ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
ความจริงของ line
เก็บไว้ดูจะได้ไม่ต้องเถียงกันอีก
เล่น #ไลน์ กันมานาน
มาทำความเข้าใจกับ
Note กับ Album

Note และ Album ในไลน์นั้น
ไม่ใช้พื้นที่ความจำของ
เครื่องโทรศัพท์มือถือหรอกนะ

1...ทั้ง note และ album ..ไม่กิน
memory ใน mobile ของใครเลย
เพราะเก็บใน server ของ Line

2...ที่กินที่ ram+memory
ของmobile คือข้อความแชท
และภาพที่รับ-ส่งกันใน
กระดานสนทนา ซึ่งควรล้าง
ออกทุกวัน จะได้พื้นที่
ram+memory คืนมา

3...อีกรายการที่ใช้พื้นที่มาก
คือการ save ภาพที่รับ-ส่งไว้
ในแกลเลอรี่ของ mobile

4...อัลบั้มในห้องLine มีโควต้า
ห้องละ 100 อัลบั้มๆละ
ไม่เกิน 1,000 ภาพ
สมาชิกทุกคนเข้าเพิ่มภาพ
และลบภาพได้
*********************
ถ้าลบภาพจะเป็นการลบออก
จาก server ของ Line
อย่างถาวรกู้กลับคืนไม่ได้
*********************

5...Note ใน Line ไม่มีโควต้า
ถ้าเก็บเยอะก็ค้นหายากหน่อย
และผู้ที่ Post (นำเข้า) ภาพ/
คลิปเท่านั้นที่จะลบได้
ดังนั้น ผู้ที่ post ลง Note
เมื่อหมดกิจกรรมหรือหมด
ประโยชน์ก็ควรจะลบออก
เป็นระยะ ๆ และหากผู้ post
ลง Note ออกจากกลุ่ม หรือ
เปลี่ยนหรือยกเลิกไลน์เดิม
ภาพ/คลิปนั้นก็จะคงอยู่เป็น
อมตะนิรันดร์

6...การท่องเน็ต
...รับ-ส่งโทรศัพท์
...รับ-ส่งSMS
...downloadภาพ-
เพลง-เกมส์ app ต่างๆ
...ถ่ายภาพด้วย mobile
ล้วนเป็นกิจกรรมที่กิน
พื้นที่ ram และ memory ทั้งนั้น
...จึงควรเข้าไปตรวจดูว่า
รายการเหล่านี้ใช้ ram
+memoryไปเท่าไร
...ถ้าลบประวัติการใช้หรือ
รายการที่ไม่จำเป็นออกบ้าง
ก็จะได้พื้นที่คืนมาทันที

7...ตรวจดูเสมอว่า RAM ควรมี
พื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 15%
mobile จึงจะทำงานได้ปกติ
ไม่อืด

เครดิต-ทิพย์วรรณ-TIP
Mrs.Doubt
 •  4 ปีที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ถามหน่อยค่ะถ้าเรามีเงินในบัญชีแต่ไม่มีแอปธนาคารในโทรศัพท์มันจะดูดเงินในบัญชีของเราได้มั้ยคะ⁉️
    ⚠️ ถามหน่อยค่ะถ้าเรามีเงินในบัญชีแต่ไม่มีแอปธนาคารในโทรศัพท์มันจะดูดเงินในบัญชีของเราได้มั้ยคะ⁉️ คำตอบ : โดนได้ครับ ถ้าบอกเลขบัญชี + เลขประชาชน + เลขโทรศัพท์มือถือ ให้เขาไป เขาจะไปเปิดบัญชี wallet หรือกระเป๋าเงิน ผูกกับบัญชีธนาคารเรา และโอนเงินออกไป เข้าบัญชี wallet ‼️ วิธีการคนร้าย 1. คนร้ายจะเข้ามาทำทีเป็นลูกค้าขอซื้อของออนไลน์ และขอเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ในบัตรประชาชนของผู้เสียหาย 2. คนร้ายจะนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้น ไปเปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ขึ้นมาใหม่ และตั้งค่าบัญชี E-Wallet ให้เชื่อมกับบัญชีธนาคารผู้เสียหาย 3. หลังจากนั้นผู้เสียหายจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ ในทำนองว่า "คุณต้องการที่จะให้บัญชีธนาคารของคุณเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่" ซึ่งการแจ้งเตือนมีข้อความค่อนข้างยาว ทำให้ผู้เสียหายหลายรายไม่อยากอ่าน และมองว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น 4. เมื่อผู้เสียหายกด "ยอมรับ" หรือ "ตกลง" บน Mobile Banking การเชื่อมระหว่างบัญชี Mobile Banking ของผู้เสียหาย กับบัญชี E-Wallet ของคนร้ายก็จะสมบูรณ์ ดังนั้น จึงทำให้คนร้ายสามารถยักย้ายถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ผ่านช่องทาง Mobile Banking ไปยังบัญชี E-Wallet ของคนร้ายจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาทีนั่นเอง จึงขอเตือนให้ทุกคนระมัดระวัง และพยายามอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใคร หากมีการแจ้งเตือนเข้ามาในโทรศัพท์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน อย่าลืมอ่านข้อความที่แจ้งมาอย่างละเอียด หากอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ยังไม่ต้องตอบตกลง เพราะไม่แน่ว่าการแตะหน้าจอเพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้เงินในบัญชีถูกถอนออกจนหมดก็ได้ เครดิตข้อมูล และภาพ : เฟซบุ๊ก กองปราบปราม (กฎหมายตำรวจและพนักงานสอบสวน by ภูมิรพี ผลาภูมิ)✅
