมีคุณสมบัติพิเศษในการฆ่า เพราะเป็นด่างด้วย ถ้าสด ยางจะเยอะ แห้ง ยางจะน้อย แล้วผมก็ทดลอง เอากล้วยดิบทั้งเปลือกมาหั่น ใส่ทัพเพอร์แวร์แล้วเอาเกลือใส่ไว้ พกขึ้นก่อนนอน เพราะผมกลางวันไอน้อย กลางคืนไอเยอะ ถามว่าทำไมกลางวันไอน้อย เพราะกลางวันเราดื่มน้ำ เดินไป-เดินมา น้ำลายเราจะหลั่งมากในเวลากลางวัน เวลาหลั่งเราก็กลืนเข้าไปในร่างกาย ระหว่างกลืนก็พาเชื้อโรคเข้าไปในลำคอ น้ำลายเป็นด่าง พอเราดึงตัวนี้ผ่านเข้าไปในกระเพาะ กระเพาะมีกรดสูง ก็ฆ่ามันตาย แต่กลางคืนน้ำลายหลั่งน้อย ยิ่งผู้สูงอายุยิ่งหลั่งน้อย เพราะฉะนั้น ผู้สูงอายุ แม้จะแปรงฟันให้สะอาดอย่างไร ก็จะมีรสเปรี้ยว-กลิ่นเปรี้ยว เพราะว่าแบคทีเรียมันเติบโต ยิ่งถ้าเกิดมีน้ำตาลในเหงือกเยอะ กินของหวานเยอะ แปรงยังไงก็ไม่สะอาดมาก ก็จะติดอยู่ แต่ถ้าเจอด่างเข้าไป ผมจิ้ม ก็จะเคี้ยว วันนั้นผมมีไข้ ไอเยอะมากเลย ผมก็ไปเอากล้วยดิบมาเลย หั่นๆๆๆๆ เก็บไว้ เกลือจิ้มไว้ กลางคืนก่อนนอน ผมก็เคี้ยวๆ พอเคี้ยวไปประมาณครึ่งลูก อาการที่ไอๆ อยู่เนี่ย ผมตกใจมากเลย เอ๊ะ...ผมไอ ทางการแพทย์นับเป็นหน่วยนะ มันหายไป ๕๐%เลย แล้วที่แสบคอ กินข้าว-กินน้ำแสบมากเลย โอ๊ะ..หายไปแฮะ ผมก็ดีใจ พร้อมตกใจนะ เอ๊ะ...เราไม่มียาอะไรในการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเอายาอะไรมาอม ที่จะสามารถลดอาการอักเสบ ไอน้อยลง ๕๐% หลังเคี้ยวกลืนเข้าไปไม่เกิน ๕ นาที เป็นความมหัศจรรย์มากเลย ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านยุคโบราณที่เขาใช้อยู่ ผมก็เคี้ยวๆๆๆ พอเคี้ยวๆๆ เสร็จแล้ว ก็เคี้ยวให้เต็มปาก เพราะในปากก็จะมีเกลือที่ใส่กับกล้วยเข้าไป เกลือก็จะไปละลายเคลือบที่ลำคอ กล้วยนี่ก็มีเนื้อแล้วก็ยาง เมื่อเคี้ยวยางก็จะค่อยๆ ออก แล้วก็ค่อยๆ กลืนลงไป ก็จะไปเคลือบที่คอ พอเคลือบที่คอ ยางนี้เป็นด่างสูงมาก เจ้าเชื้อโรคที่มาจากหวัดทั้งหมดติดที่คอก็จะตาย พออาการไอน้อยลง ไข้น้อยลง เพราะว่าอักเสบน้อยลง ก็หลับสบาย ถ้าเมื่อไหร่ไอมาก เราจะนอนไม่หลับ พอหลับตื่นมา ก็เข้าห้องน้ำ ผมเคี้ยวต่อไปอีก เพราะว่าตื่นขึ้นปุ๊บก็กลืนน้ำลาย เคี้ยวต่ออีก ๓-๔ แว่น ต่อมาตอนเช้าผมหายเลย ป้านิดดา : อาจารย์เคี้ยวหลังแปรงฟันหรือก่อนแปรงฟัน? โกวิน : หลังแปรงฟัน หมายถึงกลางคืน อาจารย์แปรงฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เคี้ยว "คือเราแปรงฟันเรียบร้อยแล้วก็เคี้ยวเลย เคี้ยวแล้วก็เคลือบไว้เลย ไม่ต้องไปแปรงฟันใหม่นะ เพราะฉะนั้น แปรงฟันตอนเช้าก็จะมีเศษกล้วยอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น อาการอักเสบที่คอ ไอ หายไป" ป้านิดดา : เฉพาะก่อนนอนใช่มั้ย แล้วตอนเช้าเคี้ยวต่อมั้ย? โกวิน : พออาการไอมันหาย ก็ไม่ได้เคี้ยว แต่พอก่อนนอน ผมก็เตรียมไปอีก ถ้ามีอาการไอ ผมก็เคี้ยวต่อไป ทำแบบนี้ จนทุกวันนี้ติดกล้วยเลย "คำถามทางบ้าน" "มีหลายคนถามมาว่า เวลาทาน ทานทั้งเปลือกด้วยใช่มั้ยคะ?" "ใช่..