    Mrs.Doubt
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    "ศาลโลก" รับฟ้อง "พญาอินทรีย์" ปล่อยโควิด-19 สงครามชีวภาพ ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผย โดย ผู้ตัดต่อพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 คือพญาอินทรีย์เอง... ************** โควิด-19 มาจากฝีมือมนุษย์ สั่งทำโดย โดนัล ทรัมป์ มีแหล่งที่มาจากห้องแลป ไวรัส P3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ ของสหรัฐอเมริกา!!! นาย Greg Roubini ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองชื่อดังของสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทีวีที่ 1 ของอเมริกาได้เป็นผู้เผยความลับนี้ นาย Greg เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ได้รับการออกแบบทางพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ หรือสงครามเชื้อโรค:- - มีแหล่งที่มาจากห้องแลป BSL-3 ในมลรัฐคาโรไลน่าเหนือ พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ราล์ฟ บาร์ริก - พร้อมกันนั้น เขาระบุว่า ไวรัสถูก “รัฐบาลมืด” จากรัฐคาโรไลน่าเหนือ ทดลองในทหารส่งไปแพร่ระบาดในการแข่งขันกีฬาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ลุกลามไปอิตาลี และอเมริกาทั้งประเทศ ##..ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายเกรก ก็ได้ ทวิตข้อความถามนายทรัมป์ว่า - เหตุใดจึงไม่บอกประชาชนอเมริกาว่า ไวรัสผลิตจากอเมริกา? ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าตัวไวรัสเองแท้จริงแล้วคืออาวุธชีวภาพ? **บังเอิญ ศาสตราจารย์ Luc Montanier ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเนื่องจากเป็นผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวี (HIV) ได้เปิดเผยกับนักข่าวชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า - โควิด-19 ไม่ใช่มาจากธรรมชาติ หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล ***ศาสตราจารย์ Luc Montanier ยืนยันว่า เป็นเรื่องเด่นชัดที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำเชื้อไวรัสที่มาจาก ค้างคาวเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อเอชไอวีเข้าไปด้วย - นี่คือ การวางยาพิษที่ชั่วร้ายที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลก! ***นั่นคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สุดโหด ข่าวเกี่ยวกับ “เชื้อโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมโดยฝีมือมนุษย์” มีมาโดยตลอด ***นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามทำงานหาแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดียค้นพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ มีเชื้อเอชไอวีแทรกอยู่ด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าไวรัสตัวนี้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ***กลางเดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์พบว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรัฐวอชิงตันพบว่าวัฏจักรวิวัฒนาการของมันมียาวนานกว่าครึ่งปีมาแล้ว พร้อมๆกับการศึกษาลึกซึ้งลงไปว่า ประเทศต่างๆในโลกไม่น้อยได้เบนสายตาแห่งความสงสัยไปที่อเมริกา ประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย ล้วนมีผู้ป่วยทียืนยันว่ามีแหล่งที่มาจากอเมริกาทั้งสิ้น *** ในเวลาต่อมา ROBERT REDFIELD ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่า ผู้ป่วยตายจากไข้หวัดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019 มีอยู่ไม่น้อยที่ตายจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ (เกิดก่อนการระบาดที่อู่ฮั่น) - ต่อปัญหานี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน นายจ้าว ลี่เจียง ได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ถามผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ผู้ป่วยรายแรกของอเมริกาเกิดขึ้นตอนไหน? ชื่ออะไร? อยู่โรงพยาบาลอะไร? และเป็นไปได้อย่างมากที่ทหารอเมริกาที่มาแข่งกีฬาทหาร นำเชื้อมาแพร่ที่เมืองอู่ฮั่น ในจีน >>>>สหรัฐอเมริกาต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ให้โลกได้รู้ความจริง **ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะผู้สื่อข่าวคณะหนึ่งแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในที่สุดก็ได้ตามหาผู้ป่วยรายแรกจนพบ นั่นก็คือ ทหารอเมริกาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทหารที่เมืองอู่ฮั่นของจีนในเดือนตุลาคม 2019 นางมีชื่อว่า "Maatje Benassi" >>>นายทหารหญิงของอเมริกาคนนี้มีภูมิหลังพิเศษตรงที่นางมีความเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการชีวเคมี P4 ของนาย FORT DETRICK *** คนในครอบครัวก็มีหลายคนที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อในจำนวนนี้มีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายแรกในฮอลแลนด์ ก่อนติดเชื้อ เขาเคยไปในเขตพื้นที่ลอมบาร์เดียของอิตาลี ทำให้เขตพื้นที่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ***มาถึงตรงนี้ หลักฐานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน มีห่วงโซ่เชื่อมร้อยอย่างครบถ้วน ทหารพิเศษ 5 คนที่อเมริกาส่งเครื่องบินมารับกลับไปภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสและห้องแลป ที่ถูกปิดตาย ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อกันได้แล้ว หากว่ากันตามตรรกะของนายทรัมป์ เราก็สามารถเรียกเชื้อโควิด-19 ว่า เป็น "ไวรัสนอร์ธคาโรไลนา" (Virus North Carolina) หรือ "ไวรัสอเมริกา" ***ในขณะที่หลักฐานทั้งหมดต่างชี้ไปที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสหรัฐอเมริกายอมรับอย่างเปิดเผยว่า เชื้อโควิด-19 ไม่จัดอยู่ในชั้นของโรคระบาดเท่านั้น แต่จัดอยู่ในชั้นของอาวุธชีวภาพ กรืออาวุธเชื้อโรค เหมือนไวรัสโรคไข้หวัดเสปน เมื่อ 100 ปีก่อนที่ทหารอเมริกานำไปแพร่ในเสปน >>>ความไร้ยางอายนี้ ทำให้โลกตะลึงและได้เพิ่มข้อน่าสงสัยว่าสหรัฐอเมริกา เป็นฆาตกรผู้วางยาพิษคนทั้งโลก เพียงเพื่อจะขายวัคซีนป้องกันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดดุลการค้า” >>>เรื่องทั้งหมดได้ปรากฏชัดเจนแล้ว แต่ทว่าทรัมป์ยังพยายามโยนบาปอย่างไม่คิดชีวิต กล่าวหาให้จีนรับเคราะห์แทนอย่าง น่ารังเกลียดที่สุด ***เชื้อโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติและความสูญเสียที่ยากจะประเมินได้ บาปนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะโยนออกไป แล้วโทษคนอื่น ***ยังมีข้อน่าสงสัยที่นาย เกรกได้ตีแผ่ออกมา นายราล์ฟ บาร์ริค ผู้รับผิดชอบพัฒนาไวรัส รัฐคาโรไลนาเหนือคนนี้เป็นใคร *** นาย บาร์ริค มาจากมหาวิทยาลัยคาโรไลนาเหนือ เขาเป็นหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่เปลี่ยนโฉมใหม่ของโรคซาร์สโคโรนาไวรัสโดยการตัดต่อยีนในปี 2015 - และเขายังเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาไวรัสดังกล่าวอีกด้วย ที่น่าตกใจก็คือ เขาเป็นบุคคลที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาทางคลินิกของยาวิเศษ "RADEXIVIR" เป็นไปอย่างที่โบราณว่าไว้ คนที่วางยาพิษก่อนอื่นต้องเตรียมผลิตยาแก้ยาพิษนั้นๆไว้ก่อนเสมอ!!!! - ยา RIDESIVIR ภายหลังจากปฏิบัติการทางคลินิกและถูกตั้งข้อสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันจึงทำให้ตกกระป๋องไปพร้อมๆกับการแพร่ระบาดที่ลุกลามออกไปทั่วโลก ***สหรัฐอเมริกากลายเป็น “ศูนย์กลางการล้างโลก” ไปแล้ว - การแพร่ระบาดในช่วงแรกของอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้ความสาคัญกับมันเลยโดยมองว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่หนักกว่าปกติเท่านั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนของตนเองผลิตมันขึ้นมาจนกระทั่งเพื่อนรักของเขาคือ "นายสแตนลี่ย์ เชล่า" เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งมลรัฐนิวยอร์กเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 !! >>>>ถึงเวลานี้จีนได้ฟ้องร้องต่อศาลโลกว่า อเมริกาเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อย่างตั้งใจเพื่อทำลายล้างจีนและประชาชนทั่วโลก*** >>>ตอนนี้คงต้องรอดูการสืบสวนของศาลโลกว่า จะตัดสินออกมาเช่นไร? ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทรัมป์เริ่มรู้สึกตัว และให้ความสาคัญในระดับสูง แต่ว่าสายไปเสียแล้ว!!! https://youtu.be/Y04Qm8QVQXE ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ขวัญชัย เสธนันท์
    ไม่ระบุชื่อ
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    โควิด ติดแล้ว ปอดจะทำงานไม่เหมือนเดิมตลอดไป จริงหรือไม่
    Don't mean to scare you, folks, but be very cautious, be protective & be safe to you all. ********************************************************** บอย วรพล สิงห์เขียวพงษ์ December 29, 2020 at 4:55 PM โควิด-19 เป็นแล้วโอกาสตายน้อยกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ จริงครับ > แต่หายแล้ว ปอดอาจพังตลอดชีวิต > ลิเดีย-แข็งแรง เหลือปอดทำงาน หกสิบเปอร์เซ็นต์ > ล่าสุด...31 ธันวาคม 2563 ผู้ว่าจังหวัดสมุทรสาครน่าจะเป็นเคสนี้ครับ บทความนี้ถูกส่งต่อกันมา ผมพอทราบว่ามีส่วนจริง แต่ให้แน่ใจ จึงส่งไปถามเพื่อนที่เป็น...’หมอ’ ! เขาตอบว่า...จริง !!! > โควิด-19 เป็นแล้วตายก็จบไป แต่ถ้าไม่ตายก็ต้องลุ้น ! > คุยกันครั้งใด เขาบอกผม...พี่อย่าให้เป็นนะ อายุเยอะแล้ว ตายก็ลำบากก่อนตาย ไม่ตายก็แย่ไปตลอดชีวิต ยกมา > "ผมกลัว" ที่จะติดเชื้อ Covid-l9 ผมจึงทำตามที่รัฐบาลบอก คือ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" และจะออกจากบ้าน เมื่อจำเป็นจริง ๆ ผมบอกว่า ผมเชื่อว่าใครที่ติดเชื้อ Covid-l9 จะไม่มีวันกลับไป "ปกติ" เพราะปอดจะไม่ทำงานเต็มร้อยอีกแล้ว > แต่...แต่ก่อนที่จะเสียชีวิต หากคุณติดเชื้อ รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน > คุณรู้ไหมว่า การรักษาโรคปอดติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2ol9 หรือ Covid-19 มันไม่ใช่แค่ใส่หน้ากากออกซิเจน แล้วนอนอ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์ อยู่บนเตียงสบาย ๆ ในโรงพยาบาล > เพราะเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วย Covid-19 (บางคน-ไม่ทุกคน) มันสร้างความเจ็บปวด ต้องสอดท่อลงไปในลำคอและคาไว้ จนกว่าจะหาย หรือตายภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยแทบไม่สามารถขยับตัว > การรักษานี้ คนไข้จะถูกจับให้นอนคว่ำกลับหัว มีท่อหายใจต่อจากปากขึ้นไปที่เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถพูด กิน หรือขับถ่ายได้ตามปกติ แถมเจ็บปวดตลอดเวลา > สิ่งที่แพทย์ช่วยได้ก็คือ ให้ยานอนหลับและยาแก้ปวด เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้สามารถทนต่อความเจ็บจากการใส่ท่อช่วยหายใจ เหมือนอยู่ในอาการโคม่าเทียม > ผ่านไป 20 วัน ผู้ป่วยจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ สี่สิบเปอร์เซนต์ และมีแผลในปากหรือหลอดลม เช่นเดียวกับปอด เกิดภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ > นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนแก่ หรือผู้ป่วยโรคอื่น เช่น ความดัน หัวใจ ไม่สามารถทนการรักษาได้ และอาจตายในที่สุด >>> ย้ำ..นี่ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ ! การให้อาหารเหลวใส่หลอดเข้าไปในท้องของคุณ ไม่ว่าจะผ่านจมูกหรือเส้นเลือด การที่ต้องมีพยาบาลมาช่วยขยับแขนขาทุกสoงชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับ และต้องนอนบนเตียงน้ำที่เย็น เพื่อช่วยลดอุณหภูมิ 40 องศาของคุณ "มันไม่ใช่เรื่องสนุก" และคนที่บ้านเป็นทุกข์แน่ ๆ นี่คือหนึ่งในเหตุผล ที่ชาติตะวันตก ปล่อยให้ตาย ไม่รับรักษา เพราะสิ้นเปลือง > ผมกลัว...ผมจึงอยู่บ้าน ถ้าคุณไม่กลัว ก็ตามสบายนะครับ ไม่สวมหน้ากากตอนออกจากบ้าน ไม่รักษาระยะห่าง ไปในที่สุ่มเสี่ยง เป็นเรื่องความรับผิดชอบที่คุณมีต่อครอบครัวของคุณเอง > ที่เล่ามาทั้งหมด ก็เพื่อคนที่คุณรัก เพื่อคนที่รักคุณ และ เพื่อตัวคุณเอง #เรียบเรียงบางส่วนจาก LIND ใครจะหาว่าผมตื่นตูม ก็ตามสะดวก แต่ผมว่าเราต้อง ‘ตื่นตัว’ แม้คนที่เป็น ไม่ทุกคนที่จะมีสภาพนี้ แต่ก็มีไม่น้อยที่หายแล้วปอดไม่เต็มร้อย > ผมว่าปอดพังเร็วมาก ยิ่งกว่าสูบบุหรี่ซะอีก > แชร์ได้ ไม่ต้องขอครับ > รักใคร ห่วงใคร ก็แชร์กันไป ถ้าคุณได้รับแชร์นี้มาแสดงว่ามีคนรักคุณ
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    #ไปยุโรปไม่ต้องทำVisaแล้วจ้า #ใช้ได้3ปี #เริ่มตุลานี้ 𝐍𝐞𝐰 𝐫𝐞𝐪𝐮𝐢𝐫𝐞𝐦𝐞𝐧𝐭𝐬 𝐭𝐨 𝐭𝐫𝐚𝐯𝐞𝐥 𝐭𝐨 𝐄𝐮𝐫𝐨𝐩𝐞 🇪🇺 ยกเลิกวีซ่าเข้า “ยุโรป” 📍 ไม่ต้องขอวีซ่า 📍 ไม่ต้องไป VFS 📍 ใช้ระบบ ETIAS ออนไลน์แทน 📅 เริ่มปลายปี 2025 เป็นต้นไป ✈️ เตรียมตัวเที่ยวสบายขึ้นทั่วยุโรป! พลเมืองไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะไม่ต้องไปสถานทูตหรือศูนย์ VFS อีกต่อไปเมื่อต้องการเดินทางไปยุโรป โดยในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถยื่นขออนุญาตเดินทางแบบออนไลน์ ผ่านระบบ ETIAS ซึ่งจะมาแทนขั้นตอนการขอวีซ่าที่ล่าช้าและยุ่งยากในอดีตสำหรับการเดินทางระยะสั้น นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับผู้เดินทางจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า การอัปเดตนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบใหม่สองระบบที่สหภาพยุโรปกำลังจะเริ่มใช้ ได้แก่ ระบบ Entry/Exit System (EES) และ ระบบ European Travel Information and Authorisation System (ETIAS) โดยทั้งสองระบบมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยชายแดน พร้อมกับอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทาง EES: ไม่มีการประทับตราหนังสือเดินทางอีกต่อไป ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 ระบบ Entry/Exit System จะเข้ามาแทนที่การประทับตราหนังสือเดินทางที่จุดผ่านแดนของ 29 ประเทศในยุโรป รวมถึงเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ระบบนี้จะใช้กับผู้เดินทางทุกคนที่ไม่ใช่พลเมืองสหภาพยุโรป ซึ่งรวมถึงพลเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เดินทางเข้าสู่เขตเชงเก้นเพื่อพักระยะสั้น เมื่อเดินทางมาถึง ผู้เดินทางจะถูกลงทะเบียนแบบดิจิทัล โดยมีการเก็บข้อมูลดังนี้: • ภาพถ่ายใบหน้า • ลายนิ้วมือ • ข้อมูลหนังสือเดินทาง เช่น วันและสถานที่เดินทางเข้า-ออก ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อตรวจสอบโดยอัตโนมัติว่าผู้เดินทางอยู่เกิน 90 วันภายในช่วง 180 วันหรือไม่ นอกจากนี้ EES ยังช่วยป้องกันการปลอมแปลงตัวตน และลดระยะเวลาการตรวจคนเข้าเมืองลงได้มาก ETIAS: ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทาง ภายในปลายปี 2025 ผู้เดินทางจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า เช่น ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะต้องขออนุมัติการเดินทางผ่านระบบ ETIAS ก่อนออกเดินทางไปยุโรป ETIAS ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบตรวจสอบเบื้องต้นออนไลน์แบบง่าย ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลพื้นฐาน เช่น: • ข้อมูลส่วนตัว • รายละเอียดหนังสือเดินทาง • อาชีพปัจจุบัน • คำตอบเกี่ยวกับประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือประวัติอาชญากรรม (ถ้ามี) ไม่มีการเก็บข้อมูลทางชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือหรือใบหน้า) ในขั้นตอนนี้ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ETIAS