ใช่ เอากล้วยทั้งลูกล้างให้สะอาด แล้วก็ฝาน พอฝานไปแล้ว ยางก็จะออกมา ส่วนกล้วย เนื้อกล้วยปกติจะมีคาร์โบไฮเดรต เป็นน้ำตาล แต่เนื่องจากเขาดิบ เป็นแป้ง เขาจึงไม่มีสภาพเป็นน้ำตาลเท่าไหร่ ฉะนั้น การที่เขาทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เนี่ย มันเป็นความซับซ้อน ไม่ใช่ยางอย่างเดียว ผมคาดว่า น้ำเกลือก็มีผล ยางก็มีผล เนื้อที่เป็นแป้งก็มีผล" ครับ....... ผมแกะคำมาเลย ไม่อยากสรุป ก็ยังไม่จบความดี แต่เนื้อที่หมด ที่เหลือ "ป้านิดดา" ให้ความรู้ด้านสารในกล้วยดิบ จะนำมาต่อวันหลัง ลองกันดูนะครับ "กล้วยดิบ" พิชิตโควิดได้ แต่ใครก็อย่าไปบอกธนาธรเชียวนะ เดี๋ยวมัน "อมกล้วย" ไลฟ์สดอีก ยุ่งตายหะ!
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    งาดำ อันตรายที่มาแบบเงียบๆ ดังคุณเภสัชกรเล่า อาม่า ท่านนี้ อายุ 85 ปี เราเคยเจอสามเดือนหน อาม่าชอบมาหาเภสัชที่ศูนย์ 34 เพื่อพูดคุย ทักทาย เราเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของใบหน้า อาม่า ทำไม อาม่ามีรอยสีดำ ๆ บนใบหน้าเต็มไปหมด แปลกจัง อาม่า ก็บอกว่า ช่วงนี้ เป็นอะไรไม่รู้ที่หน้ามีรอยๆ เต็มไปหมด เราคิดว่า น่าจะเกิดจากความแก่ชรา แต่ก็สงสัย เพราะลักษณะรอยของสีดำ มันเป็นกระจุก และมีลักษณะที่เหมือน การสะสมอะไรบางอย่าง... เราเริ่มถามอาม่า..ว่าช่วงนี้มีกินยาอะไรรึเปล่า...อาม่า ตอบไม่ได้กินยาอะไรเลย แล้วช่วงนี้ มีนอนหลับดีมั้ย อาม่าตอบ นอนหลับดีนะ แต่ท้องอืดบ่อยมาก แน่นท้องบ่อย ต้องมาขอยาเภสัช ยาขับลมน้ำแดงๆ ไปกินจึงค่อยดีขึ้น แต่ก็แน่นท้องมากๆ เราเลยแนะนำอาม่า... อาม่ากินน้อยๆนะ กินพอเป็นคำๆ แบ่งหลายๆมื้อ อาหารควรเป็นอาหารเหลว ที่มีน้ำเยอะ ๆ และปั่นละเอียด ๆ ช่วยกระเพาะและลำไส้ดูดซึมนะ อาม่า..ขอบคุณมาก เราสงสัยต่อ ถ่ายอุจจาระเป็นไงบ้าง ช่วงนี้ อาม่า...ถ่ายสีดำ.เทาๆ เภสัช..แปลกอ่ะ ทำไมถ่ายสีดำๆเทาๆ กินอะไรดำๆรึเปล่า เช่น คาร์บอน ยาถ่าน..สีดำแก้ท้องเสีย อาม่าตอบว่า...ไม่ได้กินนะ เภสัชถามต่อ...อาม่า กินอะไรแปลกไป หรือ กินอะไรเสริมๆ ที่ไม่เหมือนพวกเรามั้ย ลองคิดสิ มื้อเช้า กินอะไร...ถามอาม่า อาม่า...ก็กินข้าวนะ เภสัช...กินข้าวสวย หรือ ข้าวต้ม อาม่า...