จะมีอายุ 3 ปี หรือจนกว่าหนังสือเดินทางจะหมดอายุ และสามารถใช้สำหรับการเดินทางได้หลายครั้ง ประเทศที่ยังต้องขอวีซ่าเหมือนเดิม สำหรับประเทศที่ยังต้องขอวีซ่าเชงเก้น เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ กฎเดิมยังคงใช้เหมือนเดิม คือต้องยื่นขอวีซ่าผ่าน VFS Global หรือสถานทูตที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะต้องผ่านระบบ EES ที่ด่านพรมแดนเช่นกัน โดยจะมีการสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ แทนการประทับตราหนังสือเดินทางแบบเดิม สิ่งที่นักเดินทางไทยควรรู้ ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าในการเดินทางเข้าสู่เขตเชงเก้นไม่เกิน 90 วัน ซึ่งสิทธินี้ยังคงเหมือนเดิม แต่ตั้งแต่ปลายปี 2025 เป็นต้นไป นักเดินทางไทยจะต้องยื่นขออนุญาตเดินทางล่วงหน้าผ่านระบบ ETIAS ก่อนขึ้นเครื่องบินไปยุโรป นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 เป็นต้นไป นักเดินทางไทยจะถูกลงทะเบียนในระบบ EES ที่จุดผ่านแดน โดยจะมีการเก็บลายนิ้วมือและภาพใบหน้า แทนที่การประทับตราหนังสือเดินทางแบบเดิม #ยกเลิกvisaeu
    ไม่ระบุชื่อ
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ให้ร่วมบุญช่วยช้าง มีการแนบเลขบัญชี เป็นเรื่องจริงหรือไม่
    21-4-64 พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ พระครูอ๊อด เป็นเจ้าภาพ 200,000 บาท #ไม่รู้ว่าจะช่วยเจ้าได้หรือไม่ #ครั้งหนึ่งในชีวิตไถ่ชีวิตช้าง #ฝากบุญใหญ่ให้ญาติธรรมทั้งหลาย #วันนี้ไปดูช้างเห็นแล้วสงสารอยากจะไถ่ชีวิตช้างเชือกนี้มาก เหมือนเขาอยากให้เราช่วยปลดโซ่พันธนาการออกจากเท้าให้ สังเกตุเห็นเอางวงจับที่โซ่หลายครั้ง เลยถามเจ้าของเขาก็อยากจะขาย เลี้ยงไม่ไหวเพราะพิษโควิด #หากไถ่ชีวิตช้างเชือกนี้ได้คงจะเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ และจะขอน้อมถวายให้เป็นมรดกแห่งความเมตตาเป็นพุทธบูชาในวันวิสาขบูชา (วันพุธที่ 26 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้) และจะมอบช้างเชือกนี้ ให้เป็นมรดกของแผ่นดินเพื่ออนุรักษ์ ต่อไป ช้างอายุแค่ 8 ปี ราคา 1,180,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท) #วันนี้เลยตัดสินใจ รวบรวมปัจจัยที่โยมถวายพระครูอ๊อดมา จากการเทศน์ การบรรยาย งานสวด และ การสอนหนังสือ มาเททำบุญไถ่ชีวิตให้เจ้าทั้งหมดเลยนะ จำนวน 200,000 บาท #ใจอยากทำก็ทำ ทำแล้วสุขใจพระครูอ๊อดไม่คิดอะไรมาก #แค่อยากให้โยมที่ถวายปัจจัยพระครูอ๊อดมาได้บุญมากๆ แอบตั้งชื่อช้างเชือกนี้ไว้ในใจว่า #เจ้าพลแสน (วาสนาพระครูอ๊อดยังน้อย ไม่รู้จะช่วยเจ้าได้แค่ไหนนะ) #ร่วมบุญได้ที่ "ธ.กรุงไทย 540-0-18694-7" #สอบถามราละเอียดได้ที่ 0808500184 พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน (พระครูอ๊อด) วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ร่วมบุญได้ไม่เกินวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นี้ (วันที่ 26 พฤษภาคม คือ วันวิสาขาบูชา) #อานิสงส์ช่วยเหลือชีวิตเป็นทาน 1. เป็นผู้ต่อชีวิต ย่อมได้ชีวิตที่ยืนยาว ปลอดภัย มีความสุข และตราบใด ที่ยังไม่สิ้นอายุขัยบุคคลนั้น จะไม่มีกรรมใดๆมาตัดรอนได้ 2. สัตว์ที่พ้นจากที่คุมขังแล้ว อยู่ด้วยความปลอดภัยย่อมดีใจ ปลาบปลื้มใจ ฉันใด บุคคลผู้ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน ก็ย่อมได้รับความปลาบปลื้มใจฉันนั้น 3. ผู้ไห้ชีวิตสัตว์เป็นทานอยู่เป็นนิจ เขาเหล่านี้ย่อมพบแต่มิตร ปราศจากศัตรูมาแผ้วพาน 4.การช่วยให้สรรพสัตว์พ้นจากที่คุมขัง และอันตราย ย่อมส่งผลให้สามารถหลุดพ้น จากเครื่องพันธนาการน้อยใหญ่ ทั้งหลาย #ขออานิสงส์แห่งบุญใหญ่ครั้งนี้จงเกิดแก่ญาติธรรมทุกท่านและครอบครัวอย่างมหาศาล 1 แชร์ 1 บุญใหญ่
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    กีฬาแบดมินตัน เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันจริงหรือไม่?
    กีฬาแบดมินตันเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้จริงหรือไม่? จากการสัมภาษณ์คุณพีระ นนทะคำจันทร์ นักวิชาการศึกษา โรงพยาบาลสุทธาเวช และนักกีฬาแบดมินตันของทีมบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ได้ให้ข้อมูลว่า กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาที่มีความเข้มข้นสูงและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้จริง เนื่องจากลักษณะของกีฬาแบดมินตันต้องเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เข้มข้น ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการออกกำลังกายแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) ซึ่งสามารถทำให้อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงถึง 170-180 ครั้งต่อนาที หากผู้เล่นมีโรคประจำตัวซ่อนอยู่ อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงมากอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการเล่นกีฬาแบดมินตันหรือกีฬาชนิดอื่นๆที่มีจะต้องมีการขยับร่างกายอย่างรวดเร็วและมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงในระยะเวลาอันสั้นหรือกีฬาที่จะต้องรับแรกกระแทกในการเล่น ก็สามารถก่อให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้จริง สนามกีฬาทุกแห่งจึงควรมีเครื่อง AED หรือเครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่สามารถใช้ช่วยผู้ป่วยที่หมดสติและหัวใจวายฉับพลันขณะเล่นกีฬา ขั้นตอนการใช้เครื่อง AED -เปิดเครื่อง AED ติดแผ่นแพดแผ่นแรกที่หน้าอกตอนบน และแผ่นที่สองที่หน้าอกตอนล่าง (ทำตามคำแนะนำบนเครื่อง) ให้เครื่องวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ ห้ามสัมผัสผู้ป่วยระหว่างนี้ -หากเครื่องแนะนำให้กดปุ่ม “Shock” ให้กดปุ่มนี้โดยห้ามสัมผัสผู้ป่วย และทำ CPR ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 นาที -หากเครื่องแนะนำว่า “สามารถสัมผัสผู้ป่วยได้” ให้ทำ CPR ทันที ควรทำ CPR อย่างต่อเนื่อง จนกว่าเครื่องจะเริ่มวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจอีกครั้ง ทุกนาทีที่ผ่านไปมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรอดชีวิต
    wararat.bs
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ทุนการศึกษาปีละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 5 ปี สำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นลูกของผู้เสียชีวิตจากโควิด ครับ 🙏 จริงหรือไม่
    ทุนการศึกษาปีละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 5 ปี สำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นลูกของผู้เสียชีวิตจากโควิด ครับ 🙏 โดยไม่จำกัดจำนวนทุน และไม่จำกัดระดับชั้นการศึกษา ฝากแชร์ เผยแพร่ต่อ ส่งข่าวให้ถึงผู้สูญเสียด้วย ครับ … ‘มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์’ มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง ๕ ปี ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท ให้นักเรียนนักศึกษาที่เป็นบุตรของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัส ‘โควิด-๑๙’ โดยไม่จำกัดจำนวนทุน และไม่จำกัดระดับชั้นการศึกษา เนื่องด้วยมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความประสงค์สนับสนุนทุนการศึกษา เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้เป็นบุตรของผู้เสียชีวิตจากโรค “โควิด-๑๙” และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส “โควิด-๑๙” โดยไม่มีเงื่อนไขที่ต้องใช้คืนแต่อย่างใด เพียงมุ่งหวังให้ทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้กำลังใจ และสนับสนุนสร้างคนดี คนเก่ง มีคุณธรรมในสังคม ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดสรรทุนการศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั่วถึง จึงกำหนดรายละเอียด วัตถุประสงค์ คุณสมบัติ เอกสารการยื่นใบสมัคร และเกณฑ์การคัดเลือก ดังต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อบำเพ็ญกุศลเนื่องในอายุวัฒนมงคลครบ ๘๕ ปี เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔ ๒. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส “โควิด-๑๙” คุณสมบัติของผู้สมัคร ๑. เป็นผู้มีสัญชาติไทย ๒. เป็นบุตรของผู้เสียชีวิตจากโรค “โควิด-๑๙” ๓. กำลังศึกษาอยู่ เอกสารการยื่นใบสมัคร ๑. สำเนามรณะบัตรของบิดาหรือมารดาที่ระบุว่าเสียชีวิตจากโรค “โควิด-๑๙” ๒. สำเนาบัตรประจำตัวหรือหนังสือรับรองสถานภาพ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ๓. สำเนาระเบียนแจ้งผลการศึกษาในภาคเรียนที่ผ่านมา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาลงนามรับรอง ๔. สำเนาทะเบียนบ้านทั้งของผู้รับทุนและผู้เสียชีวิต ๕. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่เป็นชื่อของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกณฑ์การคัดเลือก มูลนิธิฯ จะคัดเลือกจากข้อมูลตามเอกสารการสมัครที่ครบถ้วน ผ่านช่องทางการรับสมัคร และจะพิจารณาตามขั้นตอนของมูลนิธิฯ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาถือเป็นที่สิ้นสุด สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มีความประสงค์รับทุนการศึกษา ให้ดำเนินการกรอกข้อมูลได้ที่ https://forms.gle/jweb5cYzkjrZXYhY7 พร้อมแนบไฟล์เอกสารตามที่กำหนด หมายเหตุ ๑. ผู้ที่ได้รับทุนตามบัญชีท้ายประกาศนี้ ซึ่งได้รับทุนการศึกษาในปี ๒๕๖๔ แล้ว จะได้รับทุนต่อเนื่องไปอีก ๔ ปี ๒. ผู้ที่ได้รับทุนต่อเนื่อง ๕ ปี จะต้องส่งเอกสารไปยังมูลนิธิฯ ทุกปี เพื่อส่งหลักฐานการศึกษาให้เป็นปัจจุบัน กรอกข้อมูลรับทุนที่ https://www.facebook.com/135197050358369/posts/1017057262172339/
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    คุณหมอจาก รพ. มหาราชเชียงใหม่ แจ้งเตือน มาครับว่า 📌📌📌 รอบนี้เชื้อแรงของจริง ถึงแม้อายุน้อยก็อาการเยอะ เลี่ยงการพบปะสังสรรค์ทุกรูปแบบ เชียงใหม่น่าจะขึ้นอันดับหนึ่งของการมีผู้ติดเชื้อสูงสุดของประเทศในวันสองวันนี้ เนื่องจากรอบนี้ผู้ติดเชื้อในเชียงใหม่คือกลุ่มนักศึกษาและคนทำงานทั่วไปที่ไปเที่ยวผับ ดังนั้นจึงมีการปะปนกับคนจำนวนมาก ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว ทำให้เชื้อระบาดได้ในวงกว้าง เราไม่ทราบได้ว่าใครรับเชื้อเข้าไปบ้างแล้ว ต้องใช้กฎ universal precaution คือทุกคนคือคนติดเชื้อ ไม่ใกล้ชิดกับคนนอกบ้านโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหนก็ตาม จาก Time line ของผู้ติดเชื้อที่ได้มาทั้งหมด พิ้นที่เสี่ยงคือทุกตารางนิ้วของจังหวัดโดยเฉพาะ อ เมือง เน้นย้ำเลยนะครับ ทุกพื้นที่ตอนนี้ของเชียงใหม่เสี่ยงหมดอยู่บ้านหยุดเชื้อกันอย่างจริงจังครับ📌📌
    ไม่ระบุชื่อ
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    มีคนที่ประเทศอเมริกาติดเชื้อโควิด19 จากการสัมผัสถุงช้อปปิ้งหรือการรับของที่ส่งมาที่บ้าน มันเกิดขึ้นได้ จริงหรือไม่
    จากกรณที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลว่า ผู้หญิงจากเมือง North Carolina สหรัฐอมเริกา ไม่ได้ออกจากบ้านเลยเป็นเวลา 3 อาทิตย์ แต่อยู่ๆก็มีอาการตัวร้อน เป็นไข้ หายใจลำบาก พอไปตรวจโรค พบว่าติดเชื้อโควิด 19 จากการสืบค้นประวัติพบว่าเธอได้รับเชื้อจากการสัมผัสถุงช้อปปิ้งที่คนส่งของ จากร้านซุปเปอร์มารเกต์เอามาส่งให้เธอทุกวัน และพบว่าคนส่งของมีเชื้อบวกแต่ไม่แสดงอาการ
    naydoitall
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆยิ่งทำให้ผิวสวยจริงหรือไม่ ?
    หลายคนรู้กันดีว่าการดื่มน้ำเปล่าสะอาดมีประโยชน์มากมาย เช่น การช่วยรักษาสมดุล ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ขับของเสียออกจากร่างกาย ลมหายใจสะอาด สดชื่น ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง นัยน์ตาสดใสเป็นประกาย ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพป้องกันความเสียหายของไต (ข้อมูลจาก : กรมอนามัย / 19 กรกฎาคม 2565) แต่หากดื่มน้ำมากเกินไป วันละ 6-7 ลิตรก็จะส่งผลให้ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากเกินไปในเวลารวดเร็วเกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ (Water Intoxication) และภาวะโซเดียมในเลือดน้อยเกินแบบเจือจาง (Dilutional Hyponatremia) ส่งผลให้ปวดศีรษะ ตะคริว ชัก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน บวม ส่งผลกระทบต่อเซลล์สมอง ซึ่งอาจอันตายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ข้อแนะนำ 1. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกายเฉลี่ยวันละ 8-10 แก้ว (1.5-2 ลิตร/คน/วัน) หรือดื่มเพิ่มตามน้ำหนักตัว 2. หลีกเลี่ยงดื่มน้ำที่ร้อนมากหรือเย็นจัด 3. ช่วงหน้าร้อน ไม่ควรดื่มน้ำทีละมากๆแต่ควรจิบบ่อยๆ ตลอดวัน (ข้อมูลจากเว็บ :สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ) การดื่มน้ำเปล่าสะอาดทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นุ่มชุ่มชื้นจริง แต่ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย ถ้าดื่มมากเกินไปในเวลาที่รวดเร็วจะทำให้ เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ และภาวะโซเดียมในเลือดน้อยเกินแบบเจือจางได้
    Pare Petchara
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false