กินข้าวต้ม แต่สองเดือนนี้ ลูกเค้าเอา งาดำ มาเป็นถุงใหญ่ๆมาโรยในข้าวต้มเป็นกำมือเลย เค้าบอกว่าทางทีวีบอกว่า เป็นยาอายุวัฒนะ กินทุกมื้อดีมากๆ ....พออาม่าบอกว่า กินงาดำผสมในข้าวต้มเป็นกำมือ...เราถึงบางอ้อเลย...อนิจจา ลูกจะฆ่าแม่แล้ว... เวรกรรมแท้ๆของคนไทย ไม่มีใครรู้เลยหรือว่า งาดำ ห้ามเอามากินเป็นอาหารหลัก และกินทุกวันในสัดส่วนที่มาก เกิดโทษมหันต์ มิน่าล่ะ...กระจ่างทุกอย่างเลย เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว.. ถึงสวรรค์เลย..เรา เพื่อนๆ เข้าใจมั้ยคะ ว่าโทษของงาดำ มีมานานแล้ว สมัยโบราณ สุภาษิตสอนหญิงไทย ทุกคน ต้องได้เรียน นั่นคือ...กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะอะไร...เพราะงาดำมีน้ำมันมาก มีสารชนิดหนึ่งที่คั่วแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก และเหม็นหืนมาก มีอะไรในงาดำคะ ...ใครเรียนเภสัช ตอบสิ ปัญหาของอาม่า พบทางออกแล้วค่ะ ด้วยเภสัชกรสาวสวยคนนี้ คือ..งาดำ มี คอปเปอร์สูงมาก คอปเปอร์ คือ โลหะทองแดง ทองแดงมีการจับกับอะไรๆได้แน่นไปหมด จับได้ดีกว่าเหล็กอีก ดังนั้น ใครกินงาดำมาก ๆ ร่างกายจะสะสมทองแดงมหาศาล เพราะ ทองแดงเป็นสารที่เสถียรสูงมาก รองจากทองเท่านั้น ดังนั้น จึงนิยมใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า คืออย่างนี้ค่ะ เม็ดเลือดแดงเรามีธาตุเหล็ก แต่ถ้ามีทองแดงเข้ามา ร่างกายก็เลือกทองแดงค่ะ เพราะราคาสูงกว่าเหล็ก 555 ประมาณนั้น คราวนี้ กินนิดๆหน่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เป็นยาบำรุงเลือด แต่เมื่อไรกินงาดำทุกวัน ทุกมื้อ ถึงตายค่ะ เพราะงาดำมีไฟเบอร์สูงมากไป ย่อยยาก จึงทำให้อาม่า แน่นท้องตลอดเวลา ต้องกินยาขับลม ในคนแก่ กระเพาะก็ไม่มีน้ำย่อยแล้ว หายไป 80% ดังนั้น ร่างกายไม่ย่อยงาดำ งาดำสะสมในร่างกาย มีทองแดงมาก มีความเป็นพิษสูง เกิดอะไรขึ้น สะสมที่ใบหน้าค่ะ เพราะใบหน้า รอยเลือดจะเห็นง่าย เห็นชัด และผิวบาง และ งาดำ มีน้ำมัน วิตามินอีสูง ก็แทรกซึมเข้าชั้นไขมันในผิวหนัง ใบหน้าจึงมีรอยดำ ตามด้วย การแน่นท้อง ถ่ายดำ และที่สำคัญ ดวงตาอาม่า มีรอยรอบๆกระจกตา เป็นวงเขียวๆของทองแดง ทองแดง จะมีสีเขียวๆ เห็นชัดมาก อาม่า เริ่มตามัว มีน้ำตา จึงขอน้ำตาเทียม เราถึงบางอ้อเลย...จึงแนะนำเอาม่า ให้หยุดกินงาดำ แล้วกินน้ำมากๆ บอกลูกให้หยุดเชื่อ โฆษณา อวดอ้างสรรพคุณของงาดำ เราเจอเคส ที่เด็กอนุบาล เสียชีวิตเพราะคุณแม่ป้อนลูกด้วยข้าวผสมงาดำทุกมื้อ มาแล้ว และเราเคยอ่านเจอพิษงาดำ ที่ญี่ปุ่น เราถึงไม่ชอบ งาดำ วันนี้ จึงได้มาช่วยอาม่า และฝากบอกต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false